พ่ายรักนางมารหมื่นพิษ

ตอนที่ 30 : นางมาร บทที่ 29

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,943
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 517 ครั้ง
    12 พ.ค. 63

บทที่ 29

          พื้นที่ลานกว้างใจกลางเมืองหนานเปียนถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นโต๊ะลงทะเบียนเรียนของสำนักศึกษาหย่งฟู มีโต๊ะตั้งไว้สามตัวด้วยกันพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาวุโสประจำโต๊ะ โต๊ะละสองท่าน โต๊ะที่หนึ่งมีผู้คนยืนต่อแถวกันยาวเหยียด โต๊ะที่สองและสามก็มีบ้างแต่ไม่เท่าโต๊ะแรก 

          ซูหนี่ว์เองก็มายืนต่อแถวที่หนึ่งได้ราวครึ่งชั่วยามแล้ว แถวนี้ที่คนเยอะเพราะเป็นแถวสำหรับนักศึกษาใหม่ ส่วนแถวที่สองสำหรับนักศึกษาปีสองและปีสาม ผู้คนที่ลงทะเบียนแล้วก็จะมีที่นั่งจัดไว้รอสำหรับการวัดพลังปราณ นักศึกษาใหม่ต้องมีปราณขั้นสี่ขึ้นไป นักศึกษาปีสองปราณขั้นห้า นักศึกษาปีสามต้องมีปราณขั้นเจ็ด หากไม่มีพลังตามมาตรฐานก็จะไม่มีสิทธิ์เข้าศึกษา สำนักศึกษาหย่งฟูแห่งนี้ไม่จำกัดอายุและเพศผู้ที่มีความสามารถเท่านั้นจึงจะเข้าสำนักได้

          ซูหนี่ว์ วันนี้อยู่ในอาภรณ์สีขาวสะอาดตา ปักลายเหมยกุ้ย* สีแดงอาภรณ์ส่วนมากของนางมักจะเป็นลายเหมยกุ้ย ซูหนี่ว์ขยับแถวมาเรื่อยๆ จนถึงตานางลงชื่อ นางยื่นป้ายหยกประจำตัวไปให้ผู้อาวุโสตรงหน้า เขาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะส่งกระดาษให้นางลงชื่อ


“แม่หนู เจ้ามีพลังปราณถึงขั้นสี่ใช่หรือไหม” หนึ่งในผู้อาวุโสเอ่ยถามอย่างสุภาพ เพราะเขาจับสัมผัสพลังของหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้แม้แต่น้อย


“เรียนผู้อาวุโสข้าน้อยมีพลังปราณขั้นห้าเจ้าค่ะ” ซูหนี่ว์ตอบพร้อมกับโค้งตัวเล็กน้อย


“อืม เราจะมีหินศิลาเพื่อตรวจวัดพลังก่อนเข้ารับการทดสอบ หากเจ้ามีพลังปราณไม่ถึงขั้นสี่ก็ไม่ต้องอยู่รอให้เสียเวลาหรอก” ผู้อาวุโสอีกคนกล่าวขึ้น ด้วยน้ำติดเสียงดูแคลนเล็กน้อย 

          ซูหนี่ว์ไม่ได้เอ่ยตอบโต้จึงได้แต่ส่งยิ้มหวานไปให้พร้อมกับรับเลขประจำตัวแล้วจึงเดินไปนั่งอย่างเงียบๆ หลายสายตาที่มองมาทางนางบ้างก็สนใจนางเพราะหน้าตาที่หวานหยดย้อยงดงามจับใจจนกลบรัศมีใครหลายๆ คนให้หม่นหมองลงได้ไม่ยาก บ้างก็จับจ้องนางเพราะบทสนทนาเมื่อครู่นั้นมีเสียงดังไม่น้อย ผู้คนที่อยากรู้อยากเห็นจึงรีบจับสัมผัสปราณนางทันที เมื่อเห็นว่าจับพลังปราณนางไม่ได้จึงได้แต่ดูแคลนนาง แม้นางจะงามแค่ไหนแต่ไม่มีพลังปราณแล้วมาสมัครสำนักศึกษาหย่งฟูนี่ไม่นับว่าหน้าหนาไปหน่อยหรือ

          ซูหนี่ว์นั่งนิ่งไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์นางแม้แต่น้อย ภายในจิตก็คุยกับไป๋หูไปด้วยในเรื่องของหินศิลา


