[OF/SF] Article of love Holin

ตอนที่ 2 : The Tarot 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    23 เม.ย. 62



.

.

.

.

.

.

.


ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้

 


Kuanlin part:


“อิหลินนน นะๆๆๆๆ มึงไปเป็นเพื่อนกูหน่อย จะวันเกิดแพแล้วนะมึง” แดฮวีเพื่อนตัวเล็กของมักจะออดอ้อนเป็นอย่างนี้ประจำเวลาที่ตัวเองอยากจะได้อะไร หรือต้องการอะไรสักอย่างจากคนรอบข้าง


 

“ไม่เอา แดฮวีก็รู้ว่าน้องไม่ชอบคนเยอะ” ด้วยความที่ผมเป็นลูกคนเล็กของครอบครัว ผมมักจะติดแทนตัวเองว่าน้องเสมอ รวมไปถึงคนที่สนิทด้วย จนตอนนี้ใครต่อใครหลายคนก็พากันเรียกผมว่าน้องกันไปซะหมด ความจริงผมไม่ค่อยจะชอบสักเท่าไหร่เลยอ่ะมันไม่เท่ห์!


 

 “นะ อิน้องง นะๆๆๆ” เพื่อนของผมมันเริ่มจะเอาหัวเล็กๆทุยๆของมันมาถูกับแขนผมไปมา เริ่มมาแล้วครับลูกอ้อนขั้นสุดยอดของแดฮวี และใช่ครับครั้งนี้ผมต้องเป็นฝ่ายแพ้เจ้าเพื่อนตัวดีอย่างเช่นเคย


 

 “อืออ ก็ได้ แต่เร็วๆนะ”


 

“เย้ น้องน่ารักที่สุด” เพื่อนตัวดีเขย่งตัวขึ้นมาหอมแก้มของผมดังฟอดใหญ่ แล้วมันก็ดันหัวเราะชอบใจที่สามารถแกล้งผมได้ หึ้ย! ฝากไว้ก่อนเถอะครั้งหน้าผมเอาคืนแน่ๆ

 


แดฮวีและผมเลือกของงที่คิดว่าจะเอาไปเป็นของขวัญวันเกิดให้กับคนสำคัญของแดฮวี ผมช่วยแดฮวีเลือกแล้วเลือกอีกก็ยังไม่ถูกใจเพื่อนตัวเล็กสักที อันนั้นก็ไม่ดี อันนี้ก็ไม่ดี ผมไม่ค่อยชอบสถานที่ที่มีคนเยอะๆสักเท่าไหร่ เริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมาทุกที ให้ตายเถอะ ผมไม่ชอบจริงๆเลย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่แดฮวีจะเลือกของได้สักที ผมอยากจะกลับบ้านไปอาบน้ำที่เต็มทีแล้ว เหงื่อออกเต็มตัว เริ่มเหนียวนิดๆแล้ว


 

“อีกนิดนึงนะมึง ทำไมของมันเลือกยากจังวะ”


 

“สรุปว่าแดฮวีจะเอาอะไรเป็นของขวัญแพอ่ะ”


 

“ไม่รู้อ่ะ แหะๆ” ผมได้แต่ส่ายหน้าเบาๆให้ความเรื่องมากนิดๆหน่อยแดฮวี


 

“กูคิดออกแล้วว่าจะเอาอะไรเป็นของขวัญแพ” ผมเผลอยิ้มร่าออกมาพลางจูงมือเพือนตัวเล็กเข้าไปยังร้านจิวเวอรี่ที่อยู่ไม่ไกล ผมว่าสร้อยคอนี่แหละเหมาะกับแพที่สุด ไม่ถูกเกินไปแล้วก็ไม่แพงเกินไปและดูเหมือนเพื่อนตัวเล็กของผมก็จะชอบเสียด้วยสิ ทำไมผมฉลาดแบบนี้ล่ะ อิอิ

 


ผมกับแดฮวีกึ่งเดินกึ่งวิ่ง ลากจูกกันมาจนถึงร้านจิวเวอรี่แล้วก็ต้องสะดุดกับร่างใครบางคนที่คุ้นเคยจนไม่คิดว่าชาติหน้าจะได้พบหน้าเขาอีก เขาคนนั้นยืนอยู่ข้างในร้านจิวเวอลี่กับใครอีกคนที่ผมไม่รู้จัก แดฮวีที่กำลังเดินตามหลังผมมาไม่ทันได้ระวังชนเข้ากับข้างหลังผมเต็มๆจนคนตัวเล็กถึงกับยกมือขึ้นมาคลำตรงหน้าผาก


 

รู้สึกแปลกๆตรงใจจังเลยแหะ ไม่อยากเข้าใจอยู่ตรงนั้นเลย ผมคว้ามือเพื่อนตัวเล็กข้างๆเตรียมที่จะเดินออกมาจากตรงนั้นแต่เพื่อนตัวดีของผมมันดันขืนตัวนี่สิ มึงไม่เห็นข้างในหรอวะดูดีๆสิ กูไม่อยากเข้าไปตรงนั้น พระเจ้าครับช่วยผมด้วย ผมไม่อยากเห็นอะไรแบบนี้ ขอให้คำอ้อนวอนของผมเป็นจริงๆได้ไหม พระเจ้าครับ ผมเจ็บตรงอกข้างซ้ายจังครับ พระเจ้าได้ยินเสียงอ้อนวอนของผมไหม

