[OF/SF] Article of love Holin

ตอนที่ 4 : You know

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 80
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    2 ต.ค. 62






“ฮยองๆๆ” เสียงเจื้อยแจ้วพร้อมกับเสียงหัวเราะเล็กแหลมเป็นปลาโลมาที่คุ้นเคยลอดออกจากโทรศัพท์ที่ คังดงโฮหรือแบคโฮ เปิดโปรแกรมหนึ่งขึ้นมาเมื่อโนติของแอพพลิเคชั่นดังขึ้น เป็นคลิปวีดีโอความยาวแค่ไม่กี่วินาทีปรากฏให้เห็นว่าเจ้าของแอคเคาท์กำลังเปิดประตูโรงแรมหรือห้องพักที่ใดที่หนึ่งอยู่พร้อมกับผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งที่กำลังอยู่ในอิริยาบถยืนจ้องหน้ามาที่เจ้าของแอคเคาท์นั้น


ในคลิปถ่ายให้เห็นว่าชายแปลกหน้าคนนั้นกำลังเปลือยท่อนบนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม “เฮ้ๆ ๆ ๆ” เสียงร้องที่ได้ยินเพียงนิดเดียวของชายแปลกหน้าก่อนที่คลิปจะตัดไปพร้อมกับไฟของหน้าจอโทรศัพท์ที่ดับลงไป

 

..ไหนบอกว่าไปทำงานไง..

 

เสียงนึกคิดดังขึ้นในหัวพร้อมกับเรื่องราวต่างๆมากมายที่ดงโฮกำลังคิดไปถึงไหนต่อไหน คังดงโฮชั่งใจก่อนที่จับโทรศัพท์เครื่องแพงขึ้นมาพร้อมกับเข้าแอพพลิเคชั่นสีเขียวที่คุ้นเคย เขากดเข้าไปยังหน้าจอสนทนาของอีกคน

 

D.: ในคลิปคือ? ไหนว่าไปทำงานไง

                                KuanLin: อ้วนนนนนนนน

                                KuanLin: คิดถึงจัง

D.: ไม่ตอบคำถาม?

                                KuanLin: ก็ไปทำงาน

D.: แล้ว?

                                KuanLin: อ้วนอ่า เป็นอะไร

D.: เปล่า

 

ดงโฮกดปิดหน้าโปรแกรมดังลง เสียงเตือนข้อความเข้ายังดังต่อเนื่องอยู่อีกหลายครั้งก่อนที่จะมีสายเรียกเข้าจากเบอร์ของ ไลควานลิน โทรทางไกลเข้ามาจากต่างประเทศ ใช่ ควานลินบอกกับเขาว่าจะไปทำงานที่ประเทศจีนสัก 2 อาทิตย์ ไปถึงวันแรกเขาก็เจอแจ็คพ็อตแบบนี้เลยหรือ ทำงานอะไร? แล้วคนที่อยู่ด้วยเป็นใคร? เขาไม่เคยเห็นเจ้าตัวจะเล่าให้ฟัง ยิ่งคิดความขุ่นมัวยิ่งเกิดขึ้นในใจของเจ้าตัวเอง

 

ชายหนุ่มหยิบยกโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับกดเบอร์โทรออกไปยังอีกบุคคลนึงแต่คราวนี้ไม่ใช่เบอร์โทรของเจ้าคนตัวขาวคนเดิม

“ว่างไหม” ดงโฮกรอกเสียงลงไปโทรศัพท์หลังจากปลายสายรับสายเขา

(ว่าง ทำไม ชวนตี้)

“อือ”

(เป็นเหี้ยไร เมียทิ้งหรือ)

“พ่อง”

(โห เล่นแต่หัววันเลยว่ะ)

“สรุปจะมาไหม”

(เออ เจอกันตอนเย็น) ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาทางปลายจมูกเบาๆก่อนที่จะโยนโทรศัพท์เครื่องหรูไปข้างๆตัวก่อนที่เจ้าตัวจะทิ้งร่างพิงโซฟาอย่างคนอ่อนแรง

 

 

 

**

 

“เป็นอะไรไปคะควานลิน พี่เห็นเรานั่งไม่สบอารมณ์อยู่นานแล้วนะ” เสียงจากพี่อี้ฉิงผู้จัดการส่วนตัวดังขึ้นทำให้ผมหลุดออกมาจากภวังค์ ผมสะดุ้งตัวเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปยิ้มบางๆให้กับพี่อี้ฉิง

 

พีอี้ฉิงจ้องหน้าผมอย่างไม่วางตาราวกับจับผิด ผมเริ่มกระอักกระอ่วนบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก ผมเหลือบขึ้นไปมองพี่อี้ฉิงแค่เพียงเล็กน้อยแล้วก็พลุบตาต่ำลงมองไปยังปลายเท้าเหมือนเดิม


“ทะเลาะกับดงโฮหรอ?” คำถามของพี่อี้ฉิงสะกิดใจผมอย่างแรง ผมเงยหน้าขึ้นไปมองยังเธออีกครั้ง

“อือ” ผมตอบไปตามตรง ผมไม่อยากจะปิดบังเธอสักเท่าไหร่ เพราะมีหลายต่อหลายคนบอกกับผมว่าผมน่ะโกหกไม่เก่งหรอก สีหน้าผมมันฟ้อง

“อยากจะเล่าไหม” ผมลังเลเล็กน้อยจะก่อนจะเริ่มเล่า

“พี่ดงโฮส่งข้อความมาหาผมหลังจากเห็นคลิปโปรโมทงานที่ผมเพิ่งลงไปเมื่อเช้า”

“...”

