Dear moon, sir ขอให้นาย(หลง)รักฉัน ♡

ตอนที่ 5 : ( Dear moon ) : Chapter'๔ เข้าเมืองกรุงฯน่ะมันโก้จริงๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 ส.ค. 56

4

เข้าเมืองกรุงฯน่ะมันโก้จริงๆ

 

                ประโยชน์ของการวิ่งจะเหมือนกับการเดินออกกำลังกาย แต่ข้อดีของการออกกำลังกายคือใช้เวลาน้อยกว่าการวิ่งและมีผลดีมากกว่าการเดิน ข้อเสียของการวิ่งเมื่อเทียบกับการเดินคือมีอาการปวดกล้ามเนื้อและปวดข้อได้บ่อยกว่าการเดิน เพราะฉะนั้นการวิ่งติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจจะทำให้ปวดกล้ามเนื้อเร็วขึ้นและอาจทำให้ฉันเหนื่อยตายเร็วขึ้น TOT โฮกกกกก

                ใช่! ตอนนี้ฉันกำลังจะตายจริงๆ เพราะมีหนุ่มลูกครึ่งคนนึงกำลังวิ่งตุ๊ดสู้ฟัดกลับบ้านโดยที่ไม่รอฉันแม้แต่น้อย ด้วยความที่ฉันเคยเป็นแชมป์วิ่งไล่จับ(?)สมัยเด็กทำให้ฉันวิ่งแซงเขาไปได้อย่างฉิวเฉียด! ฉันจึงวิ่งตัดหน้าเขาแล้วกางแขนทั้งสองข้างขึ้นเพื่อให้แอนโทนี่หยุดวิ่งสักที

                นาย...แฮ่ก...จะรีบไปไหน

                “กลับรถ เธอช่วยหลบไปหน่อยได้มั๊ยฉันรีบ!” แอนโทนี่บ่นหงุดหงิดก่อนแล้วผลักตัวฉันเบี่ยงไปทางขวา

                หมอนี่จะรีบไปไหนนักหนา ถ้าเขารีบกลับไปแล้วทันรถพอดีเอสเธลไม่เอาฉันตายเลยเหรอยัยบ้านั่นยิ่งโหดๆอยู่ T0T ชีวิตฉันต้องดับสิ้นแหง...

                พลั่ก!

                ฉันจงใจวิ่งชนกับหลักกิโลเมตรทำให้ล้มกลิ้งกลุกกลักอยู่ข้างทางฟุตบาท แอนโทนี่จึงหยุดวิ่งแล้วหันมาสนใจฉันทันที เห้ย! เธอเป็นอะไรรึเปล่า

                ดีนะที่ฉันตั้งใจล้มจึงมีแค่แผลถลอกนิดหน่อยทำให้ไม่รู้สึกเจ็บอะไรมาก แต่ฉันก็ต้องโกหกเขาไปเพื่อที่จะรั้งตัวเขาได้สักระยะนึง เจ็บใครก็ได้เอารางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมมาให้ฉันที -_-;

                “ยัยทึ่มเอ๊ยใครให้เธอวิ่งตามฉันมากันเล่า!” พี่สาวของนายไงหละตาบ้า T^T “แล้วฉันจะกลับบ้านได้ไงวะเนี่ยยยย

                แอนโทนี่ทำท่าเหมือนคนจะขาดใจตายแล้วขยี้ผมตัวเองอย่างแรง ฉันสังเกตได้จากสีหน้าของเขาว่ากำลังลำบากใจสุดๆ นี่ฉันกำลังทำอะไรลงไป T_T…

                ถ้าเขากลับบ้านไม่ได้แล้วต้องมาเร่ร่อนแบบฉันมันจะดีอย่างงั้นเหรอ...ให้ตายสิจันทร์เจ้า! เธอเป็นอะไรของเธอ รู้สึกผิดก็รู้สึกแต่ก็กลัวยัยเอสเธลบ้านั่นฟ้องพ่ออีก ฉันกำลังกลายเป็นเป็นผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวอยู่สินะ คือ...

                “เจ็บมากรึเปล่า ฉันช่วย

                ฉันผลักแอนโทนี่ที่กำลังจะพยุงตัวฉันออกไป นายรีบกลับเถอะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก

                “แต่เธอล้ม ให้ฉันช่วยเธอก่อน

                “ฉันบอกให้นายไปไง!”

