Heart Melt :: หัวใจอุ่นไอรัก [Boy's Love]

ตอนที่ 31 : Chapter 30 :: ปีใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    31 ก.ค. 61


   :: Chapter 30 :: 'ปีใหม่'




**น้องไอติม**


               เวลาปีๆ นึงมันผ่านไปเร็วเหมือนกันนะครับ เผลอแป๊บเดียวก็หมดปีซะแล้ว สิ่งที่อยากทำแล้วยังไม่ทันจะได้ทำยังมีอีกตั้งมากมายแต่เวลาก็เดินมาถึงวันสุดท้ายของปีแล้ว แต่จะว่าไปในปีนี้ผมก็ได้เริ่มต้นอะไรใหม่ๆ หลายอย่างเลย อย่างเช่นการที่ผมได้เข้ามหาวิทยลัยที่ผมอยากเข้าและได้เรียนในคณะที่ผมอยากเรียน แล้วก็ไม่คิดว่าจะได้มาเจอและมาเป็นน้องสายเทคของคนที่ผมแอบชอบมานานเป็นปีๆ แถมยังได้รับโอกาสต่างๆ แล้วที่พีคกว่านั้นก็คือ...

 

               ตื่นแล้วก็ไม่ปลุกพี่เลยนะผมสะดุ้งเบาๆ เมื่อคนที่นอนอยู่ข้างๆ ผมกำลังหันมาพูดกับผม ไม่ได้พูดเปล่าๆ เพราะสองแขนแข็งแรงถูกยื่นมาโอบรอบเอวผมเอาไว้ด้วยในขณะที่ผมกำลังนั่งเอนกายพิงกับหัวเตียงเล่นโทรศัพท์อยู่ใกล้ๆ พี่เขา ตื่นมาก็อ้อนเลยนะครับ ถึงแม้ตั้งแต่ที่เราคบกันมาผมจะได้พบเจอกับนายไออุ่นที่แสนจะขี้อ้อนมาหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่ชินเสียที

 

               ก็ไอเห็นพี่วอร์มกำลังหลับสบายนี่ครับ... อากาศดีแบบนี้ใครจะไปอยากกวน

               ถ้าคนกวนเป็นไอติมพี่ก็ยอมนะ

               แหนะ พูดแบบนี้อยากได้อะไรครับพี่วอร์มผมยกมือขึ้นบีบจมูกพี่เขาไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ ผมรู้ทันหรอกนะครับเพราะพี่เขาอ้อนแบบนี้ทีไรหวังผลตลอดเลย

 

               แล้วไอติมมีอะไรจะให้พี่บ้างล่ะ

               อืม... ไอไม่มีอะไรจะให้พี่วอร์มหรอกครับ... นอกจากหัวใจของไอกับความรักที่ให้พี่วอร์มไปหมดแล้ว... นั่นแหละครับคือสิ่งที่พีคที่สุดของผมปีนี้ ใครจะไปเชื่อละครับว่าคนที่ผมแอบชอบมาหลายปี ตอนนี้จะได้มาคบกันจริงๆ ขนาดผมเองยังไม่อยากจะเชื่อเลยครับ บางทีก็ยังคิดว่ากำลังฝันอยู่เลย ทำไมพี่วอร์มถึงยอมตกลงคบกับคนอย่างผมกันนะ

 

               ฟอด

 

               พี่วอร์ม!!! หอมแก้มไอทำไมเนี่ย นี่ไงครับ เผลอไม่ได้เลยจริงๆ โดนพี่เขาขโมยหอมแก้มไปเสียแรงเลย คบกับพี่เขาไปผมคงได้หัวใจวายตายขึ้นมาสักวัน ปากว่ามือถึงตลอดแถมยังขยันทำให้ผมเขินเก่งเหลือเกิน

 

               ก็แฟนพูดจาน่ารักอะ ว่าแต่ให้แต่หัวใจกับความรักเองเหรอ... นี่ รู้เปล่าว่าความรักมันกินไม่ได้หรอกนะผมมองตาคนถามที่ดูก็รู้ว่ากำลังล้อเล่นอยู่ แต่เปรยมาแบบนี้ผมก็เดาไม่ถูกเหมือนกันนะครับว่าอีกคนต้องการจะสื่ออะไร

 

               แล้วอะไรที่กินได้เหรอครับ

               ไอติมไง

               อ่า... อยากกินไอติมก็บอกดีๆ สิครับ เดี๋ยวไอพาไปซื้อ

 

               ไม่เอาแบบนั้นดิ... อยากกินไอติมนี้ต่างหากพูดจบก็เริ่มซุกหน้าลงที่หน้าท้องผมจนผมต้องยกมือขึ้นตีที่แขนพี่เขาไปแรงๆ หนึ่งที ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้นะ วันนั้นคิดแต่เรื่องพวกนี้หรือยังไงกันนะ อันตรายจริงๆ และด้วยความใจอ่อนของผมก็มักจะพ่ายแพ้ให้พี่เขาตลอดเลย แบบนี้ละมั้งครับที่เขาเรียกว่าแพ้ทาง ไม่ได้การแล้ว ผมต้องฝึกทำจิตใจให้แข็งแกร่งบ้างเสียแล้ว

 