“ผมอธิบายไปแต่พี่เขายังไม่เปิดอ่านเลยแม้แต่สักนิดเดียว”

“โถ เด็กน้อย ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง”

“ผมไม่เด็กสักหน่อย ผมแค่ไม่เข้าใจ ทำไมเขาจะต้องไม่คุยกับผม” พี่อี้ฉิงไม่พูดอะไรต่อเพียงส่ายหน้าพร้อมกับระบายยิ้มอย่างเอ็นดูกลับมาให้ผมแล้วจากนั้นเธอก็เดินไปพร้อมกับทีมงานเพื่อที่จะเซ็ตฉากต่อไปทันที

“เดี๋ยวฉากต่อไปเป็นฉากที่คุณไลจะต้องไปกินข้าวกับคุณเออร์นะครับ ผมขอฟีลแบบคู่รักนะครับจะได้ดูสมจริง” เสียงตะโกนจากผู้กำกับโฆษณาดังเข้ามา ผมพยักหน้าเบาๆให้กับเขา ผมต้องวางเรื่องที่กวนใจเพื่อจะตั้งสมาธิทำงานต่อให้เสร็จเร็วๆ ผมน่ะอยากจะคุยกับเจ้าหมีขี้งอนใจจะขาดอยู่แล้ว

 

 

 

..

 

ก๊อก ก๊อก


 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นดงโฮลุกขึ้นจากโซฟาตัวเดิมพร้อมกับพาตัวเองเดินไปยังหน้าประตู เขายกมือปลดล็อคประตูก่อนที่จะเปิดออกมาเผยให้เห็นชายหนุ่มตาเรียวเล็กคนนึง ถัดไปเป็นกลุ่มคนอีก 3 คนยืนแอบอยู่


ดงโฮจ้องมองผู้มาใหม่ที่ยิ้มแหยให้กับตัวเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ดวงแต่ไม่อาจเก็บซ่อนความเบื่อหน่ายไว้ได้มิด เขาถอยหลังและเบี่ยงตัวออกอย่างช้าๆเพื่อให้ผู้มาใหม่ได้เข้ามายังห้องพักของตน

 

“กูขอตามไอ้มินมาเองแหละ แหะ” เจอาร์กล่าวขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศอึมครึมที่อบอวนไปทั่วห้อง มินกิและอาร่อนพยักหน้าสมทบรับคำขอเจอาร์

“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนิ” ดงโฮกล่าวพร้อมกับวางแก้วเปล่าในมือลงบนโต๊ะเล็กๆหน้าโซฟากลางห้อง

“ไอ้เหี้ยยย กูก็เผลอกลั้นหายใจเกือบตาย นึกว่ามึงจะโกรธ”

“จะโกรธทำไมวะ ก็เพื่อนกันทั้งนั้น” ดงโฮตอบกลับมินฮยอนที่แหวออกมาท่ามกลางความเงียบ หลังจากนั้นบรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมก็เริ่มผ่อนคลายลงจากตอนแรก

“แล้วมึงอ่ะ เป็นเหี้ยไร ชวนตี้แต่หัววัน” อาร่อนพี่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มเป็นคนเริ่มเปิดประเด็นขึ้นมา

ดงโฮตวัดตามองอาร่อนเพียงเล็กน้อยก่อนที่เจ้าตัวจะยกแก้วน้ำสีเหลืองอำพันในมือจรดเข้าปากแล้วกลืนน้ำสีเหลืองลงคอจนหมดแก้วก่อนที่จะวางกลับไปที่เดิม

“เอ้าๆๆ ค่อยๆแดก เดี๋ยวก็ตายห่าก่อนหรอก” มินฮยอนเอ่ยปากห้าม

“เขาบอกกูว่าจะไปทำงาน แต่งานเหี้ยไรวะมีผู้ชายถอดเสื้อด้วย” ดงโฮเริ่มเล่าสิ่งที่อยู่ในใจออกมา เจ้าตัวยกแก้วแอลกอฮอล์แล้วกลืนน้ำสีเหลืองลงคออีกครั้ง

 


..ตึ๊ง ตึ๊ง..


