ตอนที่ 3 : เพื่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    6 ต.ค. 57

ตอนที่ 2 – เพื่อน

 

            อา... เสียใจด้วยนะเรื่องข้อเท้าที่พลิกน่ะ เมอิส่งเสียงออกไปแต่ยังไม่ยอมออกจากใต้ที่กำบังเพราะกลัวฟ้าจะผ่าลงมาอีก ฝ่ายหมาป่าที่ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นแพะก็พยายามดมกลิ่น....

            อ่า ขอบคุณนะ... แต่ฉันก็ต้องยอมรับเหมือนกันแหละว่า ในคืนแย่ๆที่พายุพัดกระหน่ำแบบนี้ มันก็ยังดีกว่าอยู่ตัวเดียวนั่นแหละ

            พอพูดจบ มันก็จามออกมา ฮ้าดดด ชู่ว!”

           

        เมอิเบิกตาอย่างตกตะลึง โอ้โห จามเสียงดังจังเลย

            อื้ม! ก็หวังนะว่าจะไม่ติดหวัดน่ะ.... หมาป่าพูด

            ฉันก็เหมือนกัน เป็นเพราะฝนน่ะทำให้จมูกฉันไม่ได้กลิ่นอะไรเลย เมอิร้องครางแล้วมันก็จาม ฮัดชิ้ว!”

            ฮ่าๆๆๆๆ!!” หมาป่าหัวเราะที่คู่สนทนาจามเหมือนมัน อีกทั้งยังจมูกเสียแบบมันอีก เอาเถอะ ถ้าเราสื่อสารด้วยการดมกลิ่นไม่ได้ ก็คงต้องฟังได้แต่เสียงพูดล่ะนะ

           

            ....พายุยังคงพัดกระหน่ำไม่หยุด ขณะที่ทั้งคู่นั่งเงียบมานานกว่าสิบนาทีแล้ว เมอิเงยหน้ามองหน้าต่างซึ่งถูกลมพัดตีจนกระแทกกับผนังไม่หยุดหย่อน

        แพะน้อยเมียงมองไปทางอีกฝั่งซึ่งตัวมัน เข้าใจว่า นั่นก็คือแพะเหมือนกัน ส่วนหมาป่าหนุ่มซึ่งนั่งชิดติดกับผนังก็ คิดไปเองว่า อีกฝ่ายก็คือหมาป่าเหมือนกันกับตัว

            เมอิเริ่มคิดว่าบรรยากาศชักจะเงียบเกินไปก็เลยจะชวนคู่สนทนาคุย....

            เอ่อ... จะเป็นไรมั้ยถ้าจะถามว่า นาย...อาศัยอยู่ที่ไหน

            ฉันเหรอ? อ๋อ ฉันอยู่ในหุบเขาบาคุบาคุน่ะ หมาป่าตอบ

            เห? หุบเขานั่นน่ะนะ!” เมอิอ้าปากค้าง... ก็ที่นั่นมันดินแดนอันตรายที่เต็มไปด้วยฝูงหมาป่ากระหายเลือดไม่ใช่เหรอ?

            เอ่อ ไม่คิดว่าแถบๆนั้นมันอันตรายเหรอ? เมอิถาม

            อันตราย? ฉันไม่คิดแบบนั้นนะ ถึงมันจะมีจะชันและมีหุบเหวเยอะ แต่มันก็สวยดีเหมือนกัน หมาป่าตอบ เมอิได้ฟังแล้วก็พยักหน้า

            หืม... นายนี่กล้าหาญจริงๆนะ ส่วนฉันก็อาศัยอยู่ในหุบเขาซาวะซาวะน่ะ

            หมาป่าฉายแววตาโรจน์ด้วยความตะลึง

            หุบเขาซาวะซาวะน่ะนะ.... แหม ฉันน่ะอิจฉานายซะจริงๆเลย ก็ที่แถวนั้นน่ะมีแต่อาหารอร่อยๆเต็มไปหมด

            ใช่แล้ว อาหารที่ฉันชอบที่สุด... หมาป่าคิด ...เนื้อแพะนุ่มๆหอมหวาน ที่หุบเขาสีเขียวนั่นมีแต่แพะอาศัยอยู่เต็มไปหมด ถ้ามีโอกาสได้อยู่ที่อุดมสมบูรณ์แบบนั้นละก็ คงกินจนพุงกางทุกวันแน่เลย หิๆ

