ตอนที่ 29 : ตอนอวสาน - คำสารภาพของฆาตกร (เปลี่ยนแปลงใหม่)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1041
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    9 ธ.ค. 58

ตอนอวสาน คำสารภาพของฆาตกร

 

                  “สวัสดีครับ อยู่กับผมนะครับ แล้วก็คุณกุศุมาในข่าวช่วงเช้าของวันปีใหม่ที่เพิ่งมาถึง... ก็ วันนี้ครับ ตามที่เห็น พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ เป็นที่น่าตื่นตระหนก น่าตื่นตกใจ นั่นคือคดีสังหารหมู่รับปีใหม่...”

                  นักรายงานข่าวชายหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งขึ้นมาซึ่งพาดหัวข่าว คดีฆาตกรรมต่อเนื่องในแยกสยองจากนั้นจึงเริ่มเล่ารายละเอียด

            “ตอนแรกทางสถานีตำรวจที่รับเรื่อง แจ้งมาว่ามีคนจากในแยกโทรแจ้งตำรวจให้มาที่แยกนี้ แต่พอตำรวจมาถึงกลับพบแต่ศพคนทั้งหมด 17 คนกระจัดกระจายอยู่ในแยก ไม่มีใครรอดชีวิต คนโทรเป็นผู้ชาย มีการสันนิษฐานจากตำรวจว่า คนที่แจ้งตำรวจอาจจะฆ่าตัวตายหรือไม่ก็ถูกฆ่าหลังจากนั้น...”

            แล้วภาพจากในห้องส่งก็ตัดไปเป็นภาพสถานที่จริง บนถนนสายหนึ่ง ประตูที่แยกถูกเปิดออก และมีศพเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งใส่เฝือกที่ขานอนเสียชีวิตเนื่องจากบาดแผลถูกยิง ท่าทางของเด็กหนุ่มทำท่าเหมือนจะไขว่คว้าประตูเอาไว้แต่กลับหมดลมหายใจไปก่อนที่จะเปิดมันออกมา...

            “แล้วเราก็ได้ผู้ต้องสงสัยคนหนึ่ง ซึ่งเขาอ้างว่าไม่ได้ฆ่าใคร แต่พอมาเจอก็เห็นเป็นแบบนี้แล้ว” นักรายงานข่าวชายพูด และภาพก็ตัดไปที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ สีหน้าตระหนก

            “ผมไม่ได้ฆ่าใครนะครับ! เขาบอกเสียงสั่น “คือว่า... ผมเป็นแฟนของการิณ สาวใช้บ้านคุณเอกชัยน่ะครับ ผมมาด้อมๆ มองๆ ที่แยกนี้หลายสัปดาห์แล้ว เรามีปัญหากันเล็กน้อยครับ และผมก็ไม่มีโอกาสได้คุยกับเธอสักที วันนี้ผมก็กะจะไปคุยกับเธอนะ แต่ว่าประตูแยกถูกล่ามโซ่ปิดตาย ไม่รู้ว่าใครทำ ผมเลยได้แต่นั่งรอจนถึงเช้า พอประตูเปิด ผมก็เดินเข้าไปในบ้านคุณเอกชัย แล้วก็พบคุณเอกชัยตายอยู่ แล้วก็พบการิณด้วย... ผมพบว่าเธอเป็นศพอยู่ในกระเป๋า ครับ... ผมเห็นเธอได้ก็เพราะสุนัขของคุณเอกชัยลากกระเป๋าที่ใส่ศพของการิณออกมาหน้าบ้าน”

            “หลังจากนั้น ผมก็คิดว่าจะไปแจ้งตำรวจ เผอิญผมกำลังตกใจ มือไม้สั่น ก็เลยเดินชนโต๊ะภายในบ้านคุณเอกชัยล้ม พอออกมานอกบ้าน ก็เจอเด็กหนุ่มที่ใส่เฝือกที่ขานี่แหละครับ กำลังคลืบคลานไปที่ประตู ผมกะจะไปช่วยเขาแล้วครับ แต่ว่าเขาก็ตายเสียก่อน...”

            ภาพตัดมาที่ห้องส่ง นักรายงานข่าวชายหันกลับมาทางกล้องอีกครั้ง

            “และเราก็พบจดหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งอยู่ในบ้านของคุณเอกชัย ซึ่งจดหมายนั้นเป็นจดหมายที่เขาเขียนเอง... เนื้อหาก็คือ...”

