ตอนที่ 8 : การตัดสินใจของเมอิและกาบุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ต.ค. 57

ตอนที่ 7 - การตัดสินใจของเมอิและกาบุ

           

            กาบุเองก็กำลังถูกคุมขังอยู่ในถ้ำระหว่างที่มีการตัดสินโทษ มันมองท้องฟ้าที่มีดวงดาวเปล่งประกายส่องสว่างจากรอยแยกของช่องหินแล้วก็นึกเศร้า ท้องฟ้าที่สวยงามขนาดนี้แต่กลับไม่มีโอกาสได้เห็นชัดๆ

            ....อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด.... เคยมีใครสักคนพูดเอาไว้ แต่กาบุไม่สามารถห้ามความคิดนี้ได้ดีเท่ามนุษย์ ในช่วงระหว่างที่มันถูกจับให้สำนึกตกในคุกแคบๆ มันก็ช่วยไม่ได้เลยที่บรรยากาศของคุกจะทำให้มันนึกถึงเหตุการณ์แย่ๆ ที่เคยเกิดขึ้น

            ตอนที่มันยังเป็นเด็ก... มีการท้าแข่งประลองกระโดดไกลจัดขึ้นโดยพวกแบร์รี่ ใครๆ ก็รู้ว่าแบร์รี่เป็นหมาป่าที่เชี่ยวชาญในการล่าแค่ไหน เรื่องกระโดดข้ามหุบเหว มันทำได้ง่ายๆอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่แค่แบร์รี่ ทุกตัวก็ทำได้เช่นกัน จนมาถึงตัวกาบุ...

            ข้ามมาเร็วๆเด้ กาบุ แกเป็นหมาป่ารึเปล่า?

            กาบุในอดีตยืนเก้ๆกังๆ พลางจ้องมองช่องเหวเบื้องหน้า ถึงตกลงไปอาจจะเจ็บไม่มาก แต่ช่วงเวลาตกมันก็น่ากลัวอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?

            เร็วๆสิวะ เนี่ยทุกตัวยังทำได้เลย แบร์รี่เร่ง หมาป่าอีกสามตัวหันไปแสยะยิ้มร่วมกัน ราวกับกำลังท้าพนันกันว่า กาบุจะกล้ากระโดดข้ามมาหรือเปล่า

            กาบุไม่อยากถูกเพื่อนไม่ยอมรับ... ยังไงมันก็ต้องกระโดด อย่างน้อยเวลาล่าเหยื่อก็ต้องมีทักษะแบบนี้ติดตัวไว้บ้าง... มันคิดแล้วก็ค่อยๆ ถอยออกไป และวิ่งเตรียมจะกระโดดข้าม....

            หวา!!” มันเบรกกะทันหันจนเกือบจะตกขอบเหว... จู่ๆความกล้าก็หดหายไปหมดเมื่อนึกว่าตัวเองจะต้องกระโดดข้ามเหว.... ฝูงหมาป่าที่อยู่อีกฝั่งเริ่มพ่นเสียงลมออกมาจากทางปาก

            ฉับพลัน ขอบหินที่กาบุกำลังยืนอยู่ก็ทลายลงมาเพราะน้ำหนักของมัน กาบุใจหายวาบและรีบตะเกียกตะกายเกาะขอบพื้นด้านหลังไว้ มีเพียงขาหน้าทั้งสองข้างเท่านั้นที่เกาะเอาไว้ได้ ส่วนตัวช่วงล่างห้อยต่อยแต่งอยู่กลางอากาศ

            มันกลัว... จะตกอยู่แล้ว อีกนิดเดียว... มันพยายามจะเอาขาด้านล่างเกาะขอบหินไว้แต่มันไม่มีขอบให้เกาะ จึงปีนขึ้นมาไม่ได้เสียที

            เหล่าฝูงหมาป่าด้านหลังเริ่มกราดเสียงหัวเราะ...

            ฮ่าๆๆๆ!! นี่แกยังกล้าเรียกตัวเองว่าหมาป่าเรอะเนี่ย ฮ่าๆๆๆ!”

