Pinocchio (coupshan)

ตอนที่ 3 : 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 71
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    20 พ.ย. 61

Inspired by Pinocchio - Carlo Collodi





     เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง เป้ง

     เสียงนาฬิกาไขลานตี 6 ครั้ง บอกเวลาหกโมงเช้า


     เจ้าของบ้านกระพริบตาถี่ ปลุกตัวเองให้ตื่นจากความฝัน ลุกขึ้นนั่งบนเตียง สูดอากาศแจ่มใสเข้าเต็มปอด บิดตัวและหัวไหล่ซ้ายขวา สายตามองทอดออกไปนอกหน้าต่างที่เปิดเอาไว้ทั้งคืน ลมอ่อนๆ พัดผ้าม่านสีครีมให้ลอยขึ้นลงเบาๆ แขนแกร่งกำลังจะยันร่างตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียง แต่ลืมไปว่าบนเตียงนี้ไม่ได้มีเขาเพียงแค่คนเดียว


     โคลโปหันไปมองคนที่หลับอุตุอยู่ข้างๆ และยังไม่มีท่าทีจะตื่น

     ไหนเมื่อคืนใครบอกว่าไม่รู้จักการนอนหลับไง

     มืออุ่นนาบลงที่แก้มใส ก่อนจะลูบขึ้นไปจับผมสีน้ำตาลเข้มอย่างแผ่วเบา


     “ตื่นได้แล้ว” เสียงทุ้มเอ่ย

     “อื้อออออ” คนที่ยังฝันเพลินร้องโอดโอยเบาๆ เมื่อโดนปลุก ทำเอาคนปลุกยิ้มขำ

     “ไป รีบลุก วันนี้จะได้ ไปโรงเรียน นะ” เสียงทุ้มพูดต่อ

     ไปโรงเรียน เหรอครับ ผมไปได้เหรอ” เสียงอู้อี้ตอบกลับมาอย่างตื่นเต้น

     “รู้เหรอ ไปโรงเรียน คืออะไร” เขาถามกลับ

     “ไม่รู้ฮะ แต่คิดว่าต้องสนุกแน่ๆ” คนที่ยังนอนแผ่อยู่ตอบพร้อมยิ้มตาหยี

     ผมที่กำลังแปรงฟันอยู่ริมหน้าต่างเห็นแล้วก็แอบอมยิ้มตามไปด้วย

     อย่ามองผมแบบนั้นครับ จิ้งหรีดก็ต้องแปรงฟันเหมือนกันนะ


     “มา ลุกขึ้นได้แล้ว” โคลโปเร่งให้อีกคนลุกขึ้นนั่งบนเตียง แต่ไม่เร่งเฉยๆ ผมเห็นริมฝีปากสีแดงของเขาสัมผัสลงไปที่หน้าผากของคนขี้เซาทีนึงด้วย

     ยาสีฟันผมแทบพุ่งออกจากปาก

     “ไอ้เด็กลามก” ผมตะโกน ใช้แปรงสีฟันชี้หน้ามัน

     ผมรู้ครับว่ามันไม่ได้ยินผมหรอก แต่คนมันโมโหหนิ

     “ไหนแกบอกว่าอยากได้น้องชายไงวะ พี่ชายที่ไหนทำกับน้องชายแบบนี้” ผมตะโกนต่อ แต่มันก็ไม่ได้ยินผมอีกเหมือนกัน


     “อื้อ ลุกแล้วฮะๆ” เจ้าแองเจิลล่าลุกตามอย่างว่าง่าย ผมส่ายหัวให้กับเจ้าเด็กนั่น น่าสงสารที่เขายังไม่รู้ว่าตัวเองโดนไอ้เด็กโคลโปเอาเปรียบอยู่ตลอด






     เช้าวันนี้เป็นเช้าที่ดำเนินไปอย่างทุลักทุเล กว่าโคลโปจะหาเสื้อผ้าที่บดบังลายไม้ได้ก็แทบเหนื่อย คุณยังจำเจ้าฟิกาโร่ แมวดำลายขาวได้ใช่มั้ยครับ มันพยายามคุ้ยหาเสื้อผ้าที่น่ารักที่สุดในแองเจิลล่า แม้จะทะเลาะกับโคลโปตั้งหลายรอบ สุดท้ายเขาก็ได้ชุดเดิมออกมา แค่เปลี่ยนจากเสื้อคลุมสีชมพูเป็นสีน้ำตาลอ่อน สีเดียวกับกางเกงเท่านั้นเอง ผมว่าแบบนี้ก็ดีแล้ว จะได้ไม่ดูเด่นเกินไปเวลาอยู่ที่โรงเรียน 


     ผมดีใจที่เจ้าเด็กนี่ใส่เสื้อคลุมอีก เพราะมันทำให้ผมมีพื้นที่ซ่อนตัว กระเป๋าของเสื้อคลุมอบอุ่นโคตรๆ ผมคิดภาพไม่ออกถ้าผมจะต้องเข้าไปแอบอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเจ้าเด็กนี่ มีหวังมันนั่งทับผมแบนแหงๆ มันยิ่งเอ๋อๆ อยู่ด้วย

.