            ใช่เลยล่ะ... ก่อนอื่นต้องเป็นที่แถวช่องว่างระหว่างหุบเขาเลย อาหารที่นั่นอร่อยมาก

            ใช่แล้ว อาหารที่ฉันชอบที่สุด แพะน้อยคิด ใบหญ้าสดๆที่ขึ้นแถวนั้นน่ะอร่อยสุดๆเลย รสชาติหวานและเย็นในคอ โดยเฉพาะต้นเล็กๆที่มีน้อยนั่นน่ะสุดยอด แต่ยิ่งมีน้อยก็ยิ่งรู้สึกว่าหญ้านั้นมีค่าเหลือเกิน

            อื้ม! ใช่เลย ฉันก็เคยขึ้นไปแถวๆนั้นสองสามครั้งอ่ะนะ อาหารที่นั่นอร่อยสุดๆเลยล่ะ หมาป่าคิดพลางกัดนิ้วตัวเองเล่น น้ำลายไหลย้อยลงมาอย่างห้ามไม่ได้

            ใช่แล้ว แถมวิวแถวนั้นก็สวยด้วย เมอิพูด

            อื้มมมม.... และฉันก็ชอบตอนเวลาเคี้ยวมันด้วย หมาป่าพูด

            ฉันน่ะสามารถกินอาหารแถวนั้นได้ทุกวัน ทุกเวลาโดยไม่เบื่อเลยล่ะ เมอิต่อความ

            อา! ใช่เลยจริงๆล่ะ พอได้ลองครั้งนึงนะ จะติดเลยล่ะหมาป่าสนอง โอยยยย... ฉันล่ะหวังจังเลยว่าตอนนี้จะมีอาหารอร่อยๆแบบนั้นอยู่ใกล้ตัว

            อืม เป็นฉันนะจะกินจนกระทั่งจุกเลยล่ะ เมอิพูด ทั้งสองฝ่ายต่างจินตนาการถึงอาหารคนละอย่างโดยสิ้นเชิง

           

            ผ่านไปอีกหลายนาที.... ฝ่ายหมาป่าก็ชวนคุยบ้าง

            นายรู้มั้ย พอพูดถึงเรื่องอาหารแล้ว ฉันน่ะตัวผอมกะหร่องเลยตอนที่เป็นเด็กน่ะ แต่ตอนนี้น่ะ ฉันกินเยอะเหมือนม้าเลยล่ะ หึๆ ตอนเด็กน่ะนะคนละเรื่องเลย

            หมาป่าเงยหน้าขึ้นมองหน้าต่างที่ยังคงสั่นไปตามแรงลม ภาพในห้วงคำนึงปรากฎขึ้นมา... ตอนที่แม่ของมันพยายามทำให้มันกินเนื้อของสัตว์ป่าตัวอื่น แต่มันก็ยังไม่อยากกิน

            แม่ของฉันน่ะ มักจะบอกเสมอเลยว่า ให้กินเยอะๆ ไม่งั้นจะไม่มีแรงเวลาวิ่ง

            จริงหรือ? ฉันก็เหมือนกัน เมอิว่า แม่ฉันก็บอกเสมอเลยว่า ให้ฉันกินเยอะๆ จะได้มีแรงวิ่งเวลาจำเป็น

            ฮ่าๆๆ เหมือนกับที่แม่ฉันพูดเปี๊ยบเลย ฉันชักสงสัยแล้วสิว่าแม่ของเรารู้จักกันหรือเปล่า?

