คดีฆาตกรรมเพื่อนบ้าน

  • 83% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 9,594 Views

  • 152 Comments

  • 251 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    78

    Overall
    9,594

ตอนที่ 26 : เข้าใจผิด (100% แล้วคร้าบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    13 ส.ค. 57

ตอนที่ 23 – เข้าใจผิด

 

                เอกชัยเดินอย่างเลื่อนลอยไปยังหน้าบ้านของตริณภพ เขากำลังคิดถึงอะไรบางอย่าง

                “คนที่สิบแปดกลับมาในแยกนี้อีกครั้งงั้นหรือ?” เขาถามตัวเอง บางสิ่งสะกิดใจเขาแปลกๆ

                “ไม่หรอก จะกลับมาทำไม แต่ว่า... ถ้าไม่กลับมา” เขามองประตูบ้าน

                “ถ้าคนที่สิบแปดไม่ได้กลับเข้ามา ก็แสดงว่า.... คนที่ฆ่าคุณรสสุคนธ์กับณวัตน์ก็อยู่ใน อยู่ใน...”

                เขารู้สึกตกใจเมื่อคิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

                “คนร้ายที่ฆ่าสองคนนั่นอยู่ในกลุ่มสี่คนที่หายไปนั่นเอง!

                เอกชัยก้มลงมองปืนของตัวเอง มือของเขาสั่นอย่างไร้สาเหตุ

                ใครทำล่ะ? กันต์ เป็นไปไม่ได้ กันต์จะทำทำไม ที่เหลือก็คุณเกศินี ก็ไม่มีทางทำได้อยู่แล้ว เป็นผู้หญิงเรียบร้อยขนาดนั้น อิศราก็ยังเป็นเด็กอยู่... ไม่มีทางทำได้

            ก็เหลือแค่วราลี แต่เธอจะทำไปทำไม?

            “นั่นไง! เอกชัยคิดบางสิ่งขึ้นมาได้ “เป็นวราลีจริงๆ นั่นแหละ เพราะเธอขอให้เราเปิดโปงเรื่องทุจริตของอาเธอ เธอเกลียดพวกอาเธอจะตาย เพราะงั้นคนที่ฆ่ารสสุคนธ์กับณวัตน์ก็คือวราลี!

                “วราลีคือคนทำเหรอ? แล้ว แล้ว” เขาพึมพำ “เธอขู่บังคับให้คนอื่นทำ ไม่สิ หรือว่าเป็นเธอเองที่ลักพาตัวอีกสามคนไปขังเอาไว้ ที่ไหนสักแห่งหนึ่งในละแวกนี้”

                “ในเมื่อเธอเป็นฆาตกร เพราะฉะนั้น เธอคงจะหาทางปกปิดเรื่องแน่นอน เธอต้องโยนความผิดให้ใครก็ได้ที่ไม่ใช่เธอ และคนคนนั้นก็คือ...”

                “ไม่จริงน่า เธอจะ....”

                เธอจะโยนความผิดทั้งหมดให้เรางั้นหรือ?

                เอกชัยก้มลงมองพื้น

                เพราะเราคือฆาตกรงั้นหรือ?

                “เราสังหารคนไปหลายคน เธอก็เลยคิดว่าจะโยนความผิดว่าเราเป็นคนฆ่ารสสุคนธ์กับณวัตน์งั้นหรือ?”

                “ใครจะยอม” เขาเริ่มโกรธ “ก็แบบนี้แหละ มนุษย์น่ะไว้ใจได้ที่ไหน เราต้องตามหาเธอให้เจอให้ได้”

               

                “ป่านนี้ คุณเอกชัยจะเป็นยังไงมั่งก็ไม่รู้นะ” กันต์เอ่ยขึ้น ในบ้านของจงรัก มีเขา วราลี อิศรา และเกศินี รวมทั้งหมดสี่คนเท่านั้น

                “คนที่สิบแปดคงจับเขาขังที่ไหนสักแห่งในละแวกนี้” เกศินีเอ่ย ยังโอบกอดลูกชายอยู่ “ถ้าถึงเวลาเขาคงปล่อยเราไปเอง”

                “เราทำได้แค่นั่งรอเท่านั้นหรือ?” กันต์ถอนหายใจ แล้วก็มองนาฬิกา ตีห้าแล้ว เหลืออีกชั่วโมงเดียวก็จะเช้า เขารู้สึกเริ่มง่วงนอนขึ้นมา

