พ่ายรักนางมารหมื่นพิษ

ตอนที่ 3 : นางมาร บทที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,772
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 593 ครั้ง
    4 มิ.ย. 63

ตอนที่ 2



ห้าปีต่อมา...


“นั่นมันเหลียนฮวา* ของข้า...พี่ฟางเซียนท่านคืนมาให้ข้าเถอะเจ้าค่ะ ข้าพับเหลียนฮวา จะนำไปให้ท่านพ่อ” 

          เด็กหญิงหน้าตาน่ารักน่าชังผิวขาวสะอาดในวัยห้าหนาวเอ่ยขึ้นพร้อมทำสีหน้าไม่พอใจ ที่ถูกพี่สาวทั้งสองเข้ามาแย่งเหลียนฮวาในมือไป ทั้งที่ตนตั้งใจลงไปเก็บและพับอย่างประณีตตั้งใจนำไปมอบให้ท่านพ่อเจ้าของจวนเสนาบดี


“ใครใช้ให้เจ้าเสนอหน้าขึ้นเรือนท่านพ่อกัน เหลียนฮวานี้ข้าจะนำไปให้ท่านพ่อเอง” ฟางเซียนบุตรีคนโตของจวนเสนาบดีเอ่ยขึ้นพร้อมส่งเหลียนฮวาในมือทั้งหมดให้สาวใช้ข้างกาย


“เจี่ยเจียของข้าอุตส่าห์ช่วยเจ้าแท้ๆ เหตุใดยังไม่เอ่ยคำขอบคุณอีกเล่า” 

          เสียงแหลมเล็กของดรุณีตัวน้อยเอ่ยขึ้น ฟางซิน บุตรีคนรองของจวนเสนาบดี เด็กตัวน้อยในวัยแปดหนาว เจี่ยเจียทำอะไรหรือรังแกใครนางก็พร้อมจะเข้าข้างเสมอ และแน่นอนหากเป็นตัวนางรังแกใคร เจี่ยเจียก็เข้าข้างนางตลอดเป็นพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียวกันไม่น้อย


“เจี่ยเจียทั้งสองโปรดเห็นใจ ข้าเพียงคิดถึงท่านพ่ออยากพบท่านพ่อบ้างเท่านั้นเอง” ซูหนี่ว์เอ่ยตอบทั้งดวงตากลมโตยังเอ่อไปด้วยหยาดน้ำตาที่พร้อมจะร่วงลงมาจากดวงตาคู่สวย


“หลบไปให้พ้นทางข้า เกะกะ!!” ฟางเซียนไม่รีรอฟังคำใดจากน้องสามอีกเอ่ยคำจบนางก็ผลักน้องสาม 

          ทั้งยังแฝงไปด้วยพลังปราณขั้นสองถึงสองส่วน ทำให้ซูหนี่ว์ล้มลงก้นกระแทกพื้นอย่างแรง ก่อนจะเดินเชิดหน้าผ่านไปอย่างไม่สนใจไยดี


“สมน้ำหน้าเจ้าแล้วตัวเกะกะ” เอ่ยจบก็เรียกลูกบอลน้ำลูกเล็กๆ สองลูกมาโยนใส่ซูหนี่ว์ที่นั่งอยู่กับพื้นจนนางตัวเปียกโชก ก่อนที่ฟางซินก็รีบวิ่งไปหัวเราะไปตามพี่สาวอย่างอารมรณ์ดี


          ซูหนี่ว์พาร่างอันเปียกปอนเดินกลับไปที่เรือนมู่ตานของตัวเอง หลังนางเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยนางก็นั่งร้องไห้เงียบๆ อยู่มุมห้อง 

          เหตุใดท่านพ่อไม่มาหานางบ้าง เหตุใดเจี่ยเจียทั้งสองต้องรังแกนางอยู่ตลอดเวลาเรือนมู่ตานแม้จะสงบสุขแต่เด็กตัวเล็กๆ และสาวใช้อยู่ด้วยกันเพียงสองคน คงไม่แปลกที่นางจะเหงาบ้างเป็นธรรมดา 