            ฮะๆๆๆ ถ้าเป็นงั้นได้จริงก็ดีสิ... เมอิพูดแล้วถอนหายใจ แต่จริงๆแล้วฉันโตขึ้นมาพร้อมกับคุณยายต่างหากล่ะ

            หา? ทำไมถึงเป็นคุณยายล่ะ? หมาป่าถาม

            เอ่อ เท่าที่ฉันจำความได้นะ แม่ของฉัน...ตายไปตอนฉันยังเล็กน่ะ เมอินึกถึงความหลังแล้วก็เศร้าขึ้นมา ภาพในความทรงจำของมันเริ่มค่อยๆเลือนหายไปนิดหน่อย แต่มันก็ยังพอจำอะไรได้อยู่

            อือ เสียใจเรื่องแม่นายด้วยนะ แต่ว่า ไม่นานแม่ฉันก็จากไปเช่นกันแหละ ฉันเข้าใจความรู้สึกนายดี หมาป่าพูด

            เมอิได้ยินดังนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้ ทั้งที่ยังเศร้าอยู่ในใจ

            เห? จริงเหรอ นี่มันไม่ธรรมดาเลยนะ ทำไมเรื่องของเราสองตัวถึงได้คล้ายกันเหลือเกิน ทั้งเรื่องกิน ทั้งเรื่องชีวิต

            นั่นสินะ ฉันกำลังจะพูดเลย... ฉันสงสัยจริงๆนะว่า นอกจากนี้ รูปลักษณ์ของตัวเราก็คงจะเหมือนกันจนไม่มีจุดไหนผิดเพี้ยนไปเลยทีเดียว หมาป่ายิ้มแล้วหัวเราะ

 

            เปรี้ยง!

 

            หวา!” เมอิกดตัวเองลงกับพื้นไม้ เหมือนกับสายฟ้าจะทิ้งช่วงไปพักหนึ่งแล้วก็ส่งมาย้ำเตือนมันอีกครั้ง กระท่อมทั้งหลังสั่นครืนไปหมดเพราะเสียงฟ้าลั่น

            ขอโทษนะที่ส่งเสียงออกไป ฉันเกลียดฟ้าผ่าเข้าไส้เลยน่ะ เมอิแก้ตัวอย่างขัดเขินที่ส่งเสียงออกมา

            อืม ฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ หมาป่าว่าพลางยกนิ้วเกาที่แก้มพลางนึกขันในน้ำเสียงของแพะที่ร้องโวยวายยังกับเด็ก.....

 

            ครืน! ตูม!!

 

            เหวอ!”

            ว้าก!!”

            สัตว์ทั้งสองตัวต่างตกใจกับเสียงฟ้าผ่าที่ดังขึ้นใกล้ๆนี่เอง พวกมันทั้งสองตัววิ่งกันชุลมุนในกระท่อมเล็กๆ และก็บังเอิญชนกันโดยไม่ได้ตั้งใจ

            อ๊ะ... ขอโทษนะ หมาป่ารีบผละออก

            อืม...ขอโทษด้วย ลูกแพะรีบๆคลานกลับเข้าที่กำบัง

            ทั้งสองกลับมานั่งตามมุมเดิม เมอิยังจับเสาแน่นไม่ปล่อย และมองหลังคาอย่างไม่ไว้ใจ

            ฉันไม่รู้แล้วล่ะว่าจะทนได้อีกกี่ครั้ง

            ให้รู้ไว้ซะว่านายไม่ใช่ตัวเดียว หมาป่าพูด โอย ไอ้ลูกเมื่อกี้มันใกล้ๆนี่เองนี่นา

            กลับเข้าเรื่องเมื่อกี้ดีกว่า เมอิพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้พูดเรื่องฟ้าผ่า เมื่อกี้นายพูดใช่มั้ยว่ารูปลักษณ์เราคงจะเหมือนกัน แต่ฉันไม่สนหรอกนะว่าจริงๆแล้วเราจะเหมือนกันแค่ไหน แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวชีวิตของเราต่างหาก ที่มันเหมือนกันไปซะทุกอย่าง

            ฮะ... เฮ้ ฉันก็กำลังจะพูดแบบนั้นพอดีเลยนะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ้า.... หมาป่าพูดพลางอมยิ้ม ถึงแม้ว่าจะดูไม่เหมือนนัก

            เมอินึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ มันจึงพูดขึ้น

            เอางี้มั้ยล่ะ เรามานัดเจอกันพรุ่งนี้ตอนเที่ยง ตอนที่อากาศมันโปร่งใสกว่านี้ดีมั้ย เอาอาหารไปด้วย แล้วเราจะได้ทานอาหารเที่ยงด้วยกันไง

            ฮ่าๆ อย่างงั้นก็ดีสิ หมาป่าเห็นด้วย ถึงแม้พายุจะหนักแต่ก็ต้องขอบคุณมันล่ะนะ ที่ทำให้ฉันได้เจอเพื่อนดีในวันนี้

