พ่ายรักนางมารหมื่นพิษ

ตอนที่ 39 : นางมาร บทที่ 38

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,917
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 541 ครั้ง
    7 ส.ค. 63


บทที่ 38


          “ไม่เอาแบบเมื่อวานได้ไหมเจ้าคะ” ซูหนี่ว์เห็นใบหน้าของชินอ๋องเข้ามาใกล้นางก็ก้มหน้างุดพลางเอ่ยอย่างอ้อมแอ้ม หากจูบแบบเมื่อวานนางคงจะขาดใจตายเป็นแน่ นางอาจจะเก่งชนะทุกอย่างแต่ตอนนี้ยกเว้นไว้หนึ่งคือบุคคลตรงหน้านางตอนนี้


          “รางวัลของวันนี้ เรียกเปิ่นหวางว่า พี่เทียนหลง”


          “จะ..จะดีหรือเจ้าคะ” ซูหนี่ว์ถามไปอย่างไม่แน่ใจนัก เขาไม่ตอบแต่กลับพยักหน้า ใบหน้าหล่อเหลาก็เลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ราวกับจะข่มขู่ให้คนตรงหน้าเรียกชื่อเสียเดี๋ยวนี้


          “พะ...พี่เทียนหลง” ซูหนี่ว์เอ่ยตะกุกตะกัก เหตุใดเรียกเขาว่าพี่ให้ความรู้สึกต่างจากตอนเรียกพี่ใหญ่พี่รองนักเล่า!


          “ดีมากแล้วก็แทนตัวเองว่าหนี่ว์เอ๋อร์ด้วยเข้าใจไหมเด็กดี” ชินอ๋องเอ่ยอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าเรียบนิ่งยกยิ้มน้อยๆ หัวใจพยัคฆ์ก็กระตุกเล็กๆ เมื่อได้ยินหญิงสาวตรงหน้าเอ่ยเรียกเขาว่าพี่เทียนหลง 


          “ข้า เอ่อ..หนี่ว์เอ๋อร์เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”


          “ดีมาก ไปพักผ่อนได้แล้ว พรุ่งนี้เจ้าต้องขึ้นประลองพลังปราณอีก” เทียนหลง เอ่ยจบคำจบร่างบางก็หายไปอย่างรวดเร็ว เป็นอีกวันที่ท่านอ๋องทำให้นางอกจะแตกตาย



          ยามเฉิน (7.00-9.00) ของเช้าวันต่อมา ร่างบอบบางของซูหนี่ว์เดินออกมาจากห้องของตน อาภรณ์สีดำของสำนักยิ่งขับผิวของตนให้ดูสว่างขึ้นอีกเป็นเท่าตัว นางเดินมารอสหายของตนที่หน้าเรือนเหมือนทุกครา


          “เจ้า!! ซูหนี่ว์!! เจ้าไปทำอันใดมา ทำไมดูงามขึ้นขนาดนี้เมื่อวานเจ้าไม่ใช่แบบนี้นี่น่า” อันฉีเอ่ยออกมาเสียงดังเมื่อเดินออกมาพบกับสหายของตนที่ยืนรออยู่ที่เดิม 


          “จริงด้วย” 

          เฉินคุนที่เดินตามมาก็เอ่ยสมทบ ส่วนจินเฟิ่งก็พยักหน้าเห็นด้วย สายตาก็จับจ้องสหายของตนที่ดูงามขึ้นผิดหูผิดตา


          “อะแฮ่ม!! จะจ้องข้ากันอีกนานไหม ไปกันเถอะข้าหิวแล้ว” ซูหนี่ว์ไม่ตอบแต่กลับหันเดินหนี ในหัวก็คิดหาข้ออ้างไม่หยุดเมื่อวานมาถึงนางก็หลับเป็นตายไปเลย


          “เจ้ายังไม่ตอบข้าเลย เอาเคล็ดลับมาบอกข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ” อันฉีวิ่งตามมาเกาะแขนสหายอย่างไม่ยอมแพ้


          “เหมยอัปสร เจ้ารู้จักหรือไม่ ข้าได้มาจากหอบุปผา” ซูหนี่ว์เอ่ยตอบในหัวก็คิดไปถึงเม็ดเงินที่จะเข้ากระเป๋าอีกครั้ง 


