หลักหัวใจ (ตีพิมพ์กับ สนพ.KISSในเครือสื่อวรรณกรรม)

ตอนที่ 7 : เวทมนตร์ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,679
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 357 ครั้ง
    20 มี.ค. 62

ตอนที่ 7 เวทมนตร์

     สตรีวัยเลยกลางคนแต่งกายด้วยชุดเรียบร้อยดูภูมิฐานกวาดตามองไปรอบ ๆ บ้านที่ค่อนข้างรกรุงรังเพราะขาดการดูแล แตกต่างจากครั้งก่อนที่มาเยี่ยมลิบลับ ซึ่งนั่นก็เกือบ ๆ จะสองปีมาแล้ว

     “ตกลงยายปาไปยุโรปกับใครแน่แม่กิ่ง เจ้านงเจ้านายที่ไหน ยายปายังเรียนหนังสืออยู่จะไปทำงานกับใครเรืองฤดีถามด้วยน้ำเสียงเข้มงวด การมาเยี่ยมครอบครัวของน้องชายปุบปับแล้วไม่พบหลานสาวนั้นไม่แปลก แต่การที่หลานสาวไปไกลถึงยุโรปกับใครไม่รู้ตามคำอธิบายของน้องสะใภ้มันทำให้เธอปล่อยผ่านไม่ได้

     “ก็เจ้านาย ปาลินทำงานพิเศษแล้วเจ้านายเขาเมตตาให้มันติดสอยห้อยตามไปด้วย พี่ปิ๋วฟังไม่เข้าใจตรงไหนกิ่งฟ้าอธิบายซ้ำอย่างหงุดหงิด เรืองฤดีหันไปสบตากับสามีด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ เจ้านายที่ไหนจะเมตตาเด็กสาวถึงขนาดนี้ มันชวนให้คิดไปในทางร้าย ปาลินก็ไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่เสียด้วย จัดว่าเป็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักพอตัวทีเดียว

     “จะเข้าใจได้ยังไง ปาไปทำงานพิเศษอะไร เพราะแบบนี้หรือเปล่าถึงไม่ค่อยเข้าเรียน เพื่อนฉันเป็นอาจารย์สอนที่คณะที่ยายปาลินเรียน เขาบอกว่าปาลินแทบไม่ได้ไปมหาวิทยาลัยเลย มันยังไงเรืองฤดีเสียงดังกว่าเดิม การได้บังเอิญพบกับเพื่อนเก่าในงานศพของคนรู้จักทำให้ได้รู้เรื่องน่าร้อนใจ เมื่ออดรนทนไม่ไหวจึงต้องชวนสามีกับลูกเดินทางมากรุงเทพ

     “พี่คิดว่าลำพังค่าเทอมกับไอ้เงินเดือนนิด ๆ หน่อย ๆ น่ะมันพอกินพอใช้ในกรุงเทพหรือไง ปามันก็ต้องทำงานพิเศษจะได้พอมีกินมีใช้ โชคดีเท่าไรแล้วที่แม็กมันฝากงานดี ๆ ให้น้อง แล้วก็ไม่ต้องคิดอกุศลล่ะ เจ้านายปาเป็นผู้หญิง เป็นไฮโซกิ่งฟ้าเล่าเรื่องที่บิดเบือนให้ฟังดูดีกับพี่สาวของสามี  หลังเสียชีวิตสามีทิ้งเงินเก็บเอาไว้ก้อนใหญ่รวมทั้งที่ทางในต่างจังหวัดซึ่งให้คนเช่าทำนามีรายได้เข้าประจำทุกปีทว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การจัดการของเรืองฤดีตามที่เรืองฤทธิ์ได้แจ้งความจำนงเอาไว้ ตั้งแต่สามีจากไปพี่สาวของสามีจะโอนค่าใช้จ่ายในบ้าน เงินเดือน ค่าเทอมของปาลิน และนฤชิตมาให้เป็นประจำ โดยแจกแจงบัญชีมาอย่างละเอียด