 

            ย้อนเวลากลับไปวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2530

                  เวลาเที่ยงในวันสิ้นปี การิณเดินทางกลับมาจากร้านสะดวกซื้อพร้อมกับวัตถุดิบในการทำอาหารมื้อเย็น วันนี้ภรรยาและลูกของคุณเอกชัยไม่อยู่ ไปต่างจังหวัด เพราะฉะนั้น ค่ำคืนนี้จึงมีคุณเอกชัยและการิณอยู่ด้วยกันสองคนเท่านั้น

            “ไง” การิณเดินเข้าไปในบ้านโดยไม่ได้ล็อกประตูหน้าบ้าน เธอทักทายสุนัขของเอกชัยแล้วก็เดินเข้าไปในบ้านเพื่อเอาของเข้าตู้เย็น

            ในระหว่างนั้นเอง วลัยลักษณ์ก็กลับมาที่แยกเพียงคนเดียว เธออ้างว่าติดธุระและก็ออกจากบริษัทมาโดยที่วสันต์ไม่รู้เลยสักนิด เธอมีสีหน้าเฉยเมย ในมือถือเชือกอยู่ เธอเดินไปหยุดหน้าประตูบ้านคุณเอกชัย เอื้อมมือจะกดกริ่ง

            พลัน ภาพในอดีตก็ย้อนคืนมา เธอเป็นคนเห็นทั้งหมด... ภาพวสันต์ สามีของตนกำลังคุยเล่นกับการิณหลายต่อหลายครั้ง ภาพที่วสันต์แอบให้เงินค่าขนมการิณ และภาพที่การิณโอบกอดวสันต์ เธอเห็นมันด้วยตาของตัวเอง และคำพูดของพรหมพรก็ผลักดันทำให้เธอตัดสินใจ

            ตัดสินใจจะฆ่าการิณ

            “คุณวสันต์น่ะ ต้องแอบนอกใจคุณอยู่แน่เลยค่ะ”

            “เอ๊ะ?” วลัยลักษณ์หันมา

            “ฉันเห็นนะคะ หลายครั้งแล้ว ก็ไม่อยากจะจุดชนวนให้ร้าวฉานอะไรหรอกนะคะ แต่ฉันเป็นห่วงคุณ กลัวคุณจะต้องเสียสามีให้กับเด็กสาวบ้านนอกไป”

            วลัยลักษณ์กำมือแน่น เธอไม่ยอม ไม่ยอมอย่างแน่นอน วสันต์สามีของเธอมีหน้าที่การงานรุ่งเรือง เธอไม่ยอมให้คนดีๆ อย่างสามีเธอเป็นของคนอื่นอย่างแน่นอน ถ้าเธอต้องเสียเขาไป จะเป็นอย่างไร เรื่องเงิน เรื่องหน้าตาทางสังคมอีก แค่เรื่องที่เธอไม่อาจมีลูกให้เขาได้ก็แย่พอแล้ว หรือเพราะเหตุนี้ ทำให้เขาคิดจะจากเธอไปหาการิณ?

            เธอไม่ยอม

 

            วลัยลักษณ์สวมถุงมือสีดำ แล้วค่อยๆ เลื่อนประตูเปิด ทันใดนั้น สุนัขของเอกชัยก็พุ่งออกมาจากในบ้าน ทำเธอตกใจนิดหน่อย แต่ก็คิดว่าดีแล้ว จะได้ไม่มีอะไรมาขัดขวางแผนการ

            เธอเดินย่องๆ เข้าไปในห้องครัวซึ่งการิณกำลังล้างจานอยู่ เธอกางเชือกออก และทันใดนั้นก็รัดคอการิณทันที การิณตกใจจนดิ้นพล่าน ทำจากแตกไปใบหนึ่ง เธอรวบรวมกำลังแทงศอกไปยังท้องของวลัยลักษณ์จนอีกฝ่ายจุก พอวลัยลักษณ์อ่อนแรงลง เธอก็รีบแกะเชือกที่คอและหันมา

            “...คุณวลัยลักษณ์” เธอไอโคล่กๆ ตารื้นน้ำ “ทำไม?”

            “อีหน้าด้าน!” วลัยลักษณ์ตวาด “แย่งผัวชาวบ้าน เพราะแกนั่นแหละ ผัวฉันถึงได้...”

            “ไม่จริงค่ะ หนูไม่เคยคิดอะไรกับคุณวสันต์ หนูคิดว่าเป็นเหมือนตัวแทนของพ่อ...”

