Every Flavor AU - SF/OS - SEVENTEEN

ตอนที่ 1 : ‪Strawberries & Cigarettes‬

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 290
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    4 พ.ค. 62

Inspired by Strawberries & Cigarettes‬ - Troye Sivan



Strawberries & Cigarettes 

     เขากลับมาแล้ว ผู้ชายคนนั้น กลิ่นบุหรี่และสตรอว์เบอร์รี่ที่ยื่นมาให้ผม













เปาะ แปะ เปาะ แปะ


     เสียงฝนตกปรอยๆ ดึงความสนใจของผมออกจากโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะได้ยินเสียงตะโกนของแม่ว่าให้ไปเก็บผ้าตามมา ผมถอนหายใจ วางโทรศัพท์มือถือลงบนโซฟา แล้วลากตะกร้าใบใหญ่เดินไปหลังบ้าน



     สายตาของผมควรจะหยุดอยู่แค่ที่ราวตากผ้าข้างหน้า แต่มันดันมองข้ามกำแพงข้างๆ บ้านไป จนเห็นคนที่คุ้นตายืนจุดบุหรี่อยู่


     ใจผมกระตุกวูบ กำแพงที่อยู่สูงระดับสายตาทำให้ผมไม่เห็นตัวของเขา เห็นเพียงแค่ผมสีเทา ตาคม ขนตางอนเป็นแพ จมูกโด่ง ริมฝีปากสีแดงที่คีบบุหรี่อยู่ ถึงจะเห็นแค่นี้ แต่ผมก็ยังจะได้ดีว่าเขาคือใคร


     แชมป์กลับมาแล้วเหรอ

 

     แชมป์คือเพื่อนสมัยอนุบาล ประถม มัธยมต้น เพื่อนกิน เพื่อนตาย เพื่อนรัก เพื่อนทั้งชีวิต จนกระทั่งมัธยมปลายผมก็ไม่ได้เจอมันอีกเลย เพราะมันย้ายไปเรียนที่กรุงเทพฯ


     ไปกันไม่ลาสักคำ


     ผมเกลียดที่ผมยังจำทุกอย่างของมันได้ และเกลียดยิ่งกว่าที่ผมจำสัมผัสของริมฝีปากแดงๆ ของมันได้อยู่ ผมเผลอมองมันพ่นควันออกจากปากแดงๆ นั่น 


     มันหัดสูบบุหรี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน 


     เด็กกรุงเทพฯ พามันเสียขนาดนี้เลยเหรอ


     ไม่รู้ว่าผมมองมันค้างอยู่นานเท่าไหร่ แต่คนโดนมองคงรู้สึกตัวได้ สายตาคมหันขวับมามองผมแล้วยิ้มให้ ผมรีบหลบตาแล้วจัดการเก็บผ้าตรงหน้าให้เร็วที่สุด

   

     แต่เหมือนจะได้ยินเสียงมันลากรองเท้าแตะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แม้ไม่ได้ตั้งใจจะมอง แต่ก็เห็นว่ามันเอาหน้าหล่อๆ ของมันมาเกยกำแพงบ้านเราซะแล้ว


     บ้านเราเหรอ


     กำแพงบ้านผมนั่นแหละที่หมายความ


     “จริง” มันเรียกชื่อผมแต่ผมทำเป็นไม่ได้ยิน ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่มันยังเอาหน้าหล่อๆ และหุ่นดีๆ ของมันยืนตากฝนอยู่ได้ ในใจผมได้แต่ร้องตะโกนว่า มึงเข้าไปหลบฝนในบ้านสิ ไอ้ฟาย จะมายืนอยู่ทำเชี่ยไร แต่ก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเก็บผ้าให้เร็วกว่าเดิม


     “แชมป์กลับมาแล้วนะ” ผมไม่รู้ว่ามันต้องการอะไรจากประโยคเมื่อกี้ ถ้ามันหวังให้ผมวิ่งเข้าไปกอดมันให้หายคิดถึงเหมือนในละครล่ะก็ ฝันไปเหอะ ไปไม่คิดจะล่ำราสักคำ ยังมีหน้ามาบอกอีกว่ากลับมาแล้ว เหอะ


     ผมมองมันอย่างคาดโทษครั้งนึงก่อนจะลากตะกร้าเข้าบ้านไป ก่อนจะโยนตะกร้าไว้แถวๆ บันไดแล้วเดินกลับไปชะโงกดูหลังบ้านอีกรอบ ผมยังเห็นมันยืนตากฝน มองมาทางบ้านผมอยู่ แล้วทำท่าเหมือนใช้เท้าดับบุหรี่ไปด้วย


     “เข้าบ้านไปได้แล้ว จะมายืนตากฝนทำเชี่ยไร” ผมกลั้นใจตะโกนออกไป


     ผมเห็นมันกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วมันก็ตะโกนกลับมา


     “อยากเห็นหน้าไง คิดถึง” แล้วมันก็เดินเข้าบ้านไป


เหอะ


กูก็คิดถึงมึงเหมือนกันแหละ


เอ้ยไม่ใช่ดิ ไม่ได้คิดถึง กูโกรธมึงอยู่ไง



     