 


“อิหลินมึงเป็นอะไร ไหนบอกจะมาร้านนี้แต่ไม่เข้า อะไรของมึง!!” แดฮวีที่ยังไม่รู้เรื่องราวอะไรก็ตะโกนด่าผมขึ้นมาเบาๆ จนสายตาของมันเหลือบมองไปยังร้านจิวเวอรี่ตรงนั้น ภาพที่เห็นด้านหน้าคือชายคนนั้นที่ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับผู้หญิงคู่นึงเขากำลังหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ชายหนุ่มที่ผมคุ้ยเคยเขาหยิบสร้อยคอเส้นงามเส้นนั้นแล้วบรรจงใส่ให้กับผู้หญิงคนนั้น แล้วสิ่งที่ผมไม่อยากเห็นมากที่สุดคือเขาหอมแก้มกันอยู่ตรงนั้น


 

ใช่ครับผู้ชายคนนั้นเขาคือพี่ซองอู เขาเป็นแฟนเก่าของผมเองเขาเพิ่งจะบอกเลิกกับผมไปเมื่อวันก่อน พี่เขาให้เหตุผลกับผมว่าผมยังเด็กเกินไปเป็นพี่น้องกันดีที่สุด เหอะๆ ตลกนะครับ พี่น้อง คำๆนี้ยังดังก้องอยู่ในโสตประสาทหลอกหลอนผมอยู่อย่างนั้น พี่น้องบ้าอะไรวะนอนเอากันได้ด้วยแปลกดีจังเลยว่าไหมครับ


 

อยู่ดีๆเจ้าเพื่อนตัวดีของผมก็ลากแขนผมเข้าไปข้างในร้านจิวเวอลี่เฉย นี่มันจะทำอะไรของมันอ่ะแดฮวีก็รู้นี่ว่าผมไม่อยากจะเจอหน้าพี่ซองอู ไม่อยากที่จะเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจแบบนี้ผมจะทำยังไงต่อไปดี

 


“ไอ้พี่เหี้ย นี่มันคืออะไร” แดฮวีตะโกนและชี้หน้าด่าพี่ซองอูโดยที่มืออีกข้างยังคงจับมือผมแน่ ผมก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตากับคนนั้น ใครก็ได้พาผมออกไปที แดฮวีพาเราออกไปจากตรงนี้ทีก่อนที่ผมจะรับไม่ไหว

 


“อ้าว ว่าไงแดฮวี สวัสดีหลิน สบายดีไหม” พี่ซองอูทักผมและแดฮวีอย่างอารมณ์ดี พี่แม่งไม่รู้สึกอะไรหน่อยหรอวะ


 

“ไม่ต้องมาตอแหลทำเป็นพูดดี”


 

“น้องแดฮวีครับ ทำไมพูดกับพี่อย่างนี้ พี่เป็นรุ่นพี่เรานะ”

 


“เหอะ! ตอแหลชิบหาย คนเหี้ยไรอะ นอกใจคนอื่นแล้วยังมาลอยหน้าลอยตาอยู่ได้ แม่งโคตรเหี้ย”


 

“นี่น้องคะ พูดให้มันดีๆ ใครนอกใคร ตลกป่ะ พี่รู้เรื่องของน้องหลินแล้วนะ พี่ซองอูเขาไม่ได้คิดอะไรกับน้องไม่ใช่หรอ จะมาเรียกร้องเอาอะไรเอ่ย”


 

“ไม่เอาสิคะมุก พี่ว่าน้องเข้าต้องเข้าใจผิดอะไรแน่ๆ ไม่หัวร้อนนะคะคนดีเดี๋ยวไม่สวยนะ” พี่ซองอูหันไปหาผู้หญิงคนนั้นที่ชื่อมุกแล้วใช้สายตาที่อ่อนโยนมองผู้หญิงคนนั้น สายตานั้นที่ผมไม่เคยเห็น ผมรู้สึกจุกตรงหน้าอกข้างซ้ายจังเลย ผมกระตุกมือแดฮวีเบาๆ เพื่อนตัวดีของผมหันมามองหน้าแล้วผมก็พยักหน้าตอบกลับไป

 


“พวกมึงสองคนจำไว้นะว่าวันนี้มึงแย่งพี่ซองอูมาจากเพื่อนกูได้ วันหน้ามึงก็จะโดนแย่งไปเหมือนกัน ขอให้พวกมึงรักกันนานๆ เหี้ยต้องอยู่กับเหี้ยมันเหมาะกันอยู่แล้ว” แดฮวีจูงมือผมออกจากร้านจิวเวอลี่สายตาผมตอนนี้พล่าเลือนไปหมดมองไม่เห็นทางข้างหน้า

 

 

 

 “มึงไหวมั้ยหลิน แม่งเอ๊ย เลิกกับมึงยังไม่ทันถึงอาทิตย์ก็มีใหม่แล้ว จิตใจแม่งทำด้วยอะไรอ่ะ กูนี่แม่งอยากจะชกหน้ามันจริงๆเลย ไอ้ชิบหาย โมโหโว๊ยย!!!

