พ่ายรักนางมารหมื่นพิษ

ตอนที่ 35 : นางมาร บทที่ 34

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 569 ครั้ง
    25 พ.ค. 63

บทที่ 34


          “ข้าเองก็ทำไม่เป็นเหมือนกัน” ซูหนี่ว์เอ่ยพลางส่งยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนสาว ชาติที่แล้วก็มีครัวของสำนัก ชาตินี้ก็ไม่เคยอย่างก้าวเข้าครัวแม้แต่น้อย มีหน้าที่รอกินเพียงอย่างเดียว


          “แล้วเราจะทำยังไงกันดีซูหนี่ว์ พวกข้าอุตส่าห์ฝากความหวังสุดท้ายไว้ที่เจ้า” อันฉีพูดด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยาก เพราะตัวนางเองก็เคยเกือบเผาครัวในจวนท่านแม่จึงห้ามนางเข้าครัวอีก


          “ข้าทำได้ พวกเจ้าอยากกินอะไร” 

          เสียงสวรรค์ดังขึ้นมาจากชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ในห้อง เขาพูดพร้อมกับวางหนังสือในมือลง พลางยกคิ้วน้อยๆ เป็นเชิงถามสองสาวตรงหน้า


          “จริงหรือ!” 

          อันฉีเอ่ยดวงตาเป็นประกายอย่างมีความหวังอีกครั้งเพราะตอนนี้นางหิวมากๆ เลยนึกว่าจะต้องอดอาหารเสียแล้ว จินเฟิ่งไม่ได้พูดอะไรต่อเขาเดินออกไปทางห้องครัวเงียบๆ อันฉีกับซูหนี่ว์จึงตามไปไม่ห่าง


          “เดี๋ยวข้ากับซูหนี่ว์จะเป็นลูกมือให้เอง กินอะไรก็ได้ตอนนี้ข้าหิวมากเลย” อันฉีพูดพลางดึงซูหนี่ว์เข้าไปในครัว 

          นางจึงเดินตามไปอย่างเสียไม่ได้ พลางช่วยหยิบจับผักไปล้าง ด้านอันฉีก็พยายามจะตอกไข่ใส่ถ้วย แต่ไข่ดันแตกคามือ ซูหนี่ว์ที่ล้างผักแล้วส่งมาให้จินเฟิ่ง เขาถึงกับทำหน้าเหวอเล็กๆ เพราะสภาพผักราวกับโดนรุมกระทืบมา ผักช้ำจนไม่รู้จะช้ำยังไง ซูหนี่ว์ติดนิสัยตอนขยำคั้นน้ำออกจากตัวสมุนไพร จึงใช้แรงเยอะไปหน่อย สองสาวที่เห็นหน้าเหวอๆ ของจินเฟิ่งก็ได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้อย่างเก้อเขิน


          “พวกเจ้าออกไปนั่งรอข้างนอกเถอะ ข้าทำคนเดียวน่าจะเร็วกว่า” จินเฟิ่ง พูดพลางดันหลังสหายสาวของตนให้ออกจากครัวไป

          จากนั้นจึงลงมือทำอาหารอย่างคล่องแคล่วโดยมือสายตาแอบมองอยู่มุมประตูสองคู่ ผ่านไปครึ่งชั่วยามอาหารสามอย่างก็มาปรากฏบนโต๊ะอาหาร เป็ดย่าง ผัดผักใส่หมู และ เต้าหู้ยัดไส้ กลิ่นอาหารหอมกรุ่นจนคนทั้งสามแอบกลืนน้ำลายเงียบๆ


          “คารวะ จินเฟิ่ง หากไม่ได้เจ้าพวกเราคงอดตาย จากนี้พวกเราของฝากท้องไว้ที่เจ้าแล้ว” เฉินคุนพูดทีเล่นทีจริง 


          “กล่าวเกินไปแล้ว” เขาเอ่ยพลางยกยิ้มน้อยๆ 


          “ไม่เกินไปแม้แต่น้อย” อันฉีเสริม 

          

          หลังจากนั้นทั้งสี่ก็ลงมือทานอาหาร มีเสียงพูดคุยของอันฉีและเฉินคุน เป็นตัวจุดชนวนทำให้อาหารมื้อนี้ไม่เหงาหงอยเกินไปนัก

 

