พ่ายรักนางมารหมื่นพิษ

ตอนที่ 4 : นางมาร บทที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,324
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 650 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63

ตอนที่ 3

          สองปีต่อมา...เด็กน้อยวัยเจ็ดหนาวแม้จะฝึกพลังปราณและพลังธาตุไม่ได้แต่วิชาตัวเบาและพลังยุทธนางก็ก้าวหน้าไม่น้อย 

          ภายในสองปีนางสำเร็จวิชาตัวเบา ถึงขั้นสี่เรียกคำชมจากอาจารย์จำเป็นอย่างซื่อซื่อไม่ขาดปาก เหล่าพี่น้องของหนี่ว์เอ๋อร์เองก็ไม่น้อยหน้า 

          บุตรชายคนโตวัยสิบแปดหนาวเข้ารับราชการเป็นรองแม่ทัพ ตอนนี้ออกศึกอยู่ชายแดนแม้จะไม่ค่อยสนิทกับพี่ใหญ่มากนักแต่เขาก็ไม่เคยกลั่นแกล้งนางแม้แต่น้อยทั้งยังเอาขนมมาให้นางทานเล่นบ่อยๆ ส่วนเจี่ยเจียทั้งสองตอนนี้ หนึ่งก็เริ่มฉายแววสาวงาม ทั้งยังมีพลังปราณถึงขั้นสามในเวลาเพียงสองปี อีกหนึ่งก็ไม่น้อยหน้า มีพลังขั้นสอง เจี่ยเจียทั้งสองมีใบหน้างดงามเหมือนฮูหยินใหญ่ไม่มีผิด 

          ส่วนต้าหมิงกับลี่หลินฝาแฝดตัวน้อยบุตรของฮูหยินรอง ทั้งคู่อยู่ในวัยหกหนาวมีพลังปราณขั้นหนึ่ง คนหญิงมีพลังธาตุไฟสามารถเป็นผู้ปรุงยาได้คนชายมีพลังธาตุน้ำเหมือนบิดา สองปีที่ผ่านมาซูหนี่ว์ถูกพี่สาวทั้งสองกลั่นแกล้งแทบจะทุกครั้งที่พบหน้านาง แม้ตอนนี้จะมีฝีเท้าเร็วขึ้นมาก แต่บางครั้งหลีกหนีไม่ทันก็โดนรังแกอยู่ดี

          ซูหนี่ว์นั่งคิดอะไรเพลินๆ อยู่ริมสระเหลียนฮวา ฉับพลันร่างเล็กก็พลัดตกน้ำอย่างไม่ทันตั้งตัว ตรงจุดที่ตกลงไปน้ำไม่ลึกมาร่างเล็กยังคงเขย่งปลายเท้าพอชูคอหายใจถึง แต่แกล้งแค่นี้ยังคงไม่สะใจของคนทั้งคู่ ฟางซินผู้มีพลังธาตุน้ำจึงสร้างน้ำวนเล็กๆ พัดร่างบางของเด็กน้อยวัยเจ็ดหนาวไปตรงกลางสระที่มีความลึกอยู่พอตัว ซูหนี่ว์ได้แต่ตกใจทำอะไรไม่ถูกร่างเล็กๆ เริ่มตะเกียกตะกายเพราะเริ่มขาดอากาศหายใจ

          อนิจจานางว่ายน้ำไม่เป็น! เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นแถวขอบสระไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าเป็นฝีมือใคร เหตุใดเจี่ยเจียทั้งสองต้องใจร้ายกับข้าขนาดนี้ ซูหนี่ว์สำลักน้ำเข้าเรื่อยๆ ดวงตากลมโตเริ่มแดงก่ำ ร่างที่ตะเกียกตะกายเมื่อครู่เริ่มผ่อนแรงลง สติที่มีก็ค่อยๆ ดับลง ร่างน้อยค่อยๆ จมลงอย่างช้าๆ เมื่อเห็นร่างซูหนี่ว์ เริ่มจมลง ฟางซินและฟานเซียนก็ทะยานตัวออกไปอย่างรวดเร็วด้วยความสะใจ


ตูม!!