     “ถ้ารู้จักใช้ทำไมถึงจะไม่พอ หล่อนมีหน้าที่สอนลูกไม่ให้ฟุ้งเฟ้อ สอนบ้างหรือเปล่าล่ะเรืองฤดีถามเสียงเข้ม ขัดใจมาตลอดกับการใช้ชีวิตอู้ฟู่ของนฤชิตที่ทำเงินได้มากจากอาชีพนายแบบ ซึ่งเรืองฤดีไม่คิดว่ามันจะยั่งยืนอะไร ช่วงที่หาได้ก็ต้องรู้จักเก็บจักออม แต่นฤขิตไม่ใช่หลานแท้ ๆ จะพูดจะสอนอะไรก็ไม่ถนัดนัก ห่วงแต่ปาลินที่อาจถูกพี่กับแม่ครอบงำจนหลงไปกับชีวิตแบบเดียวกัน

     “คนพูดไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้พูดกิ่งฟ้ากระทบกระเทียบ นึกค่อนพี่สาวของสามีที่เที่ยวมาบอกให้ประหยัด อยากรู้เหลือเกินว่าถ้าลองให้มาใช้ชีวิตในกรุงเทพด้วยเงินเท่าที่เรืองฤดีจัดสรรให้ แม่คนขี้เหนียวจะใช้พอไหม

     “ส่วนเรื่องเรียน ปาลินส่งผลการเรียนให้พี่ดูทุกเทอมไม่ใช่เหรอ มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่ แค่ไอ้เพื่อนอาจารย์ของพี่เขาไม่เจอปาที่มหาวิทยาลัย จะมาเหมาว่าหลานเหลวไหลได้ยังไงแม่เลี้ยงของปาลินเอ่ยเสียงแข็ง มั่นใจว่าสาวน้อยไม่มีทางทิ้งการเรียนแน่ ตั้งแต่เล็กจนโตปาลินเป็นเด็กใฝ่เรียนอย่างยิ่ง

     เรืองฤดีนิ่งอึ้งไป เพราะผลการเรียนของปาลินไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างไรจริง ๆ เพื่อนอาจารย์ของเธอบอกว่าถึงแม้ไม่ค่อยเข้าเรียนแต่ปาลินก็คอยตามงานตลอด ส่งงานครบ มาสอบทุกครั้ง

     “เอาล่ะ ปาลินกลับมาเมื่อไรให้รีบโทร.ไปคุยกับฉันแล้วกัน มีปัญหาอะไรจะได้คุยกัน มันลำบากนักหรือไงถึงต้องวิ่งรอกทำงานจนเสียการเรียนเรืองฤดีบอกกับน้องสะใภ้ ในใจแอบกลัดกลุ้ม เงินก้อนที่น้องชายทิ้งเอาไว้นั้นไม่ได้มากมายอะไรอีกทั้งมันร่อยหรอลงเรื่อย ๆ เธอต้องพยายามจัดสรรให้เพียงพอจะดูแลหลาน ๆ จนกว่าพวกเขาจะช่วยตัวเองได้ตามที่รับปากน้องชายเอาไว้

 

     เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นเมื่อร่างสูงใหญ่ที่สวมเพียงเสื้อคลุมทับร่างท่อนบนที่เปลือยเปล่ามีผ้าพันแผลรัดแน่นไต่บันไดขึ้นมาจากเคบินเรือ

     “ไข้ลดแล้วเหรอคนเป็นพี่ถาม หยิบถุงยาโยนโครมลงบนโต๊ะตรงหน้าญาติผู้น้อง กายหรี่ตามองคนที่เพิ่งกลับเข้ามาในเรือ

     “น่ารักดีนะ หน้าคล้าย ๆ เภตราคนเจ็บที่เพิ่งดีขึ้นผุดรอยยิ้มมุมปาก ดาริโอชะงักเท้าที่กำลังจะเดินไปหยิบน้ำดื่มเมื่อได้ยินชื่อที่ไม่ได้ยินมาแสนนานเภตรา เข้าใจในทันทีว่ากายน่าจะหมายถึงสาวน้อยที่ตนเองเพิ่งพาไปส่ง

     “ก็คนเอเชียชายหนุ่มเอ่ยสั้น ๆ คนเอเชียในสายตาชาวตะวันตกดูคล้าย ๆ กันหมด เหมือนกับที่คนเอเชียมองฝรั่งเป็นฝรั่งไปหมดนั่นแหละ

