Heart Melt :: หัวใจอุ่นไอรัก [Boy's Love]

ตอนที่ 15 : Chapter 14 :: เริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    25 ก.ค. 61

               

                         
                 :: Chapter 14 :: 'เริ่มต้น'





**น้องไอติม**


               แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านสีขาวเข้ามาภายในห้องนอน ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้เป็นเวลากี่โมงแล้ว รู้แค่ว่าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นหลังจากที่ผมตื่นได้สักพักทำให้รู้ว่าผมยังไม่สายแน่ๆ แต่ก็น่าแปลกที่วันนี้ผมดันตื่นก่อนที่เสียงนาฬิกาปลุกจะดังเสียอีก เพราะทุกทีจะเป็นผมเองที่ลุกขึ้นกดปิดมัน แถมบางวันยังกดเลื่อนปลุกขอนอนต่ออีกหน่อยอีกต่างหาก

 

               ผมลุกขึ้นมานั่งบนเตียงพร้อมกับบิดร่างกายสลัดความขี้เกียจออกไปก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเข้าไปในแชท ข้อความล่าสุดที่ผมส่งไปหาพี่วอร์มเมื่อคืนมันยิ่งตอกย้ำว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนไม่ได้เป็นแค่พี่น้องสายรหัสอย่างเดียวแล้ว เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความฝัน แต่มันคือเรื่องจริง

 

               ผมกดส่งข้อความไปหาพี่วอร์มที่ไม่รู้ว่าตื่นหรือยัง ตอนนี้แค่เจ็ดโมงกว่าๆ เองครับ ผมว่าพี่วอร์มยังไม่ตื่นแน่ๆ

 

               i - Chananan :: พี่วอร์มตื่นได้แล้ว

               i - Chananan :: สายแล้วนะ

 

               ผมส่งข้อความเข้าไปในแชทของเรา ก่อนที่จะลุกไปทำธุระส่วนตัวยามเช้าตามปกติซึ่งมันก็ใช้เวลาพอสมควร หวังว่าพี่วอร์มจะตื่นแล้วหลังจากที่ผมจัดการทุกอย่างเรียบร้อย แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะยังคงเงียบกริบและไม่ได้รับการตอบกลับใดๆ แบบนี้ไม่ตื่นแน่ๆ  ผมเลยรัวแชทและคอลไปหาพี่วอร์มอีกครั้ง แต่ก็ไม่สัญญานตอบรับ มันจะแปดโมงแล้วนะครับ หรือผมควรจะลงไปเคาะห้องพี่วอร์มเลยดี ไม่รู้ว่านอนหรือซ้อมตายกันแน่เนี้ย ตื่นยากจัง

 

               นายไออุ่น :: ตื่นแล้ว

               นายไออุ่น :: ตื่นตั้งแต่เจ็ดโมงแล้ว

 

               ตื่นแล้วแต่ไม่ยอมตอบแชทเนี่ยนะ ผมก็รอไปสิครับ กลับกลายเป็นว่าพี่วอร์มตื่นนานแล้วเพียงแค่ไปอาบน้ำแต่งตัวเลยไม่เห็นแชท อันที่จริงเวลาเข้าเรียนคาบเช้าของเราทั้งคู่ตั้งเก้าโมงครับ เหลือเวลาอีกตั้งชั่วโมงกว่าๆ ผมก็รู้แหละครับว่าถ้าเป็นปกติแล้วพี่วอร์มคงจะตื่นตอนเวลาใกล้เข้าเรียนแน่ๆ แต่วันนี้ มันเป็นวันแรกที่เราคบกัน พูดไปจะดูน่าหมั่นไส้หรือเปล่านะ แต่ผมแค่อยากพูดคุย อยากเจอหน้าพี่เขาก่อนจะเข้าเรียนก็แค่นั้นเอง แล้วดูสิ ไม่ยอมตอบแชทเนี่ยมันน่างอนไหมละครับ

 

               นายไออุ่น :: ไปหาอะไรกินที่โรงอาหารกันก่อนไหม

               นายไออุ่น :: เดี๋ยวพี่เลี้ยง

               i - Chananan :: เอาของกินมาล่อเหรอพี่วอร์ม

               นายไออุ่น :: แล้วจะกินไหมละ

               i - Chananan :: กิน!