 


“นะ น้ออ..ง..อยากกลับบ้าน” น้ำเสียงของผมที่เปล่งออกไปมันเริ่มสั่นเครือ น้ำตาที่ผมกักเก็บไว้เริ่มที่จะล้นและไหลเป็นสายออกมา  



“อิน้องงง ไม่เอา อย่าร้องสิ เดี๋ยวกูก็ร้องตาม”


 

“พาน้องกลับบ้านนะ ฮึก น้องไม่อยากอยู่แล้ว”


 

“เออๆๆ กลับบ้านกันนะ” คนตัวเล็กล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าพร้อมกดเบอร์โทรออกที่คุ้นเคย แดฮวีพยายามติดต่อแพให้มารับทั้งผมและตัวเองกลับบ้าน ผมรู้สึกว่ามันเจ็บไปหมดทั้งใจ หมดแรงที่จะเดินแทบจะทรุดอยู่ตรงนั้น นี่เขาเรียกว่าอะไรหรอ เสียงที่ผมภาวนามันส่งไปไม่ถึงพระเจ้าใช่ไหม ผมเจ็บจังเลย

 

 

“มาแล้ววว เฮ้ยยย ไอ้หลินเป็นอะไร” แพที่เพิ่งเดินเข้ามาเห็นที่กำลังร้องไห้อยู่ แพไม่เคยเห็นผมร้องไห้หนักขนาดนั้นมาก่อน ครั้งล่าสุดที่จำได้คือตอนที่หมาตัวโปรดของผมได้ตายจากไปแต่ก็เมื่อนานมาแล้ว แพเคยเห็นแต่มุมเข้มแข็งของผม ผมไม่เคยอ่อนแอให้ใครเห็น ผมไม่เคยเสียน้ำตาให้กับอะไรได้ง่ายๆ แต่ไม่ใช่กับครั้งนี้ผมรับไม่ไหวจริงๆ

 


“ก็ไอ้เหี้ยพี่ซองอูอ่ะดิ แม่ง!


 

“ไม่เอาพอแล้ว น้องไม่อยากได้ยิน”


 

“ไว้เดี๋ยวเราเล่าให้ฟังนะแพ แต่ตอนนี้พาอิน้องกลับบ้านก่อน คนมองเต็มแล้ว”

 



***


 

ผมนั่งเงียบมาตลอดทางไม่ต้องบอกก็บรรยากาศภายในรถมันน่าอึดอัดแค่ไหน ได้ยินแต่เสียงสะอื้นดังเป็นระยะ แพจินยองช้อนตาขึ้นมองผมผ่านกระจกมองหลังพลางสลับหันกลับไปมองที่แดฮวี เพื่อนตัวจ้อยไม่รู้อะไรทั้งสองคนพยักหน้าเป็นอันรู้กันว่าเวลานี้ควรปล่อยให้ผมที่นั่งร้องไห้เจียนจะขาดใจ ให้ได้นั่งคิดทบทวนอะไรคนเดียวสักพัก


 

ไม่นานนักรถคันสีดำของแพก็แล่นเข้ามายังคอนโดยังคอนโดหรูใจกลางเมืองที่ราคาแพงหูฉี่ก่อนที่รถจะเคลื่อนไปจอดยังลาดจอดรถชั้นที่ 4 เหมือนทุกที เจ้าเพื่อนตัวจ้อยเป็นฝ่ายที่ลงมาเปิดประตูด้านข้างของผม ผมได้แต่นั่งเหม่อไม่รับไม่รู้สิ่งต่างๆรอบตัวอีกต่อไป ในหัวคิดวนแต่เรื่องราวเดิมๆซ้ำๆไปมา ผมรู้สึกตัวอีกครั้งตอนที่เจ้าตัวจ้อยสะกิดเป็นสัญญาณให้ผมลงจากรถได้แล้ว


 

เสียงลิฟต์ตัวเดิมส่งเสียงร้องเพื่อเป็นสัญญาณว่าถึงชั้น 11 แล้ว ประตูลิฟต์เปิดออกแต่ผมยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มันหมดแรงที่จะก้าวเดินอีกต่อไป แดฮวีที่เดินนำออกไปก่อนหันกลับมามองผมอย่างเห็นใจ เจ้าพื่อนตัวจ้อยคว้าข้อมือของผมและจูงมือผมเดินออกจากลิฟต์ ผมมองทอดสายตาไปยังทางเดินที่ยาวจนสุดทางเดินแล้วพาตัวเองเดินไปจนถึงหน้าห้องพักที่อยู่ไม่ไกล

 

 

“หลิน คีย์การ์ดมึงอยู่ไหน”

 


“.....”