            กาบุคิดมาถึงตรงนี้ น้ำตาก็ไหลออกมา มันรู้สึกเสียใจ ตอนนั้นมันอาจจะตกหรือไม่ตกก็ได้ แต่กลับไม่มีหมาป่าตัวไหนยอมช่วยเลย

            ตลอดเวลาที่อยู่ในฝูง แม้จะหาเหยื่อมาให้กับฝูงแค่ไหนก็ไม่มีใครเห็นค่า ยังไงก็ยังถูกหมาป่าที่ยศสูงกว่ากดขี่อยู่ดี นี่เป็นครั้งแรกที่มันทำความผิดจนต้องมาติดคุกแบบนี้ แต่ว่ากลับไม่มีใครมาปกป้องเลยแม้แต่น้อย

            ถ้าเมอิรู้ว่าเราจะออกไปหาเขาไม่ได้อีกแล้ว... กาบุคิด ...เมอิจะเป็นห่วงเรามั้ยนะ?

            เมอิ.... มันคิดในสิ่งที่เป็นไปได้ บางทีถ้าเมอิเป็นหมาป่าเหมือนกันกับมัน บางทีคงมีแต่เมอิเท่านั้นที่จะช่วยเหลือมัน

 

            ฝ่ายเมอิ... หลังจากค่ำคืนแห่งความสับสนผ่านพ้นไป มันได้ตื่นขึ้นมาเพราะมีเสียงฝีเท้าเป็นกลุ่มใหญ่ใกล้เข้ามา

            เมื่อมันลืมตาขึ้นจึงเห็นว่าเป็นผู้เฒ่าของฝูงแพะ

            เมอิ... เจ้าตัดสินใจได้หรือยังว่าจะทำยังไงต่อไป?

            ผู้เฒ่าถามมัน เมอิพยักหน้าน้อยๆ... หลังจากที่ยายของมันเล่าเรื่องแม่ให้มันฟัง มันก็คิดอะไรได้บางอย่าง...

            เอาล่ะ ข้ามาคิดๆดูอย่างรอบคอบแล้ว ผู้เฒ่าไอติดต่อกันอีกสามครั้ง เจ้าหมาป่าตัวนั้น... เจ้าอยากจะเจอมันอีกหรือเปล่า?

            เอ๊ะ!?” เมอิสับสน กาบุหรือครับ?

            อ้า...ใช่แล้ว ผู้เฒ่าพูด ถ้าหากพวกมันคิดจะใช้แผนนี้โดยการใช้ตัวเจ้าเป็นเครื่องมือแล้ว.... ทางเราเองก็จะชิงทำก่อน โดยเจ้า... จะต้องทำตามแผนของเรา โดยใช้เจ้าหมาป่านั่นเป็นเครื่องมือ

            เมอิอึ้งไปเล็กน้อย

            เจ้าจะได้พบกับหมาป่าตัวนั้นอีกหน เมื่อเจอมัน... ก็ทำท่าให้เป็นปกติ จากนั้นก็ลอบถามมัน... ฝูงของมันอาศัยที่ไหน มันออกล่าที่ไหน และมันไม่ออกล่าที่ไหนบ้าง แผนล่าครั้งต่อไป.... ถ้าหากเจ้าทำ เจ้าจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในฝูงเราได้เหมือนที่เคยเป็นมา... เจ้าจะว่ายังไงล่ะ?

            เมอินึกไม่ถึงเลยว่ามันจะทำอะไรแบบนั้นได้ มันทำได้ง่ายเสียที่ไหน บางที...เพราะมันไม่คิดจะทำอยู่แล้วก็เลยอาจจะนึกวิธีไม่ออก

            แต่แล้ว....

            ครับ เมอิตอบรับ ผมจะทำ

 

            ทางฝ่ายกาบุ การตัดสินของมันออกผลมาแล้ว จ่าฝูงจิโร่ แบร์รี่ และหมาป่าตัวอื่นๆต่างมารุมล้อมกันที่ปากถ้ำเพื่อบอกข่าว...