            “โกหก อีหน้าด้าน!” วลัยลักษณ์ชี้หน้าเธอ “แก ตายซะเถอะ!

            “ช่วยด้วย!” การิณร้องเสียงหลง วลัยลักษณ์พุ่งเข้าหาทันที พยายามปิดปากการิณ ผลักเธอไปชนกับผนัง การิณเองก็ผลักวลัยลักษณ์ออกไปเช่นกันและพยายามจะหนี วลัยลักษณ์เห็นดังนั้นก็คว้ามีดทำครัวเล่มหนึ่งออกมา และแทงที่หลังของการิณทันที การิณร้องอย่างเจ็บปวดและล้มลง วลัยลักษณ์ตรงเข้าหา กระชากมีดออกจากหลัง แล้วก็แทงซ้ำๆ บนร่างอันบอบบางของการิณ จนในที่สุดก็หมดลมหายใจ...

            “แฮ่ก แฮ่ก” วลัยลักษณ์หายใจเข้าออกรุนแรง เธอมองศพการิณ และเลือดที่ท่วมมือ ท่วมตัวตัวเอง

            “นี่มัน....” เธอพูด คิดว่าจะทำอย่างไรดีที่จะปกปิดรอยเลือดที่เปื้อนเต็มตัวของตัวเอง แล้วเธอก็นึกอะไรขึ้นได้ เธอเดินขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน ไปยังห้องของเอกชัย หยิบแจ็คเก็ตของเอกชัยออกมาเพื่อจะใส่เพื่อปกปิดรอยเลือด เผื่อว่าพอดีเจอคนผ่านมา...

            “...เรียบร้อย เวลาดุเดือดจบลงแล้ว” เธอพูดกับตัวเอง “ทีนี้... ก็สร้างสถานการณ์ว่ามีโจรเข้ามาละกัน ไม่มีอะไรสาวถึงเราหรอก ลายนิ้วมือก็ไม่มี เพราะเราสวมถุงมือเข้ามาด้วย ไม่มีใครจับเราได้”

            “เราไปเปลี่ยนเสื้อที่บ้านเราดีกว่า”

 

            เวลาประมาณสี่โมงเย็น พรหมพรก็กลับเข้ามาในแยกเพื่อเอาของบางอย่าง ขณะกำลังหาของ เธอก็มองไปข้างบ้านและก็พบว่าในบ้านคุณเอกชัยมีคนอยู่...

            “การิณล่ะมั้ง?” พรหมพรว่า แล้วก็หมดข้อสงสัย แต่แท้จริงแล้ว เงานั่นไม่ใช่การิณ แต่เป็นวลัยลักษณ์ เธอย้อนกลับมาดูสถานที่เกิดเหตุอีกครั้งเพราะเกิดความกังวลว่าเหลือร่องรอยอะไรหรือเปล่า

            “ไม่มีอะไรสาวถึงเราหรอก ใช่แล้ว”

 

            เวลาประมาณห้าโมงเย็น เอกชัยก็เดินกลับเข้ามาในแยก ซึ่งในตอนนั้นไม่มีใครอยู่ในแยกเลย เขาถอนหายใจ เพราะสำนักพิมพ์กำลังมีปัญหา เขาเดินไปที่บ้าน นึกสงสัยว่าทำไมประตูเปิดทิ้งไว้....

            “การิณ” เอกชัยเรียก เดินเข้าไปในบ้าน ไม่เจอใคร แล้วก็ต้องตกใจเมื่อมาเห็นห้องครัว ภาพที่เห็น... การิณเป็นศพนอนนิ่งอยู่ เลือดท่วมตัว และมีสุนัขของเขานั่งอยู่ข้างๆ สุนัขของเขาเลียคราบเลือดที่นองเต็มพื้น

            “ออกไป!! เอกชัยตะโกนสุดเสียง สุนัขตกใจวิ่งหนีออกจากบ้านทันที เอกชัยเข่าอ่อน เขาทรุดตัวลงนั่ง

            “หมาเรา... หมาเรากัดการิณจนตาย” เขายกมือกุมหัวและร้องไห้ “เราจะ เราจะทำอย่างไรดี?”