               นี่แหนะ! ซนแล้วนะครับพี่วอร์ม... ถึงใจไอจะเป็นของพี่แล้ว แต่ร่างกายยังเป็นของไออยู่นะ... พอเลย ปล่อยเลยครับ... พี่วอร์มไปอาบน้ำได้แล้ว

 

               โหย~ อะไรอ่า ไม่มีแรงลุกเลยเนี่ย... ขอกำลังใจก่อน ผมพยายามกลั้นยิ้มเมื่อเห็นคนตรงหน้ายังพยายามอ้อนไม่หยุด เหมือนลูกหมาตัวเล็กๆ ที่ตามติดเจ้าของก็ไม่ปาน ผมมั่นใจ 100% เลยครับว่าไม่เคยมีใครเคยเห็นโมเม้นแบบนี้ของพี่วอร์มแน่ๆ แม้แต่พวกเพื่อนๆ ของพี่เขาก็ตาม

 

               กำลังใจอะไรครับ

               มอร์นิ่งคิสไง

               แค่คิสก็จะมีแรงลุกจากเตียงแล้วเหรอ

               อื้ม! เร็วเข้าสิ พี่หิวแล้วนะ... เดี๋ยวก็จับไอติมกินตรงนี้ซะเลย

 

               จุ๊บ

 

               ผมยื่นหน้าเข้าไปจุ๊บปากพี่วอร์มที่ยังงอแงไม่เลิก เสียงบ่นของพี่เขาหายไปครู่เดียวก่อนที่พี่เขาจะจูบผมตอบ ริมฝีปากของเราบดเบียดกันอยู่พักใหญ่ก่อนที่เราจะผละออกจากกัน แน่นอนว่าผมไม่กล้ามองหน้าพี่วอร์มเลย ถึงเราจะเคยจูบกันแบบนี้หลายครั้งแล้วก็เถอะ แต่เวลาที่ถูกพี่เขาจูบทีไรหัวใจผมก็เต้นแรงทุกครั้ง แล้วตอนนี้หน้าผมก็ร้อนจนแทบระเบิดอยู่แล้วครับ

 

               มอร์นิ่งนะครับคนดีผมอยากจะมุดเตียงนอนหนีไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แค่จูบก็จะแย่แล้ว ยังจะมาพูดจาหวานๆ แบบนี้อีก พี่เขาจะเป็นนายไออุ่นที่ทำให้ไอติมคนนี้ต้องละลายแล้วละลายอีกไปถึงเมื่อไหร่กันครับ

 

               หลังจากที่ถกเถียงกันอยู่พักใหญ่ สุดท้ายแล้วเราก็เลยตกลงกันว่าจะใช้เวลาในวันสุดท้ายของปีร่วมกันโดยตั้งใจจะไปย้อนความทรงจำวัยมัธยมกันเสียหน่อย ดีที่โรงเรียนมัธยมปลายของพวกผมอยู่ในย่านที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าจึงไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถ แถมวันนี้ถนนในกรุงเทพยังโล่งผิดหูผิดตาด้วยครับ ผู้คนส่วนมากคงออกไปต่างจังหวัดกันตั้งแต่วันก่อนแล้ว ใช้เวลาเพียงไม่นานพวกเราก็มาถึงจุดหมาย พี่วอร์มตัดสินใจที่จะจอดรถไว้ที่ห้างสรรพสินค้าแล้วค่อยเดินกลับไปที่โรงเรียน อากาศที่เย็นสบายกว่าปกติทำให้เดินเพลินมากๆ เลยครับ

 

               “ไม่ได้กลับมาเดินแถวนี้นานแล้วเหมือนกันเนอะ”

               “ไอเพิ่งจบเอง ก็ไม่ได้รู้สึกว่านานขนาดนั้นอะครับ แต่พี่วอร์มไม่ได้กลับมาเลยนี่นา วันไหว้ครูก็ไม่เคยเจอเลย”

 

               “อืม... วันไหว้ครูตั้งใจจะกลับไปนะ แต่พอถึงวันจริงๆ ต้องมีเหตุให้ไปไม่ได้ทุกทีเลยอ่ะ ปีหน้าเรากลับมาด้วยกันดีไหม” พี่วอร์มกระชับมือผมและหันมายิ้มให้ ผมชอบเวลาที่พี่วอร์มยิ้มแล้วมองผมด้วยสายตาแบบนี้จัง มันรู้สึกอบอุ่นมากๆ เลยครับ ผมเองก็ไม่รู้หรอก แล้วก็ไม่มั่นใจด้วยว่ากว่าจะถึงวันไหว้ครูปีหน้าเราจะยังอยู่ด้วยกันแบบนี้ไหม แล้วเราจะได้กลับมาไหว้ครูที่โรงเรียนด้วยกันรึเปล่า รู้แค่ว่าตอนนี้มือพี่วอร์มยังจับมือผมอยู่เท่านั้น

 

               “เหม่ออะไรเนี่ย หื้ม? แล้วทำไมมือเย็นแบบนี้อะ หนาวเหรอ”

               “ไม่ได้เหม่อสักหน่อย แค่คิดอะไรเพลินๆ นิดหน่อยครับ แล้วไอก็ไม่ได้หนาวด้วย อากาศเย็นสบายจะตาย”

 