          ตั้งแต่จำความได้ไม่มีใครเข้ามาที่เรือนนางเลยแม้แต่น้อย หากเหงาบางที่นางก็จะไปหาเม่ยเม่ยตัวน้อยทั้งสองที่เรือนแม่รอง แต่ขากลับจากเรือนแม่รองนางก็มักจะพบเจี่ยเจียคอยดักแกล้งอยู่เสมอจนนางไม่อยากจะออกไปไหนเลย


“คุณหนูเจ้าคะ หยุดร้องเถอะเจ้าค่ะ” บ่าวรับใช้ข้างกายรีบใช้วิชาตัวเบากลับเข้าเรือนมาอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของคุณหนูตัวน้อย นางแค่ไม่อยู่ครู่เดียวเองใครทำคุณหนูร้องไห้กัน


“พี่ซื่อซื่อ ข้าคิดถึงท่านพ่อข้าเหงา”


“โธ่คุณหนูเจ้าค่ะ นายท่านคงงานเยอะไม่อาจแวะมาหาคุณหนูได้ คุณหนูยังมีบ่าวอยู่ทั้งคน ถ้าคุณหนูเหงาบ่าวจะพาไปเที่ยวดีไหมเจ้าคะ” 

          ซื่อซื่อ แม้นางจะเป็นเพียงบ่าวรับใช้ แต่นางก็มีพลังปราณถึงขั้นหก ทั้งยังถือครองพลังสองธาตุ ธาตุไฟและธาตุแสง นางใช้เวลาสามปีระดับขึ้นมาถึงสองขั้น ก่อนหน้าที่จะผันตัวมาเป็นบ่าวรับใช้ นางเป็นสายสืบให้สำนักข่าวชื่อดัง แม้ตอนนั้นนางจะอยู่ในระดับปราณขั้นสี่แต่ฝีเท้าวิชาตัวเบานางนับว่ายอดเยี่ยมกว่าผู้มีระดับปราณขั้นสูงเสียอีก 

          ซื่อซื่อนางโดนสำนักข่าวตัวเองสั่งฆ่าหลังจากไปรู้ข่าวบางอย่างเข้า แต่ก็หนีรอดมาได้มาเจอนายท่านหลี่ช่วยชีวิตไว้ จึงได้กลายมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กจำเป็น


“พี่ซื่อซื่อไม่ใช่บ่าวแต่เป็นพี่สาวข้าต่างหาก ข้าบอกแล้วว่าอย่าแทนตัวเองว่าบ่าวไงเจ้าคะ”


“พี่สาวขอโทษเจ้าค่ะ เห็นเม่ยเม่ยตัวน้อยร้องไห้เลยลืมตัวไปหน่อย เอาเป็นว่าเจี่ยเจียจะพาไปเที่ยวข้างนอกถ้าหนี่ว์เอ๋อร์ หยุดร้องไห้” ซื่อซื่อ บ่าวร่างสูงเพรียวผิวขาวดูสุขภาพดี พยายามหลอกล่อเจ้าเด็กตัวน้อยให้หยุดร้องไห้ แม้ว่าการจะพานางหนีเที่ยวอาจจะเสี่ยงโดนนายท่านหลี่จับได้แล้วทำโทษ แต่ก็ยังดีกว่านั่งปลอบหนี่ว์เอ๋อร์อยู่ในจวนละนะ


“ข้าไม่อยากเที่ยว เจี่ยเจียข้าอยากเจอท่านพ่อ”


“หนี่ว์เอ๋อร์คนดี อดทนหน่อยนะเจ้าค่ะ อีกเพียงหนึ่งเดือนก็จะได้เจอท่านพ่อแล้ว ท่านพ่อจะพาหนี่ว์เอ๋อร์ไปทดสอบพลังธาตุ”


