::SWEET PROJECT:: The 2nd Story :: Creamy Hug [NAP]

ตอนที่ 5 : Creamy Hug [EP.5]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 ม.ค. 57

:: SWEET PROJECT ::

Title: Creamy Hug [NAP]

Author: PuddingJelly

Story: PuddingJelly

Part: 5



ฮูเร่~ในที่สุดก็เย็นวันศุกร์ ผมจะได้ไปเที่ยวให้หนำใจซักทีไม่ต้องรีบกลับ อยู่ดึกได้สบายๆเพราะพรุ่งนี้วันเสาร์^^ แต่ละครั้งที่ผ่านมาผมโดนลากกลับก่อนตลอดเลยหวังว่าวันนี้คงไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีกหรอกนะ ผมกะว่าวันนี้จะออกไปดึกๆหน่อยจะได้คึกคักไม่เงียบเหงาเหมือนวันก่อนๆ และย่านที่ผมจะไปในวันนี้ก็คือย่านอับกูจองครับ เค้าว่ากันว่าปกติแล้วย่านนี้เป็นย่านไฮโซ ถ้าเวลากลางวันคนส่วนมากก็จะมาวินโดว์ช็อปปิ้ง พวกสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ และแน่นอนว่าเวลากลางคืนย่านนี้ก็คึกคักและขึ้นชื่อไม่แพ้ที่อื่นเหมือนกัน ครับ

ผับที่นี่เค้าหรูหราไฮโซสมคำร่ำรือจริงๆครับ แถมคืนวันศุกร์แบบนี้คนแน่นมากๆเลยครับ ผมขอนั่งชิลๆก่อนดีกว่ายังไม่อยากเบียดกับคนอื่น


"Creamsicleที่ นึงครับ" แล้วผมก็สั่งเครื่องดื่มสุดโปรดของผมเหมือนเดิมให้พอมีแอลกอฮอล์เข้าร่างกาย บ้าง แต่จากเหตุการณ์วันก่อน ผมคงต้องระวังตัวมากกว่านี้ จริงๆผมก็อยากจะสั่ง วิสกี้กับเค้าบ้าง แต่อย่าเลยครับ ขนาดวันนั้นมีสติดีเต็มร้อยยังเกือบเอาตัวไม่รอดถ้าดีเจคนนั้นไม่มาช่วยไว้ พอนึกถึงเค้าผมก็ยังรู้สึกผิดไม่หาย เค้าไม่น่ามาช่วยผมเลย เฮ้อออ~ เซ็งจัง ไปขอเพลงดีกว่า แต่เอ๊ะ! นั่นมัน...ดีเจแคปนี่ เจออีกแล้ว ทำไงดี ผมควรหาเครื่องดื่มไปให้เค้าเป็นการตอบแทนที่ช่วยผมไว้ แล้วก็ขอโทษเค้าอีกครั้ง

"เอ่อออ...คือว่า...เจอกันอีกแล้วนะครับ" ให้ตายเถอะ ผมไม่รู้จะพูดอะไรนี่ครับ มันอึกอัก ตื่นเต้นไปหมด เค้าคงจะไม่อยากเห็นหน้าผมแน่ๆเลยก็ผมทำให้เค้าโดนไล่ออก

"..." เห~ เค้ายิ้มให้ผมหรอ นี่ผมตาฝาดรึเปล่า หรือว่าเริ่มเมาแล้ว บ้าน่าเพิ่งกินไปนิดเดียวเอง จะเมาได้ยังไง


"จะดื่มอะไรมั้ยครับเดี๋ยวผมสั่งให้ ตอบแทนที่คุณช่วยผมไว้ แล้วก็ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับเรื่องที่...ทำให้คุณโดนไล่ออก"

"..." เขาก็ไม่ตอบอะไรอีกเช่นเคย แต่กลับก้มลงเขียนอะไรบางอย่างลงในกระดาษโน๊ตแผ่นเล็กแล้วยื่นมาให้ผม

