ตอนที่ 9 : ใครทำ? (รีไรท์แล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    16 มี.ค. 57

ตอนที่ 8 – ใครทำ?

 

            เอกชัยส่งเสียงร้อง

                “ใคร! เขาแทบจะสำรอกออกมา “ใครเป็นคนทำ? ใคร? ใคร? ใคร?!!!

            เขาหยุดตะโกน หายใจเข้าออกรุนแรง

                “ไม่ใช่จงรักงั้นหรือ?” เขาพูด “จงรักถูกจับ คนที่มาขโมยกระเป๋าไม่ใช่คนรัก แต่เป็น.... เป็นใครก็ได้ในแยกนี้”

                เขายกมือกุมหัว เริ่มประสาทเข้าทุกที

                “ทำไม? ถ้ามันต้องการแบล๊คเมย์เรา ทำไมถึงไม่มาหาตัวต่อตัวล่ะ? มัวขู่ทำไม?”

                เอกชัยเดินไปยังกระเป๋า เปล่าประโยชน์แล้วที่จะซ่อน เพราะยังไงมันก็ขยับออกมาอยู่ดี

                “แน่จริงออกมาสิ!” เขาตะโกน “ออกมาสิวะ! ใครกันแน่?”

                จะมีใครขยับกัน?

คงไม่ใช่

            คงไม่ใช่การิณเป็นคนขยับกระเป๋าเองนะ?

            เอกชัยขนลุกซู่ เขาส่องไฟไปที่กระเป๋า

                “การิณ?” เอกชัยพูด “เป็นเธอเหรอที่ย้ายกระเป๋า?”

                ไม่มีคำตอบ

                การิณคงต้องการจะให้ทุกคนรู้ว่าเธออยู่ในกระเป๋าก็เลย...

            “ว้ากกกกกก! เอกชัยถอยหลังจนล้ม เขากรีดร้องออกมา ขยับตัวให้ห่างจากกระเป๋ามากที่สุด

                “เป็นอะไรน่ะ คุณเอกชัย?”

                เอกชัยรีบเอาไฟส่อง ก็เห็นวราลียืนอยู่

                “ร้องทำไมคะ?”

                “วราลี” เอกชัยหายใจออกรุนแรง “เธอ.... สังเกตอยู่ตลอดเวลาหรือเปล่า?”

                “ค่ะ สังเกตมาตลอดหลายชั่วโมงแล้ว”

                “มีใครมาที่ลานรกๆ นี่หรือเปล่า?”

                “ไม่เห็นนะคะ ถึงจะมืด แต่ก็พอมองออกว่าไม่มีใครเลย มีเรื่องอะไรหรือคะ?”

                “กระเป๋าใส่ศพมัน....” เอกชัยลูบหน้าผาก “กระเป๋ามันขยับได้เอง”

                “หา?”

                “มันต้องมีใครสักคนขยับกระเป๋าใส่ศพ” เอกชัยพูด “และมันจะเป็นใครก็ได้ในแยกนี้”

                ทั้งวราลีและเอกชัยนิ่งไป

                “คุณคงไม่สงสัยหนูใช่ไหมคะ?” วราลีถาม

                “ฉันไม่สงสัยเธอ” เอกชัยบอก “กลับไปเถอะ แล้วคอยเฝ้าดูด้วยนะ”

                “ค่ะ” วราลีรับคำแล้วก็เดินเข้าบ้านไป เอกชัยหันไปหากระเป๋า

                “แน่จริงก็ปรากฏโฉมสิ” เอกชัยท้าทายและหมุนตัวไปรอบๆ “แน่จริงก็ออกมาสิ!!

               

                “ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว” กันต์ดูนาฬิกาข้อมือตัวเอง “เฮ้อ ปีใหม่จะมาถึงพรุ่งนี้เช้า”

                “ฉันชักคอแห้งแล้วสิ” พรหมพรพูดเบาๆ และอยู่ดีๆ ก็ตะโกนออกมา “ปล่อยฉันออกไปนะ!!!

                “คุณพรหมพร เราต้องเงียบตามแผนกันต์สิ” จงรักปราม แต่พรหมพรสบถออกมา

                “คอยดู ถ้าออกไปได้เมื่อไหร่ล่ะก็...”

