คดีฆาตกรรมเพื่อนบ้าน

  • 83% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 9,579 Views

  • 152 Comments

  • 251 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    63

    Overall
    9,579

ตอนที่ 20 : แย่งชิง (เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 777
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    11 ก.ค. 57

ตอนที่ 17 – แย่งชิง

 

            “เป็นเรื่องจริงหรือครับคุณมนัญญา?” ตริณภพเอ่ยเบาๆ ด้วยความสงสัย ตอนนี้ทั้งสองคนก็ยังอยู่รวมกันในห้องนอนพร้อมกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่

                “เป็นเรื่องจริงค่ะ” มนัญญาบอก “และเขาต้องการให้คุณตริณภพช่วยเหลือ เพราะเหลือแค่คุณคนเดียวเท่านั้น เพราะทั้งกันต์และคุณธนพลก็บาดเจ็บอยู่”

                “เข้าใจแล้วครับ” ตริณภพพยักหน้า “แต่จะทำอย่างไรล่ะครับ?”

                “หนทางที่จะจบเรื่องนี้ได้ นั่นก็คือ...” มนัญญาพูด “สิ่งที่จะจบเรื่องนี้ได้โดยไม่ต้องมีใครล้มตายหรือบาดเจ็บอีก นั่นก็คือชิงกุญแจทั้งหมดจากคุณเอกชัยมาให้ได้”

                “ชิงกุญแจมาให้ได้?”

                “ใช่ค่ะ” มนัญญารับ “เราต้องหาจังหวะดีๆ”

                “เข้าใจแล้วครับ” ตริณภพว่า “เราเริ่มกันเลยเถอะ”

 

                เอกชัยเดินคนเดียววนเวียนอยู่ในห้องรับแขก เขามีปืนติดตัวสองกระบอก กระบอกหนึ่งซึ่งเป็นปืนลูกโม่ที่เขาเป็นเจ้าของนั้นเหลือเพียงนัดเดียว ขณะที่อีกกระบอกที่เอามาจากตริณภพยังเหลือเยอะ เยอะมากพอจะฆ่าคนได้จนหมด

                “ฆ่าคนได้จนหมด” พอคิดแล้วก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาอีกครั้ง เขาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา ในตอนนั้นเอง ตริณภพก็ลงมาจากห้องนอน มายังห้องรับแขก

                “มีอะไรหรือคุณตริณภพ?” เอกชัยเล็งปืนทันทีอย่างไม่ไว้ใจ “จะมาทำอะไรอีก?”

                “คือว่า...” ตริณภพพูด “ผมเหมือนได้ยินเสียงใครสักคนอยู่ชั้นบนน่ะครับ”

                “เราตรวจดูแล้วไม่มีใคร” เอกชัยบอก “คุณจะมาโกหกอะไรอีก?”

                “แต่ผมได้ยินจริงๆ นะครับ” ตริณภพพยายามหว่านล้อม “คุณไม่คิดจะขึ้นไปดูหรือครับ?”

                “วิญญาณน่ะหรือ?” เอกชัยหัวเราะ “ก็ได้ แต่ถ้าผมจับได้ว่าคุณโกหกล่ะก็....”

                เอกชัยลุกยืนและเดินตามตริณภพขึ้นไปยังชั้นสี่ ซึ่งเป็นห้องที่มนัญญาเป็นคนเข้ามาตรวจสอบและไม่เจออะไร บัดนี้ทั้งตริณภพและเอกชัยก็ได้เข้ามาอยู่ในห้องนี้แล้ว

                “มันมืดนะ” เอกชัยบอก “อับด้วย... มีหน้าต่างแค่บานเดียว คุณตริณภพ คุณบอกว่าได้ยินเสียงใช่ไหม? แต่ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่”

                “อ๋อ มีแน่ครับ”

                เอกชัยหันไปเมื่อได้ยินเสียงตริณภพ เขายิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

                “เอาเลย คุณศรัณย์!!