'อยู่ด้วยกันก่อนนะ...' ผมมองหน้าเค้างงๆ แต่ก็ได้รอยยิ้มบางๆกลับมา รอบนี้ไม่ได้ตาฝาดแน่ๆ อืม...อยู่ก็อยู่ เพราะผมเองก็เพิ่งมาถึงได้ไม่นานและคืนนี้ก็กะว่าจะอยู่ยาวอยู่แล้ว ผมเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะตัวเดิมที่ผมลุกออกมาเมื่อสักครู่ เครื่องดื่มแก้วโปรดของผมละลายไปบ้างแล้วแต่ก็ยังพอดื่มได้อยู่ ผมนั่งจิบครีมซิเคิลไปเรื่อยๆ ฟังเพลงที่คุณดีเจเปิดตามคำขอของบรรดาลูกค้าในร้าน จังหวะช้าบ้าง เร็วบ้าง สับเปลี่ยนกันไป ผู้คนบริเวณแดนซ์ฟลอร์ก็โยกกันไปตามจังหวะเพลงที่ดังกระหึ่ม ส่วนผม...ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม มองแดนซ์ฟลอร์สลับกับบูธดีเจ ดีเจแคป...ตั้งแต่ผมเจอเขาวันนั้นจนถึงวันนี้ผมก็ไม่เคยได้เห็นเขาในมาดของดีเจเต็มๆตาสักที ครั้งแรกที่เจอกันผมก็ไม่ได้สนใจเขามากมายนักแค่ชื่นชมว่าเขามีความสามารถ ส่วนครั้งที่สองผมไม่ทันได้เห็นว่าเขาก็ทำงานในร้านที่ผมไปเที่ยวจนกระทั่ง เกิดเรื่อง...แต่วันนี้ผมมีโอกาสได้นั่งมองเขาจริงๆจังๆก็ไม่ใช่อะไรหรอก ครับผมไม่อยากจะออกไปเต้นเบียดเสียดกับคนหมู่มาก นั่งชิลๆดีกว่า จากการที่ผมนั่งมองเขามาเกือบค่อนคืน ผมคิดว่าเขาเป็นผู้ชายที่เท่ ดูดี มีสเน่ห์มากคนนึงทีเดียว สงสัยแฟนคลับจะเยอะน่าดู

นี่เรานั่งมาได้นานขนาดนี้เลยหรอเนี่ย...ไม่เห็นจะรู้สึกเบื่อเลย จะมีก็แต่ง่วงๆนิดหน่อยนี่ก็จะตีสองแล้วตาจะปิด ฮ้าววว...
       


จะตีสองแล้วครับ ใกล้จะถึงเวลาเลิกงานของผมแล้วผมรอให้ถึงเวลานี้นานมากผมทำงานไปเหลือบมองนาฬิกาไป ก็ดูเด็กน้อยของผมสิครับท่าจะไม่ไหวแล้ว นั่งสัปหงกอยู่ที่โต๊ะนู่นแน่ะ ผมไม่น่าให้เขารอเลย นี่ผมทรมานเด็กอยู่รึเปล่าเนี่ย...ขอโทษจริงๆนะ...พอถึงเวลาเลิกงานผมรีบ เก็บข้าวของใส่กระเป๋าเป้แล้วรีบเดินไปที่โต๊ะของแดเนียล ผมสะกิดคนตรงหน้าให้รู้สึกตัว เขาตกใจตื่นทำหน้าเหรอหรา...น่ารักอีกแล้ว...ผมยื่นมือไปข้างหน้า 'เสี่ยงเอาล่ะครับว่าเขาจะเข้าใจไหมว่าผมต้องการจะสื่ออะไร' แต่ผมก็ไม่ต้องคิดนานเพราะเขาก็ยื่นมือมาจับมือผมแล้วลุกขึ้นยืนทันที นี่เมาหรือง่วงเนี่ยเด็กน้อยคงจะอยากกลับแล้วล่ะสิ ตายังลืมไม่เต็มที่เลยนะ...
       