     “เขาชื่อปาลิน คนสนิทของคุณป้า เขาพาหมอมารักษานาย แล้วเมื่อกี้เอายามาให้ดาริโออธิบายมองร่างสูงของคนเจ็บที่น่าจะดีขึ้นมากแล้วเพราะได้ยาฉีดจากหมอไปหลายเข็ม เมื่อไข้ลดกายก็ออกมาเดินเพ่นพ่านทันที

     “จริง ๆ ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่เป็นไข้เวรตะไลหนุ่มไทยแท้แต่เกิดและโตในต่างแดนสบถคล่อง คุ้นชินกับการใช้ภาษาไทยแม้แต่การสบถ เพราะครอบครัวใช้ภาษาไทยเป็นหลัก

     “เป็นไข้มันมีสาเหตุหลายอย่าง พี่ไม่ใช่หมอวิเคราะห์อาการนายไม่ได้ พี่ไม่เสี่ยงให้นายมาติดเชื้อตายหรอกนะ ขี้เกียจหาที่หย่อนศพทิ้งเสียงห้าวบอก ถือขวดน้ำดื่มมาวางตรงหน้าน้องชาย ชีวิตจะไม่ลำบากขนาดนี้เลยหากไม่ต้องพยายามปิดบังการบาดเจ็บของกายจากวงศ์ญาติ กลายเป็นว่าแม้แต่บอดีการ์ดของตนเองดาริโอก็ไม่อาจแพร่งพรายได้ว่ากาย โรแนลคือคนที่เขาช่วยเอาไว้จากการถูกยิงปางตาย ชายหนุ่มเลือกจะขอความช่วยเหลือจากวัลภา ต่อลาภ และนุชรี เพราะรู้ว่าป้า ๆ จะเก็บทุกอย่างเป็นความลับอย่างดี และไม่มีใครบีบเอาความจริงจากปากทั้งสามได้ ในขณะที่บอดีการ์ดของตนเองคงเปิดปากบอกความลับนี้กับบิดาง่าย ๆ

     “เหอะกายทำเสียงในลำคอ สีหน้าดูไม่ยี่หระกับอะไร

     “กลัวตายบ้างนะกาย สุดท้ายในทุกเกมการแพ้ชนะแทบไม่สำคัญเลย คนมีชีวิตอยู่คือคนเขียนประวัติศาสตร์ เท่ากับว่าเขาจะเป็นคนบอกเล่าเรื่องชัยชนะ ต่อให้มันคือคนที่เคยถูกนายกระทืบปางตายก็เถอะ ชัยชนะที่แท้จริงอยู่กับคนที่มีลมหายใจ ฉะนั้นทำอะไรคิดดี ๆพี่ชายเตือนให้ตระหนักถึงความจริง น้องชายถูกลอบทำร้ายปางตายด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องคือกายไปแย่งที่นั่งในผับหรูแห่งหนึ่งกับนักเลงใหญ่ ซึ่งฝ่ายนั้นไม่รู้เลยว่าไอ้หนุ่มเอเชียจอมกวนประสาทผู้นี้คือใคร เกิดการทุ่มเถียงปะทะคารมจนเรื่องลุกลามใหญ่โต กายเล่นงานพวกนั้นจนเสียหน้าแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่กลับถูกตลบหลังลอบทำร้ายปางตาย

     “ถ้าไอ้พวกเวรคนไหนเขียนประวัติศาสตร์ห่าเหวบิดเบือนนายก็เปลี่ยนมันให้ถูกต้องเสียก็จบหนุ่มอารมณ์ร้อนเอ่ยง่าย ๆ อย่าว่าแต่จะแก้ไขประวัติศาสน์ที่บันทึกไว้เลย คนอย่างดาริโออาจจะกำหนดทุกอย่างใหม่ได้ด้วยปลายนิ้ว ศิษย์เอกของแฮกเกอร์ในตำนานผู้สาบสูญย่อมทำอะไรได้มากกว่าที่ใคร ๆ จะคาดคิด เพียงแต่ดาริโอไม่เคยบอกใครว่าเขาทำอะไรได้บ้างเท่านั้น

     “พี่จะทำเฉพาะเรื่องที่อยากทำดาริโอตอบพร้อมแสยะยิ้ม ถึงเป็นน้องก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะยื่นมือเข้าช่วยเสมอไป โดยเฉพาะกับอะไร ๆ ที่มันดูไร้สาระ ถ้ากายยังทำอะไรบ้าระห่ำก็ควรจะได้บทเรียนเสียบ้าง