            “หา?” เอกชัยอ้าปากค้าง ทันใดนั้นก็มีคนพุ่งเข้าหาเขาจากด้านหลัง และใช้มือกระแทกปืนที่อยู่ในมือของเอกชัยจนหล่นบนพื้น ตริณภพรีบเก็บปืนทันที เอกชัยหันกลับไป แล้วก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

                “คุณศรัณย์?” เอกชัยชี้ไปยังเจ้าของชื่อ “....คุณยังไม่ตาย?”

                “ใช่แล้ว” ศรัณย์ก้าวออกมาจากเงามืด เอามือจับแผลที่หน้าอก และยิ้มออกมาอย่างสะใจ

                “อย่างนี้นี่เอง!” เอกชัยเพิ่งจะเข้าใจ “ตอนที่มนัญญาเข้ามาหาในห้องนี้ เขาคงเจอคุณ แล้วก็ปิดปากเงียบ แกล้งทำเป็นว่าหาไม่เจอสินะ”

                “เจ้าเล่ห์ เจ้าเล่ห์กันดีนักนะ” เอกชัยหัวเราะร่วน “แต่คุณไม่รู้หรอกว่าผมก็มีปืนอีกกระบอก”

                ตริณภพและศรัณย์ทำหน้าเครียด เอกชัยหยิบปืนลูกโม่ที่เหลือกระสุนเพียงนัดเดียวออกมา

                “ส่งกุญแจมาคุณเอกชัย”

                “ไม่หรอก” เอกชัยว่า “คุณจะเอาไปก็ได้ แต่ผมต้องตายก่อน”

                “อย่านะ คุณเอกชัย” ตริณภพยังเล็งปืนไปที่เอกชัย แต่เอกชัยกลับเอาปืนของตัวเองจ่อขมับตัวเอง

                “คุณจะได้กุญแจก็ต่อเมื่อผมตายเท่านั้น” เอกชัยบอก “เอาสิ เข้ามาเอากุญแจเลย”

                “อย่าทำผิดมากกว่านี้อีกเลยคุณเอกชัย ยอมมอบตัวซะเถอะ” ศรัณย์พยายามเกลี้ยกล่อม

                “ไม่ ผมจะไม่มอบตัว หนทางที่จะจบปัญหาก็คือ ผมต้องตาย” เขาว่า น้ำตาเริ่มไหลออกมาจากเบ้าตา

                “ช่วยผมด้วย... ช่วยผมด้วย คุณตริณภพ คุณศรัณย์” เอกชัยร้องไห้ “ผมควรจะทำอย่างไรดี?”

                “วางปืนลง คุณเอกชัย ขอร้องล่ะ” ตริณภพวิงวอน “อย่าทำแบบนี้เลยครับ”

                “ผม....หันหลังกลับไม่ได้แล้ว” เอกชัยกล่าวน้ำตานองหน้า “ช่วยผมด้วย ทุกคน ช่วยผมด้วย”

                “หาจังหวะชาร์จนะ” ตริณภพกระซิบกับศรัณย์ และรอจังหวะดีๆ ในตอนนั้นเอง เอกชัยก็พูดขึ้นมา

                “ผม... รักครอบครัวของผม ไม่อยากให้ครอบครัวต้องแปดเปื้อนไปด้วย แต่ผม... ก็ทำสิ่งเลวร้ายลงไปแล้ว มันชดใช้คืนไม่ได้ ผมจะทำยังไงดี?”

                ในตอนนั้นเอง เอกชัยก็เลิกเอาปืนจ่อหัว เขาถือมันไว้ข้างๆ กาย แล้วก็ทรุดตัวลงกับพื้นและเริ่มร้องไห้

                “ผมไม่มีทางเลือกแล้ว” เขาพร่ำ “ผมควรจะทำยังไงดี?”