"แดเนียลครับ...ถึงหอแล้วนะ"
      
"คะ...ครับ...ถึงแล้วหรอฮะ" ผมขานรับพลางขยี้ตาผมอยู่หน้าหอพักแล้วจริงๆด้วยหลับเพลินไปหน่อย

"ขอบคุณครับดีเจแคป"

"ดะ...เดี๋ยว" ดีเจแคปเรียกผมไว้ก่อนจะยื่นมือถือของเขามาให้ผม ผมรับมาอย่าง งงๆ แต่แล้วก็ 'อุ๊ป!! ฮ่าๆๆ' ผู้ชายคนนี้แปลกกว่าที่แฮะ หลังจากที่ผมเห็นสิ่งที่อยู่บนหน้าจอผมก็อดที่จะขำไม่ได้ ผมกดเบอร์ผมลงไปในเครื่องของเขา โทรเข้าเครื่องตัวเองแล้วจึงส่งคืนให้เขา


"คุณมีเบอร์ผม ผมก็มีเบอร์คุณ แฟร์ๆ ราตรีสวัสดิ์ครับ ^^ " เมื่อพูดจบผมก็ลงจากรถแล้ววิ่งขึ้นห้องทันที

ตัวแสบ...แสบจริงๆนะครับเด็กคนนี้ ผมเขินนะที่ต้องทำอะไรแบบนี้ออกจะน่าอาย ผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลยนะ อยากรู้หรอครับว่าผมทำอะไรลงไปเมื่อกี้แดเนียลถึงได้ขำจนแทบกลั้นไม่อยู่ ขนาดนั้น... ผมก็แค่...พิมพ์ข้อความไว้ในโทรศัพท์ก่อนจะยื่นให้เขาไปว่า'ขอเบอร์หน่อยสิ' โถ่...มันน่าขำตรงไหนกันล่ะครับประโยคนี้แต่เขากลับขำจนผมรู้สึกเสียเซล์ฟ เลย ตั้งแต่เกิดมาเป็นบังมินซูผมไม่เคยรู้สึกประหม่าขนาดนี้มาก่อนเลย เขาจะว่ายังไงบ้างนะจะให้หรือไม่ให้ลุ้นจัง...พอหยุดขำได้เขาก็พิมพ์ๆอะไร บางอย่างในโทรศัพท์ผมซักครู่หนึ่งโทรศัพท์เขาก็มีสายเรียกเข้า อ๋อ...ที่แท้ก็ยิงเบอร์ผมเข้าเครื่องตัวเองด้วยแสบไม๊ล่ะครับ ที่แสบสุดๆก็ประโยคส่งท้ายนี่แหละ

"คุณมีเบอร์ผม ผมก็มีเบอร์คุณ แฟร์ๆ ราตรีสวัสดิ์ครับ ^^ " พูดเองเขินเอง พูดจบก็รีบลงจากรถวิ่งดุ๊กๆขึ้นหอไปเลย อย่างงี้ผมขอเอาคืนเด็กตัวแสบซักทีเถอะครับ

'นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์เช่นกันนะครับ น้องแดเนียล...พี่แคป...'

'ข้อความส่งแล้ว'
       