“หนึ่งเดือนคือนานมากไหมเจ้าคะ” เด็กตัวน้อยหันมาเอียงคอถามบ่าวรับใช้อย่างดีใจที่จะได้เจอท่านพ่อแล้ว


“ไม่นานเจ้าค่ะ ส่วนตอนนี้ไปเราไปเที่ยวกันดีกว่าเจ้าค่ะ”


“จะไปข้างนอกไม่ต้องขอแม่ใหญ่รึเจ้าคะ ถ้าแม่ใหญ่รู้เข้าข้ากลัว...” ตัวตากลมโตสั่นไหวเล็กหน่อยยามเมื่อเอ่ยถึงแม่ใหญ่ นางจำได้นางเคยโดนแม่ใหญ่ตีเพราะออกนอกเรือนมู่ตานไปหาแม่รอง


“ไม่ต้องจ้ะ พี่สาวคนนี้จะพาเหาะไปรับรองไม่มีใครเห็น” เอ่ยคำจบนางก็อุ้มคุณหนูตัวน้อยขึ้นพากระโดดทะยานตัวขึ้นบนกำแพง ลัดเลาะเข้าตลาดด้วยความรวดเร็ว


“พี่ซื่อซื่อ ข้าอยากเหาะได้แบบท่าน กลับไปสอนข้านะเจ้าคะ”


“ได้เลยเจ้าค่ะ” 


          สองนายบ่าวพากันเดินเที่ยวตลาดอย่างเพลิดเพลิน ขากลับก็ไม่ลืมที่จะซื้อของกินกลับเข้าไปมากมาย แม้จะอยู่เรือนห่างไกลและโดนฮูหยินใหญ่ยักยอกเงินและของใช้ไปไม่น้อย แต่ข้าวของเงินทองเสื้อผ้าอาหารการกินของคุณหนูล้วนไม่เคยขาดตกบกพร่อง เพราะซื่อซื่อหาได้รอรับเงินจากฮูหยินไม่ ทั้งเงินและอาหารนางล้วนเข้าไปปล้นเอากับนายท่านหลี่ทุกๆ เดือน แม้นายท่านหลี่จะดูเย็นชากับคุณหนู แต่เรื่องพวกนี้ล้วนไม่เคยปล่อยให้คุณหนูของนางต้องอยู่อย่างอดอยากแม้แต่น้อย

          หนึ่งเดือนผ่านไป คุณหนูตัวน้อยถูกนางฝึกวิชาตัวเบาอย่างเข้มงวด นับว่าคุณหนูที่อายุเพียงห้าหนาวนั้นมีความอดทนและมีไหวพริบที่ดีมากเพียงหนึ่งเดือนก็ฝึกวิชาตัวเบาได้หนึ่งขั้น วิชาตัวเบาที่ ซื่อซื่อได้รับถ่ายทอดมามีถึงสิบสองขั้นแต่ละขั้นนับว่ายากเย็นไม่น้อยตัวนางเอง ยังอยู่เพียงขั้นสิบ 

          หากฝึกสำเร็จนางคงว่องไวยิ่งกว่าภูตผี เพียงขั้นสิบ ผู้มีพลังปราณระดับสิบหากคิดจะตามนางยังเหงื่อตก นับว่าเป็นสุดยอดวิชาตีนผีของแท้ ขอเพียงคุณหนูฝึกให้ถึงขั้นหกรับรองได้เลยว่าวิ่งหนีผู้มีพลังปราณระดับหกได้แบบสบายๆ วิชาตัวเบานี้ถูกสืบทอดกันมาเพียงในตละกูลนางเท่านั้น คงจะไม่ผิดต่อบรรพบุรุษหรอกมั้งหากนางจะนำมาฝึกให้คุณหนูของนาง


“หนี่ว์เอ๋อร์คนดี มาแต่งตัวเร็วเจ้าค่ะ เมื่อครู่คนของนายท่านให้มาแจ้งว่าให้พาคุณหนูไปพบท่านในยามซื่อ (9.00 - 11.00) มีเวลาอาบน้ำแต่งตัวอีกหนึ่งชั่วยามนะเจ้าคะ”


