พ่ายรักนางมารหมื่นพิษ

ตอนที่ 1 : นางมาร บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,662
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 772 ครั้ง
    12 พ.ค. 63

บทนำ

          ณ หุบเขาระหว่าง แคว้นลู่และแคว้นหยางกลางดึกที่เคยเงียบสงัด บนหุบเขาสูงชัน ที่ตั้งของสำนักบุปผาหมื่นพิษ สำนักที่ขึ้นชื่อเรื่องการปรุงยาพิษและยาถอนพิษ มีศิษย์และอาจารย์หญิงรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น ที่ซึ่งรวบรวมหญิงงามกว่าพันคน ซึ่งเป็นนักปรุงยาพิษระดับ ปราณขั้นสี่ขึ้นไป 

          บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเปลวเพลิงร้อนแรงแผดเผาไปทั่วทั้งหุบเขา กลืนกินสำนักบุปผาหมื่นพิษจนย่อยยับไม่เหลือเค้าเดิม เสียงไฟมอดไหม้ผสมผสานเสียงร้องโหยหวน ดังไปทั่วหุบเขา ศิษย์และอาจารย์บางคนที่หนีออกมาจากเปลวเพลิงได้ ก็ต้องจบชีวิตลงด้วยคมดาบของคนชุดดำที่มีพลังปราณสูงถึงขั้นหกนับร้อยคนดักซุ่มรอสังหารผู้ที่เล็ดลอดลงมาอยู่ทั่วตีนเขา

          ไป๋ ซูหนี่ว์หญิงงามดั่งดรุณีน้อยแรกแย้มในวัยยี่สิบหกหนาว ผู้ซึ่งเป็นศิษย์เอกสายตรงผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักคนต่อไป ได้หนีรอดออกมาจากเปลวเพลิงพร้อมเจ้าสำนักคนปัจจุบัน นามไป๋ ซิน แม้นเจ้าสำนักจะอยู่ในวัยห้าสิบหนาวแต่ร่างกายและผิวพรรณผ่องใส่ไม่ต่างกับหญิงงามข้างกายแม้แต่น้อย


“อาจารย์ มันเกิดอันใดขึ้น เปลวเพลิงเหล่านี้มาจากไหน” ไป๋ ซูหนี่ว์กล่าวกับอาจารย์พร้อมทั้งใช้วิชาตัวเบาอันเลิศล้ำ พาเจ้าสำนักคนปัจจุบันออกมาให้พ้นจากเปลวเพลิงมรณะตรงหน้า


“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่ก แค่ก” นางเอ่ยเสียงแหบแห้ง แม้เจ้าสำนักจะอยู่ในระดับปราณขั้นเจ็ด แต่ด้วยร่างกายที่ไม่ค่อยจะแข็งแรง ตั้งแต่วัยสาวเพราะถูกพิษที่ไม่มีทางรักษา ได้แต่ปรุงยาชะลออาการกำเริบ


“ท่านอาจารย์! อดทนหน่อยนะเจ้าคะ ใกล้จะถึงตีนเขาแล้ว”


“ไม่คิดไม่ฝัน แค่ก แค่ก ว่าสำนักบุปผาหมื่นพิษจะต้องมาสิ้นชื่อที่รุ่นของข้า”


“อาจารย์ ท่านอย่าเอ่ยเช่นนั้น” ไป๋ ซูหนี่ว์ หยุดชะงักและหันไปพูดกับอาจารย์ของตนด้วยแววตาแดงก่ำ


“ทุกคืนเดือนเพ็ญพิษข้าจะกำเริบ ซูหนี่ว์ เรื่องนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ คนลงมือต้องเป็นคนในสำนัก ถึงเลือกลงมือวันนี้ เจ้าทิ้งข้าไว้ตรงนี้ส่วนเจ้าเอาตัวรอดไปเถอะ หากมีโอกาสค่อยกลับมากอบกู้สำนักเราใหม่ ข้าเชื่อว่าต้องมีศิษย์และอาจารย์คนอื่นที่ยังรอดชีวิต” 