     “วันนี้ตอนเย็นจะมีคณะหุ่นกระบอกมาเล่นแถวๆ โรงเรียน ถ้าไม่ดื้อจะพาไปดู เข้าใจมั้ย” เสียงทุ้มหันมากำชับ ระหว่างทางเดินไปโรงเรียน

     “ได้ฮะ ผมจะไม่ดื้อ” แองเจิลล่ารับคำอย่างว่าง่าย (อีกแล้ว) ซึ่งก็ดีแล้วแหละ ถ้าเจ้าเด็กนี่ไม่ดื้อ ผมจะได้ไม่เหนื่อย

     “ดีมาก” เขาชมพร้อมลูบผมสีน้ำตาลของเจ้าหุ่นกระบอกเล่น โคลโปรู้สึกภูมิใจในฝีมือการตัดผมของตัวเองขึ้นมาอีกรอบ

     ผมทรงนี้รับกับรูปหน้าหวานๆ ของแองเจิลล่าอย่างดี ยิ่งเวลานี้ที่มีแสงแดดยามเช้าส่องกระทบลงมาที่ใบหน้านวลของอีกคนแล้วด้วย โคลโปยอมรับว่าภาพตรงหน้าน่ามองกว่าสิ่งใดในโลกที่เขาเคยเห็นมา นี่ยังไม่นับเวลาแองเจิลล่าหันมายิ้มหวานให้เวลาเขาเล่าเรื่อง ไปโรงเรียน ให้ฟัง

     โคลโปละสายจากคนตรงหน้าไม่ได้เลย เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน







กรี๊งงงงง

เสียงออดที่โรงเรียนบอกเวลาพักเที่ยง


     “นั่งรออยู่นี่ เดี๋ยวจะไปเอาข้าวมาให้” โคลโปพาแองเจิลล่ามานั่งที่จุดรวมตัวของพวกนักเรียน กำชับว่าห้ามไปไหน แล้วรีบวิ่งไปหยิบอาหาร


     

     ‘นี่ ได้ยินรึเปล่าว่าคณะหุ่นกระบอกจะมาที่ข้างหลังโรงเรียนวันนี้นะ’

     ‘จริงเหรอๆ’

     ‘มาแล้วต่างหาก เนี่ย กำลังตั้งเวทีกันอยู่เลย’

     ‘ข้าอยากดูมากเลย’

     ‘ข้าก็ด้วย วันนั้นไปดูการแสดงของหุ่นกระบอกหมายเลขแปดที่ตลาด สนุกมาก อยากดูอีกจัง’

     ‘ได้ดูอีกแน่ๆ วันนี้เขาก็มาด้วยนะ’

     ‘จริงเหรอ รอให้ถึงตอนเย็นไม่ไหวซะแล้วสิเนอะ’


     ประโยคสนทนาที่เพิ่งผ่านไป ทะลุเข้ารูหูของเจ้าหุ่นกระบอกชัดเจนทุกคำ เขาทำตาโตเป็นประกาย

     หุ่นกระบอกหมายเลขแปดเหรอ อยากเจอจัง

     ผมเองก็หูผึ่งไปด้วย อยากจะดูการแสดงของคณะหุ่นกระบอกให้เต็มตาอีกสักครั้งนึง

     แต่จู่ๆ ผมก็รู้สึกว่ากระเป๋าที่ผมแอบซ่อนอยู่เคลื่อนไหว เหมือนกับว่าเจ้าหุ่นกระบอกนั้นลุกขึ้นยืน

     อ้าว เจ้าเด็กนี่ลุกขึ้นยืนจริงๆ ด้วย จะไปไหนล่ะ


     ผมยังไม่ทันคิดเสร็จ แองเจิลล่าก็ออกวิ่ง ผมพอจะเดาออกแล้วว่าเขาจะไปไหน

     แต่เฮ้ ไอ้เด็กโคลโปบอกให้รอนี่ ห้ามไปไหนไม่ใช่เหรอ



     “แองเจิลล่า หยุดเดี๋ยวนี้” ผมปีนขึ้นมาอยู่ที่ไหล่ของเจ้าหุ่นกระบอกจอมดื้อนี่อีกครั้ง

     “จะไปไหน โคลโปบอกว่าให้นั่งรอไง”

     “แป๊บเดียวหน่า บู เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว อยากไปเจอคุณหุ่นกระบอกหมายเลขแปดหน่อย” แองเจิลล่าเถียงกลับมา

     “ไม่ได้ๆ มันอันตรายนะ” ผมห้ามเท่าที่จะห้ามได้

     “จะอันตรายได้ยังไงกัน เขาก็เป็นหุ่นกระบอกเหมือนกับผมนี่ฮะ แถมได้รับพรจากนางฟ้า ผมว่าที่นั่นจะต้องมีแต่คนใจดีแน่ๆ”