'นายหญิงอย่างได้กังวล ข้าทำให้หินมันเปล่งแสงได้แน่นอน' ไป๋หูเอ่ยบอกกับซูหนี่ว์ หินศิลาไม่สามารถวัดพลังนางได้ นางจึงต้องหาเล่ห์กลทำให้มันเปล่งแสง และเป็นไป๋หูที่เอ่ยเสนอตัวว่ามันสามารถส่งพลังปราณผ่านตัวซูหนี่ว์ให้ไปกระตุ้นการทำงานของหินศิลาได้เรื่องนี้ไม่ใช่สัตว์อสูรทุกตัวที่จะทำได้ มีเพียงจอมอสูรเท่านั้น


'ข้าไม่ได้กังวลเรื่องนั้น' ซูหนี่ว์เอ่ยตอบด้วยใบหน้านิ่งเฉย


'แล้วนายหญิงกังวลอันใด'


'เจ้าเป็นจอมอสูร พลังที่เจ้าจะถ่ายส่งไปแทนข้าไม่พุ่งเป็นเจ้าจอมยุทธ์หรือ'


'ถ้าเป็นเรื่องนั้นนายหญิงไม่ต้องกังวลข้าสามารถถ่ายพลังถึงระดับตามที่ท่านต้องการได้'


'ดี เอาแค่ขั้นห้าเท่านั้น ห้ามขาดและห้ามเกินเข้าใจหรือไม่' คนที่อายุเท่านางส่วนมากจะอยู่ที่ขั้นสามและขั้นสี่ ส่วนขั้นห้า อายุเพียงเท่านี้นับว่าอยู่ในมาตรฐานสูง 

          ที่ซูหนี่ว์เลือกขั้นห้าเพราะเวลาแสดงความสามารถที่มากเกินไปจะได้ไม่มีใครสงสัย และอีกอย่างสหายใหม่ทั้งสองของนางก็อยู่ที่ขั้นห้าเช่นเดียวกัน เฉินคุนเห็นฝีมือของนางที่กำจัดนักฆ่าที่มีปราณขั้นเก้าได้ในพริบตาเดียวแล้วเขาคงงุนงงไม่น้อย


'ขอรับ'


“สหาย ไม่คิดว่าเจ้าจะมีใบหน้าที่งดงามปานนี้” เฉินคุนเดินมานั่งลงข้างๆ ซูหนี่ว์อย่างถือวิสาสะ ตามด้วยน้องสาวที่ส่งยิ้มให้ซูหนี่ว์แล้วจึงนั่งที่ถัดไป


“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเป็นข้า” ซูหนี่ว์หันไปเอ่ยถาม เพราะตลอดเวลาที่เดินทางมาด้วยกันขบวนเดินทางของนางไม่มีใครเปิดเผยใบหน้าเลยสักคนเดียว


“หนึ่งเพราะข้าสัมผัสพลังจากตัวเจ้าไม่ได้ สองคนรอบข้างนินทาเจ้าเสียให้ดังลั่นว่าหลี่ ซูหนี่ว์ไม่มีพลังปราณ มีแต่ความงามยังกล้ามาลงทะเบียนเรียน” เฉินคุนพูด พลางทำหน้าจีบปากจีบคอเลียนแบบผู้คนที่เอ่ยนินทานาง


“พี่ใหญ่ หยุดทำหน้าแบบนั้นเถอะ ข้าอายแทน” อันฉีผู้เป็นน้องสาวเอ่ยเตือนพี่ชายของตนอย่างเอือมระอา


“ข้าก็คิดแบบนั้นแหละอันฉี ฮ่าๆๆ” ซูหนี่ว์เอ่ยสมทบพลางหัวเราะกับใบหน้าทะเล้นของสหาย รอยยิ้มของนางยิ่งทำให้ผู้คนถึงกับนิ่งค้างไปในทันที รวมถึงสหายใหม่ทั้งสองด้วย


“เจ้างามเกินไปแล้วซูหนี่ว์” อันฉีเอ่ย ดวงตากลมโตน่ารักก็จ้องมองสหายของตนไม่วางตา ส่วนเฉินคุนนั้นนิ่งค้างไปแล้ว


“บ้านเจ้าไม่มีกระจกหรืออันฉีตัวเจ้านั้นก็งามไม่น้อยกว่าข้าเลยสักนิด” ซูหนี่ว์พูดพลางยกยิ้มน้อยๆ ให้กับอันฉีใบหน้านางน่ารักราวกับตุ๊กตา ตัวเล็กดูบอบบาง ส่วนพี่ชายนางก็หน้าตาคล้ายกันอยู่หลายส่วนติดที่คิ้วกับดวงตาดูจะคมเข้มกว่าเล็กน้อย