               “ไม่หนาวก็ไม่หนาวอะ แต่ยังไงพี่ก็จะจับมือไอไว้แบบนี้ พี่จะทำให้มือเย็นๆ ของไออุ่นขึ้นด้วยมืออุ่นๆ ของพี่เอง” พี่วอร์มบอกกับผมพร้อมรอยยิ้มกว้าง แล้วผมจะว่าอะไรได้ล่ะครับ เพราะมือพี่วอร์มก็อุ่นสมชื่อพี่เขาจริงๆ นั่นแหละครับ ต่อให้มือผมหายเย็นแล้วพี่เขาจะปล่อยมือคราวนี้ผมก็จะไม่ยอมให้ปล่อยหรอกนะครับ แต่ด้วยความแอบหมั่นไส้ในความมั่นใจในตัวเองของพี่วอร์ม ผมขอแกล้งหน่อยก็แล้วกัน

 

               “ถึงผมจะมือเย็น แต่จิตใจไออบอุ่นมากนะ ไม่เหมือนคนมืออุ่นแถวนี้หรอก จิตใจร้ายกาจชะมัด”

               “นี่หาว่าพี่ใจร้ายเหรอ ไม่มีแฟนที่ไหนใจดีกว่านี้แล้วนะ พูดเลย”

 

               “ต้องให้ไอรื้อฟื้นให้ฟังไหม ว่าคนใจร้ายแถวนี้ทำอะไรกับไอไว้บ้างน่ะครับ นึกแล้วก็น่าโมโหจริงๆ เลย ไอไม่น่าใจอ่อนให้พี่วอร์มง่ายขนาดนั้นเลยอะ น่าจะเอาคืนให้สาสมก่อน เอาให้นอนร้องไห้จนขาดใจตายไปเลย” ถึงผมจะแค่พูดหยอกพี่วอร์มไปแบบนั้น แต่มันก็น่าโมโหจริงๆ นะครับ

 

               ตอนนั้นมันเป็นช่วงเวลาแย่มากๆ สำหรับผมเลยนะ แต่เพราะรู้สึกว่าไม่อยากห่างกันอีกแล้ว เพราะรู้สึกว่าช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันนั้นมันมีค่ามากๆ ผมถึงได้ใจอ่อนและยอมคืนดีกับพี่เขาง่ายๆ แบบนั้น แต่พี่วอร์มเองก็อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นและเหตุผลทุกอย่างให้ผมฟังหมดแล้ว จะมึนตึงใส่กันต่อไปเพื่ออะไรล่ะครับ ในเมื่อถ้าทำแบบกันก็มีแต่ทำร้ายซึ่งกันและกันให้เจ็บปวดด้วยกันทั้งคู่ สู้กลับมาใช้เวลาอย่างมีความสุขร่วมกันดีกว่าเป็นไหนๆ เลย จริงไหมล่ะครับ

 

               “โธ่ ไอติม... พี่ก็อธิบายไปหมดแล้วไง ทุกอย่างพี่มีเหตุผลนะครับ ไม่เอาไม่โมโหนะ วันนี้วันดี เป็นวันสุดท้ายของปีแล้วด้วยเรามาสร้างความทรงจำดีๆ ด้วยกันดีกว่าเนอะ ไม่คุยเรื่องนี้แล้วเนอะ” พอเห็นพี่วอร์มหน้าเสียไปเล็กน้อย ผมก็หลุดขำออกมา อยากจะถ่ายรูปพี่วอร์มตอนนี้เก็บไว้ชะมัดเลยครับ หน้าตาเหมือนลูกหมาที่ไปแอบทำความผิดอะไรไว้แล้วโดนเจ้าของจับได้ยังไงอย่างนั้นเลย

 

               “ไม่ต้องมาขำเลย เอ้อ! เมื่อกี้ไอบอกว่าพี่ไม่กลับมาไหว้ครูสักปีเลย เด็กโรงเรียนเราก็มีตั้งเยอะแยะ แถมเรายังห่างกันตั้งสองรุ่น แสดงว่าไอรอพี่กลับไปทุกปีเลยเหรอ...”

 

               “ระ... รอ... รออะไรเล่า พี่วอร์มมั่วแล้ว หลงตัวเองมากไปไหม ว่าแต่วันนี้เรากินอะไรกันดีอ่า... ไอเริ่มจะหิวแล้วสิ” ผมรีบเบี่ยงประเด็นทันที เราคุยกันเรื่องอื่นแล้วนี่นา ไหงพี่วอร์มถึงวกกลับไปเรื่องไหว้ครูที่โรงเรียนได้อีกนะ เรื่องอะไรผมจะเผยไต๋ให้พี่เขารู้ล่ะครับ ว่าผมน่ะรอพี่เขากลับมาไหว้ครูที่โรงเรียนทุกปีเลย แล้วผมก็ต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะพี่วอร์มไม่เคยกลับมาเลยน่ะสิ ขืนบอกไปเดี๋ยวคนหลงตัวเองแถวนี้ได้เหลิงอีกเป็นแน่ เพราะฉะนั้นผมจะไม่มีวันบอกเด็ดขาด

 

