คดีฆาตกรรมเพื่อนบ้าน

  • 83% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 9,577 Views

  • 152 Comments

  • 251 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    61

    Overall
    9,577

ตอนที่ 25 : นอกเหนือความคาดหมาย (100% แล้วจ้า)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 719
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    9 ส.ค. 57

ตอนที่ 22 – นอกเหนือความคาดหมาย

 

                “แกบังอาจมาขู่ฉันนะ แกนะ... แก” รสสุคนธ์มือไม้สั่นด้วยความโมโห ขณะจะเดินกลับเข้าบ้านตริณภพ ณวัตน์ที่เดินมาด้วยความรู้สึกกลัวแม่ตัวเองพร้อมทั้งสงสัยบางอย่างก็เอ่ยถามขึ้น

                “แม่ครับ พ่อทำผิดจริงหรือครับ?” เขาถาม “ทำจริงๆ หรือครับ?”

                รสสุคนธ์นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบ “จริง”

                “ทำไมกัน?” ณวัตน์แทบไม่อยากจะเชื่อ “ทำไมพ่อต้องทำแบบนั้น?”

                “เอ้า! ที่แกมีเงินใช้สบายอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะใครล่ะ?” รสสุคนธ์ตวาดใส่ “หัดรู้จักสำนึกบุญคุณเสียบ้าง”

                “แต่พ่อทำผิดนะแม่ ผมว่าแจ้งตำรวจ...”

                รสสุคนธ์เงื้อมือตบหน้าลูกชายจนถึงกับล้มคว่ำ

                “ไอ้อกตัญญู!” รสสุคนธ์ด่าลูกชาย “ถ้าแกขืนพูดว่าจะแจ้งตำรวจอีกละก็ ฉันจะตัดขาดกับแก คอยดู!

                “แม่...” ณวัฒน์ยกมือกุมแก้ม รสสุคนธ์ดึงคอเสื้อเขาขึ้นมา ยกตัวเขาขึ้นมาด้วย

                “และฉันจะไม่ให้ใครแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปด้วย” รสสุคนธ์พูด “ฉันจะหาทางกำจัดยัยวราลีที่รู้ความลับนี้ แกต้องร่วมมือกับฉันนะ”

                “แม่จะ...” ณวัตน์เอ่ยอย่างกลัวเกรง “แม่จะ... ฆ่าพี่วราลีหรือครับ?”

                “ไปนับญาติกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” รสสุคนธ์ถามแล้วก็เดินเข้าไปในบ้าน ทิ้งให้ณวัตน์กลืนน้ำลายลงคอ เขารู้สึกกลัว... กลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้ไป

 

                “อ้าว ทำไมอยู่ๆ ถึงกลับกันมาล่ะคะ?” เกศินีเอ่ยอย่างแปลกใจเมื่อเห็นพวกกันต์กับรสสุคนธ์เข้ามาในบ้าน แต่รสสุคนธ์ไม่ตอบอะไร ในขณะที่กันต์กับวราลีพาตัวเองไปนั่งบนโซฟา รสสุคนธ์ก็แอบกระซิบกับณวัตน์

                “ต้องหาจังหวะ ตอนมันอยู่คนเดียว” เธอว่า

                “แล้วแม่ไม่กลัวความผิดหรือครับ?”

                รสสุคนธ์ถอนหายใจ ก่อนจะหันมาตอบลูกชาย

                “เราก็โยนความผิดให้คนที่สิบแปดสิ” เธอตอบคำถาม

                “คนที่สิบแปด?” ณวัตน์ทวน

                “ใช่ เราโยนความผิดให้ไปเลย ยังไงคนที่สิบแปดก็เป็นคนฆ่าทุกคนอยู่แล้วนี่ โอกาสเหมาะพอดี หึๆ” เธอว่าแล้วก็เฝ้ามองวราลีต่อไป

 

                ฝ่ายกันต์ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ วราลีก็ถามขึ้น

                “ที่คุณธนพลทำผิด นี่เองเป็นสาเหตุที่พี่เกลียดพวกคุณธนพลหรือครับ?”

                “มันมีอีกเรื่องหนึ่ง” วราลีตอบ “อาของพี่ฆ่าพ่อของพี่ แล้วทำให้เหมือนเป็นอุบัติเหตุ”

                “มันเป็นยังไงครับ?”

                “ก็เรื่องการแบ่งแยกมรดกอะไรนิดหน่อย” เธอบอกปัดๆ เหมือนไม่อยากพูด “เพราะงั้น... พี่ก็เลยดีใจ”

                “ดีใจอะไรครับ?”

                “ก็รู้นะว่าเป็นความคิดในแง่ลบน่ะ” เธอว่า “แต่พี่ยินดีที่อาของพี่ตายไปซะได้....”