               i - Chananan :: แต่พี่ต้องเลี้ยงผมทั้งวันเลยนะวันนี้

               นายไออุ่น :: อ่าว... ไหงงั้น

               i - Chananan :: ไม่รู้อะ

               i - Chananan :: อีกห้านาทีเจอกันหน้าลิฟท์เลยนะ

               นายไออุ่น :: อ่าๆ โอเคๆ

 

               ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

               ผมกดปิดโทรศัพท์เพื่อจะเตรียมตัวออกจากห้อง แต่อยู่ๆ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นต่อจากนั้น ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นห้องผมหรือเปล่าเลยยืนรอฟังอีกครั้งเผื่อว่าเสียเคาะเมื่อกี้จะเป็นของคนข้างห้องก็ได้

 

               ก๊อก ก๊อก

 

               แน่แล้วว่าเป็นห้องผมแน่ๆ แต่เวลาแบบนี้ใครจะมาเคาะห้องผมกันนะ มันทำให้ผมนึกถึงเรื่องที่พี่วอร์มเคยบอกเมื่อตอนนั้นเลย เรื่องตำนานอาถรรพ์ชั้น 9 เนี่ย ฮือ แต่ผมก็ต้องเดินไปเปิดประตูอย่างช่วยไม่ได้เพราะเสียงเคาะประตูห้องก็ยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง

 

               มอร์นิ่งครับแฟน

               พี่วอร์ม!!! มาได้ยังไงเนี่ย!คนที่มาเคาะประตูห้องผมก็คือพี่วอร์มนั่นเอง ทำเอาตกใจหมดเลยครับ อยู่ๆ ก็ขึ้นมาหาถึงห้องเลยเนี่ย เมื่อกี้เรายังคุยกันในแชทอยู่เลยว่าจะลงไปเจอกันหน้าลิฟท์ข้างล่าง เซอร์ไพรส์เก่งเหลือเกิน

 

               อยากเจอหน้าไอติมไวไวอะ ก็เลยขึ้นมาหาเลยไง

               อื้อ~ เดี๋ยวก็ลงไปเจอกันแล้วไงครับ ถึงจะเปลี่ยนสถานะมาเป็นแฟนกันแล้ว แต่เวลาพี่วอร์มพูดแบบนี้ผมก็อดเขินไม่ได้สักที เป็นพี่วอร์มทีไรภูมิคุ้มกันผมติดลบทุกทีเลย แค่คำพูดธรรมดาๆ ก็ทำเอาหน้าร้อนไปหมดแล้วครับ

 

               ก็คิดถึง... อยากเจอเดี๋ยวนี้ ตอนนี้เลย

               หง่า~ ก็เจอแล้วนี่ไงครับไม่รู้ว่าหน้าตาผมตอนนี้เป็นยังไง รู้แค่ว่ามันหุบยิ้มไม่ได้ก็แค่นั้นเอง ถ้าพี่วอร์มยังเป็นแบบนี้ต่อไปผมคงได้สำลักความสุขตายเข้าสักวัน การที่คนที่เราชอบรู้สึกตรงกันกับเรา แล้วได้มาคบกันแบบนี้มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากจริงๆ นะครับ

 

               งั้นเราไปหาอะไรกินกันดีกว่าเนอะ

               อือ... พี่วอร์มรอแป๊บนึงนะครับ เดี๋ยวผมเข้าไปเอากระเป๋าก่อนหลังจากนั้นพวกเราก็พากันเข้ามาในมหาวิทยาลัย บรรยากาศตอนเช้าวันนี้ค่อนข้างเงียบหรืออาจเป็นเพราะว่าพวกเราเข้ามากันเช้ากว่าปกติก็เป็นได้ แถมอากาศเช้านี้ยังเย็นสบายกว่าปกติด้วยเลยยิ่งทำให้ผมรู้สึกสบายใจและมีความสุขมากขึ้นไปอีก คนที่นั่งขับรถอยู่ข้างๆ ผม เพียงแค่ได้ลอบมองเสี้ยวหน้าของพี่เขามันก็ทำให้ผมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเลยครับ

               .

               .

               .