     เออ ก็ถูกของไอ้เด็กมัน

     เฮ้ย ไม่ได้ดิ เราต้องห้าม

     “ไม่ได้นะแองเจิลล่า เดี๋ยวเราค่อยกลับมาพร้อมโคลโปดีกว่า อย่าไปกันเองเลย นะๆ บูขอล่ะ” ผมใช้พลังจิ้งหรีดแก่ในการออดอ้อนสุดความสามารถ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเลย

     เด็กสมัยนี้นี่ดื้อจริงๆ



     ไม่ทันไร ขาที่ทำจากไม้ทั้งสองข้างก็พาเรามาถึงเวทีของคณะละครหุ่นกระบอก บริเวณรอบๆ ยังไม่มีใคร เพราะยังไม่ถึงเวลาแสดง เวทีกำลังติดตั้ง มีเพียงนักแสดงไม่กี่คนเดินผ่านไปผ่านมา

     “นั่นไง คุณหุ่นกระบอกหมายเลขแปด” นิ้วไม้ชี้ไปที่เป้าหมายหุ่นกระบอกตัวผอมที่กำลังเปิดม่านเดินเข้าไปหลังเวที น้ำเสียงสดใสแบบที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน

     ผมกำลังจะห้ามแต่ไม่ทัน เจ้าเด็กดื้อวิ่งตามเข้าไปหลังเวทีเสียแล้ว






     “นี่แหนะ ไอ้หุ่นกระบอกเฮงซวย กล้าดียังไงทำแบบนี้ ห๊ะ” เสียงหวดตีตามด้วยเสียงไม้กระทบกันทำเอาผมขนลุกซู่ แม้จะยังไม่ได้เดินเข้าไปเห็นภาพที่เกิดขึ้นข้างในหลังเวที ผมก็พอจะเดาได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

     แต่ไอ้เด็กน้อยนี่สิ มันไม่รู้อะไรเลย

     สองขาที่ทำจากไม้วัสดุอย่างดีเดินพรวดพราดเข้าไปหลังเวที เห็นชายหนุ่มร่างใหญ่กำลังใช้ไม้ฟาดหุ่นกระบอกหมายเลขแปดอยู่

     ถ้าหุ่นกระบอกมีเลือด ผมรู้เลยว่าหน้าเด็กนี่ต้องซีดเป็นไก่ต้ม



     “แกเป็นใคร เข้ามาทำไม เข้ามาได้ยังไง” ชายหนุ่มเงยหน้ามาเห็นพอดี แล้วตะโกนถามดังลั่น

ข้อต่อช่วงขาของแองเจิลล่าเริ่มจะสั่นๆ เพราะความกลัว ผมเองก็สั่นไม่แพ้กัน ผมรีบสะกิดแองเจิลล่าให้วิ่งหนี แต่เจ้าเด็กนี่ยังไม่ยอมฟัง

     หุ่นกระบอกหมายเลขแปดที่นอนหมดแรงอยู่บนพื้นเห็นแองเจิลล่าก็ทำตาโต

     “เจ้าหุ่นกระบอกตัวนั้น” หุ่นกระบอกหมายเลขแปดเรียก

     “แกว่าอะไรนะ นี่แกก็เป็นหุ่นกระบอกเหมือนกันเหรอ ดี งั้นมานี่” ชายหนุ่มร่างใหญ่สาวเท้าเข้ามาใกล้ กระชากแขนไม้เล็กๆ ของแองเจิลล่าไป ผมตกลงจากบ่าของเขา แล้วกระแทกลงกับพื้นอย่างจัง

     “ดีเลย ไอ้หุ่นกระบอกตัวนี้มันเริ่มไม่รักดี ข้าอยากจะทิ้งอยู่แล้ว งั้นข้าจะเอาแกมาแทนแล้วกัน สนใจมาอยู่คณะเดียวกับข้าไหมล่ะ” มันถามแกมบังคับขู่เข็ญ

     “ไม่!” แองเจิลล่าปฏิเสธดังลั่น

     “ท่านแมนเกียฟูโอ ปล่อยเขาไปนะ” หุ่นกระบอกหมายเลขแปดร้องขอ

     “หลบไป!!!!” ชายร่างใหญ่ที่น่าจะชื่อแมนเกียฟูโอง้างไม้หวังจะตีหุ่นกระบอกหมายเลขแปดอีกครั้ง แต่คราวนี้แองเจิลล่าวิ่งเข้าไปรับไม้นั่นไว้ ทำให้ปลายไม้ขูดเข้ากับใบหน้า ไม้ชั้นดีที่ตาแก่เจเพ็ตโตตั้งใจขัดเงาไว้ ตอนนี้มีรอยบากใหญ่เสียแล้ว

     “หึ ปกป้องกันนักเหรอ ได้!!!” เขาฟาดไม้ลงที่ตัวแองเจิลล่าอีกครั้ง แต่คราวนี้เจ้าหุ่นกระบอกไม่ยอมให้โดนหน้าตัวเองอีก เขาเอาแขนข้างขวารับไม้ไว้

