Since; The last November [TEENTOP]

ตอนที่ 8 : Since; {Precious"Period Vll}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 288
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 มี.ค. 57

{Precious; Period VII}

ไม่ต้องบอกใครๆก็คงจะดูออกว่าวันนี้ผมมีความสุขแค่ไหน แต่ตารางเรียนวันนี้มันจัดว่าแย่มากครับมีอย่างที่ไหนเริ่มเรียนบ่ายโมงเรียนแค่ชั่วโมงเดียวแล้วต้องรอเรียนอีกทีห้าโมงเย็นถึงสองทุ่ม ดีนะที่วันนี้ผมอารมณ์ดี ก็วันนี้ทั้งผม ไอ้บัง ไอ้จง แล้วก็ชานฮีเรียนด้วยกันหมดเลย ตอนนี้มีเวลาเหลือเฟือพวกผมก็เลยมานั่งเล่นกันที่ร้านกาแฟ นี่ผมไม่ได้กินกาแฟมานานขนาดไหนแล้วนะ

"เดี๋ยวกูมานะ" ระหว่างที่ผมกำลังคิดว่าจะสั่งเครื่องดื่มอะไรดีมินซูก็หยิบหยิบบุหรี่หนึ่งมวนมาคาบไว้แล้วเดินออกจากร้านไป

"ทำไมมันกลับมาสูบหนักอีกแล้ววะ"
"คงมีอะไรเครียดๆมั้ง กูไปห้องน้ำก่อนนะ ฝากสั่งมินท์ช็อคให้กูด้วย" จงฮยอนเอ่ยจบก็เดินเอามือล้วงกระเป๋าผิวปากออกไปอย่างอารมณ์ดี ทำไมอารมณ์ของเพื่อนผมสองคนมันถึงต่างกันคนละขั้วแบบนี้เนี่ย

"นี่...จงฮยอนสูบบุหรี่รึเปล่า"
"หืม...ทำไมหรอชานฮี เอ...หรือว่ากำลังประเมินคุณสมบัติมันอยู่ว่าจะยอมให้คบกับชางฮยอนดีมั้ย ใช่ป่ะ" ชานฮีเม้มปากแน่นเลยครับ คงตกใจที่ผมจับทางได้ล่ะสิ

"ก็...ประมาณนั้นมั้ง" เจ้าของใบหน้าหวานยิ้มออกมาเก้อๆ ก่อนจะรีบลุกเดินหนีไปสั่งเครื่องดื่มผมเลยรีบลุกตามไปที่หน้าเคาท์เตอร์ทันที

ผมจะสั่งอะไรดีนะ ความจริงแล้วผมชอบรสชาติเข้มๆของกาแฟดำมากเลยมันทำให้ผมรู้สึกกระปรี้กระเปร่า แต่ผมก็คิดถึงรสชาตินุ่มลิ้นของลาเต้เหมือนกันนะ จากคนติดกาแฟกลายเป็นคนที่ดื่มแต่น้ำเปล่าไปได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ผมก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน ช่วงแรกๆพี่หมอก็แค่บอกให้ผมเพลาๆลงแล้วให้หันไปดื่มพวกที่ผสมนมและมีปริมาณกาแฟที่ไม่เข้มข้นมากนัก แต่สุดท้ายพี่หมอก็สั่งให้ผมงดกาแฟโดยเด็ดขาดเพราะการติดกาแฟและบริโภคคาเฟอีนจำนวนมากมีแต่ผลเสียต่อหัวใจของผม

"บยองฮอนตกลงนายจะดื่มอะไร นายชอบกินกาแฟแบบไหนหรอ" แล้วเสียงหวานก็เข้ามาในโสตประสาทผมทำให้ความคิดทั้งปวงหยุดชะงักลงทันที แน่นอนว่าในเมื่อร่างบางเอ่ยถามถึงความชอบของผม ผมก็ย่อมตอบออกไปตามความจริงโดยแอบคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ลึกๆว่าชานฮีคงจะกำลังเก็บข้อมูลส่วนตัวของผมอยู่เหมือนที่ผมเพียรพยายามจดจำทุกสิ่งที่ชานฮีชอบ