          จินเฟิ่งก็ดูผ่อนคลายขึ้นมาก จากตอนแรก เพราะเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อน ส่วนมากจะเก็บตัวอยู่แต่ในจวนไม่ก็ตามพี่ใหญ่ของตนไปกองทัพ แต่เพราะใบหน้าที่ดูสวยราวกับอิสตรีทำให้เหล่าบุรุษคิดว่าเขาเป็นพวกตัดแขนเสือ ส่วนสตรีก็เอาแต่จ้องมองเขาเหมือนจะกลืนกินเขาเข้าไป ทำให้เขาเก็บตัวไม่ค่อยพบใคร 


          อาหารมื้อเย็นผ่านพ้นไปอย่างเรียบง่าย แล้วก็ต่างแยกย้ายกันจัดการธุระของตน ซูหนี่ว์สวมชุดสีขาวบางเบาแม้ข้างนอกจะมีหิมะตกบางเบาและอากาศหนาวแต่นางก็ไม่ได้รู้สึกหนาวสักนิดภายในห้องนั้นจุดเตาให้ความอบอุ่นกำลังดี นางกำลังจะดับเทียนเพื่อเข้านอนก็ได้ยินเสียงบางอย่างที่ระเบียง 

          ร่างบางในชุดบางเบาก็ลุกขึ้นไปหยิบชุดมาคลุมทับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินไปเปิดประตูตรงระเบียงเห็นเพียงเงาร่างสีดำแวบๆ ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว นางพยายามจับพลังปราณอีกฝ่ายแต่ก็จับไม่ได้ ซูหนี่ว์จึงเดินออกมาที่ระเบียง นางปฏิเสธตัวเองในใจว่าไม่ควรตามไป อาจเป็นกับดักหรืออะไรก็ได้ นางจึงหมุนตัวเตรียมจะกลับเข้าห้องแต่สายตาดันเหลือบไปเห็นดอกเหมยกุ้ยสีแดงสดวางอยู่ที่ริมระเบียง มือบางจึงเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาเมื่อไม่ได้กลิ่นพิษหรืออะไรนางก็คลายความกังวลลงเล็กน้อย


          “มาวันแรกก็ได้ดอกไม้เลยหรือ อืม ตัวข้าเสน่ห์แรงเสียจริง” ซูหนี่ว์เอ่ยพลางยิ้มให้กับความคิดทะเล้นของตนเองเล็กน้อย ก่อนร่างบางจะหายกลับเข้าไปในห้องพร้อมดอกเหมยกุ้ยในมือ 


          เงาร่างสีดำที่ยังแอบดูอยู่ไม่ห่างตรงริมหน้าผาก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจที่นางนำดอกเหมยกุ้ยกลับเข้าไปด้วย ก่อนที่เงาร่างนั้นจะหายไปตามความมืดมิดในยามราตรี


          ยามเฉิน (7.00-9.00) ทั้งสี่คนจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วต่างก็สวมอาภรณ์ประจำสำนัก ชุดสีดำเนื้อผ้าดีปักลายอสรพิษตัวใหญ่สีแดงที่ด้านหลังดูน่าเกรงขามเมื่อชุดนี้บุรุษเป็นผู้สวมใส่ และดูสง่างามสูงส่งเมื่ออยู่ในร่างของสตรี โดยเฉพาะซูหนี่ว์ที่นางชอบใส่อาภรณ์สีดำอยู่แล้ว นางจึงถูกใจชุดประจำสำนักนี้มากหยกประจำตัวของสำนักถูกแขวนไว้ที่เอว 


          เมื่อคนทั้งสี่เดินมายังโรงอาหารประจำสำนัก เพื่อรับประทานอาหารเช้า ทั้งสี่คนก็เป็นที่ดึงดูดสายตาผู้อื่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะซูหนี่ว์และจินเฟิ่ง ใบหน้านิ่งเรียบถูกดึงมาประทับที่หน้าคนทั้งสองทันที ซึ่งทั้งสองกลับมีนิสัยที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือไม่ชอบความวุ่นวายและการเป็นที่จับตามอง ใบหน้างดงามของทั้งคู่นั้นจะดึงเอาความวุ่นวายมาให้ไม่หยุดหย่อนเป็นแน่หากเผลอส่งยิ้มไปทั่วแบบสองพี่น้องสกุลจ้าวที่ตอนนี้กำลังโปรยยิ้มไปทั่วโรงอาหาร

          ทั้งสี่คนรับอาหารมาพร้อมกับหาที่นั่งทานอย่างเงียบๆ สายตาของแต่ละคนก็สอดส่งไปทั่วบริเวณ ลายปักของตัวอสรพิษนั้นต่างกันที่สีด้าย เพื่อแยกระดับชั้นสีแดงเป็นของปีหนึ่ง สีเงินปีสอง และสีทองปีสาม 