**พี่วอร์ม**



               หลังจากที่ผมไปส่งน้องเข้าเรียนแล้วผมก็เดินมาที่ห้องเรียนของตัวเองบ้าง วิชาเช้านี้ผมมีเรียนพร้อมจัสครับ ส่วนมิชิกับเค้กเรียนอีกเซคนึง มันเป็นความซวยที่ตอนลงทะเบียนเรียนพวกเราดันลงไม่ทันกัน วิชานี้เลยต้องแยกเรียนกันคนละเซคไปตามระเบียบครับ และแน่นอนว่าไอ้มิชิมันเลือกที่จะไปเรียนกับเค้กมากกว่าผมและไอ้จัส

 

               แต่วันนี้ผมต้องนั่งเรียนคนเดียวเนื่องจากไอ้จัสมีเหตุจำเป็นต้องไปส่งท่านแม่ที่ทำงานเนื่องจากรถของท่านเสีย ซึ่งจากอโศกกว่าจะมาถึงที่มหาวิทยาลัยมันคงมาไม่ทันคาบเช้าแน่ๆ เลยเหมาโดดคาบเช้าเสียเลย  ส่วนผมก็นั่งง่วงอยู่นี่ไงครับ ไม่มีเพื่อนนั่งคุยด้วยยิ่งแล้วใหญ่ ตาจะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่ แล้วสิ่งที่พอจะช่วยไม่ให้ง่วงมากไปกว่านี้ก็คือการเล่นโทรศัพท์ครับ

 

               ผมกดเข้าไปดูรูปล่าสุดที่ถ่ายไว้ มันเป็นรูปที่ผมถ่ายน้องไอติมตอนที่ผมขึ้นไปหาน้องที่ห้องเมื่อเช้านี้ หน้าตาตอนน้องเปิดประตูออกมาเจอผมมันตลกมากเลยอะ ท่าทางจะตกใจมากจริงๆ ที่ผมแอบขึ้นไปหาก่อน ผมเลยแอบถ่ายเอาไว้โดยที่น้องไม่รู้ตัว ก็หน้าตาท่าทางเหวอๆ ของน้องมันน่ารักจะตายไปครับ ไม่รอช้า ผมกดส่งรูปนั้นไปให้น้องทันทีก่อนที่ผมจะเลิกสนใจโทรศัพท์และหันไปสนใจสิ่งที่อาจารย์กำลังสอนต่อ อาจารย์เล่นบอกว่ามันจะมีออกสอบขนาดนั้น พลาดไปก็แย่สิครับ

 

               i - Chananan :: อะไรอะ ถ่ายทำไมเนี่ย

 

               ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงผมถึงเพิ่งเห็นว่าไอติมส่งแชทโวยวายกลับมา ผมแชทคุยกับน้องสักพักอาจารย์ก็ปล่อยคลาส แต่น้องยังไม่เลิกเรียน ผมเลยตัดสินใจไปรอไอติมที่โต๊ะ น่าแปลกที่วันนี้บริเวณโต๊ะเงียบมาก สงสัยเพราะว่าอาจารย์เซคผมปล่อยเร็วเลยยังไม่ค่อยมีคนมาเท่าไหร่ และแน่นอนว่าเค้กกับมิชิก็น่าจะยังเรียนอยู่ แต่ก็ดีแล้วครับ เพราะถ้าสองคนนั้นเลิกเรียนพร้อมๆ กับผม ผมต้องโดนซักจนสะอาดเอี่ยมอ่องแน่ๆ เลย แล้วก็ไม่ใช่เรื่องอื่นใดหรอกครับ ก็เรื่องน้องไอติมเนี่ยแหละ ใครจะไปคิดละครับ เมื่อวานผมยังโมโหใส่น้องจนคนเขาเห็นกันทั้งโต๊ะอยู่แล้ว แล้วมาวันนี้ผมกับน้องดันเป็นแฟนกันเสียอย่างนั้น มันก็ไม่แปลกหรอกครับที่ใครๆ จะตั้งคำถาม แต่เอาจริงๆ ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอกครับ แค่ผมเข้าใจน้องแล้วน้องเข้าใจผมก็พอแล้ว

 

               พี่วอร์ม!เสียงสดใสดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะมาถึงเสียอีก ผมเงยหน้ามองเห็นไอติมกำลังเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาผม หน้าน้องขึ้นสีแดงและหอบนิดๆ เดินจากอาคารเรียนรวมมาถึงนี่ก็ไม่ได้ใกล้เท่าไหร่ แถมแดดตอนใกล้เที่ยงแบบนี้ก็แรงไม่ใช่เล่นเลย จะรีบร้อนอะไรขนาดนั้นครับ

 

               ค่อยๆ เดินมาก็ได้ จะวิ่งทำไม หน้าแดงเหงื่อออกหมดแล้วเนี่ย พี่ไม่หนีไปไหนหรอกผมพูดขำๆ ก่อนที่น้องจะทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามผม

 