     “อย่างการเดินไปส่งเด็กรับใช้น่ะเหรอน้องชายไม่วายปากดี เห็นตลอดตั้งแต่สาวน้อยแวะมาและพี่ชายอาสาจะไปส่ง รวมทั้งได้ยินถ้อยคำแสดงความห่วงใย จริงอยู่ที่ดาริโอเป็นคนใจดีและอบอุ่น แต่ก็เป็นเฉพาะกับคนในครอบครัวเท่านั้น ทว่าหนนี้ความใจดีของดาริโอเผื่อแผ่ไปถึงสาวน้อยที่มีสถานะเพียงเด็กรับใช้เลยทีเดียว

     “ปาลินไม่ได้รับใช้ใครทั้งนั้น แล้วตอนนี้เขาก็มีบุญคุณกับนายดาริโอบอกพร้อมพยักหน้าไปที่ถุงยาซึ่งสาวน้อยอุตส่าห์หิ้วมาให้เพราะกลัวว่าคนเจ็บที่เธอไม่รู้จักจะไม่มียากิน ในความกวนประสาท ปากไว และดื้อดึง ยายเด็กดื้อมีน้ำใจยิ่งนัก

     “รู้น่า แต่เด็กนั่นน่ารักดีนะ จิ้มแจ่วดี ดูสบายตากว่าพวกยุโรปคนเป็นพี่ขมวดคิ้วกับคำพูดน้องชาย จิ้มแจ่วอะไรของมัน

     “จิ้มลิ้มหรือเปล่า หน้าตาจิ้มลิ้มน่ะน้ำเสียงของคนกล่าวแก้ให้ก็ดูไม่มั่นใจนัก ทั้งเขาและกายใช้ภาษาไทยกับครอบครัวและในวงศ์ญาติตลอดก็จริง แต่เมื่อก้าวออกจากบ้านภาษาอื่นคือภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า

     “เออนั่นแหละ คำแม่งเยอะคนเจ็บบ่นอย่างหัวเสียขึ้นมาดื้อ ๆ

     “ก็ไม่ต้องพูด พูดแต่คำที่รู้จัก แล้วก็ไม่ต้องไปยุ่งกับคนที่ไม่รู้จักด้วยดาริโอเอ่ยเสียงเรียบ ไม่ค่อยชอบใจนักที่กายสนใจปาลิน เด็กนั่นมีเรื่องวุ่นวายในชีวิตมากพอแล้ว ไม่พร้อมจะเจอมนุษย์มากปัญหาอย่างกายหรอก

     “ทำไมล่ะ นายจะเก็บบางคนเอาไว้ยุ่งคนเดียวหรือไงน้องชายปากดี ทั้ง ๆ ที่เริ่มรู้สึกว่าไข้จะขึ้นอีกแล้ว

     “ไปนอนได้แล้ว ถ้านายไม่ดีขึ้น พี่จะจับส่งโรงพยาบาล ทีนี้ก็นอนรอพ่อนายมาลากตัวกลับอเมริกาเลยดาริโอเอ่ยเสียงเย็น บิดาของกายคงมาพร้อมพายุลูกใหญ่ที่จะถล่มคนที่บังอาจมาทำร้ายลูกชายจนพินาศ ครอบครัวของเขาและญาติ ๆ สายตระกูลอื่นก็คงลุกฮือขึ้นตอบรับช่วยจัดการ แล้วพายุลูกนั้นก็จะพาเจ้าตัวปัญหาพัดหายไปจากยุโรปปิดฉากธุรกิจที่กายกำลังริเริ่ม

     “เหอะ คิดถึงผลประโยชน์ที่ตัวเองจะเสียด้วยนะพี่ชาย อ้อคิดถึงคุณปู่ฟรันซิสโกตอนรู้ว่าพี่วางแผนจะทำธุรกิจแข่งกับราโมเนสด้วยกายย้อน ดาริโอเป็นหุ้นส่วนของเขา ถ้าเขาถูกพ่อล้มธุรกิจพี่ชายก็ต้องได้รับผลกระทบ แล้วไอ้ธุรกิจที่เขากับดาริโอร่วมกันทำมันไปทับซ้อนกับธุรกิจของตระกูลราโมเนสของดาริโอ ญาติผู้พี่คงต้องอธิบายยาวเชียวล่ะ