                “แต่พอคิดดูแล้ว คุณเอกชัยจะยอมปล่อยเราง่ายๆ เหรอ?” กันต์ตั้งข้อสงสัย

                “ยังไงพรุ่งนี้เช้าเขาก็ต้องปล่อย” พรหมพรว่า “เขาไม่สามารถขังเราไว้แบบนี้หรอก”

                “ก็ถ้าเรายืนยันจะบอกตำรวจ” กันต์พูด “เขา...ไม่คิดจะ.... ฆ่าเราปิดปากเหรอ?”

                ทั้งสองคนตอบไม่ได้ กันต์เริ่มเครียดแล้ว

                “ฉันจะลองส่งเสียงร้องอีกทีนะ เผื่อลูกชายฉันจะได้ยิน”

                “ไม่ได้หรอก จะเสียแผนเอา” จงรักพูด

                “โอ้ย! แล้วจะให้ทำไงล่ะ?” พรหมพรแผดเสียง “ให้ฉันหมดลมหายใจตายก่อนหรือไง?”

                ทั้งสามยังคงถูกขังอยู่ในห้องเล็กๆ และยังไม่อาจไปไหนได้

 

                เอกชัยกำลังร้อนรน ถ้ามีใครต้องการจะแกล้งเขาจริงๆ ก็ควรจะปรากฏตัวได้แล้ว หรือว่าจะกลัวเพราะเขามีปืน? เขาคิดไม่ตก ไม่รู้เลยว่าการกระทำแบบนี้ทำไปทำไม หรือเขาต้องเป็นฝ่ายเข้าหาก่อนกันแน่?

                จะเป็นใคร? พอคิดดูดีๆ แล้ว ทุกคนเข้าข่ายหมด ยกเว้นจงรักที่ถูกขังขณะที่กระเป๋าย้าย วราลีที่ร่วมมือกับเขา ศรัณย์ที่ไม่ค่อยได้กลับมาที่แยกนี้ และคนสุดท้ายคือพรหมพร ตามนิสัยของเธอ ถ้าเจอศพการิณจริงๆ ก็น่าจะเรียกตำรวจไปตั้งนานแล้ว และเธอยังเป็นพยานว่าเห็นใครสักคนตอนบ่ายสี่โมงเย็น นอกจากนี้ไว้ใจไม่ได้เลยสักคน

                เอกชัยหันไปและเห็นเกรียงไกรเดินเข้ามา เขาเล็งปืนไปที่เกรียงไกรที่ทำท่าเหมือนจะสงบศึก

                “เอ่อ ผมก็ไม่รู้นะว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คุณจับแม่ผมไปใช่ไหม?”

                เอกชัยกลืนน้ำลายลงคอ

                “คือผม...”

                “คุณเอกชัย ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ ปล่อยแม่ผมไปเถอะครับ”

                “ไม่ได้!” เอกชัยตอบทันควัน “แม่คุณจะเปิดโปงผม อย่ามาทำวิงวอนเลย คุณหรือเปล่าที่ขยับกระเป๋า?”

                “กระเป๋าอะไร?”

                “หึ.... คนเรามันอันตรายจริงๆ นะ ดูหน้าไม่รู้ใจ” เอกชัยพูด “กลับเข้าไปซะ”

                “ผมขอร้องละ คุณเอกชัย...”

                “ผมจะคืนแม่คุณให้พรุ่งนี้เช้า” เอกชัยบอก “ไปซะ กลับเข้าบ้าน”

                เกรียงไกรกำหมัดแน่น รอจังหวะบางอย่าง พอเอกชัยหันหลังกลับไป เขาก็พุ่งเข้าใส่ทันที

                “เฮ้ย!” เอกชัยตกใจ พยายามสลัดเกรียงไกรทิ้ง แต่เกรียงไกรก็ยังคงเกาะหลังแน่น เอกชัยพลิกตัวมาข้างหน้า เกรียงไกรจับปืนในมือของเอกชัย พยายามจะยื้อแย่งมาเป็นของตนเอง

                “อย่านะ! ไอ้สวะ!” เอกชัยแย่งปืนคืนและตอนนั้นเอง

                ปัง!