               “แล้วไอติมอยากกินอะไรล่ะ เลือกที่อยากกินเลย วันนี้พี่ตามใจเราเต็มที่” มาด้วยกันทีไรผมก็เห็นพี่วอร์มตามใจผมตลอดจนผมจะเคยตัวแล้วเนี่ย หรือความจริงแล้วพี่เขาขี้เกียจคิดก็ไม่รู้ ถึงได้โยนมาให้ผมเป็นคนตัดสินใจอยู่เรื่อย ถึงพี่วอร์มจะให้ผมเป็นคนเลือกแต่ผมก็ไม่ได้เห็นแก่ตัวขนาดว่าจะเลือกแต่อะไรที่ตัวเองชอบหรอกนะครับ เพราะผมเองก็มั่นใจว่าผมค่อนข้างรู้จักพี่วอร์มดีเหมือนกัน ผมรู้ว่าพี่เขาชอบอะไรและไม่ชอบอะไรจากข้อมูลที่สั่งสมมาหลายปี

 

               “เราไปกินทงคัตสึร้านโปรดเจ้าประจำของพี่วอร์มข้างหลังโรงเรียนกันไหมครับ”

               “เอาสิ ไม่ได้กินนานแล้วเหมือนกัน ไปกินร้านอื่นก็ยังไม่เจอร้านไหนอร่ยถูกใจเท่าร้านนี้เลยอ่ะ แต่เดี๋ยวนะ... ไอติมรู้ได้ยังไงว่าพี่ชอบกินร้านนี้อ่ะ อย่าบอกนะว่าสมัยเรียนแอบสะกดรอยตามพี่อะ...” พี่วอร์มหันมาจ้องหน้าผม หรี่ตาลงเล็กน้อยด้วยความสงสัย แย่จริง นี่ผมเผลอหลุดปากเรื่องเกี่ยวกับพี่เขาออกไปให้โดยสงสัยอีกแล้ว จะไม่รู้ได้ยังไง ผมเห็นพี่เขาไปกินร้านนี้ประจำทุกวันศุกร์หลังจากที่เตะบอลกับเพื่อนเสร็จเลยนี่นา

 

               “บ้าแล้ว! ใครเขาจะไปสะกดรอยตามพี่! เอาเป็นว่าไอรู้ก็แล้วกันน่า” พวกเราเดินเล่นแถวๆ โรงเรียนอยู่สักพัก น่าเสียดายที่วันนี้เป็นวันหยุด รั้วโรงเรียนก็เลยปิดจึงไม่สามารถที่จะเข้าไปข้างในได้

 

               จากนอกรั้วที่พวกเรายืนอยู่ตอนนี้สามารถมองเห็นสนามบอลที่คุ้นตาได้เป็นอย่างดี ทั้งผมและวอร์มใบหน้าของเรากำลังเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ภาพในความทรงจำของผมที่เห็นพี่เขาเตะบอล หัวเราะ พูดคุยอย่างสนุกสนานกับเพื่อนๆ ยังคงชัดเจน ส่วนพี่เขาเองก็คงหวนนึกถึงช่วงเวลาดีๆ เหล่านั้นไม่ต่างกัน 


               พอเดินมาถึงประตูเล็กด้านหลังโรงเรียน ภาพที่วอร์มกับเจ้าหมาตัวน้อยในวันนั้น วันที่ผมตกหลุดรักพี่เขาก็เด่นชัดขึ้นมาราวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ใครจะไปคิดล่ะครับ ว่าเจ้าลูกหมาหลงในวันนั้นจะเป็นตัวเดียวกับเจ้าเบนโตะน่ะ ผมคงจะจมอยู่ในห้วงความทรงจำนานเกินไปหน่อย มารู้ตัวอีกทีพี่วอร์มก็กระตุกมือผมเบาๆ ให้หลุดออกจากภวังค์และเดินนำไปที่ร้านประจำของพี่เขา

 

               “สวัสดีครับป้า”

               “อ้าว! น้องวอร์ม หายหน้าหายตาไปเลยนะ นึกว่าจะลืมร้านป้าไปแล้วเสียอีก”

 

               “ไม่มีทางลืมแน่นอนครับ ผมคิดถึงกุ้งทอดตัวโตๆ กับซอสแกงกะหรี่ของป้าที่สุดเลยครับ แต่ไม่มีโอกาสได้กลับมาแถวโรงเรียนเลย ตอนแรกยังกลัวเลยว่าวันนี้ร้านจะปิดไหม จะอดกินรึเปล่า” พี่วอร์มยกมือไหว้คุณป้าเจ้าของร้านพร้อมยิ้มกว้างและพูดคุยอย่างคุ้นเคย ท่าทางจะเป็นลูกค้าประจำจริงๆ ผ่านมาตั้งหลายปีแล้วคุณป้ายังจำพี่วอร์มได้แม่นอยู่เลย

 

               “ป้าไม่ปิดหรอก วันหยุดร้านปิดเยอะ ไม่ได้จะไปไหนอยู่แล้ว เราเปิดร้าน เราก็ได้เปรียบ อ้าว! หนูไอติมก็มาด้วยเหรอลูก แล้วทำยังไงถึงมาด้วยกันได้ล่ะเนี่ย”

 

               “สวัสดีครับคุณป้า ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ แหะๆ”

               “ป้ารู้จักไอติมด้วยเหรอครับ ฮ่าๆๆ พอดีน้องไปเป็นรุ่นน้องที่คณะผมน่ะครับ สายเทคเดียวกันเลยแล้วตอนนี้น้องก็เป็น...”