            กาบุเงยหน้าขึ้นมองฝูงของตัวเองด้วยแววตาเศร้าๆ ตลอดคืนที่ไม่ได้แตะทั้งน้ำทั้งอาหาร ทำให้มันเพลียมาก

            ไง กาบุ จิโร่เริ่ม

            การตัดสินโทษของแกออกมาแล้วน้า... แบร์รี่แสยะยิ้มทำหน้าเจ้าเล่ห์ กาบุเอ่ยเสียงแหบแห้งเป็นการตอบรับและเฝ้ารอโทษที่มันจะต้องได้รับ....

            ในนามของฝูงเรา จิโร่ยื่นหัวเข้ามาในหลุม เจ้าจะถูกส่งไปหาความตาย

            กาบุหายเพลียเป็นปลิดทิ้ง มันเกาะผนังถ้ำไว้แน่นอย่างตกใจ ไม่นึกว่าความผิดแค่นี้จะต้องโทษหนักขนาดนั้น

            แต่ว่า!” จิโร่พูดตัดบท เหมือนจะดูท่าทีของกาบุก่อน ยังไงเสีย พ่อของเจ้าก็เป็นเพื่อนรักของข้า ฉะนั้น... ข้าจึงตัดสินใจจะมอบโอกาสให้เจ้าอีกครั้งเดียว

            คะ...ครับ กาบุเอ่ยเสียงสั่นด้วยความเกรงกลัว

            แพะที่เจ้าเคยพบกัน... จงไปพบมันอีกครั้ง จิโร่สั่ง

            เห!? เมอิหรือครับ กาบุไม่อยากเชื่อว่าจิโร่จะสั่งให้มันไปพบเมอิด้วยจุดประสงค์ดี... แล้วมันก็สังหรณ์ถูก

            ใช่แล้ว จิโร่พูด ใส่สีหน้าให้เป็นปกติ จากนั้นก็หลอกถามมัน แหล่งหากินที่มันโปรดปรานอยู่ที่ไหน มีแพะกลุ่มอื่นอีกหรือไม่ที่ติดต่อกับมัน มันชอบหรือไม่ชอบไปที่ไหน

            ฮ่ะๆๆๆ! ดีจังเลย ดีจังเลย กาบุน้องรัก แบร์รี่หัวเราะ ชีวิตเจ้าจะได้ไม่เสียค่าไปนะ สิ่งที่แกต้องทำก็คือสืบเรื่องของมันให้ทะลุปรุโปร่ง แล้วพวกเราเพียงฝูงเดียวเท่านั้นที่จะไม่มีวันอดอยากเรื่องอาหารอีกต่อไป!”

            ฟังอีกครั้ง กาบุ จิโร่พูดเสียงดังข่มแบร์รี่ เจ้ามีโอกาสแค่ครั้งเดียวเท่านั้น หากข้าเห็นว่าเจ้ากำลังจะทำอะไรโง่ๆอีกครั้งละก็... คราวนี้ไม่มีการละเว้นโทษแล้วนะ

            ถึงตอนนี้ คำพูดของจิโร่ดังชัดในหูของกาบุ

            ด้วยเกียรติของฝูงเรา ผู้ทรยศจะไม่มีวันมีชีวิตรอดต่อไปในโลกนี้ เราจะตามล่ามัน และล่าหัวของมันมา ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม

            เข้า...เข้าใจแล้วครับ กาบุผงกหัว ...ผม...ผมจะทำตามครับ

            ฝูงหมาป่าหัวเราะขบขันกับท่าทีนั้น กาบุก้มลงมองพื้นหิน แล้วกำอุ้งเล็บไว้แน่น...

 

            ขณะเดียวกัน เรื่องของเมอิและกาบุนั้นก็กลายเป็นข่าวแพร่กระจายไปทั่วหุบเขา เสียงลือจากหุบเขาฝั่งโน้น ข้ามแม่น้ำมาฝั่งนี้ และไปจบที่ป่าดงดิบอีกด้าน สรรพสัตว์ต่างคุยกันถึงเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น... หมาป่าเป็นเพื่อนกับแพะ... พวกมันต่างพากันยกโขยงจะไปดูเหตุการณ์ให้เห็นกับตาจริงๆ เพราะฉะนั้น เมื่อมีข่าวหลุดรอดออกมาว่า หมาป่ากับแพะตัวนั้นจะนัดพบกันใกล้กับริมแม่น้ำ พวกมันก็ยอมละทิ้งหน้าที่การหาอาหารและเลี้ยงดูลูก ออกมาดูกันใหญ่