          “เหมยอัปสร!! สมุนไพรระดับสูง หอบุปผามีขายหรือ!” อันฉีเอ่ยเสียงดังอย่างตกใจ


          “มีข้าได้มาตั้งแต่วันเปิดหอวันแรก เมื่อคืนจึงลองใช้ดูไม่คิดว่าจะได้ผลดีขนาดนี้” ซูหนี่ว์เอ่ยตอบเสียงดังไม่แพ้กัน


          รอบกายนางก็เริ่มจะมีหลากหลายสายตาที่จับจ้อง และแอบฟังว่านางไปทำอันใดมา เป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยหาลูกค้าเพิ่มให้ทางหอ สงสัยเย็นนี้นางต้องใช้อิงอิงเอาเหมยอัปสรส่งไปให้พี่ใหญ่วางขายเสียแล้ว ใครจะคาดละว่าจะขายได้แบบนี้


          “หากเจ้าอยากได้ ข้าจะแจ้งหอบุปผาให้ ข้ามีคนรู้จักทำงานอยู่ที่นั่น ตอนนี้เหลือไม่เยอะเท่าไหร่แล้ว” ซูหนี่ว์เอ่ยบอกสหาย แต่สายตาเจ้าเล่ห์กลับสอดส่องไปรอบตัวเพื่อดูปฏิกิริยาคนรอบข้าง


          หญิงสาวทั้งหลาย ที่มองมาทางซูหนี่ว์ก็เริ่มหันหน้าคุยกัน เพื่อส่งจดหมายให้คนด้านนอกไปหาเหมยอัปสรที่หอบุปผามาให้ได้


          “ไม่ละ ราคามันคงแพงยิ่ง” อันฉีเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเสียดายนิดๆ 


          “หากน้องสาวอยากได้พี่ชายจะซื้อให้” เฉินคุนเอ่ยแทรกเมื่อเห็นสีหน้า เสียดายของน้องสาว เขารักน้องสาวถึงเพียงนี้ กับแค่เหมยอัปสรดอกเดียวทำไมจะหามาให้น้องตัวเองไม่ได้


ปัง!


          “ต้องแบบนี้สิสหาย! วันนี้ข้าจะส่งจดหมายไปแจ้งทางหอให้เลย แต่เจ้าคงต้องเตรียมเงินไว้มากหน่อยนะเหลือไม่มากแล้วคนคงอยากได้กันเยอะ”


          ซูหนี่ว์ตบโต๊ะด้วยความชอบใจที่มีสหายใจกว้างแบบนี้ นางรีบตกปากรับคำว่าจะหาของให้อยากเสร็จสรรพ ไม่ให้อีกฝ่ายได้กลับคำ


          เฉินคุนรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อีกครั้ง เมื่อสบตาเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายเหมือนตัวเขาจะพลาดอะไรบางอย่างหรือไม่นะ


          “เอาละ เรารีบไปกันเถอะจะได้เวลาแล้ว” จินเฟิ่งเอ่ยเตือน 


          จากนั้นทั้งสี่ก็ลุกขึ้นเดินไปยังลานประลองเล็กที่นัดหมายกับเหล่าอาจารย์ทันที

          ลานประลองเล็กถูกจับจองไปด้วย ศิษย์ปีหนึ่งจำนวนสี่สิบคนที่นั่งเรียงรายรอเรียกนามตนเพื่อขึ้นประลองกับเพื่อนร่วมสำนัก การประลองจะแบ่งเป็นสองรอบ รอบแรกคัดออกยี่สิบคนให้เวลาหนึ่งเค่อ 

          รอบสองคัดออกสิบคนเวลาไม่จำกัดแต่สลบปรับแพ้ เหลือสิบคนสุดท้าย จะได้รับการประเมินเป็นคะแนนตามเวลาและกระบวนท่าห้ามใช้อาวุธ หากล้มคู่ต่อสู้ได้เร็วก็จะยิ่งได้คะแนนมาก คะแนนจะนำไปรวมกับเมื่อวานเพื่อคัดสิบคนที่มีคะแนนมากที่สุดส่งเป็นตัวแทนในการเข้าประลองกับศิษย์ปีอื่น