            “จริงสิ ต้องแจ้งตำรวจ” เขาลุกขึ้นยืน เดินไปที่โทรศัพท์ กำลังจะกดเบอร์ไปแล้ว แต่สายตากลับมองไปยังภาพครอบครัวของตัวเอง

            เขามองเช่นนั้นอยู่นาน และแล้วความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้น

            ถ้าเราแจ้งตำรวจ เราก็จะต้องเสียค่าทำขวัญให้การิณ เพราะหมาเรากัดการิณตาย

            ถ้าจะต้องเสียค่าทำขวัญก็ลำบาก เพราะตอนนี้เงินเราแทบจะไม่มีด้วยซ้ำ

            แล้วไหนยังชื่อเสียงอีก ครอบครัวของเราจะถูกตราหน้าว่าอย่างไรบ้าง

            “ใช่แล้ว นี่คือสิ่งที่ถูกต้อง”

            เอกชัยกำหมัดแน่น

            “เราอำพรางศพการิณดีกว่า อย่าให้ใครหาเจอ”

            แล้วจะทำอย่างไร?

            “เราน่าจะเอาศพไปทิ้งต่างจังหวัด... ที่ไหนก็ได้ไกลๆ แล้วก็ สร้างเรื่องว่าจู่ๆ เธอก็หนีออกจากบ้านไปก็ได้นี่”

            พอคิดได้ดังนั้น เขาก็เดินไปยังโรงจอดรถ และก็ต้องผิดหวังเมื่อรู้ว่ารถไม่มี ภรรยากับลูกเขายืมขับไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด พรุ่งนี้ถึงจะกลับ

            “แล้วเราจะทำไงดี?” เขาคิดไม่ตก “จะเอาซ่อนในบ้านก็ไม่ได้ เพราะกลิ่นมัน... ทำไงดี?”

            “จริงสิ” เขานึกขึ้นได้ “เราเอาศพเธอยัดใส่กระเป๋าแล้วก็ซ่อนที่ลานรกๆ หน้าบ้านเรานี่ไงล่ะ! ไม่มีใครเข้ามายุ่งหรอก”

            พอคิดแผนออก เขาก็ทำความสะอาดห้องครัว จากนั้นก็ยัดศพการิณใส่กระเป๋าเดินทาง เพื่อจะเตรียมเอาไปทิ้งที่ต่างจังหวัด

            ในตอนนั้นเอง สมาชิกในแยกก็เริ่มกลับมา โดยที่เอกชัยเฝ้าดูทุกคนอยู่ไม่ให้ออกไปแจ้งตำรวจ แล้ววสันต์กับวลัยลักษณ์ก็กลับมา ฝ่ายวลัยลักษณ์ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เอกชัยจะทำอย่างไรกับศพการิณ? เขาต้องเห็นแล้วแน่นอน....

            แต่เมื่อวลัยลักษณ์ถามเอกชัย

            “การิณไปไหนคะ?”

            เอกชัยสะดุ้งเฮือก แล้วค่อยๆ ตอบ

            “กลับบ้านนอกไปแล้วครับ”

            วลัยลักษณ์งุนงงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอเดินเข้าไปในบ้านพร้อมวสันต์

                  กลับบ้านไปแล้ว

            นั่นหมายความว่าคุณเอกชัยคิดปกปิดเรื่องคดี

            วลัยลักษณ์ยิ้มออกมาเมื่อคิดไม่ถึงว่าเอกชัยจะช่วยเหลือตน ในตอนนั้นเอง เธอก็เห็นวสันต์กำลังโทรหาใครสักคน เธอรู้ทันทีว่าเป็นการิณ

            “คุณชอบอะไรเธอนักหนาคะ?” วลัยลักษณ์ถาม วสันต์หันกลับมา

            “ผมคิดกับการิณแค่เป็นเหมือนลูกสาวเท่านั้น”

            “ฉันไม่เชื่อ คุณพรหมพรบอกว่า...” วลัยลักษณ์เล่าให้ฟังว่าพรหมพรบอกอะไรแก่เธอ และนั่นทำให้วสันต์หัวเราะ

            “ไม่ใช่ความจริง ผมรักแต่คุณเท่านั้น”

            วสันต์ว่าแล้วโอบกอดวลัยลักษณ์ไว้และบอกรักเธอ ในตอนนั้นเอง ใจของวลัยลักษณ์ก็อาฆาตพรหมพรยิ่งนักที่เป่าหูเธอจนเข้าใจผิดถึงขั้นฆ่าคน

            งั้นแกก็ต้องตายไปด้วยเหมือนกัน...