"เอสเพรสโซ่วันช็อต คือกาแฟที่เราชอบที่สุด" ร่างบางพยักหน้าและส่งยิ้มกว้างให้ผมก่อนจะหันไปสั่งเครื่องดื่มทั้งหมดที่ต้องการ แค่ช็อตเดียวเองไม่เป็นไรหรอกมั้ง เมื่อวานยังซัดโซจูได้เลย

เวลาผ่านไปเพียงไม่นานกาแฟร้อนสีเข้มหอมกรุ่นก็ถูกวางลงตรงหน้าผม รวมถึงมิ้นช็อคโกแลตปั่นสีสันสดใสของจงฮยอนด้วย ส่วนของชานฮีถ้าผมเดาไม่ผิดต้องเป็นคาราเมล มัคคีอาโต้แน่ๆเลย

"ชิมมั้ย" ชานฮียื่นแก้วของตัวเองมาตรงหน้าผมพร้อมดวงตากลมใสที่จ้องมองมา น่ารักเป็นบ้าเลยครับ ผมส่ายหน้าเบาๆเป็นการปฏิเสธก็ผมไม่ค่อยถูกกับอะไรหวานๆสักเท่าไหร่ ผมยกแก้วเอสเพรสโซ่ขึ้นมาสูดดมกลิ่นกรุ่นของกาแฟก่อนจะจิบและลิ้มรสชาติเข้มข้นของมันช้า ถึงจะขมแต่ก็นุ่มลิ้นเหมือนเคย ผมคิดถึงรสชาตินี้จังเลย

ผมเพลิดเพลินกับการจิบเอสเพรสโซ่แก้วนี้มากเลย จิบกาแฟไป มองหน้าหวานๆฟังเสียงใสๆของชานฮีไป ร่างบางตรงหน้าชวนผมคุยสารพัดแถมยังเล่าเรื่องราวชีวิตที่กวางจูให้ผมฟังอีก รู้สึกตัวอีกทีกาแฟก็ผมเกลี้ยงแล้วครับ แต่ทำไมใจผมหวิวๆ มือที่ถือโทรศัพท์อยู่ก็สั่นนิดๆ ต้องเป็นผลข้างเคียงของคาเฟอีกแน่

ขณะที่ผมลุกขึ้นยืนแล้วกำลังจะเดินไปรินน้ำเปล่าเพื่อมาดื่มเจือความเข้มข้นของกาแฟทันใดผมก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนไปวิ่งรอบสนามฟุตบอลมาสักสิบรอบแล้วทุกอย่างรอบกายก็ดับวูบลง

.
.
.

"เฮ้ย! มึงเป็นไรเนี่ย!!!" จงฮยอนที่เพิ่งผลักประตูร้านเข้ามารีบโผเข้าไปคว้าร่างของบยองฮอนไว้ ผมได้แต่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อกี้ก็ยังดีๆอยู่เลยนี่นา ทำไมถึงได้ล้มพับไปแบบนั้น

"ไอ้เชรี่ยบยอง! เล่นไรเนี่ย กูไม่ขำนะเว้ย! ชานฮีเมื่อกี้มันสั่งกาแฟกินรึเปล่า"
"สะ...สั่ง...เอสเพรสโซ่...วันช็อต" ผมตอบไปอย่างอึกอัก นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมจงฮยอนต้องต้องเสียงดังด้วยนะ

"เชรี่ยเอ้ย งานเข้าแล้วไง ชานฮีช่วยฉันประคองมันไปที่รถที" จงฮยอนคว้ากระเป๋าของบยองฮอนแล้วรีบเดินนำออกไปจากร้านทันที มินซูที่ยืนสูบบุหรี่มวนที่เท่าไหร่อยู่ก็ไม่รู้เมื่อหันมาเห็นบยองฮอนที่ถูกหิ้วปีกอยู่ก็รีบทิ้งบุหรี่ลงพื้นทันที

"ทำไมมันเป็นแบบนี้ไปได้วะไอ้จง"
"แม่งซัดเอสเพรสโซ่เข้าไปอ่ะดิ รีบไปเหอะ"
"เออๆ เดี๋ยวกูโทรหาพี่หมอก่อน" ผมงงไปหมดแล้วนะ ทำไมจงฮยอนกับมินซูถึงได้พูดอะไรแปลกๆ แล้วแค่เอสเพรสโซ่ช็อตเดียวมันเกี่ยวอะไรด้วย หรือบยองฮอนจะแพ้กาแฟ แต่ผมถามแล้วนี่นาแล้วเขาก็เป็นคนบอกเองว่าชอบเอสเพรสโซ่ ในเมื่อตอนนี้ไม่มีใครพร้อมตอบคำถามผม ผมจึงได้แต่ขึ้นรถไปและคอยดูแลบยองฮอนที่นอนหนุนตักผมอยู่ตอนนี้