     คืนนั้นผมนอนไม่หลับ เพราะคำบอกคิดถึงของมัน หายไปสามปี ไม่บอกไม่กล่าว ไม่ติดต่อกลับมา จู่ๆ มาบอกคิดถึงเอาตอนนี้ แล้วคิดว่าจะยกโทษให้เหรอ ง่ายไปปะ


ปึก ปึก ปึก


     เสียงของแข็งกระทบหน้าต่างทำให้ผมตื่นเต็มตา แขนของผมยันร่างเพลียๆ ของตัวเองขึ้นมาแล้วเดินไปที่หน้าต่าง ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าเสียงอะไร และใครเป็นคนทำ


     ผมมองจากหน้าต่างลงไปหน้าบ้านก็เห็นมันยืนอยู่พร้อมกับของในมือ


     สมัยเด็กๆ เวลาผมกับมันจะหนีพ่อกับแม่ออกไปเล่นมันก็มักจะโยนกรวดมาที่หน้าต่างผมแบบนี้แหละ เป็นสัญญาณหนี


     ผมเกลียดที่ผมจำเรื่องราวของผมกับมันได้ชัดเจนขนาดนี้


     รู้ตัวอีกทีผมก็ลากตัวเองในสภาพชุดนอนตัวโคร่งมาที่หน้าบ้าน มันยืนยิ้มอย่างไม่รู้สึกว่ามากวนเวลานอนชาวบ้านเค้า ในมือชูกล่องสตรอว์เบอร์รี่ที่มองจากความมืดก็ยังดูออกว่าสีแดงสดใสขนาดไหน


คือกูรู้ว่าบ้านมึงทำสวนสตรอว์เบอร์รี่ แต่ไม่ใช่ว่ามึงจะเอามาให้ชาวบ้านชาวช่องเค้าตอนเที่ยงคืนได้ไง ไอ้สัส


     “เอาสตรอว์เบอร์รี่มาให้” มันกึ่งพูดกึ่งกระซิบแล้วยื่นกล่องสตรอว์เบอร์รี่ผ่านช่องทางรั้วหน้าบ้าน

ผมกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบ แต่มันก็ชักกล่องออกก่อน


     “เอ้า” ผมอุทาน มองหน้ามันอย่างหาเรื่อง


     “ออกมาเอาดีๆ ดิ คนอุตส่าห์เอามาให้ดึกๆ ดื่นๆ”


     ผมอยากจะตะโกนใส่หน้ามันว่า กูบอกให้มึงเอามาให้เหรอออออออออออออ แต่ก็ขี้เกียจจะพูด ไม่ได้ขอยังจะมาทวงบุญคุณกันอีก


     สุดท้ายผมก็จำใจไขประตูบ้านออกไปเอาของจากมันจนได้ ผมแบมือไปข้างหน้า ทำหน้าแบบที่คนโง่ก็ยังแปลออกว่า มึงส่งของมาได้ละ กูจะไปนอน แต่มันดันจับมือของผมแล้วลากไปที่รถกระบะของมันแทน

     

     เนี่ย รู้ตัวอีกทีผมก็มานั่งโง่ๆ ในรถมันแล้ว


     “คาดเข็มขัดสิ” มันสั่ง แต่ผมยังนั่งนิ่ง


     มันหัวเราะนิดๆ แล้วเอื้อมตัวมาดึงเข็มขัดนิรภัยให้ ถ้าคุณกำลังคิดภาพว่าหน้าผมกับมันต้องชิดกันมากจนได้เสียงลมหายใจของกันและกัน คุณคิดผิดครับ เพราะผมเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่สนใจมันสักนิด


     มันคาดเข็มขัดให้ผมและตัวเองเสร็จก็ขับรถออกไป


     “จะพาไปไหน” ผมเอ่ยถามเรียบๆ


     “ที่เดิม” มันตอบเสียงเรียบไม่แพ้กัน


     ความทรงจำเมื่อ 3 ปีที่แล้วฉายซ้ำในหัวผมอีกรอบ คืนนั้นมันเรียกผมออกมาตอนกลางดึก ขโมยรถพ่อ แล้วขับพาผมออกมาที่สวนผลไม้ของบ้านมัน ตอนนั้นมันยังขับเก้ๆ กังๆ อยู่ เพราะพ่อมันเคยสอนไม่กี่ครั้ง แต่เพราะเป็นทางของสวนที่บ้าน มันเลยชำนาญ แต่ตอนนี้เท่าๆ ที่ดูมันดูคล่องแคล่วขึ้นเยอะ


     มันจอดรถที่เดิม กลางสวนผลไม้เงียบสงบที่มีแสงจันทร์ทอดลงมา ดูโรแมนติกเหมือนในหนังฝรั่ง ไอ้บ้านี่มันโคตรเก่งเลยเรื่องแบบนี้ มันจำได้ว่าผมชอบดูดาว มันก็เลยชอบลากผมออกมาแบบนี้บ่อยๆ 