“งั้นเราไปอาบน้ำกันเร็วข้าอยากเจอท่านพ่อใจจะขาดแล้วพี่ซื่อซื่อ”

          ยามซื่อมาเยือนสองนายบ่าวใช้วิชาตัวเบาพากันวิ่งแข่งกันเข้าไปในเรือนใหญ่เมื่อใกล้ถึงประตูเรือนแล้ว ทั้งคู่จึงรีบเปลี่ยนฝีเท้าเป็นเดินเข้าไปย่างสำรวมดังกุลสตรีพึ่งปฏิบัติ


“คุณหนูสามมาถึงหน้าเรือนแล้วเจ้าค่ะนายท่าน” บ่าวหน้าเรือนรีบเข้ามาแจ้งแก่นายท่านหลี่เมื่อเห็นว่า คุณหนูสามมาถึงแล้ว


“ให้รออยู่ข้างนอกนั่นแหละ เดี๋ยวข้าออกไปเองฟางเหนียงเจ้าก็อยู่ดูแลจวนและลูกๆ เถอะ ไม่ต้องออกไปให้เหนื่อยเจ้าหรอก อีกเดี๋ยวก็จะมีอาจารย์เข้ามาสอน เซียนเอ๋อร์กับซินเอ๋อร์แล้ว” นายท่านใหญ่ของจวนหันไปพูดกับสาวใช้จบเมื่อสาวใช้เดินออกไปก็หันไปเอ่ยกับฮูหยินใหญ่ของจวนต่อ


“เจ้าค่ะท่านพี่” ฮูหยินใหญ่เอ่ยรับคำอย่างว่าง่ายพร้อมทั้งส่งยิ้มให้สามีอย่างอ่อนหวาน เหอะ ดีแล้วที่ไม่ได้ไปใครจะอยากไปดูยัยเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้ากัน


          เมื่อเห็นฮูหยินรับคำอย่างว่าง่ายหลี่ อี้หมิง จึงเดินออกไปพบบุตรสาวของตนที่หน้าจวนทันที แวบแรกที่เห็นหน้าบุตรสาวหลังจากที่ไม่ได้พบมาหลายเดือนดวงตาเย็นชาจึงอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด หากแต่เมื่อนึกได้ว่าอยู่หน้าจวน สายตาจึงกลับมาเย็นชาดังเดิม


“คาระวะท่านพ่อเจ้าค่ะ”


“อืม..รีบไปเถอะสายมากแล้ว” กล่าวจบคำอี้หมิง ก็เดินนำบุตรสาวขึ้นรถม้าไป โดยมีบุตรสาวที่นั่งตัวเกร็งอยู่ฝั่งตรงข้าม 

          ใจหนึ่งก็คิดถึงท่านพ่ออยากเอ่ยชวนคุยแต่อีกใจก็กลัวท่านพ่อจะรำคาญ เด็กตัวน้อยทำท่าครุ่นคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี เมื่อรถม้าออกพ้นจากหน้าจวน นายท่านหลี่ที่เห็นหน้าตาเคร่งเครียดของบุตรีก็คลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย อายุแค่นี้ใครช่างหัดให้เจ้าทำท่าทางแบบนี้กัน


“อยู่กับพ่อเจ้าเคร่งเครียดเรื่องใดกัน”


“เอ่อ คือว่า...” หนี่ว์เอ๋อร์ตัวน้อยเมื่อเห็นท่านพ่อชวนคุยก่อนแถมยังยิ้มให้อีกก็พาให้หัวใจดวงน้อยๆ ปลื้มปริม ท่านพ่อยิ้มให้ข้าแล้ว


“ข้าคิดถึงท่านพ่อเจ้าค่ะ”