                “...แอนโทนี่ทำหน้างงใส่ฉันเมื่อโดนตวาดกลับ เขาไม่รู้จริงๆเหรอว่าฉันอยากให้เขากลับไป เพราะกลัวเขาจะเจอชะตากรรมแบบฉันแต่แอนโทนี่กลับตอบไม่ตรงตามที่ฉันหวังไว้ ฉันไม่ไป

                แอนโทนี่พยุงฉันลุกขึ้นอีกครั้งแต่ฉันก็ผลักเขาออก หมอนี่ก็ยังพยายามจับตัวฉันลุกขึ้นมาอีกฉันเลยกระชากผมเขาอย่างแรงเพื่อเรียกสตินายไม่เข้าใจเหรอไง! ฉันบอกว่าให้นายไปไงเดี๋ยวก็ไม่ได้กลับบ้านหรอกอยากเป็นเหมือนฉันรึไง? อยากไม่มีบ้านอยู่แบบฉันเหรอ! ไอบ้าเอ๊ย!”

                “เธอ...แอนโทนี่มองหน้าฉันอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ฉันไม่ได้เป็นคนเห็นแก่ตัวแล้วนะ ฉันให้เขาไปแล้วแต่เขาไม่ไปเองอะ T^T

                “ไปสิ...พี่ชาย

                “หะ? (=O=);”

                “ฉันบอกให้นายไปไง ไม่งั้นฉันจะกลั้นหายใจตายฉันพูดพร้อมกับเอามือข้างนึงบีบจมูกตัวเองเอาไว้แน่น

                แอนโทนี่ยังคงมองฉันอย่างประหลาดใจ เขาคงคิดว่าอีบ้านี่กลั้นหายใจแล้วตายได้ด้วยงั้นเหรอ

                “พอน่า คิดว่าทำอย่างนั้นแล้วเธอจะตายจริงๆเหรอไง

                “…” ยังคงกลั้นหายใจอยู่

                 ฉันเคยลองแล้วไม่เห็นจะตายเลย -_-^”

                พรวด! ฉันสำลักน้ำลายตัวเองทันที นาย...เคยกลั้นหายใจตายงั้นเหรอ (=0=);!!”

                “เออ! รู้ว่ามันไม่ตายก็ลุกขึ้นมาได้แล้วฉันทิ้งเธอไม่ได้หรอกนะแอนโทนี่พยุงฉันขึ้นมาอีกครั้งแต่ฉันก็ผลักเขาออกไปอย่างเคย

                รีบไปไ...

                ปริ้นๆ!

                ยังไม่ทันพูดจบเสียงบีบแตรจากรถคันนึงก็ดังขึ้น ทำให้ฉันกับแอนโทนี่หันหน้าไปตามเสียงรถทัวร์ที่จอดอยู่ข้างริมฟุตบาทประตูรถถูกเปิดออกโดยผู้หญิงผมสีน้ำตาลที่คุ้นเคย เธอเดินลงมาแล้วตรงดิ่งมาหาพวกเราทันที

                โทนี่ บราวเทอร์!” วิเวียนเรียกชื่อของแอนโทนี่ออกมาแล้วกระชากหูข้างนึงของเขาด้วยมือเรียวยาวของเธอ

                “โอ้ยยยยยย!”

                “แย่ที่สุดเลย ทำไมทำตัวแบบนี้นะ?”

                “โอ้ย เจ็บนะยัยบ้าปล่อยก่อนสิ! โอ้ยยยย!” แอนโทนี่เอามือจับมือของวิเวียนให้ปล่อยออกจากหูเขา แต่เธอกลับดึงขึ้นและดึงลงอย่างเจ็บปวด ฉันสังเกตเห็นว่าหน้าเขาเริ่มแดงเป็นลูกมะเขือเทศเรียบร้อยแล้ว

                “ไม่รับสายฉันแล้วยังไม่กลับบ้านอีก! บอกมาสิทำไมไม่กลับบ้าน!”

                ใครบอกฉันไม่กลับ ฉันกำลังจะ..โอ้ยยย!” เอ่อ...ฮัลโหลฉันยังนั่งอยุ่ตรงนี้นะ =_=;

                “อะไรนะ? นายจะกลับบ้านงั้นเหรอ? แต่...