                “คุณเอกชัย มันยังไม่สายไปหรอกครับ” ตริณภพพูด “ผมสัญญาว่าจะช่วยเหลือคุณเท่าที่จะทำได้... ผมจะเกลี้ยกล่อมทุกคนให้ไม่เอาความ เพราะฉะนั้น ส่งปืนมาให้ผมเถอะครับ”

                เอกชัยไม่ได้ทำตาม เขายังคงนั่งนิ่งแบบนั้น ตริณภพค่อยๆ เดินเข้าหา และนั่งลงบ้าง

                “ส่งปืนให้ผมเถอะครับ ให้มันจบแค่นี้เถิดครับ”

                เอกชัยเงยหน้าขึ้น น้ำตาไหลนองใบหน้า เขายกมือปาดน้ำตาที่เปรอะเปื้อน เขายื่นปืนให้ตริณภพ ตริณภพค่อยๆ รับมาไว้

                “ดีแล้วครับ คุณทำถูกแล้ว” ตริณภพยิ้มออกมา เอกชัยก้มหน้าต่อ

                “ขอกุญแจของผมคืนด้วยครับ” ตริณภพพูดต่อ เอกชัยนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋าและส่งกุญแจบ้านกับกุญแจรั้วให้

                “ขอบคุณมากครับ” ตริณภพยิ้มและรับกุญแจมา “ผมจะพาคุณไปสงบสติในห้องก่อนนะครับ”

                ตริณภพดึงแขนเอกชัยให้ลุกขึ้น เอกชัยเดินอย่างเบา ลงไปข้างล่าง ตามด้วยศรัณย์ และตริณภพก็ตัดสินใจขังเอกชัยไว้ในห้องห้องหนึ่ง ปล่อยไว้เช่นนั้น

                ตริณภพกลับมายังห้องที่มีเพื่อนบ้านรวมกันอยู่ เขาโชว์กุญแจให้คนทุกคนดู

                “นั่นมัน” กันต์และวราลีต่างตกใจ “กุญแจ? ทำไม?”

                “มันจบแล้ว” ตริณภพพูดพลางถอนหายใจ “คุณเอกชัยยินดีปล่อยพวกเราไปแล้ว”

                “จริงหรือ!” ธนพลแสดงท่าทีดีใจ “คุณทำได้ยังไงน่ะ? คุณตริณภพ คุณกล่อมเขายังไง? เขาถึงให้กุญแจมา?”

                “เป็นเพราะดวงมากกว่ามั้งครับ” ตริณภพยิ้ม “แต่ตอนนี้.... ทุกอย่างจบแล้ว”

                กันต์หันไปหาวราลี เห็นเธอยิ้มแย้ม ทุกคนในห้องต่างรู้สึกดีใจ ยกเว้นพรหมพร

                “ยังไงฉันก็จะไม่ให้อภัยมันแน่” พรหมพรกล่าวเสียงดัง “ฉันจะทำให้มันถูกประหารชีวิต”

                “เอาเป็นว่าเราออกไปจากที่นี่และแจ้งตำรวจกันเถอะ” กันต์ว่า “...ก่อนที่คุณเอกชัยจะเปลี่ยนใจ”

                ตริณภพพยักหน้า และทุกคนก็พากันลุกเดินออกจากห้อง อิศรา ลูกชายของตริณภพเดินเข้ามากอดพ่อ ตริณภพเองก็กอดลูกตอบเช่นกัน

                “มันจบแล้วลูก ทุกสิ่งทุกอย่าง” เขาปลอบใจและหันไปหาภรรยาของตัวเองที่เดินเข้ามา

                “ฉันขอโทษจริงๆ นะคะ... คุณ เอ่อ...”

                “ไม่เป็นไรหรอก ไปกันเถอะ” ตริณภพบอกและเดินตามทุกคนไป พรหมพรออกจากห้องเป็นคนสุดท้าย เธอเดินอย่างกระฟัดกระเฟียดลงบันไดไป

                “คอยดูนะ ฉันจะจัดการมันแน่” เธอพูดอย่างหัวเสีย ไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครบางคนแอบเดินตามหลังเธออยู่...