ยามสายวันอาทิตย์~วันหยุดที่แสนสบายผมยังคงอยู่บนที่นอน วันนี้ผมยังไม่มีแพลนจะไปเที่ยวที่ไหนเลยครับเนื่องมาจากการเที่ยวติดต่อกัน ทั้งสัปดาห์ 5วันที่ผ่านมาไม่นับเมื่อวานที่ผมหลับเป็นตายจนถึงตอนเย็นๆเมื่อวานพอผมตื่น มาผมก็พบกับข้อความใหม่หลายฉบับอยู่ในกล่องข้อความ ผมประหลาดใจมากเพราะปกติแล้วโทรศัพท์ผมเหมือนมีไว้เป็นที่ทับกระดาษ ก็ผมเพิ่งจะกลับมาเกาหลีได้ไม่นานจะมีเพื่อนที่ไหนโทรหาบ่อยๆกันล่ะครับ จะมีก็แต่พี่จงฮวานที่โทรมาบ้าง แต่รายนั้นน่ะไม่เคยส่งข้อความมาหรอก...แล้วเป็นข้อความจากใครกัน...ผมกด เปิดกล่องข้อความดูแล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าผู้ส่งเป็นคนเดียวกันหมดจะต่างกันก็ตรงเวลาที่ส่ง มีตั้งแต่ 8 โมงเช้า 10 โมงเช้า  เที่ยงวัน บ่าย 3 โมง 6 โมงเย็น พอจะเดากันออกมั้ยครับว่าใคร...คนที่คุณคิดนั่นแหละครับ 'แคปฮยอง' นี่เขาว่างทั้งวันเลยหรือไง เนื้อหาของข้อความก็ประมาณว่า ตื่นหรือยัง ปวดหัวมั้ย หาอะไรกินด้วยนะ อย่าลืมกินข้าวเย็นล่ะ...ส่งมาสั้นๆอย่างนี่ล่ะครับ ผมจะคิดเอาเองว่าเขาเป็นห่วงผมได้ไหมนะ...แต่เราก็เพิ่งรู้จักกันเองนะครับ พูดกันก็ยังไม่เกินสองประโยค ระหว่างที่ผมนอนคิดถึงเรื่องเมื่อวานเพลินๆโทรศัพท์ผมก็มีข้อความเข้าอีกแล้ว...

'อรุณสวัสดิ์ครับ ตื่นหรือยัง ไปเที่ยวกันเถอะ พี่รออยู่ข้างล่างนะ' 

ผมแทบกระโดดลงจากที่นอนแน่ะ แคปฮยองชวนผมไปเที่ยว? จริงหรอครับเนี่ย คนเงียบๆแบบนั้นเนี่ยนะ แล้วมานานรึยังเนี่ยผมยังไม่ได้อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันเลยนะ ปล่อยให้พี่เค้ารออยู่ในรถจะดีหรอครับ

'แคปฮยอง...ผมยังไม่ได้อาบน้ำแต่งตัวเลยครับพี่จะขึ้นมารอผมที่ห้องก่อนมั้ย'

'ไม่เป็นไรครับ พี่รออยู่ข้างล่างดีกว่า' แคปฮยองตอบข้อความมาว่าจะรออยู่ข้างล่าง ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องรีบจัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วล่ะครับ



ผมลงลิฟท์มาถึงชั้นล่างพอออกจากลิฟท์มาก็เห็นแคปฮยองกำลังนั่งคุยอยู่กับคุณป้าเจ้าของหอพักดูเข้ากันได้ดีเชียวครับ ผมไม่เคยคิดเลยว่าคนเงียบๆถามอะไรก็ไม่พูดอย่างแคปฮยองที่ผมรู้จัก จะเข้ากับคนอื่นได้ดีขนาดนี้ ผมชักอยากจะรู้ซะแล้วว่าตัวตนของผู้ชายคนนี้จริงๆแล้วเขาเป็นคนยังไงกัน แน่...

"สวัสดีครับแคปฮยอง สวัสดีครับอาจุมม่า"

"สวัสดีจ้ะหนูแดเนียล ป้าขอตัวก่อนนะจ้ะ ตามสบายจ้ะพ่อหนุ่ม" แคปฮยองก้มหัวให้คุณป้าก่อนที่จะหันมายิ้มให้ผม

"เราจะไปเที่ยวที่ไหนกันหรอครับฮยอง"

"เนียลอยากไปเที่ยวที่ไหนล่ะครับ"

"อืม...ผมไม่ได้แพลนไว้ด้วยสิแล้วแต่ฮยองแล้วกันครับ"

"งั้น...อยากไปพิพิธภัณฑ์3มิติมั้ยครับ อยู่แถวมหาลัยพี่เลย"

"ว๊าวว...น่าสนนะครับไปกันเลย เลทสึโก!~"