     แต่หุ่นกระบอกก็คือหุ่นกระบอกอยู่วันยันค่ำ แขนไม้ข้างขวาของแองเจิลล่าที่ยกขึ้นป้องกันหน้าตัวเอง หักเป็นสองท่อน ท่อนที่ไม่ได้ติดกับตัวกระเด็นไปอยู่ริมห้อง ผมเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เจ้ายักษ์นั้นมีพลังเยอะเหลือเกิน ต่อให้ไม้ดีแค่ไหนก็สู้แรงของคนร่างยักษ์ไม่ไหวจริงๆ

     “เสียของ!!!!!” มันตะโกนลั่น จับร่างที่พังแล้วของแองเจิลล่ากับหุ่นกระบอกหมายเลขแปดโยนทิ้งออกไปให้พ้นสายตา ทั้งสองกระเด็นออกไปนอกเวที


     ผมรีบวิ่งตามออกมา แต่ก็ไม่ทันแล้ว เห็นเจ้าเด็กดื้อที่ผมรับปากจะคอยดูแลนอนแน่นิ่ง น้ำตาไหลเป็นทาง แม้จะไม่เจ็บเพราะร่างกายเป็นไม้ แต่ตอนนี้เด็กน้อยของผมมีสภาพไม่เหลือชิ้นดี


     “บู ผมแขนหักไปแล้ว” เจ้าหุ่นกระบอกตัวน้อยของผมร้องเสียงสั่น ผมอยากจะแปลงร่างให้ตัวเท่าเจ้าโคลโปจะได้กอดปลอบเขาได้ถนัด แต่ก็ทำได้แค่ถอดหมวกทรงสูงแล้วเอามาแนบอกไว้ ผมเสียใจกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นจริงๆ แขนท่อนที่หักไปก็ยังอยู่หลังเวทีนั่น ผมไม่มีทางที่จะช่วยแบกมันกลับมาต่อให้ได้เลย

     “ขอโทษ... เจ้าเป็นอะไรมากไหม” หุ่นกระบอกหมายเลขแปดเอ่ยขึ้นมา น้ำตาไหลนองหน้าไม่แพ้กัน

     “มะ... ไม่เป็นไร”

     โถ ทูนหัวของผม แขนหักขนาดนั้นแล้วยังบอกว่าไม่เป็นไรได้อีก

     “ข้าขอโทษจริงๆ ที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้แขนเจ้าหัก”

     “ไม่หรอก ผมผิดเองที่เข้าไปขวาง ผมแค่อยากช่วย แต่ไม่เป็นไรหรอก ผมไม่เป็นไรจริงๆ”

     ผมสุดจะกลั้นน้ำตาของตัวเองไว้ได้ ยิ่งได้เห็นเจ้าตัวน้อยของผมทำเป็นเข้มแข็งอยู่ได้ ผมยิ่งโทษตัวเองหนักกว่าเดิม

     “ทำไมคนใจร้ายนั่นถึงได้พรนางฟ้า” เจ้าตัวน้อยของผมถามเสียงสั่น

     “ไม่ใช่มันหรอกที่ได้พร” หุ่นกระบอกหมายเลขแปดตอบ

     “มีเด็กผู้ชายคนนึงชอบมาดูการแสดงของข้ามาก เขามักจะนั่งติดเวทีเสมอ ข้าเพิ่งรู้ว่าเขาขอพรในคืนวันที่มีดาวตก ขอให้ข้ามีชีวิตขึ้นมาจริงๆ เพราะเขาอยากเป็นเพื่อนกับข้า” หุ่นกระบอกหมายเลขแปดเริ่มไขความกระจ่างให้กับเรา

     “แต่เขาคงไม่คิดว่าข้ากำลังอยู่ในคณะหุ่นกระบอกที่นิสัยแย่ที่สุดในอิตาลีละมั้ง” หุ่นกระบอกหมายเลขแปดยิ้มฝืนๆ ให้กับตัวเอง

     “ท่านรู้มั้ยว่าเด็กผู้ชายคนนั้นคือใคร และอาศัยอยู่ที่ไหน”

     “รู้ เขาเป็นลูกชายของแม่ค้าในตลาด ข้ารู้ว่าบ้านเขาอยู่ที่ไหน”

     “แล้วท่านจะไปอยู่กับเขาหรือเปล่า ในเมื่อท่านเป็นอิสระจากคณะละครแล้ว”

     “อืม ข้าคงจะไป หวังว่าเด็กผู้ชายคนนั้นจะยังต้อนรับข้าอยู่”

     “อืม” แองเจิลล่าส่งยิ้มหวานที่ใครๆ ก็ต้องตกหลุมรักไปให้ ทั้งๆ ที่ตัวเองเจ็บหนักสุด “งั้นท่านก็รีบไปหาเขาเถอะ ก่อนเจ้ายักษ์นั่นจะเปลี่ยนใจมาลากท่านกลับไป”

     “ไม่ได้หรอก ข้าจะทิ้งเจ้าไว้ที่นี่ได้ยังไง แล้วเจ้าล่ะ จะไปไหน”

     “ผมจะกลับไปหาโคลโป”

     “โคลโป? เจ้าของของเจ้าเหรอ”