 

                ตริณภพปลดล็อกกุญแจและเดินออกไปนอกบ้าน ลมหนาวพัดผ่านร่างกายจนเขาเย็น มนัญญาเดินตามหลังเขาออกไป

                “ทำไมคุณถึงรู้ว่าลูกคุณยังไม่ตาย?” ตริณภพถาม

                “อ๋อ เพราะเขาส่งรหัสถึงฉันไงคะ” มนัญญาแจ้ง “เขาเขียนข้อความที่เน้นคำว่า ติดคุกเป็นคำที่เขาพูดประจำเวลาทำงาน เขามีแต่งานรัดตัว ไปไหนไม่ได้ ก็เลยรู้สึกเหมือนว่าตัวเองถูกขังอยู่ตลอด”

                “งั้นศรัณย์ก็คือคนที่ 18 สินะ ที่เราคิดว่าคือคนอื่น คนที่ 18 ก็คือคุณศรัณย์ที่แกล้งตายนี่เอง” ตริณภพเข้าใจ “สรุปแล้ว คนที่ 18 ก็ไม่มีจริง”

                “ค่ะ”

                ตริณภพจะเดินไปถึงประตูอยู่แล้ว แต่ก็ได้ยินเสียงกรีดร้อง เขาหันกลับไป ทุกคนหันกลับไป และเห็นวราลีวิ่งออกมาจากบ้านตริณภพ

                “ตายแล้ว!” วราลีพูดเสียงสั่น “คุณพรหมพรตายแล้ว!

                “หา?” ตริณภพและคนอื่นๆ ตกใจ และตริณภพก็เดินเข้าไปในบ้าน พร้อมกับคนอื่นๆ...

                “อยู่ไหน? คุณพรหมพรอยู่ไหน?” ตริณภพเดินไปทั่วห้องชั้นล่าง วราลีชี้ทางไปยังห้องน้ำชั้นล่าง ตริณภพเปิดประตูห้องน้ำเข้าไป

                “เหวอ!

                พรหมพรนั่งอยู่บนโถชักโครก เลือดสีแดงไหลย้อมศีรษะและผม ดวงตาเธอเบิกค้าง เลือดไหลเป็นทางผ่านใบหน้าลงมาถึงคาง เธอถูกทุบศีรษะด้วยของแข็ง ตริณภพเดินออกจากห้องน้ำ ออกไปพบทุกคน

                “คุณพรหมพรตายแล้ว....” เขาบอก วลัยลักษณ์เอามือปิดปาก

                “ใคร? ใครฆ่าเธอ?”

                “มีข้อความเขียนไว้ด้วย” วลัยลักษณ์ชี้ไปที่กระจก ที่เคยมีข้อความที่ศรัณย์เขียนถึงแม่ ตริณภพเดินเข้าไปอ่านมัน

                ฉันคือคนที่ 18 และเป็นคนฆ่าพรหมพรและการิณ หากใครคิดหนีไป หรือแจ้งตำรวจล่ะก็ ฉันจะฆ่าทุกๆ คน ไม่ให้เหลือใครเลย

                “อะไรนะ?” กันต์อ้าปากค้าง “คนที่สิบแปดไม่มีไม่ใช่เหรอ?”

                “นี่มันอะไรกัน?” ตริณภพสับสน “ตกลงมีคนอื่นเข้ามาจริงๆ หรือ?”

                “เป็นไปไม่ได้ จะมีใครนอกจากนี้ ประตูก็ปิดอยู่ ไม่มีใครเข้ามาได้หรอก” วราลีว่า

                “ก็แสดงว่าคนที่ 18 ไม่มี แต่เป็นใครก็ตามในหมู่พวกเรา และโยนความผิดให้คนที่ 18 งั้นเหรอ?”

                ทุกคนมองหน้ากันอย่างหวาดระแวง

                “มีคนร้ายอยู่ใน... อยู่ในกลุ่มเรางั้นเหรอ?” กันต์กลืนน้ำลายลงคอ “ว้าว เหมือนนิยายสืบสวนเลยนะ”

                “ยังไงเราก็ต้องแจ้งตำรวจ” ตริณภพเดินออกไปพร้อมกับพูด “ต้องรีบแจ้งก่อนที่จะมีใครตายอีก”

                ทุกคนมองตามตริณภพไป แล้วก็พากันเดินออกไปนอกห้อง มนัญญากำลังจะเดินออกประตูไป แต่ได้ยินเสียงเหมือนมีใครอยู่ด้านหลัง เธอก็เลยหันไปมอง.....