                “ก็เออน่ะสิ ปล่อยหูฉันได้แล้ววิเวียนยอมปล่อยหูของแอนโทนี่เขาปัดมือของวิเวียนออกทันทีแล้วเดินกลับมาพยุงฉันเหมือนเดิม "แต่พายัยนี่ไปด้วย…"

                “ห้ะ!/อะไรนะ?”

                “พาเธอไปด้วย แค่นั้นแหละฉันมองหน้าแอนโทนี่สลับกับวิเวียน เขาพยุงฉันเดินไปที่รถโดยที่วิเวียนยังคงยืนงงอยู่ ฉันไม่เกี่ยวเลยนะฉันยังไม่ได้บอกจะไปด้วยเลยอะนี่มันอะไรกัน T0T

                “เดี๋ยวๆ ฉันจะไปได้ยังไงฉันไม่รู้จักนายดีเลยนะ! นายจะพาฉันไปด้วยเนี่ยนะ!?”

                “ฉันแอนโทนี่ เรียกอะไรก็เรียก Jประโยคคุ้นเนอะ

                “แอนโทนี่!”

                “ที่นี้ก็ไปได้แล้ว Les go!”

                ก๊อบปี้มาทั้งดุ้นเลยนี่หว่า TOT!

 

                ฉิ้ง (-_-+  )

                หลบขวา (  ‘ ’)

                ฉิ้ง (  +-_-)

                หลบซ้าย (‘ ‘;  )

                ฉิ้ง (-_-+  )

                เลิกมองหน้าฉันได้แล้วยัยโรคจิต!(ได้แต่พูดอยู่ในใจ) -_-;

                ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่ที่รถทัวร์คันหรูของญาติแอนโทนี่ หมอนี่น่าจะเปลี่ยนชื่อจาก แอนโทนี่ บราวเทอร์ เป็น แอนโทนี่ ญาติเยอะแทนนะฉันว่าเหมาะกับเขาสุดๆไปเลย

                เบาะข้างหลังฉันคือแอนโทนี่ที่นั่งหลับเป็นตายไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนด้านหลังของฉันไปอีกก็คือวิเวียนกับราฟาเอลที่นั่งมองวิวถนนกันอยู่ แต่คนที่นั่งตรงข้ามฉันก็คือ เอสเธล! ผู้หญิงที่ไม่อยากเข้าใกล้มากที่สุดในโลก เธอมองหน้าฉันตั้งแต่เดินขึ้นรถมาจนถึงตอนนี้

                ทำไมรถทัวร์คันนี้ถึงต้องมีเบาะที่นั่งผิงเข้าหากันด้วย ทำเป็นทางเดียวไม่ได้รึไงกัน อย่าให้ฉันมีตังค์นะ จะซื้อรถทัวร์แบบนั่งทางเดียวกันสักยี่สิบคันไปเลย! -_-+

                ฉันกลอกตามองไปรอบๆรถเพื่อที่จะหลบสายตาของเอสเธล แต่พอฉันชำเลืองมองมาที่หน้าของผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามเท่านั้นแหละ

                อึก! ได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างพูดไม่ถูก...คิดในแง่บวกนะ เอสเธลอาจกำลังส่งสายตาถามฉันว่า

                เธอทำไม่สำเร็จ?’

                ฉันจึงส่งสายตากลับไปว่า

                ใช่ ฉันทำไม่สำเร็จฉันขอโทษ

                เธอจึงส่งกลับมาว่า

                ไม่เป็นไร ฉันให้อภัยขอบใจนะเอสเธล ขอบใจ(ฟุ้งซ่าน) T^T  

                ทันทีที่รถทัวร์จอดตรงหน้าบ้านหลังนึง ฉันรีบคว้ากระเป๋าสะพายของตัวเองลงออกจากรถทันทีเพราะทนสายตาอาฆาตของใครบางคนไม่ไหว ฉันไม่ลืมที่จะขอบคุณคุณลุงคนขับที่อุตส่าห์แวะจอดรับฉันกับแอนโทนี่ขึ้นไปแม้ลุงแกจะบ่นๆว่า จะโดนหักเงินอะไรสักอย่างเนี่ยแหละ แต่ช่างมันเถอะไหนๆฉันก็ได้มาอยู่ที่นี่แล้ว...