            “คอยดูนะ ฉันจะฟ้องตำรวจ” พรหมพรเดินออกจากบ้าน โดยไม่ทันระวัง วลัยลักษณ์ก็เอาแจกันทุบศีรษะพรหมพรเต็มแรงจนเสียชีวิตทันทีและลากศพไปไว้ในห้องน้ำ จากนั้นก็ใช้ปากกาเมจิกเขียนข้อความบนกระจก

            คนที่ 18 มีจริง

                  ที่เธออ้างว่ามีคนที่สิบแปดจริงๆ ก็เพราะต้องการให้ทุกคนคิดว่าคนร้ายคือคนนอก ไม่ใช่ในหมู่เพื่อนบ้าน ที่เธอฆ่าพรหมพรและขู่ว่าห้ามแจ้งตำรวจก็เพื่อจะจัดการทำลายหลักฐานที่อยู่กับศพของพรหมพรเท่านั้น

            แต่ไม่มีใครเชื่อ มีคนอยากจะออกจากแยก เธอเลยจำต้องฆ่า... ทั้งมนัญญา ธนพล ศรัณย์ จนเธอไม่อาจจะรับไหว เธอเลยต้องเล่นบทกลายเป็น ผู้เสียหายแสร้งว่าถูกคนที่ 18 จับตัวไป เพื่ออาศัยโอกาสนี้ทำลายหลักฐาน และทำให้ทุกคนคิดว่าเธอไม่ใช่คนร้าย และหลังจากเธอทำเสร็จ เธอก็เผยตัวต่อหน้าเอกชัยและตริณภพ

            แต่เรื่องกลับตาลปัตร เมื่อเอกชัยเกิดคลั่งขึ้นมาอีกครั้ง และนั่นคือจุดจบของชีวิตของเธอ...

 

            ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนานหลายสิบปีแล้ว แต่คดีสังหารหมู่เพื่อนบ้านนี้ก็ยังถูกเล่าขาน กลายเป็นตำนาน โศกนาฏกรรมอันแสนเศร้าที่ใครหลายต่อหลายคนยังคงพูดถึง แยกนั้นถูกทิ้งร้างเอาไว้ ไม่มีใครกล้ามาทำอะไร บ้านใกล้เรือนเคียงก็พากันย้ายออกจนหมดไม่เหลือ ยิ่งทิ้งให้แยกดูโดดเดี่ยว...

            สายลมอ่อนๆ พัดผ่านบ้านแต่ละหลังที่ทรุดโทรมลงไปเรื่อยๆ และในวันดีคืนดี ก็จะมีเสียงร้องไห้ดังมาจากแยกนี้ แต่พอคนเข้ามาตรวจสอบดู กลับไม่พบใครเลยสักคน...

 

คำสารภาพของฆาตกร

 

ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

เป็นความผิด ความเห็นแก่ตัวของผมที่ทำให้เรื่องต้องจบแบบนี้

ผมเสียใจ

 

เราเคยมีความสุขร่วมกัน ยิ้มร่วมกัน หัวเราะร่วมกัน

เราเคยแบ่งปันกัน เราช่วยเหลือกัน ผมจำได้ดี

ผมเองเป็นคนทำลายความสวยงามนั้น

ผมอยากกอบกู้ทุกอย่างกลับคืนมา แต่มันก็สายไปแล้ว

ผมเสียใจ ผมขอโทษ

หากผมย้อนวันเวลากลับไปเริ่มต้นใหม่ได้ ผมจะไม่ทำแบบนี้

 

แม่จ๋า

เพื่อครอบครัวเรา พ่อทำได้ทุกอย่าง

พ่อเสียใจที่จะต้องจากไปก่อนแม่

พ่อไม่อาจจะมีชีวิตต่อไปได้ เพราะพ่อได้ทำความผิดอันเลวร้าย ความผิดที่ไม่น่าให้อภัย

เมื่อไม่มีพ่อแล้ว แม่ต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ

 

ลูกจ๋า

ขอโทษที่พ่อขี้ขลาดคนนี้ ทำให้ลูกต้องแปดเปื้อน

ลูกจะเกลียดชังพ่อ พ่อก็ไม่ว่าอะไร

แต่พ่ออยากให้หนูรู้อยู่อย่างหนึ่ง

ว่าพ่อรักหนูมากที่สุด รู้ไหมครับ?