               ก็กลัวพี่วอร์มรอนานอะครับ

               พี่รอได้หน่าคำตอบของน้องทำเอาผมอยากหยิกแก้มนุ่มๆ ที่ตอนนี้ขึ้นสีระเรื่อนั่นจริงๆ เลยครับ ทำไมต้องน่ารักขนาดนี้วะครับ น้องจะรู้บ้างไหมเนี่ยว่าเพราะความน่ารักสดใสของน้องนี่แหละที่ทำให้ผมตกหลุมน้องโดยไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกทีก็หาทางขึ้นจากหลุมไม่เจอเสียแล้ว

 

               พี่วอร์มหิวไหม

               หิวแล้วล่ะสิ เราน่ะ อยากกินอะไรล่ะ

               อืม... ก็เริ่มหิวแล้ว... กินอะไรก็ได้ครับ ตามใจคนเลี้ยงเลย~” ไอติมพูดพร้อมกับเอียงคอหัวเราะคิกคัก ก็แน่ล่ะครับ วันนี้ผมต้องเลี้ยงน้องทั้งวันนี่นา ถูกใจเขาล่ะ แต่องศาการเอียงคอแบบนั้นมันชักจะน่ารักเกินไปแล้วนะไอติม ถ้าจับฟัดตรงนี้จะน่าเกลียดไปไหมครับเนี่ย มีแฟนน่ารักนี่ก็ลำบากเหมือนกันะครับ

 

               อืม... งั้นออกไปกินข้าวข้างนอกกันไหม

               ออกไปข้างนอกเลยเหรอพี่วอร์ม จะกลับมาทันเรียนตอนบ่ายไหมอะ

               ทันสิ เราก็... รีบไปรีบกลับไงจริงๆ แล้วผมแค่อยากพาไปที่ที่ไม่ต้องเจอคนรู้จักมากกว่าครับ อยู่ในมหาวิทยาลัยยังไงก็ต้องมีคนเห็น มีคนเจอพวกเราอยู่ด้วยกันแน่ๆ ผมขี้เกียจตอบคำถามน่ะครับ

 

               โอเค~ ไปก็ได้ครับ

               โอเคงั้นไปกันผมลุกขึ้นยืนอมยิ้มแล้วส่งมือไปหาน้อง ไอติมมองมือผมครู่นึงแล้วยื่นมือมาจับมือผมตอบพร้อมกับยิ้มตาหยีส่งให้จนผมเผลอฉีกยิ้มกว้างออกมาตามน้อง ตั้งแต่ได้รู้จักกับไอติมผมรู้สึกว่าโลกของผมสว่างขึ้นเยอะเหมือนกันนะ ไม่รู้ว่าเรื่องในอนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไงแต่มือนุ่มๆ ของน้องไอติมที่กำลังจับมือผมอยู่นั้นมันทำให้ผมคิดว่า ไม่ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นผมจะไม่มีวันปล่อยมือจากน้องเด็ดขาด

 

               พวกเราออกไปทานมื้อเที่ยงง่ายๆ กันเพราะไอติมมีเรียนต่อช่วงบ่าย แต่หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วผมเห็นว่ายังมีเวลาก็เลยชวนน้องไปนั่งเล่นที่คาเฟ่ก่อนจะได้ซื้อกาแฟทานด้วย ไม่อย่างนั้นคงได้มีคนหลับคาห้องเรียนแน่ๆ เลย ทันทีที่เครื่องดื่มยกมาเสิร์ฟ ไอติมก็รีบร้องห้ามผมทันทีเมื่อเห็นว่าผมจะคว้าแก้วของตัวเองไปดู

 

               “ผมก็ขอถ่ายรูปก่อนนะ เดทแรกทั้งทีต้องเก็บไว้เป็นความทรงจำหน่อย...” ถึงแม้ว่าประโยคหลังน้องจะพึมพัมกับตัวเองเบาๆ แต่ผมก็ยังได้ยินอยู่ดี เราอยู่ใกล้กันแค่นี้เองนี้ครับ ภาพอีกคนที่กำลังตั้งใจตัดมุมและหาแสงในการถ่ายภาพเครื่องดื่มทั้งสองแก้วทำให้ผมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

 