                กันต์ได้ฟังก็รู้สึกตกใจ เขาไม่คิดว่าวราลีจะมีความคิดแบบนี้

                “อ๋อ....” กันต์พยักหน้า ในใจเขาเริ่มคิดถึงเรื่องน่ากลัวบางอย่าง

                คงไม่ใช่ว่าพี่วราลีคือฆาตกรฆ่าคุณธนพลหรอกนะ

                “ไม่ ไม่ใช่หรอก คนที่สิบแปดต่างหาก ใช่แล้ว” เขาพูดเบาๆ กับตัวเอง

 

                เอกชัยนั่งลงบนโซฟาในบ้านของตนพลางถอนหายใจ ในมือยังคงถือปืนที่เป็นของตริณภพอยู่

                “รู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกิน” เขาพูดแล้วก็มองปืนของตัวเอง

                เราฆ่าเพื่อนบ้านไปอีกแล้ว ฆ่าไปอีกสองคนแล้ว

                เพราะอารมณ์ที่ร้ายกาจของเรา เพราะความกลัวของเรา ความหวาดระแวงของเรา ก็เลย....

            เราสังหารคนไปมากมาย เหมือนคนไร้จิตใจ คนบาปหนา เราน่าจะไม่รู้สึกอะไรสิ

แต่ทำไมเรารู้สึกเศร้าขนาดนี้นะ?

                จู่ๆ สายตาของเอกชัยก็หันไปเห็นรูปภาพรูปหนึ่งที่วางบนโต๊ะ เขาลุกขึ้นและเดินไปหยิบมันขึ้นมาดู

                “นี่มัน...” เขามองดูภาพรูปนั้น เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อปีที่แล้ว ในช่วงปีใหม่ หน้าบ้านของเขาเอง เป็นรูปของเพื่อนบ้านทุกคนในละแวกนี้

                “เพื่อนบ้านของเรา...” เขาพูดแล้วก็นึกถึงตอนที่ถ่ายรูปใบนี้ ในตอนนั้นเอง เขาอาสาเป็นตากล้องเพื่อจะถ่ายภาพทุกคนให้ครบ

                เขาหวนระลึกถึง... ความทรงจำ เมื่อหนึ่งปีก่อน มันยังคงเด่นชัด

 

                “เอาละนะครับ” เอกชัยในตอนนั้นพูดขึ้นหลังจากปรับกล้องเสร็จแล้ว

                “คุณพรหมพรขยับไปทางซ้ายนิดหนึ่งสิครับ จะได้เห็นหน้าคุณเกศินีชัดๆ”

                “แหม น่าสงสารคุณเกศินีนะคะ ถึงฉันจะหลบมุมไปก็โดดเด่นกว่าอยู่ดี” พรหมพรว่าติดตลกแล้วก็หัวเราะ ทุกคนพากันหัวเราะอย่างสนุกสนาน

                “อ้าว นายกันต์ทำไมยืนห่างจากวราลีขนาดนั้นล่ะ? เข้ามาใกล้ๆ สิ”              

                “อ๋อ ครับ” กันต์ยกมือเกาศีรษะนิดหน่อยก็จะเขยิบเข้ามาชิดกับวราลี วราลีเลยจับมือเขาไว้ ทำเอาเขาสะดุ้ง เพื่อนบ้านทุกคนยิ้มแย้ม เอกชัยกดปุ่มตั้งเวลา แล้วก็รีบวิ่งไปรวมกับพวกคนอื่นๆ

                แชะ!

ภาพถูกถ่ายครบทุกคน ในภาพ ทุกคนยิ้มแย้มอย่างมีความสุข

 

                น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากตาของเอกชัย เขายังจำได้ดีถึงตอนนั้น ช่วงเวลาแห่งความสุข ที่เขามีร่วมกับเพื่อนบ้านทุกคน

                “ทำไม? ทำไมถึงเกิดเรื่องพรรค์นี้ขึ้นมาได้?” เขาถามตัวเอง

                “ทำไม?”

 

                “คิดได้แล้ว” รสสุคนธ์เอ่ยกับลูกชายของตนที่นั่งอยู่ ณวัตน์หันมาหาแม่ของตน

                “คิดอะไรได้ครับ?”

                “วิธีจัดการยัยวราลีน่ะสิ” เธอว่า

                ขณะที่ไม่มีใครใส่ใจใคร รสสุคนธ์ก็ลุกขึ้นไปยังห้องด้านหลัง ค้นหาอะไรอยู่สักอย่างจนพบเชือกมัดหนึ่ง เธอมองเชือกในมือเธอจากนั้นก็ซ่อนไว้ด้านหลังเสื้อ ก่อนจะเดินไปหาวราลีที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กับกันต์ ซึ่งกันต์ดูเหมือนกำลังจะเคลิ้มหลับ...