"พี่หมอสแตนบายหน้าห้องฉุกเฉินแล้วมึงเหยียบให้มิดเลย"
"กูรู้แล้วน่า มึงอย่ากดดันกูสิ"
"บะ...บยองฮอนหน้าซีดมากเลย..." ผมเอ่ยออกไปด้วยเสียงอันสั่นเครือ ผมก็เป็นห่วงบยองฮอนไม่น้อยไปกว่าเพื่อนทั้งสองของเขาหรอก ถ้าบยองฮอนอะไรไปเพราะกาแฟที่ผมสั่งให้ผมคงรู้สึกผิดไปจนตายแน่ๆ

ช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจและความอึดอัดภายในรถก็สิ้นสุกลงเมื่อจงฮยอนขับรถมาจอดเทียบหน้าประตูทางเข้าฉุกเฉินของโรงพยาบาล คุณหมอร่างสูงที่น่าจะเป็น 'พี่หมอ' ที่มินซูพูดถึง พยาบาลและเจ้าหน้าที่อีกสี่ห้าคนกรูกันเข้ามาพาร่างที่นอนหลับไร้สติของบยองฮอนและวางลงบนเตียงก่อนจะเข็นเข้าห้องฉุกเฉินไป

"จะบอกฉันได้รึยัง ว่าตกลงบยองฮอนเป็นอะไร"
"เอ่อ..." ยังไม่ทันที่ผมจะได้ฟังคำตอบจากจงฮยอน มินซูก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน

"ไม่เป็นอะไรมากหรอก ฉันว่ารอมันฟื้นแล้วนายค่อยถามมันเองดีกว่านะ" ไม่รู้ผมขึ้นไปเองรึเปล่าแต่ตอนที่มินซูบอกว่าไม่เป็นไรทำไมแววตาของเขาถึงได้ไหววูบแบบนั้น บยองฮนเป็นอะไรกันแน่ ผมเป็นห่วงเขาจัง

"บยองฮอนอย่าเป็นอะไรไปนะ..."

 

.

.

.

 

ผมเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องฉุกเฉินอย่างกระสับกระส่าย จงฮยอนก็ได้แต่นั่งเงียบส่วนมินซูนั้นหายออกไปข้างนอกพักใหญ่แล้ว คงไม่พ้นออกไปสูบบุหรี่อีกเป็นแน่ สมองของผมถูกใช้งานอย่างนักคิดหาสาเหตุมากมายว่าทำไมบยองฮอนถึงเป็นแบบนี้ ผมคิดทบทวนย้อนไปถึงเรื่องราวที่เราสองคนคุยกันเมื่อคืนก่อน

 

 

 

“ชานฮีดื่มเก่งจริงๆด้วย นี่ดื่มไปตั้งเยอะยังไม่เมาเลย”

“ก็ตึงๆเหมือนกันแหละ” การดื่มเหล้าเก่งเนี่ยมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะภาคภูมิใจเท่าไหร่หรอกนะครับ แต่ทำไมบยองฮอนนี้เอาแต่ชมแถมยังจ้องหน้าผมตลอดเวลาด้วย โดนจ้องนานๆแบบนี้ผมก็เขินเป็นนะ

 

“มะ...มีอะไรรึเปล่า”

“ชานฮีรู้ตัวรึเปล่าว่าชานฮีตาสวยมากเลยนะ ยิ่งเวลามีน้ำตาคลอๆแบบนี้ยิ่งเป็นประกายวิบวับเลยล่ะ”

“เราเป็นแบบนี้แหละ มีแต่คนบอกว่าเวลาเมาเราจะร้องไห้หนักมากเหมือนเด็กขี้แยเลย”