เวลาครึ่งบ่ายของวันอาทิตย์ถูกใช้ไปกับการเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์3มิติ ถ้าจะให้ถูกคงต้องใช้คำว่าถ่ายรูปเล่นมากกว่าเที่ยวชม โดยมีแคปฮยองอาสาเป็นช่างภาพส่วนตัวให้ ผมวิ่งไปถ่ายมุมโน้นทีมุมนี้ที นี่ขนาดใช้กล้องโทรศัพท์ถ่าย รูปยังออกมาสวยขนาดนี้ต้องยกความดีความชอบให้คนถ่ายนะครับเนี่ย จะว่าไปตั้งแต่มาถึงที่นี่ยังไม่มีรูปแคปฮยองซักรูปเลย มาเที่ยวด้วยกันจะให้มีแต่รูปผมคนเดียวทั้งอัลบั้มได้ยังไง

"แคปฮยองครับขอมือถือหน่อย" แคปฮยองดูงงๆแต่ก็ยื่นโทรศัพท์ของผมคืนมาให้ ผมจึงจัดการกดชัตเตอร์ไปหนึ่งที 

'แชะ!'


โห...คนอะไรครับโดนถ่ายตอนเผลอยังดูดี ช่างน่าอิจฉาจริงๆ...ผมเปลี่ยนโหมดเป็นกล้องหน้า เดินไปยืนข้างๆแคปฮยองแล้วกด...

'แชะ!'

ได้รูปคู่แล้ว...^^ อย่างงี้สิถึงจะถูกต้อง ไม่ใช่ปล่อยให้ผมเป็นนายแบบอยู่คนเดียว แต่ดูแคปฮยองยังไม่หายงงนะครับรูปที่ออกมาถึงเป็นธรรมชาติ~ขนาดนี้ ถ้าให้พูดตรงๆก็หน้าเหวอล่ะครับ แต่อย่างที่ผมบอกไปตอนแรกว่า'ตอนเผลอก็ยังดูดี'

       
เจ้าหน้าที่ของทางพิพิธภัณฑ์คงเห็นเราสองคนพยายามจะถ่ายรูปคู่อยู่นานพอสมควร ก็แน่สิครับถ้าถ่ายกล้องหน้าได้รูปคู่ไปก็จริงๆแต่ดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าถ่ายที่ไหน เจ้าหน้าเลยเชิญชวนพวกเราไปที่ฉากๆนึงครับมันเป็นห้องที่ฝั่งนึงยืนแล้วจะเหลือตัวเล็กจิ๋ว ส่วนอีกฝั่งยืนแล้วเป็นยักษ์เลยครับ ผมรีบเดินไปยืนฝั่งยักษ์ทันที ก็ผมอยากตัวใหญ่บ้างนี่นาปล่อยให้แคปฮยองเห็นคนแคระไปบ้าง ฮ่าๆๆ  ถัดมาเป็นฉากรูปคนสองคนเป็นผู้ชายกับผู้หญิงนอนเปลือยอยู่บนเตียงครับให้เรา เอาหน้าไปต่อจากคอในฉาก ผมไม่ได้อยากถ่ายรูปนี้นะ แต่เจ้าหน้าที่ดันคะยั้นคะยอให้ถ่าย...ถ่ายก็ถ่าย...เฮ้ออออ แคปฮยองจะขำอะไรหนักหนาเนี่ย ผมเขินจะตายอยู่แล้ว

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ถ่ายรูปคู่ให้เราเรียบร้อยก็ได้แนะนำให้พวกเราไปห้องกระจก เพราะสามารถถ่ายรูปคู่สะท้อนกระจกได้ มีกระจกหลากหลายรูปแบบเลยครับ ทำให้อ้วน ทำให้ผอม ทำให้สูงทำให้เตี้ย วันนี้ผมทั้งเหนื่อยทั้งสนุกเลยครับ ขำไปถ่ายรูปไป ผมว่าแคปฮยองต้องแอบถ่ายตอนผมเหวอๆไปด้วยแน่ๆเลย

พอออกมาจากห้องที่จัดแสดงฉากต่างๆก่อนที่จะออกจากตัวพิพิธภัณฑ์มีมุมเล็กๆให้ เขียนโปสการ์ดและมีตู้ไปรษณีย์เล็กๆให้ส่งได้เลย ผมจึงตัดสินใจเขียนโปสการ์ดหนึ่งใบส่งไปให้ครอบครัวที่อังกฤษเพื่อที่ทางโน้นจะได้รู้ว่าผมแฮปปี้และสบายดี ^^