                “วราลี” เธอพูดเหมือนกระซิบ วราลีหันมา

                “มีอะไรคะ?”

                “ช่วยมาคุยกันสองต่อสองหน่อยได้มั้ย?”

                วราลียิ้มออกมา แต่ไม่ได้แสดงว่าดีใจหรืออะไร เธอลุกขึ้น

                “ค่ะ” เธอรับ รสสุคนธ์เลยเดินขึ้นบันไดที่จะไปชั้นสอง และวราลีก็เดินตามมา

                “มีอะไรหรือคะ?”

                รสสุคนธ์หันมา แล้วทันใดนั้น เธอก็กางเชือกออกเป็นเส้นตรง วราลีจะส่งเสียงร้องแล้วแต่ช้าไป รสสุคนธ์รัดคอวราลีอย่างแรง วราลีดิ้นพล่านไปมา กรีดร้องไม่ออก เชือกเริ่มรัดคอเธอมากขึ้นตามแรงของรสสุคนธ์ มือไม้ของวราลีปัดไปปัดมาจนไปโดนแจกันที่วางแถวนั้นตกลงมาแตก

                “อะไรน่ะ?” กันต์ตื่นขึ้น และเขาก็เห็นณวัตน์วิ่งขึ้นไปบนชั้นสอง ที่รสสุคนธ์กับวราลีกำลังปลุกปล้ำกันอยู่

                “แม่ครับ!” ณวัตน์วิ่งขึ้นไปหาแม่ พยายามจะจับตัวแม่ของตน ไม่ให้ทำร้ายวราลี

                “แม่ครับ! พอเถอะครับ”

                “ถอยไป!” รสสุคนธ์ผลักณวัตน์สุดแรง ณวัตน์เซไปจนถึงขอบบันได

                “อ๊ะ!

                “ทำอะไรกันน่ะ!” กันต์เดินมาหน้าบันได และทันเห็นณวัตน์ตัวกำลังเอนลงมาด้านล่าง...

                “ณวัตน์!

                ร่างของณวัตน์ตกลงมากระแทกกับบันไดและกลิ้งลงไปตามขั้น กันต์รีบหลบ ร่างของณวัตน์กลิ้งมาจนถึงขั้นสุดท้ายก่อนจะนอนกองแน่นิ่ง เลือดไหลออกจากปาก คอหักเสียชีวิต

                “ลูกแม่!” รสสุคนธ์อ้าปากค้างและปล่อยเชือกที่มัดคอวราลี เธอรีบวิ่งไปประคองร่างของลูกชายที่หมดลมหายใจไปแล้ว ขณะที่วราลีพยายามแก้เชือกออกจากคอตัวเองและไอค่อกแค่ก

                “ลูกแม่! ลูกแม่! แม่ขอโทษลูก” รสสุคนธ์เริ่มร้องไห้ “ลูกแม่... ลูก”

                “เป็นเพราะแกนั่นแหละ!” รสสุคนธ์ตวาดใส่วราลีที่กำลังเอามือกุมคอ เธอค่อยๆ ลุกขึ้นมา

                “เพราะคุณต่างหาก คุณผลักเขาเอง!

                “ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ!” เธอร้องไห้น้ำตานองหน้า “ใคร ใครก็ได้ คุณ ธนพล! มาดูลูกหน่อยเร็ว ลูกตายแล้ว!

                “สงบสติอารมณ์ก่อนครับ” กันต์เข้ามาปลอบรสสุคนธ์ แต่เจ้าตัวดูจะคลุ้มคลั่งแล้ว สติแตกเกินกว่าจะควบคุมอะไร เธอวิ่งไปยังห้องครัวโดยที่ไม่มีใครได้ห้ามทัน เธอหยิบมีดทำครัวขึ้นมาเล่มหนึ่ง

                “คุณรสสุคนธ์!

                กันต์ร้อง รสสุคนธ์เงื้อมีดขึ้น จากนั้นก็จ้วงแทงลงที่ท้องของตัวเองครั้งหนึ่ง ก่อนจะดึงขึ้นมาแล้วก็ทำอีกครั้งหนึ่ง เลือดสีแดงสาดกระจายพื้นห้อง

                “อย่าครับ!