 

“อิหลินกูถามมึงได้ยินไหมเนี่ย”  แดฮวีตะเบ็งเสียงให้ดังขึ้นกว่าเก่าจนผมสะดุ้ง

 


“หะ เมื่อกี้มึงว่ายังไงนะ”


 

“กูถามว่าคีย์การ์ดห้องมึงอยู่ไหน”


 

“อยู่ในกระเป๋าเดียวกูหาให้”


 

ผมพูดจริงๆว่าตอนที่แดฮวีเรียกผมไม่ได้ยินแม้แต่เสียงอะไรเข้ามาเลยจริงๆ ผมควานหาคีย์การ์ดที่อยู่นกระเป๋าพลางนึกไปถึงเรื่องที่เจอในวันนี้น้ำตาของผมก็พาลจะไหลออกมาอีกแล้ว น้ำใสๆหยดโดนหลังมือผมต้องรีบเช็ดออกแต่ไม่รู้ว่าแดฮวีและแพมันนจะสังเกตุเห็นหรือป่าวนี่สิ


 

“เอามานี่หลิน เดี๋ยวเราหาเอง ถ้าให้หลินหาวันนี้คงได้นอนเป็นเพื่อนยุงแน่ๆ” แพจินยองพูดติดตลกเพื่อจะให้ผมยิ้มหรือหัวเราะบ้างแต่ก็ไม่ได้ผม น้ำตามันเริ่มเอ่อออกมาอีกแล้ว ผมนี่ขี้แยจริงๆ ผมไม่อยากอ่อนแอแบบนี้เลย


 

 “น้องขอโทษนะ ที่น้องช่วยอะไรแดฮวีกับแพไม่ได้เลย” ผมก้มหน้านิ่งๆ น้ำตาไหลออกมาอาบสองแก้ม ร้องไห้จนตาบวมปิด แดฮวีได้ยินคำตัดพ้อจากผมเลยจัดการตีไปที่แขนของแพหนึ่งทีเพื่อเป็นการทำโทษที่แฟนตัวเองเผลอพูดอะไรที่ทำให้ผมสะเทือนใจออกมา


 

แพได้แต่ยิ้มแหยๆให้ผมก่อนที่จะกลับไปหาคีย์การ์ดในกระเป๋าต่อ คีย์การ์ดถูกทาบลงกับแทบแม่เหล็กหน้าประตู เสียงหน้าปลดล็อคของประตูดังขึ้น แพผลักประตูห้องพักของผมเข้าไปอย่างคุ้นชิน แดฮวีเกาะแขนประคองผมเข้ามายังโซฟาได้ในห้องนั่งเล่น


 

“แดฮวี”


 

“หืม ว่าไง”


 

“กูอยากปลดปล่อยว่ะ” ผมตัดสินใจคิดในสิ่งที่คิดไว้ออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูสั่นเครือ


 

“อะไรของมึงอิหลิน”

 


“นะแดฮวีนะ นะแพนะ น้องอยากดื่ม ดื่มเป็นเพื่อนน้องที” ผมมองไปที่แดฮวีและแพจินยองที่นั่งอยู่ข้างๆกัน ผมเริ่มที่จะใช้ลูกอ้อนแบบที่ผมถนัดบ้าง พวกนั้นชอบบอกว่าเวลาผมอยากจะได้อะไรหรืองอแงเมื่อไหร่ผมจะเริ่มอ้อนและงอแงยังกับลูกแมวยังไงอย่างงั้น


 

 เจ้าเพื่อนตัวจ้อยสบตาเข้ากับจินยองแฟนหนุ่มเมื่อไหร่ที่ผมคนนี้เริ่มทำคลอเคลียเป็นลูกแมวอีกไม่นานพวกนั้นต้องใจอ่อนตามใจผมแน่ๆ และครั้งนี้มันก็ได้ผลอีกเช่นเคย



“เอออ ก็ได้ แต่วันนี้ไม่ดึกนะ” จินยองตบปากรับคำกับผม เห็นไหมผมบอกแล้วว่าแดฮวีและแพจะต้องตามใจ ผมส่งยิ้มบางๆ กลับไปให้แดฮวีและจินยองเป็นการขอบคุณ


***


Dongho part:


“ไอ้ดงโฮ ทำไมมาช้านักวะ” มินฮยอน เพื่อนในกลุ่มคนนึงทักขึ้นเมื่อผมก้าวขามาและหย่อนตูดนั่งที่โต๊ะประจำของพวกผมในร้านแห่งนี้ ร้านเหล้าเล็กๆตกแต่งด้วยสไตล์ที่ทันสมัยเหมาะสำหรับการนั่งชิลสั่งสรรค์ระหว่างเพื่อนฝูง หรือไว้แฮงเอาท์กันหลังเลิกงานของพนักงานบริษัทต่างๆในย่านนั้น


 

“ก็กูติดลูกค้า” ผมยกแก้วแล้วจัดการน้ำสีเหลืองกลืนมันลงไปผ่านลำคอ ตอนนี้ท้องผมมันเริ่มจะร้อนวูบวาบไปด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ชั้นดีที่อยู่ในแก้ว

 


“นี่มึงยังไม่เลิกอาชีพนั้นอีกหรอวะ”


 