          

          เสียงกระโดดน้ำดังขึ้นเมื่อมีบุรุษร่างสูงทะยานตัวลงน้ำไป เขาดำผุดดำว่ายเพียงชั่วครู่จึงพบกับร่างของสตรีตัวน้อยที่จมอยู่ใต้สระ ไม่รอช้าเขารีบพาร่างเล็กขึ้นจากสระทันที ซูหนี่ว์นางหมดสติไปแล้วจากการจมน้ำ


“เสี่ยวเม่ยๆ เจ้าฟื้นสิ” บุรุษหนุ่มพยายามจะเรียกซูหนี่ว์แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบรับจากร่างเล็กๆ ทั้งสิ้น ทั้งใบหน้างดงามราวกับเทพธิดาตัวน้อยยังคงซีดลงเรื่อยๆ


“เสี่ยวเม่ยหากเจ้ายังไม่ฟื้นข้าคงต้องล่วงเกิน” 

          กล่าวคำจบบุรุษร่างสูงก็แนบริมฝีปากบางเฉียบของตัวเองเข้ากับริมฝีปากอวบอิ่มของเสี่ยวเม่ยตัวน้อยที่นอนไม่ได้สติ ก่อนจะค่อยๆ เป่าลมแฝงลมปราณถ่ายเทอากาศให้ร่างน้อยหายใจได้ เขาทำอยู่สามสี่ครั้งจึงได้ผล


แค่ก แค่ก แค่ก


          ร่างเล็กสำลักน้ำออกมาจนหมด สตินางยังคงไม่ฟื้นคืนเต็มที่เห็นเพียงว่ามีบุรุษรูปงามช่วยเหลือนางไว้ หลังจากนั้นซูหนี่ว์จึงหมดสติลงไปอีกครั้ง หลังสำลักน้ำออกมาใบหน้านวลเริ่มมีเลือดฟาดขึ้นมาเล็กน้อย 

          เขาจึงอุ้มนางขึ้นหวังจะพาไปเรือนใหญ่ เพื่อแจ้งให้เจ้าของจวนทราบ แต่ทว่าเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าวก็พบเข้ากับซื่อซื่อสาวใช้ประจำตัวซูหนี่ว์เสียก่อน


“คุณหนู!!” 

          เมื่อนางเห็นคุณหนูตัวเปียกปอนทั้งยังหมดสติอยู่ในอ้อมแขนบุรุษ ดูจากการแต่งกายน่าจะเป็นบุรุษสูงศักดิ์ ไม่ทันได้พิจารณาบุรุษตรงหน้า ซื่อซื่อก็รีบวิ่งเข้าไปดูอาการคุณหนูของตนทันที


“เกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูเจ้าคะ”


“นางจมน้ำ เรือนนางอยู่ไหนรีบนำไปสิ ก่อนที่นางจะป่วยไข้เสีย” บุรุษตรงหน้าเอ่ยคำจบซื่อซื่อก็รีบพาเข้าไปยังเรือนมู่ตานทันที 

          เมื่อถึงเรือน หลังจากเขาวางร่างนางลงก็รีบทะยานตัวออกไป ส่วนตัวซื่อซื่อเองก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณหนูแล้วแอบไปแจ้งท่านเสนาบดีโดยตรง

          เสนาบดีอี้หมิง เมื่อทราบข่าวว่าบุตรีจมน้ำจึงเร่งออกไปตามหมอมาด้วยตนเองทั้งยังพาท่านหมอไปที่เรือนมู่ตานด้วยความเร่งรีบ


“หนูน้อยผู้นี้ปลอดภัยดีแล้ว นี่เป็นเทียบยาของนาง ให้ทานสามเวลา พักผ่อนไม่นานเดี๋ยวนางจะฟื้นขึ้นเอง ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัวก่อน” ท่านหมอผู้ปรุงโอสถ์ เมื่อจัดการตรวจสอบและจัดเทียบยาเรียบร้อยแล้วจึงขอตัวกลับก่อน


“ขอบคุณท่านหมอมาก ซื่อซื่อไปส่งท่านหมอด้วย” 