     “คิดซิ แต่นายก็รู้ว่าถ้าฉันไม่อยากเสียเงิน และไม่อยากให้เรื่องแดงขึ้นมา ฉันก็ทำให้มันเป็นแบบที่ต้องการได้รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากของคนพูด ดาริโอประสานสายตากับน้องชายนิ่ง

     “อย่าลืมว่าฉันมีเวทมนตร์เวทมนตร์ของดาริโอคือความสามารถในการทะลุทะลวงเข้าถึงทุกข้อมูล วิชาที่เขาพากเพียรฝึกฝนมานานนับปีจนได้รับการยอมรับจากครูทั้งสอง

ตอนที่ 7 (ต่อ)

     ปาลินกลอกตามองเพดานห้องพักในโรงแรมหลังต้องฟังคำร้องขอสารพัดจากหนึ่งในสองสาวสุดป่วน

     “ฉันบอกแล้วว่าฉันอยากได้ห้องที่เห็นวิวทะเล ไม่ใช่วิวสวน ต้นไม้โกร๋น ๆ แห้ง ๆ แบบนี้ใครจะไปอยากดู พริตตี้ต้องกรี๊ดแน่ ๆ รักษ์สุดาอ้างคนเป็นเพื่อนเพื่อจะขอเปลี่ยนห้องพัก ปาลินมองข้าวของที่ถูกรื้อมาวางเกลื่อนกลาดแบบไม่น่าเชื่อว่าคนเราจะสามารถทำห้องรกได้ในชั่วข้ามคืนเช่นนี้ แล้วก็นึกสงสัยว่าแม่สาวเจ้าปัญหาไม่เบื่อกับการเก็บข้าวของย้ายห้องพักหรืออย่างไร

     “ห้องเต็มค่ะ เหลือแต่วิวสวนปาลินตอบ ก้มมองหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ ใกล้ถึงเวลาที่เธอต้องออกจากโรงแรมเพื่อไปเอายาให้ดาริโอแล้ว ความไม่ชำนาญในการเดินทางทำให้สาวน้อยต้องเผื่อเวลาเอาไว้พอสมควร

     “จะเต็มได้ยังไง นี่ฉันกดดูแล้วมันยังมีห้องว่างรักษ์สุดายื่นหน้าจอโทรศัพท์ที่เปิดแอปพลิเคชั่นของเอเจนซีจัดหาที่พักชื่อดังให้ดูด้วยวีหน้าเป็นต่อ

     “ฉันคุยกับพริตตี้แล้ว พริตตี้จะพักเฉพาะห้องวิวทะเลเท่านั้นสาวเจ้าปัญหาอ้างเพื่อนรักที่วัลภากำลังไปรับออกจากโรงพยาบาล

     “งั้นก็ให้คุณพริตตี้แจ้งกับคุณวัลภาเองค่ะ ห้องว่างที่คุณเปิดให้ดูมันต้องจองผ่านแอปพลิเคชั่นเท่านั้น ถ้าจองตรงกับทางโรงแรมเหลือแต่ห้องวิวสวน ซึ่งส่วนนี้ดิฉันจัดการไม่ได้ จองผ่านแอปพลิเคชั่นต้องใช้บัตรเครดิตลงทะเบียนซึ่งต้องขออนุญาตคุณวัลภาก่อน อีกอย่างราคาผ่านเอเจนซี่ในแอปพลิเคชั่นเป็นคนละราคากับที่จองตรงกับทางโรงแรม ซึ่งคุณวัลภาได้ส่วนลดพิเศษ เข้าใจไหมคะปาลินพยายามอธิบายทั้ง ๆ ที่เดาว่าอีกฝ่ายไม่มีทางเข้าใจและจะไม่พยายามเข้าใจด้วย

     “แต่เธอดูวิวซิ ต้นไม้มันโกร๋นเห็นไหม มันหดหู่รักษ์สุดายังไม่ยอม

     “ก็นี่ยังอยู่ในฤดูหนาว ยุโรปก็แบบนี้แหละค่ะ มีฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้ร่วง ใบไม่โกร๋น น่าสนใจออกปาลินแสร้งทำเสียงประหนึ่งคนเกิดและโตในยุโรปที่มองเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเรื่องธรรมดา ทั้ง ๆ ที่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาเหยียบอีกซีกโลก

     รักษ์สุดาทำท่าจะโต้กลับ แต่เสียงโทรศัพท์ในห้องพักดังขึ้นเสียก่อน

     “ไปรับซิสาวเจ้าปัญหาบอก เดินไปยืนเชิดอยู่ที่ริมหน้าต่าง ปาลินถอนหายใจจำต้องเดินไปรับสาย นึกหวั่นใจว่าแขกพิเศษของเจ้านายไปก่อเรื่องอะไรหรือเปล่าทางโรงแรมถึงโทรขึ้นมา

     “ฮัลโลทันทีที่รับสายพนักงานก็แจ้งว่ามีคนต้องการจะพูดสายกับตัวเธอ ปาลินขมวดคิ้ว ไม่มั่นใจนักว่าฟังผิดพลาดอะไรหรือเปล่า

     “ผมรออยู่ที่ท่าน้ำของโรงแรมนะ เดี๋ยวจะพาไปเอายาเสียงห้าวคุ้นหูดังขึ้น ปาลินเบิกตากว้าง

     “ได้ยินไหม ผมเอาเรือมารอรับที่ท่าน้ำดาริโอย้ำอีกครั้ง ปาลินชำเลืองมองไปยังสาวน้อยอีกคนในห้อง ขอบคุณเหลือเกินที่ห้องนี้เห็นแต่วิวสวน ขืนเป็นห้องวิวทะเลรักษ์สุดาอาจจะได้เห็นดาริโอตัวเป็น ๆ ก็ได้

     “เดี๋ยวลงไปค่ะแม่สาวเจ้าปัญหาหันควับมาทางปาลินทันทีเมื่อได้ยินอีกฝ่ายตอบกลับปลายสายเป็นภาษาไทย

     “คนของคุณวัลภาค่ะ ดิฉันกับเขาต้องไปทำธุระให้คุณวัลภาปาลินอธิบายหลังวางสาย

     “ดิฉันต้องไปแล้วนะคะ ส่วนเรื่องห้องคุณต้องแจ้งกับคุณวัลภาเอง หรือไม่ก็ใช้บัตรเครดิตของคุณกดจ้องห้องที่ต้องการเลยค่ะแต่จ่ายเองด้วยนะสาวน้อยเอ่ยประโยคสุดท้ายในใจ ก่อนจะเดินไปยังประตู

     “เดี๋ยวก่อนซิ ยายปาลินปาลินเบ้ปากกับบานประตูเมื่อได้ยินเสียงเรียกอย่างไม่สบอารมณ์

     “ดิฉันรีบค่ะ ธุระในตารางวันนี้ยังเหลืออีกยาวเป็นหางว่าว ไปล่ะค่ะเอ่ยจบสาวน้อยก็ผลุบหายออกไปจากห้อง อยากจะแอบเอาหูแนบประตูฟังดูเหลือเกินว่ารักษ์สุดาจะกรี๊ดเหมือนนางอิจฉาในละครไหม แต่เธอต้องรีบไปที่ท่าเรือให้เร็วที่สุด เกิดวัลภากับลภัสธิดามาถึงตอนนี้เป็นได้เจอกับดาริโอพอดิบพอดีแน่

 

     “ปาลินเสียงเรียกชื่อดังจากพ่อหนุ่มผู้สวมหน้ากากที่นั่งอยู่ในเรือลำหนึ่ง เจ้าของชื่อหันควับไปมองจังหวะเดียวกันนั่นเองที่สาวน้อยมองเห็นเรือของทางโรงแรมกำลังจะแล่นเข้ามาเทียบท่า ปาลินหายใจไม่ทั่วท้อง นึกภาวนาให้เรือลำนั้นไม่ใช่เรือที่ไปรับวัลภาและลภัสธิดากลับมา ร่างบางแทบจะถลาลงไปในเรือของพ่อหนุ่มหน้ากากโดยไม่รอความช่วยเหลือจากใคร ไม่ว่าใครจะโดยสารมาในเรือของทางโรงแรมก็ตาม เธอกับดาริโอควรไปให้พ้นก่อนจะดีกว่า