     “ชะ... ใช่แล้ว เจ้าของ” แองเจิลล่ารู้สึกแปลกๆ กับคำๆ นี้

     “แล้วเขาจะไม่ว่าเหรอที่เจ้ากลับไปสภาพนี้” 

     “มะ... ไม่รู้ แต่ยังไงผมก็ต้องกลับไป ท่านนั่นแหละ รีบออกเดินทางไปหาเด็กผู้ชายคนนั้นได้แล้ว” เด็กน้อยใช้แขนที่เหลืออยู่ข้างเดียวผลักหุ่นกระบอกอีกตัวให้ลุกขึ้นยืน อย่างน้อยให้พ้นจากรัศมีของคณะหุ่นกระบอกนี่ให้ได้ก่อน

     “ขอบใจเจ้ามาก ถ้าไม่มีเจ้า ข้าไม่รู้จะอยู่ยังไงต่อไปในคณะนี้ และขอโทษที่ทำให้เจ้าเสียแขนอันมีค่า”

     “ไม่เป็นไร” แองเจิลล่ายิ้มบางๆ ตอบ

     วินาทีนั้นผมรู้ว่านางฟ้าไม่ใช่แค่ชื่อหรือหน้าตาของเด็กคนนี้ แต่คือจิตใจที่แสนงดงามด้วย

     “ถ้ามีโอกาส เราคงได้เจอกันอีก” หุ่นกระบอกหมายเลขแปดยันตัวเองขึ้นจากพื้น

     “อืม หวังว่าจะได้เจอกันอีก ว่าแต่ ท่านชื่ออะไร ผมจะจำชื่อท่านไว้อย่างดี”

     “ข้าไม่มีชื่อหรอก ในคณะหุ่นกระบอก ข้าคือหุ่นกระบอกหมายเลขแปดเท่านั้น”

     “ไม่ได้สิ คนเราต้องมีชื่อ อย่างผมชื่อแองเจิลล่า”

     “งั้น... ข้าขอให้เจ้า... แองเจิลล่า ผู้ช่วยชีวิตข้า เจ้าช่วยตั้งชื่อให้ข้าด้วยเถอะ”

     แองเจิลล่าอ้าปากค้าง ไม่ได้เตรียมใจเอาไว้

     “ได้โปรด”

     “งะ...งั้น”

     “...”

     “เพราะว่าเจ้าเป็นหุ่นกระบอกหมายเลขแปด งั้นผมคิดว่าท่านควรชื่อ ดิเอท (the eighth)

     “ดิเอท ชื่อเพราะมาก ขอบคุณอีกครั้งนะ แองเจิลล่า ข้าจะไม่ลืมบุญคุณนี้ของเจ้าเลย”

     “อืม ดิเอท ขอให้โชคดี”

     “ขอให้โชคดี”

     แองเจิลล่ายกมือข้างซ้ายโบกอำลาเพื่อน รู้สึกโหวงๆ ข้างในราวกับสูญเสียบางอย่างในชีวิตไป นึกย้อนไปถึงวันที่โคลโปสูญเสียพ่อไป เขาก็คงจะรู้สึกเช่นนี้






     

     ดิเอทออกเดินทางไปนานแล้ว แต่ผมและแองเจิลล่ายังนั่งอยู่ที่เดิม

     เจ้าตัวน้อยของผมยังไม่หยุดร้องไห้ เขาไม่กล้ากลับไปเจอหน้าโคลโปอีกต่อไปแล้ว ผมยกมือเล็กๆ ขึ้นวิงวอนให้นางฟ้าช่วยแก้ไขปัญหาแทนผมที เพราะมันยิ่งใหญ่เกินกว่าจิ้งหรีดตัวเล็กๆ อย่างผมจะทำได้แล้ว

     “แองเจิลล่า แองเจิลล่า อยู่นี่เอง” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นไกลๆ ผมเงยหน้า เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของโคลโปวิ่งใกล้เข้ามา ผมถอนหายใจโล่งอก ที่นางฟ้ารับฟังคำวิงวอนจากผม

     “ว่าแล้วว่าต้องมาอยู่แถวคณะละคร ดื้อจริงๆ เล—” โคลโปบ่นยาว แค่ประโยคหยุดเพียงเท่านั้น เขาแทบช็อคเมื่อเห็นแขนที่หักไปของแองเจิลล่า เขาจับท่อนไม้ที่หักปลายขึ้นมาอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมที่แต่งแต่มด้วยขนตายาวสบกับเจ้าตัวน้อยตรงหน้า

     “ขอโทษ...” แองเจิลล่าพูดออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรง

     โคลโปไม่ตอบ แต่อุ้มเจ้าตัวน้อยของผมเข้ามากอดแน่น

     “ทำให้เป็นห่วงอีกแล้วนะ เด็กดื้อ” เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิม รู้สึกสงสารคนตัวเล็กข้างหน้าจับใจ อยากจะเอ่ยถามว่าเจ็บรึเปล่าแต่ก็กลัวจะไม่ดี