“ข้าก็อยู่นี้ไง เหตุใดเจ้าต้องทำสีหน้าแบบนั้นเล่า มาให้พ่อกอดเจ้าหน่อยสิ” อี้หมิงเอ่ยคำจบ เด็กตัวน้อยก็พุ่งตัวเข้าไปกอดผู้เป็นบิดาอย่างไม่รอช้าทั้งยังชวนคุยไปตลอดทางเรียกเสียงหัวเราะให้ท่านพ่อ จนซื่อซื่อที่แอบฟังอยู่ถึงกับหลั่งตา เหตุใดพ่อลูกจะคุยกันหัวเราะให้กันต้องมาทำนอกจวนกันเล่า ช่างน่าเศร้าน่าเสียดายเวลาจริงๆ


          หอวัดพลังธาตุและพลังปราณ ดีที่วันนี้ผู้คนไม่ค่อยเยอะดังทุกวัน สองพ่อลูกเดินจับจูงมือกันเข้ามาในหอ ภายในหอกว้างขวางทั้งยังตกแต่งด้วยหินสีหากยาก 

          มีผู้คนต่อแถวกันอยู่ภายนอกส่วนใหญ่จะเป็นเด็กอายุห้าหนาวที่มาพร้อมผู้ใหญ่ เพื่อรอให้ลูกหลานเข้าไปตรวจสอบพลัง ในแถวนั้นก็มี ซูหนี่ว์ ยืนรออยู่ในแถวด้วยเป็นคนที่ห้าส่วนบิดาก็นั่งรออยู่ตรงสถานที่ที่ทางหอจัดไว้ให้ฟังผล ไม่ถึงสองเค่อ เจ้าเด็กตัวน้อยก็วิ่งออกมาจากห้องทดสอบพลังปราณด้วยดวงตาแดงก่ำ อี้หมิงเห็นดังนั้นจึงดึงบุตรสาวเข้ามากอดอย่างหวงแหน


“ใครรังแกเจ้าไหนบอกพ่อสิ”


“ท่านพ่อ ฮือออ..ข้า..ข้ามันไม่เอาไหนเจ้าค่ะ...ข้าทำให้ท่านต้อง..ฮืออต้องผิดหวังเสียแล้ว” ซูหนี่ว์พูดไปร้องไห้ไปยังไม่ทันที่บิดาจะได้ถามต่อว่าผิดหวังเรื่องอะไรเสียงประกาศก็ดังขึ้นชี้แจ้งเขาให้ได้รู้ว่า บุตรสาวตัวเองร้องไห้ด้วยเรื่องอะไร


“หลี่ ซูหนี่ว์ ไม่มีพลังธาตุใด และไม่มีจุดก่อกำเนิดเพื่อฝึกพลังปราณได้” สิ้นคำประกาศดังร่างของอี้หมิงก็แข็งทื่อดังโดนฟ้าผ่า 

          ผู้คนโดยรอบก็เริ่มซุบซิบนินทา กลายเป็นข่าวใหญ่ของวันอย่างรวดเร็ว คุณหนูสามตละกูลเสนาบดีหลี่เป็นบุตรีไร้ค่าโดยแท้จริงไม่มีพลังธาตุทั้งยังไม่สามารถฝึกพลังปราณได้ด้วย 

          เมื่อได้ยินเสียงนินทา อี้หมิงจึงปล่อยพลังปราณขั้นเจ็ดออกมากดดันพวกปากไม่นิ่งจนคนรอบบริเวณนั้นจำต้องเดินหนีออกให้ห่าง เด็กตัวน้อยเมื่อเห็นบิดายืนนิ่งไปทั้งยังมีสีหน้าเย็นชาเหมือนตอนอยู่ในจวนก็ยิ่งทำให้น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด ท่านพ่อคงจะเกลียดข้าแล้ว ก็ข้ามันคนไร้ค่า


“กลับกันเถอะ” อี้หมิงพูดขึ้นพร้อมพาบุตรสาวขึ้นรถม้ากลับเข้าจวน ตลอดทางเขาเอาแต่ครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรดี 