 

“เหี้ยแล้วไง” มินกิมีสีหน้าตะหนกอย่างเห็นได้ชัด ดงโฮมองจ้องไปยังเจ้าตัว ทั้ง 3 นิ่งค้างเมื่อได้เห็นสิ่งที่ปรากฎอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์

“มีเหี้ยไรกันวะ” ดงโฮเห็นท่าทางของทั้ง 3 ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้นมา

“ไม่มีอะไรมึง กินเหล้าต่อดีกว่า กูอยากกินพอดี”

“เจ มึงรู้ตัวใช่ไหมว่ามึงเป็นคนที่โกหกแล้วลนขนาดไหน”

“บ้า ใครลน กูอยากแดกเหล้า นี่ไง มาชนกูหน่อยๆๆ”


เจอาร์ที่โดนเพื่อนของเขาจ้องอยากไม่วางตาก็เริ่มกระอักกระอ่วนอยู่ภายใน เขาเริ่มลุกลี้ลุกลนก่อนที่จะขอตัวไปเข้าห้องน้ำในทันที คังดงโฮหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมาก็พบว่าเป็นโนติจากเจ้าตัวขาวคนรักของเขา ร่างสูงเปิดเข้าไปดูยังแอพพลิเคชั่นเดิมว่าตอนนี้เจ้าตัวนิ่มของเขากำลังทำอะไรอยู่หรือลงงานโปรโมทอะไรบ้าง

 

..ภาพชายหนุ่มสองคนนั่งหันหน้าเข้าหากันบนพรมของโรงแรมทั้งสองถูกขั้นกลางด้วยโต๊ะญี่ปุ่นขนาดเล็ก บนโต๊ะมีถาดกาน้ำชาพร้อมกับแก้วเล็กๆสองใบวางอยู่บนโต๊ะ คนนึงเป็นคนตัวขาวเจ้าของหัวใจของชายหนุ่มที่แสนคุ้นเคย เขาจ้องไปยังคนตัวขาวที่ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาท้าวคงพร้อมกับยิ้มหลับตาพลิ้มพร้อมกับหมวกที่สีดำที่เจ้าตัวเป็นคนซื้อให้สวมอยู่บนหัวของควานลิน ส่วนอีกคนคือคนที่ปรากฏอยู่ในคลิปก่อนหน้าของเจ้าตัวเล็กของเขาทำท่าทางคลายกับคนตัวเล็กของเขาแต่ต่างกันตรงที่ว่าคนๆนี้ไม่ได้มองมาที่กล้อง แต่กลับจ้องไปยังคนของเขาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา..

 

“พรุ่งนี้กูจะไปจีน” คังดงโฮพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนและเดินไปยังห้อง เขาเปิดกระชากประตูและปิดมันด้วยเสียงที่ดังพอที่จะทำให้คนในห้องสะดุ้งและมองหน้ากันด้วยความงุนงง

 

หึ! ไปทำงานหรอ งานอะไรไปอยู่กับผู้ชายในห้อง แล้วดูสายตาที่มันมองดิ ไม่เห็นหรือไงอ่ะ ถ้ามันสิงได้สิงไปแล้ว แล้วนี่อะไร ยังไปทำสีหน้าแบบนั้นใส่มันอีก เกินไปแล้วป่ะวะ ไม่ได้ไปคุมก็ปล่อยตัวถึงขนาดนี้เลยหรอวะ

 

 

**

 

“คัท! โอเคครับ ขอบคุณทุกคนที่ทำงานหนักครับ วันนี้เรียบร้อยแล้วครับ” เสียงปรบมือขอทีมงานดังขึ้น ผมพ่นลมหายใจออกอยากดังๆ โล่งจัง งานเสร็จไปแล้ว 1 ซีน อยากจะกลับไปกอดอ้วนจะแย่ เหลือแค่ 2 ซีนก็จะได้กลับไปหาเจ้าหมีของเขาแล้ว

“ยิ้มอะไรจ๊ะ” พี่อี้ฉิงสังเกตท่าทางของผมพร้อมกับเอ่ยแซวขึ้นมาหลังจากที่ผมคิดถึงผู้ชายร่างหมีที่รออยู่ที่เกาหลีจนเผลอยิ้มออกมา

“เปล่าครับ พี่อี้ ผมเหนื่อยจังเลย”

“ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะควานลิน” ผมเดินเข้าไปกอดพี่อี้ฉิงผู้จัดการส่วนตัวจากทางด้านหลังแล้วจับเธอโยกไปมาเล็กน้อย พี่อี้ฉิงตีมือผมเบาๆก่อนที่เธอจะหัวเราะให้กับการกระทำของผม

“ควานลิน ใช่ไหม?” เสียงของคุณเออร์ร้องทัก ผมผละตัวออกมาจากพี่อี้ฉิงและหันไปสบตากับผู้ที่มาใหม่

“ครับ คุณเออร์”

“เรียกผมว่าหลางเสินเถอะ”

“อ่า”

“จะได้สนิทกันเร็วๆไง เรายังต้องมีถ่ายด้วยกันอีกตั้ง 2 ซีนไม่ใช่หรือ” หลางเสินส่งยิ้มตาหยีมาให้กับผม

“เอางั้นก็ได้ครับ แล้วหลางเสินมีอะไรหรือเปล่าครับ”

“พอดีผมจะชวนพวกคุณไปทานข้าวน่ะ ไปด้วยกันนะครับ พี่อี้ฉิงด้วยนะครับ”

“จะดีหรือคะคุณเออร์” พี่อี้ฉิงพูดดักคอขึ้นมาเพราะรู้ว่าผมลำบากใจ และอีกอย่างพี่อี้ฉิงกลัวผมตกเป็นข่าวที่ไม่ดีอีกด้วย

