Infinite Frontier: หายนะ ไร้เขตแดน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 269 Views

  • 1 Comments

  • 15 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    63

    Overall
    269

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

ในศตวรรษที่ 23 มนุษยชาติได้ก้าวข้ามขีดความสามารถที่พระเจ้าได้ให้ไว้ การบุกเบิกอาณานิคมอวกาศได้เริ่มต้นขึ้น แต่แน่ใจแล้วหรือ ว่ามนุษยชาติจะพร้อมกับการตั้งรับผลกระทบที่จะตามมา?


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เกริ่นนำ

ในศตวรรษที่ 23 มนุษย์ทั่วโลกได้ก้าวข้ามขีดความสามารถที่พระเจ้าได้ให้ไว้ ในทุกๆ วัน มนุษยชาติได้ห่างเหินจากพระเจ้า เทคโนโลยีมากมายทั้งหลายได้ถูกสรรค์สร้างขึ้น ทิ้งไว้เพียงแต่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และพวกเขาเองก็กำลังแข่งชิงดีชิงเด่นซึ่งกันและกันเพื่ออำนาจเหนือสิ่งอื่นใดทั้งปวงบนดาวโลก และระบบสุริยะ. สิ่งก่อสร้างที่แสดงถึงการบุกเบิกอวกาศของมนุษยชาติอย่างแท้จริงสิ่งแรก คือ The Horizon, โคโลนีเหนืออวกาศขนาดยักษ์บนดวงดาวที่ใกล้กับดาวโลกมากที่สุดเสมือนพี่น้อง, ดวงจันทร์.
หลังจากนั้น Earth Federation Government ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อทำการขยายอาณานิคมของมนุษยชาติด้วยเทคโนโลยีที่พวกเขาจะเอื้อมถึง ยุคการล่าอาณานิคมได้เกิดขึ้นแล้ว และกำลังอุบัติอย่างเงียบๆ โดยไร้สงครามใดๆ หากแต่เป็นการแข่งขันกันด้วยซึ่งความก้าวหน้าของวิทยาการ ธุรกิจ และการเงินอย่างแท้จริง
แต่มันจะเป็นอย่างไร? ถ้าหากพวกเขาได้รู้ว่า สิ่งที่พวกเขาได้สร้างขึ้นมา เป็นเพียงเศษเสี้ยวของก้าวเริ่มต้น
มีหลายอย่างที่พวกเขายังไม่เคยเข้าถึง
มีหลายอย่างที่พวกเขายังไม่เคยค้นพบ
มีหลายอย่างที่พวกเขาเคยมี และได้สูญสิ้นมันไปแล้ว
พวกเขากำลังหาอะไรกันอยู่? ความก้าวหน้า? ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ? หรือเพียงแค่คนที่พร้อมจะอยู่ข้างพวกเขาในวันที่แย่ที่สุด? มีเพียงแค่พวกเขาเท่านั้นที่รู้ และคำตอบจะไม่เหมือนกันทุกคนอย่างแน่แท้
ก้าวของมนุษยชาติพึ่งจะเริ่มต้นขึ้น.

ตัวละคร/แฟกชั่น ต่างๆ









Metropolis/Mahanakorn A.K.A. มหานคร

The Government Centralization of Thailand

     ในปี ค.ศ 2193 กรุงเทพมหานครได้มีการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง เพื่อเพิ่มฐานการวิจัยและการผลิตเทคโนโลยีด้วยตนเอง ส่งผลให้เกิดนามติดปากโดยประชาชนว่า ' มหานคร ' และในไม่กี่ปีต่อมา มหานคร ก็ได้ถือเป็นหนึ่งในชื่อของกรุงเทพมหานครไปโดยปริยาย. มหานครที่อยู่ท่ามกลางการบุกเบิกอาณานิคม ได้สร้างยานลำยักษ์ขึ้นมาเมื่อปี 2220. เธอได้รับการขนานนามว่า 'ศรินธิราช' ภายใต้การควบคุมของบริษัทพลังงาน AERIC Interco. ของประเทศไทย. นับตั้งแต่นั้นมาเป็นเวลาสิบเจ็ดกว่าปี มหานครก็ได้ผลประโยชน์จากการวิจัยดาวเคราะห์และปรากฏการณ์ทางอวกาศต่างๆ อย่างมหาศาล นอกจากนี้ มันยังส่งผลให้มหานครกลายเป็นหนึ่งในแฟกชั่นหลักของโลกและมหาอำนาจของเอเชียรองจากจีนและญี่ปุ่นอีกด้ว




