ตอนที่ 4 : การพิสูจน์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 ต.ค. 57

ตอนที่ 3 – การพิสูจน์

 

            วันต่อมา... วันที่อากาศสดใส

            เมอิเดินย่ำเท้าพลางฮัมเพลงด้วยความสุข มันเฝ้ารอเวลาจนเกือบจะเที่ยงวัน จนอดที่จะระงับความตื่นเต้นไม่อยู่ แน่นอนว่ามันใช้ผ้าห่อใบคลีฟเวอร์และผูกไว้กับคอ

            อีกด้านหนึ่ง... จากถนนคนละสายแต่ต่างมุ่งตรงไปยังกระท่อม หมาป่าตัวโตก็ห่อเนื้อแพะของโปรดไว้ที่คอ สัตว์สองตัวต่างมุ่งหน้ามาจากคนละทาง แต่มีจุดหมายอยู่ที่เดียวกัน

            เมอิมาถึงก่อน มันจงใจจะมาถึงให้เร็วหน่อยเพื่อจะแอบเซอร์ไพรส์เพื่อนในคืนพายุพัด มันมองไปรอบๆพลางคิดหาวิธีดีๆ จากนั้นก็รีบเข้าไปซ่อนหลังต้นไม้

            หมาป่าเดินมาถึงในอีกไม่กี่นาทีให้หลัง... มันมาหยุดยืนหน้ากระท่อม นึกแปลกใจนิดหน่อยที่ได้กลิ่นแพะแถวๆ นี้แต่ก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่....

            หมาป่าที่มีขนสีน้ำตาลยืนมองกระท่อมที่มันมาหลบซ่อนตัวเมื่อคืน กับมองท้องฟ้าที่แตกต่างจากเมื่อคืนวานอย่างสิ้นเชิง มันนึกถึงคำพูดของคู่สนทนาเมื่อคืน

            ใครจะสนล่ะว่าเราจะมีรูปร่างเหมือนกันหรือไม่ เรื่องชีวิตของเราต่างหากที่เหมือนกันเปี๊ยบ

            พอได้ยินแบบนั้นแล้ว หมาป่าก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ในขณะที่เขากำลังเปรยยิ้มอย่างยินดี แต่กลับดูเจ้าเล่ห์นั้น ก็มีเสียงเขย่าพุ่มไม้ดังแบบจงใจ

        หมาป่าหันไปแล้วแสยะยิ้มแบบน่ากลัวทั้งที่จริงๆมันดีใจต่างหาก มันคิดในใจ อ๋อ...อยู่ตรงนั้นเอง แล้วก็ย่องเข้าไปอย่างช้าๆ... ช้าๆ

            เมอิที่หลบอยู่หลังต้นไม้อดยิ้มไม่ได้ เขากำลังจะได้เห็นเพื่อนที่อยากเห็นมาทั้งคืนเสียที

            หมาป่าหรี่ตามองเงาที่อยู่หลังต้นไม้แล้วก็กระแอมเบาๆก่อนจะอ้าปากคำรามออกมา

            เราพบกันในคืนพายุฝน!”

            เมอิมั่นใจแล้วว่าเป็นเสียงเดียวกับเมื่อคืน มันยื่นหน้าออกไปทักทายทันที

            เราพบกันในคืนพายุฝน!”

            มันจ้องมองตาค้างไปยังเพื่อนที่อยู่ตรงหน้า...... แล้วก็แทบสิ้นลม เมื่อเห็นหมาป่าตัวโตกำลังยืนอยู่

            ฝ่ายหมาป่าเมื่อเห็นแพะตัวอวบสีขาวโผล่หน้าออกมาจากต้นไม้เองก็ตาค้าง จนกระทั่งหางตก

        “นาย.....แพะหรอกเหรอ?

            นายล่ะ....หมาป่าหรอกรึ?

            ทั้งสองจ้องกันอยู่นานพอควร

 

            ฮ่ะๆ.... นี่ฉันคิดไม่ถึงเลยนะว่า... เมอิพูดพลางเหลือบมองเพื่อนข้างๆ ว่านายจะเป็นหมาป่า

            เออ ฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ นึกไม่ถึงเลยว่า.... หมาป่าพูดพลางเหลือบมองเพื่อนข้างๆ ว่านายจะเป็นแพะ

            เมอิถอนหายใจอย่างโล่งอก... ก็เมื่อครู่นี้นึกว่าจะถูกโซ้ยเป็นอาหารเที่ยงแทนเสียแล้ว แต่ดูเหมือนว่าหมาป่าตัวนี้จะไม่ได้คิดแบบนั้น อย่างน้อยก็ยังคงคิดว่ามันเป็นเพื่อนที่ดีอยู่ ตอนนี้จึงเดินเคียงข้างกันได้อย่างสบายใจ

