Dear moon, sir ขอให้นาย(หลง)รักฉัน ♡

ตอนที่ 2 : ( Dear moon ) : Chapter'๑ จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 ส.ค. 56

1

จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า 

 

                สวัสดีฉันชื่อ จันทร์เจ้าเพราะหละสิ...จันทร์เจ้าขา ก็ได้นะแต่มันจะดูเวินเว่อไปแม่ไม่ชอบ -_-

                ฉันเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึงที่มีหัวใจอยากเป็นอิสระออกมาสู่โลกกว้างไม่ชอบการอุดอู้อยู่แต่ในบ้านที่อับเฉา T0T ความจริงแล้วก็คือ...ฉันเบื่อที่ต้องคอยรับใช้แม่เลี้ยงกับพี่ชายต่างพ่อของตัวเองน่ะสิ ยิ่งตอนนี้พ่อไม่อยู่บ้านนะ อย่าให้พูด...ฉันกลายเป็นซินเดอเรลล่าผู้น่าสงสารฉับพลันเลยละ T0T พูดแล้วเศร้า โฮ

                เฮ้! อย่าดิ้นสิ

                “ตัวนายมีแต่เหงื่ออะ ฉันเกาะไม่อยู่มันก็ต้องมีดิ้นเป็นธรรมดาสิ

                “ชิส์

                ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ผู้หญิงที่ผู้ชายทั้งโลกต้องการอย่างฉัน(?) จะได้มาขี่หลัง หนุ่มฝรั่งตัวสูงร่างกายกำยำหน้าตาคล้ายดาราฮอลลีวูด

 เมื่อไม่กี่นาทีก่อนเขาพึ่งช่วยฉันจากการหนีตายอย่างหวุดหวิดจากพวกสมุนแม่เล้าที่จ้องจะจับฉันไปขายตัว แล้วด้วยความที่ฉันฉลาดเกินไป จึงทำให้ขาฉันพันกันล้มเข่ากระแทกเข้ากับเปลือกหอยบนพื้นทรายเข้า เขาเลยต้องปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยเอาผ้าเช็ดหน้าของตัวเองพันหัวเข่าฉันไว้แล้วอาสาไปส่งฉันที่บ้าน

                “ว่าแต่จะให้พาเธอไปส่งที่ไหน?”

                “…”

                “เฮ้! ได้ยินรึเปล่า

                “ขอคิดแปปนึงสิเอ..นั่นสิฉันจะไปอยู่ที่ไหนดี กระเป๋าเสื้อผ้าก็ลืมไว้ที่ผับแม่เล้านั่น ขืนกลับไปไม่มีวันออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันได้อีกแหง ฉันจะไปอยู่ไหนดีนะ...

                “เธอมีบ้านพักรึเปล่า แบบพักชั่วคราวน่ะ ถ้ามีฉันจะพ..

                ไปบ้านนาย

                “ใช่ พาไปบ้านฉัน

                “Yes J

                “ห้ะ!!!!”

                “เห้ย!” ฉันรีบกอดคอเด็กฝรั่งแน่นขึ้นทันที เมื่อเขาหยุดชะงักเอาดื้อๆ นายเป็นบ้าเหรอ ฉันจะตกหลังนายแล้วนะ

                “เมื่อกี้เธอบอกจะไปไหนนะ?”

                “บ้านนาย ทำไม ไปไม่ได้เหรอหวงบ้านหรือไง -_-”

                ถามโง่ๆ แค่ไปขอค้างสักคืนไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย

                เดี๋ยวๆๆ นี่ฉันกับเธอยังไม่รู้จักกันเลยนะแล้วจะให้ฉันพาเธอไปบ้านเนี่ยนะ!?”

                “ฉัน จันทร์เจ้า เรียกไรก็เรียก นายอะชื่อไร

                “แอนโทนี่แอนโทนี่ ลอยด์ บราวเทอร์...เห้ยเดี๋ยวสิ!”

                “โอเคแอนนี่ ต่อจากนี้เราเป็นเพื่อนรักกัน พาฉันไปบ้านนายได้แล้วLet go!” พูดจบฉันรีบกอดคอแอนนี่แน่นขึ้นกว่าเดิมทันที แล้วกำมือข้างนึงไปข้างหน้าทำท่าแบบซุปเปอร์แมนเหินฟ้า

                “ไม่ๆ นี่เธอเสียสติไปแล้วเหรอ!?”