                เสียงปืนดังสนั่น เอกชัยจ้องตาของเกรียงไกร ก่อนที่ร่างของเกรียงไกรจะทรุดลงกับพื้น เลือดเริ่มไหลนองจากปากแผลตรงหน้าอกข้างซ้าย...

                “อ่ะ....” เอกชัยยกมือที่เปื้อนเลือดขึ้นมา ปากกระบอกปืนยังมีควันสีขาวลอย กระสุนนัดเดียวปลิดชีพเกรียงไกรไปแล้ว

                “เรา... ฆ่า...” เอกชัยมือสั่น “ไม่จริง... เป็นไปไม่ได้”

 

                ขณะเดียวกันในห้องขัง ทั้งกันต์ จงรัก และพรหมพรต่างตกใจเมื่อได้ยินเสียงปืน

                “คุณเอกชัยหรือเปล่า?” กันต์ถาม “คุณเอกชัย... ยิงใคร?”

                “อย่าบอกนะว่า... เสียงมันดังมาจากบ้านข้างๆ” พรหมพรพูดแล้วก็อ้าปากค้าง “ลูกชาย! ลูกชายฉัน เกรียงไกร เขาโดนยิง!!

                “สงบสติอารมณ์ก่อนค่ะ อาจจะไม่ใช่ก็ได้”

                “ฉันต้องออกไป” พรหมพรเร่งรีบราวกับเป็นโรคประสาท เธอพุ่งไปที่ประตูแล้วก็เคาะปังๆ

                “ปล่อยฉันออกไปนะ! ปล่อยฉันออกไป!

                “คุณพรหมพร” กันต์พยายามห้าม พรหมพรร้องไห้ออกมา

                “แกอย่าทำอะไรเขานะ แกอย่าทำนะ!!” เธอร้อง กันต์กับจงรักมองหน้ากัน และต่างช่วยอะไรไม่ได้

 

                “เราฆ่า....ไปแล้ว” เอกชัยหันรีหันขวาง ยกมือกุมหัวขณะมองศพเกรียงไกร “เราฆ่าคนตาย....”

                เอกชัยร้องเสียงต่ำ เขาทรุดตัวลงทันใด

                ฆ่าไปแล้ว เขาร้องไห้โฮ จะทำยังไงดี?

                “เราจะมอบตัว...” เอกชัยบอก “เราจะมอบตัว แต่ว่า....”

                แต่ลูกกับภรรยาจะทำยังไง?

            พวกเขาจะต้องถูกคนนินทาหรือไม่ที่มีสามีและพ่อเป็นฆาตกร

            ทั้งเรื่องเงิน อนาคตอีกยาวไกลข้างหน้าอีก?

            “เราควรจะบอกตำรวจจริงหรือ?” เอกชัยว่ากับตัวเอง “เราควรจะนึกถึงคนอื่นหรือตัวเอง ที่เราทำมาทั้งหมด ก็เพื่อตัวเราเองไม่ใช่หรือ?”

                เขาจ้องมองศพ

                “ดีล่ะ” เอกชัยว่า “ถ้าจะให้ชั่วช้าก็ขอให้ชั่วช้าที่สุดไปเลยละกัน”

                เขาจัดการแบกศพเข้าไปยังลานรกๆ และวางศพลงก่อนจะหาเศษกระดาษมาปิดทับ

                “พรุ่งนี้ เราจะเอาศพไปทิ้ง” เอกชัยกล่าวและก็หัวเราะออกมา “แล้วเราก็จะพ้นมลทิน”

                “ฮ่าๆๆๆ เราจะได้พ้นมลทิน”

                อย่างงั้นหรือ?

            เราฆ่าไปคนหนึ่งแล้ว

            ต่อจากนี้จะต้องฆ่าใครอีก?

            “เพื่อครอบครัว” เอกชัยพูด “เราทำได้”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #69 Answer – SE • (@055440769) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2557 / 13:42
    ไม่ใช่ว่ามีคนแอบยิงนะ
    #69
    0
  2. #43 haruuta (@chatcharinaomsin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2557 / 14:38
    ไม่มีบทหมาบ้างเหรอ
    #43
    0
  3. #11 Reshiram ♕ (@SweetPeary) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 19:04
    ทำไมสามคนที่ถูกขังอยู่ถึงไม่โทรไปหาตำรวจ ไม่มีมือถือกันรึไงนี่
    #11
    0