            ...กาบุมารอเมอิเร็วกว่าในคราวนี้ นั่นเพราะฝูงกำลังแอบดูพฤติกรรมของมันอย่างไม่วางตา ฝ่ายเมอิเองก็เดินมาพบกาบุใกล้กับริมแม่น้ำ ท่ามกลางสายตาของฝูงที่เฝ้าอยู่จากเนินห่างออกไป เหล่าสรรพสัตว์ทั้ง ลิง กระรอก นก ต่างๆนานา ต่างแอบซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ จับตาดูทั้งสองตัว

            ขอโทษนะที่ฉันมาสาย เมอิพูดด้วยน้ำเสียงไม่สดใส

            ไม่เป็นไรร้อก.... กาบุพูดด้วยน้ำเสียงขาดชีวิตชีวา ฉันเองก็เพิ่งมา

            อืม แล้ววันนี้เราจะทำอะไรกันดีล่ะ? เมอิถาม ไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย กาบุเองก็ทำเช่นเดียวกัน เลยไม่มีใครสังเกตเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย

            นั่นสินะ... เราไม่ลองไปเดินไต่ลงไปตามแม่น้ำดูล่ะ...ฮ่ะๆๆ กาบุพยายามอย่างยิ่งที่จะหัวเราะแต่เขาทำได้ไม่ดีเลย เมอิพยักหน้า... ยังไงวันนี้เขาก็ไม่มีกะจิตกะใจจะเที่ยวอะไรทั้งนั้น การมาพบหน้ากาบุวันนี้มันไม่สนุกเลยจริงๆ

            ทั้งสองตัวเดินลงไปตามแม่น้ำที่เริ่มกลายเป็นสีน้ำตาลเพราะชะเอาดินจากหุบเขามาด้วย ท้องฟ้าเองก็เริ่มแปรสภาพจากสดใสเป็นมืดครึ้มไปแล้ว ดูเหมือนอีกไม่นานฝนจะตกแน่

            กาบุต้องพาเมอิมาอยู่ต่อหน้าฝูงที่แอบหลบซ่อนอยู่ เพื่อที่ฝูงจะได้สังเกตพฤติกรรมมันง่ายขึ้น ในระหว่างที่เดินกันอยู่ มีแต่ความเงียบที่น่าอึดอัด ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าตัวเองต้องเจออะไรและถูกใช้ให้ทำอะไร ทั้งสองฝ่ายจึงได้แต่คิดวนไปวนมาถึงอีกฝ่ายหนึ่ง

            ....ถ้าเราหลอกถามเรื่องฝูงแพะ ทั้งเพื่อนของเมอิ ครอบครัวที่เหลือ หรือแม้แต่เมอิก็คงไม่รอด.... กาบุคิด

            ....ถ้าเราหลอกถามกาบุเรื่องฝูงหมาป่า ฝูงของเราก็คงต้องย้ายออกไปจากหุบเขานี้แน่ และเราก็คงจะไม่ได้พบกับกาบุอีกแล้ว... เมอิคิด

            ขณะเดียวกัน จิโร่ที่เฝ้าดูอยู่ก็อดโกรธกาบุไม่ได้ ที่ดันไปเห็นแพะที่น่ากินตัวนี้มาเป็นเพื่อน

            หนอย เจ้ากาบุ ข้าไม่ให้อภัยเจ้าแน่.... แค่ข้าเห็นแพะก็นึกโมโหแล้ว ไอ้สัตว์แบบนี้มันไม่มีค่าอะไรนอกจากอาหารเท่านั้นหรอก

            เอาน่า ท่านจิโร่ พอพูดเรื่องแพะทีไรเป็นต้องหงุดหงิดทู้กที แบร์รี่เอามือแตะๆขนของหัวหน้า อย่าอารมณ์เสียเลยนะจ้ะ นะจ้ะ