 

               “เป็นคนที่โดนพี่วอร์มลากมาวันนี้ครับ เห็นบ่นมาหลายวันว่าอยากกินร้านคุณป้า...” ผมรีบชิงพูดต่อก่อนที่พี่วอร์มจะพูดถึงสถานะของเราสองคนออกไป ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากบอกหรอกนะครับ แต่ผมก็ยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ ว่าคนอื่นจะมองยังไงและจะยอมรับในความสัมพันธ์ของเราได้ไหมโดยเฉพาะผู้ใหญ่ทั้งหลาย

 

               “ดีจริงๆ วันนี้ลูกค้าประจำของป้ากลับมาพร้อมกันเดี๋ยวป้าจัดพิเศษให้เลย เนี่ย หลังจากน้องวอร์มจบไปนะก็มีหนูไอติมกับเพื่อนนี่แหละที่มาเป็นลูกค้าประจำป้าต่อ พอจบกันไปหมด ร้านป้าก็เหงาเลย น้องวอร์มเอากุ้งทอดซอสแกงกะหรี่ ส่วนหนูไอติมเอาทงคัตสึแฮมชีสโรลเหมือนเดิมใช่ไหมลูก” พวกเราพยักหน้าตอบรับคุณป้าเจ้าของร้านทันทีที่ได้ยินชื่อเมนูโปรดอย่างถูกต้องและแม่นยำ น่าดีใจเหมือนกันนะครับที่คุณป้าเจ้าของร้านยังจำทุกรายละเอียดได้แบบนี้

 



**พี่วอร์ม**


               เมื่อเราจัดการมื้อเช้าควบเที่ยงกันจนเกลี้ยงแล้วก็ถึงเวลาของหวานและกาแฟ ส่วนมากเวลาออกไปไหนด้วยกันไอติมมักจะเป็นคนสรรหาข้อมูลร้านต่างๆ มานำเสนอและชักชวนผมไปเสมอ แต่ในครั้งนี้ผมตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะพาน้องไปร้านไหน เนื่องจากร้านนี้กำลังเป็นที่นิยม ด้วยความที่สถานที่ตั้งนั้นอยู่ห่างไกลกับมหาวิทยาลัยพวกผมเสียเหลือเกิน แถมวันหยุดสุดสัปดาห์ปกติลูกค้าก็ล้นหลามเสียเหลือเกิน ผมก็เลยไม่มีโอกาสมาที่ร้านนี้สักทีจนเจ้าของร้านซึ่งเป็นพี่สายเทคของผมส่งข้อความมาต่อว่าหลายต่อหลายครั้งแล้ว วันนี้ก็เลยถือโอกาสพาไอติมซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งในน้องสายเทคเข้าไปที่ร้านเสียเลย

 

               “เดี๋ยวเราไปไหนกันต่อดีครับ ตอนนี้อิ่มมากเลย แต่ไอก็ยังอยากกินขนมอยู่เลย แหะๆ”

               “พี่รู้อยู่แล้วแหละ เราไป Jey n Friendz กัน เห็นว่ามีเมนูขนมอร่อยๆ เพียบเลย”

 

               “ไปครับไป ไอเห็นรีวิวร้านนี้เต็มเลย แต่ปกติถ้าไม่จองนี่เห็นว่าหมดสิทธิ์เลยนะครับ คนเยอะมาก ร้านสวยมากๆ ด้วย พูดแล้วก็อยากถ่ายรูปเลยอะ แต่ว่าเราไม่ได้จองไว้ จะไม่เป็นไรเหรอครับ” ดวงตากลมของน้องเป็นประกายสดใสทันทีที่ได้ยินชื่อร้านที่ผมจะชวนไป ไม่คิดว่าน้องเองจะอยากไปเหมือนกัน ท่าทางคงจะมีแค่ผมสินะ ที่ไม่รู้ว่าร้านของพี่สายผมเป็นที่นิยมขนาดที่ใครๆ ก็รู้จักและขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแบบนี้

 

               “ไม่มีปัญหาหรอกน่า รีบเดินไปกันดีกว่า พี่ว่ากว่าจะเดินไปถึงฝั่งโน้น อาหารที่กินเข้าไปเมื่อกี้ก็คงย่อยพอให้มีพื้นที่สำหรับของหวานได้พอดีละมั้ง” ผมกดส่งข้อความบางอย่างก่อนจะยัดโทรศัพท์มือถือลงไปในกระเป๋ากางเกงและคว้ามือของคนข้างกายมากุมเอาไว้พร้อมกับเริ่มออกเดิน ใช้เวลาเพียงไม่นานเราก็เดินมาถึงที่หมาย

 