            หมาป่าหนุ่มรู้สึกว่าไม่ได้ยินเสียงลมพัดกระหน่ำมาสักพักแล้ว และหน้าต่างที่อยู่ด้านบนก็ไม่ได้กระแทกกับผนังอีกต่อไป... พายุสงบแล้ว

            ดูเหมือนบรรยากาศด้านนอกจะสงบแล้วนะ

            เมอิมองดูท้องฟ้าที่เป็นสีน้ำเงินผ่านหน้าต่าง เมื่อครู่มันเป็นสีเทา แต่ตอนนี้มันกลับสว่างจนมองเห็นก้อนเมฆสีขาวลอยผ่านไป ฮะ จริงด้วย

            แล้ว เรื่องทานกลางวันว่าไงล่ะ? เมอิถาม

            อืม ก็ดีสิ คงเป็นวันที่พิเศษทีเดียวล่ะ... นี่คงเป็นอย่างที่เขาว่าล่ะนะ หลังจากพายุฝนพัดผ่านไปจะมีเรื่องดีมาเสมอ

            งั้น!” เมอิคิด แล้วเราจะพบกันที่ไหนดีล่ะ?

            อืม... หมาป่าคิดครู่หนึ่งก่อนจะให้คำตอบ เราก็รู้จักกระท่อมหลังนี้อยู่แล้ว ทำไมไม่มาพบกันที่นี่ซะเลยล่ะ

            ก็ได้ เมอิรับคำ แต่เราไม่เคยเห็นหน้ากัน จะรู้ได้ยังไงล่ะว่าใช่?

            เอางี้สิ หมาป่าแสยะยิ้ม ถ้าพรุ่งนี้เราได้พบกันหน้ากระท่อม ให้ต่างฝ่ายต่างพูดว่า เราพบกันในคืนพายุฝน เราจะได้รู้ไงว่าเป็นพวกเดียวกันจริงๆ เอาแบบนี้มั้ย?

            ฮ่ะๆ เมอิหัวเราะในความคิดเด็กๆ ของอีกฝ่าย แค่บอกชื่อกันก็พอแล้วมั้ง

            ฮ่าๆๆๆ ก็ถ้าทำแบบนั้นมันจะได้สนุกขึ้นนิดๆ ไงล่ะ เอาล่ะ เราออกไปกันเถอะ

        เมอิคิดว่าถ้าจะพบกันจริงๆก็คงเจอกันหน้ากระท่อมตอนนี้เลยก็ได้ แต่ด้วยเงื่อนไขที่อีกฝ่ายว่าไว้ ทำให้เมอิคิดว่าจะอดใจรอไปจนถึงวันรุ่งขึ้นดีกว่า แต่ว่า... ยังไงคืนนี้ก็ไม่มีแสงจันทร์ ทำยังไงก็ยังคงมองไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ดี

            แพะหนุ่มกำลังจะลุกขึ้นแต่กลับทำเท้าตัวเองพลิกแบบไม่ตั้งใจ หมาป่าได้ยินเสียงร้องครางก็หันมา

            เป็นอะไรหรือ?

            ไม่มีอะไรหรอก แค่เท้าพลิกน่ะ... เมอิตอบ อีกฝ่ายได้ยินก็หัวเราะลั่น

            ฮ่ะๆ ขนาดเท้ายังพลิกเหมือนกันจนได้ เอาเถอะ อย่าลืมสัญญาพรุ่งนี้ล่ะ

            หมาป่าตอบเสร็จก็เดินออกไปก่อน มันเองก็ไม่คิดจะเห็นหน้าเพื่อนปริศนาในตอนนี้เช่นกัน สู้เก็บไว้ให้ตื่นเต้นวันพรุ่งนี้จะดีกว่า....

            เมอิค่อยๆลุกขึ้นแล้วเดินกะเผลกออกไปจากกระท่อม ทั้งหมาป่าและแพะต่างเดินกลับไปยังคนละทิศคนละทาง ทั้งสองฝ่ายต่างเฝ้ารอเวลาที่จะมาเจอกันในอีกวันรุ่งขึ้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

3 ความคิดเห็น