“ว้า วันนี้ชานฮีไม่เมาเราเลยอดเห็นเด็กขี้แยเลยฮ่าๆๆๆ” ดูเขาขำสิครับ แปลกคนจริงๆ

“บยองฮอนคิดจะมอมเหล้าเราหรือไง เราเห็นนะว่าบยองฮอนดื่มไปนิดเดียวเอง แต่ทีกับเราที่รินให้ตลอดไม่ขาดเลยนะ”


“เปล่าสักหน่อย เราบอกแล้วไงว่าเราดื่มไม่เก่ง แหะๆ” บยองฮอนส่งยิ้มเก้อๆมาให้ผม ผมก็ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อหรอกว่าบยองฮอนดื่มไม่เก่ง เขาน่าจะเลี่ยงไม่ดื่มเองเสียมากกว่า แล้วบทสนทนาของเราก็ถูกเปลี่ยนหัวข้อไปเรื่อยๆ ทำให้เราได้รู้จักตัวตนของกันและกันมากขึ้น

 

ผมเราเรื่องราวชีวิตของผมที่กวางจูให้บยองฮอน เขาดูตั้งใจฟังและให้ความสนใจกับมันมากเลย บยองฮอนเองก็เล่าถึงการชีวิตคนเดียวที่เกาหลีให้ผมฟัง ผมก็เพิ่งรู้วันนี้เนี่ยแหละว่าครอบครัวทั้งหมดของบยองฮอนอยู่ที่เอมริกา บยองฮอนเองก็เกิดและโตที่โน่นแต่เป็นความต้องการของพ่อแม่ที่อยากให้บยองฮอนได้มาใช้ชีวิตและสัมผัสกับวัฒนธรรมที่เกาหลี เขาถึงถูกส่งให้มาเรียนมหาวิทยาลัยที่นี่ ส่วนจงฮยอนและมินซูก็มาสนิทกันตอนรับเพื่อนใหม่ของคณะ แก๊งสามทหารเสือนี่เป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลและโปรไฟล์หรูกันทั้งนั้น ตรงข้ามกับผมไปเสียหมดไม่รู้ว่ามาสนิทกันไปได้ยังไง คงเป็นเพราะโชคชะตาละมั้ง

 

“ชานฮี...เราถามอะไรหน่อยสิ”

“หืม มีอะไรเหรอ”

“เรื่องชางฮยอนน่ะ ทำไมชานฮีถึงต้องคอยดูแลและเป็นห่วงชางฮยอนขนาดนั้น...” ผมชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าอยู่ดีๆบยองฮอนจะเอ่ยถามถึงเรื่องนี้ การแสดงออกของผมต่อชางฮยอนมันคงจะดูเกินกว่าเหตุในสายตาคนอื่นสินะ

 

“เราดูโอเว่อร์ไปใช่มั้ย...” บยองฮอนพยักหน้าน้อยๆ ซึ่งผมก็ไม่ประหลาดใจเท่าไหร่นักหรอก เพราะดูภายนอกชางฮยอนก็เป็นเด็กวัยรุ่นปกติธรรมดาคนนึงที่โตพอจะดูแลตัวเองโดยไม่ต้องมีพี่ชายที่ห่างกันแค่ไม่กี่ปีอย่างผมมาคอยประคบประหงมแล้ว

 

“อืม...จะพูดยังไงดีล่ะ...ชางฮยอนน่ะเป็นคนพิเศษ พวกนายอาจจะเห็นน้องเป็นเหมือนคนปกติธรรมดาทั่วไป แต่น้องเปราะบางและอ่อนแอกว่าที่พวกนายเห็น เราถึงต้องคอยดูแลไง อีกอย่างเราก็เหลือกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง เราไม่อยากให้ชางฮยอนต้องเป็นอะไรไปอีกคนน่ะ”

 

“พอเข้าใจละ ต่อไปนี้พวกเราก็จะคอยช่วยดูแลชางฮยอนด้วย ชานฮีก็อย่าใจแข็งกับจงฮยอนนักเลยนะ เรารับประกันเลยว่าจงฮยอนมันจริงจังกับชางฮยอนแน่นอน ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาเรายังไม่เคยเห็นมันตามจีบใครเลยนะ มีแต่คนวิ่งเข้าใส่มัน ชางฮยอนเป็นคนแรกที่มันตามติดขนาดนี้” ผมยิ้มบางๆเป็นการตอบรับ ทำไมผมจะดูไม่ออกว่าจงฮยอนคิดยังไงกับน้องผม แต่ก็ควรจะดูกันไปนานๆถูกไหมครับ ของแบบนี้ถ้ารีบร้อนเกินไปหรือได้มาง่ายเกินไปก็จะสูญเสียมันไปในเวลาอันสั้นเช่นเดียวกัน