     จริงๆ ผมไม่น่าบอกมันด้วยซ้ำว่าผมชอบที่นี่


     “ลงมาดิ” มันตะโกนบอก พลางปูผ้าผืนนุ่มลงบนกระบะท้ายรถ


     แหม เตรียมมาดีเลยนะมึง


     ผมจำใจเดินลงมาจากรถ เพราะมันไม่เปิดกระจกหรือเปิดแอร์อะไรทั้งสิ้น และผมก็เริ่มจะร้อนขึ้นมาแล้ว เมื่อเปิดประตูลงมา ลมเย็นๆ ในสวนก็พัดเข้าหน้าผม โคตรสดชื่นเลย


     มันทิ้งตัวนั่งลงบนผ้า ผมก็นั่งลงข้างๆ มันด้วย แต่ก็เว้นระยะห่างไม่ให้ใกล้เกินไป


     “ยังชอบดูดาวอยู่มั้ย” มันถาม


     “อืม” ผมตอบเบาๆ เงยหน้ามองท้องฟ้า ผมรักบ้านผมที่สุด เพราะท้องฟ้ากว้าง ดูดาวได้จุใจ ผมเคยไปกรุงเทพฯ ครั้งนึง ที่นั่นท้องฟ้าไม่กว้างเหมือนบ้านเรา คนกรุงเทพฯ คงไม่เคยนอนดูดาวสวยๆ แบบนี้แน่


     ผมเอนตัวลงนอนสบาย ลืมไปแล้วว่าผมมากับมันด้วย ตายังมองดาวไม่ละสายตา ผมรู้ว่ามันไม่ได้มาดูดาวหรอก มันมาดูผมมากกว่า เพราะมองจากหางตา มันจ้องผมท่าเดียว


     “ตัดผมทำไมอะ” มันลูบหัวผมเล่น นิ้วของมันไล่ไปตามกลุ่มผมสีชมพูของผม


     อ่า รู้สึกดีชะมัด


     ผมไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เด็กกรุงเทพฯ ฮิตทำผมสีอะไร อาจจะเป็นสีเทาเหมือนมันมั้ง แต่สำหรับจังหวัดนี้ ตอนนี้ สีชมพูเท่านั้น กำลังมาแรง


     “อยากตัด”


     “แบบนี้ก็น่ารัก” มันพูดยิ้มๆ แล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด ถึงผมจะไม่ชอบกลิ่นบุหรี่เท่าไหร่ แต่ผมก็ชินซะแล้วล่ะ ผมได้กลิ่นบุหรี่ที่บ้านเพราะพ่อทุกวัน 

     

     จริงๆ นักวิทยาศาสตร์ของสักประเทศนึงบนโลกนี้เคยวิจัยไว้ว่าไม่สูบก็เป็นมะเร็งตายได้เหมือนกัน เพียงแค่ดมควันเข้าไปเฉยๆ แม่บอกกี่ครั้ง พ่อก็ไม่เคยเลิกสูบได้ สงสัยจังว่าผมจะตายก่อนพ่อรึเปล่า


     “แล้วสูบบุหรี่ทำไม” ผมหันไปถามมัน


     “ไม่ชอบเหรอ”


     “ชินละ พ่อก็สูบ อยากรู้เฉยๆ”


     “เครียด”


     “เรื่องอะไร”


     “คิดถึงจริง”


     ผมเบือนหน้าให้กับคำตอบของมัน ผมไม่รู้ว่าอันไหนเรื่องจริงเรื่องเล่น มันชอบบอกคิดถึงผม ทั้งๆ ที่เราไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยซ้ำ


     “กินดิ” มันพูดทำลายความเงียบ ยิื่นกล่องสตรอว์เบอร์รี่ให้ผม เปิดกล่องให้เสร็จสรรพ


     “แพคกล่องเองเลยนะ” มันคะยั้นคะยอ


     “ก็เห็นพูดงี้ทุกครั้ง” ผมยักไหล่ หยิบสตรอว์เบอร์รี่ชิ้นนึงเข้าปาก ผมเกลียดที่มันรู้ว่าผมชอบดูดาว ผมชอบกินสตรอว์เบอร์รี่ ผมเกลียดที่มันรู้จักผมดีไปหมด


     “อยากให้รู้ว่าตั้งใจแพคและเอามาให้ ไม่ใช่เอามาให้เฉยๆ” มันพูดเหมือนมีความหมายแฝง ผมไม่รู้ผมคิดไปเองรึเปล่า เอาจริงๆ ผมสบสันกับมันจนเลิกคิดเรื่องพวกนี้ไปแล้ว



     คืนนี้ดาวสวยจริงๆ ฟ้าเปิดเต็มที่ ผมเผลอนอนสบายลงบนท้ายกระบะของมันตอนไหนก็ไม่รู้ แถมมันยังเอาแขนข้างนึงของมันมาให้ผมหนุนอีก 


     อืม ก็สบายเหมือนกันแหละ


     ผมไม่กล้าสบตามันหรอก แต่ก็แอบมองมันด้วยหางตาไม่ได้ มองจ้องผมอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ และยิ่งหน้าเราใกล้กันขนาดนี้


     “จริง”


     “...”


