คดีฆาตกรรมเพื่อนบ้าน

  • 83% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 9,594 Views

  • 152 Comments

  • 251 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    78

    Overall
    9,594

ตอนที่ 10 : "เจอตัวแล้ว" (รีไรท์แล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 830
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    16 มี.ค. 57

ตอนที่ 9 – “เจอตัวแล้ว”

 

            เอกชัยเดินไปยังหน้าบ้านของตัวเองพลางครุ่นคิด

                “ทำไม ไอ้คนที่ขยับกระเป๋าถึงไม่เข้าหาเราเสียที?” เขาถามตัวเอง “หรือว่ารอเราให้เป็นฝ่ายเข้าหา?”

                เขามองไปรอบๆ แยก แล้วก็มองปืนตัวเอง

                “เราควรจะเข้าหา เรารอไม่ไหวแล้ว” เขาบอกและเดินช้าๆ ไปตรงกลางแยก มองศพของเกรียงไกรที่ซ่อนอยู่ใต้กระดาษหนังสือพิมพ์และมองกระเป๋าใส่ศพการิณ

                “ถ้าเราเข้าหา บางทีอาจจะเจรจากันได้”

                มีเพียงสามบ้านที่เข้าข่ายน่าสงสัย คือบ้านของธนพล บ้านของตริณภพ และบ้านวสันต์ เอกชัยเดินไปยังบ้านของธนพลก่อน เขากดกระดิ่งหน้าบ้านหลายครั้ง จนคนข้างในออกมา

                “อ้าวคุณเอกชัย” ธนพลออกมาต้อนรับ “มีอะไรหรือครับ ดึกป่านนี้”

                “......” เอกชัยไม่ตอบแต่สังเกตท่าทีของอีกฝ่าย ธนพลดูไม่มีพิรุธอะไร

                “ทุกคนในบ้านสบายดีหรือครับ?” เอกชัยถาม

                “....ครับ” ธนพลดูงงๆ

                “เอ่อ คุณเพิ่งจะกลับมาหรือครับ?”

                “ใช่แล้วครับ วันนี้ผมกะครอบครัวไปเที่ยวกันทั้งวัน เพิ่งจะกลับมานี่แหละครับ” ธนพลว่า ยิ่งทำให้เอกชัยสับสน

                “เที่ยวทั้งวัน แต่เพิ่งกลับมา?” เอกชัยทวนคำ “งั้นหรือครับ?”

                “ครับ” ธนพลพูด “มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

                “ไม่มีครับ”

                พูดเสร็จ เอกชัยก็เดินออกจากบ้านธนพล ทิ้งให้อีกฝ่ายมองเขาแบบสับสน

                “เที่ยวทั้งวัน เพิ่งกลับทั้งครอบครัว?” เอกชัยพูด “ก็แสดงว่าบ้านนี้ไม่ได้เป็นคนทำน่ะสิ”

                ต่อไปคือบ้านของตริณภพ เขากดกระดิ่งเรียกคนออกมา และฝ่ายตริณภพเองก็ออกมา

                “เอ่อ บ้านคุณเพิ่งจะกลับมาหรือครับ?”

                เอกชัยถามแบบเดียวกัน ตริณภพพยักหน้า

                “ครับ ผมกับภรรยาและลูกมีธุระทั้งวัน เพิ่งจะกลับเนี่ยแหละครับ”

                เอกชัยพยักหน้า แล้วเขาก็เดินออกไป

                บ้านต่อไปคือบ้านของวสันต์กับวลัยลักษณ์ เป็นบ้านหลังสุดท้าย ถ้าหากเขาเกิดตอบว่า เพิ่งกลับมาเอกชัยก็ไม่รู้แล้วว่าบ้านไหนเป็นคนทำ

                เขากดกระดิ่ง แล้ววสันต์ก็เดินออกมา

                “บ้านคุณเพิ่งจะกลับมาหรือครับ?”

                “อ๋อ ครับ” วสันต์บอก “ใช่ครับ ผมกับภรรยาเพิ่งจะกลับมา”

                “ไม่ใช่กลับมาตอนเที่ยงหรือว่าบ่ายๆ หรือครับ....”

                “ไม่หรอกครับ ผมกับภรรยาทำงานคนละที่ แต่เธอไม่ได้มีธุระอะไรให้กลับเร็วนี่ครับ”

                “หรือครับ?” เอกชัยถอนหายใจ “แล้วตกลงมันเป็นใครกันล่ะ?”

                “จริงสิ รอเดี๋ยวนะครับ” วสันต์เดินเข้าไปในบ้านแล้วก็หยิบเสื้อของเอกชัยออกมา และส่งให้เขา

                “นี่ครับ เสื้อคุณ ไม่รู้มาอยู่บ้านผมได้ไง”

                “เสื้อของผม?” เอกชัยงุนงงขณะรับเสื้อของตัวเองมา

                เสื้อของเรา?