                “เดินสักทีได้มั๊ย ฉันเหม็นเหงื่อนายจะแย่แล้วนะฉันบ่นอุบอิบในขณะที่มือฉันตอนนี้จะรัดคอหมอนี่ตายก่อนวัยซะก่อน

                เดี๋ยวสิ

                แอนโทนี่ย่อตัวลงเพื่อที่จะให้ฉันลงไปจากหลังเขาก่อน ฉันจึงต้องนั่งลงกับพื้นทรายอีกครั้งโดยที่เขากลับหลังหันมานั่งยองๆ ข้างหน้า

                เธอจะไปอยู่บ้านฉันดื้อๆ แบบนี้ไม่ได้นะเด็กน้อยเขาพูดแล้วเอามือมาลูบหัวฉันอย่างแผ่วเบา ฉันพึ่งสังเกตเห็นว่าเขาเป็นผู้ชายที่หน้าตาหล่อมากคนนึง เส้นผมสีน้ำตาลเข้มกับนัยน์ตาสีฟ้า จมูกที่โด่งเป็นสันริมฝีปากสีชมพูอ่อนและผิวที่ขาวมากมันช่างเข้ากับผู้ชายมาดทะเล้นแบบเขาเลยทีเดียว ที่บ้านฉันภาระเยอะมาก ถ้าจะให้ฉันเอาเธอไปเป็นภาระอีกคน... มันแย่มากเลยนะ

                “หะ?”

                (‘ ‘)?”

                “ภาระงั้นเหรอทำไงดีฟะ ท่าทางหมอนี่จะไม่ให้ไปอยู่บ้านง่ายๆแน่  ไม่น่าหลงตัวชมซะหลายบรรทัด คิดสิจันทร์เจ้าคิด! หาทางก่อนว่าฉันจะต้องทำยังไงถึงจะได้ไปอยู่บ้านเขากัน ว้ากใส่ดีไหมนะ? บ้าน่า ไม่ดีๆ ทำแบบนั้นไม่มีทางได้อาศัยบ้านหมอนี่แน่ คิดสิจันทร์เจ้าคิด..

                อืมม...

                คิดออกละ!

                “ฮึกไหลออกมา ไหลออกมา

                ธะ..เธอ...

                “ฮึก...นายไปเถอะฉันอยู่เองได้...ฮึกมาเลยฟิลลิ่งจ๋า แม่รออยู่

                ...!!”

                “ฉันก็แค่ผู้หญิงตัวคนเดียว ที่ต้องนอนกลางดินกินกลางทะเล...ฮึก...นายไปเถอะฉัน...อยู่ได้...ฮึก

                “เฮ้! อย่าร้องสิ อึ๊บนะอึ๊บอย่าร้องสิยัยบ้า T^T” แอนโทนี่ทำหน้าจะร้องไห้ตาม เขาเขย่าไหล่ฉันอย่างแรงเพื่อที่จะเตือนสติให้ฉันหยุดร้องไห้ แต่ใครมันจะไปหยุดแค่นี้กัน

                ฉันเอามือทั้งสองข้างปิดตาไว้เพื่อเพิ่มความสมจริง

                “ฮือออออออออออ นายไปเถอะฉันอยู่ได้ โฮฮฮฮฮฮฮฮ

                “หยุดร้องเดี๋ยวนี้น้า T0T”

                “นายไปเถอะ TOT โฮฮฮฮ ฮือออออออออ

                “ฉันอยู่ไม่ได้ หยุดร้องเถอะฉันอายคนอื่นนะเมียจ๋า T_T” เขาพูดปลอบฉันอีกครั้ง คนที่อยู่ริมหาดเริ่มหันมามองเราสองคนเรื่อยๆ แล้วซุบซิบนินทากัน

                ฮือออออออออ ฉันอยู่ได้นายไปเถอะ TOT ทิ้งฉันไว้คนเดียวเหมือนที่นายทำทุกครั้งก็ได้ ฮึก ฮืออออออ

                “ฉันไม่เคยทำ ฉันไปไม่ได้ หยุดร้องงงง T_T”

                “ฉันอยู่ได้ ฮืออออออออออออ TOT”

                “ฉันอยู่ไม่ด้ายยย TOT”

                ฮืออออออ TOT ”

               

                20 นาทีต่อมา

                “นี่บ้านนายเองเหรอ( ‘ ‘ )...เจ๋ง!”

                “อยู่เฉยๆ ตรงนี้แหละเดี๋ยวฉันมาแอนโทนี่ว่าแล้วเขาก็เปิดประตูบ้านเข้าไป ทิ้งฉันอยู่หน้าบ้านคนเดียว บ้านพักของเขามีลักษณะเป็นแบบ...กระท่อม...