ผมมีความสุขจัง ชีวิตมีสีสันขึ้นเยอะเลยครับ คิดไม่ผิดจริงๆที่ตัดสินใจพาแดเนียลออกมาเที่ยววันนี้ แค่เห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และใบหน้าเหวอๆของแดเนียล ผมก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะครับ เราขำไปถ่ายรูปไปหัวเราะไปจนเหนื่อยเลยล่ะ

“เหนื่อยมั้ยครับ”

“ขำจนเหนื่อยมากกว่าครับ ฮยองจะพาผมไปไหนต่อหรอครับ”

“ไปนั่งพักหาอะไรกินกันมั้ย”

“ผมอยากกินไอศกรีมมมมมมมม”

“ได้สิ พี่รู้จักร้านอร่อยอยู่ร้านนึง”

“งั้นไปกันเลยครับ โก~ โก~ เลทสึโก!~”

 
Picture
ไอศกรีมมมมมมม~  มาถึงร้านปุ๊บผมก็วิ่งเข้าไปปั๊บเลยครับ ร้านไอศกรีมที่แคป ฮยองพามาเป็นร้านไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟล่ะ เข้าทางผมเลยครับครีมๆนมๆนุ่มๆสไตล์ผม~ ที่ร้านนี้ลูกค้าจะต้องบริการตนเอง ตั้งแต่เลือกหยิบถ้วยมากดไอศกรีมเอง มีตู้ไอศกรีมหลายตู้หลากหลายรสชาติให้เลือกมีทั้งที่เป็นครีมนมและโยเกิร์ต แถมมีท้อปปิ้งให้เลือกตกแต่งเยอะแยะไปหมด ผมวิ่งไปหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะท้อปปิ้งแล้วหันกลับไปมองแคปฮยองที่ค่อยๆเดิน ตามมาอย่างใจเย็น ผมเพิ่งเคยมาร้านไอศกรีมแบบนี้ครั้งแรกเลยต้องรอแคปฮยองก่อน

"เนียลเลือกเลยครับว่าจะเอาถ้วยไซส์ไหน"

"เลือกได้เลยหรอครับฮยอง งั้นผมเอาไซส์เล็กก็พอเดี๋ยวกินไม่หมด" ผมหยิบถ้วยไอศกรีมไซส์เล็กมาหนึ่งถ้วยแล้วเดินตามแคปฮยองที่ถือถ้วยเล็กอีกใบไว้ในมือไปที่ตู้ไอศกรีมริมซ้ายของร้าน


"เลือกตามรสได้ตามสบายเลยนะครับแล้วไปใส่ท้อปปิ้งตรงโน้นนะ"

"โอเคครับฮยอง :)"

ไอศกรีมจ๋าา~ แดเนียลมาแล้ว ผมเดินกลับไปกลับมาอยู่หลายรอบหน้าตู้ไอศกรีม ผมเลือกไม่ถูกเลยว่าจะกินรสอะไรดี รสที่ผมชอบน่ะมีในใจแล้วครับ แต่ที่คิดไม่ตกคือแคปฮยองชอบกินรสอะไรกันนะ... เอ๊ะ! แล้วผมจะคิดแทนแคปฮยองทำไมในเมื่อมีกันคนละถ้วย ผมนี่ก็แปลกแฮะ ถ้างั้นผมเลือกวานิลลาที่ผมชอบก็แล้วกัน พอผมกดไอศกรีมเสร็จผมก็เดินกลับไปที่โต๊ะท้อปปิ้ง นี่ก็หนักใจอีกแล้วครับละลานตาไปหมดจะใส่อะไรดีนะ... แล้วผมก็เจอบางอย่าง...เยลลี่สีแดงรูปหัวใจน่ากิน ผมไม่รอช้า ตักเจ้าเยลลี่แปะลงบนไอศกรีมวานิลลาของผมทันที แล้วตามด้วยซอสช็อกโกแลตที่ผมพยายามจะวาดให้เป็นหน้ายิ้ม เสร็จแล้วไอศกรีมแฮนด์เมดถ้วยแรกของอันแดเนียล~