“นะครับ ผู้จัดการของผมก็ไปด้วย พี่อี้ฉิงก็น่าจะรู้จักนะครับคนกันเองทั้งนั้น และอีกอย่างสถานที่ส่วนตัวน่ะครับ ไม่มีข่าวหลุดไปแน่นอน”

“งั้นก็ได้ค่ะ แต่พี่กับควานลินไปได้ไม่นานนะคะ น้องต้องพักผ่อน”

“ได้เลยครับ แล้วเจอกันนะครับ” พี่อี้ฉิงพยักหน้า ก่อนที่เธอจะหันมาหาผมและมองผม สีหน้าพี่อี้ฉิงเปลี่ยนไปอย่างไม่สู้ดีนักจนผมสังเกตุได้

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมเอ่ยถามก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าเป็นปกติ

“ไม่มีอะไรหรอก พี่แค่ไม่อยากให้เราเป็นข่าวน่ะ แล้วอีกอย่างพี่ก็กลัวว่าดงโฮจะมาว่าพี่ว่าทำไมดูแลเราไม่ดี พี่กลัวตาย” ผมถึงกับหลุดหัวเราะลั่น พี่อี้ฉิงตีแขนผมแรงๆหนึ่งทีก่อนที่จะทำหน้ายู่ใส่ตามสไตล์ของเธอ

“โถ่ แค่นี้เองครับ เรื่องข่าวเราห้ามไม่ให้เกิดไม่ได้หรอกครับพี่อี้ แต่ส่วนเรื่องไอ้อ้วนของผมน่ะเขาไม่ทำอะไรหรอก ผมจะปกป้องพี่อี้เอง” ผมพูดพลางเอามือขึ้นมาตบตรงกลางอกเรียกเสียงหัวเราะจากผู้หญิงตรงหน้าได้ไม่น้อย

 

 

 

**

 

ด่วน!! พาดหัวใหญ่เช้านี้

เมื่อคืนมีตาดีเห็นนักแสดงดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างไลควานลิน แอบไปดินเนอร์กับนักแสดงชื่อดังอย่างเอ้อหลางเสินกันสองต่อสอง!! ไม่ทราบว่าทั้งคู่จะมีกิ๊กกั๊กอะไรหรือเปล่า งานนี้จะต้องให้เจ้าตัวออกมาชี้แจงแล้วแหละค่ะ

 

คังดงโฮกดปิดหน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรูแล้วเก็บมันยัดใส่กระเป๋ากางเกงยังเดิม ตอนนี้เขายืนอยู่ในสนามบินในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ เขาไม่ค่อยจะสบอารมณ์สักเท่าไหร่เมื่อเห็นข่าวพาดหัวดาราเช้านี้ เขาก้าวเดินออกไปสักพักสายตาทุกคู่เริ่มที่จะจ้องมองมายังเขา ทุกคนเริ่มแตกฮือหลายๆคนเริ่มจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกวีดีโอ และส่วนหนึ่งเริ่มที่จะเดินตามเขา

 

ดงโฮมาทำอะไรที่จีน

เขามีงานหรือ แต่ตารางของวงไม่มีว่ามาจีนนี่

มาพักผ่อนหรือเปล่า

ไม่ยักจะเห็นอีก 4 คนแฮะ

เขาน่าจะมาเป็นการส่วนตัวแหละ

เสียงจอแจเข้าหูคังดงโฮก่อนที่เจ้าตัวจะกระชับแมสก์และหมวกแก็ปสีดำที่อยู่บนใบหน้า ร่างสูงกึ่งเดินกึ่งวิ่งรีบออกจากสนามบินตรงไปยังแท็กซี่ที่จอดรอผู้โดยสารอยู่นอกสนามบิน ดงโฮบอกจุดหมายปลายทางไปยังโชเฟอร์ก่อนที่เขาจะพยักหน้าและขับรถออกจากสนามบินเพื่อตรงไปยังห้องพักของเขา

 

พวกเธอให้ทาย ฉันเจอใครที่สนามบิน ฉันเจอคังดงโฮ!!’ ข้อความในอินเตอร์เน็ตถูกส่งต่อไปอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่นาทีที่เท้าของร่างสูงแตะยังสนามบิน และเรื่องราวจากปากต่อปากจากคนที่ได้เจอกับเจ้าตัวยังถูกกระจายไปยังคนหมู่มากทั้งจากในประเทศจีนเองรวมไปจนถึงยันต่างประเทศรวมไปถึงในประเทศเกาหลีด้วยเช่นกัน

 

มินฮยอน: ไอ้แบค มึงไปจีนจริงๆหรือ

มินกิ: แบค ตอบข้อความก่อน

เจอาร์: นี่เอาจริงหรือวะ

อาร่อน: ไอ้แบคมันเอาเรื่องว่ะ

 