               ถ้าใครหลายๆ คนมาพบเจอผมช่วงนี้ต้องเอ่ยปากทักแน่ๆ ว่าผมยิ้มบ่อยกว่าปกติ ก็แน่ล่ะครับ เพราะตอนนี้ไอติมคือความสุขของผม การได้ใช้เวลาทุกๆ นาทีร่วมกับน้องล้วนเป็นความทรงจำดีๆ ที่เราได้ร่วมกันสร้างขึ้นมาและจะจดมันลงให้สมุดบันทึกความทรงจำของเราทั้งคู่ ผมยังจำวันแรกที่เจอน้องวันจับสายรหัสได้เลย ผมไม่รู้หรอกว่ารอยยิ้มของน้องจะทำให้ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉานั้นกลับมาเบ่งบานได้หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ รอยยิ้มของน้องสามารถทำให้หัวใจของผมพองฟูขึ้นกว่าเดิม

 

               โทรศัพท์ที่สั่นเตือนอยู่ตลอดเวลาทำให้ผมรู้ว่าพวกเพื่อนๆ ผมนั้นกำลังแชทคุยกันอยู่ ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ผมปิดแจ้งเตือนไว้เหมือนเดิมก็ดีแล้วเนี่ย กลับมาเปิดไว้เผื่อจะมีเรื่องสำคัญแต่ก็เปล่าเลยครับหาสาระไม่ได้เหมือนเดิม ผมเหลือบมองโทรศัพท์อยู่พักหนึ่งหลังจากที่เอารถจอดที่ลานจอดรถใกล้ๆ อาคารเรียนรวม เมื่อครู่นี้ผมพาไอติมออกไปกินข้าวที่ห้างใกล้ๆ มหาวิทยาลัยและตอนนี้ผมก็กำลังจะไปส่งน้องเข้าเรียนวิชาช่วงบ่ายต่อ ไม่ต้องเดาเลยครับว่าข้อความในแชทที่รัวๆ มานั้นคือเรื่องอะไร แน่นอนว่าเป็นเรื่องผมล้วนๆ แต่ก็ปล่อยไว้แบบนั้นแหละครับ เดี๋ยวค่อยไปเคลียร์ทีเดียวตอนเจอหน้าพวกมัน


               และแน่นอนว่าเมื่อผมมาถึงที่โต๊ะผมก็โดนพวกเพื่อนรักแซ็วกันระงมเลยครับ นี่ที่แซ็วกันในแชทยังไม่พออีกหรือไง ดีนะที่ผมไปส่งไอติมที่ตึกเรียนเรียบร้อยแล้วถึงค่อยเดินมาที่โต๊ะ ไม่อย่างนั้นน้องคงเขินมากแน่ๆ

 

               ยัง... ยังอีก... ยังไม่เลิกแซ็ว พวกมึงนี่นะ

               แหม~~~ ก็ใครจะไปนึกวะ เมื่อวานเห็นมึงยังเกรี้ยวกราดใส่น้องไอติมอยู่เลย พอมาวันนี้พากันไปกินข้าวอัพรูปลงไอจีซะหวานแหววไอ้จัสยังคงแขวะผมไม่หยุด นี่มันเป็นเจ้ากรรมนายเวรผม หรือคู่รักแค้นฝั่งหุ่นตั้งแต่ชาติปางก่อนของผมหรือเปล่าวะ พูดเสียผมรู้สึกผิดที่มีแฟนเลย

 

               อะไร! กูยังไม่ทันทำอะไรเลย...

               มึงไม่ได้ทำแต่แฟนมึงทำ! แหม~ ลงรูปแท็กหากันซะด้วย ไวไฟฉิบหายคราวนี้เป็นไอ้มิชิที่แซ็วผมต่อ ทีนี้ล่ะสามัคคีกันเหลือเกิน กับเรื่องอื่นช่วยร่วมมือร่วมใจกันแบบนี้บ้างได้ไหมวะครับ

 

               แล้วทำไมวะ... ก็คนเป็นแฟนกันลงรูปแท็กหากันมันผิดตรงไหน

               โว้ย หมั่นไส้!!! เมื่อคืนใครบอกวะว่าเสียความรู้สึกอย่างนั้นอย่างนี้... สุดท้ายก็ไปสอยน้องเขามาเป็นแฟนเฉย ไอ้จัสเสริม

               ก็พวกมึงเองไม่ใช่หรือไงวะที่เชียร์กูให้คบกับน้องอะผมบอกตามความจริง เพราะตั้งแต่เมื่อคืนที่ผมเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เพื่อนๆ ฟัง ทุกคนก็พร้อมใจกันเชียร์ให้ผมไปง้อน้องเองนี่ครับ

 