            จิโร่เหลือบตามองแบร์รี่โดยไม่พูดอะไร ทำให้อีกฝ่ายต้องรีบหุบปากทันที

           

            เมอิเหลือบตามองขึ้นฟ้าเพราะจู่ๆก็มีหยดน้ำหล่นมาถูกหลังมัน ในขณะที่เมฆฝนที่อยู่ตรงหัวมันผ่านพ้นไป ฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมาทันที

            ว้า แย่ชะมัด กาบุรีบมองหาที่หลบ แล้วก็เจอ ไปหลบใต้หินนั่นกันก่อนเร็ว

            เมอิพยักหน้า แล้วก็มองไปยังจุดที่กาบุชี้... ใต้ขอบเนินที่ยื่นออกมา มีที่พอให้หลบพอดี... เพียงแต่ว่า มันต้องข้ามแม่น้ำอันเชี่ยวกรากนี้ไป

            ระวังด้วยนะ ตรงนี้มันลื่นมาก กาบุหันไปเตือนเพื่อน เมอิพยักหน้าแล้วให้กาบุนำทางก่อน ส่วนมันก็ค่อยๆเดินไปบนก้อนหินอย่างระมัดระวัง

            เปรี้ยง!

            อ๊าก!!” ทั้งกาบุและเมอิร้องพร้อมกัน เมอิกระโดดโหยงจากหินอีกก้อนหนึ่งเอาตัวมาชิดกับกาบุอย่างลืมตัว กาบุเองก็แข็งนิ่งเป็นก้อนหินไปแล้วเรียบร้อยเพราะความช็อก หนนี้ฟ้าเปิดโล่ง ไม่ได้อยู่ในกระท่อม ทำให้เสียงฟ้าผ่ายิ่งดังเป็นทวีคูณ

            ...ระ ระวังนะ กาบุพยายามจะไม่ตกใจเสียงฟ้าผ่าอีก เพราะพวกมันอาจมีสิทธิ์ลื่นตกลงไปน้ำแม่น้ำนี้ได้ และถ้าได้ลื่นตกลงไปแล้วก็อย่าหวังเลยว่าจะกลับขึ้นมาได้อีก....

            แม่น้ำไหลแรงมากขึ้นเพราะฝนตกหนัก แต่ทั้งสองตัวก็ยังข้ามไม่พ้นเสียที หินบางก้อนเขยื้อนออกจากที่ สายน้ำที่ไหลเชี่ยวซัดกระทบกับก้อนหิน กาบุจับมือเมอิไว้แน่นทุกก้าวที่เมอิขยับตัว เมอิเองก็ระวังตัวเองสุดตัวเหมือนกัน

            เปรี้ยง!

            โอ้ยยยย!” กาบุยกมือปิดหู ลืมไปสนิทว่า มืออีกข้างจับเมอิอยู่ เมอิเองตกใจกับเสียงฟ้าร้องสุดตัวก็เลยเอี้ยวตัวไปด้านหลัง....

            เมอิ!!”

            กาบุจะคว้าตัวไว้ก็คว้าไม่ทันเสียแล้ว เมอิพลัดตกน้ำไป ทว่า มือข้างหนึ่งกลับยืดออกมาจนสุด กาบุทันเห็นพอดีเลยรีบคว้ามือนั้นเอาไว้ และยึดตัวเองไว้กับก้อนหิน

            จับแน่นๆ.... กาบุพยายามดึงเมอิขึ้นมา แต่ว่าแรงของน้ำที่พัดพามันเหลือเชื่อจริงๆ กาบุใช้มืออีกข้างยึดก้อนหิน ส่วนอีกข้างก็ดึงแพะขึ้นมา เมอิเองแทบออกแรงไม่ได้แต่มันก็พยายาม มันไม่ยอมให้กาบุต้องตกลงมาด้วยเพราะมันแน่...

            กาบุใช้แรงทุกอย่างของมันที่มี ดึงเมอิขึ้นมา...

            ....โฮ้.... กาบุดึงตัวเมอิขึ้นมาบนท้องของมัน นายนี่... ซุ่มซ่ามเหมือนเคยเลยนะ

            ใช่แล้วล่ะ... ฉันซุ่มซ่ามมายังงี้ตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ...”