เสียงเตือนของข้อความจากบรรดาเหล่าเพื่อนในวงที่ยังคงส่งมาอย่างต่อเนื่อง จากเรื่องที่เขามาต่างประเทศคนเดียวโดยที่ไม่มีผู้จัดการตามมา และเรื่องต่างๆอีกมากมายที่ยังคงถูกพูดถึง ดงโฮมองหน้าจอที่ยังคงแสดงข้อความหลายต่อหลายข้อความก่อนที่ร่างสูงจะปิดและเก็บใส่กระเป๋าดังเดิม

 

 

**

 

“พี่อี้ครับ ผมไม่จูบจริงไม่ได้หรือ” ผมอ้อนพี่อี้ฉิงเพราะวันนี้ผมโดนบรีพงานมาว่าต้องเล่นฉากจูบและจะต้องจูบจริงเท่านั้น เพราะลูกค้าอยากเห็นความสมจริงราวกับผมและหลางเสินเป็นแฟนกันจริงๆ นี่ถ้าเจ้าหมีของผมรู้ว่าผมจะต้องเข้าฉากจูบจริงแบบนี้คงไม่พอใจแน่ๆ

“ไม่ต้องมาอ้อนพี่เลยค่ะ”

“ไม่เอาได้ไหมครับ” ผมกระพริบตาปริบๆอ้อนผู้จัดการส่วนตัวแต่ก็ไม่เป็นผล ผมโดนปฎิเสธ

“ครั้งนี้พี่ช่วยเราไม่ได้จริงๆควานลิน ลูกค้าอยากได้มาแบบนี้” ผมทำหน้ายู่ใส่พี่อี้ฉิงก่อนที่จะกลับมาพี่อี้ฉิงจะขอตัวออกจากห้องแต่งตัวเพื่อให้ผมนั้งสงบสติอารมณ์ เตรียมสมาธิเพื่อที่จะไปเข้าฉากที่ว่า


หลายวันแล้วที่เจ้าหมีขาวของผมเป็นอะไรก็ไม่รู้ ถามคำตอบคำบางครั้งก็เหมือนโกรธ บางครั้งก็เหมือนไม่อยากคุย ผมนั่งจ้องมองโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะหน้ากระจกอยู่หลายนาทีก่อนที่จะหลับตาทำสมาธิ ผมมีเวลาแค่ 10 นาทีก่อนที่จะเข้าฉากต่อไป


ผมรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีคนจ้องมองอยู่ตลอดเวลาที่อยู่ในสตูนี้ หรือว่าผมจะคิดมากไปเองก็ไม่รู้ เมื่อฉากจูบจริงดำเนินมาถึงผมกลับทำไม่ได้ ผมกลับรู้สึกเหมือนสายตาคู่มองมาที่ผมทำให้ผมเล่นไม่ออก โดนเทคหลายรอบจนผมจะต้องขอผู้กำกับไปพักยังห้องแต่งตัว


“ควานลินเป็นอะไรหรือเปล่า บอกพี่ได้นะ” พี่อี้ฉิงเดินตามมาถามหลังจากที่วันนี้ผมไม่มีสมาธิเอาเสียเลย

“ไม่รู้ครับ ผมแค่รู้สึกแปลกๆว่ามีคนมอง”

“ทีมงานทั้งนั้นควานลิน ไม่มีอะไรหรอก”

“ผมรู้สึกเหมือนพี่ดงโฮมองผมอยู่...ผมอาจจะคิดมากไปเองก็ได้มั้งครับ”


ผมยิ้มให้กับพี่อี้ฉิงเล็กน้อยแล้วเธอก็ออกจากห้องปล่อยให้สงบสติอารมณ์ที่แปลกประหลาดของผม ไม่นานหลังจากประตูปิดลงผมก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องอีกครั้งแต่ครั้งนี้ผมไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองเท่านั้นเอง


มือสองมือใหญ่เอื้อมมือเข้ามากอดผมจากทางด้านหลัง ผมหลับตาปี๋ไม่กล้ามองแม้กระทั่งเงาที่อยู่ในกระจกที่สะท้อนด้านหลังว่าเป็นใคร ลมหายใจเป่าลดหลังหูทำให้ผมเกร็งตัวไม่กล้าที่จะขยับหรือปัดมือใหญ่คู่นั้นออกไปจากตัว


“คิดถึงจังเลย”


สิ้นเสียงพูดผมเบิกตากว้างและหันไปหาเจ้าของเสียง เผยให้เห็นผู้ที่มาใหม่ที่อยู่ทางด้านหลัง ทั้งดวงตา จมูก ริมฝีปาก กรอบหน้าของคนที่อยู่ตรงหน้า ดวงตาของผู้มาใหม่จ้องมองมายังผมราวกับโหยหา


“พี่แบค!!!” ผมลงขึ้นยืนแล้วผลักเก้าอี้ที่อยู่ตรงหน้าให้พ้นทางพร้อมกับกระโดดกอดคนรักของผมอย่างลืมตัว ร่างสูงรับกอดและเซไปยังด้านหลังเล็กน้อยจากแรงที่ถาโถมเข้าใส่เมื่อสักครู่

“ไงเรา”

“ฮื่อออ อ้วน มาได้ไง”

“ก็นั่งเครื่องบินมาไง”

“กวนหรืออ้วน หมายถึง มาที่นี่ถูกได้ไง”

“ก็..อี้ฉิง”

“เดี๋ยวนะพี่อี้ฉิงจะโดน”

“ถ้าพี่ไม่แอบมา พี่จะรู้หรือว่า เมียของพี่จะต้องจูบกับผู้ชายอีกคนที่ไม่ใช่พี่” ร่างสูงกอดอกมอง ทอดสายตาไม่พอใจอยู่ไม่น้อย

“อ้วนอ่าา มันคืองาน”

“รู้ แล้ว?”