            เราเก็บไว้ในตู้อย่างดี แล้วมาอยู่ที่บ้านนี้ได้ไง?

            หรือว่า?

                “แกเองเหรอที่เข้าบ้านฉัน!!” เอกชัยกระชากปืนออกมาจ่ออีกฝ่ายทันที ทำเอาวสันต์เกือบล้ม

                “พูดอะไรของคุณน่ะ?”

                “อย่ามาไขสือ เสื้อตัวนี้มันอยู่ในตู้ของฉัน มันเก็บไว้อย่างดี แล้วทำไมมันมาอยู่ที่นี่ได้?”

                “ผมไม่รู้”

                “แกนั่นแหละ โกหก แกเป็นคนเจอศพการิณ แล้วก็....”

                “ศพการิณ?” วสันต์อึ้ง “การิณ... ตายแล้ว....เหรอ?”

                วสันต์มีสีหน้าตกใจ “ไม่จริง ทำไม....”

                “อยากจะไปดูไหมล่ะ? อ้อ คงไม่ต้องหรอกมั้ง รู้อยู่แก่ใจดีนี่ แกใช่มั้ยที่ย้ายกระเป๋า แล้วก็ต้องการจะข่มขู่ฉัน”

                “คุณพูดอะไร ผมไม่รู้เรื่อง”

                “แล้วบอกมาสิว่าเสื้อผมอยู่ในบ้านคุณได้ยังไง!?

                “ภรรยาผมยืมมา” วสันต์บอก “ผมไม่ได้ทำ”

                เอกชัยอ้าปากค้าง “คุณวลัยลักษณ์น่ะหรือ?”

                “ใช่....”

                “แล้วเขาไปทำอะไรในบ้านฉัน ฮะ? ไปเรียกเขาออกมาสิ”

                “คุณเอาปืนเก็บก่อนเถอะ ขอร้อง อย่าทำอะไรวู่วาม ผมจะไปเรียกให้” วสันต์พ่นลมหายใจออกและเดินเข้าบ้านไป ไปยังห้องนอนที่ภรรยาเขานอนอยู่

                “ที่รัก” เขาปลุกให้เธอตื่น “เกิดเรื่องแล้ว คุณต้องบอกคุณเอกชัยว่าคุณเอาเสื้อเขาไปทำอะไร”

                วลัยลักษณ์หน้าถอดสี เมื่อได้ฟังคำพูดของสามี

                “คุณ... คุณเอกชัยมาเหรอ?”

                “ใช่... แต่ว่าอยู่หลังๆ ผมไว้นะ เขา.... เขามีปืนด้วย”

                วลัยลักษณ์เครียดขึ้นมา แล้วก็ตามสามีลงไปด้านล่าง

 

                 

                “คุณเอกชัย?” วลัยลักษณ์ค่อยๆ ก้าวออกมาจากประตู เอกชัยยังเล็งปืนไปยังทั้งสองอยู่

                “คุณวลัยลักษณ์ คุณเข้าบ้านผม และเป็นคนที่เจอศพการิณตอนสี่โมงเย็น และเป็นคนย้ายกระเป๋าด้วย ใช่หรือเปล่า?”

                “ศพการิณ?” วลัยลักษณ์พูด “การิณ ตายแล้วเหรอ?”

                “อย่ามาเล่นลิ้น คุณรู้อยู่แก่ใจ!” เอกชัยว่า “ตอบมาซะ อย่าโกหก”

                “ฉันไม่รู้เรื่อง”

                “แล้วเสื้อผมจะมาอยู่ที่คุณได้ไง? ฮะ? ถ้าหากคุณไม่ได้เข้าบ้านผมน่ะ”

                “คือว่า....” วลัยลักษณ์ดูตระหนก “ใช่ค่ะ ฉันเข้าบ้านคุณจริง”

                เอกชัยหันปืนมาจ่อที่วลัยลักษณ์ วสันต์หันไปหาภรรยาตัวเองและรีบเอาตัวเองบังไว้

                “อย่าทำร้ายภรรยาผมน่ะ คุณเอกชัย”

                “คือว่า หลายวันก่อน ฉันบอกการิณว่า...” วลัยลักษณ์หายใจเข้าและบอกออกมา “เอ่อ สามีดิฉันชอบเสื้อแบบแจ็คเก็ตน่ะค่ะ แล้วทีนี้ ฉันก็เคยเห็นคุณเอกชัยใส่แจ็คเก็ต ก็เลยบอกการิณว่า ขอยืมมาหน่อย เพื่อจะเอามาเป็นแบบน่ะค่ะ แต่ฉันก็ไม่ได้ซื้อ แล้วก็ลืมคืนให้คุณ ก็เท่านั้นเอง”

                “จริงหรือ?” เอกชัยสงสัย “คุณโกหก”

                “เรื่องจริงค่ะ” วลัยลักษณ์ “เพราะงั้นช่วยลดปืนลงหน่อยได้ไหมคะ?”