                อ๊า~ กรุงเทพฯนครแห่งแสงสี >O<!

                พลั่ก

                เสียงกระเป๋าของใครคนนึงกระแทกหัวฉัน โอ๊ะ ขอโทษทีนึกว่าเดินชนถังขยะ            

                ทำไมฉันไม่เคยหลบยัยป่าเถื่อนนี่พ้นเลยนะ U_U

                “อะแฮ่ม!” แอนโทนี่กระแอมเสียงดังจนฉันต้องเหลียวหลังไปมอง บางทีฉันก็คิดว่าเธอสนิทกับเอสเธลจริงๆนะJ

                “สนิทบ้าอะไร ยัยนั่นจ้องจะฆ่าฉันทุกครั้งที่เจอหน้ากันเลยนะ

                “เธออาจจะเป็นเพื่อนรักกันในอนาคตอันใกล้นี้ก็ได้

                “ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันขอมีเพื่อนผู้ชายตลอดชีวิตเลย (-_-);”

                “เอ...ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ฉันคงต้องเห็นหน้าเธอทุกวันเลยสินะเหมือนเขาไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยแม้แต่ประโยคเดียว

                สนิทกันต้องมาเจอกันทุกวันเหรอไง

                “แหน่ะ เธอยอมรับแล้วว่าเธอสนิทกับเอสเธล Jฉันพูดไปตอนไหนวะ TOT! “เอาน่าๆฉันคิดถูกสินะที่พาเธอมาที่นี่ เธอต้องขอบคุณฉันนะ

                “ไปไหนก็ไปเลยฉันผลักหลังแอนโทนี่ให้เขาเดินเข้าบ้านตัวเองไปแต่เขากลับไม่เดิน ปล่อยให้ฉันผลักไปแบบนั้นทำให้เขาหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ

                เอสเธลฝากนี่มาให้เธอแหละจู่ๆวิเวียนที่มาจากไหนไม่รู้ยื่นกระดาษมาให้ฉัน แล้วเธอก็เดินเข้าบ้านไปแบบไม่เหลียวหลัง

                นั่น! มี Something แหงฉันบอกแล้วว่าเธอต้องเป็นเพื่อนรักกันแอนโทนี่ยังล้อฉันไม่จบ

                ฉันหันหลังใส่เขาแล้วเปิดกระดาษขึ้นมาอ่านทันทีแต่เมื่อเห็นว่าแอนโทนี่แอบดูอยู่ข้างหลังฉันก็ปิดมันลงแล้ววิ่งไปที่หลังรถเพื่อเปิดกระดาษแผ่นนั้นอ่านอีกครั้งนึง

                ให้ตายเถอะชีวิตในกรุงเทพฯของฉันมันไม่สนุกอีกแล้วสินะ T_T

 

อีกสองวันโรงเรียนของโทนี่จะเปิดเทอม เธอต้องไปอยู่โรงเรียนนั้นในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน

เธอต้องจับตาดูโทนี่ตลอดเวลาเหมือนแมลงวันตอมขี้!

และทำให้ผู้หญิงที่เข้ามาหาหมอนั่นไม่กล้ายุ่งวุ่นวายอีก ถ้าเธอทำไมสำเร็จล่ะก็

อย่าหวังเลยว่าการที่หนีออกมาจากบ้านของเธอจะสงบสุขน่ะ หึ

แอนโทนี่ : พอน่า คิดว่าทำอย่างนั้นแล้วเธอจะตายจริงๆเหรอไง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #23 Jackqueline (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2556 / 19:49
    เมนต์แรกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (แหกปากดังไปสิบบ้าน 5555)เธอคิดได้ไงน่ะจัน...#ทำเสียงแบบในหนังจันดารา (ไม่เลิก 5555) กลั้นใจตาย โอ้วววว นับถือๆ เอสเธลก็ใจร้าย ใช้คำว่าแมลงวันตอมขี้เลยหราาาา แอนโทนี่ไม่เหมือนขี้น้าาาา T^T <<< ออกนอกหน้า แล้วคราวนี้จันทร์จะทำยังไงต่อล่ะเนี้ย!?! อยากอ่านต่อแว้ว >_<
    #23
    0