               แต่ความจริงมันก็ดีนะครับ ต้องขอบคุณพวกมันนี่แหละที่ทำให้ผมรู้ใจตัวเองจริงๆ ว่าผมก็รู้สึกไม่ต่างกันกับไอติม ส่วนเรื่องนั้นที่ทำให้ผมเสียความรู้สึกผมก็จะมองข้ามไปครับ ก็ในเมื่อคนที่ทำให้ผมรู้สึกดีในแชทนั้นมันก็คือคนเดียวกับคนที่ผมรู้สึกดีด้วยเวลาเจอหน้ากัน แล้วมันจะผิดตรงไหนล่ะครับถ้าผมอยากจะให้คนๆ นั้นมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผม

 

               อย่าไปสนใจสองคนนี้เลยวอร์ม... ยังไงเค้กก็ยินดีด้วยนะที่วอร์มไม่ได้คิดร้ายๆ กับน้องไอติม อีกอย่าง... น้องไอติมก็น่ารักน่าเอ็นดูขนาดนั้น ถ้าปล่อยให้เข้าใจผิดกันแล้วเห็นน้องไปคบกับคนอื่นวอร์มจะทนได้เหรอ จริงไหม เค้กเอ่ยยิ้มๆ คำพูดของเค้กทำเอาผมอยากจะเข้าไปกอดเค้กแน่นๆ แทนคำขอบคุณที่ทั้งคอยรับฟัง ช่วยให้คำปรึกษาและเข้าใจในตัวผม แต่ก็ทำได้แค่คิดอะครับ ถ้าผมทำแบบนั้นจริงๆ มีหวังไอ้มิชิได้กระชากผมไปต่อยแน่ๆ

 

               อือ! ยังไงวอร์มก็ไม่มีทางปล่อยให้น้องไปเป็นของคนอื่นแน่นอนเค้กหลังจากที่ผมพูดจบประโยคก็มีเสียงโห่จากไอ้เพื่อนตัวโย่งทั้งสองคนดังตามมา อย่าให้ถึงตาพวกมึงบ้างก็แล้วกัน ไอ้จัส ไอ้มิชิ ผมจะซักให้ซีดเลยคอยดูเถอะ

 

               หลังจากที่เมื่อวานผมใช้เวลาส่วนมากอยู่กับไอติมจนโดนเพื่อนแซ็วไม่เลิก วันนี้ผมมีเรียนตอนสิบโมง ส่วนน้องมีเรียนตั้งแต่แปดโมงเช้า ทั้งที่เมื่อคืนผมบอกน้องว่าจะเข้าไปส่งในมหาวิทยาลัยแต่น้องก็ยืนยันจะไปเองโดยอ้างว่าเพราะทุกครั้งก็ไปเอง มันก็จริงอยู่ครับ แต่ตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้วนี่ครับ ผมก็อยากทำหน้าที่แฟนและรุ่นพี่ที่ดี แต่ในเมื่อน้องก็ยังยืนกรานจะไปเรียนเอง ผมก็ไม่ขัด ดีเหมือนกันจะได้นอนตื่นสายๆ หน่อย ซึ่งความจริงแล้วผมก็นอนตื่นสายเป็นประจำอยู่แล้ว ข้อความแจ้งเตือนจากโปรแกรมแชทเป็นอย่างแรกที่ผมเปิดดูหลังจากที่เพิ่งตื่นนอนได้ไม่นาน นอกจากข้อความจากไอติมแล้วก็มีพวกเพื่อนๆ ของผมนี่แหละครับ


               ผมกดเข้าไปดูในแชทกลุ่มจับฉ่ายก็เจอข้อความจากมิชิก่อนเป็นคนแรกเลยครับ แล้วเรื่องที่มันทักมาตั้งแต่ไก่โห่นี่ก็เป็นเรื่องของผมอีกแล้ว นี่มันไม่คิดจะหยุดแซ็วผมเลยใช่ไหมเนี่ย แค่ผมอัพรูปคู่ตัวเองกับน้องไอติมตอนห้าทุ่มเมื่อคืนนี้ลงไอจีเท่านั้นเอง แล้วที่ตั้งใจอัพรูปเวลานั้นก็เพราะไม่อยากให้มันข้ามไปเป็นอีกวันก็แค่นั้น ผมก็แค่อยากเก็บเรื่องราวดีๆ ในวันแรกที่ผมกับน้องคบกันมันผิดตรงไหน ไม่รู้ว่าที่แซ็วไม่เลิกนี่เพราะอิจฉาหรือว่าอะไร

