คดีฆาตกรรมเพื่อนบ้าน

  • 83% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 9,597 Views

  • 152 Comments

  • 251 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    81

    Overall
    9,597

ตอนที่ 2 : ประตู (รีไรท์แล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1612
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    30 ธ.ค. 58

ตอนที่ 1 – ประตู

 

            มอเตอร์ไซด์ที่มาส่งกันต์เลี้ยวเข้าซอย 10 และแล่นต่อไปอีกหน่อยก็จะถึงแยกที่บ้านป้าของเขาอยู่ ปกติเขาจะปล่อยให้มอเตอร์ไซด์เลี้ยวเข้าไปในแยกเพราะไม่อยากเดิน ถึงจะไม่ไกลเลยก็เถอะ แต่วันนี้เขาจำต้องหยุดเพราะประตูลูกกรงที่เป็นเหมือนประตูทางเข้าออกแยกที่ปกติจะเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลากลับปิดลง เขาลงจากรถแบบระวัง จ่ายเงินแล้วก็เดินช้าๆ ไปยังประตู

                “เฮ้ย อะไรวะ? ใส่แม่กุญแจซะด้วย” กันต์โอดครวญ ประตูลูกกรงมีโซ่เส้นใหญ่ล่ามเอาไว้แล้วยังมีแม่กุญแจอีก

                “ใครแกล้งแบบนี้วะ? แล้วจะเข้ายังไงล่ะทีนี้?” เขามองซ้ายมองขวา แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกแปลกๆ เพราะที่ตรงนี้เคยมีคนอยู่พลุกพล่าน แต่วันนี้กลับไม่เห็นใครเลย คงเพราะเป็นช่วงจะขึ้นปีใหม่ คนก็เลยหายกลับต่างจังหวัดกันไปหมดกระมัง...

                “จะทำไงดีวะ?” เขาพยายามแก้โซ่ออก แต่ปัญหาคือแม่กุญแจ เขาทำไปสักพักหนึ่งก็มีผู้ชายเดินตรงเข้ามา กันต์ได้ยินเสียงฝีเท้าจึงหันไป

                “อ้าว คุณเอกชัย” กันต์ยกมือไหว้ “กลับจากทำงานมาแล้วหรือครับ?”

                ฝ่ายเอกชัยมีเหงื่อท่วมตัว ทั้งที่อากาศก็ค่อนข้างเย็น สายตาภายใต้กรอบแว่นดูหลุกหลิกชอบกล เขาเดินเข้ามาใกล้ประตู ล้วงอะไรบางอย่างในกระเป๋า

                “จะเข้าบ้านหรือ?” เขาถาม

                “เอ่อ ครับ” กันต์งงนิดหน่อย “แต่ประตูมันปิด ไม่รู้ใครทำ”

                “อ๋อ ฉันเองแหละ” เอกชัยยอมรับ ทำให้กันต์ยิ่งสงสัย

                “ทำไปทำไมครับ?”

                “ไม่มีอะไรหรอก ก็... ช่วงนี้มีข่าวลือว่าพวกติดยามาป้วนเปี้ยนแถวนี้ ฉันก็เลย... เอ่อ ล็อกประตูกันพลาดน่ะ” เอกชัยว่าแล้วแก้ล็อกแม่กุญแจออก

                “เอาล่ะ เข้าไปสิ” เอกชัยผายมือเชิญ กันต์ผงกหัวนิดหน่อยก่อนจะเดินเข้าไป เขาเดินจะถึงบ้านป้าอยู่แล้ว กำลังจะไขประตู แต่ก็หันมา

                “เอ่อ คุณเอกชัย สวัสดีปี....”

                กันต์ค้างคำพูดไว้เช่นนั้น เขาตกใจเมื่อเห็นสายตาของเอกชัยที่มองเขาผ่านประตูลูกกรงอยู่ ดูราวกับกำลังจับผิดเขาอย่างไรอย่างนั้น

                “มีอะไรหรือเปล่าครับ?” กันต์ถาม เอกชัยส่ายหน้า

                “ไม่มี” เขาตอบเสียงเข้ม “รีบๆ เข้าบ้านไปซะ”

                “เอ่อ ครับ” กันต์รู้สึกกลัว เขาไขกุญแจสำรองเข้าไปในบ้าน พอเดินเข้ามาก็วางถุงบะหมี่ลง อันที่จริงป้าของเขาไม่ชอบให้เขากินบะหมี่เท่าไหร่... กันต์รู้สึกเลยว่าป้ากับเขานั้นค่อนข้างขัดกันตลอด เขาชอบอย่างนี้ ป้าชอบอย่างนั้น