     “มะ... ไม่โกรธเหรอ” ผมจับน้ำเสียงงอแงของเจ้าตัวดีได้ เขาผละออกจากอ้อมกอดแล้วสบตา แต่พอโคลโปไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกก็ปล่อยโฮ ใบหน้านวลที่มีรอยจากแรงหวดซบลงกับบ่าแกร่งของอีกคน

โคลโปไม่พูดอะไรต่อ ปล่อยให้เจ้าตัวเล็กของเขาร้องไห้ต่อไปอย่างนั้น เมื่อเห็นว่าแองเจิลล่าเริ่มสะอื้นจนหยุดร้องแล้ว เขาผละออกมาพิจารณาใบหน้าที่แสนน่ารักอีกครั้ง

     นิ้วโป้งไล้ไปตามใบหน้า ลูบแผลที่เกิดจากแรงหวดอย่างแผ่วเบา แววตาที่ทั้งสองสบกันสั่นระริก

     "กลับบ้านกันนะ เด็กดื้อ" เขาพูดเพียงเท่านั้นแล้วช้อนตัวเด็กดื้อขึ้นอุ้ม

     ผมรีบกระโดดเกาะกระเป๋าของโคลโปแล้วกลับบ้านไปด้วยกัน








     แองเจิลล่าถูกจับมานั่งรอในโรงไม้ โคลโปงุ่นง่านกับการพยายามหาไม้ที่ดีที่สุดที่พ่อเขาเหลือทิ้งไว้มาซ่อมแขนที่พังไป แต่ดูเหมือนพ่อของเขาจะใช้ไม้ที่ดีที่สุดกับร่างของแองเจิลล่าไปหมดแล้ว

     หุ่นกระบอกไม้มองกิริยาท่าทางของเจ้าของตัวเองอย่างเศร้าศร้อย แต่ก็รู้สึกอบอุ่นอยู่ข้างใน ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดี ดีเท่าไหร่แล้วที่เป็นโคลโปคนนี้ ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงโดนดุหนักกว่านี้แน่

ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ หมดหนทางที่จะหาไม้ดีๆ มาต่อได้

     ผมมองทั้งคู่ด้วยความเวทนา สองมือเล็กๆ ยกขึ้นมาวิงวอนอีกครั้ง ผมขอล่ะ นางฟ้า ช่วยฟังคำอธิษฐานของผมอีกสักครั้งจะได้มั้ย ช่วยทำให้เด็กน้อยของผมมีแขนที่ปกติเหมือนเดิมด้วยเถิด


     สิ้นคำอวยพรของผม นางฟ้าโจชัวก็ปรากฏที่ริมหน้าต่างแล้วลอยเข้ามาเงียบๆ ผมตกใจว่าทำไมการขอพรถึงง่ายนัก ราวกับว่านางฟ้าเฝ้ามองพวกเราอยู่ตลอด


     แองเจิลล่ามองนางฟ้าด้วยสีหน้าสลด ส่วนโคลโปนั้นแทบเป็นลมล้มพับเมื่อเจอนางฟ้าตัวจริง

     “ไง ไปซนที่ไหนมา” นางฟ้าโจชัวเอ่ยทักทาย ผมสบตากับแองเจิลล่าแล้วพยักหน้า อวยพรในใจให้เจ้าเด็กนี่พูดความจริง

     “ผะ... ผมไปซนที่คณะหุ่นกระบอกมาครับ” แองเจิลล่าก้มหน้างุดๆ ผมถอนหายใจโล่งอกที่เด็กนี่ไม่โกหกอีก

     “ฮ่ะๆ ฉันรู้ ฉันเห็นแล้ว” นางฟ้ายิ้มที่มุมปาก

     “ผมขอโทษครับ” เด็กน้อยสำนึกผิด ผมรู้สึกว่าวันนี้เจ้าเด็กนี่พูดขอโทษไปมากกว่าสิบรอบแล้ว

     “ฉันเห็นทุกอย่าง ขอบใจที่ไม่โกหกกัน” นางฟ้าพูดต่อ “และยังเห็นวีรกรรมที่เจ้าก่อไว้ด้วย”

     แองเจิลล่าก้มหน้าต่ำกว่าเดิม

     “ลงโทษผมเถอะครับ ผมดูแลแองเจิลล่าไม่ดีเอง” ผมถอดหมวกทรงสูงขึ้นมาไว้แนบอก ก้มหน้ารับผิด

     “ใช่ เจ้าดูแลแองเจิลล่าได้ไม่ดีเลย” นางฟ้าพูด แต่แปลกที่ไม่มีน้ำเสียงโมโหเจือ “แต่ข้าก็เห็นแล้วว่าเจ้าพยายามปกป้องแองเจิลล่าอย่างถึงที่สุด เพราะฉะนั้นข้าจะให้อภัย”

     ผมถอนหายใจโล่งอก เงยหน้าขึ้น เห็นนางฟ้าเดินเข้าไปหาแองเจิลล่า

     “และเจ้า ข้าเห็นวีรกรรมทั้งหมดแล้ว เจ้าเป็นเด็กที่กล้าหาญมากนะ ยอมเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยเหลือเพื่อนหุ่นกระบอก แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลยก็ตาม” นางฟ้าพูดต่อแล้วยิ้มกว้าง ทำไมผมรู้สึกว่ามันเป็นสัญญาณที่ดีเลย