                “ไปชงกาแฟดีกว่า” เขาว่าแล้วก็ลุกขึ้นไปยังห้องครัว ทิ้งให้อีกสามคนอยู่ในห้องรับแขก ขณะเดียวกันนั้นเอง เอกชัยก็เดินตามหาไปทั่วละแวกบ้านนั้นเพื่อหาวราลี

                “อยู่ไหนกันแน่?” เขาหันรีหันขวาง “น่าจะอยู่ในละแวกนี้ อ๊ะ หรือว่า หนีออกไปแล้ว”

                เอกชัยเดินไปตรวจสอบประตูก็เห็นว่ายังล็อกอยู่ เขาหันกลับมา ในมือถือปืนไว้

                “ยังอยู่ที่ไหนสักแห่งแน่ๆ” เขาว่า “ถ้าเจอตัวละก็... เสร็จแน่”

 

                กันต์ถือแก้วกาแฟกับโอวัลตินมาให้ทุกคน อิศรายกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะรับแก้วโอวัลตินร้อนๆ ไปดื่ม

                “คุณเกศินี จากนี้ไปคุณจะทำยังไง?” วราลีถามขึ้น เกศินีวางแก้วกาแฟลง สีหน้าเศร้าหมอง

                “ก็คง... ไม่รู้สิคะ ก็อาจจะไปอยู่ที่ต่างจังหวัดก่อนเพื่อทำใจ”

                “หนูเองก็อาจจะกลับบ้านเหมือนกัน” วราลีพูด “แล้วกันต์ล่ะ?”

                “ไม่รู้เหมือนกันครับ” เขาตอบ “ก็คงจะไปงานศพป้ามั้งครับ....”

                “เราจะบอกตำรวจใช่ไหมว่า คุณเอกชัยเป็นฆาตกร?” เกศินีถาม ทั้งกันต์และวราลีมองหน้ากัน

                “หนูคง...”

                “ผมจะบอกครับ” กันต์พูดขึ้นมา “ยังไงเขาก็ฆ่าป้าผม เพราะงั้น...”

                ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงเคาะประตูดังมาจากหน้าบ้านดังปังๆ ทุกคนนั่งเงียบ

                “ใครน่ะ?” กันต์ลุกขึ้น วราลีจับแขนเขาไว้

                “ถ้าไม่ใช่คนที่สิบแปด” เกศินีพูด “ก็คือคุณเอกชัย! เขาต้องการความช่วยเหลือ”

                “ลุกไปดูดีกว่า” กันต์บอก แต่วราลีรั้งเขาไว้

                “อย่าไปเลย”

                “ให้ฉันออกไปดูเอง” เกศินีลุกยืนอย่างเร่งรีบเพราะเธอคิดว่าเอกชัยจะขอความช่วยเหลือ เธอเดินไปที่ประตูและเปิดออก ทันใดนั้น ปืนของตริณภพก็ส่องเข้าที่หน้าผากของเธอ

                “คุณเอกชัย?”

                “วราลีอยู่ไหน?” เอกชัยถาม มือยังจ่อปืนที่ศีรษะของเกศินี

                “คุณ.... ไม่ได้ถูกลักพาตัว?”

                “อะไรนะ?”

                “ฉันคิดว่าคุณถูกคนที่สิบแปดลักพาตัวไป...” เกศินีเอ่ยเสียงเบา

                “คุณโดนวราลีจับขังไว้ใช่ไหม?”

                “คุณพูดอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง!

                “ขอเจอวราลีหน่อยได้มั้ย?” เอกชัยพูด เกศินีดูไม่ไว้ใจ เธอเลยตอบไป

                “วราลีไม่ได้อยู่กับฉันหรอกค่ะ”

                “หา?”

                “เธอหายตัวไป ไม่รู้ไปไหน” เกศินีตอบ

                “โกหก”

                “ในบ้านมีแต่ฉัน ลูก แล้วก็กันต์เท่านั้น” เธอบอก “วราลีบอกว่าจะออกตามหาคุณแล้วก็หายตัวไปเลย ฉันกับกันต์กับอิศรากำลังค้นหาเธอในบ้านนี้ และคุณก็เพิ่งจะมานี่แหละ”

                “หายไปไหน?” เอกชัยถาม

                “ไม่รู้ค่ะ คงมีใครสักคนลักพาตัวเธอไป”

                “คนที่สิบแปดหนีไปแล้ว คุณวลัยลักษณ์บอกผมเอง” เอกชัยพูด “ไม่มีทางที่จะมีใครลักพาตัวใครไปได้อีก”

                “แต่วราลีหายไปจริงๆ” เกศินีพูดย้ำ “หรือคุณจะเข้าไปค้นมั้ยล่ะคะ?”