HEXAGON Ministry of Defence กระทรวงกลาโหมมหานคร

ก่อตั้งขึ้นในต้นศตวรรษที่ 22 เฮซากอนคือกระทรวงกลาโหมฝั่งมหานครโดยเฉพาะ ทำหน้าที่ควบคุมเกี่ยวกับการประจำการทหารทั้งมหานคร ค้นคว้าเทคโนโลยี และเสริมสร้างการป้องกันทุกรูปแบบ โดยผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ของพวกเขาคือการก่อสร้างโดมพลังงานครอบคลุมพื้นที่เกือบร้อยกิโลเมตรที่ครอบคลุมทั้งทหานคร กองทหารอิเล็กทรอนิกส์ [Autonomous Securitier] ที่ทำหน้าที่แทนกล้องวงจรปิด ทหารจริงๆพร้อมรบเฉียดล้านกว่านายพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่เกิดจากการพึ่งพาตนเอง และการผสานระบบปัญญาประดิษฐ์เข้ากับการสงครามให้เสมือนพวกเขาจะอยู่รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารแห่งมหานคร.
signature ของพวกเขาคือเครื่องแบบสีขาวในชุดสุภาพ สีทองอร่ามที่แสดงถึงความเป็นมหานคร และสีฟ้าที่แสดงถึงความก้าวหน้าอย่างไร้ขีดจำกีด นอกจากนี้ พวกเขายังตั้งชื่อหรือสร้างอุปกรณ์ต่างๆ ตามแบบ HEXA (6 เหลี่ยม ) หรืออุปกรณ์ตามชื่อของกระทรวง ทำให้รู้ได้เลยตั้งแต่แรกเห็นว่าเป็นอุปกรณ์ของกระทรวงกลาโหมเฮซากอนอย่างแน่นอน



AERIC Interco [Arinthararohm Energy Reserving International Corporation]

     บริษัทพลังงานขนาดใหญ่ของเอเชีย AERIC Interco. คือหนึ่งในบริษัทพลังงานไม่กี่แห่งของดาวโลกในยุคบุกเบิกอวกาศ เอริก อินเทอร์คอร์ คือบริษัทเอกชนที่ประสานงานรับเดินยานไปที่ต่างๆ โดยส่วนมากจะขึ้นตรงกับกระทรวงและประเทศไทย แต่ในบางครั้งก็รับการจากบริษัทอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของรัฐด้วยเช่นกัน. หน้าที่ที่เอริกได้รับมอบหมายส่วนมากคือการขุดเจาะทรัพยากร และการวิจัยทรัพยากรเพื่อนำมาสังเคราะห์และส่งแบบแปลนให้กับบริษัทว่าจ้าง. ถึงอย่างไรก็ตาม บริษัทเอริกมีหนึ่งในยานวิจัยขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และโดยทางนัยถือเป็นยานธงของไทยอีกด้วย ชื่อของเธอคือ THPSC 'Srintherach' ยานวิจัยระดับธงขนาดกิโลเมตรครึ่งพร้อมด้วยลูกเรือบนยานประจำการกว่าห้าพันกว่าคน ทั้งนี้ AERIC คือหนึ่งในบริษัทเกิดใหม่ไม่กี่บริษัทที่มีอัตราการขยายตัวขององกรณ์เร็วที่สุดในโลกอีกด้วยอันเนื่องมาจากการเป็นบริษัทพลังงาน ซึ่งตอบสนองความต้องการพลังงานอย่างไม่สิ้นสุดของโลกในศตวรรษที่ 23





World United/ EUNASIA / Earth Federation Government 'รัฐบาลโลก'

จัดตั้งขึ้นโดยประเทศสมาชิกมากกว่าครึ่งค่อนของโลก W-UN คือองค์กรณ์ระดับเกือบเหนือชาติที่ถูกจัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ 2095 โดยมีเป้าหมายคือการขยายอาณานิคม ควบคุมและจัดสรรประชากร และ ค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกจากมนุษย์โลก การวิจัยต่างๆในระดับท็อปมักถูกส่งต่อให้รัฐบาลโลกวิจัยต่อ ด้วยงบประมาณที่มาจากหลายสิบประเทศร่วมกัน. โดยในปี ค.ศ 3000 รัฐบาลโลกได้ควบคุมอาณานิคมของมนุษย์ทั้งระบบสุริยะ และยังได้ขยายไปต้นระบบซีรีอุส และเซติแล้ว ประเทศสมาชิกของรัฐบาลโลกคือทุกประเทศบนดาวเคราะห์โลก ทำให้รัฐบาลโลกกลายเป็นองค์กรณ์ที่ใหญ่ที่สุดบนดาวเคราะห์โลกและระบบสุริยะอย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากนี้ พวกเขายังเป็นผู้ควบคุมกองยานที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะอีกด้วย