            ฝ่ายหมาป่า... ตอนแรกมันก็ตกใจเหมือนกัน แต่มันก็ยังคงดีใจที่ได้เจอเพื่อนที่อยากเห็นหน้ามาตลอดทั้งคืน ถึงแม้เพื่อนตัวนี้จะเป็นแพะ เป็น อาหาร ของตัวมันเองก็ตาม แต่อย่างน้อยมันก็พกอาหารมากินด้วยอยู่แล้ว เรื่องอะไรจะมาโลภกินเจ้าแพะตัวนี้อีกล่ะ

            เอาเหอะ ไม่เป็นไรหรอก แพะกับหมาป่า เหอะๆ ถ้ามีสัตว์ตัวอื่นมาเห็นเข้าคงอ้าปากค้างแน่ หมาป่าหัวเราะ

            ยายของฉันมักจะบอกเสมอว่า ควรจะดูแลเพื่อนของตัวให้ดี เมอิพูด

            ฮ่ะๆ นั่นสินะ หมาป่าว่า ทั้งสองตัวเดินผ่านทุ่งหญ้าเขียวขจี และขึ้นไปบนทางหินซึ่งต่อขึ้นไปสู่ยอดเขา ซึ่งเป็นที่ที่เมอิชักชวนหมาป่าไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

            สัตว์สองตัวปีนเขาสูงขึ้นไป แต่แล้วก็เจอกับทางขาด ทางเดินที่ควรจะต่อกันกลับพังทลายลงไป คงเป็นเพราะพายุแน่...

            หมาป่ามองขึ้นไปบนยอดเขา ก้อนกรวดก้อนเล็กๆสองสามก้อนกลิ้งตกลงมา ผ่านช่องรอยแตกและหายไปยังพื้นเบื้องล่าง....

            ระวังนะ เมอิเตือนเพื่อน แต่หมาป่าร้องอย่างสบาย

            อย่าห่วงเลย ของแค่นี้มันว่าแล้วก็ก้าวถอยไป ก่อนจะกระโจนสุดตัว มันข้ามผ่านไปได้อย่างสบาย ทว่า....

            หวา!” ผ้าห่อเนื้อที่มันผูกอย่างดีไว้ที่คอกลับหลุดออกไป และมันเกินกว่าที่หมาป่าจะไขว่คว้าไว้ได้ มันทำอาหารเที่ยงของโปรดตกลงเหวไปเสียแล้ว

            เมอิร้องครางอย่างเสียดายแทน หมาป่าได้แต่จ้องมองอาหารที่หายวับไปเหมือนกับก้อนกรวดเมื่อครู่

            เอาเถอะ มันยกมือขึ้นเกาหัว ฉันน่ะเป็นหมาป่าพันธุ์แกร่งน่า ไม่กินอะไรสักวันก็ไม่ตายหรอก

            แต่... เมอิท้วง เมื่อคืนนายบอกว่าตอนนี้นายกินเยอะเหมือนกับม้าไม่ใช่เหรอ?

            อ๋อเหรอ... หมาป่ายกมือแตะหัวแบบเขินๆ ฉัน...ลืมไปซะแล้วล่ะ

 

            การเดินทางยังคงดำเนินต่อไป เมอิเร่งเท้าเพื่อจะให้ไปถึงยอดเขาเร็วๆจนตอนนี้มันนำหน้าหมาป่ามาโดยไม่รู้ตัว

            ฝ่ายหมาป่า เมื่อรู้ว่าตัวเองทำอาหารตกไปแล้ว ก็เกิดความหิวขึ้นมาอย่างระงับไม่ได้ มันมองพื้นจนเพลิน จนกระทั่งเงยหน้าขึ้นมามองก้นแพะที่เดินนำหน้ามันอยู่ ฉับพลันนั้น ท้องมันก็ร้องโครกคราก น้ำลายเริ่มไหลหกจากปาก มันจ้องก้นแพะอย่างไม่วางตา

            ฮืม..... น่าอร่อยเป็นบ้า

            พอได้ยินตัวเองคิดแบบนั้น หมาป่าก็สะบัดหัวไล่ความคิดชั่วร้ายออกไป แล้วก็ตัดใจก้มลงมองพื้นใหม่ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมาดูก้นแพะ มันช่าง...เย้ายวนเหลือเกิน ....พอดูจริงๆ แล้วเพื่อนตัวนี้อวบใช่เล่น เนื้อคงแน่นและคงหอมหวานเป็นแน่...