“ฮื่ออ อ้วนอย่าคาดคั้นเราซี่”

“พี่เปล่า”

“อ๋ออ เรารู้แล้ว อ้วนแอบมองเราอยู่ตลอดเลยใช่ไหม” ผมนึกได้แล้วสายตาแปลกๆคู่นั้นก็คือสายตาของคนตรงหน้านี่เอง ร่างสูงพยักหน้าพร้อมกับกระตุกยิ้มออกมาเล็กน้อยเป็นคำตอบให้กับผม

“เราขอกำลังใจหน่อยซี่” ผมเกาะแขนของร่างสูงแน่น คนตรงหน้ามองผมอยู่เพียงครู่ก่อนที่ดงโฮจะยกมือขึ้นมาจับที่ปลายคางพร้อมกับดันคางของผมขึ้นเล็กน้อย ผมแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากหลุบตาต่ำไม่สบตากับคนตรงหน้า


ร่างสูงเชยคางขึ้นมาพอให้ได้องศาก่อนที่ความนุ่มหยุ่นของริมฝีปากกระจับได้รูปของร่างสูงจะประทับลงมาที่อวัยวะเดียวกันของอีกคน มือข้างนึงจับอยู่ที่กรอบหน้าของผมส่วนอีกข้างประคองไว้ที่ท้ายทอย ริมฝีปากของร่างสูงบดเบียดลงมาอย่างเร่าร้อนและโหยหา ลิ้นร้อนของอีกคนส่งเข้ามาในโพรงปากริมฝีปากล่างของผมถูกอีกคนฉกชิมและดูดดุนจนเกือบเสียงน่าละอาย ก่อนที่อีกคนจะเริ่มริมเลียที่ปรายคาง กรอบหน้า ลามไปยังหลังหู จากนั้นเลื่อนลงไปยันคอขาวร่างสูงดูดเม้มอย่างเอาแต่ใจ


“ฮื่ออ พะ..พี่แบค เดี๋ยวเป็นรอย” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าฟังแทบไม่ได้ศัพท์ เสียงหายใจเหนื่อยหอบดังออกมาจากเราทั้งคู่หลังร่างสูงยอมถอนริมฝีปากอย่างเอื้อยอิ่งออกจากคอของผมราวกับเสียดาย


“อีกนิดไม่ได้หรือ” ร่างสูงเอ่ยปากถามอย่างออดอ้อน

“ไม่ได้เลยครับ เราจะกลับไปเข้าฉากแล้ว”

“ไปด้วย”

“ไม่ต้องเลยอ้วน เดี๋ยวก็เป็นข่าว”

“เป็นข่าวก็ข่างสิ”

“ไม่เอา อ้วนอย่าดื้อสิ”

“ไม่! ยังไงก็จะไป”


ร่างสูงจับผมจับบ่าผมแล้วพลิกตัวเปิดประตูและดันหลังผมเบาๆให้เดินออกไปยังสตูที่กำลังถ่ายทำอยู่ในขณะนี้ ทันทีที่ขาผมก้าวพ้นประตูของสตูดิโอไปนั้น ทั้งผู้กำกับและทีมงานก็ต่างหันหน้าไปซุบซิบกันทันทีเมื่อใครอีกคนก้าวเท้าเข้ามายืนอยู่ข้างๆผม


พี่ดงโฮยกมือขึ้นมาดึงกระชับแมสก์สีดำที่ปกปิดใบหน้าอีกครั้ง ก่อนที่จะแยกตัวออกไปนั่งอยู่ข้างๆพี่อี้ฉิงที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ผมเห็นพี่ดงโฮค้อมหัวให้กับพี่อี้ฉิงเล็กน้อย เธอยิ้มตาหยีเป็นการตอบกลับการทักทายของร่างสูง


“คุณไลพร้อมนะครับ คุณเออร์พร้อมนะครับ” ผมมองไปทางพี่ดงโฮและพี่อี้ฉิงอีกครั้ง พี่อี้ฉิงยิ้มและพยักหน้าให้ผมผิดกับร่างสูงข้างๆที่ส่งสายตาดุๆมาให้กับผมหนึ่งครั้ง

“พร้อมครับ” ผมตอบกลับเสียงเรียกจากผู้กำกับอีกครั้ง

 

แอคชั่น!