          การประลองเริ่มมาได้ครึ่งชั่วยามแล้ว แต่ซูหนี่ว์ยังคงนั่งรอเรียกชื่ออยู่ในใจนางก็ขอให้ได้คู่กับไป๋หลาน อยากจะเล่นสนุกกับนางเสียหน่อย เฉินคุนที่เพิ่งประลองกับสหายร่วมชั้นเสร็จจึงเดินกลับมานั่งที่เดิม สภาพเขาดูสะบักสะบอมเล็กน้อย ตรงมุมปากมีรอยช้ำเล็กๆ เขาเอาชนะมาได้อยากชิวเฉียดเพราะคู่ต่อสู้เขาเองก็อยู่ขั้นห้าและมีธาตุไฟเช่นกัน


          “สภาพเจ้าน่าอนาถยิ่ง” ซูหนี่ว์เอ่ยแซวสหายของตนดวงตาขบขันมองอีกฝ่ายอย่างล้อเลียน ก่อนจะโยนตลับยาแก้ฟกช้ำให้อีกฝ่าย  


          “เท่าไหร่อีกละ” เฉินคุนเอ่ยถามอย่างเคยชิน


          “สำหรับสหาย ห้าเหรียญทองก็พอ” 


          เฉินคุนโยนถุงเงินถุงเล็กกลับไปให้สหาย เพียงห้าเหรียญทองนับว่าไม่ได้มากมายสำหรับเขานัก แลกกับยาคุณภาพดีของสหายก็นับว่าคุ้มค่าอยู่


          เพียงไม่นานซื่อของซูหนี่ว์ก็ถูกเรียกให้ไปประลอง กับสหายร่วมชั้นคนหนึ่งที่มีปราณขั้นห้า ธาตุน้ำ ซูหนี่ว์อยากจะเก็บแต้มจากตรงนี้เยอะๆ นางจึงอยากจะรีบจบการต่อสู้ให้ไว้หน่อย นางเลือกใช้ธาตุไม้ในการจัดการอีกฝ่าย 


          ซูหนี่ว์ดึงเอาไม้ปลายแหลมล้อมอีกฝ่ายไว้จำกัดพื้นที่การหนี จากนั้นก็ใช้รากไม้ตวัดฟาดไปสองครั้งอีกฝ่ายก็สลบไปอย่างง่ายดาย นางใช้พลังเพียงสามกระบวนท่าเท่านั้นไม่คิดว่าจะจบเร็วแบบนี้ ผู้จึงยิ่งให้ความสนใจกับนางมากขึ้นไปอีก ที่สู้กับคนระดับพลังขั้นเดียวกันแต่ล้มอีกฝ่ายภายในสามกระบวนท่าเท่านั้น


          ซูหนี่ว์แอบกุมขมับอีกครั้ง นางใจเสาะเกินไปหรือไม่!! ใครจะคิดว่าฟาดไปสองทีจะทำให้สลบ ได้ง่ายดายเพียงนั้น หรือเพราะพลังนางมากเกินไป


          “ลงมือได้เฉียบขาดยิ่ง สหายข้ามีอะไรให้แปลกใจอยู่เสมอ” จินเฟิ่งเอ่ยแซว


          “นางใจเสาะเกินไปต่างหาก” ซูหนี่ว์เอ่ยตอบกลับ

          ใบหน้างามของจินเฟิ่งยกยิ้มน้อยๆ อย่างถูกใจสหายผู้นี้ยิ่งนัก ดูมือนางจะซ่อนอะไรให้แปลกใจเอาไว้อีกมากนัก และเขาผู้เป็นสหายที่ดีก็จะคอยเฝ้าจับตาดูพัฒนาการของสหายผู้นี้อย่างติดขอบเวทีแน่นอน


          “คู่ต่อไป จ้าว อันฉี กับ ฉิง ไป๋หลาน” เสียงอาจารย์เอ่ยเรียก ทั้งคู่จึงลุกขึ้นเตรียมเดินขึ้นไปที่ลานประลอง


          “ฝากตีนางให้ข้าสักทีนะอันฉี” ซูหนี่ว์เอ่ยกับสหายของตนพลางถอนหายใจเบาๆ อย่างเสียดายที่ไม่ได้ตีคนเล่น