          นางเอ่ยออกมาเพราะรู้ดีว่าสังขาร ตัวเองไม่ไหวแน่ อีกไม่กี่เค่อพิษเก่าต้องกำเริบจนเจ็บเจียนตายราวกับโดนมีดกรีดไปทั่วทั่งร่างเพียงเพราะไม่ได้ลงแช่อ่างสมุนไพรชะลอพิษ ที่อยู่ในสำนัก 

          นางต้อง พิษจันทรานิรันดร์ พิษนี้จะกำเริบในทุกคืนเดือนเพ็ญ มีเพียงไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้ผู้ที่ลงมือ ช่างลงมือได้เหี้ยมโหดนัก


“ไม่ อาจารย์ ท่านอย่าเอ่ยเช่นนี้ อย่างไรท่านก็ต้องไปกับข้า ข้าจะไม่มีวันทิ้งท่าน” ซูหนี่ว์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ 

          ด้วยนางรู้ดีว่าหากพิษกำเริบแล้วอาจารย์ไม่ได้ลงแช่อ่างสมุนไพรอาจารย์นางจะเจ็บปวดเพียงใด หากนางใจดำทิ้งอาจารย์ไว้ตรงนี้คงมีแต่ความตายเท่านั้นที่รออยู่

          ใครกันช่างโหดเหี้ยมหากข้าและอาจารย์รอดไปได้ จะต้องกลับมาแก้แค้นให้สาสมแน่

          ทั้งสองนางยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรต่อ ก็มีเสียงต่อสู้ดังขึ้นมาใกล้ๆ ทำให้ซูหนี่ว์จำต้องเช็ดน้ำตาตัวเองและหยิบอาวุธเตรียมพร้อม อาวุธนางที่ติดตัวมาตอนนี้มีเพียงเข็มอาบยาพิษไม่กี่สิบเล่มและยาพิษไม่กี่ชนิดเท่านั้น


“อาจารย์ ท่านหลบอยู่ตรงนี้สักครู่ เสียงต่อสู้ตรงนั้นน่าจะเป็นคนของเรา ข้าจะไปช่วยและจะรีบกลับมา”


“ระวังตัวด้วยหนี่ว์เอ๋อร์”

     

“เจ้าค่ะ” 

          หลังรับคำนางก็ทะยานตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ซูหนี่ว์นางถือครองสองธาตุอันได้แก่ธาตุไฟและธาตุแสง มีระดับพลังปราณเป็นรองแค่เพียงเจ้าสำนักเท่านั้นอยู่ในระดับปราณขั้นหก ระดับปราณมีถึงสิบขั้นโดยแบ่งเป็นขั้นต้น ระดับหนึ่งถึงสาม ระดับกลาง สี่ถึงหก ขั้นสูง เจ็ดถึงสิบ และเป็นระดับเจ้าจอมยุทธคือระดับที่สูงที่สุดมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นในหนึ่งแคว้นที่จะมีพลังปราณถึงระดับนี้ 

          นางทะยานตัวออกมาไม่ไกลมากก็พบกับศิษย์น้องสองคนกำลังสู้กับชายชุดดำสี่คนไม่รอช้า นางรีบซัดเข็มพิษที่แฝงพลังปราณขั้นหก เข้าตรงพอดีที่จุดตายของชายชุดดำเพียงพริบตาชายชุดดำทั้งสี่ก็ร่วงหล่นดับชีวิตในไม่ถึงอึดใจ แม่นางน้อยสองคนเมื่อเห็นว่า ชายชุดดำล้มลงไปก็หันหาบุคคลที่มาช่วยในทันที พอเห็นว่าเป็นศิษย์พี่จึงรีบวิ่งเข้าไปหาด้วยท่าทีร้อนรนปนหวาดกลัว