 

เสียงสั่งการจากผู้กำกับเริ่มขึ้น หลางเสินส่งยิ้มมาให้ผมเล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้ามาหาผมอย่างช้าๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะเอื้อมมือขึ้นมาประคองอยู่บนใบหน้าของผม ผมเหลือบตามองไปยังพี่ดงโฮก่อนเล็กน้อยก่อนเลื่อนสายตามามองยังหลางเสินเช่นเดิม ผมต้องมีสมาธิสิ จะวอกแวกให้ใครมาว่าผมไม่มืออาชีพไม่ได้


หลางเสินค่อยๆเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้หน้าผมเพียงคืบ ผมเริ่มที่จะปิดเปลือกตาลงช้าๆตามบทที่ผมท่องจำมา ความรู้สึกอุ่นนุ่มจากปากของอีกคนเข้ามาประทับบนริมฝีปากของผม เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าผมไม่รับรู้ถึงสิ่งภายนอก ผมไม่กล้าที่จะลืมตาขึ้นมามองรอบข้าง ไม่กล้าลืมตาขึ้นมามองไปยังอีกคนที่กำลังนั่งมองอยู่


ผมเริ่มสัมผัสได้ถึงความชื้นแฉะของลิ้นร้อนที่พยายามส่งให้มาภายในโพรงปากของผม ผมทำอะไรไม่ถูกได้แต่ตัวแข็งทื่อ ใครก็ได้ช่วยผมที สองมือของหลางเสินที่กำลังประคองหน้าผมอยู่ตรงนี้กลับบีบใบหน้าผมจนเกิดรอยแดง คนตรงหน้าพยายามที่จะส่งลิ้นเข้ามาในโพรงปากไม่หยุดหย่อน


น้ำใสๆเอ่อขึ้นมาที่ขอบตา ดวงตาเริ่มร้อนผ่าว นี่มันไม่ใช่ในบทแล้ว คนตรงหน้าเล่นนอกบทแบบนี้ผมไม่โอเค ไม่นานผมก็รู้สึกได้ถึงแรงกระชากคนตรงหน้าออกจากตัวผม ผมได้เสียงกรี๊ดร้องของทีมงานและผมได้ยินเสียงเหมือนคนต่อสู้กันดังเข้ามา


เมือผมเปิดเปลือกตาขึ้นมาสิ่งที่เข้ามากระทบกับสายตาผมอย่างแรงคือพี่ดงโฮกำลังกำคอเสื้อของหลางเสินที่ลงไปนอนกับพื้นข้างล่าง มุมปากของหลางเสินมีเลือดไหลซึมออกมา ร่างสูงเหมือนกำลังโมโหอย่างสุดขีดจนไม่มีใครกล้าเข้าไปห้าม


ผมเดินเข้าไปหาพี่ดงโฮก่อนที่จะยกแตะไหล่เจ้าตัวเบาๆ ร่างสูงปล่อยมือจากคอเสื้อแล้วหันมาหาผมเพียงแวบเดียวก่อนที่จะหันกลับไปมองหลางเสินเหมือนเดิม

“มึงเล่นเหี้ยอะไร” ร่างสูงกดเสียงต่ำถามหลางเสินที่นอนอยู่เบื้องล่างตัวเขา

“ก็ไม่ได้เล่นอะไรนี่ ก็แค่จูบตามบท” หลางเสินยักไหล่เบาๆ ช้อนตามองดงโฮอย่างท้าทาย พลางเช็ดเลือดที่มุมปากด้วยหลังมือหนึ่งครั้ง

“แต่มึงเล่นนอกบท” ดงโฮกดเสียงต่ำน่ากลัวกว่าเดิม

“ก็แค่จูบ...และกำลังจะดูด”

“ไอ้เหี้ย!!


สิ้นคำพูดของหลางเสินเหมือนกับฟางเส้นสุดท้ายของดงโฮขาดลง เขาเสยเท้าแตะเข้าไปที่ช่องท้องของหลางเสิน ส่งผลให้เจ้าตัวจุกจนตัวงอ ร่างสูงหันมาคว้าข้อมือของผมและดึงผมออกจากตรงนี้ทันที


“พี่แบค”

“...”

“พี่แบคโฮ”

“...”

“คังดงโฮ!!

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมามองผมเขาจ้องตาอย่างไม่วางตา ใบหน้าที่บูดเบี้ยวเพราะความโมโหยังคงฉายให้เห็นเด่นชัด ร่างสูงปรับลมหายใจเข้าออกช้าๆเพื่อระบายความโกรธที่อยู่ในใจ

“รู้ตัวหรือเปล่าว่าพี่ทำอะไรลงไป” ผมเอ่ยปากถามพลางจ้องหน้าของพี่ดงโฮเพื่อคาดโทษ

“ก็มันเล่นนอกบท ให้พี่ทำไงวะ”

“แต่อ้วนก็ไม่น่าจะไปต่อยเขาแบบนั้นนี่”

“ควานลิน พี่ยอมให้เราจูบจริงก็เกินพอแล้วนะ ทำไมพี่ต้องเห็นว่ามันกำลังพยายามจะทำเหี้ยอะไรใส่ เมีย พี่อีกอ่ะ” ร่างสูงสาธยายออกรัวและเร็วเพราะความโมโห

“พี่แบคไม่กลัวเป็นข่าวหรือ แล้วอีกอย่างพี่ก็จะคัมแบคแล้ว เรากลัวจะมีผลกระทบต่อพี่นะ”

“ช่างแม่งดิ”

“อ้วน อย่ามาพูดแบบนี้นะ”