                เอกชัยนิ่งไปพักหนึ่ง สงสัยจะหนีออกจากแยกไปแล้ว เขาคิด ทางด้านหลัง ถึงจะเป็นทางตัว แต่ก็ใช่ว่าจะปีนหนีขึ้นไปไม่ได้ วราลีคงหนีไปแล้ว

                “ผมจะเชื่อคุณก็ได้” เขาบอกและลดปืนลง “แต่ผมจะไม่ยอมให้ใครมาโยนความผิดให้ผมเด็ดขาด”

                “คุณพูดอะไร?” เกศินีถาม แต่เอกชัยไม่ตอบ เขาเดินออกไปจากบ้าน เกศินีกุมหัวใจที่เต้นตึกตัก เธอรีบเดินเข้าบ้านจงรักไป

                “คุณเอกชัยตามหาพี่วราลี?” กันต์ฉงนเมื่อเกศินีบอก

                “ท่าทางเอาเรื่องเชียวล่ะ ไม่รู้อะไรเหมือนกัน แต่เราต้องคอยคุ้มครองวราลี ไม่ให้คุณเอกชัยเห็น” เกศินีพูดยาว “เขาอาจจะฆ่าวราลีก็ได้”

                “แล้วมีอะไรอีกหรือเปล่าครับ?” กันต์ถาม

                “จริงสิ” เกศินีนึกได้ “คุณเอกชัยบอกว่าคนที่สิบแปดหนีไปแล้ว คุณวลัยลักษณ์เป็นคนบอก”

                “คนที่สิบแปดหนีไปแล้ว?” กันต์ทวนคำ

                “ใช่แล้ว” เกศินีว่า “ตอนนี้ก็มีแค่เรากับคุณเอกชัยเท่านั้นที่อยู่ในแยก”

               

                “หนีไปแล้วงั้นหรือ?” เอกชัยเดินไปเดินมาอย่างหงุดหงิด “ถ้าหนีไปแล้ว ถ้าเอาเรื่องไปฟ้องตำรวจล่ะ เราก็เสร็จน่ะสิ”

                เขารู้สึกเครียด กลับเข้าบ้านอีกครั้ง แล้วก็นั่งบนโซฟา

                “เราจะทำยังไงดี?” เขาถามตัวเอง “ป่านนี้ วราลีคงเรียกตำรวจแล้ว อีกไม่นาน ตำรวจก็จะมา แล้วก็มาจับเรา....”

                “ทั้งที่เธอกับเราก็เป็นฆาตกร แต่มีแค่เราที่จะถูกจับ” เขาว่า “มันยุติธรรมที่ไหน?”

                “ต้องแก้แค้น ต้องแก้แค้นให้ได้” เขากำหมัดแน่น “สัญญาว่าจะร่วมมือกับเรา แต่ในที่สุดก็มาหักหลังเรา มนุษย์นี่มันไว้ใจไม่ได้จริงๆ”

                แต่ว่าตำรวจอาจจะกำลังมาตอนนี้

                “เราควรจะหนีไปตอนนี้สินะ” เอกชัยพึมพำ “เราน่าจะรีบหนีไป กุญแจรั้วล่ะ? ให้คุณตริณภพไปแล้ว แล้วตอนนี้มันอยู่กับใคร?”

                เอกชัยเดินออกจากบ้านไปยังลานรกๆ ท่ามกลางศพทั้งหมด เขาค้นหาศพตริณภพจนเจอ แต่กลับไม่เจอกุญแจที่เขาให้ไป

                “หรือว่าอยู่กับคุณเกศินี?” เขาว่าแล้วก็เดินเข้าบ้านจงรัก ทุบประตูดังปังๆ อีก ในบ้านของจงรัก กันต์ได้ยินเสียง เกศินีรีบพาวราลีไปหลบซ่อนในห้องน้ำ

                กันต์เดินขากะเผลกมาหน้าบ้าน เขาเปิดประตู เอกชัยส่องปืนจ่อเขาอยู่

                “เอากุญแจคืนมา!

                “กุญแจอะไรครับ?” กันต์ถามแบบไม่รู้จริงๆ

                “กุญแจรั้วไง คุณตริณภพคงจะให้ภรรยาของเขา ไปเอามันมาให้ฉัน”

                “คุณจะหนีเหรอ?” กันต์ถาม “ยังไงก็ไม่พ้นเงื้อมมือกฎหมายหรอก”

                “อย่าปากดี ไปเอากุญแจมา ไม่งั้นแกได้เป็นศพแน่” เอกชัยขู่ กันต์จ้องมองปืนอย่างหวาดกลัว แล้วก็ค่อยๆ เดินกลับเข้าบ้านไป

                ในบ้านจงรัก กันต์เดินมาหาเกศินีและบอกเธอ

                “เขาจะหนีไปงั้นหรือ?” เกศินีถาม “ใช่ กุญแจอยู่ที่ฉัน แต่ว่า...”