     “จริงยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะ”


     ไอ้สัส


     คำพูดของมันทำให้ผมหน้าร้อนผ่าว ยิ่งมันค่อยๆ เคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ ผมยิ่งเริ่มรู้สึกจะไม่ไหว ผมกำลังจะอ้าปากย้อนถามมันว่า แล้วสาวกรุงเทพฯ น่ารักกว่ามั้ย แต่คำพูดก็ย้อนกลับไปหมด เพราะริมฝีปากของมันบดจูบอยู่บนริมฝีปากของผมแล้ว


     ผมได้รสขมๆ ของบุหรี่ที่มันเพิ่งสูบ แต่ผมก็เดาว่ามันคงได้ชิมรสสตรอว์เบอร์รี่ในปากผมเหมือนกัน ลิ้นของเรากระหวัดกันราวกับว่าจะกวาดคำว่า คิดถึง ทิ้งไป แล้วแทนที่ด้วยความว่า รัก แทน


     แต่ก็ไม่รู้สิ...


     มันยังไม่เคยบอกรักผมเลยสักครั้ง

     ผมไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเราสองคนกำลังทำอะไรอยู่


     ริมฝีปากของมันไล่ต่ำลงมาเรื่อยๆ ผมอยากจะลืมตามองท้องฟ้าหรือมองดาวให้พอใจก่อน เพราะนานๆ จะได้หนีพ่อแม่ออกมาแบบนี้ แต่ก็ทำไม่ได้ เปลือกตาของผมค่อยๆ หลับลงเพราะมันรู้สึกดีเหลือเกิน


     มือซนของมันเคลื่อนเข้าไปในเสื้อนอนตัวโคร่งของผม นิ้วชี้กับนิ้วโป้งล้อเล่นกับส่วนอ่อนไหวตรงนั้น แล้วจัดการถลกเสื้อผมขึ้นไป จากริมฝีปากของมันค่อยๆ เปลี่ยนเป็นลิ้นร้อนไล่ไปตามอก ผมรู้สึกดีจนห้ามตัวเองไม่ให้ร้องครางออกมาไม่ได้


     ผมเกลียดมันที่ชอบทำอะไรแบบนี้กับผม


     แต่ผมเกลียดตัวเองมากกว่าที่ผมยอมให้มันทำแบบนี้ทุกครั้ง


     ผมปรือตามองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เห็นใบหน้าหล่อๆ ของมันกำลังมีความสุขอยู่บนตัวของผม เสียงครางต่ำของมันดังในโสตประสาท พื้นหลังเป็นดวงดาวนับร้อยคอยเป็นพยาน ผมไม่รู้ว่าจะมีภาพอะไรที่สวยกว่านี้บนโลกมั้ย


     ทุกอย่างเหมือนเมื่อ 3 ปีที่แล้วที่ผมกับมันมีอะไรกันครั้งแรก แบบนี้ และตรงนี้ ทุกอย่างเหมือนเดิม ต่างกันแค่เวลาที่เปลี่ยนไป และผมของผมที่สั้นลง


     ผมบอกแล้วว่ามันโคตรเก่งเลยเรื่องอะไรแบบนี้ เพราะไม่นานนัก เราสองคนก็มาถึงฝั่งฝัน ผมนอนหายใจหอบข้างๆ มัน มันหอมหัวผมอีกหนึ่งที แล้วยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกาอย่างเหนื่อยๆ


     “กี่โมงแล้ว” ผมหันไปถาม


     “จะตีสองแล้ว”


     “กลับบ้านเถอะ เดี๋ยวพ่อแม่รู้” ผมตัดใจบอกมัน มันมองผมกลับด้วยสายตาออดอ้อน แต่ผมบอกกับตัวเองว่าผมยอมมันมามากพอแล้ว


     ผมลุกขึ้นใส่กางเกง ติดกระดุมให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินลงมาจากกระบะ อ้อมลงมานั่งที่เบาะข้างคนขับ ผมมองมันผ่านกระจกข้างรถ เห็นมันค่อยๆ เก็บผ้าอย่างอ้อยอิ่ง ราวกับว่าจะรอให้ผมเปลี่ยนใจอยู่ต่อ


     ผมยิ้มให้กับมันในกระจก แต่มันไม่เห็นหรอก


     มันเดินอ้อมมาขึ้นรถ สีหน้างอนเหมือนอูฐหิวน้ำแต่เจ้าของไม่ให้กิน แต่มันก็น่ารักดี ไม่เข้าใจว่าทำไมมีอะไรกันเสร็จ ผมต้องมองว่ามันน่ารักทุกครั้ง

     มันขับรถออกไปในความมืด ผมสังเกตว่ามันขับช้าลงกว่าขามา


     “แชมป์”


     “หื้ม”