“ศิษย์พี่!! มันเกิดอะไรขึ้นแล้วคนอื่นๆ ละเจ้าคะ”


“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันเจ้าสองคนไหวไหมรีบตามข้ามาเร็ว ข้าทิ้งท่านอาจารย์ไว้คนเดียว”


“เจ้าค่ะ” ทั้งสองรับคำพร้อมกันและรีบทะยานตัวตามซูหนี่ว์ไป


          ศิษย์สำนักบุปผาหมื่นพิษทั้งสามรีบใช้วิชาตัวเบาวิ่งกลับไปหาเจ้าสำนักอย่างรวดเร็ว แต่เร็วแค่ไหนก็ยังช้าไปก้าวหนึ่งเพราะเมื่อไปถึงเจ้าสำนักไป๋ ซิน ก็อยู่ในวงรอบของชายชุดดำนับสิบคน 

          ซูหนี่ว์เห็นดังนั้นจึงไม่รอช้ารีบกระโจนลงไปหาอาจารย์กลางวงล้อมของชายชุดดำทันที ศิษย์น้องทั้งสองเมื่อเห็นซูหนี่ว์เข้าไปทั้งสองก็ไม่ลังเลที่จะตามศิษย์พี่เข้าไปติดๆ แม้ตัวตายวันนี้พวกนางก็ขอตายอย่างสมศักดิ์ศรีไม่ขอหนีเหมือนหมาจนตรอก!


“พวกเจ้าเป็นใคร! เหตุใดจึงต้องทำลายพวกเรา!!” ซูหนี่ว์ตะโกนถามชายชุดดำด้วยความคับแค้นใจ พร้อมทั้งดึงอาจารย์และศิษย์น้องหญิงทั้งสองมาไว้ข้างหลังเผชิญหน้ากับชายชุดดำอย่างไม่กลัวเกรง 

          เมื่อตรวจสอบดูแล้วชายชุดดำทั้งหลายอยู่ในระดับปราณขั้นหก แต่มีจำนวนคนมากกว่า นางรู้ดีว่าสู้ไปยังไงก็ไม่ชนะแต่อย่างน้อยยังคงพอยื้อเวลาให้ศิษย์น้องทั้งสองพาอาจารย์หนีไปก็ยังดี


“พอข้าเริ่มลงมือ พวกเจ้าพาอาจารย์หนีไป” นางกระซิบผ่านลมปราณให้ศิษย์น้อยทั้งสองได้ยินแม้จะไม่มีเสียงตอบกลับแต่นางก็รับรู้ได้ว่าศิษย์น้องทั้งสองเข้าใจเป็นอย่างดี


“ท่านเจ้าสำนัก!!” เสียงร้องของศิษย์น้องทั้งสองดังขึ้นประสานกันเป็นเสียงเดียวกัน พร้อมทั้งร่างของท่านเจ้าสำนักที่ล้มลงไปกองกับพื้นหญ้า 

          ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวด ยังไม่ทันที่นางจะขยับซัดเข็มพิษในมือใส่คนเหล่านั้นเมื่อนางได้ยินเสียงร้องเป็นอันต้องชะงักแล้วหันกลับไปหาอาจารย์ของตน


“อาจารย์ขอท่านอดทน” จบคำนางก็พยักนางให้น้องน้อยทั้งสองอุ้มอาจารย์ออกไป 

          ส่วนนางก็หันกลับมาซัดเข็มพิษใส่นักฆ่าชุดดำล้มลงไปถึงสองคน เหล่าชายชุดดำเมื่อเห็นคนของตนล้มลงจึงไม่รอช้า หันดาบพุ่งเข้าใส่หญิงสาวร่างบางตรงหน้าทันที ส่วนสองศิษย์ตัวน้อยเมื่อเห็นช่องว่างจึงรีบพาร่างอาจารย์ทะยานออกมาจากวงต่อสู้ตรงนั้นทันที