     “รีบไปซิคุณ เดี๋ยวก็ได้เจอคุณพริตตี้หรอกสาวน้อยบอก ตาจับจ้องไปที่เรือลำหรูที่เพิ่งเทียบท่า หัวอกหัวใจเต้นรัวไปหมด ดาริโอที่เหมือนจะเดาท่าทางของสาวน้อยออกรีบออกเรือทันที ตาคมมองคนตัวเล็กที่กลั้นหายใจหลับตาปี๋ตอนแล่นผ่านเรือของทางโรงแรมอย่างอดขันไม่ได้

     “รอดหวุดหวิดชายหนุ่มเอ่ยลอย ๆ แข่งกับเสียงเครื่องยนต์ ปาลินชะเง้อชะแง้กลับไปยังท่าเรือของโรงแรมแต่มองเห็นอะไรไม่ชัดแล้ว

     “คุณวัลภากับคุณพริตตี้จริง ๆ เหรอคนตัวเล็กพ่นลมหายใจอย่างตื่นเต้น ดาริโอยิ้มเฉยไม่ตอบว่าอะไร เพราะก็ไม่ได้จะพยายามมองให้ชัดเหมือนกันว่าใช่หรือเปล่า แค่อยากจะแกล้งแม่ตัวร้ายเล่น

     “พวกเขาเห็นเราไหมปาลินระแวง ไม่ได้กลัวว่าจะถูกต่อว่าหรือโวยวายอาละวาดใส่หรอก ที่กลัวคือลภัสธิดาจะอาการกำเริบขึ้นมาน่ะสิ

     “ไม่เห็นหรอก ผมมีมนตร์พรางตาชายหนุ่มเล่นลิ้น ยายเด็กดื้อไม่ได้สังเกตหรือไรว่าเขาสวมหน้ากากงานคาร์นิวัลอยู่ มันยากที่ใครจะจำได้

     “เราต้องไปที่ไหนชายหนุ่มถามขณะขับเรือไปตามลำคลองเมืองเวนิส สีหน้าของสาวน้อยเป็นกังวลขึ้นมา เพราะเส้นทางที่ตนเองวางแผนเอาไว้คือการเดินทางโดยเรือโดยสาร พอมีคนขับเรือไปส่งก็ไม่รู้จะไปเส้นทางไหน

     “เดี๋ยวขอดูก่อนนะ ปารู้แต่วิธีนั่งเรือโดยสารไปคนตัวเล็กก้มลงกดดูแผนที่ ดาริโอชะลอความเร็วของเรือลง

     “เอาแผนที่มาดูหน่อยซิชายหนุ่มสั่งเมื่อเห็นว่าสาวน้อยหาเส้นทางได้แล้ว ปาลินยื่นโทรศัพท์มือถือให้คนตัวโต

     “ผมขับเรืออยู่ ถือมาให้ดูหน่อย มานั่งใกล้ ๆ นี่ แล้วถือแผนที่ให้มองเห็นชัด ๆ เสียงห้าวร้องสั่ง เจ้าของร่างบอบบางจึงต้องค่อย ๆ ขยับไปหาคนขับเรือ

     “หยิบชูชีพมาใส่ก่อนชายหนุ่มบอกอย่างเป็นห่วงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าปาลินยังไม่สวมชูชีพเพื่อความปลอดภัย

     “ใส่ไม่ใส่ตกลงไปก็ไม่รอดหรอก น้ำเย็นขนาดนี้น่ะ คุณขับเรือดี ๆ อย่าให้มันคว่ำแล้วกันแม่จอมดื้อไม่วายรั้น ตามองสายน้ำเย็นยะเยือกอย่างสยดสยอง ถ้าตกลงไปเธอคงหนาวตายก่อนจะจมเสียอีก

     “ปาลินใส่ชูชีพ อย่าดื้อคราวนี้คนโตกว่าทำเสียงดุ ปาลินจึงต้องวางโทรศัพท์มือถือลงเพื่อหยิบชูชีพมาสวมทับ

     “เนี่ยเสื้อโค้ทก็หนา ถ้าโดนน้ำมันก็หนัก ชูชีพพยุงไม่อยู่หรอกเสียงบ่นพึมพำทำเอาคนขับเรือต้องถอนใจ