     “ถามจริง ตอนนั้นไปทำไมไม่บอก” ผมตัดสินใจถามในสิ่งที่ค้างคาออกไปเพื่อทำลายความเงียบ แต่ดูเหมือนผมจะเลือกคำถามที่ผิดไปหน่อย หรือไม่ก็ถามตรงเกินไป จนผมเริ่มกลัวคำตอบของมัน ถ้ามันเกิดย้อนถามมาว่าผมเป็นใคร ทำไมต้องบอก ทำไมต้องสำคัญตัวผิด ขึ้นมา ผมคงร้องไห้บนรถนี้แน่ๆ


     แต่ผิดคาด มันหัวเราะแล้วยกมือขึ้นมาลูบหัวผมเบาๆ


     “บอกไปแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะมีคนโง่ ไม่เข้าใจที่ต้องการจะสื่อ”


     ผมขมวดคิ้วให้มัน


     นี่มันเพิ่งด่าผมว่าผมโง่เหรอ


     “บอกตอนไหน ไม่เห็นบอกเลย”

     มันจิ้มๆ ที่กล่องสตรอว์เบอร์รี่ที่มันเพิ่งให้ผมมา ในกล่องยังเหลืออีก 4-5 ชิ้น ผมกินคนเดียวไม่หมดหรอก แต่นั่นแหละ ผมยิ่งงงใหญ่ว่ามันจะชี้สตรอว์เบอร์นี่ทำไม


     “บอกไปแล้ว บอกแล้วไงว่าตั้งใจแพคใส่กล่องเองทุกกล่อง ไม่ได้เอามาให้งั้นๆ”


     ผมนึกย้อนกลับไปวันก่อนที่ผมจะรู้ตัวว่ามันจะย้ายไปกรุงเทพฯ มันเอาสตรอว์เบอร์รี่มาให้ผมแบบนี้ แล้วก็ลากผมมาที่สวนแบบนี้ 


     อย่าบอกนะว่าการพาผมมามีอะไรด้วยคือการบอกลาของมันอะ 

     

     ไอ้ชั่ววววว แบบนี้ใครจะไปเข้าใจ


     เซ็กส์สั่งลาเหรอ เรียนที่ไหนมาวะ


     หน้าผมร้อนขึ้นมานิดนึงเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อกี้ ผมเคยมีอะไรกับมันครั้งเดียวตอนนั้น และนี่ก็เป็นครั้งที่สองที่ผมไม่ได้เตรียมใจมา


     ผมเอื้อมมือไปเปิดวิทยุฟังเพื่อทำลายความเงียบ พยายามจูนหาคลื่นวิทยุชุมชนที่เกี่ยวกับธรรมะ ดึกๆ แบบนี้เค้ามักจะเปิดบทสวดมนต์ ผมเคยได้ยินพ่อฟังบ่อยๆ เผื่อว่ามันจะทำให้ผมคิดบาปกับเพื่อนน้อยลงกว่านี้


     แต่ก็ดูเหมือนจะหาไม่เจอ ผมล้มเลิกความตั้งใจด้วยการจูนหาคลื่นเพลงฝรั่งที่ผมฟังประจำ เพราะถ้าปิดวิทยุตอนนี้ไปห้วนๆ คงกระอักกระอ่วนกว่าเดิมแน่



Long nights, daydreams


Sugar and smoke rings, I’ve been a fool


But strawberries and cigarettes always taste like you


     ผมอยากเลิกฟังคลื่นนี้ไปตลอดชีวิต เพราะมันเสือกเปิดเพลง Strawberries & Cigarettes ของ Troye Sivan ขึ้นมา ผมกลับไปคิดเรื่องของผมกับมันเมื่อกี้อีกครั้งแล้วรู้ตัวเลยว่าหน้าแดงขึ้นมาอีกแน่ๆ 


     ผมเกลียดที่มันเหลือบมามองผมนิดนึงแล้วร้องคลอไปกับเพลง


     ผมเกลียดมันจริงๆ นะ...


     ผมเอื้อมมือจะไปปิดวิทยุ แต่มือมันมากุมมือผมไว้ก่อนที่ผมจะปิดได้


     รถค่อยๆ จอดลงหน้าบ้านผม มันขับมาส่งผมด้วยมือข้างเดียว เพราะมืออีกข้างกุมมือผมมาตลอดทาง เหลือเชื่อจริงๆ ถนนก็มืด มันยังขับมือข้างเดียว แล้วมันมีใบขับขี่ยังวะเนี่ย นี่ผมเอาตัวเองมาเสี่ยงกับมันขนาดนี้เลยเหรอ


     “มีอะไรจะถามอีกมั้ย” มันหันมามองหน้าผม ไม่ยอมปล่อยมือ


     ผมอยากโทรไปให้ดีเจช่วยเปิดเพลง ปลิว ของ พลอยชมพูให้หน่อย อยากให้เค้าช่วยร้องท่อน อยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำ บอกให้เธอฟังไม่ได้ซักคำ แทนความรู้สึกผมที แต่มันดันเป็นคลื่นเพลงฝรั่งซะนี่