          เวลาผ่านไปไม่ถึงเค่อชายชุดดำนับสิบเหลือเพียงห้าคนด้วยฝีมือของหญิงสาวร่างบางนางเดียว ใช่ว่าเหล่านักฆ่ามากประสบการณ์ตรงหน้าจะสู้หญิงสาวไม่ได้เพียงแต่พวกเขาพลาดท่าด้วยพิษร้ายของนาง ห้าหกคนที่ล้มตายไปเพราะโดนเข็มพิษ 

          ส่วนคนที่ยังมีชีวิตก็โดนยาพิษสลายกำลังทำให้สู้ได้ไม่เต็มที่นัก ตัวซูหนี่ว์เองก็ใช่จะได้เปรียบนักนางโดนกระบี่เชือดเข้าที่แผ่นหลังบางเป็นทางยาว แม้บาดแผลจะไม่ลึกนักหากแต่เลือดที่ไหลออกมาก็ทำให้นางแทบสิ้นสติ 

          นางจะล้มไม่ได้ คิดได้เพียงเท่านี้นางก็กระโดดถอยออกมาพร้อมทั้งโยนยาห้ามเลือดและยาเพิ่มกำลังเข้าปากในเวลาเดียวกัน ยาที่กินยังไม่ทันออกฤทธิ์ดีนักฆ่าสองคนก็กระโดดเข้ามาหวังฆ่านางให้ตกตายในดาบเดียว ซูหนี่ว์ กระโดดหลบคมกระบี่แรกได้แต่กลับโดนกระบี่จากชายชุดดำอีกคนบาดเข้าที่แขนเป็นทางยาว


“คิดว่าใช้พิษสลายกำลังแล้วจะสู้พวกข้าได้รึ!!” เอ่ยจบคำชายคนนั้นก็ปามีดสั้นแฝงไปด้วยพลังธาตุลมทำให้มีดนั้นเพิ่มความเร็วและแรงจนซูหนี่ว์ที่บาดเจ็บไม่สามารถหลีกหนีได้ มีดสั้นปักเข้าที่ขาจนนางล้มลงไปกับพื้นหญ้า


          ชายผู้ปามีดไม่รอช้ารีบกระโจนเข้าไปหวังลงดาบปลิดชีวิตนาง แต่ก็ผิดหวังดาบนั้นยังไม่ทันถึงตัวนางชายคนนั้นก็ล้มลงสิ้นลมหายใจ แม้จะล้มแต่ซูหนี่ว์ก็ยังไม่ยอมแพ้ซัดพิษปิดชีวาเข้าใส่ต้นขาที่มีบาดแผลของชายชุดดำ เป็นพิษที่ร้ายแรงในระดับสิบจะตกตายในช่วงจิบชาหากซัดเข้าที่ใบหน้าแล้วซูดดมแต่หากเมื่อสัมผัสเข้ากับบาดแผลหรือทานเข้าทำให้ยิ่งเห็นผลทันตา พิษนี้มีเพียงอาจารย์และศิษย์ระดับสูงเท่านั้นที่สามารถปรุงขึ้นได้


          นางหยิบกระบี่ขึ้นมาชี้ไปที่เหล่านักฆ่าอีกสี่ชีวิตที่เหลือ เหล่านักฆ่าเห็นดังนั้นจึงไม่เข้าไปใกล้นางแต่ละคนพยายามที่จะเรียกพลังธาตุของตนออกมา แต่กลับเรียกไม่ได้เพราะพิษสลายกำลังได้ออกฤทธิ์เต็มสิบส่วนแล้วปิดกันพลังธาตุ 

          ทั้งสี่มัวแต่ตกตะลึงที่มิอาจเรียกพลังธาตุออกมาได้จึงเป็นการเปิดช่องว่างให้นางซัดผงพิษราตรี ใส่ทั้งสี่คน เมื่อสูดดมเข้าไปทั้งสี่ก็ล้มลงเข้าสู่นิทราพอเห็นว่าทั้งสี่ล้มลงนางจึงเดินกะเผลกเข้าใกล้ร่างทั้งสี่พร้อมลงดาบปลิดชีวิตพวกเขา