     “ตัวคุณน่ะเล็กนิดเดียว บวกน้ำหนักเสื้อโค้ทไปจะซักเท่าไร ชูชีพพยุงน้ำหนักได้เป็นร้อยโลดาริโอเอ่ยอย่างอ่อนใจ น่ากลัวจะพักมาจนหายเหนื่อยแล้วถึงพูดจ้อย ๆ เมื่อวานนี้เงียบกริบเลยเชียว ตอนนั่งเรือกลับโรงแรมทำท่าจะหลับไปดื้อ ๆ ด้วยซ้ำ

     “เอาแผนที่มาดูเร็วชายหนุ่มเร่ง โน้มตัวลงมองแผนที่ในมือสาวน้อย ใบหน้าคร้ามคมแทบจะเกยกับใบหน้าของคนถือแผนที่ ปาลินหายใจสะดุด รีบเบี่ยงตัวหลบ

     “ถือดี ๆ ซิครับ ผมดูไม่ถนัดคนขับเรือบ่นขณะบังคับเรือไปตามท้องน้ำ อันที่จริงก็จดจำเส้นทางได้หมดแล้ว แต่อยากจะแกล้งแม่ตัวแสบเล่น

     “เดี๋ยวเปิดเสียงแล้วกัน จะได้ฟังเสียงบอกทางปาลินหาทางแก้ปัญหา ไม่อยากหัวใจวายกับคนที่โน้มตัวลงมาดูแผนที่ข้าง ๆ

     “ว่าอะไรนะดาริโอแกล้งถาม ยื่นใบหน้าไปใกล้ริมฝีปากผู้โดยสาร

     “เปิดเสียงบอกทางเอาไหมสาวน้อยตะโกนตอบแข่งกับเสียงเครื่องยนต์

     “ไม่ค่อยได้ยินหรอก ถือเอาไว้ดีกว่าคนขับเรือบอกหน้าตาเฉย กลั้นยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าบูดบึ้งของคนตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มแบบนี้เวลาทำหน้าบึ้ง ๆ ทำไมถึงดูไม่เบื่อก็ไม่รู้

 

:::::::::::::::::::::::::::::::::::

มาแล้วค่ะ สองหนุ่มสุดแสบ กับสาวน้อยจอมดื้อ

เมื่อวานวันอังคารวันหยุดของพุดแก้วนะคะ ไรท์เตอร์จะหยุดอัปฯ นิยายทุกวันอังคารค่ะ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 357 ครั้ง

679 ความคิดเห็น

  1. #182 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 10:32
    นอกจากมีเวทมนตร์ยังคิดเป็นอมตะแบบป้าหรอ
    #182
    0
  2. #171 pe_no (@peeno) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 22:51

    แต่นฤ*ชิต*ไม่ใช่หลานแท้ๆ

    ด้วย*สี*หน้า

    ใบ*ไม้*โกร๋น น่าสนใจออก

    กด*จอง*ห้อง

    #171
    0
  3. #54 fsn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 21:04

    ชอบแกล้งนะเนี้ย คุณโอ้

    #54
    0
  4. #42 Mikaririn (@Mikaririn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 21:55
    ดาริโอ้นี่ยังไงกันนะ
    #42
    0
  5. #39 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 09:14

    แสบ คูณ สอง ยกกำลัง ร้อย นะนี่

    #39
    0
  6. #38 nanut bint zalam (@nanutbintzalam) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 01:25

    โอยๆๆๆๆ สตั้นไป 10 วิกับมุกจิ้มแจ่ว น่าเอ็นดูภาษาไทยของน้องกายจริงจริ๊ง 55555555

    #38
    0
  7. #37 aonyjung (@aonyjung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 23:28
    555 ชอบมุก จิ้มแจ่วค่ะ
    #37
    0
  8. #35 sa_sa_sa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 21:34

    เภตราคือใครอ่ะ @_@

    ไปยุ*โรป

    คนรู้*จัก

    เหลว*ไหล

    ไม่ได้*แปลว่า

    #35
    0
  9. #34 Mikaririn (@Mikaririn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 21:26
    เรื่องนี้นี่รวมตัวแสบรุ่นใหญ่กับตัวร้ายรุ่นเล็กสินะ
    #34
    0