     “ไม่มี” ผมตอบห้วนๆ กลับไปแทน มันยื่นหน้าเข้ามาจูบผมโดยที่ไม่ได้ตั้งตัว ผมเผลอจูบตอบมันกลับไป จูบคราวนี้ไม่เหมือนครั้งอื่นๆ จนรู้สึกได้ แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร ผมรู้สึกจุกอกเหมือนน้ำตาจะไหลออกมา 


     ทำไมผมรู้สึกเหมือนกำลังจะโดนทิ้งอีกรอบเลยวะแม่ง

     

     มันผละหน้าออกไป แต่ผมยังได้ยินเสียงลมหายใจของมันอยู่ มันขยับปากเหมือนจะพูดอะไร ผมเกร็งปากลุ้นตามมัน แต่พอมันไม่ได้พูดอะไรออกมาผมก็หงุดหงิดขึ้นมาซะอย่างนั้น

     ผมเปิดประตูลงจากรถ แต่มันบอกให้ผมหยิบกล่องสตรอว์เบอร์รี่ลงไปด้วย


     หึ เห็นแก่ของชอบนะ ไม่งั้นไม่หยิบมาหรอก


     ผมปิดประตูเสียงดังประชดมัน แต่ลืมไปว่าอาจจะทำให้พ่อแม่ตื่นได้ ผมห่อไหล่เพราะตกใจ แต่คงไม่มีใครได้ยิน ผมได้ยินแต่เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของมันตามหลังมาเท่านั้น หึ หัวเราะไปเหอะ ผมไม่คิดหันไปมองหน้ามันด้วยซ้ำ







     ผมเดินกลับเข้ามาในบ้าน บ้านยังเงียบสงบ พ่อแม่ไม่ได้ตื่นมาด่าผม แค่นี้ก็ดีใจแล้ว


     ผมเปิดตู้เย็น ยัดกล่องสตรอว์เบอร์รี่เข้าไปสักซอกนึงของตู้ ไม่สนใจว่ามันจะบอกว่าตั้งใจแพคมาให้ก็ตาม

ไอ้คนใจร้าย


     ผมกำลังจะก้าวขาขึ้นบันได แต่ก็เหลือบไปเห็นห้องเก็บของใต้บันไดก่อน แล้วก็เปลี่ยนใจขึ้นมาดื้อๆ


     ผมมุดตัวเองเข้าไปในห้องเก็บของเล็กๆ ลากกล่องๆ นึงที่เขียนว่า ม.ต้น ออกมาตรงโซฟาแล้วทิ้งตัวลง มือค่อยๆ เปิดกล่องออก ต่อให้เป็นโจรมาบุกบ้านก็คงจะรู้ว่าของข้างในคือของสะสมของผมสมัยม.ต้น และโจรคงจะข้ามกล่องนี้ไป แต่สำหรับผมมันโคตรมีค่า ในกล่องมีของเล่นที่ผมเคยเล่นสมัยนั้นเต็มไปหมด การ์ดยูกิ เบย์เบลด ลูกแก้ว ทามาก็อด สมัยนั้นผมเล่นหมดแหละ แน่นอนว่าครึ่งนึงในนี้ไอ้แชมป์ซื้อให้ผม เพราะพ่อแม่ไม่ค่อยซื้อของเล่นให้เท่าไหร่


     ผมคุ้ยมาใต้กล่อง เริ่มรู้สึกเกลียดตัวเองนิดๆ ที่ตัวเองยังเก็บกล่องสตรอว์เบอร์รี่ที่มันให้ผมก่อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้วไว้อยู่ ตอนนั้นผมจัดการล้างมันอย่างดีแล้วเก็บเข้ากล่อง วันนั้นคือวันสิ้นสุดชีวิตม.ต้นของผมก็ว่าได้ เพราะมันไม่มีความหมายแล้วเมื่อไม่มีแชมป์


     ผมฝืนหัวเราะสมเพชๆ ให้กับตัวเองที่ยังเก็บมันไว้อยู่ ไม่ใช่กล่องอย่างเดียวหรอก ความรักที่ผมมีให้มันก็ยังเก็บไว้อยู่ได้ตั้งนาน


     ผมพลิกกล่องเปล่าๆ ไปมา นี่เหรอคำบอกลาของมัน งี่เง่าสิ้นดี เอาของกินมาล่อเนี่ยนะ


     แต่จู่ๆ ผมก็เหลือบไปเห็นเทปกาวที่แปะอยู่ใต้กล่อง ทั้งเหลืองและเก่า และดูเหมือนจะค่อยๆ หลุดรุ่ยตามกาลเวลา ผมแกะเทปกาวออก เห็นกระดาษสีขาวเกือบเหลือง อยู่ใต้กระดาษแข็งที่รองสตรอว์เบอร์รี่เอาไว้


     ผมขมวดคิ้ว ค่อยๆ คลี่แผ่นกระดาษออกแล้วอ่านอย่างตั้งใจ


__________________________________


พรุ่งนี้แชมป์จะย้ายไปเรียนม.ปลายที่กรุงเทพฯ แล้วนะ ขอโทษที่ไม่ได้บอกต่อหน้า แชมป์ไม่รู้จะบอกจริงยังไง แชมป์มีหลายเรื่องเลยที่ไม่กล้าบอกจริงต่อหน้า แชมป์ขอโทษนะ แต่จริงรอแชมป์นะ แชมป์จะรีบเรียนแล้วจะรีบกลับมาบอกคำที่ไม่ได้บอกจริงต่อหน้า


แชมป์ชอบจริงนะ...