                ล้อเล่นน่ะ! บ้านหมอนี่แค่มีบันไดหน้าบ้านเดินขึ้นไปสักสี่ห้าขั้นก่อนถึงจะเปิดประตูบ้านได้ ไม่เข้าใจว่ากลัวน้ำทะเลท่วมหรือกลัววิกฤตน้ำขึ้นน้ำลงกันแน่ -*- รอบบ้านมีสนามหญ้าสีเขียวและต้นไม้เต็มไปหมด ส่วนหน้าต่างเป็นแบบกระจกใสบานใหญ่แต่ถูกปิดไว้ด้วยผ้าม่านข้างใน ทำให้คนที่อยู่ข้างนอกไม่สามารถมองเข้าไปได้ ประตูบ้านก็เป็นกระจกแบบเลื่อน พอเดินเข้าไปก็มีพรมเช็ดเท้าลายหอยทากสีเขียวตัวใหญ่ มีโซฟาเป็นเก้าอี้ไม้ตัวเล็กๆ และมีผู้ชายคนนึงนั่งอ่านหนังสือจิบชาอยู่ เอ๊ะ...

                ฟิ้ววว

                เห้ย!” จู่ๆ ก็มีหนังสือเล่มหนาปาข้ามหัวฉันไปอย่างฉิวเฉียด นี่มันอะไรกันเนี่ย TOT

                “ฉันบอกให้เธอรออยู่ข้างนอกไง! เดินเข้ามาทำไม!” แอนโทนี่ที่เดินเข้ามาตะคอกใส่ฉันอย่างหัวเสียและลากแขนฉันเข้ามานั่งที่โซฟาตรงข้ามกับผู้ชายจิบน้ำชาที่ฉันสังเกตมองอยู่เมื่อสักครู่

                ใจเย็นก่อนสิยัยบ้า เห็นมั๊ยว่าเกือบโดนแขกน่ะ

                “ฉันบอกให้แกไปซื้อน้ำมะพร้าวมา ทำไมได้ผู้หญิงกลับมาห้ะ!?”

                ผู้หญิงหน้าตาหาเรื่องคนนึงโวยวายใส่แอนโทนี่และพยายามคว้าของทุกอย่างที่อยู่รอบกายปาใส่เขา แต่เขากลับหลบทันแล้วหยิบมาปากลับ

                เดี๋ยวนี้แข็งข้อนักเหรอ! ได้!” พูดจบเธอก็เดินกลับเข้าไปในครัว นี่จะหยิบมีดมาฆ่ากันเลยใช่มั๊ย =_=;;;

                “เธอจะฆ่านายเปล่าอะ?”

                “ไม่แน่ แต่เธอไม่น่าเข้ามาตั้งแต่แรกเลยฉันบอกแล้ว

                “อ้าวๆ ฉันบอกแล้วไงจะมาอาศัยสักคืนน่ะ แต่อยู่สักปีคงไม่เป็นอะไรมั้ง พูดจบฉันก็หันมานั่งกระพริบตาปริบๆกับเจ้าของผมสีบลอนด์ทองที่นั่งอ่านหนังสือย่างตั้งอกตั้งใจ

                เหอะ...หมอนี่มันไม่ชอบผู้หญิงอย่างเธอหรอกมันเป็นเกย์

                (- - +) ฉิ้ง สายตาอาฆาต

                แหม ขนาดทำตาจิกยังหล่อเลยอะ...สเป๊ก >_<

                “เกิดใหม่เถอะแอนโทนี่!” น้ำเสียงที่คุ้นเคยจากผู้หญิงคนเดิมที่ตอนนี้เธอมาพร้อมกับตะหลิว หายไปซะนานได้แค่เนี้ย?

                เดินกระแทกเท้าเข้ามาหาแอนโทนี่ แต่ทันใดนั่นเองกลับมีผู้หญิงผมสีน้ำตาลทองดัดลอนที่ยาวเกือบกลางหลังคว้าตะหลิวในมือของเธอขึ้นมาซะก่อน

                “หยุดสักทีเอส!” ผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเอสหน้าหงิกหน้างอใส่เธอทันทีเมื่อโดนตวาดกลับ แค่โทนี่ไม่ซื้อน้ำมาให้แค่นี้เอง

                “แต่ฉันอยากกินหนิ นี่มันทะเลนะจะไม่ให้มีน้ำมะพร้าวขายหน่อยเหรอ?”

