คัดลอกลิงก์เเล้ว

ทานตะวันในฤดูร้อน [夏のひまわり]

ขอบคุณนะ ขอบคุณที่เธอได้ทำให้ผมรู้จักกับความรักรูปแบบหนึ่ง -----ทาเทวากิ ทาเครุ (28)

ยอดวิวรวม

318

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


318

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


14
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 ธ.ค. 59 / 00:20 น.
นิยาย ҹѹĴ͹ [夏のひまわり]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


สวัสดีค่ะ ไรต์เองนะคะขุดเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะฟังเพลงเพลินๆแล้วพล็อตมันแวบเข้ามาในหัวค่ะ  จริงๆอยากจะลองเขียนเรื่องสั้นมานานแล้วเหมือนกัน จนได้เกิดเป็นเรื่องนี้ขึ้นมาค่ะ!!

ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านทานตะวันในฤดูร้อนนะคะ ตัวละครมีแค่สองตัวเท่านั้นค่ะ!

เชิญอ่านได้เลยนะคะ!


เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 ธ.ค. 59 / 00:20




เสียงเรไรร่ำร้องปลุกตัวผมให้ตื่นขึ้นมา หน้าร้อนแล้วสินะ ไม่ว่าฤดูกาลจะผันผ่านไปอีกสักกี่ครั้ง ผมก็ไม่มีทางลืมหน้าร้อนในครั้งนั้นได้ มันยังคงเป็นหน้าร้อนที่จิกจำอยู่ในหัวใจของผมตราบนาน

 



เมื่อตอนที่ฉันอายุ 16 ผมได้เจอกับเธอ เด็กสาวผู้มีรอยยิ้มเป็นประกาย ผมไม่สามารถลืมรอยยิ้มของเธอได้เลย เธอคนนั้น มีชื่อว่าอัน เด็กสาวที่แสนโชคร้าย เธอป่วยหนัก และการแพทย์ไม่สามารถช่วยเธอได้….


ผมเป็นเพียงญาติผู้ป่วยท่านหนึ่ง ที่มีเหตุจำเป็นต้องแวะมาที่โรงพยาบาลแห่งนี้เสมอ และในทุกครั้ง ผมก็มักจะเจอเธอ


ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นโรคร้าย แต่รอยยิ้มบนหน้าของเธอก็ไม่จางหาย เธอมักจะไปเล่นกับพวกเด็กๆ เธอเป็นที่ชื่นชอบอย่างมาก อาจด้วยบุคลิกของเธอ ที่รอยยิ้มอยู่เสมอ มันชวนให้คนอยากเข้าหาเธอกัน รวมถึง ตัวผมเองด้วย


ผมรวบรวมความกล้าเข้าไปทักเธอ แค่การพูดว่า “สวัสดี” เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง พวกเรารู้จักกัน คุยกันอย่างสนุกสนาน


อันไม่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ ตั้งแต่เด็ก เธอเล่าให้ฟังว่า มักจะใช้ชีวิตอยู่แต่ในนี้เสมอ


ที่ผมทำได้มีเพียงแค่เล่าเรื่องโลกภายนอกให้เธอฟัง แน่นอนว่าอันมักฟังด้วยความสนใจ อันมักจะคอยยิ้มให้ผมเวลาฟังเรื่องภายนอก รอยยิ้มของอัน คือสิ่งที่เยียวยาผมเสมอมา เวลาผมเศร้าใจอันเองก็พยายามจะช่วยให้ผมร่าเริง เธอคือคนสำคัญของผม


หลังจากผมรู้จักกับอันได้ 2 ปี อาการของอันก็แย่ลงเรื่อยๆ


จากที่เคยพูดคุยกันอย่างธรรมดา ในตอนนี้กลับมี [กำแพง] มาขวางกั้นพวกเรา ถึงแม้ว่าเราจะสามารถพูดคุยกันได้ปกติ แต่ผมไม่สามารถสัมผัสเธอได้เลย


เธอเป็นเหมือนนกน้อยที่บาดเจ็บ จำเป็นต้องอยู่ในกรง ซึ่งห้ามใครก็ตามไปแตะต้อง


มีครั้งหนึ่ง ผมจะแวะไปหาเธอแบบไม่ได้กล่าวล่วงหน้า แต่ดันได้เจอกับคุณหมอที่มาดูอาการของเธอ ถึงแม้ว่าจะเป็นแพทย์ที่เก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถช่วยเธอได้เลย ตอนนี้สิ่งที่อันทำได้ มีเพียงแต่การนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลเท่านั้น


หลังจากที่คุณหมอออกมาแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็ค่อยๆจางหาย น้ำตาของเธอค่อยๆเอ่อล้นขึ้นมา เธอร้องไห้นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นเธอร้องไห้


เมื่อเธอเสียใจ ผมเองก็เสียใจตามไปด้วย ผมอยากจะช่วยเธอ อยากจะเป็นกำลังใจให้ อยากจะทำให้รอยยิ้มของอันอยู่ได้นานมากกว่านี้ แต่ด้วยกำลังของผมตอนนี้ ไม่สามารถจะช่วยอะไรเธอได้เลย


ผมยืนหลบอยู่หลังกำแพง ไม่กล้าเข้าไปคุยกับเธอในตอนนี้เลย แต่ผมไม่อยากที่จะเสียใจทีหลัง วันต่อมาผมพยายามทำให้เธอยิ้ม พยายามส่งกำลังใจไปให้อันอย่างเต็มที่