                “ต้มมาม่าดีกว่า” เขาถอนหายใจ ถ้าปกติเขาอยู่หอพักนักศึกษาล่ะก็ คงจะกินบะหมี่กับเพื่อนร่วมห้องและคงจะอร่อยมากกว่ากินคนเดียว เขาจุดไฟแก๊สต้มน้ำ เขาต้องรีบกิน ไม่งั้นป้ากลับมาจากโรงพยาบาลก็จะว่าเขาอีก

                ระหว่างที่เขารอน้ำเดือด กันต์ก็เดินไปยังห้องรับแขก บนโต๊ะนั้นมีภาพที่เขาชอบมองอยู่ เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อหนึ่งปีก่อน หน้าบ้านของป้าเขาเอง เป็นภาพที่รวมคนที่อาศัยอยู่ในแยกนี้ไว้ในรูปเดียว เขายังจำได้ดี ปีใหม่คราวที่แล้วตอนที่เขาอยู่ปี 1 ด้วยความที่เป็นเด็กต่างจังหวัดแต่ดันสอบติดมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ เขาก็เลยต้องย้ายเข้ามาในกรุงเทพ และเป็นความโชคดี (ของแม่) ที่ป้าของเขามีบ้านอยู่ในกรุงเทพเหมือนกัน ก็เลยส่งเขามาอยู่เพื่อประหยัดเงินค่าหอพัก กันต์รู้สึกไม่มีอิสระเมื่ออยู่กับป้า เขาอยากจะอยู่หอแบบคนอื่นๆ อยากออกไปเที่ยวกลางคืนบ้างแต่ก็ทำไม่ได้ เขารู้สึกเสียดายเวลาเพื่อนๆ ชวนเขาออกไปเที่ยวแต่เขาไปไม่ได้

                ในแยกนี้มีบ้านอยู่เจ็ดหลังเท่านั้น แยกนี้เป็นรูปคล้ายตัว L กลับหัวและเป็นซอยตัน ตอนแรกๆ ที่มาถึง กันต์ไม่รู้สึกยินดีเท่าไหร่ แต่พอได้รู้จักกับเพื่อนบ้านข้างเคียงก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาบ้าง ทุกคนใจดี สามัคคีกัน โดยเฉพาะเมื่อพบเจอวราลี ทำให้เขาคิดว่ามันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนักหรอก

                น้ำต้มเดือดแล้ว กันต์เดินไปหยิบซองบะหมี่มาแกะและใส่ลงไปในหม้อ ก่อนจะใส่ผงปรุงรสแล้วก็เสร็จสรรพ กินจนหมด

                “เฮ้อ เซ็ง นอนดีกว่า” เขาว่าแล้วก็เข้าไปในห้องนอน เอาตัวทิ้งบนเตียงแล้วก็หลับไป

 

                เวลา 18.00 น.

           

            ที่ปากแยก ประตูปิดลงอีกครั้งและใส่กุญแจเอาไว้ เอกชัยลากเก้าอี้จากในบ้านของตนมานั่งเฝ้าที่ปากแยก และเขาก็เห็นเพื่อนบ้านสองคนกำลังเดินเข้ามา เขารู้ได้ทันทีเลยรีบแกะโซ่กับแม่กุญแจออก

                “อ้าว คุณเอกชัย” หญิงสาวดัดผมหยิกและย้อมสีออกม่วงแดงเอ่ยขึ้น ส่วนอีกคนเป็นหญิงร่างท้วมในชุดสีฟ้าก็หยุดทักทายเช่นกัน

                “ไม่ไปฉลองที่ไหนกับครอบครัวหรือคะ?” สาวผมสีจัดหรือพรหมพรเอ่ยถาม

                “อ๋อ คือว่า.... ภรรยากับลูกผมไปต่างจังหวัดน่ะครับ ไปหาญาติ”

                “อ๋อ เหรอคะ” พรหมพรหันไปหาผู้หญิงอีกคน “เราไปกันเถอะ คุณมนัญญา

                ทั้งสองเดินเข้าแยกไป พอเอกชัยเห็นดังนั้นก็ปิดประตูใหม่และใส่แม่กุญแจอีกหน

 

                ระหว่างที่จะเดินเข้าบ้านของตัวเอง พรหมพรก็หันมาถามมนัญญา

                “คืนปีใหม่นี้ ลูกชายคุณจะกลับมาบ้านหรือเปล่าคะ?”