 

               ผมนั่งแชทคุยกับเพื่อนๆ อยู่สักพักก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยไปเรียน ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลาเก้าโมงกว่าๆ แล้วครับ แต่เค้กล่วงหน้าไปถึงมหาวิทยาลัยก่อนแล้ว รายนั้นน่ะเหมือนพระเจ้าสร้างเขาให้เกิดมาเพอร์เฟ็คเลยครับ ทั้งขัยนและเรียนเก่ง ไหนจะหน้าตาที่ดึงดูดสายตาทั้งหญิงและชาย แถมอัธยาศัยดีเป็นมิตรกับทุกคนด้วยอีก ยอมครับยอม แค่ได้มาเป็นเพื่อนกับเค้กนี่ผมก็รู้สึกว่าตัวเองต้องมีบุญพอสมควรแล้วครับ

                .

               .

               .

**น้องไอติม**



               ง่วงจัง...

               ไม่คิดว่าคนอย่างไวท์จะบ่นง่วงกับเขาเป็นเหมือนกันด้วย ฮ่าๆๆผมหันไปมองเจ้าของเสียงเล็กๆ ที่บ่นออกมาเบาๆ หลังจากที่หาวจนน้ำตาไหลไปเมื่อครู่ และเอ่ยแซวต่อทันที

 

               อือ... ทำไมไวท์จะง่วงไม่ได้อ่า... ถึงจะตั้งใจไว้ว่าจะตั้งใจเรียนทุกคาบก็เถอะ แต่เรียนเช้าขนาดนี้... ฮือ... คิดถึงเตียงกับหมอนนิ่มๆ ที่หอจังไวท์บ่นกลับมาเสียยกใหญ่จนผมอดขำไม่ได้ แต่ก็เข้าใจนะครับ เพราะเรียนเช้าแบบนี้ ใครๆ ก็ง่วงกันทั้งนั้นแหละครับ แถมเนื้อหาวิชาเช้านี้มันก็ชวนง่วงนอนเสียเหลือเกิน

 

               จูก็ง่วงเหมือนกันเลยไวท์ เมื่อกี้ที่อาจารย์ปล่อยพักพอกลับมาเรียนก็นึกว่าจะหายง่วงบ้างแล้วนะ แต่ก็ไม่เลยผมส่ายหน้าเบาๆ กับเพื่อนทั้งสองที่ยังคงบ่นเรื่องความง่วงกันไม่ขาดปาก ผมเหลือบมองเวลาจากโทรศัพท์มือถือแล้วก็นึกถึงพี่วอร์มขึ้นมาทันทีเลยครับ วันนี้พี่วอร์มมีเรียนสิบโมงเช้า ไม่รู้ป่านนี้จะตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวแล้วหรือยัง เมื่อเช้าผมแค่แชทไปบอกพี่เขาว่ากำลังจะออกมาเรียนแล้วเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าตอนนั้นพี่วอร์มคงจะยังไม่ตื่นแน่ๆ ว่าแล้วก็ทักไปหน่อยแล้วกัน เผื่อพี่เขาจะนอนเพลินจนลืมตื่น เดี๋ยวจะมาโวยวายโทษผมว่าไม่ยอมปลุกอีก

 

               นายไออุ่น : กำลังไปมหาลัยแล้วนะ

 

               ผมเข้าไปในโปรแกรมแชทยังไม่ถึงสิบวินาทีดี ยังไม่ทันที่จะกดเข้าไปให้ห้องที่ผมคุยกับพี่เขาด้วยซ้ำ แจ้งเตือนข้อความที่ถูกส่งมาจากพี่วอร์มก็ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอพอดี ตายยากจริงๆ

 

               i - Chananan : 

               นายไออุ่น : ตอบไวจัง ไม่เรียนเหรอ

 

               ไม่ให้ตอบไวได้ยังไงล่ะครับ ก็ผมกำลังจะเข้ามาส่งข้อความหาพี่วอร์มอยู่พอดี มันก็เลยต้องอ่านเลย ซึ่งถ้าอ่านแล้วไม่ตอบเดี๋ยวก็จะโดนบ่นอีก จริงไหมล่ะครับ

 

               i - Chananan : เรียนอยู่ ~ แต่มันง่วงอ่า

               นายไออุ่น : แอบหลับเปล่าเนี่ย ไม่ตั้งใจเรียน

               i - Chananan : ก็มันง่วงจริงๆ อ่า~ อยากกินโกโก้

               นายไออุ่น : ให้ซื้อไปให้ไหม

               i - Chananan : ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวก็เลิกแล้ว

 