        ทั้งสองตัวเงียบกันไปอยู่ครู่หนึ่ง ท่ามกลางสายฝน เมอิปัดขนที่ปรกดวงตาของกาบุออกไปจนเห็นแววตาที่เศร้าหมองนั่น

            กาบุ จริงๆแล้วมีอะไรเกิดขึ้นหรือ?

            กาบุตกใจนิดหน่อย

            วันนี้... เห็นนายท่าทางเหมือนไม่ค่อยสนุกเลยน่ะ มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆใช่มั้ย?

            กาบุถอนหายใจเฮือก แล้วก็เปิดอกเล่าออกมาถึงเรื่องทั้งหมด

            ฉัน....ต้องหลอกใช้นาย แต่ว่า... กาบุสั่นหัว มันไม่มีทางหรอกที่ฉันจะทำ

            ฉันก็เหมือนกัน เมอิเล่าเรื่องทั้งหมดออกมา

            แต่พอฉันเห็นหน้านาย ฉันก็....ทำไม่ได้

            เราคงเป็นเพื่อนลับกันจริงใช่มั้ย? กาบุถามพลางหัวเราะ

            เพื่อนลับงั้นหรือ? เมอิทวนคำ ใช่แล้วล่ะ

            แต่กาบุหันมองไปรอบๆ... ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วที่เขาสังเกตเห็นว่ามีแววตาจับจ้องอยู่เต็มไปหมด

            แต่มันคงจะไม่ใช่เรื่องลับอีกแล้วสินะ กาบุรู้สึกโล่งใจขึ้นมา วันนี้ทั้งฝูงของเมอิและฝูงของมันก็รู้กันหมดแล้ว ทั้งที่ตอนแรกคิดว่าจะแย่เสียอีก แต่จริงๆแล้ว ทั้งมันและเมอิกลับมาเจอกันได้ถึงตอนนี้....

            แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ? เมอิถาม

            เรามีทางเลือกแค่ไปข้างหน้าต่อ หรือจะก้าวถอย กาบุตอบ

            แล้วถ้ากินฉันเข้าไป ก็เป็นอันจบเรื่องล่ะ?

            แหะๆ... จะบอกให้ว่ามันง่ายมากที่จะทำนะ

            ทั้งสองจ้องหน้ากัน แล้วกาบุก็พูดขึ้น

            ไหนๆ เราก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ทำไมเราไม่หนีไปที่อื่นล่ะ?

            ฉันเองก็คิดอย่างนั้นมาตั้งนานแล้ว เมอิพยักหน้า กาบุได้ยินดังนั้นก็แอบอมยิ้มแบบเขินๆ

            นี่นะ... มันกระซิบ แม่น้ำเวลามันไหลเร็วๆ มันจะเป็นพาหนะให้เราได้

            นั่นสินะ เมอิหัวเราะ ทั้งคู่หันไปมองแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว จากนั้นก็หันกลับมามองหน้ากัน ทั้งคู่เปลี่ยนจากท่านั่งมาเป็นยืน จากนั้นก็หันหน้าเข้าหาแม่น้ำ...

            จิโร่ที่เฝ้ามองอยู่เริ่มเปลี่ยนสีหน้า....

            เราต้องพบกันที่ฝั่งนะ... เมอิกำชับกับคู่หู กาบุพยักหน้าอย่างเข้าใจ

            บัดนี้ เมอิรู้แล้ว....

            ว่ากาบุคือเพื่อนแท้ของมัน....

            เมอิมองสายน้ำแล้วเตรียมจะกระโจนลงไป จู่ๆฟ้าก็ผ่าลงมาอีก แต่คราวนี้ทั้งสองไม่ได้สนใจอีกแล้ว มันกลับเป็นสัญญาณบอกให้ทั้งสองกระโดดลงไปพร้อมกัน

            สรรพสัตว์ที่เฝ้ามองอยู่ต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

            เมอิและกาบุกระโจนลงไปในน้ำ และจมหายลงไป...

3 ความคิดเห็น