 

“งั้นเราถามบยองฮอนบ้าง”

“ว่ามาสิ ถ้าตอบได้เราจะตอบ” ผมจะถามออกไปดีไหมนะ หรือบางทีมันอาจจะเร็วไป ผมไม่ควรรีบร้อนนี่เนอะ

“ช่างเถอะ บางทีมันอาจจะยังไม่ถึงเวลา” บยองฮอนประสานสบตากับผมนิ่งเนิ่นนานราวกับต้องการค้นหาอะไรบางอย่างจากแววตาของผมจนผมต้องเป็นฝ้ายหลบตาเสียเอง

 

“ใช่... ไว้ถึงเวลาแล้วเราจะบอกชานฮีเอง...” บยองฮอนพึมพัมอะไรบางอย่างซึ่งผมจับใจความได้แค่คำว่า ใช่

 

 

 

ร่างสูงที่เดินออกมาจากห้องฉุกเฉินฉุดผมขึ้นมาจากห้วงความคิด มีรอยยิ้มบางๆปรากฏอยู่บนใบหน้า จงฮยอนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วตรงเข้าไปหานายแพทย์ร่างสูงทันทีรวมถึงมินซูที่กลับกลับมาภายในแล้ว

 

“ไอ้บยองมันเป็นไงบ้างครับพี่”

“ตอนนี้ไม่เป็นอะไรมาแล้วล่ะ แต่พี่มีเรื่องจะคุยกับพวกนายสองคน”

“ครับพี่หมอ” ทั้งจงฮยอนและมินซูตอบรับคำของแพทย์หนุ่มที่ผมอ่านป้ายชื่อได้ว่า ปาร์คชานยอล ก่อนจะเดินตามร่างสูงไป แต่แล้วคุณหมอปาร์คก็หยุดเดินแล้วหันหน้ามาทางผมที่ยืนคว้างอยู่คนเดียว

 

“ผมจะย้ายบยองฮอนไปห้องพิเศษ ยังไงก็ตามไปเฝ้าได้นะครับ” คุณหมอเอ่ยขึ้น ผมส่งยิ้มบางๆกลับไปให้พร้อมโค้งเล็กน้อยเป็นการขอบคุณ ความจริงแล้วผมก็อยากจะตามไปฟังด้วยนะว่าคุณหมอจะพูดอะไรกับสองคนนั้นบ้าง ก็ผมอยากทราบอาการโดยละเอียดของบยองฮอนนี่นา แต่เอาเถอะในเมื่อผมเป็นคนนอก็คงทำอะไรไม่ได้

 

.

.

.

 

ผมนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงของบยองฮอนโดยกุมมือเขาไว้หลวมๆ ความรู้สึกตอนนี้คือเห็นห่วง ห่วงมากเมื่อไหร่จะฟื้นขึ้นมาเสียทีนะ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมเป็นอะไรไปแต่ดูเหมือนว่าบยองฮอนจะมีอิทธิพลต่อผมมากเหลือเกิน

 

“จะนอนเยอะเกินไปแล้วนะบยองฮอนนา...”

“นะ...น้ำ...หิวน้ำ” ขณะที่ผมก้มหน้าอยู่นั้นก็ได้ยิ้นเสียงแหบพร่าเปร่งออกมาจากคนที่นอนหลับอยู่เมื่อกี้ บยองฮอนกระพริบตาถี่ๆและมองมาทางผม

 

“หิวน้ำเหรอ แป๊บนึงนะเดี๋ยวเราเอาให้นะ” ผมรีบผละออกมาและตรงไปจัดการเทน้ำเปล่าใส่แก้วพร้อมหยิบหลอดใส่ลงไปด้วยก่อนจะปรับเตียงให้ชันขึ้นเล็กน้อยแล้วประคองตัวบยองฮอนขึ้นมาเอนพิงหมอนหนุนจะได้ดื่มน้ำได้สะดวก

 

“ค่อยๆจิบนะ”

