พ่ายรักนางมารหมื่นพิษ

ตอนที่ 14 : นางมาร บทที่ 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,544
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 499 ครั้ง
    19 พ.ค. 63

บทที่ 13


“คารวะพี่รองเจ้าค่ะ หนี่ว์เอ๋อร์มาขอเยี่ยมแม่ใหญ่เจ้าค่ะ” ซูหนี่ว์เดินเข้ามาถึงได้แค่หน้าประตูเรือนก็เจอกับพี่รองของตนที่มายืนขวางไว้ ด้วยท่าทางมาดร้าย สงสัยจะมาผิดวันแล้วซูหนี่ว์เอ๋ยยยย นางได้แต่ร่ำร้องในใจ


“เป็นเจ้าที่ทำให้ท่านแม่บาดเจ็บ!! วันนี้ข้าจะลงโทษเจ้าให้เข็ดหลาบ หลิ่งฟาง หลิ่งหลิ่ง ลากมันตามไปโบยที่ท้ายเรือน”


“เจ้าค่ะคุณหนู” หลี่ ฟางซินหันไปสั่งสาวใช้ของมารดาตนด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด หลิ่งฟางและหลิ่งหลิ่ง จึงรีบเดินตรงดิ่งเข้ามาหาซูหนี่ว์ ด้วยท่าทางมุ่งร้าย


“พี่รองวันนั้นเป็นอุบัติเหตุ เป็นสาวใช้ของแม่ใหญ่ที่เดินไม่ระวังไม่เกี่ยวกับข้านะเจ้าคะ” ซูหนี่ว์เอ่ยพร้อมแสดงท่าทางน่าสงสารน้ำตาคลอเบ้า แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งสาวใช้ทั้งสองที่เดินเข้ามาได้ ทั้งคู่จับแขนซูหนี่ว์ไว้คนละข้างทั้งยังกดนางให้นั่งคุกเข่ากับพื้น 


“คิดว่าข้าจะฟังคำเจ้ารึ จับมันไปโบยให้สลบคาไม้!!”


“ไม่นะ พี่รอง เมตตาข้าด้วยเถอะเจ้าค่ะ” ซูหนี่ว์ร้องเสียงหลง ตลอดทางที่โดนสาวใช้ทั้งสองคนลากไปด้านหลังเรือนของฮูหยิน 

          ท่ามกลางสายตาของบ่าวรับใช้คนอื่นที่ได้แต่มองตามบางคนก็สงสารคุณหนูสามแต่บางคนก็สะใจและสมเพช ทั้งสองลากซูหนี่ว์มาจนถึงด้านหลัง ที่ลับตาคนก่อนจะผลักให้นางล้มลงกับพื้น


“หลิ่งหลิ่ง เจ้าไปจับมันไว้ ข้าจะโบยมันเอง เจ็บใจนักดีนะที่ฮูหยิบสลบไปก่อนไม่ข้าคงโดนฮูหยินสั่งลงโทษ” สาวใช้นามหลิ่งฟางเอ่ยออกมา 


          แต่ยังไม่ทันที่หลิ่งหลิ่งจะเดินเข้าไปหาซูหนี่ว์ที่ล้มอยู่ นางก็ลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งปัดเศษฝุ่นที่เปื้อนเสื้อผ้าทั้งเช็ดคราบน้ำตาออก ท่ามกลางสายตางุนงงของสาวใช้ทั้งคู่ เมื่อจัดการตัวเองเสร็จนางจึงส่งยิ้มมุมปากไปให้ทั้งสอง


“เล่นกันแรงเชียวนะ” นางเอ่ยขึ้นเสียงเย็น


“ไปจับมันไว้สิ ก็แค่คุณหนูตกยากไร้พลังผู้หนึ่ง” หลิ่งฟางยังเอ่ยด้วยท่าทางเหนือกว่าโดยไม่รู้ชะตาตัวเอง ส่วนหลิ่งหลิ่งเมื่อได้ยินเพื่อนตนเอ่ยอีกครั้งจึงเดินเข้าไปหมายจะจับซูหนี่ว์มาให้หลิ่งฟางโบย แต่เดินไปได้ไม่ทันถึงตัว ทั้งคู่ก็หยุดนิ่งดวงตาเหม่อลอยคล้ายคนไร้สติ