          “เชื่อมือข้าได้เลย” อันฉีเอ่ยบอกพลางเดินออกที่กลางลานประลอง


          ทั้งคู่โค้งคำนับให้กันเล็กน้อยก่อนจะเริ่มประลอง ระดับพลังปราณของทั้งคู่ห่างกันหนึ่งขั้น แต่ทั้งคู่มีพลังธาตุไฟเช่นเดียวกัน อันฉีจึงได้เปรียบในเรื่องนี้เล็กน้อย การจับคู่ประลองจะให้จับฉลากเอาว่าจะได้คู่กับใคร หากเจอคนที่มีปราณมากกว่าก็นับว่าโชคร้ายไป


          ไป๋หลานเปิดฉากก่อนด้วยลูกไฟขนาดกลาง นางซัดมาใส่อันฉีสี่ลูกติดๆ กัน 


ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! 


          เสียงดังสนั่นไปทั่ว แต่ผู้ชมรอบข้างไม่ได้รับผลกระทบด้วย เพราะมีม่านพลังระดับสูงที่เหล่าอาจารย์ ยืนกางม่านคุ้มกันทั้งสี่ทิศ ตัวอันฉีเองก็กระโดดหลบลูกไฟที่พุ่งมาไม่ให้ตั้งตัวได้อย่างฉิวเฉียด ใบหน้าน่ารักแสดงออกถึงความไม่พอใจเล็กน้อย 


          อันฉีจึงเรียกลูกไฟในมือขึ้นมา ร่างบางกระโดดเข้าไปใกล้อีกฝ่ายพร้อมกลับซัดลูกไฟในมือกลับไปในระยะประชิด 

ตูม! 

          ลูกไฟอัดเข้าเต็มร่างของไป๋หลาน เคราะห์ดีที่นางสร้างม่านพลังมากันไว้ได้ทัน แต่ระดับพลังที่เป็นช่องโหว่ทำให้ตัวนางได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีระยะประชิดเล็กน้อย อันฉีไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัวเช่นกัน มือเล็กฟาดไปในอากาศพร้อมกับเปลวไฟในมือ มุ่งตรงไปที่ใบหน้างามนั้น ไป๋หลานที่เห็นอีกฝ่ายพุ่งมาอย่างเร็วจึงตกใจยกมือมากันไว้แต่ไม่ทันได้สร้างม่านพลังมาตั้งรับ


เพี้ยะ!! 


          ฝ่ามือน้อยตบเข้าไปเต็มแรง ที่ใบหน้างามนั้นพร้อมด้วยเปลวไฟระดับห้า ร่างของไป๋หลานถอยหลังไปถึงห้าก้าว ก่อนจะล้มลงไปกับพื้น ใบหน้างามขึ้นรอยแดงจากแรงตบอีกทั้งเปลวไฟที่ติดไปกับฝ่ามือนั้นทำให้ไป๋หลานถึงกับแสบร้อนที่ใบหน้าตน


“กรี๊ด! เจ้า!” 

          มือบางข้างหนึ่งที่กุมใบหน้าที่แสบร้อนของตน มืออีกข้างก็ชี้ไปที่ร่างอันฉีอย่างเกรี้ยวกราด ดวงตาวาวโรจน์จ้องมองอันฉีไปอย่างโกรธแค้น แต่อันฉีก็หาได้สนใจไม่ นางกลับหันไปหาสหายด้วยดวงตาพราวระยับ ราวกับจะโอ้อวดว่าข้าตีนางให้แล้วพอใจหรือไม่


          ไป๋หลานหันไปมองตามสายตาของอันฉีทำให้นางสบตากับซูหนี่ว์ นางจึงยิ่งแค้นเคืองใจที่ทั้งคู่กำลังสมเพชในตัวนาง นางจึงลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว มือบางก็เรียกลูกไฟลูกใหญ่ทั้งสองข้าง ก่อนจะนำมือทั้งสองมาประกบกันทำให้ได้ลูกไฟขนาดใหญ่มากลูกหนึ่ง 