_________________________


     ผมรู้สึกถึงน้ำตาที่รื้นมาที่หัวตาก่อนจะหยดแหมะลงบนมือตัวเอง


     แชมป์บอกลาแล้วจริงๆ แต่ผมโง่เอง 


     แชมป์ตั้งใจแพคสตรอว์เบอร์รี่มาให้จริงๆ แต่ผมโง่เอง


     แล้วผมยังมีหน้าไปโกรธมันอีก


     ผมปล่อยโฮออกมาครั้งใหญ่ กอดกระดาษแผ่นนั้นไว้กับอก ผมไม่ได้ร้องไห้หนักแบบนี้ตั้งแต่วันที่รู้ว่าแชมป์ไปกรุงเทพฯ ผมทิ้งตัวนอนลงบนโซฟา ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาให้หมด ยอมรับว่าตัวเองโง่แต่โดยดี


     รู้สึกดีใจ แต่ก็รู้สึกผิด ถ้าผมรู้เร็วกว่านี้ก็คงจะดี


     ผมร้องไห้จนเผลอหลับไป พรุ่งนี้ผมจะไปบอกแชมป์ว่าผมก็รักเค้าเหมือนกัน





     

     ผมตื่นขึ้นมาเพราะเสียงดุของแม่

     “อ้าว ทำไมมานอนที่โซฟาล่ะจริง แล้วกล่องอะไรเนี่ย เอาออกมาทำไม มีอะไรรึเปล่าลูก”


     “ไม่มีอะไรครับๆ” ผมลุกขึ้นปาดขี้ตา กระดาษแผ่นนั้นยังอยู่ในมือผม ผมนอนกอดเอาไว้ทั้งคืนไม่รู้ตัว


     ผมเดินเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา ก่อนจะเดินไปหน้าบ้าน วันนี้ต้องได้คุยกับแชมป์ให้รู้เรื่อง


     ผมกดออดหน้าบ้านแชมป์ แต่บ้านกลับเงียบ


     “แม่!!!” ผมตะโกนกลับไปในบ้าน


     “บ้านนี้ไปไหนอะ ทำไมเงียบ”


     “เค้าก็ไปส่งลูกเค้าที่สนามบินสิ ไอ้ลูกคนนี้ เค้าออกไปตั้งแต่ตีห้าแล้ว ไม่ได้ยินเสียงรถเหรอ นอนเพลินเลยสิเรา”


     ใจผมร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม


     แชมป์

     มึงหนีกูไปอีกแล้วเหรอ



     ผมกำกระดาษในมือแน่น น้ำตาไหลลงมาอีกแล้ว แต่คราวนี้ผมรีบปาดมันทิ้งไป เพราะแม่เดินตามผมออกมานอกบ้าน


     “ป้าพัชกับลุงอ่ำเค้าไปส่งแชมป์ที่สนามบิน จะคุยอะไรก็ค่อยคุยกัน สายๆ เดี๋ยวเค้าก็กลับมาแล้ว” แม่บอก


     ผมอยากจะบอกแม่ว่าผมไม่ได้อยากคุยกับป้าพัชหรือลุงอ่ำหรอก ผมอยากคุยกับไอ้เชี่ยแชมป์มากกว่า


     มันฟันลูกแม่แล้วทิ้งไปสองรอบแล้ว เคยรู้บ้างมั้ยเนี่ย


     ผมกอดปลอบตัวเอง แล้วพาร่างพังๆ เข้ามาในบ้าน เห็นแม่เดินวนอยู่ในครัว กำลังจะทำกับข้าว แล้วผมก็เหลือบไปเห็นตู้เย็น


     อย่าบอกนะว่า...


     “อ้าว สตรอว์เบอร์รี่บ้านนู่นนี่ เค้าให้มาเมื่อไหร่ล่ะจริง ได้ขอบคุณเค้ารึเปล่า” แม่หยิบกล่องสตรอว์เบอร์รี่ออกมาจากตู้ ผมรีบคว้ากล่องมาจากมือแม่อย่างร้อนรน


     “เอ้า เบาๆ สิลูกคนนี้ เดี๋ยวสตรอว์เบอร์รี่ก็ช้ำหมด  แล้วนี่เรากินคนเดียวครึ่งกล่องเลยเหรอเนี่ย แอบมากินดึกๆ  ใช่มั้ย ถึงว่ากลับคาโซฟาเลย อิ่มขนาดนั้นเชียว” แม่พูดแกล้งหยอก แต่ผมแทบไม่ได้ฟัง