 

                “เราต้องแจ้งตำรวจ” ตริณภพยายามแกะโซ่ที่คล้องประตูออก “ให้ตายเถอะ พันกันยุ่งไปหมด”

                “เราควรจะแจ้งตำรวจหรือคะ?” วราลีถามบ้าง “ก็...คนที่ 18 ขู่จะฆ่าคน ถ้าเราทำ”

                “เราเกาะกลุ่มกันแบบนี้ไม่เป็นไรหรอก” ตริณภพพูดบ้างและก็แก้โซ่ออกสำเร็จ เขากำลังจะเปิดประตู

                “ทุกคน...” ตริณภพหันไปหาทุกคนที่ยืนอยู่ เขาลองนับดูคน แล้วก็พบว่ามนัญญาหายไป

                “อ้าว คุณมนัญญาหายไปไหนล่ะ?” เขาถาม

                “เอ... ไม่รู้สิคะ เขาเดินออกมาคนสุดท้าย” วลัยลักษณ์ว่า

                “แม่ไปไหน?” ศรัณย์เมียงมอง “สงสัยอยู่ในบ้านมั้ง”

                “ไปดูกันเถอะ” ตริณภพรีบเดินไปอย่างเป็นห่วง แล้วพอเดินไปถึงประตูก็ต้องตกใจ

                “เฮ้ย!

                “แม่!

                มนัญญานอนกองอยู่หน้าประตู ไม่มีเลือด ตาเบิกค้าง ที่คอมีเชือกมัดอยู่ หมดลมหายใจไปแล้ว

                “แม่! ศรัณย์วิ่งเข้าไปกอดร่างมารดา ร้องไห้เสียงหลง “แม่! นี่มันอะไรกัน? ทำไม? ทำไม?”

                “คนที่สิบแปด....” เกศินีที่โอบกอดลูกอยู่พูดขึ้น “คนที่สิบแปดทำจริงๆ อย่างที่ว่าไว้”

                “นี่มันอะไรกัน?” ตริณภพสับสนไปหมด “ไม่มีทางที่จะมีคนที่สิบแปด ฆาตกรมันน่าจะอยู่ในกลุ่มเรานี่แหละ”

                “กลุ่มเรางั้นเหรอ?” ธนพลพูดขึ้น “ใครล่ะ?”

                “ทำไมคุณพรหมพรถึงถูกฆ่า การิณด้วย ทั้งสองไปทำอะไรถึงโดนฆ่า? เป้าหมายของฆาตกรคืออะไรกันแน่?” วราลีตั้งข้อสังเกต แต่ก็ไม่มีใครตอบได้

                “เอาเป็นว่า ถ้าเราเปิดประตู ก็จะมีคนตายอีก” ตริณภพว่า “เพราะฉะนั้น เราจะเกาะกลุ่มกันเอาไว้ขณะที่เปิดประตู จะได้รู้กันไปเลยว่าฆาตกรจะมาฆ่าได้ยังไง”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #75 Answer – SE • (@055440769) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2557 / 14:36
    อ่าวเห้ยยย อะไรอีกเนี่ย
    #75
    0
  2. #52 นิ้ง (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 22:02
    เงื่อนงำ ตื่นเต้น สนุกมากๆค่ะไรท์ พลิกไปพลิกมา ทีแรกนึกว่าเรื่องจะจบ ถ้าเราอยู่ในเหตการณ์นี้นี่เราคงบ้าไปแร้วว
    #52
    0
  3. #51 Reshiram ♕ (@SweetPeary) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 20:15
    คนที่สิบแปดคือใครกันนะ...
    #51
    0
  4. #50 MjJane (@mjjane3) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 09:02
    มาต่ออีกเร็วๆนะคะ
    #50
    0
  5. #49 Edogawa Yuriko (@kidconan1412) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 10:24
    @_@มึนค่ะมึน
    #49
    0