          ทั้งสี่ทานอาหารกันอย่างเงียบๆ ไปได้สักพักก็มีบุคคลไม่ได้รับเชิญเดินมายืนที่หัวโต๊ะ ที่ซูหนี่ว์และจินเฟิ่งนั่งอยู่ ทั้งคู่จึงพร้อมใจกันเงยหน้าขึ้นไปดูบุคคลผู้มาใหม่นี้ ใบหน้าคมเข้มดวงตาไม่ค่อยจะเป็นมิตรเสียเท่าไร่ กำลังจ้องมองไปที่ซูหนี่ว์ เมื่อเห็นว่าเป็นใครซูหนี่ว์กับจินเฟิ่งจึงวางตะเกียบในมือลงพลางลุกขึ้น 


          “คารวะท่านแม่ทัพฉิง / คารวะพี่ใหญ่” ทั้งคู่เอ่ยพร้อมกันทำให้อันฉีและเฉินคุนลุกขึ้นแล้วทำตามทั้งสองด้วย


          “พี่ใหญ่มาหาข้าหรือ” จินเฟิ่ง เอ่ยถามพี่ใหญ่ของตนที่เดินมาหาตนอย่างเงียบๆ 


          “อืม มาดูกลุ่มสหายของเจ้า” เขาตอบนิ่งๆ


          “สหายข้าดียิ่งพี่ใหญ่ไม่ต้องกังวล” จินเฟิ่งตอบพลางส่งยิ้มน้อยๆ ให้พี่ใหญ่ของเขาต่างจากซูหนี่ว์ที่ยืนก้มหน้าก้มตา ความผิดนางเมื่อคราวก่อนที่เจอกันนางได้แต่หวังว่าเขาจะลืมมันไปแล้วนะ


          “อืม ให้สหายเจ้าเรียกข้าพี่จินไห่เถอะ”


          “ยินดีที่ได้รู้จักขอรับพี่จินไห่ ข้าจ้าว เฉินคุน ส่วนนี่น้องสาวข้าจ้าว อันฉี ส่วนคนนี้ หลี่ ซูหนี่ว์” เฉินคุนเอ่ยแนะนำตัวอย่างอารมณ์ดี โดยไม่ได้สังเกตสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของสหายแม้แต่น้อย


          “อืม ฝากน้องข้าด้วย ข้าขอตัว” เอ่ยจบคำเขาก็เดินจากไปทันที


          ซูหนี่ว์ที่เห็นอีกฝ่ายไม่ได้เอ่ยถึงวันนั้นนางก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกท่ามกลางสายตางุนงงของสหายทั้งสาม 

          เมื่อถึงยามซื่อ (9.00-11.00) นักศึกษาปีหนึ่งทุกคนจึงไปรวมตัวกันอยู่ที่ลานกว้าง เพื่อรอแยกห้องเรียน รออยู่ไม่นานก็็มีอาจารย์สาวสองคนที่อยู่ในชุดสีขาวปักลายอสรพิษสีดำชุดประจำสำนักของเหล่าอาจารย์ เดินมาเรียกชื่อนักเรียนเพื่อแบ่งห้องละยี่สิบคน 

          กลุ่มของซูหนี่ว์อยู่ห้องหนึ่ง มีทั้งหมดยี่สิบคนและยังมีกลุ่มที่หาเรื่องนางรวมอยู่ด้วยทำให้อันฉีรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากต่างจากซูหนี่ว์ที่ยังคงนิ่งเฉยอยู่ได้ด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อน เมื่อเข้าห้องเรียน จะแบ่งนั่งเป็นกลุ่มตามเรือนพักแบ่งนั่งเป็นคู่ 

          ซูหนี่ว์นั่งอยู่แถวหน้าสุดคู่กับอันฉี จินเฟิ่งนั่งอยู่ด้านหลังซูหนี่ว์และเฉินคุนนั่งอยู่หลังน้องสาวตน ห่างไปสี่โต๊ะเป็นที่นั่งของ ไป๋หลาน อิงฮวา เหว่ยจู และหญิงสาวที่ดูสูงศักดิ์อีกคนหนึ่งการวางตัวของนางดูสูงส่งราวกับคุณหนูลูกขุนนาง ต่างจากสามสาวที่ส่งสายตาอาฆาตส่งมาให้ซูหนี่ว์ไม่หยุดหย่อน