“กูคิดว่าไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนนี่หว่า ก็ทำไปเรื่อยๆอ่ะ ได้เงินกินหนม อีกอย่างกูอยู่ว่างๆด้วย”


 

“เออๆ ตามใจมึง” มินฮยอนมันตบบ่าผมเลาๆก่อนที่มันยกแก้วเหล้าของตัวเองเข้าปาก พร้อมกับหยิบของขบเคี้ยวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย


 

“เออ ดงโฮเมื่อไหร่มึงจะมีแฟนสักทีวะ กูจำได้ตั้งแต่รู้จักกับมึงมากูไม่เห็นมึงจะคบใครเลยนี่หว่า” อาร่อนพี่ใหญ่ประจำกลุ่มเป็นคนเปิดประเด็นทำให้คนทั้งกลุ่มหันมาสนใจที่ผมเป็นสายตาเดียว


 

“มันเป็นพระพี่ไม่รู้หรอ โดนตัวสีกาไม่ได้” จงฮยอนพูดเสริมพี่อาร่อนขึ้นมา ไอ้นี่มันชักจะมากไปแล้ว ผมหยิบถั่วเม็ดนึงที่อยู่ในจานปาไปที่มินกิ ทำเอาทั้งกลุ่มระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน


 

“โถ่พี่ ก็ผมไม่เจอใครทีถูกใจนี่หว่า จะรีบให้ผมมีไปทำไมอ่ะ”


 

“เออๆๆ กูก็อยากให้มึงมีแฟนกับเขาบ้าง ไม่เหงาหรอมึง”


 

“ไม่อ่ะพี่”


 

“ถ้ามึงอยากแล้วมึงจะปลดปล่อยยังไงวะไอ้ดงโฮ”


 

“ไอ้เหี้ยเจ ใครจะไปคิดจังรี้จังไรเหมือนมึง”


 

ยังคงไอ้จงฮยอนคนเดิมที่คอยกระเซ้าเย้าแหย่ให้ผมหัวเสียอยู่ตลอด แต่ครั้งนี้บอกได้เลยว่าไม่มีทาง หึ! หวังจะมาปั่นประสาทคนอย่างดงโฮยังเร็วไปหน่อยว่ะโทษที

 

 

ผมได้แต่ส่ายหัวให้กับความคิดทุเรศๆของเพื่อนตัวดี จนเวลาล่วงเลยไปเท่าไหร่ไม่รู้ ผมรู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะมึนๆหัวเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ถูกส่งเข้าปากอย่างต่อเนื่องราวกับเป็นน้ำเปล่า ผมจึงพักการยกแก้วแล้วเริ่มต้นที่จะกวาดสายตามองไปยังกลุ่มผู้คนที่เต้นกันอยู่กลางฟอลด้วยฤทธิ์แอลกอฮอลเช่นเดียวกับผมในตอนนี้ แต่สายตาเจ้ากรรมของผมดันไปหยุดอยู่ที่คนๆนึงที่คุ้นตา รูปร่างผอม ร่างทรงองเอวคล้ายๆกับผู้หญิงซะเหลือเกิน ผิวที่ขาวราวกับน้ำนมของคนๆนั้นเมื่อปะทะกับแสงไฟสลัวๆบวกด้วยฤทธิ์ของน้ำเมาที่เจ้าตัวดื่มเข้าไปมันยิ่งขับให้ผิวน้ำนมของหนุ่มน้อยมีออร่ากว่าเดิมเสียอีก


 

ผมเผลอมองเด็กหนุ่มแบบไม่ละสายตาจนเจ้าตัวจับสังเกตได้ เด็กหนุ่มเจ้าของร่างบางนั้นหันกลับมาสบสายผมพอดิบพอดี เราจ้องกันไปมาอย่างไม่ลดละและก็เป็นเจ้าเด็กน้อยคนนั้นที่เป็นฝ่ายหลบสายตาผมไปก่อน ผมติ้งต่างออกมาเองว่าเจ้าเด็กคนนี้ต้องเป็นของผมจองก่อนใครก็ห้ามยุ่งทั้งนั้น ผมยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจตอนนี้เจ้าตัวหน้าแดงกร่ำไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์หรือว่าเขินผมกันแน่


 

“มองเหี้ยไรอยู่วะ”


 

“เสือก”


 

“โอ้โห ไอ้เหี้ย ขึ้นเลยๆๆ เจออะไรเด็ดๆแล้วไม่แบ่งเพื่อนฝูง ใจดำชิบหาย” ไอ้มินฮยอนบ่นโอด น่ารักน่าทะนุถนอมขนาดนั้นใครจะไปแบ่ง อยากจะเก็บไว้ดูคนเดียว ไม่อยากให้ใครเห็น หวงโว๊ยยย!!