TRISOLA INTAC

องค์กรณ์ขนาดใหญ่ของไทย และติดอันดับ 5 ELITE GROUP ของโลกด้านบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำหน้าที่วิจัยด้านเทคโนโลยีอวกาศและอาวุธ นอกจากนี้้ยังมีส่วนรวมในการวิจัยและพัฒนากองกำลังมหานครอีกด้วย ไทรซอลาคือผู้ว่าจ้างแรงงานที่เยอะมากเสียกว่าบริษัท AERIC ในประเทศไทย ทั้งนี้ พวกเขายังเป็นผู้ร่วมวิจัยโครงการยานศรินธิราชร่วมกับบริษัทนานาชาติและ UZENTOL Tech อีกด้วย




THPSC Srintherach 'EVANCA' Flagship

      วันที่ 10 สิงหาคม เมื่อปี ค.ศ 2220 ยานอุตสาหกรรมและการวิจัยข้ามระบบสุริยะ 'THPSC-ศรินธิราช ' ได้ออกจากท่าเทียบของมหานคร ภายใต้ธงของประเทศไทยและการกำกับดูแลของ AERIC Corps. บริษัทพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยและอันดับต้นของโลก. มันคือยานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในศตวรรษที่ยี่สิบสาม ด้วยระยะกว่าหนึ่งจุดห้า กม. และระบบการบินที่ทันสมัยที่สุด มันคือผลงานระดับ states-of-arts ชิ้นแรกของมหานครและของประเทศไทย

     เธอได้ถูกต่อภายใต้การควบคุมของกระทรวงกลาโหมเฮซากอนด้วยงบประมาณอันหาที่เปรียบมิได้ - มากเสียกว่างบประมาณในการซื้อกองทัพและงานวิจัยใหม่ทั้งหมด การก่อสร้างเริ่มเมื่อปี 2210 และเริ่มเปิดตัวต่อสาธารณะชนในปี 2220; สิบปีให้หลัง. ยานลำนี้ได้สร้างความฮือฮาอย่างมากแก่สาธารณะชนในด้านของการวิจัยและเทคโนโลยีการต่อยานอวกาศขนาดใหญ่ และถูกเพ่งเล็งโดยรัฐบาลโลกถึงศักยภาพในการวิจัยของมหานครที่ก้าวกระโดดทุกค่ำคืน

     ยานทั้งลำประกอบด้วยชั้นห้าชั้น และสะพานเรือสองแห่ง - ด้านหน้าสุดของยาน ด้วยกระจกที่เปิดให้เห็นอวกาศอันกว้างไกลด้านหน้า และสะพานเรือด้านหลังที่เสมือนปีก และให้มุมสังเกตุการณ์โดยรอบ เครื่องกรองอากาศจากภายนอก สวนพฤกศาสตร์ภายในยานสำหรับวิจัย เพาะเลี้ยงเสบียง โรงเพาะเนื้อเยื่อ ศูนย์วิจัย เคบินพักสำหรับกะเวียน ออฟฟิศของทีมรักษาความปลอดภัย และล็อบบี้ส่วนกลาง. นอกจากนี้ ศรินธิราชยังใช้เครื่องยนต์และเตาปฎิกรณ์ชนิดใหม่ และจะมีไว้สำหรับเธอเท่านั้น : TEIJO Tri-Core WarpDrive Reactors, หนึ่งในระบบเครื่องยนต์ยานไม่กี่อันของโลกในขณะนั้นที่สามารถเร่งเข้าสู่ห้วงวาร์ปได้