                รสสุคนธ์กรีดร้อง เธอยกมีดจากท้องและปาดคอตัวเองจนโดนเส้นเลือดใหญ่ เลือดไหลพุ่งออกมาราวกับน้ำพุ กระจายไปทั่วห้องครัว ย้อมสีห้องเป็นสีแดง แล้วเธอก็ทรุดตัวลงไป เสียชีวิตในที่สุด

                กันต์ไม่กล้ามองภาพข้างหน้า เกศินีเอามือปิดตาอิศราเอาไว้ ขณะที่วราลีเพิ่งจะเดินลงมา เธอมองศพของรสสุคนธ์ด้วยสายตาเย็นชา

                “ตอนนี้ เราก็เหลือกันแค่ห้าคนแล้ว” กันต์ปิดตาลง

                “เราจะรอด หรือเราจะตายกันหมดกันแน่?” เกศินีพูดอย่างกลัวๆ “นี่มันเหมือนนิยายเรื่องฆาตกรรมยกเกาะเลยนะ ตายทีละคน ทีละคน สุดท้ายจะไม่มีใครรอดชีวิต”

                “จะไม่มีใครตายอีกแล้ว” กันต์ปลอบใจทุกคน ไม่มีใครกล้าอยู่กับศพสองศพ ทุกคนจึงพากันเดินออกนอกบ้านไป

                “เข้าบ้านผม... ไม่ใช่ บ้านป้าจงรักก็ได้ครับ” กันต์บอกและนำทางอีกสามคนเข้าไป เขาเดินไปเปิดไฟแล้วก็เปิดตู้เย็น

                “จะดื่มอะไรหน่อยไหมครับ?” กันต์หันมาถามวราลีกับเกศินี ทั้งสองส่ายหน้า กันต์เลยห่างออกจากตู้เย็น

               

                “เราเผยตัวดีกว่า” เอกชัยเปรยอย่างเลื่อนลอย เขาลุกขึ้นจากโซฟา ถือปืนไปด้วย เดินออกไปนอกบ้าน อีกประมาณชั่วโมงครึ่งก็จะเช้าแล้ว เขาเดินไปตามถนนสั้นๆ ที่เงียบ เดินเข้าบ้านตริณภพไป

                “ทุกคน” เอกชัยเรียกแต่ไม่มีใครตอบรับ ไฟก็ยังเปิดอยู่แต่ไม่มีใครอยู่ข้างใน

                “ไปไหนกัน?” เขารู้สึกงง และขณะเดินไปตรงบันไดก็เจอศพณวัตน์นอนอยู่ เขาตกใจมาก

                “อะ อะไรกันเนี่ย?” เขาถอยหลังอย่างกลัวๆ และสายตาก็พลันไปเห็นห้องที่เต็มไปด้วยเลือด ศพรสสุคนธ์นอนอยู่บนพื้นท่ามกลางกองเลือด

                “ใคร? ใครทำ?” เขาใจสั่น “คุณวลัยลักษณ์บอกว่าคนที่สิบแปดหนีไปแล้ว เพราะงั้น คนที่ทำก็คือ กันต์ วราลี คุณเกศินี อิศรา ไม่หรอก ไม่มีใครสามารถทำอะไรโหดร้ายแบบนี้ได้”

                “คนที่สิบแปดกลับมาแล้วงั้นหรือ? แล้วลักพาตัวทุกคนไปงั้นหรือ?” เขาสันนิษฐาน “คนที่ทำให้เราต้องกลายเป็นฆาตกร คนที่ฆ่าการิณ กลับมาและลักพาตัวอีกสี่คนไป”

                “เราต้องช่วยทุกคน” เอกชัยหันไปทางหน้าบ้าน แต่แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา

                ทุกคนหายไปแล้ว

            จริงๆ เราก็อยากจะทำให้ทุกคนหายไปอยู่แล้วไม่ใช่หรือ? เพราะบางคนอาจจะแจ้งตำรวจมาจับเรา

            ตอนนี้คนที่ 18 ก็ทำตามที่เราต้องการไปแล้ว แล้วเราจะไปช่วยเหลือคนอื่นทำไม? แบบนี้ดีแล้วไม่ใช่หรือ? เราจะได้ไม่ต้องฆ่าใครเพิ่มไง ท้ายที่สุด เราก็จะพ้นมลทิน เพราะคนทำคือคนที่ 18

                “นั่นสิ ใช่แล้ว” เอกชัยนั่งลงบนโซฟา “เราต้องทำให้คนที่สิบแปดฆ่าสี่คนนั่นซะ เราจะได้...” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #96 p_ice (@p-ice) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2557 / 01:37
    โห้ยยย ปวดตับ อ่านแบบไม่หลับไม่นาน

    กันต์เจ้าก็รับๆเป็นฆาตกรไปเถอะ555
    #96
    0
  2. #93 shlove (@mint22tp) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 19:40
    ทำไมกันต์ไม่ช่วยวะ 
    #93
    0
  3. #78 Answer – SE • (@055440769) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2557 / 15:15
    โฮกกกกกก อัพต่อเร็วนะครับบ พรีสสสสส ติดลมมาก สนุกมากครับ ตกลงคือ คนที่สิบแปดนี่คือตัวเองรึป่าวครับ ที่อยากจัแก้แค้นคนนู้นคนนี้ ต่างคนต่างฆ่าแล้วก็เข้าใจผิดกันไปเอง
    #78
    0