          ดวงตาแข็งกร้าวพร้อมกับแสยะยิ้มเล็กน้อย ร่างบางกระโจนเข้าไปใกล้พร้อมซัดพลังในมือออกไปทำให้อันฉีต้องรีบถอยหนีแต่ลูกไฟนั้นใหญ่เกินจะหลบพ้นอันฉีจึงต้องเกร็งพลังต้านรับ ตูม! ลูกไฟลูกใหญ่เข้าปะทะกับร่างบอบบาง ควันสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่วทำให้คนอื่นมองไม่เห็นว่าอันฉีเป็นอะไรหรือไม่ เฉินคุน กับซูหนี่ว์ที่เห็นดังนั้นถึงกับนั่งไม่ติด


          ร่างอันฉีกระเด็นออกไปจากจุดที่ยืนอยู่ไม่ไกลมากนัก ชายกระโปรงนางไหม้เกรียมเล็กน้อย ริมฝีปากบางเม้มลงอย่างขัดใจที่ตนก็ได้แผลที่แขนมาเช่นกัน เมื่อควันจางลงอันฉีจึงปล่อยลูกไฟลูกเล็กๆ ใส่หญิงสาวตรงหน้าอย่างรวดเร็วหลายลูกติดกัน ไป๋หลานที่เค้นพลังเรียกลูกไฟขนาดใหญ่ไปจนเกือบหมดแรงแล้ว 

          มื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่สิ้นฤทธิ์ ทั้งยังส่งลูกไฟกลับมาโจมตีนางได้อีกนางจึงพยายามเค้นปราณมาตั้งรับไว้ แต่เพราะอันฉีปล่อยมาหลายลูกเกินจะต้านรับทำให้นางได้แต่กระโดดหลบไปมาราวกับตัวตลก ลูกไฟลูกหนึ่งจึงกระเด็นไปติดชายกระโปรงนางทำให้อาภรณ์ติดไฟ 


          “กรี๊ดดดด” ไป๋หลานร้องลั่น มือบางก็พยายามตบไฟให้ดับลง เมื่อไฟที่ติดอาภรณ์ดับลงเสียงของผู้จับเวลาก็เอ่ยส่งสัญญาณ


          “หมดเวลา!!” 




______________________

Talk 1

เอาละหวานกันมากี่ตอนแล้วเจ้าคะ ค่าตัวเฮียใกล้จะหมดแล้วนะฮ่าๆๆๆๆ

จิกหมอนขาดกันไปกี่ใบแล้ว ไรท์จะพักให้ไปเย็บหมอนกันก่อนเนอะอิ้อิ้อิ้

มาค่ะ มาเจิม มาดันให้เร็ว นิยายสนุกขนาดนี้ไม่ติดอันดับได้อย่างไร




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 541 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,046 ความคิดเห็น

  1. #940 kimurakung (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 22:18
    เป็นตัวน่ารำคาญจริงๆ
    #940
    0
  2. #701 metung18 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 20:48
    ขอสามีมาอีกสัก3ตอนเถอะ
    #701
    0
  3. #551 KuN_pRe (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 00:02
    รออออออคอยยยยย
    #551
    0
  4. #540 7802 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 18:00
    รออ่านอยุ่นาาาา
    #540
    0
  5. #539 aern242539 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 17:12
    แหมมมม ใจจริง อยากให้โดนหนีกกว่านี้อีกหน่อยนะ
    #539
    0
  6. #528 usaonly (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 12:25

    ยังไม่ได้ประกาศผลเลยไรท์ถือกรรไกรตัดฉับไปแล้ว คู่ของอันฉีเหนื่อยหน่อยเพราะพลังใกล้เคียงกัน ไฟไหม้กระโปรงไป๋หลานน่าจะลุกท่วมตัว จะได้รู้สึกว่าแกล้งคนอื่นเอาไว้ผลลัพธ์มันจะเป็นอย่างไรบ้างถ้าโดนกับตัวเอง ขอบคุณค่ะ

    #528
    0
  7. #527 Aiwapw (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 12:19
    รู้สึกแสบแก้วหู
    #527
    0
  8. #525 AorAlis (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 21:19
    เจิมมมมม
    #525
    0
  9. #524 เดะดอย (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 16:57
    รอๆๆๆๆๆ
    #524
    0
  10. #523 ching186470 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 13:39
    เจิมค่าาาา
    #523
    0
  11. #522 Preen772 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 13:17
    มารอแล้วววววว
    #522
    0
  12. #521 panyayodrak (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 12:46
    เจิมมมมมมมมจร้า
    #521
    0