          “ข้าไม่ได้อยากฆ่าแต่เป็นพวกเจ้าที่รนหาที่” กล่าวจบนางก็เดินออกไปตามทางที่ศิษย์น้องทั้งสองหนีไปเมื่อครู่ 

          นางเดินได้ไม่เร็วนักเพราะขายังคงมีมีดปักอยู่ แผ่นหลังและแขนก็ถูกฟัดจบบาดเจ็บแม้จะกินยาห้ามเลือดไว้แล้วแต่การขยับฝืนร่างกายเดินก็ทำให้ร่างบางเริ่มมีเลือดออกซึม 

          ซูหนี่ว์กลั้นใจดึกมีดที่ปักขาออกมาพร้อมทั้งฉีกชายชุดมาพันขาไว้อย่างลวกๆ ใบหน้านางซีดเซียวใกล้จะหมดแรงเต็มทนแต่เพราะใจที่ยังไม่ย่อท้อนางจึงฝืนใจเดินต่อ ยาพิษที่ติดตัวมาหมดเกลี้ยงแล้วหากเจอคนพวกนั้นอีกคงได้แต่ต้องทิ้งชีวิตไว้ในป่าแห่งนี้ ขอสวรรค์เมตตาข้าด้วยขอให้ข้าได้เจออาจารย์ก่อนสิ้นชีพก็ยังดีให้เห็นว่านางปลอดภัย


“ม่ายยย กรี๊ดดดดด”


          นางเดินมานานถึงสองเค่อก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของศิษย์น้องทั้งสองเสียงนั้นทำให้นางตัวชาวาบ สมองขาวโพลนร่างกายแทบจะขยับเดินต่อไม่ไหว ไม่ทันได้เดินต่อไปไหนนางก็โดนนักฆ่าที่ลอบเข้ามาทางข้างหลังแทงเข้าที่ชายโครง หนำซ้ำนักฆ่าดึงมีดออกพร้อมทั้งลากนางเข้ามาโยนกองรวมกันกับอาจารย์ของนางที่นอนจมกองเลือดหายใจรวยริน ดวงตากลมสวยที่เกือบจะปิดสนิทกลับเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าอาจารย์และศพศิษย์น้องทั้งสองที่นอนตายจมกองเลือดอยู่ข้างๆ


“ซู..หนี่ว์..ขะ..ข้า...” ไม่ทันได้เอ่ยจบคำร่างอาจารย์วัยห้าสิบหนาวก็สิ้นชีพต่อหน้านาง ซูหนี่ว์ได้แต่นอนน้ำตาไหลรินไม่มีแรงแม้แต่จะขยับร่างหรือแม้กระทั่งกรีดร้องออกมาให้สมกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นภายในหัวใจ กลิ่นคาวเลือดคละคุ้งไปทั่วบริเวณนางเจ็บกายและเจ็บใจจนกระอักเลือดคำโต


“ศิษย์อาจารย์รักใคร่กลมเกลียวน่ายกย่องยิ่งนักนะเพคะ” เสียงแหลมเล็กอันคุ้นหูของสตรีดังขึ้นเรียกสติอันน้อยนิดของไป๋ซูหนี่ว์ให้หันกลับไปมอง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นหน้าอันคุ้นตาของสตรีบนหลังม้า 

          เหตุใดจึงเป็นนาง ซูหนี่ว์ได้แต่คิดไม่มีเสียงอันใดตอบโต้กลับไป บุรุษบนหลังม้าอีกผู้หนึ่งที่อยู่ห่างออกไป นางกลับเห็นใบหน้าไม่ชัดด้วยดวงตาที่เริ่มจะพร่ามัวเห็นเพียงเป็นบุรุษใส่ชุดสีทองท่าทางสูงศักดิ์ น่าจะเป็นคนในราชสำนัก เหตุใดพวกเขาจึงทำเช่นนี้ สำนักเราล้วนไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับพวกเขา 