“เฉินคุนหากเจ้ายังไม่เลิกจ้องมองข้าแบบนี้ข้าจะควักลูกตาเจ้าออกมาดองยาเสีย” ซูหนี่ว์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเหยียบเพื่อข่มขู่สหายของตนที่ยังจ้องไม่วางตา


“ซูหนี่ว์เจ้ารู้ไหมว่าความโหดร้ายและป่าเถื่อนของเจ้านั้นทำให้เจ้าขี้เหร่ขึ้นถึงสามส่วน” เฉินคุนพูดพลางสะบัดหน้ากอดอกหันไปทางน้องสาว 

          มือของซูหนี่ว์กระตุกยิกๆ หากไม่ติดว่าตรงนี้ผู้คนจับจ้องเยอะละก็นางคงได้เขกกระบาลสหายผู้นี้ไปหลายที


“ลิ้นเจ้ายังจำเป็นอยู่ไหม”


“เฉินคุนผิดไปแล้วขอรับ” เขาเอ่ยพร้อมกับทำหน้าสำนึกผิด ท่าทางราวกับหมาน้อยโดนเจ้านายดุหูลู่หางตก จนซูหนี่ว์กับอันฉีได้แต่ส่ายหัวให้กับท่าทางราวกับเด็กน้อยของเฉินคุน

          การรับสมัครสิ้นสุดลงแล้วผู้สมัครทั้งหลายก็นั่งตรงที่สำนักจัดไว้ให้แบ่งเป็นนักศึกษาใหม่ราวๆ หนึ่งร้อยกว่าชีวิต นักศึกษาปีสองสี่สิบคน นักศึกษาปีสามสี่สิบคน แบ่งที่นั่งกันไว้อย่างชัดเจนโดยนักศึกษาปีสามนั่งสี่แถวหน้า นักศึกษาปีสองนั่งสี่แถวถัดมา และนักศึกษาใหม่ที่นั่งอยู่ด้านหลังสุด 

          ด้านหน้าจะเป็นหินศิลาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองไว้สำหรับวัดพลังปราณ ทุกคนสามารถมาวัดได้ด้วยตนเองทุกวัน ด้านข้างจะเป็นโต๊ะทั้งสามที่ย้ายมาตั้งติดกันและมีผู้อาวุโสทั้งหกนั่งคอยเขียนระดับปราณของเหล่านักศึกษา 

          เริ่มการวัดพลังปราณของปีสามก่อน สิบสี่สิบคนผ่านไปได้อย่างเรียบง่ายทุกคนมีพลังปราณขั้นเจ็ดขึ้นไป เช่นเดียวกับเหล่าปีสองที่ผ่านไปอย่างไม่มีปัญหาอะไร เหล่ารุ่นพี่ปีสองและสามหากมีระดับไม่ถึงเกณฑ์ก็คงไม่มีใครกล้าเสนอหน้ามาให้เป็นขี้ปากชาวบ้านเป็นแน่


“ซูหนี่ว์ ปีนี้มีเชื้อพระวงศ์ตั้งหลายคนแน่ะทั้งองค์ไทจื่อ องค์ชายสาม องค์ชายสี่ ไหนจะแม่ทัพฉิงผู้เลื่องชื่ออีก” อันฉีที่สลับที่นั่งกับพี่ชายตนหันมาเอ่ยกระซิบกระซาบกับซูหนี่ว์ด้วยความตื่นเต้น ซูหนี่ว์พยักหน้ารับ เพราะนางเห็นแล้วว่าองค์ไทจื่อ องค์ชายสี่ และแม่ทัพ ทั้งสามคนนั้นก็มาเรียนด้วยอยู่ในระดับชั้นปีสาม แต่องค์ชายสี่อยู่ชั้นปีสอง ส่วนองค์ชายสามที่อันฉีเอ่ยถึงนางยังไม่รู้ว่าเป็นคนไหน


“ข้านึกว่าพวกเขาเรียนจบกันแล้วเสียอีก” ซูหนี่ว์เอ่ย โดยเฉพาะแม่ทัพฉิงผู้นั้นดูเขาอายุราวๆ ยี่สิบห้าได้แล้วกระมัง เหตุใดยังต้องมาเรียนอยู่อีก