                “ไม่มีก็คือไม่มีสิ...ใช่มั๊ยโทนี่เธอหันหน้ามาถามผู้ชายที่นั่งข้างฉัน ที่พยักหน้าตอบอย่างไม่ใส่ใจ

                โอ้ย ลูกแหง่!” พูดจบผู้หญิงที่มีชื่อว่าเอสก็เดินกระแทกเท้ากลับเข้าไปในครัว

                ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอ?” ฉันกระซิบถามเขาที่นั่งกดโทรศัพท์ตัวเองแล้วเล่นเกมส์โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย

                คนไหนล่ะ คนที่เดินกลับไปเป็นพี่สาวโอ้โหพี่สาวนิสัยป่าเถื่อนเนอะ =_=; “ส่วนคนที่มาหยุดช้างอะลูกพี่ลูกน้อง

                แอนโทนี่ตอบแล้วหันมาสนใจเกมส์ในมือถือของตัวเองต่อ ตอนนี้เขากำลังเล่นแข่งรถเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ปาดหน้ารถ ชนรถตำรวจ แต่รถตัวเองกลับพลิกคว่ำ

                เฮ้อ...นายนี่ก่อเรื่องไม่เว้นวันหยุดเลยนะผู้หญิงที่เป็นลูกพี่ลูกน้องเขาบ่นกับตัวเอง แล้วหันหน้ามาสบตาฉันอย่างสงสัย เธอเป็นใครน่ะ?”

                “...คือ..ฉันรีบสะกิดแขนแอนโทนี่ที่นั่งข้างๆทันทีแต่เขากลับไม่สนใจ คือ...ฉัน...เป็นเพื่อนแอนน่ะค่ะ เพื่อนสมัยเด็กที่ตอนเล็กๆ เล่นกระโดดหนังยางกันแต่เขามาตัดหนังยางทิ้งแล้วก็ไปอยู่กับเพื่อนผู้ชายทิ้งฉันร้องไห้อยู่เดียว(‘ ‘)

                “(=0=;)เธอหมายถึง...เจี๊ยบแฟนฉันใช่มะ?”

                เจี๊ยบ? เจี๊ยบไหนนนน ไม่มี๊หมายถึงแอนโทนี่ค่ะก็ว่าละทำไมมันคุ้นๆ ฉันเอาเรื่องมาจากในแฟนฉันนี่เอง =_=;;

                “โทนี่...เพื่อนนายเหรอ?” เธอทำหน้าเหมือนไม่เชื่อที่ฉันพูดไปแล้วถามโทนี่ต่อ

                ใช่...เพื่อนบังเอิญเจอข้างทางน่ะ แล้วไม่มีที่พักเลยชวนมาอยู่ด้วย

                เหรอ...สวัสดีจ่ะฉันเป็นญาติโทนี่นะชื่อวิเวียนแต่เรียกว่าเวียนก็ได้ ส่วนผู้หญิงคนเมื่อกี้ชื่อเอสเธลเป็นพี่สาวฝาแฝดโทนี่เขาน่ะ เธอคงอาจจะรู้จักน่ะนะ แต่อย่ารู้จักเลยเธอพูดแนะนำตัวกับฉันพร้อมแนะนำผู้หญิงคนเมื่อกี้ด้วยแต่ทำไมไม่แนะนำผู้ชายที่อ่านหนังสืออยู่ตรงข้ามฉันล่ะ อยากรู้จักอะ T^T

                “ค่ะ ฉันชื่อจันทร์เจ้าเรียกว่าจันทร์...ก็ได้เวียนยิ้มตอบแล้วเดินกลับเข้าไปในครัว

                “จันทร์เอาน้ำแข็งมาถูหลังฉันซิ

                พลั่ก!

                “คิดว่านายดูเรื่องจันดาราอยู่เหรอยะ -_-” ฉันกระแทกศอกใส่คนที่กวนประสาททันที

                “ฮึ...ผู้ชายที่ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือ ชีวประวัติไอน์สไตน์ อยู่ตรงข้ามฉันหัวเราะในลำคอ น่ารักเหลือเกินเทพบุตรของฉัน ราฟ ลูกพี่ลูกน้องของโทนี่อีกคน

                ราฟแนะนำตัวลอยๆ แต่เขากลับไม่สบตาฉันแม้แต่น้อย ไม่เป็นไรแค่นี้ก็สุขใจแล้วล่ะจันทร์เจ้า T^T