          เพราะเหตุใดกัน นางแค้น แค้นเหลือเกิน ต้องมาเห็นสำนักที่เปรียบเหมือนบ้านต้องหายไปกับตา ต้องมาเห็นอาจารย์ที่เลี้ยงดูดั่งมารดาต้องตายจากต่อหน้า แค้นนี้ข้าขอจดจำ หากสวรรค์เมตตา...ข้าน้อยขอจดจำชีวิตในชาตินี้มิลืมเลือน...จบคำนางก็กระอักเลือดคำโตแล้วสิ้นใจในทันที...


__________________________

บทนำเป็นอย่างไรบ้างค่ะ เลือดท่วมเลย

อ่านจบแล้วอย่าลืมนะคะ

กดหัวใจและ

เม้นให้ไรท์ด้วยน้าาาาาาาาาาา





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 772 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,046 ความคิดเห็น

  1. #1039 Super小农宝 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:03
    ใช่ชุดทองแบบนั้นมีไม่กี่คนหรอก ฮ่องเต้ องค์ชาย ท่านอ๋อง!!!!!!
    #1,039
    0
  2. #1016 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 14:52

    บทแรกก็ล้างหุบเขาอย่างโหดเ-้ยมเลยนะคะเนี่ย

    #1,016
    0
  3. #974 Pinya (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 19:14

    ผ่องใส ไม่ใช่ ผ่องใส่

    #974
    0
  4. #870 Nattiya Bursnachaitavee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 20:33
    ขอบคุณมากกกค่ะไรท์.
    บุรุษใส่ชุดทองก็มีแต่ฮ่องเต้เท่านั้นเองนี่นา.

    แต่ทรงจะทำลายพรรคนี้ไปทำไมกันนะ????
    #870
    0
  5. #459 Mameaw555 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 11:15
    ส่วนใหญ่ภรรยาจะคนละแซ่กับสามีนะคะ คนแซ่เดียวกันจะไม่ค่อยแต่งกัน ถึงแต่งมาก็จะไม่ใช้แซ่สามีแต่จะใช้แซ่ตัวเอง ละจะเรียกด้วยแซ่สามี เช่นหลีฮูหยิน ลองดูนะคะ
    #459
    0
  6. #109 panids1966 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 09:52
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-07.png เปิดเรื่องได้ไฟลุกมากเลยค้าา
    #109
    0
  7. #98 Nammm (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 16:06

    เปิดมาได้นองเลือกมากเลยค่ะชอบบบบ

    #98
    0
  8. #67 Waew (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 17:53

    อะไรคือแรกแย้มยี่สิบหกหนาว ยี่สิบหกหรือสิบหก

    #67
    1
    • #67-1 To night(จากตอนที่ 1)
      22 เมษายน 2563 / 14:39
      ยี่สิบหกค่ะ เป็นคำเปรียบเปรยเฉยๆค่ะ ว่ายังคงงดงามดั่งดรุนีน้อย
      #67-1
  9. #49 jarawee13 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:21
    เปิดเรื่องใด้มันมากย้อนอดีต​กับมาล้างแค้นทั้งตระกูล​เลยจัดให้หนักติดตามคะ
    #49
    0
  10. #1 usaonly (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 07:10

    ไรท์เปิดเรื่องมาก็เลือดท่วมสำนัก โศกนาฏกรรมครั้งนี้ตายเรียบ ใครหนอทำร้ายชนิดขุดรากถอนโคนกันเลย โหดมากจริง ๆ และผู้หญิงคนท่ีพูดกับคนท่ีสั่งฆ่านี่คงเป็นคนในสำนักท่ีคิกไม่ซื่อแน่ รออ่านเน้ือเรื่องต่อไปค่ะ สู้ ๆ นะคะ ไรท์

    #1
    1