เป็นกำลังใจให้แม่ ดูแลแม่ดีๆ นะลูก

 

ถึงข้อความสุดท้าย ฆาตกรคนนี้ก็ไม่มีอะไรจะฝากฝัง

เมื่อใครได้เห็นและอ่านจดหมายฉบับนี้ ผมก็คงตายไปแล้ว

จากนี้ไปจะตกนรกหมกไหม้ ผมก็ไม่สนใจแล้ว

 

หากโลกหน้ามีจริง หากเลือกเกิดได้ ขอให้เราเกิดมาเป็นเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรกันอีกครั้ง

และคราวนี้ ผมจะไม่ทำผิดเป็นครั้งที่สอง

ผมสัญญา

 

ขอโทษ ขอบคุณ และลาก่อน

 

เอกชัย

 

จบบริบูรณ์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #146 เดียร์ไงจะใครล่ะ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 01:56
    เหตุเกิดเพราะ 3 คนกะอีก 1 ตัว

    - พรหมพร เป่าหูวลัยลักษณ์

    - วลัยลักษณ์ หูเบา จนต้องฆ่าการิณ

    - เอกชัย เห็นแก่ตัว

    - หมา (อีนี่ตัวดี ทำให้เอกชัยฆ่าอีกหลายศพ)
    #146
    0
  2. #133 Adelheid (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 20:22
    (Part II)

    พิมพ์ไว้แล้วหายหมดเลย เหอๆ เมื่อถึงไหนแล้วนะ ต่อเลยแล้วกัน



    3) อารมณ์ของตัวละคร

    ตัวละครที่แสดงอารมณ์ได้ดีที่สุดคือ เอกชัย พี่แกสติแตกได้ดีมาก คุ้มดีคุ้มร้ายจนสมควรแล้วที่ตัวละครอื่นๆ ในเรื่องจะกลัว ตัวนี้ผ่านนะ

    ในทางกลับกันคนร้ายตัวจริงกลับไม่สามารถทำให้เห็นได้ว่าไม่ไหวแล้วจำเป็นต้องลงมือแล้ว ซ่อนอารมณ์ได้ เปิดเผยแต่น้อยได้ ยิ่งตอนเฉลยที่ควรแสดงจุดแตกหักทางอารมณ์ออกมากลับเบามาก จากที่อ่านสาเหตุที่ทำให้เกิดการฆาตกรรมแบบนี้มักไม่ใช่บันดาลโทสะแต่เป็นฟางเส้นสุดท้ายบนหลังอูฐค่ะ แต่ภาพที่ออกมาไม่ได้รู้สึกเลยว่าอูฐไม่ไหวแล้ว เลยกลายเป็นว่าพอเฉลยแล้วรู้สึกว่า "เฮ้ย ใช่เลย!" แต่เป็น "เหรอ..." คนเขียนสั่งมาสินะ

    อ้อ คุณพรหมพรก็น่าสนใจนะ โหดหน่อยที่จิกใช้คนเข้าเฝือกแบบนั้นแต่เธอชัดเจนดี



    4) ความสมจริง

    ถ้าจะเอาคนเข้าไปในกระเป๋าทั้งตัวต้องทำยังไงคะ? ใส่ไปสวยๆ ดีไหม ไม่น่าเนอะถ้าไม่งอตัวเข้าไป การิณก็เช่นกัน วิธีเอาการิณเข้ากระเป๋าก็ต้องพับเธอเข้าไปค่ะ แต่วิธีนี้ต้องทำแข่งกับเวลาไม่งั้นการิณจะแข็งจนพับสวยๆ ไม่ได้ จากเวลาที่คุณให้มา กว่าเอกชัยจะได้ฤกษ์ส่งการิณลงกระเป๋าเอกชัยจะเหลืออยู่ 2 วิธีด้วยกัน ถ้าไม่หักแกร๊บก็แยกชิ้น(บรื๋อ) อืม... ไม่ว่าทางไหนเอกชัยก็น่ากลัว

    การขนย้ายผู้หญิงในกระเป๋าไม่ใช่งานเบานะคะ ผู้หญิงเอาผอมๆ เลย ก็สัก 40กก. (ไม่นับน้ำหนักเพราะเป็นถุงปุ๋ย) ขนไปขนมาทั้งคืน ไม่ลากให้ถุงขาดด้วย คนร้ายแข็งแรงดีมากค่ะ



    5) ความเป็นธรรมชาติของภาษา

    วูบแรกที่สัมผัสถึงความไม่เป็นธรรมชาติคือ คำพูดของตัวละคร ตอนแรกๆ ทุกคนพูดจาภาษาเขียนมาก เช่น วราลีมาซื้อ "ของใช้ภายในบ้าน" แต่อันนี้ยกประโยชน์ให้ เพราะอ่านแล้วดูเหมือนนิยายโบราณดีสมกับเรื่องที่เกิดในปี 2530 แม้ว่าหลังๆ จะใช้ภาษาพูดกับคล่องขึ้น