            บ้าจริง มันสบถให้ตัวเอง และก็สั่นหัว ทว่าท้องกลับเริ่มต้องการอาหารขึ้นมาแล้ว และมันก็เริ่มจะห้ามไม่ไหว หมาป่าปิดตาตัวเองในที่สุด เพื่อไม่ให้ตัวเองมองเห็นก้นแพะ

            เป็นอะไรหรือเปล่า? เสียงเมอิดังขึ้นในความมืด เจ้าหมาป่าลืมตาขึ้น มองเห็นต้นไม้ต้นหนึ่ง นอกนั้นก็เป็นหญ้าสีเขียวราวกับพื้นพรม ดูนุ่มน่าเอาตัวเอนลงนอน

            เรามาถึงแล้ว

            เมอิกวักมือเรียกหมาป่าให้มานั่งใต้ต้นไม้ และชี้ให้ดูทิวทัศน์โดยรอบที่มองเห็นจากมุมสูง

            ดูนั่นสิ จากตรงนี้เราจะเห็นช่องว่างระหว่างภูเขานั่นด้วย เมอิพูด หมาป่าตบมือดังฉาด

            ใช่! ตรงนั้นเอง ฉันไปบ่อยๆเลยแหละเวลาหิว... อึ้ก!”

            หา? เมอิหันขวับ นายออกล่าแถวนั้นเหรอ?

            หมาป่ายกมือขึ้นปิดปากแล้วก็ส่ายหน้า อ๋อ ไม่หรอก ฉันไม่ได้ออกล่าแพะแถวนั้นหรอก ก็ฉันนะ... เกลียดเนื้อแพะอย่างกับอะไร เนื้ออะไรไม่รู้ ไม่เห็นอร่อยเลย เกิดมาทั้งชาติ ยังไม่เคยแตะเลยด้วยซ้ำน่ะ แฮะๆ...

            จริงเหรอ? เมอิพูดแล้วยิ้ม งั้นก็ดีละ งั้นขอฉันกินอาหารกลางวันก่อนนะ แต่อ๊ะ... มันนึกได้ว่าเสียมารยาท นายทำของนายตกไปแล้วสินะ

            ก็ใช่น่ะสิ หมาป่าแสดงสีหน้าหงอยๆ

            ถ้านายไม่รังเกียจ นายจะกินกับฉันก็ได้นะ... เมอิว่าและแกะผ้าที่พันคอออก จากนั้นวางลงแล้วคลี่... หมาป่าเกือบจะดีใจอยู่แล้ว ถ้าไม่เห็นว่าในผ้านั่นมีแต่ใบคลีฟเวอร์สีเขียวสด ไม่ใช่เนื้อสีแดง....

            อา... แต่อย่างน้อยนายก็ต้องกินเนื้อสินะ เมอิรู้สึกไม่ดีเลยที่ต้องกินคนเดียว แต่ถ้าเกิดนายหิวขึ้นมา นายคงจะไม่...กินฉันใช่มั้ย?

            หมาป่าสะดุ้งสุดตัว อะไรกัน!? นี่ไม่เชื่อใจกันใช่มั้ย ฉันบอกแล้วไงว่า...ว่าฉันไม่ชอบกินเนื้อแพะ ฮึ่ม

            จ้า ให้มั่นใจเท่านั้นแหละ เมอิอมยิ้ม

            เอาเถอะ นายกินอาหารของนายไป ส่วนฉันก็หลับเอาแรงละกัน จะได้ไม่หิวไง หมาป่าว่าแล้วเอนตัวลง ขณะที่เมอิเริ่มหันไปจัดการกับอาหารของตัวเอง

            ขณะเดียวกัน... หมาป่าไม่ได้หลับเลย แต่แอบลอบมองเมอิจากด้านหลังตลอดเวลา มันหยุดความคิดชั่วร้ายไม่ได้เลย ....จริงๆแล้วฉันก็ไม่ได้ถือว่าทำอาหารตกไปเสียทีเดียวนะ เพราะตอนนี้ ก็ยังมีอาหารเที่ยงอยู่กับฉัน ไม่สิ ต่อหน้าเลยต่างหาก!

            แต่ว่านะ... เมอิพูดอย่างไม่รู้สึกเสียวสันหลังอะไร การกินอาหารมันจะอร่อยมากขึ้นถ้าเรานั่งชมวิวไปด้วย อ๊ะ...ขอโทษที

            เมอิหันไป พบว่าหมาป่าหลับไปเสียแล้ว

            หืม... นายนี่หลับเร็วจริง มันพูดเบาๆ แล้วหันไปจัดการอาหารตัวเองต่อ ขณะที่หมาป่าแอบหงุดหงิดไม่ได้ เพราะเจ้าแพะนี่... ทั้งที่เขาไม่อยากคิดเรื่องอาหาร แต่ก็ยังยกเรื่องอาหารมาพูดตลอดเวลา.....

            และแล้วเมอิก็จัดการกับอาหารจนหมด มันค่อยๆยืดแขนทั้งสองข้างขึ้นแล้วก็เอนตัวนอนลงข้างๆหมาป่า ช่างเป็นภาพที่แปลกประหลาดนัก ที่เหยื่อกับนักล่ากลับนอนหลับอยู่ใกล้เคียงกัน....