          หากนางไร้ค่าไม่ยิ่งจะทำให้นางโดนรังแกหรอกหรือ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าสีหน้าและท่าทางของเขาตอนนี้นั้นดุดันและน่ากลัวเพียงใด จนทำให้บุตรสาวได้แต่นั่งตัวเกร็งอยู่บนรถม้าบรรยากาศขามาและขากลับต่างกันสิ้นเชิง รถม้าหยุดลงตรงหน้าจวน นายท่านหลี่จึงได้สติเห็นบุตรสาวยังคนหลั่งน้ำตาไม่หยุดก็พานให้ปวดใจไปด้วย


“หยุดร้องเถอะหนี่ว์เอ๋อร์ แม้จะไร้พลังธาตุและพลังปราณ แต่เจ้ายังฝึกพลังยุทธได้ขอเพียงเจ้าตั้งใจข้าจะให้ซื่อซื่อสอนเจ้า”


“ท่านพ่อไม่โกรธลูกหรือเจ้าคะ”


“น้ำตาเจ้าไหลจะท่วมรถม้าอยู่แล้วจะให้ข้าโกรธได้ยังไงลง”


“ขอบคุณเจ้าค่ะ ข้ารักท่านพ่อที่สุดเลย ข้าสัญญาจะตั้งใจฝึกจะไม่เป็นภาระให้ท่าน”


“อืมดี..ข้าก็รักเจ้าแม้จะไม่ได้เจอหน้าแต่ให้รู้ไว้พ่อรักเจ้าเสมอและคอยดูเจ้าอยู่ตลอด...ถึงจวนแล้วรีบเข้าไปกันเถอะ”

          ขามาเดินออกอย่างไรขากลับก็เข้าไปอย่างนั้นด้วยท่าทีห่างเหินกับบุตรสาว แม้นางจะอายุเพียงห้าหนาวแต่นางก็พอเข้าใจได้ว่าเวลาอยู่ที่จวนท่านพ่อจะดูเย็นชากับนางเสมอแม้จะไม่รู้เหตุผลก็ตามที...


          ข่าวว่าบุตรีคนที่สามไร้พลังรวดเร็วมากมาถึงหูฮูหยินใหญ่และลูกสาวทั้งสอง ก็ทำให้พวกนางอารมณ์ดีขึ้นอีกเป็นเท่าตัว หึหึ สมน้ำหน้ามัน ข้าช่างโชคดีจริงๆ บุตรชายคนโตอายุสิบหกหนาวมีพลังปราณขั้นสี่ มีพลังธาตุน้ำ บุตรีคนโตอายุเพียงสิบหนาวมีพลังปราณขั้นสอง มีพลังธาตุดิน 

          ส่วนบุตรีคนรองอายุเพียงแปดหนาวมีพลังปราณขั้นหนึ่งและพลังธาตุน้ำ เบาใจนังเด็กนอกคอกไปหนึ่งจะได้ไม่ต้องมามีอะไรเกินหน้าเกินตาบุตรของข้า แต่ยังเหลือเด็กแฝดชายหญิงอีกคู่ ขออย่าให้มันมีพลังอะไรเหมือนนังเด็กนอกคอกเลย ดูสิท่านพี่ยังจะสนใจมันอยู่ไหม


.............................................................

*เหลียนฮวา / ดอกบัว


__________________________

อ่านจบแล้วอย่าลืมนะคะ

เม้นให้ไรท์ด้วยน้าาาาาาาาาาา

#ไรท์ผู้งามเลิศในสามโลก

#ผู้เรื่องนี้เยอะมากบอกเลยจ้า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 593 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,046 ความคิดเห็น

  1. #1017 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 15:18

    อิจฉาริษยาแม้กระทั่งเด็กเชียวนะเนี่ย

    #1,017
    0
  2. #975 PINYA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 19:26

    ตระกูล ไม่ใช่ ตละกูล

    #975
    0
  3. #908 kimurakung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 18:55
    เข้าใจท่านพ่อเลย น่าสงสารเด็กน้อย
    #908
    0
  4. #871 Nattiya Bursnachaitavee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 22:24
    ถถถถ...