                เอกชัยฟังสักพัก เขาก็ลดปืนลง

                “ที่คุณบอกว่าการิณตายแล้ว” วสันต์ถาม “และบอกเรื่องเกี่ยวกับกระเป๋า มันเป็นยังไงกันแน่ครับ?”

                เอกชัยนิ่งไปพักหนึ่ง

                “การิณถูกสุนัขของผมกัดจนตาย มันน่าแปลกนะ เพราะปกติสุนัขของผมเชื่องกับการิณจนตาย มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่การิณจะถูกสุนัขกัดตาย”

                “สุนัขกัดตายหรือคะ?” วลัยลักษณ์ถาม ทำให้เอกชัยมองหน้า

                “มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

                “ไม่มีค่ะ”

                “สรุปแล้ว” เอกชัยว่าและถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย “ทั้งสามบ้านต่างไร้มลทินหมด แล้วตกลงใครเป็นคนขยับล่ะ”

                “ขยับอะไรครับ?” วสันต์ถาม

                เอกชัยคิดว่าไม่พูดดีกว่า “ไม่มีอะไรครับ ขอโทษด้วยที่เสียมารยาท”

                ว่าแล้วก็เดินออกไปจากที่ตรงนั้น บ้านธนพล บ้านตริณภพ บ้านวสันต์ ทุกบ้านไม่ได้กลับมาที่แยกตอนบ่ายทั้งนั้น ที่น่าสงสัยก็เลยเหลือแค่ บ้านจงรัก บ้านมนัญญา บ้านพรหมพร แต่ทั้งสามบ้านนี้ก็ไม่น่าจะใช่คนทำเช่นกัน

                แล้วจะเหลือใครล่ะที่ทำ?

                กระเป๋าขยับครั้งแรกตอนที่ในแยกนี้มีคนอยู่ 6 คนคือ เขา กันต์ วราลี มนัญญา พรหมพร และจงรัก

                กระเป๋าขยับครั้งที่สอง ตอนที่คุณวสันต์กับคุณตริณภพกลับมา เป็นไปไม่ได้ เพราะตอนกระเป๋าขยับครั้งแรก สองครอบครัวนี้ยังไม่ได้กลับเข้ามาที่แยก

                ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว แต่เขาประสาทแข็งเกินกว่าจะนอนหลับพักผ่อน อีกไม่นานก็จะถึงปีใหม่ วันใหม่ และพอตอนเช้า ภรรยากับลูกเขาก็จะกลับมา

                ใครกัน? เอกชัยคิดไม่ตก และเขาก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

                ตอนที่กระเป๋าขยับครั้งแรก มีจงรักอยู่ในแยกด้วย แต่กันต์บอกนอนอยู่ แต่จริงๆ แล้ว กันต์ไม่เห็นจงรัก เพราะฉะนั้น จงรักก็อาจจะออกนอกบ้านก็ได้ มาขยับกระเป๋า และแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

                ต่อจากนั้น พอถูกคุมขัง ทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้าหากจงรักร่วมมือกับใครสักคนล่ะ? ถ้าจงรักร่วมมือกับใครสักคนในแยกนี้ ก็แสดงว่าการที่กระเป๋าขยับครั้งที่สอง ไม่ใช่ฝีมือจงรัก แต่เป็นคนร่วมมือ

                มันเป็นใคร?

                กันต์ พรหมพร จงรักถูกขัง วราลีก็เป็นพวกเขา

                หรือว่าเป็นมนัญญา!

                ใช่แล้ว มนัญญานั่นเองที่ทำ เป็นคนร่วมมือกับจงรักนั่นเอง เอกชัยเดินไปยังบ้านของเธอทันที 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #70 Answer – SE • (@055440769) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2557 / 13:48
    จริงๆแล้วเอกชัยก็ดูเป็นคนดีนะ ;^;
    #70
    0
  2. #12 Reshiram ♕ (@SweetPeary) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 19:10
    ดูเหมือนว่าคนในหมู่บ้านนี้ชอบใช้คำว่าวู่วามกันมาก 55
    แต่เอกชัยดูท่าจะบ้าขั้นรุนแรง พูดกับตัวเองบ่อยมาก แถมยังทำตัววุ่นวายสุดๆ
    อยากรู้ว่าความจริงเป็นยังไงกันแน่
    #12
    0
  3. #3 Hanhan Karanyasit (@hanhann) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มีนาคม 2557 / 00:59
    โอย...ลุ้นระทึกสุดติ่งจริงๆ ทั้งน่าสงสัย และน่ากลัวไปพร้อมๆกัน รอตอนต่อไปอยู่นะครับ
    #3
    0