          เมื่อซื่อซื่อและท่านหมอออกไปจากห้องจึงเหลือเพียงบิดาและบุตรสาวสองคนเท่านั้น สีหน้าของอี้หมิงไม่ค่อยสู้ดีนักด้วยความที่ทำงานหนักมาหลายวันทั้งยังต้องมาพบบุตรสาวนอนหมดสติจากการจมน้ำอีก


“หนี่ว์เอ๋อร์ เจ้าปลอดภัยแล้วลูก รีบฟื้นขึ้นมาเถอะ” อยู่คุยกับบุตรสาวเพียงหนึ่งเค่อเขาจึงก้าวเท้าออกมาหน้าเรือนนางเห็น ซื่อซื่อกำลังนั่งคุกเข่ารอการรับโทษอยู่ ร่างสูงจึงเริ่มกลับมามีโทสะอีกครั้ง


“เป็นบ่าวที่สะเพร่า ทิ้งคุณหนูให้อยู่คนเดียว นายท่านสั่งลงโทษบ่าวเถอะเจ้าค่ะ”


“หึ!! ข้าลงโทษเจ้าแน่ นับเจ้านวนเค่อที่ลูกข้าหมดสติได้เลย หนึ่งเค่อหนึ่งไม้หวาย หลังลูกข้าฟื้นจงมารับโทษที่เรือนข้า!!” หลังเอ่ยคำจบร่างสูงจึงรีบทะยานตัวออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่โทสะของเขาจะทำให้พลั่งมือฆ่าสตรีตรงหน้าตายเสียก่อน


“ขอบคุณที่เมตตาเจ้าค่ะ บ่าวจะดูแลคุณหนูเป็นอย่างดี” 

          ต่อจากนี้จะไม่อยู่ห่างคุณหนูแม้เพียงครึ่งก้าวเลย ทุกครั้งที่นางออกห่างคุณหนูมักจะโทษรังแกเสมอ ฟางเซียนฟางซินเจ้าเด็กน่าตาย กล้าทำเม่ยเมยของข้า หากไม่ชำระความในครั้งนี้อย่าเรียกข้าว่าซื่อซื่อเลย!!


“ข้าอยู่ที่ใด ที่นี่ที่ไหนกัน พี่ซื่อซื่อ ท่านพ่อ” 

          เสียงเล็กๆ ของซูหนี่ว์ดังขึ้นเมื่อนางตื่นขึ้นมาอยู่ในป่าร้างมืดมิดซ้ำยังมีแต่กลิ่นควันไฟเต็มไปหมด ร่างเล็กๆ ลุกขึ้นเดินไปเรื่อยๆ ใจหนึ่งก็นึกกลัวแต่อีกใจจำต้องสู้เดินไปข้างหน้า นางเดินไปได้เพียงครึ่งลี้* ร่างเล็กๆ ก็ล้มลงทุรนทุรายด้วยความปวดหัวก่อนที่ภาพต่างๆ ในอดีตชาติจะไหลย้อนกลับเข้ามาเป็นสายน้ำมิหยุดหย่อน


“กรี๊ดดดดดด” เสียงกรีดร้องของร่างเล็กดังขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงหนึ่งชั่วยามภาพต่างๆ จึงหยุดลงพร้อมกับร่างเล็กๆ ที่สลบไปอีกครั้งหนึ่ง


“ไป๋ ซูหนี่ว์ เจ้าตื่นเถอะ ซูหนี่ว์...” เสียงใสก้องกังวานจากสตรีสูงวัยดังขึ้น ปลุกให้ร่างเล็กตื่นขึ้นซูหนี่ว์ค่อยๆ ฟื้นคืนสติ นางกะพริบตาไล่อยู่สามสี่ครั้งก่อนจพบว่าป่าร้างตรงหน้าหายไปแล้วแปรเปลี่ยนเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งยังมีสตรีสูงส่งผู้หนึ่งยืนจ้องนางอยู่


“ท่านเป็นใคร..แล้วข้าเป็นใครกันแน่” ซูหนี่ว์ถามขึ้นอย่างงงงวยจากความเจ็บปวดและภาพต่างๆ ที่นางได้เห็นเมื่อครู่ นางคือไป๋ซูหนี่ว์ผู้นั้นหรือ จะเป็นไปได้อย่างไรกัน