               “พี่วอร์มอยากกินอะไรอ่า... น่ากินทั้งนั้นเลย ไอเลือกไม่ถูก ถ้าสั่งทั้งขนมแล้วยังสั่งมิคล์เชคอีกต้องอ้วนแน่เลย ไอสั่งไอว์อเมริกาโน่ดีกว่า ส่วนขนมไอให้พี่วอร์มเลือกเลยครับ” ผมยิ้มขำให้กับคนข้างกายที่พูดเองเออเองจนเสร็จสรรพก่อนจะยื่นเล่มรายการของหวานมาให้ผม ถ้าเป็นวันอื่นผมก็คงเลือกที่จะสั่งกาแฟเหมือนเช่นเคยแต่ในเมื่อวันนี้ผมมีไอติมอยู่ด้วย ถึงไม่พึ่งกาแฟตาก็สว่างยันเช้าได้สบายๆ เลยครับ ผมเลยเลือกที่จะสั่งช็อคโกแลตเย็นซึ่งเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้านนี้แทน รวมถึงขมนหวานที่เจ้าของร้านเป็นผู้แนะนำด้วย

 

               “ไอซ์อเมริกาโน่แก้วเล็ก ซิกเนเจอร์ไอซ์ช็อคโก้แก้วปกติ กับวอร์มบราวนี่ท็อปวิทไอศกรีมได้แล้วค่ะคุณลูกค้า” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นดึงความสนใจของเราทั้งคู่ให้หันไปมอง และพบว่าไม่ใช่ใครอื่นใดแต่เป็นพี่เจเจ้าของร้านหรือพี่สายของผมกับไอติมนั่นเองครับ ที่ลงทุนยกเครื่องดื่มและขนมที่พวกผมสั่งมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะเลยทีเดียว

               

               “อ้าว! พี่เจสวัสดีครับ...”

               “เจ้อยู่ร้านด้วยเหรอ ตอนเข้ามาผมไม่เห็นก็นึกว่าไม่อยู่เสียอีก”

 

               “ไม่ต้องทำมาเป็นพูดดีเลยไอ้วอร์ม ทีหลังจะมาแกก็ช่วยบอกฉันเนิ่นๆ หน่อยสิ ไม่ใช่ส่งข้อความมาบอกก่อนไม่กี่สิบนาทีแบบนี้ จะมาทั้งทีฉันก็อยากเจอน้องสายบ้างเหมือนกันไหม ชวนมาตั้งนานไม่คิดจะมา บทจะมาก็ไม่คิดจะบอก มันน่าจริงๆ” เสียงใสๆ ของผู้เป็นรุ่นพี่บ่นยาวเหยียด ท้ายประโยคยังไม่วายจะยกถาดในมือมาโบกหัวผมอีก น่ากลัวชะมัด นี่ผมก็อุตส่าห์ส่งข้อความมาบอกก่อนแล้วนะว่าผมจะเข้ามาที่ร้าน

 

               “คิดถึงน้องไอติมจังเลย ตั้งแต่รับน้องก็ไม่ได้เจอกันเลยเนอะ นี่แกไม่ได้บอกน้องเหรอวอร์ม ดูสิ น้องนั่งงงหน้ายุ่งไปหมดแล้วเนี่ย เดี๋ยวฉันก็เลี้ยงแต่น้องซะเลยนี่ ให้แกจ่ายของแกเอง เป็นพี่สายภาษาอะไรวะ ไม่สิ ต้องบอกว่าเป็นแฟนภาษาอะไร”

 

               “เดี๋ยวนะเจ้... การที่ผมไม่ได้บอกน้องว่าเจ้เป็นเจ้าของร้านนี้มันเกี่ยวอะไรกับที่ผมกับน้องเป็นแฟนกันอะ ไม่เห็นจะเข้าใจ”

               “นี่ตกลงร้านนี้เป็นของพี่เจเหรอครับ... สุดยอดไปเลย พี่วอร์มทำไมไม่บอกไอสักคำเลยอ่า... ถ้ารู้แบบนี้ไอชวนเพื่อนๆ มานานแล้วครับ ไอก็คิดถึงพี่เจเหมือนกันนะครับ” คนข้างกายผมรีบอ้อนเจ้าของร้านตัวเล็กทันที เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะครับ ผมเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินยังไงก็ไม่รู้

 

               “กินขนมกันไปก่อนนะ เดี๋ยวขอไปเคลียร์งานสักครู่แล้วจะมาคุยด้วยนะจ๊ะหนุ่มๆ” ก่อนจะเดินจากไปยังไม่วายเอาถาดมาเคาะหัวผมเบาๆ หนึ่งทีอีก ทำไมผมถึงชอบโดนทำร้ายร่างกายเรื่อยเลยวะครับ พี่สายแต่ละคนนี่สองมาตรฐานสุดๆ ทุกคนมักจะทำดีด้วยและพูดจาไพเราะกับไอติมเสมอ แต่พอเป็นผมนี่นะ คนละเรื่องเลย มันน่าน้อยใจชะมัด

 

               “พี่วอร์มกินเร็ว ดูสิไอติมจะละลายหมดแล้วอ่า...”