          “จินเฟิ่ง เจ้ารู้ไหมว่าญาติผู้น้องเจ้านะหาเรื่องซูหนี่ว์ตั้งแต่เข้าสำนักวันแรกเลย” อันฉีหันไปเอ่ยฟ้องสหายตนปากยื่นปากยาว 

          ซูหนี่ว์ที่นั่งอยู่ด้านข้างก็เขกหัวอันฉีไปทีหนึ่งด้วยความมันเขี้ยว


“ข้าเจ็บนะ”


“เจ้าเด็กขี้ฟ้อง” นางพูดพร้อมยักคิ้วไปให้สหายทีหนึ่ง ไม่ทันได้เอ่ยอะไรต่ออาจารย์สาวคนเดิมก็เดินเข้ามา พร้อมกับแนะนำตัว


“ข้ามีนามว่า มู่จื่อ วิชาที่ข้าจะสอนคือหลักการใช้ชีวิต”


“ศิษย์คารวะอาจารย์มู่จื่อ” ศิษย์ทุกคนลุกขึ้นยืนพลางคารวะอาจารย์อย่างพร้อมเพรียง แล้วจึงเริ่มบทเรียนการใช้ชีวิต 


          วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วซูหนี่ว์อยู่ที่นี้มาได้เจ็ดวันแล้ววันนี้จึงนับเป็นวันหยุดในสัปดาห์แรกของการเรียน วิชาสมุนไพรดูเหมือนจะเป็นวิชาที่นางทำได้ดีที่สุดลองจากวิชาใช้พลังธาตุกับวิชาใช้อาวุธ อาวุธที่นางเลือกใช้คือธนู เป็นอาวุธที่นางถนัดเพราะในชาติก่อนนางก็มักจะใช้ธนูในการล่าสัตว์ และป้องกันตัวในระยะใกล้


          หากจะถามว่าถนัดอาวุธอะไรที่สุดก็คงจะเป็นการใช้อาวุธลับอย่างเข็ม มีดสั้น แต่ดันไม่มีในตัวเลือกนางจึงเลือกใช้ธนู ซูหนี่ว์หนีมานั่งในถ้ำใต้หน้าผาที่เรือนนาง นางเจอถ้ำนี้โดยบังเอิญ 

          เมื่อคืนก่อนนางตัดสินใจตามชายชุดดำที่มาวางกุหลาบให้นางติดกันอยู่สี่คืน นางอยากรู้ว่าเขาเป็นใครจึงเลือกที่จะตามไป เขากระโดดลงมาทางจะงอยหน้าผาแล้วหายไป ซูหนี่ว์จึงไม่ตามต่อแต่นางมาดูในตอนเช้าเมื่อไต่ลงมาจึงเห็นว่ามีถ้ำอยู่ตรงนี้


          ภายในถ้ำกว้างขวางแต่ไม่ลึกมากแต่ที่น่าแปลกใจก็คือภายในถ้ำแห่งนี้มีพลังปราณบริสุทธิ์กว่าบริเวณอื่นโดยรอบสำนัก ถึงสามส่วนวันนี้นางจึงหนีสหายมานั่งฝึกปราณในถ้ำนี้  ไว้คราวหน้านางค่อยพาพวกเขามาด้วย เพราะตอนนี้ทั้งสามคนกำลังยุ่งอยู่กับการอ่านตำราสมุนไพร


          “คิดถึงกันบ้างหรือไหม” เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นที่ข้างหูนาง


          ซูหนี่ว์ลืมตาด้วยความตกใจ ฝ่ามือเล็กก็ซักพลังปราณออกไปอย่างไม่อ้อมแรง ร่างสูงพลิกตัวหลบฝ่ามือนั้นอย่างรวดเร็ว เมื่อตั้งสติได้นางก็ลุกขึ้นยืนกระโดดออกห่างจากผู้ชายตรงหน้า ดวงตากลมโตและคิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าหน้าได้อย่างชัดเจนว่าเป็นผู้ใด




ผู้ใดมาหาน้องงง ทายถูกกันไหมเอ่ย 

ฮ่าๆๆๆ

สวัสดีนักอ่านใหม่นะคะ มาๆหยุดอ่านแล้วมาคอมเม้นเดี๋ยวนี้เลยนะ
ตอนหน้ามีเงินจ้างชินอ๋องแล้วนะคะ ค่าตัวนางแพง อิ้อิ้อิ้