ผมยืนมองแดเนียลที่เดินไปเดินมาอยู่หน้าตู้ไอศกรีมแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้ เด็กอะไรทำอะไรก็ดูน่ารักไปหมด พอเห็นว่าแดเนียลเลือกไอศกรีมได้แล้วผมก็ไปกดไอศกรีมของผมบ้าง ผมชอบไอศกรีมโยเกิร์ตไม่รู้ว่าน้องจะชอบเหมือนผมมั้ยนะ ผมกดรสพีชโยเกิร์ตมาครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นรสสตรอเบอร์รี่มิลค์เชค เพราะผมเห็นแดเนียลกดไปแต่วานิลลาอย่างเดียวเลยอยากให้ลองชิมรสอื่นดูบ้าง ส่วนท้อปปิ้งของผมเป็น มาร์ชเมลโลว์นุ่มๆสีขาวกับเยลลี่รูปหัวใจสีแดงเสร็จแล้วผมก็พาน้องเดินไปที่ เคาน์เตอร์คิดเงินเพื่อจ่ายค่าไอศกรีม

"ฮยองครับเดี๋ยวผมจ่ายเอง วันนี้ฮยองพาผมเที่ยวทั้งวันแล้ว"

"ทั้งหมด 5000 วอนค่ะ" ผมล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบกระเป๋าเงิน แต่ว่า...มัน...มัน...มันไม่มีอะครับ กระเป๋าตังค์ผมหายไปไหนอะครับ ตายล่ะ!! ผมรีบเปิดกระเป๋าเป้แล้วควานหา ซอกนั้นซอกนี้กระเป๋าเล็กกระเป๋าน้อย แต่ก็ยังไม่เจอ

"บอกว่าจะเลี้ยงแต่ไม่เอากระเป๋าเงินมาเนี่ยนะเด็กน้อย"

"ผมเอามานะครับฮยอง เอามาจริงๆนะ ฮยองเชื่อผมสิ แป๊บนึงนะ แค่ยังหาไม่เจอเท่านั้นเอง"

"ครับๆ"

"อ๊ะนี่ไง เจอแล้ววว" ที่แท้ก็หลบอยู่ใต้พีเอสพีนี่เอง ผมชูกระเป๋าเงินให้แคปฮยองดู แล้วจ่ายเงินให้กับนูน่าพนักงาน

หลังจากจ่ายเงินเสร็จแคปฮยองก็พาไปนั่งที่เคาน์เตอร์ติดกระจกชั้นสองของร้าน จากที่ผมนั่งอยู่สามารถมองเห็นร้านค้าและถนนคนเดินที่มีผู้คนเดินเลือกซื้อ สินค้ากันขวักไขว่ หลังจากที่สนใจข้างนอกแล้วผมก็หันกลับมาสนใจไอศกรีมของผมบ้างก่อนที่มันจะละลาย ผมเหลือบไปดูไอศกรีมของแคปฮยองสลับกับของตัวเอง ทำไม่ของแคปฮยองน่ากินกว่าของผมล่ะ มีมาร์ชเมลโลว์ด้วย ทำไมตอนที่ผมเลือกท้อปปิ้งผมถึงไม่เห็นนะ

"แคปฮยองคร้าบบ...เรามาแลกไอศกรีมกันเถอะ ดูสิไอศกรีมของผมยิ้มให้ฮยองด้วย เยลลี่ก็มีเหมือนกัน แต่ที่ไม่มีคือมาร์ชเมลโลว์ ^^"

"ที่จะแลกเพราะอยากกินมาร์ชเมลโลว์ใช่มั้ยล่ะ พี่รู้หรอก แต่ไอศกรีมน่ะจะไหวหรอ"

"ทำไมจะไม่ไหวล่ะครับก็นี่ไง ไม่ใช่วานิลลาเหมือนของผมหรอสีเหมือนกันเลย"

"อ่ะ...งั้นลองชิมดู" ผมลองตักไอศกรีมของแคปฮยองที่หน้าตาคล้ายๆวานิลลาของผมเข้าปาก เท่านั้นแหละครับ...ผมได้แต่ยิ้มเจื่อนๆให้แคปฮยอง