                มนัญญาดูเหมือนไม่อยากตอบ แต่เธอก็พูดออกมา “ค่ะ คิดว่าน่าจะกลับ”

                “แล้วข่าวลือที่ว่าลูกชายคุณติดยานี่... จริงหรือเปล่าคะ?” พรหมพรถามยิ้มๆ ทำเอามนัญญาหน้าเสีย

                “คิดว่า... เอ่อ คงเป็นเรื่องที่หนังสือพิมพ์สร้างขึ้นมากกว่าน่ะค่ะ”

                “อ๋อ เหรอคะ” พรหมพรยิ้มให้ “ดีนะคะ มีลูกเป็นนักร้องดัง คงหาเงินได้เยอะ ไม่เหมือนลูกชายฉันหรอกค่ะ ทำงานเป็นอาจารย์ คงได้น้อยกว่า”

                “ดิฉันขอตัวนะคะ” มนัญญาพูดแล้วก็เดินหนีไป พรหมพรส่งยิ้ม แต่แล้วรอยยิ้มก็เปลี่ยนเป็นยิ้มเยาะ

                “เชอะ! ลูกจะติดคุกยังมีหน้ามาพูดโกหก” พรหมพรแอบหัวเราะเบาๆ “ไปทำอาหารให้ลูกชายฉันกินดีกว่า”

 

                เวลา 19.00 น.

 

                ป้าของกันต์หรือจงรัก เดินมาพร้อมกับวราลีที่เจอกันโดยบังเอิญ เมื่อมาถึงปากแยก เอกชัยก็เปิดประตูให้ทั้งสองอีกครั้ง

                “อ้าว คุณเอกชัย ทำไมมานั่งแถวนี้ล่ะคะ?” จงรักถาม เอกชัยเช็ดเหงื่อที่ไหลจากหน้าผากลงแล้วหัวเราะ

                “อ๋อ อยากมารับอากาศสดชื่นน่ะครับ ปีนี้หนาวนะครับ”

                “อ๋อ ค่ะ” จงรักหันไปหาวราลีที่ช่วยเธอถือส้มอยู่ “เอามาเถอะจ้ะ ขอบคุณมากนะที่อุตส่าห์ช่วย”

                “ค่ะ” วราลีส่งถุงส้มให้ จากนั้นก็แยกย้ายกันไป จงรักเดินไปยังบ้านตัวเอง กดกระดิ่งเสียงดังจนทำให้กันต์ตื่น

                “มาแล้วเหรอ?” กันต์พูดอย่างหงุดหงิด ภายนอกมืดแล้วและก็ไม่มีไฟถนน เขาเดินออกมานอกบ้าน แทบจะไม่เห็นป้าเลย

                เขาปลดกลอนให้ จงรักเดินเข้ามา เขายกมือไหว้ทำความเคารพ

                “เอาส้มไปล้าง” ป้าจงรักยื่นถุงส้มหนักๆ ให้เขา และสั่งเสียงเข้ม กันต์รับไปและเดินเข้าไปในบ้านไปยังอ่างล้างมือ

                “อย่าใช้อ่างนั้น ใช้อ่างล้างจานสิ” ป้าเอ็ดเขาอีก กันต์ถอนใจแล้วก็เดินไปล้างที่อ่างล้างจาน

                “เสร็จแล้ว เอาปฎิทินไปแจกเพื่อนบ้านหน่อย”

                กันต์ทำสีหน้าเบื่อหน่ายแบบไม่ให้ป้าเห็น แล้วก็เช็ดมือที่เปียกน้ำ เดินไปหยิบถุงที่ใส่ปฎิทิน ก่อนจะเดินออกไปนอกบ้าน

                “เอาให้ครบทุกคนนะ” ป้าเขาสั่ง

                “ครับ ครับ” กันต์เปิดประตูบ้าน เดินไปยังบ้านที่ตั้งอยู่ทางซ้ายมือใกล้กับปากแยกที่สุด บ้านนี้คือบ้านของพรหมพร เจ้าของร้านเสริมสวยที่มีคนใช้บริการมากในซอย เธออาศัยอยู่กับลูกชายแค่สองคนเท่านั้น ไม่มีใครรู้ว่าสามีเธอหายไปไหน พรหมพรเป็นคนมีอัธยาศัยดี เสียอย่างเดียวคือชอบนินทา และมักจะทำให้คนทะเลาะกันเพราะคำพูดของเธอ