 

 

หลักจากต่อปากต่อคำกับไอ้เพื่อนตัวดีผมหันกลับไปมองเจ้าเด็กน้อยของผมต่อ เจ้าเด็กน้อยแอบมองผมเป็นระยะๆเหมือนกัน มีวิธีไหนที่ทำให้ผมเข้าไปสนิทกับเจ้าเด็กได้บ้าง ไม่อยากแค่นั่งมองอยู่ตรงนี้เฉยๆ เจ้าเด็กกระซิบกระซาบกับเพื่อนก่อนที่จะลุกเดินออกจากโต๊ะไป


 

 

“เดี๋ยวกูมานะ”


 

“ไปไหนอ่ะ”


 

“ไปสูบบุหรี่ เดี๋ยวมา”


 

“ให้กูไปเป็นเพื่อนป่ะ”


 

“ไม่ต้องๆๆ กูไปแปปเดียว”


 

“เออๆๆ รีบไปรีบมานะมึง”


 

ผมรีบเดินออกจากโต๊ะตรงที่ยังหลังร้านหยิบมวนบุหรี่จากซองสีเทาและอัดสารนิโคตินเข้าสู่ปอดอย่างคุ้นเคยกับมันดี ผมก็ได้ยินเสียงสะอื้นของใครบางคนที่ดังไม่ไกลจากตรงที่ผมยืนสักเท่าไหร่นัก ผมตัดสินใจทิ้งก้นบุหรี่ลงกับพื้นและเดินตามไปยังต้นเสียงที่อยู่ห่างออกไป


 

“ฮึก ก”



เสียงร้องไห้ปนกับเสียงสะอื้นปานจะขาดใจของใครบางคนมันกลับทำให้ผมหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก ผมเดิมมาถึงต้นตอของเสียงแล้วก็ได้เจอกับเจ้าเด็กน้อยคนนั้นที่หลบมุมมาร้องไห้อยู่ตรงข้างหลังร้านตรงนี้


 

“นี่ นายน่ะ” เจ้าเด็กน้อยรีบเอามือปาดคราบน้ำตาที่อยู่บนหน้าตนก่อนที่จะหันหลังกลับมาเจอกับผมที่อยู่ซ้อนหลัง ผมได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวของเจ้าเด็กน้อย กลิ่นที่ทำให้ผมอยากจะเข้าไปสัมผัสเสียเหลือเกิน ไม่ได้นะไอ้ดงโฮ มึงอยากมาทำอนาจารกับเด็ก


 

“พี่...หมอดูคนนั้น” เด็กน้อยพูดปนเสียงสะอื้น


 

“ใช่ ผมเอง แล้วนายมาทำอะไรอยู่ตรงนี้” เจ้าเด็กน้อยก้มหน้านิ่งไม่ตอบคำถามของผม ไหล่สั่นเทาเบาๆทำให้ผมรู้ว่าเด็กน้อยร้องไห้ออกมาอีกแล้ว

 


ผมตัดสินใจคว้าข้อมือของเจ้าเด็กน้อยและพาออกมาจากตรงนั้นและตรงไปยังลาดที่จอดรถของร้าน เมื่อมาถึงรถผมทำการเปิดประตูให้เจ้าเด็กเข้าไปนั่งสงบสติอารมณ์ในรถโดยที่ผมอ้อมมายังฝั่งคนขับและขับรถออกไปยังถนนที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาเพื่อไปยังจุดมุ่งหมาย


 

ระหว่างทางที่อยู่บนรถผม ไม่มีการสนทนาของทั้งผมและเจ้าเด็กน้อยคนนี้เลย เจ้าเด็กยังคงนั่งสะอื้นปริ่มจะขาดใจอยู่อย่างนั้น ผมขับรถเข้ามาแวะพักในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งเพื่อลงไปยืดเส้นยืดเสาย ซื้อขนมขบเคี้ยวครื่องดืมชูกำลังและไม่ลืมที่จะซื้อของมาฝากเจ้าเด็กด้วยอีกนิดเดียวก็ใกล้จะถึงจุดหมายที่ผมตั้งใจจะพาเจ้าเด็กมาแล้ว


 

“กินอะไรหน่อยมั้ย” ผมถามเจ้าเด็กที่ยังคงนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างรถด้วยสายตาที่ไม่บ่งบอกอารมณ์


 

“ไม่ครับ ผมไม่หิว”


 

“ถ้าหิวก็ทานอะไรลองท้องหน่อยนะ พี่ซื้อมาฝากเราอยู่ตรงเบาะหลัง ถ้าหลินหิวก็เอื้อมมือไปหยิบเอานะ” ผมเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเองเพื่อให้เจ้าเด็กไม่ต้องเกร็งมาก ก่อนที่จะเอื้อมมือขึ้นมาขยี้หัวเจ้าเด็กเบาๆ ก่อนที่จะจัดการกับตัวเองให้เรียบร้อยเตรียมที่จะขับรถมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย


 

 

เจ้าเด็กน้อยทีผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักตลอดทางได้ผลอยหลับไปเมื่อสักครู่ จะว่าไปเวลาหลับก็ดูน่าเอ็นดูเหมือนกันนะ แก้มที่ย้วยเป็นลูกซาลาเปา ปากเล็กๆสีเดียวกับผลเชอร์รี่ ใบหน้าที่ได้รูป ไหนจะตาแป๋วๆนั่นอีกมันทำให้ก้อนเนื้อด้านซ้ายมันทรยศเต้นไม่เป็นจังหวะทุกครั้งที่เผลอไปสบตาคู่นั้นเข้า