    แต่อันที่ติดใจที่สุดคือไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านหรือญาติพี่น้อง ทุกคนเรียกหากันด้วยชื่อจริงหมดเลย บางคนเรียกว่าคุณกันด้วย เป็นแฟชั่นสมัยนั้นหรือเปล่าคะ ไม่คุ้นเคยเลย ปกติเรียกเพื่อนบ้านด้วยพี่ป้าน้าอาตลอด



    หลักๆ ก็เท่านี้ ที่เหลือเป็นวิจารณญาณของคุณแล้วล่ะว่าที่เขียนมานี้ใช่หรือไม่สำหรับคุณ

    ท้ายนี้ขอให้พยายามต่อไปค่ะ สู้ๆ นะ



    #133
    0
  3. #132 Adrlheid (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 18:34
    (Part I)

    ตามมาจากที่คุณแปะไว้ในบอร์ดค่ะ



    อ่านจบแล้ว มีข้อสงสัยและติดขัดอยู่เต็มไปหมด ที่พิมพ์ต่อจากนี้ไปถ้าทำให้คุณไม่ชอบใจ ลบได้นะคะ



    ก่อนอื่นเลยต้องขอชมว่าคุณมีความใส่ใจในการเขียนมาก นอกเหนือจากคำว่า Black mail ที่น่าจะถอดเป็น "แบล็กเมล์" แล้ว แทบไม่เจอจุดที่พิมพ์ผิดเลย คำศัพท์ๆ คำที่เจอคนพิมพ์ผิดมาจนเหนื่อยแต่คุณเขียนได้อย่างถูกต้อง ประทับใจมากเลยค่ะ และก็เป็นส่วนที่ทำให้อ่านต่อมาเรื่อยๆ จนจบ



    ต่อไปขอพูดในส่วนที่ทำให้รู้สึกติดขัดในฐานะที่เป็นชื่นชอบนิยายแนวสืบสวนซ่อนเงื่อนเป็นพิเศษ

    1) นิยายไม่ได้ปูพื้นข้อมูลให้นักอ่านเท่าที่ควร

    คุณน่าจะเจอคำถามหลายครั้งว่าทำไมไม่ใช้มือถือกัน บลาๆ คุณอาจจะคิดว่าบอกไปแล้วไม่เห็นเหรอ คำตอบคือ "ไม่เห็น" ค่ะ ไม่เห็นจริงๆ วันที่ 31 ธันวาคม 2530 มันช่างเล็กมาก และไม่เคยพูดถึงอีกเลย บริบทของปี 2530 ไม่มีปรากฏเลย ในเมื่อไม่จำเป็นถึงขนาดนั้น ทำไมเรื่องถึงต้องเกิดในปี 2530 คะ เพราะยังไม่มีมือถือใช้แค่นั้นใช่หรือเปล่า แล้วก็ วันที่ 1 มกราคม ต้องเป็นปี 2531 นะ

    ถัดจากเรื่องปีก็เป็นข้อมูลตัวละครค่ะ ตัวละคร 17 ตัว ที่ชื่อมีชื่อเสียงเรียงนามเป็นชื่อจริงทั้งหมด นอกจากบอกว่าคนนี้เป็นญาติคนนั้นเป็นสามีภรรยาคนนู้น ก็แทบไม่มีอะไรบรรยายคนเหล่านี้เลยว่าเป็นคนแบบไหน ลักษณะท่าทางเป็นอย่างไร นิสัยอย่างไร มีจุดพิเศษไหมที่จะช่วยให้คนอ่านจินตนาการได้ว่าใครเป็นใคร 17 คนไม่ใช่จำนวนที่น้อยนะคะ นอกจากกันต์กับเอกชัยแล้ว คนอื่นลืมหมดเลยจริงๆ

    อีกส่วนหนึ่งที่ขาดคือสถานที่ แยกรูปตัวแอลกลับหัว ปากซอยมีประตูที่มีเอกชัยคนเดียว(?)ถือกุญแจ แล้วบ้านใครอยู่ตรงไหนกันบ้าง มีบรรยายแล้วแต่จำไม่ได้เลยจริงๆ บ้านหน้าตาแบบไหน ตึกแถวหรือบ้านเดี่ยว น่าจะเป็นตึกแถวใช่ไหมคะ แล้ลานทิ้งขยะล่ะอยู่ตรงไหนของแยก