“ข้าจะเล่นอะไรกับพวกเจ้าดีนะในเวลาหนึ่งชั่วยามนี้” ซูหนี่ว์เอ่ยขึ้น พร้อมทั้งเดินวนไปรอบๆ สาวใช้ทั้งคู่ที่ยืนคล้ายคนไร้สติอยู่ เป็นพลังของ หลี่ ซูหนี่ว์ที่เข้าควบคุมจิตใจของคนทั้งคู่


“เจ้าทั้งสอง นอกจากทำข้าเจ็บตัวแล้วยังปากเสียอีก สงสัยปากจะว่างมาก” เอ่ยจบนางก็สั่งให้ทั้งคู่ หยิบดินที่พื้นขึ้นมาใส่ปากเคี้ยวกลืนคำแล้วคำเล่า 

          ก่อนจะใส่ภาพเข้าไปในหัวทั้งคู่ว่าได้โบยซูหนี่ว์จนสลบแล้วนำไปปล่อยไว้ที่หน้าเรือน ทั้งยังนำ ยาพิษมามอบให้ทั้งคู่กินลงไปอย่างง่ายได้เป็นยาที่จะทำให้ร่างกายขึ้นตุ่มหนอง ปวดแสบปวดร้อนโดยอาการจะออกในอีกสามวันและจะเป็นตุ่มหนองถึงเจ็ดราตรีเป็นยาพิษตัวเดียวกับที่ให้ฮูหยินใหญ่เมื่อวานนี้แต่ของนางจะออกฤทธิ์นานกว่า 

          สำหรับสองสาวใช้นี้โทษฐานที่ทำข้าเจ็บตัว และก่อนซูหนี่ว์จะเดินจากไปนางยังสะกดให้ทั้งคู่กระโดดลงไปในสระบัวอีกต่างหาก เมื่อจัดการเสร็จนางก็รีบใช้วิชาตัวเบากลับมาที่เรือนตนอย่างรวดเร็ว


“ปิดเรือนแจ้งข่าวออกไปว่าข้าถูกพี่รองสั่งโบยจนสลบ บาดเจ็บหนักไม่สามารถออกจากเรือนได้ อ๋อแต่พี่ซื่อซื่อไปบอกท่านพ่อด้วยนะว่าข้าไม่เป็นอะไร”  ซูหนี่ว์เอ่ยสั่งซื่อซื่อที่อยู่หน้าเรือน ก่อนที่นางจะเข้าห้องลงกลอนอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งกระอักเลือดออกมาคำโต 

          การควบคุมจิตใจคนไม่ใช่เรื่องง่ายนี่เป็นครั้งแรกที่นางลองใช้วิชานี้ ทั้งยังใช้ควบคุมทีเดียวถึงสองคน แถมนางยังฝืนแทรกแซงใส่ความคิดให้อีกฝ่าย จึงทำให้ลมปราณนางเกิดแปรปรวนและกระอักเลือกออกมาคำโต ด้วยความที่ไม่อยากให้ใครเป็นห่วงนางจึงต้องเร่งรีบ เข้ามาในห้องของตน 

          ซูหนี่ว์ขึ้นไปนอนบนเตียงและใช้เพียงจิตเข้าไปพักรักษาตัวในมิติ ก่อนจะนั่งโคจรลมปราณของตนนางไม่อยากเอาสภาพโชกเลือดเข้าไปในมิติเดี๋ยวจะมีคนตกใจโวยวายเสียก่อน


พรึบ!!


          ชายหนุ่มรูปร่างกำยำสมส่วน กระโดดเข้ามาในห้องของหญิงสาวก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างเตียงนอนที่มีร่างสาวงามนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงในสภาพโชกเลือด เขาขมวดคิ้วน้อยๆ ก่อนจะเปลี่ยนพลังปราณเข้มข้นเพื่อเรียกองครักษ์เงาของตนออกมา


“เกิดอะไรขึ้น”


“เอ่อ..กระหม่อมไม่ทราบสาเหตุพ่ะย่ะค่ะ..เห็นคุณหนูกระอักเลือด จึงรีบไปตามท่านอ๋องมาดูอาการพ่ะย่ะค่ะ”


“นางตามหมอหรือไม่”