“ขอบคุณนะ ชานฮียา...” ยังไม่ทันที่เราสองคนจะได้คุยอะไรกันมากไปกว่านั้น คุณหมอกับเดินเข้ามาภายในห้องพร้อมกับจงฮยอนและมินซู

 

“ไง ตัวแสบ อยากกาแฟมากจนอดใจไม่ไหวเลยหรือไง” คุณหมอเดินตรงไปลูบหัวบยองฮอน ผมว่าสองคนนี้ต้องเป็นมากกว่าคนไข้กับหมอประจำตัวแน่ๆเลย แถมนายแพทย์หนุ่มยังสนิทสนมกับจงฮยอนและมินซูเอามากๆเสียด้วย

 

“โถ่ พี่หมออย่าแซวผมดิ”

“หรือจริงๆแล้วคิดถึงพี่ ทีหลังไม่ต้องลงทุนขนาดนี้ก็ได้นะ”

“พี่หมอพูดอะไร ผมเบื่อจะตาย แค่เวลาพี่หมอโทรมาผมยังไม่อยากจะรับเลย”

“ฮ่าๆๆ ไม่รู้ล่ะ ยังไงเราก็ต้องอยู่กับพี่ที่นี่อีกสักสองสามวัน”

“ผมไม่ได้เป็นไรสักหน่อย ผมไม่อยากอยู่โรงพยาบาลนาน”

 

“อย่าดื้อสิ นี่พี่ยังไม่ได้ลงโทษเราเลยนะ มีแอลกอลฮอลตกค้างในเลือดด้วย ทำไมถึงได้ไปซัดเหล้าซัดกาแฟมาขนาดนี้ คิดอะไรอยู่ฮึ” บยองฮอนไม่ได้ตอบคำถามของคุณหมอประจำตัวเพียงแต่พองแก้มและเบนหน้านี้เหมือนที่เจ้าตัวชอบทำเวลางอนหรือไม่พอใจ ยิ่งผมฟังบทสทนาของทั้งคู่ความสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็ยิ่งมากขึ้น

 

“อ่า...ใช่... พี่หมอนี่ชานฮีเพื่อนผม เพิ่งย้ายมาจากกวางจู ส่วนชานฮีนี่ นายแพทย์ปาร์คชานยอล เป็นหมอประจำตัวของเราเอง”

“อ่า... สวัสดีครับคุณหมอปาร์ค”

 

“ฮ่าๆๆๆ เรียกพี่หมอเหมือนที่จงฮยอนกับมินซูเรียกก็ได้ ไม่ต้องเป็นทางการนักหรอก คนกันเองพี่ไม่ถือ เอ...งั้นต่อไปก็ไม่ใช่แก๊งสามทหารเสือแล้วสิ มีหนุ่มดอกไม้หน้าหวานจากกวางจูมาร่วมวงเพิ่มเนี่ย” ชมกันแบบนี้ผมก็ทำตัวไม่ถูกสิครับ

 

“พี่หมออย่าแซวเพื่อนผมดิ!”

“โอเค พี่ไม่กวนพวกนายแล้ว ฝากดูแลบยองฮอนด้วยนะชานฮี” คุณหมอปาร์คเอ่ยทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง แต่ทำไมต้องฝากให้ผมดูแลล่ะ ในห้องอยู่กันตั้งหลายคนนะ ผมลืมไปสนิทเลยว่าป่านนี้ชางฮยอนคงเลิกเรียนแล้วแน่ๆ ผมควรจะไปพาน้องกลับบ้าน แต่ผมก็ไม่อยากปล่อยบยองฮอนไว้คนเดียว ถ้าบยองฮอนเป็นแบบนี้เพราะกาแฟจริงๆมันก็เป็นความผิดผมเต็มๆ เอายังไงดีนะ

 

“ไม่มีอะไรแล้วเรากลับกันเถอะ” มินซูเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบภายในห้อง

“แล้วชางฮยอนล่ะชานฮี”

“นั่นแหละที่ชั้นกำลังคิด พวกนายจะไม่มีใครอยู่เฝ้าบยองฮอนจริงๆเหรอ”

“เฝ้ามันทำไม พี่หมอก็อยู่  พยาบาลอีกเยอะแยะ”

“แต่ว่า...”