 

 

ผมมาถึงที่หมายทันก่อนที่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นพอดี จอดรถเลียบชายหาดชื่อดังแห่งหนึ่ง ผมหันไปมองเจ้าเด็กที่ยังคงหลับปุ่ยจนถึงตอนนี้และเริ่มสังเกตใบหน้าของเจ้าเด็กเรียกได้ว่าแทบจะทุกอณู ขอบตาที่บอบช้ำที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ใต้ตาที่คล้ำไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเจ้าตัวจะนอนหลับสนิทบ้างหรือป่าว


 

ไม่นานเจ้าเด็กน้อยขี้แยก็ตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทราพอดี เจ้าเด็กยืดตัวบิดขี้เกียจอยู่ 2-3 ที พลางปรับโฟกัสสายตาให้มองเห็นชัดเจนขึ้น เจ้าเด็กน้อยทำหน้างุนงงกับสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เจ้าเด็กหันมามองที่ผมก่อนที่จะขยี้ตาเบาๆจนผมทนไม่ไหวต้องเอามือไปจับเสียก่อนที่ตาเจ้าเด็กจะช้ำไปมากกว่านี้


 

“อย่าขยี้ตาสิหลิน เดี๋ยวตาก็ช้ำหนักกว่าเดิมหรอก” ผมเอ็ดเบาๆจนเจ้าเด็กทำหน้าหงีใส่ผม น่ารัก! น่ารักว่ะ อยากจะจัดฟัดซะตรงนี้ ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นที่สาธารณะนะ หึ!


 

“พี่พาผมมาที่นี่ทำไม”


 

“พามาพักใจมั้ง” เจ้าเด็กหันมามองค้อนใส่ ก็ไม่รู้ว่าจะให้ตอบว่ายังไงนี่หว่า จะให้ตอบว่าใจสั่งให้มามันก็โคตรเลี่ยนเลยอ่ะ


 

เราสองคนนั่งเงียบกันอยู่ในรถจนพระอาทิตย์เริ่มขึ้นมาจากทางขอบฟ้าผมสะกิดให้เจ้าเด็กดู เด็กน้อยดูจะตื่นตาตื่นใจกับแสงแรกของวันอยู่ไม่น้อย ยอมรับครับว่าผมไม่ได้มองพระอาทิตย์เลยมองแต่หน้าเด็กน้อยข้างๆจนเจ้าเด็กจับสังเกตได้และหันมาถลึงตาใส่ผม น่ารักชิบหายเลยว่ะ


 

เวลาล่วงเลยผ่านไปเจ้าเด็กยังคงนอนนิ่งๆบนเบาะที่ปรับเอนสำหรับนอนอยู่บนรถอยู่อย่างนั้น ผมคิดว่าถ้าเจ้าเด็กของผมสบายใจเมื่อไหร่ก็คงพูดระบายอะไรออกมาบ้างไม่มากก็น้อย ไม่เป็นไรรอได้ผมจะไม่คาดคั้นให้คนตรงหน้าพูดอะไรที่ไม่อยากพูดออกมาหรอก


 

“พี่เคยโดนนอกใจมั้ย”


 

“พี่ไม่เคยมีแฟนว่ะโทษที”


 

เจ้าเด็กที่นั่งเงียบอยู่นานก็เป็นคนเปิดบทสนทนาขึ้นมาได้แต่หัวเราะในลำคอเบาๆ มันแปลกตรงไหนที่ผมไม่เคยมีแฟน ก่อนที่เจ้าเด็กจะเริ่มเล่าเรื่องของตัวเองต่อ


 

“ผมแม่งโคตรเสียใจเลยว่ะ...” เจ้าเด็กเว้นวรรคคำพูดก่อนที่จะพ่นลมหายใจออกมาดังเฮือกใหญ่


 

“ผมคบกับผู้ชายคนนึงเขาเป็นรุ่นพี่ผม แรกๆมันก็ไปด้วยดีเขาแทคแคร์ดีมากๆ จนผมคิดว่าต้องคนนี้แหละที่ผมจะฝากชีวิตไว้ แต่แม่งไม่ใช่เลยว่ะพี่ วันนึงพี่เขาเดินมาผมว่าผมยังเด็กเกินไป เขาไม่รู้สึกอะไรกับผมแล้ว เขาอยากกลับมาเป็นพี่น้องกับผมเหมือนเดิม” ผมนั่งฟังเรื่องราวเจ้าเด็กถ่ายทอดออกมาอย่างตั้งใจ แววตาของเด็กน้อยที่สื่ออกมาทางสายตาช่างเจ็บปวดอยู่ไม่น้อยเมื่อต้องนึกถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่ผ่านมา


 

“พี่น้องเหี้ยไรวะพี่แม่งเอากันได้ด้วย ตลกสิ้นดี” เด็กน้อยแค่นเสียงหัวเราะออกมาเป็นเสียงหัวเราะที่ฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ผมมองหน้าเด็กน้อยตรงหน้านิ่งเจ้าเด็กเงยหน้าขึ้นมสบตากับผมอีกครั้งก่อนที่จะเป็นฝ่ายหลบสายตาคู่คมเหมือนอย่างเคย