            ขณะนั้น ที่เมอิผล็อยหลับไปแล้ว แต่หมาป่าไม่ได้หลับเลยแม้แต่นิดเดียว มันลืมตาขึ้นแล้วก็ลุกนั่ง จ้องมองใบหูของเมอิอยู่แล้วก็คิด

            ....ฉันต้องยอมรับเลยว่าหมอนี่เป็นแพะที่ดูน่ากินมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลย....

            ....แต่น่าแปลก ฉันกลับสงบความหิวลงได้ เมื่ออยู่ใกล้หมอนี่....

            ...มันเพราะอะไร...?

        สายตาของมันยังจับจ้องใบหูของแพะน้อย และแล้วความคิดด้านชั่วก็เริ่มทำงานอีก ....เพื่อนกันก็ต้องแบ่งปันกันสิน้า.... ถ้าเราขอแค่หูแค่ชิ้นเดียวล่ะ.... ถ้ามันเป็นเพื่อนจริงก็ต้องให้เราสิ.... หึ... แต่ความจริงจะมีใครให้กันล่ะ... แต่ว่า

            แต่ว่า บางทีก็อาจจะนะ..... หมาป่าว่าพลางค่อยๆ ยื่นปากออกไป มันแยกเขี้ยวสีขาวคมกริบตามธรรมชาติ ค่อยๆอ้าจะงับหูของแพะ

            ...งับสิ งับเลย... หมาป่าจะกัดหูเล็กๆนั่นให้ขาดออกก็ทำได้โดยง่าย แต่มันก็ยังไม่งับเขี้ยวลงไปเสียที ท่าทีของมันเก้ๆกังๆ...

            ฮิๆ

            หมาป่าดึงปากตัวเองออกอย่างตกใจเมื่อได้ยินเสียงแพะหัวเราะ มันสงสัยว่าหัวเราะอะไร

            ฮิๆ อย่าเล่นแบบนี้สิ รู้มั้ยว่าจั๊กจี้ เมอิยกมือคลำหูตัวเองแล้วก็ยืดตัวขึ้นบิดขี้เกียจ อ๊า! หลับสบายอะไรแบบนี้นะ

            หืม? เมอิหันไปเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจ้องหูมันไม่วางตา มีอะไรผิดปกติที่หูฉันเหรอ?

            อ๋อ เปล่า... หูนายมันดูใหญ่ดีน่ะ...^^” หมาป่าว่าพลางปาดเหงื่อ

            นายนี่แปลกจริง งั้นก็ เมอิพูด ได้เวลาที่ฉันต้องกลับบ้านแล้วล่ะ

            อื้ม! ฉันก็เหมือนกัน หมาป่าพูดพลางอมยิ้ม เมอิยิ้มให้แล้วก็กล่าวคำลา พร้อมกับหันหลังเดินไปอีกทางหนึ่ง

            เจ้าหมาป่าเฝ้ามองด้วยความกระหาย มันเลียปากอย่างอารมณ์เสีย... เจ้าแพะตัวนี้ไม่ได้ระแวงมันแม้แต่น้อย... ขนาดหลับอยู่ข้างๆหมาป่าได้โดยไม่กังวล แพะที่ไหนมันทำกัน? แต่เอาเถอะ... ไม่ว่ายังไง

            มันก็น่าอร่อยเหลือเกิน.... หมาป่ากางกรงเล็บออก น้ำลายสาดกระเซ็นออกมาตามจังหวะที่ลิ้นถูกกวาดไปทั่วปาก ฉัน... อดใจ.... ไม่ไหว แล้วววว!!!!

            หมาป่าพุ่งเข้าไป กรงเล็บเกือบจะฉีกเนื้อแพะออกเป็นชิ้นๆอยู่แล้ว... แต่แล้วเมอิก็หันกลับมา เจ้าหมาป่าเลยต้องหยุดโดยพลัน

            มีอะไรหรือ? เมอิหันมาถามหมาป่าที่หยุดอยู่ในท่าที่เตรียมจะขยุ้มเขาอยู่แล้ว

            อ้า..... หมาป่ารีบเก็บเล็บ และเริ่มคิดหาวิธีแก้ตัว คือ คือ... ฉันลืมไปว่า จะต้องบอกอะไรกับนายอย่างหนึ่งน่ะ

            หา? อะไรล่ะ เมอิสงสัย และแล้วเจ้าหมาป่าหัวใสก็คิดออก

            คือ...เรา จะนัดเจอกันอีกเมื่อไหร่ดีล่ะ?

            เมอิตกใจเล็กน้อยกับคำถาม แต่มันก็เปรยยิ้มออกมา....

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น