     ศรินธิราช คือยานธงและความภาคภูมิใจของคนไทยมาตั้งแต่การเปิดตัวของเธอเมื่อยุค 20. ตัวยานนั้นได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติและทั่วโลกให้เป็นยานระดับ International ซึ่งหมายถึงว่ายานลำนี้จะเป็นยานที่มีลูกเรือมากมายหลากสัญชาติขึ้นมาประจำการได้. ตามสถิติปี ค.ศ 2237 ได้กล่าวว่า capacity ของลูกเรือที่ประจำการอยู่บนยานนั้นตันที่ 5,450 กว่าคนโดยประมาณ โดยลูกเรือกว่าครึ่งคือสัญชาติไทย และรองลงมาคือญี่ปุ่น ตามมาด้วยอเมริกัน รัสเซีย จีน และแคนาเดียน

     เธอยังคงยึดมั่นภารกิจหลักเสมอมา นั่นคือการตามหาโลกใบที่สอง ที่ที่ซึ่งมนุษยชาติสามารถลงหลักปักฐานได้ ที่ซึ่งสามารถสร้างอารยธรรมและป่าไม้ให้กลับมาเป็นเหมือนโลกเดิมที่พวกเขาเคยเห็นในภาพบันทึก ไม่ใช่เมืองที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องสูงระฟ้าและไอเสีย. ตั้งแต่ปี ค.ศ 2220 ศรินธิราช ได้ตรวจสอบดวงดาวไปแล้วเกือบสี่สิบกว่าดวง และยังคงทำการค้นหาต่อไป.

     อุปกรณ์ เทคโนโลยี และการรักษาความปลอดภัยบนยานนั้นถือเป็นหนึ่งเสมอ - ยานศรินธิราชมีระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด อันเนื่องมาจากสถานะยานธงของประเทศไทย. เจ้าพนักงานและหน่วยรักษาความปลอดภัยกว่าเจ็ดร้อยห้าสิบนาย และหน่วยต่อต้านจราจลร้อยนาย ได้ประจำการอยู่บนยานและพร้อมที่จะปฎิบัติหน้าที่หากจำเป็น นอกจากนี้ ยานศรินธิราชยังบรรจุคลังอาวุธมากพอที่จะทำให้มากกว่าครึ่งของลูกเรือสามารถมีอาวุธไว้เพื่อป้องกันตนเองได้หากจำเป็น. ดีไซน์ของยานนั้นก็ถือว่าไม่เป็นสองรองใครเช่นกัน ด้วยการออกแบบที่เรียบง่าย และเน้นการใช้กระจก ทำให้ยานระดับอุตสาหกรรม กลายเป็นเสมือนยานขนส่งระดับสูงได้ หากคุณไม่ทันสังเกตุ. นอกจากนี้ พวกเขาก็ยังใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ระดับ hi-end จากทั่วโลกที่นำมาไว้บนยานสำหรับการวิจัย planetary-scale อีกด้วย

     ในขณะเดียวกัน ภารกิจรองของเธอ คือรับคำสั่งจากบริษัท AERIC ซึ่งรับคำสั่งจากบริษัทเอกชนอื่น หรือรัฐบาลอีกที เพื่อทำการขุดเจาะหาทรัพยากรมาตอบสนองความต้องการอันไม่สิ้นสุดของมนุษยชาติ เช่นเดียวกับการทำ planetary mining ที่ทุกประเทศทั่วโลกเริ่มขยาย branches ออกมา หลังจากที่โลกทั้งใบได้ประกาศการไร้ซึ่งการคงอยู่ของทรัพยากรที่พวกเขาเคยมี - ทองคำ เพชร เหล็ก มันไม่มีอีกแล้ว ในตอนนี้ สิ่งที่เยียวยาโลกได้ ก็มีเพียงแร่ธาตุบนดินที่ให้ผืนป่าเติบโตและฟื้นฟูอีกครั้ง ในยุคที่อุตสาหกรรม การแสวงหาทรัพยากรต่างดาวมาทดแทน และการสร้างอาณานิคมต่างดาวกำลังรุ่งโรจน์

Infinite Frontier page
https://www.facebook.com/Infinite-Frontier-361209097949136/


สารบัญ อัพเดท 4 มิ.ย. 62 / 16:21

บันทึกเป็น Favorite

ตอน
ชื่อตอน

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ AwriterA จากทั้งหมด 1 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Phantomdeath (@Phantomdeath) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 17:46
    เป็นกำลังใจให้เขียนต่อไปนะครับ
    #1
    1
    • #1-1 Alan Knott (@puluong) (จากตอนที่ 6)
      21 มีนาคม 2562 / 19:43
      :0 ขอบคุณครับ
      #1-1