“มันเป็นไปแล้วหลานรัก เจ้าคือไป๋ซูหนี่ว์ ว่าที่เจ้าสำนักบุปผาหมื่นพิษ รุ่นที่สามสิบเก้า ส่วนข้านั้นคือไป๋ฮวา ผู้ก่อตั้งสำนักบุปผาหมื่นพิษ”


“เป็นข้าที่ไม่ดีไม่สามารถรักษาสำนักบุปผาหมื่นพิษไว้ได้ ขอท่านผู้ก่อตั้งลงโทษข้าเถอะเจ้าค่ะ” ร่างน้อยเมื่อเรียบเรียงภาพในหัวได้ก็เข้าใจได้ในทันทีว่านั้นคงเป็นอดีตชาติที่ตนขอจดจำไว้แล้วหวังจะกลับมาแก้แค้น


“หลานรักข้าจะลงโทษเจ้า ให้เจ้าก่อตั้งสำนักขึ้นมาใหม่ ทำให้ข้าได้หรือไม่”


“เจ้าค่ะ..ข้าจะก่อตั้งสำนักเราขึ้นมาใหม่เพียงแต่ว่าข้าคงไม่อาจรับตำแหน่งเจ้าสำนักได้...ข้าไม่มีพลังปราณไม่อาจปรุงยาขึ้นได้” 

          ร่างเล็กเมื่อคิดได้ว่าตนไม่สามารถปรุงยาขึ้นได้ก็ทำให้นางเศร้าสร้อยไม่น้อย เมื่อความทรงจำกลับมาความชอบเก่าๆ ของนางก็ตามมาด้วย นางชอบปรุงยาพิษเป็นที่สุด


“ใครว่าเจ้าปรุงไม่ได้”


“ก็ข้าปรุงยาไม่ได้ข้าไม่มีพลังปราณไม่มีพลังธาตุ...ร่างนี้ไม่อาจเก่งกาจเหมือนแต่ก่อน”


“เจ้ารู้จักปราณไร้ลักษณ์หรือไม่...รู้จักมิติธาตุหรือไม่”


“นั้นมันหายสาบสูญไปกว่าพันปีแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ พลังปราณไร้ลักษณ์และมิติธาตุเป็นเพียงตำนานไปแล้วมิใช่หรือเจ้าคะ”


“เด็กโง่..จะหายสาบสูญได้ยังไงกันก็เจ้านั่นแหละเป็นผู้ถือครอง ที่แห่งนี้ก็คือมิติธาตุของเจ้า สมุนไพรที่ว่าหายาก น้ำแร่ทิพย์ที่ราคาสูง เจ้าล้วนมีครอบครองในมิติแห่งนี้ทั้งสิ้น” สิ้นเสียงคำพูดของผู้ก่อตั้งสำนัก ซูหนี่ว์ตัวน้อยก็ตาค้างไปเป็นที่เรียบร้อย


“จะ..จริงหรือเจ้าคะ!!”


“ข้าจะหลอกเจ้าทำไมเล่าเด็กโง่ ที่เรือนตรงโน้นมีหนังสือฝึกพลังปราณไร้ลักษณ์อยู่เจ้าเองก็ลองไปศึกษาดูเถอะ ส่วนในมิตินี้เพียงเจ้าตั้งจิตว่าจะเข้าออกทั้งตัวหรือแค่จิตวิญญาณเท่านั้น เจ้าก็สามารถเข้าออกได้ตามใจเจ้าแล้ว จะพาใครเข้ามาก็ได้ทั้งสิ้น ข้าต้องไปแล้ว...ส่วนเจ้าก็รีบออกจากมิติธาตุเถอะก่อนที่สาวใช้ของเจ้าจะโดนตีหลังขาดเสียก่อน” 

          เอ่ยคำจบร่างงดงามก็ค่อยๆ เลือนหายไป ทิ้งไว้เพียงเด็กหญิงตัวน้อยที่มีจิตวิญญาณเป็นถึงสาวในวัยยี่สิบหกหนาว


“คุณหนูเจ้าขา หลับไปเจ็ดวันแล้วนะเจ้าค่ะ เจ็ดร้อยไม้หวายข้าคงได้ตายก่อนดูคุณโตแน่แท้แล้ว” 