“ไม่พ่ะย่ะค่ะ นางเพียงแจ้งสาวใช้ให้กระจายข่าวว่าถูกคุณหนูโบยแต่ให้ไปแจ้งท่านเสนาว่าไม่เป็นอะไร แต่พอเข้าห้องมาคุณหนูก็กระอักเลือดออกมาก่อนจะล้มตัวลงนอนที่เตียงพ่ะย่ะค่ะ”


“อืม ออกไปได้”เอ่ยจบองครักษ์เงาทั้งสองคนก็จากไปทันที  


“เสี่ยวเม่ย..เจ้าไปซนอะไรมาอีกหืม” ชินอ๋องเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนทั้งยังเอาผ้ามาเช็ดเลือดที่มุมปากให้นางอีกด้วย


          เมื่อเช็ดคราบเลือดออกหมดเขาจึง ลองจับชีพจรนางดู ชินอ๋องขมวดคิ้วน้อยๆ เมื่อเห็นว่าชีพจรนางเริ่มปั่นป่วน ไม่รอช้าเขาเอามือทาบอกนางพร้อมทั้งถ่ายพลังธาตุเข้าช่วยรักษานาง


“ต้องล่วงเกินเจ้าอีกแล้วเสี่ยวเม่ย”


          ซูหนี่ว์ที่นั่งโคจรลมปราณอยู่นั้นก็รู้สึกอุ่นวาบไปทั้งทรวงอกจนน่าแปลกใจ ลมปราณที่ปั่นป่วนก็เริ่มดีขึ้นเร็วกว่าปกติ เกิดอะไรขึ้นกันนะ ชินอ๋องถ่ายพลังให้ซูหนี่ว์นานถึงสองเค่อ เมื่อเห็นว่าชีพจรนางปกติแล้วจึงถอนมือออกมา พร้อมกับร่างบางที่นอนอยู่เริ่มกะพริบตาถี่ๆ 

          เมื่อเห็นว่านางกำลังจะฟื้น เขาจึงหยิบปิ่นหยกขาวบริสุทธิ์แกะสลักลวดลายดอกเหมยกุ้ย* ตรงปลายมีพู่สีแดงประดับมุกห้อยลงมา ปลายด้ามของปิ่นยังมีแกะสลักสัญลักษณ์ตราพยัคฆ์ไว้ด้วย สัญลักษณ์เฉพาะที่แสดงถึงชินอ๋อง อ๋องหนุ่มนำปิ่นหยกวางไว้ตรงกลางอกพร้อมทั้งวางมือของนางทับไว้อีกที


“ท่ะ..ท่านเป็นใคร” ซูหนี่ว์กะพริบตาถี่ๆ เมื่อเห็นว่ามีคนแปลกหน้าบุกมาถึงห้องนางก็ร้องเสียงหลงแต่ยังไม่ทันได้ขยับตัวลุกขึ้น ชายหนุ่มก็จับนางกดลงนอนเหมือนเดิม


“อย่าเล่นซนให้มากนักนะ”


จุ๊บ 


          เอ่ยจบคำ ชินอ๋อง หยางเทียนหลง ก็ก้มลงจุมพิตที่หน้าผากมนกลมของนางก่อนจะรีบโดดออกจากหน้าต่างหนีไปทันที ซูหนี่ว์ได้แต่นอนตาโต มึนงงไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อประมวลผลในหัวตัวเองแล้วจึงได้แต่เจ็บใจ 

          บุรุษที่ไหนกล้าบุกมาถึงรังเสือของนางทั้งยังไม่ทันเห็นหน้าเสียด้วย เจ็บใจได้ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ซูหนี่ว์จึงหยิบปิ่นหยกที่ตนถืออยู่มาพิจารณาดู อืม ปิ่นนี่ดูงามสบายตาถูกใจข้ายิ่ง แต่คนให้ดันทำตัวเป็นโจรเด็ดบุปผาเสียนี่ 


“พี่รอง พี่สาม ท่านปล่อยให้ใครเข้ามาในห้องข้า” ซูหนี่ว์ เอ่ยเสียงเรียบ พร้อมทั้งตวัดแววตากลมโตหันไปมองทั้งสองที่ปรากฏตัวออกมาอย่างรวดเร็วทันทีที่นางเอ่ยจบ 