ถึงแม้จะมี [กำแพง] กระจกกั้นพวกเราไว้ ทำให้พวกเราไม่สามารถแตะต้องกันได้ แต่ผมรู้สึกถึงสายใจอันอ่อนโยนที่เชื่อมพวกเราเอาไว้


ผมพยายามที่จะทำให้เธอมีความสุขอย่างเต็มที่ พวกเราคุยกัน หัวเราะด้วยกัน ได้ทำอะไรอีกหลายๆอย่างผ่าน [กำแพง] นั่น


เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตเธอ


ในวันนั้น คือวันเกิดอายุ 18 ของเธอ ผมซื้อของขวัญสุดพิเศษเตรียมเอาไว้ให้เธอ นั่นคือแหวนเงิน ใช่แล้ว ผมตัดสินใจที่จะขอเธอแต่งงาน ผมเดินถือของขวัญในมือไปอย่างเบิกบาน


แต่แล้วเมื่อไปถึงห้องพยาบาลเธอกลับไม่อยู่


คุณพยาบาลวิ่งวุ่นกันอย่างเต็มที่ แม้แต่คุณหมเองก็พยายามจะช่วยเธอแล้ว


เมื่อสัญญาณไฟหน้าห้องผ่าตัดดับลง คุณหมอก็ได้เชิญผมเข้าไปคุยกับเธอเป็นครั้งสุดท้าย


“อัน” ผมเรียกเธอ


สภาพของคนตรงหน้าผอมซูบจนหนังแทบจะติดกระดูก ผมกัดริมฝีปากเล็กน้อย แต่คนตรงหน้า แม้ในเวลาแบบนี้เธอก็ยังคงยิ้มให้ผม


“ฉันอยากให้เธอรับนี่ไว้” ผมรีบหยิบแหวนวงที่เตรียมมาให้เธอ จากนั้นก็บรรจงสวมให้


อันยิ้มออกมาอีกครั้ง จากนั้นเธอก็พยายามพูดบางอย่างออกมา


“ขอบใจนะ” อันยกมือข้างที่ผมใส่แหวนให้ขึ้นมา จากนั้นผมจึงรีบรับมือนั้นทันที


“ไม่เป็นไร สำหรับฉันแล้วเธอคือสิ่งที่มีค่าที่สุด”


“หรอ ฉัน พยายามเต็มที่แล้วนะ ฉัน พยายามมีชีวิตอยู่แล้วนะ” ขอบตาของอันมีน้ำตาเอ่อขึ้นมาคลอ ที่ใบหน้าของผมเองก็รู้สึกถึงความร้อน บริเวณหางตาของผมเองก็เริ่มแสบ


“พยายามได้ดีมากเลยนะ” ผมพยายามข่มเสียงของตัวเองไม่ให้สั่น


“ขอบใจนะ….” เมื่ออันพูดขอบคุณจบ ราวกับเรี่ยวแรงที่แขนเธอได้หายไปทั้งหมด


ไม่ว่าผมจะเรียกเธอสักกี่ครั้ง เธอก็ไม่ได้ตอบผมมาอีกเลย


ใบหน้ายามสุดท้ายของเธอ เต็มไปด้วยรอยยิ้ม


ผมไม่มีวันลืม ใบหน้านี้แน่นอน


อันจากไปในฤดูร้อนอายุ 18 ปี


เด็กสาวผู้มีรอยยิ้มดุจทานตะวัน

 



วันนี้อากาศค่อนข้างร้อนเล็กน้อย ผมเดินถือช่อดอกทานตะวันไว้ในมือ จากนั้นก็นำไปวางไว้ที่หน้าหลุมศพของอัน

 



ขอบคุณนะ ขอบคุณที่เธอได้ทำให้ผมรู้จักกับความรักรูปแบบหนึ่ง


………………………………………………………

……………………………………………..

…………………………………..

………………………..

……………….

……….

…..

.


รักแท้ [True love]

 



-----------------------ทาเทวากิ  ทาเครุ (28)

ผลงานอื่นๆ ของ แกรนด์ดัชเชสริน

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:35
    Thank youคะไรท์TT รักมากเลยคะเรื่องนี้ นี่อ่านหลายรอบเลย กินใจจริงๆTT ทานตะวันในฤดูร้อน...
    #2
    1
  2. วันที่ 20 มกราคม 2560 / 22:43
    เศร้าหน่วงๆนะ แต่จบดี.... ดีในความหมายลงตัว เรื่องสั้นชอบมาแบบมาม่า จะแข่งกับแม่สาวจิ้งจอกของเดี๊ยนเหรอคะ!?

    ปล. อ่านมาย่อหน้าแรก... จิกจำ.... ตกใจ!! จิกจำคืออะไร!? (ถึงกับเปิดพจนานุกรม...) 5555
    #1
    3
    • 31 มกราคม 2560 / 17:09
      นี่ตกลงไม่คิดจะแก้ จิกจำจริงๆใช่ไหมเนี่ย?? ไม่ได้เขียนผิดหรอกเหรอออ
      #1-2
    • 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:26
      แม่เราชอบพูดคำนี้ให้ฟังบ่อยๆนี่สิ คำว่าจิกจำมันดูแรงกว่าจดจำ เหมือนว่ามันเป็นความทรงจำที่จิกอยู่ในหัวใจลึกๆนี่สิ
      #1-3