“องค์ไทจื่อและองค์ชายสี่ พักการเรียนไปสองปีเพราะทางตอนเหนือเกิดน้ำท่วมและโรคระบาดทั้งสองพระองค์จึงต้องเสด็จไปช่วยแก้ไขปัญหาเลยเพิ่งกลับมาเรียนปีสามเอาปีนี้ ส่วนองค์ชายสามข้าไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรทำไมถึงหยุดเรียนไป” อันฉีเอ่ยบอกด้วยท่าทางกระตือรือร้น


“แล้วแม่ทัพผู้นั้นละ เจ้ารู้หรือไม่ทำไมเขายังเรียนอยู่” ซูหนี่ว์เอ่ยถามด้วยความสงสัยเห็นว่าสหายของตนดูมีข้อมูล


“เจ้าไปมุดอยู่รูไหนมา แม่ทัพฉิงต้องไปทำศึกที่ชายแดนอยู่ห้าปี ปีนี้บ้านเมืองสงบสุขเขาจึงกลับมาเรียนต่ออย่างไรเล่า”


“ข้าไม่รู้แปลกด้วยหรือ” ซูหนี่ว์เอ่ยหน้าตาย นางไม่ได้สนใจอะไรพวกเขาอยู่แล้วไม่รู้เรื่องพวกเขาจะแปลกตรงไหน


“แปลกสิ พวกเขาเป็นสามบุรุษรูปงามที่สตรีทั่วแคว้นใฝ่ฝันหาเลยนะ ยังไม่รวมชินอ๋องอีกคน ทั้งสี่พระองค์ยังไม่แต่งพระชายาทั้งไม่มีสนมในวัง แม่ทัพฉิงก็เช่นกันยังไม่แต่งฮูหยิน ทำให้พวกเขาเป็นที่หมายปองของสตรีทั่วแคว้น” อันฉียังคงเอ่ยต่อไม่หยุด 

          ซูหนี่ว์ที่ได้ยินว่าชินอ๋องของนาง แฮ่ม!! ชินอ๋องไม่มีสนมและไม่มีชายานางก็พยักหน้าขึ้นลงเล็กๆ และแอบพึงพอใจหน่อยๆ


“แต่ชินอ๋องอะตัดไปได้เลย แม้จะหล่อเหลาแต่พระองค์มีใบหน้าดุดันไม่มีรอยยิ้มให้อิสตรีทั้งยังไม่รักหยกถนอมบุปผาและรังเกียจอิสตรี ผู้ใดที่คิดไปให้ท่าเขานะไม่ถูกจับโยนออกมาก็ถูกสั่งลงโทษอย่างโหดร้ายทำให้ไม่มีสตรีได้อยากเข้าใกล้เขาเท่าไหร่ แต่เพียงชมชอบที่เขาหล่อเหลามากก็เท่านั้น และส่วนองค์ชายสามก็เป็นพวกเก็บตัวนิ่งเก็บไม่ค่อยเจอผู้คนเท่าไหร่ทำให้ไม่ค่อยมีผู้ใดเอ่ยถึงมากนัก” ซูหนี่ว์ฟังที่อันฉีเอ่ยพูดถึงชินอ๋องก็ไม่ได้สนใจที่นางเอ่ยถึงองค์ชายสามอีก ในใจก็ได้แต่แอบค้านเงียบๆ เรื่องของชินอ๋อง เขายิ้มให้นางออกจะบ่อย ที่สำคัญชอบมาหลอกกินเต้าหู้นางถึงเพียงนั้นจะรังเกียจสตรีได้อย่างได้ จะว่าไปทั้งแต่วันนั้นเขาก็หายไปเลย ไปอยู่ไหนนะ


“อันฉี ข้ารู้นะว่าเจ้าพูดมาก แต่เจ้านินทาเชื้อพระวงศ์เสียงดังแบบนี้ไม่กลัวหัวหลุดจากบ่าหรือ” ซูหนี่ว์เอ่ยเตือนพลางยิ้มให้สหายตนที่กำลังทำท่าลูบคอตัวเองเบาๆ


“ก็แหม่ ข้าลืมตัวไปหน่อย นานๆ จะมีสหายมาสนทนาด้วย แหะๆ”


“ใกล้จะถึงตาข้าแล้วละ” ซูหนี่ว์เอ่ยเมื่อคนด้านข้างนางเดินออกไปแล้ว


“เจ้าอย่ากังวลไปซูหนี่ว์ข้ารู้ดีว่าเจ้าเก่งกาจยิ่งกว่าผู้ใด” เฉินคุนเอ่ยเมื่อเห็นใบหน้านิ่งเรียบของนาง 