“ถ้านายอยากอยู่เฝ้ามันก็ตามสบาย ชั้นไปล่ะ ไอ้จงมึงจะกลับป่ะเนี่ย กูจอดรถทิ้งไว้หน้าร้านกาแฟไม่รู้โดนล็อคล้อไปยัง”

 

“มินซูพูดถูก ชานฮีไม่ต้องห่วงไอ้บยองมันหรอก”

“โห มึงสองคนนี่สุดยอดเพื่อนดีเด่นเหลือเกินนะ ชานฮียา...อยู่เป็นเพื่อนเรานะ” บยองฮอนเอ่ยขัดขึ้นกลางวงสนทนาก่อนจะหันมาอ้อนผม ความจริงแล้วถึงบยองฮอนไม่เอ่ยปากขอผมก็ว่าจะอยู่ แต่ติดตรงที่ว่าชางฮยอนจะกลับบ้านยังไงเนี่ยสิ

 

“เอางี้ ถ้านายอยากอยู่เฝ้าไอ้บยองเดี๋ยวชั้นจะชางฮยอนกลับไปส่งที่บ้านให้เอง แล้วจะได้เอาเสื้อผ้ากลับมาให้นายด้วย ดีมั้ย”

“อ่า...เอางั้นก็ได้ รบกวนด้วยนะจงฮยอนนา...” จงฮยอนอมยิ้มเล็กก่อนจะเดินออกจากให้ไปพร้อมมินซู หวังว่าจงฮยอนคงจะดูแลชางฮยอนได้นะ

 

“ไม่ต้องกังวลหรอกนะชานฮียา... ไอ้จงต้องดูแลตัวเล็กของมันเป็นอย่างดีแน่นอน เชื่อเรานะ” บยองฮอนกล่าวเพื่อคลายความกังวลให้กับผม ลองเชื่อบยองฮอนดูสักครั้งคงไม่เสียหายเพราะถ้าจงฮยอนคิดจะจริงจังกับชางฮยอนจริงเขาก็ย่อมต้องดูแลน้องของผมเป็นอย่างดี

 

.

.

.

 

“เฮ้อ...”

“อะไรของมึงวะครับ ขึ้นรถปุ๊บก็ถอนหายใจปั๊บ จะเครียดอะไรนักหนา”

“ไม่รู้ดิ วันที่กูไปส่งแดเนียลที่บ้าน กูว่าน้องปวดหัวรุนแรงเกินกว่าจะปวดหัวธรรมดาอ่ะ กูเป็นห่วง...”

“มึงนี่ก็คิดมาก น้องเค้าอาจจะเป็นไมเกรนก็ได้”

“วันนี้ทั้งวันกูก็ไม่ได้เจอน้องเลย ไอ้บยองก็มาอาการกำเริบอีก”

“มึงจะเครียดไปทำไมวะ เครียดแล้วช่วยให้อะไรดีขึ้นป่ะ อ้อ แล้วก็บุหรี่ด้วย มึงใกล้จะเลิกได้แล้วนี่กลับไปสูบหนักอีกทำไมวะ”

 

“กูไม่รู้ สูบแล้วแม่งหัวโล่ง ไม่ต้องคิดอะไรดี” ผมก็ตอบออกไปตามความจริงนี่ครับ เรื่องเรียนผมไม่เคยเครียดหรอก แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนใกล้ตัว ทั้งครอบครัว ทั้งเพื่อน และคนที่ผมรัก ผมอ่อนไหวมาก ผมกลัว ผมกังวลไปหมด ถึงจะเห็นผมเถื่อนๆแบดบอย กินเหล้า สูบบุหรี่ สักเต็มตัวแบบนี้แต่ผมก็รักแม่ รักครอบครัว รักเพื่อนมากนะครับ ผมเกลียดการจากลาและความสูญเสียที่สุด

 

“แทนที่มึงจะเอาแต่อัดนิโคตินเข้าปอด มึงก็ไปหาน้องเขาดิวะ ไปถามไถ่ ไปคุยให้รู้เรื่อง ส่วนเรื่องไอ้บยอง กูว่าเดี๋ยวพี่หมอต้องจัดการให้แหละ”

“มันไม่ได้อยู่ที่พี่หมอป่าววะ กูรู้ว่าพี่หมอเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจที่เก่งที่สุดของเกาหลี แต่มันอยู่ที่ว่าจะมีคนใจบุญหรือว่าจะหาที่มันเข้ากับไอ้บยองได้รึเปล่าต่างหาก”