                ไหนบอกไม่สนใจผู้หญิงไง แอนโทนี่ถามราฟ แหมเขาอาจจะสนใจฉันอยู่ก็ได้ขัดคอกันตลอด

                “ยุ่งน่า

คิกฉันหลุดขำกับคำพูดของราฟ เขาปิดหนังสือลงและลุกขึ้นเดินออกไปจากที่นั่งแล้วเดินขึ้นไปชั้นสองของบ้าน ราฟว่านายเผือกอะ แอนโทนิโอ้ ฮ่าๆๆ

                “เผือกบ้าอะไร -*-

                “ยุ่งน่า ไม่ต้องมายุ่งน่า ไม่ต้องมายุ่งๆๆ ยุ่งน่า ฮ่าๆๆ ก๊ากกก

                “ยัยบ้าหนิ! ออกจากบ้านฉันไปเลยปะ

                “ฮ่าๆๆๆๆ ยุ่งน่า ฮ่าๆๆๆๆ

                “คืนนี้นอนนอกบ้านเลยยัยคนแปลกหน้า -_-^” แอนโทนี่พูดอย่างน้อยใจแล้วลุกไปนั่งตรงข้ามฉันที่ที่ราฟเคยนั่ง โหขี้งอนชะมัดผู้ชายบ้าอะไรเนี่ย

                โอ๋ อย่างอนน่ะ เพื่อนรักใส่เผือก ฮ่าๆๆๆ...อุ๊บฉันหยุดขำทันทีเมื่อเห็นว่าเขา หยุดเล่นมือถือแล้วเมินหน้าหนี แอนโทนี่ กอย บาร์บี้

                “แอนโทนี่ ลอยด์ บราวเทอร์ -_-” เขาพูดชื่อตัวเองออกมา เมื่อฉันพูดชื่อเขาผิด เห็นมะหมอนี่ไม่กล้างอนเพื่อนรักอย่างฉันหรอกนะ บู่ว – 3-

                หายงอนก็ดีกันนะๆฉันยื่นนิ้วไปหาเขา แอนโทนี่มองหน้าฉันแล้วก็เมินใส่อีกครั้ง ดีกันนะ

                ฉันยื่นนิ้วก้อยออกไปมากขึ้น จนสุดแขน

                นี่ฉันเมื่อยแล้วนะเมื่อไหร่จะดีได้ -0-”

                “ยัยปัญญาอ่อน =_=” พูดจบเขาก็ยื่นนิ้วก้อยมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของฉัน

เขายิ้ม...แต่พอรู้ว่าฉันเห็นเขายิ้ม หมอนี่ก็รีบหุบยิ้มทันทีแล้วรีบเก็บนิ้วก้อยของตัวเองไป

ฉันรู้ว่าตัวเองอาจจะไว้ใจคนที่พึ่งรู้จักเมื่อไม่กี่นาทีก่อนมากไป แต่พวกเขาก็ดีกว่าพวกแม่เล้าที่ไม่เห็นใจเพื่อนผู้หญิงเหมือนกัน แถมพรหมลิขิตยังพาฉันมาเจอเนื้อคู่ตัวเองอีก ซัมเมอร์ปิดเทอมครั้งนี้สุดยอดไปเลยจันทร์เจ้า >O< โอเย

จันทร์เจ้า :เขายิ้ม...แต่พอรู้ว่าฉันเห็นเขายิ้มเขาก็หุบยิ้มทันที

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #17 eye1008 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 20:21
    ชอบวิเวียนอ่ะ นิสัยเหมือนพี่สาวเราเลย^ ^
    ชอบมากๆเลยค่ะ
    จะติดตามต่อไปนะคะ
    #17
    0
  2. #14 Borbegin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 21:49
    ฟิน !! ><
    #14
    0
  3. #7 venuz_ii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 00:14
    โอ๊ย น่ารักอะ แปลก ทั้งๆที่ออกมาแป๊บเดียวเเต่รู้สึกว่าตัวล่ะครมันฟินกันสองพระนาง ชอบอะ><
    นางเอกน่าัรัก โอ๊ย เอากลับบ้าน 

    #7
    0
  4. #3 Jackqueline (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 08:50
    โฮกฮาก ถถถถถ อันนี้ฮาของจริง ตอนจันทร์เจ้าร้องไห้นี่ถึงกับตับสะเทือน เอือน เอือน (แอ็คโค่เพื่อ?) 5555555555555555555555555555555555555555555555555555555
    ชอบเรื่องนี้อ่ะ มากๆเลยด้วย พระเอกนางเอกน่ารักปานจะกินตับ อับๆๆ (เกินละๆ)
    หลงรักแอนนี่กับจันทร์เจ้าเข้าอย่างจังเลยง่าาาา งุงิ(?)
    #3
    0