          เฉินคุนกับซูหนี่ว์ตกลงกันไว้ว่าเหตุการณ์ในวันนั้นเขาจะไม่บอกผู้ใดว่าซูหนี่ว์ล้มผู้มีพลังปราณระดับเก้าได้แม้แต่อันฉีน้องสาวของเขา ซูหนี่ว์หันไปพยักหน้าให้เฉินคุนก่อนจะลุกขึ้นยืนเมื่อนามนางถูกเอ่ยขาน


“หลี่ ซูหนี่ว์! ก้าวมาหน้าหินศิลา”




*เหมยกุ้ย / ดอกกุหลาบ








_________________________________________

มาค่ะ มาแล้วจ้าาาาาาา

เอาคอมเม้นมาแลกเสียดีๆ

#สามีข้าปักมุดไว้หลายคนมาก

#นักเขียนเรื่องนี้รวยผู้ชายนะคะ

อิ้อิ้อิ้




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 517 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,046 ความคิดเห็น

  1. #932 kimurakung (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 21:25
    แหมมาเรียนรวมกันที่เดียวหมดเลย #ชินอ๋องคงมาเป็นอาจารย์สอนด้วยแน่ๆ
    #932
    0
  2. #489 aern242539 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 09:57
    แหมมมม ชินอ๋องของข้า

    อยากจะจรา ให้ถึงดาวพฤหัส
    #489
    0
  3. #298 r123123 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 14:29

    มาแล้วๆๆๆๆชินอ๋องของข้า!!!!!

    #298
    0
  4. #279 por4312525 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 21:19

    กำลังสนุก
    #279
    0
  5. #271 Aiwapw (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 18:55
    จ้าาา รังเกียจอิสตรีเนาะ แต่ชอบซูหนีว์แหละ อื้มๆ
    #271
    0
  6. #270 usaonly (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 17:40

    แหมนินทาเชื้อพระวงศ์กันสนุกเชียว ชินอ๋องหน้านิ่งนั้นเป็นของซูหนีว์คนเดียวไง เขาถึงไม่มองสตรีอื่นเลย น้องซูเราจะโกงตอนวัดพลัง แต่ก็ดีถ้าเด่นมากเดี๋ยวโดนเขม่น อิ อิ ขอบคุณค่ะไรท์

    #270
    0
  7. #268 Pp′moo (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 14:43
    ปักหมุดผู้คนไหนดี
    #268
    0
  8. #267 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 14:23

    รอต่อนะคะ
    #267
    0
  9. #266 supakornseanla (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 13:48
    โอ้ยยมันค้างง
    #266
    0
  10. #265 ching186470 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 13:16

    รีบมาต่อเร็วน้าค้าาา รอค่าาาาา
    #265
    0
  11. #264 Earthkid (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 13:15
    ไม่ทราบว่าแถวนี้มีใครขายทุเรียนหรือเปล่าคะจะขอซื้อไปซัก 10 โล จะเอาไปถล่มบ้านwrite้
    #264
    0
  12. #263 Pannita6701 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 12:42
    ต่อเร็วๆนะคะะะ
    #263
    0
  13. #262 Foam_Zana (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 12:32
    สามีต้องชินอ๋องเท่านั้น!!
    #262
    0
  14. #261 pheung1980 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 12:30

    รอออออออ

    คร๊าบบบบบบบบ
    #261
    0
  15. #259 โอปปาแจจุง (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 21:43
    รอค่ะ...รอค่ะ
    #259
    0
  16. #258 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 20:26

    รอต่อนะคะ
    #258
    0
  17. #256 dae012486 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 15:36
    รอๆๆๆๆค่า
    #256
    0
  18. #255 numomoji (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 14:16
    มาเขียนต่อเลยนะ
    #255
    0
  19. #254 kikijin (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 14:08
    คนเขียนน่ารัก รอค่ะ^^
    #254
    0
  20. #253 Aiwapw (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 12:23
    ว้าว โปรยเป็นแซ่บๆนะ
    #253
    0
  21. #251 noochame (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 12:19

    รอจ้าาาา
    #251
    0
  22. #250 frawenc (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 12:17
    รออออ
    #250
    0
  23. #249 schulzKanchana (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 11:55
    มาเร็วๆ เน่อ คนสวย ตนดี จะรออยู่ตรงนี้
    #249
    0
  24. #248 Maggimee (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 11:50

    รอจ้า รอจ้า

    #248
    0
  25. #247 Pannita6701 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 11:48
    รอไรท์คนสวยเลยค่ะ.วิ้งตา
    #247
    0