               พี่วอร์มถามผมกลับ จริงๆ ผมก็แค่บ่นอยากกินเฉยๆ เอง ไม่ได้จะกินเวลานี้ เดี๋ยวนี้เลยสักหน่อย แต่การที่พี่วอร์มถามกลับมาแบบนี้มันก็ทำให้ผมอดยิ้มไม่ได้จริงๆ พอเราเปลี่ยนสถานะจากพี่น้องสายรหัสมาเป็นแฟนกันแล้วเนี่ย พี่วอร์มดูเอาใจใส่ผมมากขึ้นกว่าเดิมอีก นับวันพี่เขาก็ยิ่งทำให้ผมหวั่นไหวและรู้สึกดีมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกวันๆ เลยครับ

 

               ยิ้มใหญ่เลยนะ ไอติมเสียงเพื่อนสนิทผมเอ่ยแซวขึ้นหลังจากที่ผมคุยแชทกับพี่วอร์มเสร็จ

               อะไรของจูเนี่ย... ไอยิ้มไม่ได้เหรอ

               เปล่า~ ได้คบกับคนที่ตัวเองแอบชอบมานานแสนนานนี่มันดีจังเลยนะ

 

               นี่ไอติมแอบชอบพี่วอร์มมานานแล้วเหรอหลังจากที่จูเนียร์พูดจบ ไวท์ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ก็ถามแทรกทันที เราสามคนนั่งติดกันขนาดนี้แถมผมยังนั่งตรงกลางระหว่างไวท์กับจูเนียร์อีก ถ้าไม่ได้ยินก็คงแปลก

 

               ก็...  อือ ไอชอบพี่วอร์มมาตั้งนานแล้วล่ะผมตอบไปตามความจริง เพราะมันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรที่ต้องปิดบังกันหรอกครับ แต่ถ้าไวท์ไม่ถาม แล้วอยู่ๆ จะให้ผมมพูดขึ้นมาเลยมันก็ดูจะยังไงๆ อยู่ แต่ดูเหมือนว่าไวท์จะไม่ค่อยตกใจสักเท่าไหร่

 

               ชอบมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายเลยเปล่าเนี่ย

               ไวท์รู้ได้ไงอะคราวนี้จูเนียร์เป็นคนถามคำถามนี้แทนผม

 

               เดาเอาน่ะ... จริงๆ ไวท์เห็นพวกจูกับไอติมชอบคุยเรื่องของพี่วอร์มกันอยู่บ่อยๆ ไวท์เลยเดาเอา แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นอย่างที่เดาไว้จริงๆ หรอกนะไวท์พูดพลางหัวเราะออกมาเบาๆ นี่ผมแสดงออกชัดขนาดนั้นเลยเหรอครับ ถึงว่าล่ะ ไวท์ดูไม่ค่อยตกใจเลยที่รู้ว่าผมแอบชอบพี่เขามาตั้งนานแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากนักหรอกครับ แค่เพื่อนๆ เข้าใจและโอเคกับการที่ผมคบกับผู้ชายด้วยกันนี่ก็ถือว่าดีมากแล้วครับ เพื่อนๆ ของพี่วอร์มเองก็น่ารักมากๆ เลย จะถือว่าผมโชคดีที่คนที่แอบชอบมานานรู้สึกตรงกันและยังมีเพื่อนๆ ที่แสนดีแบบนี้ก็ไม่ผิดหรอกครับ เพราะตอนนี้ผมก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีมากๆ คนหนึ่งเลยล่ะครับ

.

.

.

To be Continue...

TALK:;
เป็นแฟนกันแล้วก็จะหวานๆ เพ้อๆ หน่อย >//<"
ยังไงก็ฝากติดตามความรักของพี่วอร์มและน้องไอติมด้วยนะคะว่าจะมีอุปสรรค์อะไรอีกรึเปล่า
เม้นเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ อ่านแล้วชอบไม่ชอบยังไงบอกได้
พูดคุยติชมในทวิต #หัวใจอุ่นไอรัก เลยค่า เจอกันตอนหน้านะคะ

? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

77 ความคิดเห็น

  1. #59 Jmoon (@jmoon) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:38
    เริ่มหวานแล้วๆๆ เย้ๆๆๆ
    #59
    0