          เสียงคร่ำครวญของซื่อซื่อดังขึ้น ทำให้ซูหนี่ว์ต้องขมวดคิ้วแน่นเมื่อได้ยินเสียงนั้นเข้ามาในมิติธาตุนี้ ใครจะโบยซื่อซื่อถึงเจ็ดร้อยหวายกัน คิดได้ดังนั้นร่างเล็กจึงตั้งจิตออกจากมิติก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ


“ใครจะรังแกพี่ซื่อซื่อของข้ากัน” เสียงแหบแห้งจากร่างเล็กเอ่ยขึ้นเมื่อลืมตาขึ้นมา เหตุใดคอช่างแห้งเหลือเกิน


“คุณหนูฟื้นแล้ว ทานน้ำก่อนเจ้าค่ะ คุณหนูหลับไปถึงเจ็ดคืนเลยข้าเป็นห่วงแทบแย่แล้ว” ซื่อซื่อเมื่อเห็นคุณหนูฟื้นขึ้นก็ดีใจจนเนื้อเต้นแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะปรนนิบัติร่างน้อยอย่างดี


“ขอบคุณเจ้าค่ะ ว่าแต่ใครจะมาตีพี่ซื่อซื่อของข้ากัน” 

          แม้ว่าจะได้ความทรงจำกลับมาแต่นางก็ผูกพันกับซื่อซื่อและคนที่นี่ไม่น้อย แต่การใช้ชีวิตก็อาจจะเหมือนเดิมไม่มากนักนางต้องเร่งฝึกฝนตนเองกอบกู้สำนักและแก้แค้นชำระความกับคนผู้นั้น!!


“ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะ เม่ยเม่ยคนดีทานข้าวแล้วก็นอนพักสักหน่อยนะ เดี๋ยวข้าจะไปยกข้าวต้มร้อนๆ มาให้และจะไปแจ้งนายท่านว่าคุณหนูฟื้นแล้ว”


......................................................................

*หนึ่งลี้ / 500 เมตร


__________________________

อ่านจบแล้วอย่าลืมนะคะ

เม้นให้ไรท์ด้วยน้าาาาาาาาาาา

#ไรท์ผู้งามเลิศในสามโลก

#ผู้เรื่องนี้เยอะมากบอกเลยจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 650 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,046 ความคิดเห็น

  1. #1041 Super小农宝 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:19
    อ้อ!!!!เป็นแบบนี้นี่เอง ในที่สุดก็จำได้ รอน้องเทพทรู😂
    #1,041
    0
  2. #1018 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 15:32

    555 น้องมีของวิเศษ ดีกว่าพี่น้องอีกด้วยนะเนี่ย

    #1,018
    0
  3. #976 Pinya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 19:34

    จำนวน ไม่ใช่ เจ้านวน....พลั้งมือ ไม่ใช่ พลั่งมือ....โดนรังแก ไม่ใช่ โทษรังแก

    #976
    0
  4. #909 kimurakung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 19:01
    รีบเติมทรูนะจร้า #พี่สาว2คน ใจคอโหดเ-้ยมแบบนี้ เวลาเอาคืนจะได้ไม่รู้สึกผิด
    #909
    0
  5. #426 เมมฟิส (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 14:20
    เติมทรูให้ซูหนี่ว์ไวๆและเยอะๆ
    #426
    0
  6. #101 Nammm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 16:11

    พระเอกไหมหน้ออออออ

    #101
    0
  7. #8 Panid (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 22:25

    ไรท์รีบเติมโปรให้นางเอกของเราเร็ววววว ว่าแต่ผู้ชายที่ไหนหน้ออออ

    #8
    1
    • #8-1 To night(จากตอนที่ 4)
      12 ธันวาคม 2562 / 22:33
      เติมมาเต็มแน่นอนจ้าาาาาา
      #8-1
  8. #4 usaonly (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 22:26

    น้องซูหนี่ว์กลับมาเกิดใหม่นั่นเอง ใครมาบ่วยน้องตอนตกน้ำขออย่าใกชห้เป็นศัตรูเก่าที่ทำลายสำนักนางกลับชาติมาเกิดเหมือนกัน ยุ่งแน่เลย 555 ขอบคุณค่ะ

    #4
    1