                เขากดกริ่งบ้านพรหมพรแล้วเจ้าตัวก็ออกมารับปฎิทิน

                “ขอบใจมากจ้า ฝากบอกป้าด้วยนะ”

                ต่อไปเป็นบ้านตรงข้ามกับบ้านพรหมพร เป็นบ้านที่ติดปากแยกเช่นกันแต่อยู่ด้านขวา ตามที่ป้าเขาเล่ารู้สึกบ้านนี้เพิ่งจะสร้างได้ประมาณ 5 ปีเท่านั้น เจ้าของเป็นคู่รักที่มีฐานะร่ำรวย ที่อยู่นานมาแล้วแต่ไม่ได้ให้กำเนิดบุตรเสียที กันต์กดกระดิ่ง รู้สึกว่าจะไม่มีใครอยู่ เขาเลยโยนปฎิทินเข้าไปในบ้าน

                บ้านต่อมาคือบ้านของเอกชัย แต่เจ้าตัวกำลังนั่งอยู่ที่ประตูอยู่ กันต์รู้สึกดีเพราะเขาไม่อยากเข้าบ้านเอกชัยนัก เพราะเอกชัยเลี้ยงสุนัขพันธุ์ดุในบ้าน และเป็นบ้านเดียวในแยกนี้ที่เลี้ยงสัตว์

                พอเอกชัยรับปฎิทินจากกันต์ไป เขาก็ยังไม่ยอมเข้าบ้าน

                บ้านหลังต่อไปคือบ้านของอาของวราลี เขาเอาปฎิทินให้เธอและไปยังบ้านหลังสุดท้ายคือบ้านของมนัญญา เขาพอจะรู้เหมือนกันเรื่องข่าวลือของลูกชายของเธอที่มีส่วนเกี่ยวพันกับยาเสพติด

                พอแจกครบหมดแล้ว กันต์ก็เดินเข้าบ้านไป ฝ่ายเอกชัยที่ยืนอยู่ที่ประตู พอเห็นแล้วว่าไม่มีใคร เขาก็ถอนใจและเดินเข้าไปในบ้านของตัวเอง

                “กันต์... คุณพรหมพร คุณมนัญญา คุณจงรัก วราลี... ห้าคน เข้ามาแล้ว” เขาพูดกับตัวเอง

                “มีแค่ห้าคนเท่านั้นที่เข้ามา” เขาพูดพลางจ้องมองรูปครอบครัวตัวเองบนโต๊ะ

                “ไม่เป็นไรหรอก พอถึงวันพรุ่งนี้ ทุกอย่างก็จะจบแล้ว”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 19:07
    ที่เอกชัยต้องทำแบบนี้คงเพราะว่าตนได้เจอกับฆาตกรมั้ง
    #150
    0
  2. #137 รันดร์ Life (@19992542soul) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 21:53
    ทุกอย่างก็จบ แต่จะจบยังไง
    #137
    0
  3. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:41
    จะหักมุมหรือเปล่านะ ข้าน้อยยังไม่อยากคาดเดา
    #126
    0
  4. #100 Zea heer (เบส) (@farsai-best-pds) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2557 / 06:21
    ตอนนี้มี กันต์ พรหมพร มนัญญา วราลี จงรัก เอกชัย เอกชัยคนร้ายแน่ๆเลย อือ...คุณพรหมพรนี่แอบเดาว่าตายคนแรก555คุณเธอปากจัดจริง
    #100
    0
  5. #64 Answer – SE • (@055440769) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2557 / 11:09
    เห่ย อะไรจะจบ นึกว่าเอกชัยจะเป็นคนดี ดูแลความปลอดภัยของคนในหมู่บ้าน
    #64
    0
  6. #63 Answer – SE • (@055440769) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2557 / 11:02
    กันต์ชอบวราลีป้ะเนี่ย -..- ชอบอะ ใช้สำนวนดีมากเลยครับ
    #63
    0
  7. #62 iced tea aha! (@kob25411) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2557 / 11:52
    ห่ะ?? สุนัขทำเนี่ยนะ
    #62
    0
  8. #5 Reshiram ♕ (@SweetPeary) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 18:36
    เอกชัยดูมีพิรุธดีแฮะ
    #5
    0