               ไอติมนี่ละลายง่ายจังนะ แค่อยู่ใกล้วอร์มบราวนี่อุ่นๆ แป๊บเดียวก็หลอมละลายแทบหมดแล้ว หึ” ผมตั้งใจเน้นเสียงเฉพาะคำที่ต้องการจะสื่อความหมายแฝงและกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูน้อง ไม่ทันไรใบหน้าน่ารักก็ขึ้นสีระเรื่อตามคาด

 

               “ไม่ต้องพูดมากเลย กินไปเลยครับปากจะได้ไม่ว่าง” ยิ่งเห็นน้องเขินผมก็ยิ่งอยากแกล้ง แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่สนุกไปกับผมถึงได้รีบตักบราวนี่ที่ชุ่มไปด้วยไอศกรีมนมคำโตมาจ่อปากผมแกมบังคับให้ผมกินมันเข้าไป ผมยกยิ้มน้อยๆ ด้วยความพอใจก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ ซึ่งก็เป็นผลทำให้โดนคนข้างกายตีลงมาที่ต้นแขนอีกครั้งอย่างไม่เบานัก ทำไมเขินแล้วต้องใช้กำลังด้วยเนี่ยครับ

 

               “อร่อยดีเนอะ ยิ่งเวลาไอติมละลายแล้วซึมเข้าไปเป็นเนื้อเดียวกับบราวนี่อุ่นๆ นี่มันรู้สึกดีชะมัด”

               “พี่วอร์ม!!! พูดอะไรเนี่ย...”

 

               จุ๊บ

 

               “ช็อคโกแลตมันเปื้อนน่ะ” ผมอมยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อเห็นท่าทีเขินอายของคนข้างกาย ไอติมช้อนตามมองผมก่อนจะหลบสายตาและถอยตัวออกห่างจากผมเล็กน้อยและก้มหน้าก้มตาดูเครื่องดื่มในแก้วของตัวเอง

 

               พวกเรานั่งคุยกับพี่เจไปเรื่อยเปื่อยจนท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี และตอนนี้ลูกค้าก็แน่นร้านไปหมดคงเพราะเป็นวันสิ้นปีด้วยคนถึงได้เยอะขนาดนี้

 

               “แล้วนี่จะไปไหนกันต่อ”

               “แถวๆ นี้แหละเจ้ งั้นพวกผมไม่รบกวนแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ”

               “สวัสดีครับพี่เจ วันนี้ขอบคุณมากๆ เลยนะครับ สำหรับขนมและเครื่องดื่ม อร่อยทุกอย่างจริงๆ”

               “ยังไงก็อย่าลืมแนะนำเพื่อให้มาทานร้านพี่ด้วยนะไอติม ส่วนแก ยังไงก็ขับรถดีๆ แล้วกันนะวอร์ม” ผมพยักหน้ารับคำพี่สายก่อนจะพาไอติมเดินออกจากร้าน

               .

               .

               .

               ความพิเศษของวันนี้ยังไม่หมดลงหรอกครับ ถ้าเป็นปีก่อนๆ ผมกับเพื่อนๆ คงไปนั่งฟังเพลงอยู่ลานเบียร์ที่ไหนสักแห่ง แต่ในเมื่อปีนี้ได้อยู่กับคนพิเศษก็ต้องทำอะไรให้พิเศษหน่อย ผมจองร้านอาหารที่อยู่บนระเบียงของโรงแรมหรูใจกลางเมืองเอาไว้ กะว่าจะนั่งทานมื้อเย็น และนั่งคุยกับไอติมพลางจิบเครื่องดื่มไปเรื่อยๆ จนถึงเวลานับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่นั่นแหละครับ เพราะที่นี่จะมีการจุดพลุเฉลิมฉลองโดยมีท้องฟ้ายามราตรีที่มืดสนิทเป็นพื้นหลัง มันต้องสวยมากแน่ๆ

 

               “พี่วอร์ม... เราไปไหนกันต่อดี”

               “เดี๋ยวก็รู้ครับ ไอมีหน้าที่แค่ตามพี่มาก็พอ” ผมจูงมือน้องพาขึ้นลิฟไปยังชั้นที่ร้านอาหารตั้งอยู่ คนข้างกายดูตื่นตาตื่นใจไม่น้อย แต่ก็ดูเกร็งแปลกๆ

 

               “พี่วอร์มไม่เห็นบอกก่อนเลย ว่าจะพามาร้านหรูขนาดนี้ ไอทำตัวไม่ถูกแล้วเนี่ย”

               “อ่า... แล้วชอบไหม พี่อยากให้ไอติมประทับใจเลยทุ่มทุนเต็มทีเลยนะ”

 

               “ชอบสิครับ แต่ความจริงแล้วต่อให้พี่วอร์มไม่พาไอไปไหนเลย แค่อยู่ที่ห้องเฉยๆ ไอก็ชอบนะ แค่มีพี่วอร์มอยู่ด้วยไอชอบหมดแหละครับ” คำตอบที่ออกมาจากปากน้องทำเอาผมหุบยิ้มไม่ได้เลยครับ ส่วนเจ้าตัวก็ดูจะเขินกับสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาเหลือเกิน ตอนนี้เลยก้มหน้าก้มตาอ่านเมนูอย่างเอาเป็นเอาตายราวกับเป็นข้อมูลสำคัญที่จะออกสอบอย่างนั้นแหละ

 

               พวกเรานั่งละเมียดชิมรสชาติของอาหารมื้อค่ำมื้อนี้พร้อมกับดื่มด่ำบรรยายรอบกาย ด้วยความที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่ตื่นนอนมาจนถึงตอนนี้ ถึงแม้จะไม่มีเรื่องอะไรให้ชวนคุยแล้วก็ตาม การตกอยู่ในความเงียบครั้งนี้กลับไม่มีความรู้สึกอึดอัดเลยสักนิด แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกเต็มอิ่ม เปี่ยมไปด้วยความสุขและสบายใจอย่างประหลาด 