     ผมกวาดสตรอว์เบอร์รี่ออกจากกล่องลงบนเคาท์เตอร์ครัว แล้วแกะกระดาษแข็งที่รองใต้กล่องออก

    

     “เอ้า ลูกคนนี้ ทำไมเทแบบนั้น ไหนบอกชอบกิน ของตั้งแพงนะลูก”


     จริงๆ ด้วย 


     ผมเห็นกระดาษสีขาวซ่อนอยู่ใต้กระดาษแข็ง ผมหยิบออกมาแล้วกวาดสตรอว์เบอร์รี่กลับเข้าไปในกล่องลวกๆ บอกขอโทษแม่แล้วกำกระดาษแผ่นนั้นเดินขึ้นห้องนอน


     ผมล็อคประตูห้องนอน ทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างรีบร้อน มือคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกอ่าน


_____________________________



     พรุ่งนี้แชมป์ไปเรียนต่อกรุงเทพฯ นะ ไปเรียนมหาลัยอีก 4 ปี เดาว่าเมื่อคืนแชมป์ก็คงไม่กล้าบอกต่อหน้าอีกแล้ว ขอโทษนะที่ป๊อด ขอโทษทุกอย่าง แต่แชมป์ยังชอบจริงเหมือนเดิมนะ จริงรอแชมป์นะ


_____________________________


     ไอ้เหี้ยแชมปปปปปปปปปป์


     มึงกล้าเอากู แต่มึงไม่กล้าบอกรักกูเหรอ 


     ไอ้เวรรรรร

     

     มึงนี่มันเหี้ยจริงๆ


     ผมขยำกระดาษแล้วปามันอัดกำแพงห้อง ต่อยหมอนไปด้วยอีกทีนึง

     

     ไอ้เวรเอ้ยยยยยยยย ผมอยากตะโกนคำนี้ให้ลั่นบ้านแล้วดังไปถึงบ้านนู้น


     แต่สุดท้ายผมก็เดินกลับไปหยิบกระดาษก้อนนั้น แล้วคลี่มันกลับมาสภาพเดิม ผมพลิกดูหน้าหลัง เผื่อแม่งจะมีลูกเล่นอะไรอีก


     แล้วแม่งก็มีจริงๆ ด้วย


___________________________



     ไม่กล้าบอกรักแต่กล้าให้เบอร์แล้วนะ

     ถ้าคิดถึงก็โทรมาหากันได้มั้ยอะ

     091-123-4567


__________________________


     หึ ไอ้เวร  ทีเงี้ยทำมาเป็นกล้า ใครจะโทรหามึง


     ผมเดินลงไปชั้นล่าง ควานหาโทรศัพท์ที่ตกอยู่ตรงไหนไม่รู้แถวๆ โซฟา พอเจอแล้วผมบรรจงเมมเบอร์ของไอ้เชี่ยนั่นลงโทรศัพท์


     ค่เมมไว้เฉยๆ หรอก เรื่องอะไรจะโทร ใครจะคิดถึงมึง


     ไอ้โจรฟันแล้วทิ้ง

     ( ฮือ กูอยากร้องไห้ )



     ติ๊ง ติ๊ง


     เสียงกรุ๊ปไลน์ห้องม.6 ดังแบบนี้ทุกเช้า ผมกดเข้าไป read ผ่านๆ ให้มันไม่มีแจ้งเตือนแดงๆ ขึ้นมาก็เท่านั้น เพราะผมไม่ชอบเห็นไอ้แดงๆ ตัวนั้นเท่าไหร่


     ผมอดแอบเข้าไปดูช่อง friend recommendations ไม่ได้ เลื่อนๆ ลงมามีแต่คนเดิมๆ จนกระทั่งสะดุดกับ




     แอพฯ ห่านี่ก็ฉลาดจริงๆ แค่เมมเบอร์เฉยๆ แม่งก็ขึ้นแล้ว


     แล้วไงต่อดีอะ


     ผมควรจะแอดมันไปดีมั้ยเนี่ย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #6 Preaw1104 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 07:38
    เข้าใจเลย ทั้งรักทั้งโกรธ
    #6
    0
  2. #5 Rainbowflick (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 21:44

    เหมือนหัวใจจะหลุดออกมาเลยแง ทั้งชอบทั้งเขิน ทั้งจี๊ดๆใจไปด้วย TT

    #5
    0
  3. #3 J_EtoileNoire (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 11:21
    อ่านกี่รอบก็ยังชอบเหมือนเดิม
    #3
    0
  4. #2 fAh_svt17 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 09:44
    น่ารักก วงวารน้องจริงแต่ก็ขำด้วยเหมือนกัน แง5555
    #2
    0
  5. #1 sakaki miyaza (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 17:26
    เคยยอ่านนในจอยยยยย อ่านกี้รอบก็แบบบ อิพี่แชมป์ควรบอกไหมละ เฮ้ออออ5555 ยังดีที่กล้าให้เบอร์ ถ้าไม่ให้จะเเบบจร้าาามาก
    #1
    0