“เออ ขอโทษ”

ผมถอนหายใจออกมาเบาๆพร้อมกับพาร่างของตัวเองเดินตรงไปยังร่างสูงแล้วสวมกอดคนตรงหน้าทันที ดงโฮผงะเล็กน้อยก่อนกอดตอบผมร่างสูงกระชับอ้อมกอดพร้อมกับจูบลงตรงที่ข้างขมับของผม

“แล้วถ้ามีข่าวออกมาจะทันยังไง” ผมเงยหน้ามองก่อนที่ร่างสูงจะก้มลงมามองสบตาผมเช่นกัน

“เชื่อใจพี่นะ”

“อือ เรารักพี่นะ”

“พี่ก็รักเราเหมือนกัน”


ด่วน!! พาดหัวใหญ่เช้านี้

ข่าวด่วนจากวงในร้อนๆมาแล้วจ้า ข่าวมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ของไลควานลิน ทีมงานเม้าท์กันให้แซ่ดว่าตอนที่เจ้าตัวเข้าฉากกับเอ้อหลางเสิน เขาเม้าท์กันว่าจูบจริงด้วยนะจ๊ะ แต่จู่ๆมีชายหนุ่มรูปร่างคุ้นตา ขวัญใจหญิงชาย คับคล้ายคับคานักร้องหนุ่มหุ่นแซ่บนามว่าคังดงโฮเข้ามากระชาก พระเอกหนุ่มออกมาก่อนจะปล่อยหมัดตรงเข้าไปยังหลางเสินก่อนที่จะจูงมือหนุ่มน้อยไลควานลินหายเข้าไปยังห้องพักกันสองต่อสอง ยังไม่รู้ว่าเหตุเกิดจากอะไร ต้องรอให้เจ้าตัวเขาออกมาตอบคำถามเรื่องความสัมพันธ์ของเจ้าตัวและหนุ่มน้อยควานลินแล้วแหละจ้าว่าไปถึงขั้นไหนอะไรยังไง


ผมกดออกจากหน้าข่าวกอสซิปวงการดาราก่อนที่จะกดเข้าไปยังเบอร์ของพี่ดงโฮ รอสายเพียงไม่นานนักปลายสายก็ส่งเสียงตอบรับกลับมา ผมมั่นใจว่าพี่ดงโฮยังไม่เห็นข่าวนี้แน่ๆ เพราะน้ำเสียงที่กรอกลงมาผ่านสายโทรศัพท์ฟังดูยังไม่รู้ร้อนรู้หนาวแต่อย่างใด

“พี่แบค เห็นข่าวหรือยัง”

(ข่าว...อะไร)

“ก็ข่าวเรื่องวันนั้นไง พี่แบค ทำยังไงดี” ผมเริ่มร้อนลนใส่ปลายสาย

(ใจเย็นๆ เดี๋ยวพี่จัดการเอง ไม่ต้องห่วงนะ)

“จะดีหรือ”

(พี่บอกว่ายังไง ให้เชื่อใจพี่ไม่ใช่หรือ) ผมพยักหน้าเบาๆก่อนที่จะกดปิดสายแล้วกดเข้าแอพพลิเคชั่นนึงเพราะมีโนติของพี่ดงโฮดังขึ้นมา

 


IG: Realbaekho

สวัสดีครับ ผมคังดงโฮนะครับ ข่าวที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับบุคคลที่ 3 ผมขอไม่พูดรายละเอียดที่เกิดขึ้นเพราะกลัวจะไปกระทบกับอีกฝ่าย และผมจะมีชี้แจงในส่วนของผมเท่านั้นจะไม่พาดพิงถึงอีกคนนะครับ ผมจะมาบอกกับทุกคนว่าผมและไลควานลิน เราต่างมีความรู้สึกดีๆให้กับกันและเราตกลงที่จะคบหาดูใจกันใจฐานะแฟน ผมต้องขอบคุณแฟนๆและผู้สนับสนุนของผมทุกคนที่เข้าใจ และผมต้องขอโทษสำหรับคนผิดหวังในตัวผมเช่นกัน ขอโทษจากใจจริงความผิดทั้งหมดที่เกิดขึ้นผมขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวไม่ได้เกี่ยวกับไลควานลินแต่อย่างใด

                                                                                    คังดงโฮ



#articleholin


*****************

แด่โมเม้นเหือดแห้งของเราชาวเรือค่ะ การจัดหน้ากระดาษมันดูแปลกๆนิดนึงนะคะ ฮื่อออ ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะถึงมันจะไม่สนุกก็ตาม ;-;

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #10 baekhoismysmile (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 01:30

    กรี๊ดดดดดดดด พี่ดงโหหหหหหหหห้ แรงมากกกก รุนแรงมากกกก ตามไปจีนจริงๆด้วยเลยได้มั้ยยย;-; ขอโมเม้นจริงๆโหน่ยค้าบบบ เป็นกำลังใจให้คุณไรท์นะค้าาาา ✌????✌????

    #10
    0
  2. #9 นางสาว แก้มป่อง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 22:35
    สุดยอดมากค่าาาา 😍
    #9
    0