"นี่มันรสอะไรอะครับฮยองงงงง~"

"พีชโยเกิร์ตครับ"

"ผมเปลี่ยนใจแล้วครับฮยองผมไม่แลกแล้ว~"ผมพูดพรางกอดถ้วยไอศกรีมของผมแน่น

"ฮ่าๆ พี่บอกแล้วว่าเราน่ะไม่ไหวหรอก~ แต่ลองอีกรสได้นะ สตรอเบอร์รี่มิลค์เชคน่าจะพอไหว แถมมาร์ชเมลโลว์ด้วย" แคปฮยองตักไอศกรีมกับมาร์ชเมลโลว์ยื่นมาให้ผม นี่ฮยองกำลังป้อนผมหรอครับ?


"อา..อร่อยจังครับ มาร์ชเมลโลว์~ กับนมสตอร์เบอร์รี่~" ผมเดาไม่ผิดจริงๆว่าน้องต้องชอบสตรอเบอร์รี่มิลค์เชคกับมาร์ชเมลโลว์ แต่ก็...ขอโทษนะแดเนียลอา...ที่เมื่อกี้ไม่ได้บอกตั้งแต่แรกว่าไอศกรีมอีกรสนึงของผมคือพีชโยเกิร์ต ไม่ใช่วานิลลาอย่างที่น้องเข้าใจ

"ฮยอง...ชิมของผมบ้างมั้ยครับรสวานิลลา ถึงหน้าตาจะคล้ายกันแต่อร่อยกว่าพีชโยเกิร์ตของฮยองแน่นอนเลย" น้องตัก ไอศกรีมวานิลลาในถ้วยมาป้อนผมบ้าง น่ารักจริงๆเลยนะเด็กคนนี้

"เป็นไงมั่งครับฮยองอร่อยมั้ย"

"อร่อยครับ :)" มันอร่อยจริงๆนะครับ แต่ถึงจะเป็นไอศกรีมที่ผมไม่ชอบ...แต่เนียลชอบผมก็จะตอบว่าอร่อยครับเพื่อ ไม่ให้น้องเสียใจ ผมไม่อยากให้รอยยิ้มของน้องหายไปอีกแล้ว...


หลังจากที่เข็ดขยาดกับพีชโยเกิร์ตของแคปฮยองแล้วผมก็ไม่สนไอศกรีมของแคปฮยองอีกเลยครับ มาร์ชเมลโลว์ก็มาร์ชเมลโลว์เถอะผมไม่สนใจแล้ว~ เราต่างคนต่างกินไอศกรีมในถ้วยของตัวเอง บางทีแคปฮยองก็ตักมาร์ชเมลโลว์มาให้ผมด้วย ใจดีจัง...ทั้งผมและแคปฮยองต่างก็กินไปยิ้มไป ผมได้เห็นแคปฮยองยิ้มชัดๆอีกครั้งแล้วครับ รอยยิ้มที่อบอุ่นของแคป ฮยอง...นี่สินะที่เค้าพูดกันว่าไอศกรีมทำให้คนอารมณ์ ดี เพราะผมก็อารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ ^^

To Be Continue..

cinna mon

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #9 RWKCSJ (@myungjong) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 / 03:47
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    ถ้าเจอผู้ชายแบบบังมินซูนะ
    ฉันตายยยยยยยยยยยย ฮอลลลลลลลลลลล
    น่ารักจุงงงง ขอเบอร์กันแบบนี้ อร๊างงงงงงงงงงงงงง
    *ตะกุยข้างฝาอย่างบ้าคลั่ง*
     
    เนียลก็แสบใช่เล่น โอ๊ย คู่นี้ทันกันดี น่ารัก อ๊ากกก
    ฟินนนน 55555
     
    ฮอลลลลลล เค้าไปเดทกันแล้วววว
    จะเป็นลมตายกะความน่ารักของคู่นี้
    แคปฮยอง กะ น้องเนียล
    งรื้อออออออ
    #9
    0