                “เราไม่อาจจะให้คุณเอกชัยลอยนวลไปได้ เพราะงั้น....” กันต์กระซิบ “เอากุญแจซ่อนเถอะครับ และบอกว่าหายไปก็ได้นี่”

                “แล้วคุณเอกชัยจะเชื่อหรือ?” เกศินียังกังวล

                “ออกไปบอกเถอะครับ” กันต์ว่า “ผมจะไปด้วย ให้อิศรากับวราลีหลบไปก่อน”

                ดังนั้น กันต์จึงออกมาพร้อมกับเกศินีแล้วก็บอกเรื่องให้เอกชัยรู้

                “โกหก!” เอกชัยไม่เชื่อ “ต้องมีคนตายก่อนหรือไง? ถึงจะยอมบอกความจริงน่ะ!

                “ก็ฉันไม่รู้จริงๆ นี่คะ ว่ากุญแจหายไปไหน!” เกศินีพร่ำพูด “จะให้ทำยังไงล่ะ?”

                เอกชัยไม่อยากจะเชื่อ แต่เกศินียืนยันขนาดนั้น

                “อย่าให้หาเจอทีหลังละกัน” เขาว่า “ไม่งั้นผมเอาคุณกับลูกตายแน่”

                เอกชัยปิดประตูลง เกศินีถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอหันไปหากันต์

                “เราต้องปกป้องกุญแจเอาไว้ให้ได้”

                “เดี๋ยวสิ” กันต์นึกอะไรขึ้นมาได้ “คนที่สิบแปดหนีไปแล้ว ไม่มีใครจะทำร้ายทุกคนได้อีกแล้ว ทำไมเราไม่เปิดประตูหนีออกไปล่ะ?”

                “จริงด้วย” เกศินีเห็นด้วย “แต่เราจำเป็นต้องปิดทางไว้ไม่ให้คุณเอกชัยหนี เพราะถึงแม้เราจะล็อกประตูจากภายนอกได้ แต่คุณเอกชัยก็อาจจะแอบปีนทางด้านหลังออกไปได้ ที่นี่ไม่ใช่เกาะร้าง แต่เป็นซอยเล็กๆ มันมีทางออก”

                “นั่นสินะครับ” กันต์หัวเราะแห้งๆ “แต่เดี๋ยวก่อนสิ ถ้าเป็นแบบนี้ ถึงประตูจะเปิดไม่ได้ แต่คุณเอกชัยอาจจะหนีไปทางด้านหลังก็เป็นได้ ไม่ใช่เหรอครับ?”

                “ตายจริง ฉันลืมคิดไปเลย” เกศินียกมือกุมปาก “งั้นเราจะทำอย่างไรกันดีล่ะ?”

                ทางด้านเอกชัย เขากำลังกังวล เขาเดินไปเดินมาอยู่ภายในบ้านมาหลายรอบแล้ว

                “กุญแจไม่มี.... ตำรวจก็จะมา หนีไม่ได้ แล้วจะทำยังไงดี?” เขาพูดอย่างร้อนรน และเขาก็นึกอะไรบางอย่างออก

                “จริงสิ ด้านหลังซอยของเรามีทางออกนี่ แค่ปีนกำแพงออกไป ด้านหลังเป็นที่ก่อสร้างร้าง เพราะงั้นอาจจะมีทางหนีก็ได้นี่นา”

                เขาลุกขึ้น เดินออกจากบ้าน และไปยังทางตันด้านหลัง ไม่มีใครอยู่ที่นั่น

                “โชคเข้าข้างเราแล้ว คนที่สิบแปดกับวราลีคงจะหนีไปทางนี้สินะ” เขาว่าแล้วเดินเข้าไปใกล้กำแพง “เอาล่ะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #81 Answer – SE • (@055440769) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2557 / 19:06
    เอาาาาาละะะะะ ......???? อัพต่อไวๆนะค้าบ ตูดเต้นๆๆ
    #81
    0
  2. #79 Answer – SE • (@055440769) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 16:46
    อยากอ่านต่อแล้ววว มาต่อไวๆนะค้าบ ลุ้นมากเลย
    #79
    0