    2) ความเป็นไปได้ที่นำไปสู่การไขปริศนา

    คนที่ทำตัวได้น่าสงสัยมาก...กันต์ กันต์เป็นคนในเฝือกที่มีความสามารถมากอย่างคาดไม่ถึงเมื่อเทียบกับคนที่มีขาติดอยู่ในเฝือกหลายคนที่เคยเข็นรถเข็นให้หรือเดินช้าๆ ไปเป็นเพื่อนพร้อมถือของให้ด้วย ถ้าขึ้นชั้นบนก็พึ่งลิฟท์รูปเดียวเพราะคงใช้เวลเป็นสิบนาทีถึงจะขึ้นได้ แต่กันต์เดินไปทันคนอื่น ขึ้นบันไดอย่างสง่างาม เดินนำหน้าทั้งกลุ่มก็เคย ข้อนี้เปรี้ยวมากเพราะเจออะไรนี่ตายคนแรกแน่นอน แถมตอนท้ายพอโดนยิงที่ขายังกระกระสนไปต่อได้อีก เก่งกว่าคนขาดีหลายคนมากๆ กันต์แกล้งขาหักแน่นอน...แรกๆ ก็คิดอย่างนั้นนะ

    ขอแถมหน่อยที่ฉากเปิดกระเป๋า เนื่องจากไม่ได้บอกว่าเป็นกระเป๋าประเภทไหน ขอเดาเอาว่าเป็นกระเป๋าถุงปุ๋ย เพราะเปิดแวบๆ ก็เห็นละ และกันต์ก็พอจะเปิดกระเป๋าได้อย่างทุลักทุเลนิดหน่อย (เพราะกันต์เก่งมาก จากย่อหน้าแรก) ถ้าเป็นกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ กันต์น่าจะลำบาก เพราะกันต์จะรูดซิบเปิดกระเป๋าจนสุดไม่ได้ หรือจะวางกระเป๋านอนพื้นค่อยเปิดก็โคตรลำบาก...แม้กันต์ตะเก่งแค่ไหนแต่กันต์ติดเฝือก

    นอกจากความเป็นไปได้ทางกายแล้ว ยังมีความเป็นไปได้ทางจิตใจด้วย จุดเด่นของนิยายแนวนี้อยู่บนการสร้างความกดดันให้ผู้อ่านรู้สึกว่าทุกคนน่าสงสัยไปหมด นั้นก็ใช่ คนนี้ก็เข้าข่าย แต่จะทำอย่างนั้นได้ ตัวละครแต่ละตัวจะต้องมีข้อมูลเพียงพอจะกดดันผู้อ่านค่ะ ซึ่งตามข้อ 1 เรื่องนี้ยังขาดอยู่ พฤติกรรมและบทบาทของตัวละครแต่ละตัวเป็นสูตรสำเร็จมาก จนกันต์พ้นสภาพผู้ต้องสัยและทำให้สามารถเลือกคนร้ายได้ถูกต้อง อย่างน่าเสียดาย



    (ต่อ)
    #132
    0
  4. #124 ราชาแมว (@achurao) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 15:39
              สนุกมากครับ
    #124
    0
  5. #122 Σʍρeror_ɔr (@055440769) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2557 / 09:23
    .ปรบมือรัวๆ ผูกเรื่องดีมากครัช
    ถึงจะพอๆเดาได้บ้างแต่สุดยอดมากอ่ะ *0*
    #122
    0
  6. #117 ลูกแมวตัวน้อยๆ (@noramonj) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2557 / 06:05
    เก็ตแล้วค่ะ
    #117
    0
  7. #116 ลูกแมวตัวน้อยๆ (@noramonj) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 14:11
    เข้าใจแล้วค่ะว่าหมาคือคนที่18แต่ยังงงว่าแฟนการิณคือใคร มาได้ไง
    #116
    0
  8. #115 ~น้ำค้าง~ (@sasiporn01) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 10:45
    เป็นหมาอย่างที่ข้าพเจ้าคาดไว้ด้วย O_O

    สุดท้ายก็ตายหมดเลย...
    #115
    0
  9. #113 แม่ม๑น้oe (@kunlanid_far) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 09:11
    เจ้าหมา คือคนที่18?
    #113
    0
  10. #111 looknam lala (@looknam-n) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 11:50
    รอค้าบบบบ 
    #111
    0