“ขอภัยคุณหนู เอ่อ..น้องเล็ก พี่กับน้องสามถูกเงาประมาณสามคนล่อลวงออกไป ปะทะฝีมือกันอยู่นาน ไม่รู้ผลเพราะระดับพลังเจ้าจอมยุทธเท่ากัน อยู่ดีๆพวกนั้นก็รีบหนีหายไปพี่กับน้องสามเลยรีบกลับมาสวนทางกับชายหนุ่มอีกคนที่ปิ่นออกจากห้อง จึงให้น้องสามรีบตามไป”


“แล้วพี่รองบาดเจ็บหรือไม่”


“ไม่ขอรับ เหมือนฝ่ายนั่นไม่ลงมือจริงจังเอาแต่หลบเลี่ยง แล้วน้องเล็กเจ้าปลอดภัยดีหรือไม่” พี่รองเอ่ยถามนางด้วยความห่วงใยพร้อมทั้งรู้สึกผิดที่ละเลยหน้าที่ปล่อยให้ใครไม่รู้แอบเข้าห้องนาง 

          สงสัยข้ากับน้องสามต้องไปขอรับโทษที่พี่ใหญ่เสียแล้ว จะได้จดจำไว้บ้างว่าไม่ควรละเลยน้องเล็กอีก แม้นางจะเก่งกาจแต่หน้าที่พวกเขาคือต้องปกป้องนางไม่ใช้ให้นางมาค่อยปกป้อง


“ข้าไม่เป็นไร”


“พี่ไปตามพี่สามกลับมาเถอะ อ่อแล้วก็ วานพี่นำปิ่นนี้ไปตรวจสอบให้ทีว่าเป็นของผู้ใด”


“ขอรับ” รับปิ่นไปชายหนุ่มร่างสูงก็กระโดดออกจากหน้าต่างไปทันที

          

          ซูหนี่ว์จึงมานั่งคิดต่อ หรือจะเป็นพวกเดียวกับที่ส่งคนมาสอดแนมนางอยู่บ่อยๆ ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าคงไม่อาจอยู่เฉยเสียแล้ว ล้ำเส้นเข้ามาถึงในห้องนอนข้า มีจุดประสงค์ใดกันเจ้าโจรเด็ดบุปผา หึ หากหล่อเหลาข้าจะจับทำสามีเสียให้เข็ด ซูหนี่ว์คิดอย่างหมายมั่น ลืมไปเสียสนิทว่าร่างที่ตนอยู่นั้นยังไม่ปักปิ่นเสียด้วยซ้ำ



..........................................................................

*ดอกเหมยกุ้ย/ดอกกุหลาบ



น้องน้อยของเราเริ่มจะออกอิทธิฤทธิ์แล้วนะคะอิอิ หลังจากเก็บตัวฝึกฝนมานาน

แถมอิอ๋องยังมาแอบลวนลามน้องอีกแน่ะ น้องยังไม่ปักปิ่นเลยนะ ใจเย็นๆนะจ้ะน้อยยิ่งหื่นๆอยู่โดนเอาคืนไม่รู้น้าาาา

มาแถมให้อีกตอนจ้าาาา

ฝากกดกำลังใจและคอมเม้นให้ไรท์ด้วยนะคะ จะพยามยามมาบ่อยๆค่ะ

ช่วงนี้โดนกักตัวอยู่บ้าน เขียนกันยาวๆไปถ้าไม่ขี้เกียจอิอิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 499 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,046 ความคิดเห็น

  1. #968 tigereye2517 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 11:22

    เหมาะสมกันดีค่ะ5555ต่างคนต่างจ้องจะกินกัน5555

    #968
    0
  2. #920 kimurakung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 19:57
    คู่นี้เค้าสมกันดีนะ
    #920
    0
  3. #474 aern242539 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 07:47
    น้อนนนนน เขาคือคนที่น้องปักธงไงลูกกก
    #474
    0
  4. #404 เจ้าแมว (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 20:19
    เดี๋ยวก็ได้เป็นสามี—แค่กๆ ช้าๆได้พร้าเล่มงามมมม
    #404
    0
  5. #72 LZPM42 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 14:02

    อ่านจบแล้ว สนุกมากกกก รอตอนต่อไปอยู่น้าาา~~~

    #72
    0