#นักอ่านผู้น่ารัก
#นักเขียนที่สวยที่สุดในสามโลก
#ใครคิดถึงชินอ๋อง

เจอกันพรุ่งนี้เช่นเดิมค่ะ เราจะมาเจอกันวันเว้นวันนะคะ
ปล. ขึ้นมาอันดับสามสิบแล้ว ทุกคนช่วยกันดันเร็วให้ติดหนึ่งในสิบ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 569 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,046 ความคิดเห็น

  1. #1043 Super小农宝 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:37
    ว่าที่สามีน้องแน่ๆ????😂
    #1,043
    0
  2. #996 พินยา (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 03:28

    ขอฝาก (ขอ=ความต้องการ) ไม่ใช่ ของฝาก (ของ=สิ่งของ เครื่องใช้, แสดงความเป็นเจ้าของ)

    #996
    0
  3. #957 NuReader (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 20:24
    ท่านอ๋องเอง
    #957
    0
  4. #936 kimurakung (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 21:55
    สามีนี่เอง
    #936
    0
  5. #614 kaetq344 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 14:05

    ท่านอ๋อออง

    #614
    0
  6. #493 aern242539 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 10:19
    ท่านอ๋อง แหละ ดูออก ฮือออ คิดถึงงงง เขินเวอร์
    #493
    0
  7. #448 เมมฟิส (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 15:02

    ชินอ๋องมาแล้ว

    หญิงท่าทางสูงศักดิ์คือใคร

    ดีหรือร้าย

    อยากให้ดีกับหนี่ว์เอ๋อร์มากๆ

    มีมิตรดีกว่ามีศัตรู

    ยิ่งศัตรูที่มีฐานะสูงยิ่วไม่ดีต่อหนี่ว์เอ๋อร์
    #448
    0
  8. #437 benjy_noii (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 10:50
    แหมท่านอ๋องงงงงง แอบมาเป็นอาจารย์เพราะอยากเจอน้องตลอดอะสิ
    #437
    0
  9. #436 Anajujub (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 07:29
    คิดถึงกันบ้างไหม..ตอบเลยคิดถึงไรท์ที่สุดดดด
    #436
    0
  10. #435 poppular9515 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 23:36
    สามีมาหา!!!
    #435
    0
  11. #432 supakornseanla (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 20:32
    ท่านอ๋องงง
    #432
    0
  12. #431 usaonly (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 16:32

    แอบทำ signal ให้น้องตามมาที่ถ้ำ เพื่อจะได้พบกันโดยไม่มีใครรู้เห็น ร้ายจริงนะท่านอ๋อง หุ หุ

    #431
    0
  13. #430 เจ้าแมว (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 15:51
    ชินอ๋องคือคำตอบสุดท้ายยยยยยยย
    #430
    0
  14. #427 Preen772 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 14:25
    ใครม๊าาาา
    #427
    0
  15. #425 ching186470 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 13:42
    ชินอ๋องชัวร์ๆ
    #425
    0
  16. #424 Flukyphawinee (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 13:30

    พระเอกค่าตัวเเพงมากแม่
    #424
    0
  17. #423 Foam_Zana (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 12:49
    ขอฉากฟินๆ
    #423
    0
  18. #422 meechan2 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 12:42
    ท่านอ๋องนี่ทำตัวผลุบๆโผล่ๆเป็นตัวตุ่นไปได้
    #422
    0
  19. #421 Aiwapw (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 12:02
    ท่านอ๋องแน่ๆ
    #421
    0
  20. #420 frawenc (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 11:57
    คถๆๆๆๆ
    #420
    0
  21. #419 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 11:56

    ชินอ๋องโผ่มาแล้ว...หุ หุ รอต่อนะคะ
    #419
    0
  22. #418 view2544 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 11:51
    ชินอ๋อง เป็นอาจารย์อยู่ก่อนแน่เลย แล้วคงเป็นคนที่วางดอกไม้ไว้ด้วยแน่เลย
    #418
    0
  23. #417 Ploy koaw san. (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 11:34
    อาจารย์อ๋องออกมาแล้ววว
    #ไรท์จ่ายค่าตัวให้แล้วแน่เลยถึงออกมาได้
    #417
    0
  24. #416 Nutsu_Nutsu (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 08:46
    รอๆชินอ๋อง สารภาพว่าตามน้องมา เพราะน้องเลือกเรียนที่นี่ใช่หรือไม่?
    #416
    0
  25. #413 ภรรยาอี้ฟาน (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 07:26
    เจิมมมค่าาา
    #413
    0