 

“แล้ว..ให้พี่ช่วยอะไรเราได้บ้าง”  ผมพลั้งปากถามเจ้าเด็กออกไปโดยไม่ทันคิด เด็กน้อยหันควับมาจ้องหน้าผมก่อนที่จะทำหน้าหงึใส่ผมเหมือนเดิม น่ารักจังวะ ตั้งแต่มีเจ้าเด็กอยู่ข้างๆผมพูดคำว่าน่ารักไปกี่รอบแล้วก็ไม่รู้


 

“พี่ช่วยอยู่ข้างๆผมเงียบๆก็พอครับ แค่นี้ผมก็เกรงใจพี่จะแย่แล้ว”


 

“มีอะไรที่พี่พอจะทำให้เราสบายใจมากกว่านี้ได้บ้างหรือป่าว บอกพี่ได้นะหลิน พี่เต็มใจ” ผมเอื้อมมือกอบกุมมือเจ้าเด็กเอาไว้ เจ้าเด็กมองหน้าผมน้ำตาเจ้ากรรมก็ดันไหลออกมาอีกแล้ว ผมรู้สึกหวงแหนเจ้าเด็กน้อยคนนี้จังเลย ไม่อยากจะให้เจ้าเด็กคนนี้ต้องเสียน้ำตาอีกแล้ว


 

มือหนาเช็ดคราบน้ำตาของเจ้าเด็กดวงตากลมแป๋วจ้องมองมาที่ผมอย่างสงสัย เหมือนราวกับว่าผมต้องมนต์สะกดหรือแรงดึงดูดจากคนตรงหน้าผมค่อยๆเคลื่อนใบหน้าและประทับริบฝีปากกับที่อวัยวะเดียวกัน กดจูบริมฝีปากสีเชอร์รี่ฉกชิมน้ำหวานในโพรงปากของเจ้าเด็ก เด็กน้อยเริ่มคล้อยตามแล้วจูบตอบกลับผมส่งลิ้นเล็กเข้ามาในปากผมอย่างไม่ประสีประสาจนเกินเสียงหน้าอายไปทั่วทั้งรถ เจ้าเด็กเริ่มทุบมาที่อกผมประท้วงว่าอากาศในโพรงปากเริ่มที่จะหมด ผมถอนปากออกมาด้วยท่าทีที่อ้อยอิ่งและเสียดาย เจ้าเด็กน้อยอายม้วนเบินหน้าหนีผมออกไปทางหน้าต่าง จนผมต้องจับหน้าของเจ้าเด็กเพื่อให้หันมาประจันหน้ากับผมอีกครั้ง


 

“เป็นพี่ไม่ได้หรอ”


 

“อะไรเล่า!!” เจ้าเด็กน้อยของผมทำเป็นโมโหกลบเกลื่อนรู้แล้วว่าเขิน ไม่วายเจ้าเด็กตีแขนผมอย่างแรงจนขนผมแดงเป็นรอยมือเล็กๆของเจ้าเด็ก คนอะไรตัวนิดเดียวแต่แรงเยอะชะมัด รอให้ได้เป็นแฟนก่อนเถอะพ่อจะฟัดให้จมที่นอนเลยทีเดียว เย็นไว้ไอ้เสือน้องยังเด็กนะโว๊ย


 

“พี่ขอเป็นคนที่เข้ามารักษาหัวใจของเราได้มั้ยหลิน พี่สัญญาว่าจะไม่ทำให้เราเสียใจเหมือนที่เราเคยเจอมา”


 

“...”


 

“นะครับ”


“พี่สัญญากับผมแล้วนะ”


 

“ครับ พี่สัญญา”


 

ผมยกนิ้วก้อยชูขึ้นมาไว้ตรงหน้าของเจ้าเด็กเราเกี่ยวก้อยแทนคำสัญญาใจของกันและกัน ผมไม่รู้หรอกครับว่าอนาคตต่อไปผมกับหลินจะต้องเจอะอะไรบ้าง แต่ดงโฮสัญญาว่าผมจะดูแลหลินให้ดีที่สุดเท่ากับชีวิตของลูกผู้ชายคนนึงจะทำได้


#articleholin


********************************************


จบแล้ววว เปล่งๆมั้ย ไม่งงเนอะ5555 ฮืออ ขอบคุณทุกเม้น ทุกยอดรี้ดนะคะ ตอนนี้พล็อตในหัวมี108 แต่ไม่รู้ว่าจะถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดยังไง ฮือออ แต่เราจะพยายามเขียนออกมาให้ดีที่สุดนะคะ 


ปล.ยังไม่ได้แก้คำผิดเด้อออ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #6 imhymnz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 23:01
    น้องงงงงง สงสารมากคับ ;-; อยากกอดหนู ฮืออ

    พี่ดงโฮต้องดูแลน้องดีๆเลยนะะ!!
    #6
    0