               เพียงไม่นานหน้าจอขนาดยักษ์ที่ตั้งตะหง่านอยู่ตรงหน้าก็ปรากฏตัวเลขซึ่งเป็นการเริ่มต้นนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ขึ้นมา ผมกุมมือไอติมเอาไว้ เราสองคนสบตากันเนิ่นนานโดยไม่มีคำพูดใดๆ ทุกครั้งที่ตัวเลขนับถอยหลังปรากฏขึ้น เราทั้งคู่ต่างก็นับตามเบาๆ ผมกระชับมือให้แน่นขึ้น ซึ่งคนข้างกายที่อมยิ้มน้อยๆ อยู่นั้นก็เริมยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ

 

               3...


               2...


               1...


               Happy New Year!!!

 

               จุ๊บ

 

               ผมยกมือไอติมที่กุมอยู่ขึ้นมาจุมพิตเบาๆ ก่อนจะเขยิบไปรวบตัวอีกคนให้มานั่งบนตักผมแล้วกอดน้องเอาไว้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่แสนคุ้นเคยของไอติม ทำให้ผมกระชับกอดแน่นขึ้น การที่ใช้เวลาในวันสุดท้ายของปีและวันแรกของปีใหม่ร่วมกัน ทำให้ผมมีความสุขมากจริงๆ

 

               “สุขสันติ์วันปีใหม่นะครับพี่วอร์ม...” เสียงใสเอ่ยบอกกับผมก่อนที่ไอติมจะขโมยหอมแก้มผม

               “เดี๋ยวนี้พัฒนานะ หึ  ขอบคุณนะไอติม”

               “หืม? ขอบคุณอะไรครับ”

 

               “ขอบคุณที่ยังอยู่กับพี่ตรงนี้ไง พี่มากความสุขมากเลยรู้ไหม การที่ได้อยู่กับไอในวันสุดท้ายของปีมันมีค่าสำหรับพี่มาก เราอยู่ด้วยกันทั้งวัน จนตอนนี้เราก็ก้าวข้ามเข้าสู่ปีใหม่มาพร้อมๆ กัน ขอโทษสำหรับเรื่องราวแย่ๆ ในปีก่อน ขอโทษที่ทำให้ไอต้องร้องไห้ ต้องเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า...” ผมพูดความรู้สึกทั้งผมที่อยู่ในใจ รู้สึกว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่ได้ไอติมกลับมาอยู่เคียงข้างกัน ถ้าผมต้องสูญเสียน้องไปตลอดการเพราะการตัดสินใจโง่ๆ ของตัวเอง แถมยังทำให้คนที่ผมรักต้องเสียใจ ผมคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง

 

               “ไม่ต้องพูดแล้วครับ ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของอดีตดีกว่าเนอะ รู้แค่ว่าตอนนี้ไออยู่กับพี่วอร์มเพราะว่าไอเลือกแล้ว และไอก็มีความสุขมากๆ เหมือนกัน ขอบคุณพี่วอร์มเหมือนกันนะครับ” ผมฝังจมูกลงไปบนแก้มนุ่มทั้งสองข้างของไอติม เจ้าตัวยังคงส่งยิ้มหวานให้ผม แหละนั่นก็ทำให้ผมอยากจะทำมากกว่าหอมแก้ม ชักเริ่มอดใจไม่ไหวแล้วสิ

 

               “เรากลับกันดีกว่าเนอะ”

               “อ้าว! ไหนใครว่าอยากอยู่ที่นี่นานๆ ไงครับ”

               “ไม่อยากอยู่แล้ว... ตอนนี้พี่อยากกินไอติมมากกว่า” ประโยคหลังผมจงใจกระซิบที่ข้างหูน้องเบาๆ พร้อมแกล้งเม้มติ่งหูน้องเบาๆ ทำเอาคนน่ารักหน้าขึ้นสีระเรื่อและทุบลงมาที่แขนผมอย่างไม่เบานัก แต่ใครจะสนล่ะครับ ผมลุกขึ้นยืนและจูงมือน้องให้เดินตามไปขึ้นรถเพื่อมุ่งหน้ากลับหอพัก

 

               ถ้านายไออุ่นคนนี้อยากกินไอติม ใครหน้าไหนก็ห้ามไม่ได้หรอกนะ


.


.


.


To be Continue...


? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

77 ความคิดเห็น

  1. #43 Jmoon (@jmoon) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:10
    รำลึกความหลังซะงั้น 5555 น้องไอติมโป๊ะแตกนะลูก แอบตามพี่เค้าตั้งนานแล้วก็ไม่ยอมรับ
    ปล.ละมุนมากๆ ฟินไปอี๊กกก
    #43
    0
  2. #37 คนอ่าน (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 19:05

    ละมุนละไมเนาะ happy สุดๆ

    แต่ก็มีคำที่สะกดผิดหลายคำเลยลองเช็คดูนะคะ

    #37
    1
    • #37-1 MYJ♡ (@juciesss) (จากตอนที่ 31)
      31 กรกฎาคม 2561 / 22:54
      ขอบคุณนะคะคนอ่าน ♥️
      #37-1