     “เพราะฉะนั้น ข้าจะให้รางวัลเจ้า” พอพูดจบไม้คทาของนางฟ้าก็แตะลงไปที่แก้มของแองเจิลล่าครั้งหนึ่ง และอีกครั้งหนึ่งที่ปลายไม้ของแขนขวาที่หักไป

     เกิดแสงสว่างวาบจนผมและโคลโปต้องหลับตาปี๋


     เมื่อผมและโคลโปลืมตาก็เห็นนางฟ้าเนรมิตช่วงใบหน้า ลำคอ และร่างการส่วนบนของแองเจิลล่ากลับมาปกติ และที่ยิ่งกว่านั้น หุ่นไม้ก็ไม่ได้เป็นหุ่นไม้อีกต่อไป มันกลับมีชีวิตชีวา หรือเรียกง่ายๆ ว่ามีเนื้อหนังเหมือนกับคนนั่นเอง

แองเจิลล่ายิ้มตาหยี ผมแอบเห็นเจ้าเด็กนี่น้ำตาคลอ


     “ขะ... ขอบคุณท่านนางฟ้า” หุ่นกระบอกไม้ ไม่สิ เจ้าครึ่งคนครึ่งหุ่นกระบอกไม้เอ่ยเสียงสั่นด้วยความดีใจ

     “ตอบแทนที่เจ้าพิสูจน์ว่าตัวเองเป็นเด็กดี พิสูจน์ตัวเองต่อไปนะแองเจิลล่า แล้วเจ้าจะได้เป็นเด็กชายเต็มตัว” นางฟ้าพูดเพียงเท่านั้นและหายวับไปทางหน้าต่าง

     ดูเหมือนนางจะรีบๆ แฮะวันนี้



     ผมกระโดดดึ๋งๆ เข้าหาแองเจิลล่ามุ่งจะไปกอด แต่เหมือนจะวืด เพราะไอ้เด็กโคลโปดึงแองเจิลล่าเข้าไปก่อนเสียก่อน

     “ไม่เป็นไรแล้วนะ” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างแผ่วเบา มือหนาลูบผมสีน้ำตาลที่ตอนนี้เงาวาวเหมือนผมคนจริงๆ

     ผมพิจารณาร่างที่นางฟ้าช่วยเนรมิตให้ ผมสีน้ำตาลตอนนี้เงางามเหมือนที่ผมบอก ใบหน้าขาวนวลมีเลือดฝาดเผยให้เห็นที่แก้ม ดวงตากลมโต ใสประกายแวววาว จมูกรั้นๆ ริมฝีปากสีชมพูนุ่มนิ่มที่ดูยังไงก็คนชัดๆ ลำคอขาวๆ ที่ตอนนี้ไม่ต้องใช้ผ้าปิดบังแล้ว เพราะรอยต่อไม้กลายเป็นเนื้อหนังของมนุษย์ แม้เสื้อผ้าจะปิดอยู่ แต่ผมรู้ว่าร่างกายท่อนบนข้างในต้องมีเนื้อหนังเช่นเดียวกัน ผมพิจารณามือ ทั้งสองข้างครบถ้วน แถมไม่มีข้อต่อไม้ กลายเป็นมือนุ่มนิ่มแทน 

ผมมองต่ำลงมาที่ขา อืม ยังเป็นไม้อยู่ แต่ช่างเถอะ ยังไงก็มีกางเกงขายาวคอยบดบัง ผมยิ้มให้กับผลงานรังสรรค์ของท่านนางฟ้า

     แองเจิลล่าอิงแก้มนุ่มนิ่มของตัวเองซบลงกับบ่าแกร่ง รอยยิ้มเจืออยู่ทั้งใบหน้า ทั้งคู่ผละออกมาแล้วยิ้มให้กันกว้าง

     หมั่นไส้ละนะ

     ผมกระโดดดึ๋งๆ อยู่บนโต๊ะไม้เรียกร้องความสนใจจากแองเจิลล่า เจ้าเด็กน้อยหันมามองผมแล้วขยิบตาให้หนึ่งที ผมยกมือโบกกลับไป ดีใจราวกับลูกตัวเองรับปริญญา








     โคลโปรีบพาแองเจิลล่าเข้านอน เพราะเหนื่อยกันมาทั้งวัน และพรุ่งนี้ยังต้องไปโรงเรียนเหมือนเดิม เขาสัญญากับตัวเองว่าพรุ่งนี้จะไม่ให้แองเจิลล่าคลาดสายตาอีก

     “ขอนอนด้วย” เจ้าเด็กน้อยเดินถือหมอนเข้ามาในห้องนอนของโคลโป ความจริงเขาไปส่งเด็กน้อยให้นอนที่เตียงเก่าของพ่อแล้ว ไม่รู้ทำไมถึงเดินมาโผล่ในห้องของเขาได้

     “อ้าว ทำไม”