    เจ้าตัวน้อยน่าสงสารจริง สู้ๆเข้าไว้ เอาวิริยะมานำนะจ๊ะ.
    #871
    0
  5. #868 pui_songsri (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 18:41
    เป็นแม่เลี้ยงในตำนานจริงๆ ฮูหยินใหญ่ เกลียดเด็กในบ้านทุกคนที่ไม่ใช่ลูกตัวเอง
    #868
    0
  6. #650 DionNight (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 21:50
    ไรท์..เหลียนฮวา แปลว่าดอกบัวอยู่แล้ว
    เพราะคำว่า'ฮวา'แปลว่าดอกไม้/ดอก
    ไรท์ไม่จำเป็นต้องเติมคำว่าดอกไปด้วย ไม่งั้นมันจะเป็น ดอกดอกบัว
    #650
    1
    • #650-1 To night(จากตอนที่ 3)
      4 มิถุนายน 2563 / 21:51
      ขอบคุณค้าาาาา
      #650-1
  7. #393 DeMoN-On-EaRtH (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 17:25
    ไรท์ใช้ คะ/ค่ะ ผิดเกือบหมดเลยอะ ;-;
    สิ่งแรกที่ไรท์ต้องเข้าใจก่อนคือ ค่ะ ไม่ได้ใช้กับประโยคบอกเล่าทุกประโยค
    เช่น คุณหนูเจ้าค่ะ เปลี่ยนเป็น คุณหนูเจ้าคะ
    อย่าแทนตัวเองว่าบ่าวไงเจ้าค่ะ เปลี่ยนเป็น อย่าแทนตัวเองว่าบ่าวไงเจ้าคะ
    อดทนหน่อยนะเจ้าค่ะ เปลี่ยนเป็น อดทนหน่อยนะเจ้าคะ

    อันนี้เรายกตัวอย่างประโยคที่ไรท์ใช้ผิด ซึ่งน่าจะมีเยอะกว่านี้แต่เราขอยกตัวอย่างแค่นี้พอ

    ถ้าไรท์ไม่เข้าใจว่ามันผิดยังไง ให้ไรท์ลองอ่านออกเสียงดูนะคะ หรือลองพูดว่า ฉันชอบเล่นโยคะค่ะ น่าจะเข้าใจขึ้นเยอะ
    #393
    3
    • #393-1 To night(จากตอนที่ 3)
      19 พฤษภาคม 2563 / 17:58
      ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวจะรีบแก้ไขนะคะ
      #393-1
    • #393-3 Pinya (จากตอนที่ 3)
      27 สิงหาคม 2563 / 19:25
      คะ=ประโยคคำถาม.....ค่ะ = ตอบรับ หรือ บอกเล่า (ฟังได้จากข่าวช่องวัน ทุกวันศุกร์ตอนค่ำ อ่านข่าวโดย จั๊ดภีมะ
      #393-3
  8. #105 Pannita6701 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 23:17
    น้องมีสองสาย พลังเลยตื่นช้า ไรงี้ป้ะ
    #105
    0
  9. #100 Nammm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 16:09

    ไรท์เติมทรูให้น้องเดี๋ยวนี้เลยน้าาาาา

    #100
    0
  10. #7 Panid (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 22:24

    ไม่เป็นไรนะน้องงงงงงง

    #7
    0
  11. #3 usaonly (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 23:20

    น้องสามของเราไม่มีพลังใดๆ แน่ไม่เป็นไรฝึกยุทธก็ได้จะได้มีวิชาไว้ป้องกันตัวเอง โชคดีนะท่ีท่านพ่อไม่ทอดทิ้ง รักและคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ ขอบคุณค่ะไรท์

    #3
    1