     “ไม่อยากนอนคนเดียว” แองเจิลล่าทำตาออดอ้อน

     โคลโปถอนหายใจ เปิดผ้าห่มให้อีกคนเข้ามานอนด้วยกัน

     “คิกๆ” เด็กน้อยยิ้มดีใจ รีบแทรกตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนอุ่น

     แองเจิลล่านอนตะแคงขวา โคลโปตะแคงซ้าย หน้าของทั้งสองห่างกันไม่กี่เซนติเมตร ผมวิงวอนให้แองเจิลล่าพูดโกหกอะไรสักทีสองที เผื่อว่าจมูกไม้จะได้ดันหน้าของเจ้าโคลโปออกไปไกลๆ กว่านี้

แต่เปล่าเลย นอกจากเจ้าเด็กนี่จะไม่พูดโกหกแล้ว แขนแกร่งของโคลโปยังรวบเอวเล็กของอีกคนให้เข้ามาใกล้กันกว่าเดิม สัมผัสที่แขนวันนี้ต่างออกไป เขากำลังโอบเอวที่เป็นเนื้อหนังของมนุษย์จริงๆ

นิ่มจัง

     ทั้งสองสบตากันในความมืด ผมนี่อยากจะเอาแขนจิ้งหรีดของผมจิ้มตาไอ้เด็กโคลโปให้ตาบอดไปซะ มันชักจะมองเด็กน้อยของผมนานเกินไปแล้ว

     นิ้วโป้งของโคลโปยกขึ้นไล้ไปตามใบหน้าที่มีชีวิตของอีกคน ตั้งแต่คิ้วเรื่อยมาถึงแก้มใส ลงมาถึงริมฝีปากอย่างถนุถนอม

     “นิ่มเหมือนคนมั้ยฮะ” เสียงใสถาม

     “อืม นิ่มมาก” โคลโปส่งยิ้มให้ในความมืด แองเจิลล่ามองเห็นรอยยิ้มนั้นไม่ค่อยชัด แต่ว่าจับน้ำเสียงดีใจของอีกคนได้

     “ชอบมั้ยฮะ” ผมตบหน้าผากตัวเองดังแปะให้กับคำพูดวาบหวามของไอ้เด็กนี่

     มันไม่รู้ตัวหรือไงว่าพูดอะไรออกมาน่ะ

     “ชอบสิ” เสียงทุ้มต่ำของโคลโปตอบ 

     ไอ้เด็กลามกโคลโป ผมรู้นะมันคิดอะไรอยู่

     ใบหน้าคมของโคลโปเลื่อนเข้ามาใกล้ ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันชัดเจน ริมฝีปากสีแดงสดของโคลโปกระซิบที่ข้างหู

     “ขอพิสูจน์ได้มั้ยว่านุ่มจริงรึเปล่า”

     ผมตาถลน อยากจุดตะเกียงให้สว่างดูสีหน้าของไอ้เด็กตัวดี ผมว่ามันคงหน้าแดงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว


     มือหนาลูบที่เรือนผมสีน้ำตาลเข้มลงมาเรื่อยๆ ช้อนคางของอีกคน แล้วบรรจงประทับริมฝีปากของตนพิสูจน์ความนุ่มนิ่มของริมฝีปากอีกฝ่าย จูบย้ำๆ สองสามครั้งจนแน่ใจว่ามันนุ่มจริงๆ

     “แกใช้มือจับพิสูจน์ก็พอแล้วโว้ยยย ไอ้เด็กลามกกกกกก ปล่อยแองเจิลล่าเดี๋ยวนี้!!!” ผมตะโกนจนสุดเสียง นึกอยากเกิดเป็นโทรโข่งแทนจิ้งหรีด อยากเสียงดังกว่านี้สักสิบเท่า

     ตึก ตัก ตึก ตัก ตึก ตัก

     แองเจิลล่ารู้สึกถึงสิ่งที่เคลื่อนไหวในอกข้างซ้ายของเขาอีกแล้ว แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร

     “อื้อ” ใบหน้าคมตัดใจถอนริมฝีปากออก เมื่ออีกคนส่งเสียงประท้วง มือนุ่มนิ่มดันบ่าแกร่งของอีกคนให้ห่างเพราะต้องการอากาศหายใจ

     “ชะ... เชื่อรึยังฮะว่านุ่ม” แองเจิลล่าถามเสียงเบา แม้จะมืดมองไม่เห็นกันเท่าไหร่ แต่ก็หลบสายตา

     “เชื่อแล้ว” เสียงทุ้มเจ้าเล่ห์ตอบกลับมา ยกมือขึ้นลูบผมสีน้ำตาลอีกครั้งอย่างเอ็นดู เมื่อลูบเสร็จก็ดึงตัวอีกคนเข้ามาใกล้กว่าเดิม

     แองเจิลล่าซบอกโคลโปแทนหมอน ริมฝีปากของโคลโปประทับจูบบนเรือนผมน้ำตาลอย่างแผ่วเบา

     “ฝันดีนะ เด็กดื้อ”

     “ฝะ... ฝันดีฮะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น