 

“มันก็ใช่ เหลือเวลาอีกตั้งเยอะ ไอ้บยองมันคงไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอก มึงอย่าเพิ่งคิดมาก กลับคอนโดไปก็นอนซะล่ะ จะได้ไม่ต้องคิดมาก เดี๋ยวกูจะพาชางฮยอนไปส่งบ้านก่อนแล้วเอาเสื้อผ้าไปให้ชานฮีถึงจะกลับ”

 

“เออ มึงไม่ต้องรีบ เดี๋ยวกูอาจจะออกไปอันยาง” ผมลงจากรถของไอ้จงแล้วเดินมาขึ้นรถของตัวเองแทน โชคดีที่ไม่โดนล็อคล้อ ไม่งั้นผมต้องหงุดหงิดมากแน่ๆที่ต้องมาเสียเวลากับอะไรแบบนี้ ผมรีบออกรถและมุ่งหน้าไปอันยางทันที อย่างน้อยขอแค่ได้เห็นหน้าและถามไถ่ถึงอาการปวดหัวบ้างก็ยังดี

 

“จะหายปวดรึยังนะ อันแดเนียล...”

 

.

.

.


To be Continue

Talk:;
มาต่อแล้วค่า เปิดตัวพี่หมอไปแล้ว
เป็นความชอบส่วนบุคคลของไรท์เองค่ะ ชยอลบยอง ฮ่าๆๆๆ
ปมจะเริ่มผุดขึ้นมาเรื่อยๆ เรื่องราวก็จะเริ่มหนัก(?)ขึ้นเรื่อยๆ
ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ บทพูดมันอาจจะเยอะกว่าคำบรรยายนะคะ
เวลาตัวละครอยู่รวมกันเยอะมันตัดไม่ได้จริงๆ .___.
พูดคุยติชมอย่าลืมติด #SinceNov ด้วยนะคะ



CRY .q

164 ความคิดเห็น

  1. #72 jenchunji (@angelchunji) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มีนาคม 2557 / 20:27
    บยองเป็นอะไรอ่าาT^T ต้องดราม่าแน่ๆเลยยย ไม่เป้นไร ชอบเรื่องดราม่าอยุ่แล้ว5555
    #72
    0
  2. #71 Fpc Man U (@fpcmanu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 / 09:11
    จี้เริ่มหึงบยองกับพี่หมอแล้วสินะ สงสารบยองอ่ะจะมีใครบริจาคหัวใจมั้ย????
    #71
    0
  3. #69 rainbow sky (@rainbowrung1407) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:09
    บยองต้องเปลี่ยนหัวใจสินะ Y_Y  แงงงงง ดราม่า 2 คู่มาแล้วอาการป่วยทั้งคู่เลย
    #69
    0
  4. #68 rikear_lope (@bill-lion) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 / 18:39
    บยองเป็นอะไรอ่ะ ตื่นมาบอกชานฮีเดี๋ยวนี้นะ
    พี่มินซูเป็นอะไรอ่ะ ถึงต้องสูบบุหรี่เลยหรอ มันไม่ดีนะ
    เค้าอยากรู้จักพี่หมอแล้วอ่ะ เค้าเป็นใคร
    #68
    0
  5. #67 rainbow sky (@rainbowrung1407) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 / 14:33
    กลิ่นดราม่าเริ่มมาแล้ว ฮือออออ ทั้งพี่มินซูกลับไปสูบบุหรี่ ทั้งบยองอีก หวังว่าไรเตอร์จะไม่ใจร้าย

    แล้วบยองอ่า รู้ว่ากินไม่ได้แต่เพราะชอนจีสั่งให้ถึงกิน ปิดบังชานฮีทำไมมมมมมม T T
    #67
    0
  6. #66 Himsentoey (@kang_oil) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:40
    ปมมันมาแล้วซินะ ไม่เอาน้าาา ขอเวลาทำใจนานๆค่ะ
    ตอนที่บยองบอกอาการตัวเองแล้วรู้สึกใจหวิวไปด้วยเลยยย
    TTTTATTTT
    #ร้องไห้ใส่ไรเตอร์รัวๆ
    #66
    0
  7. #65 thingbyung (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:07
    คราวที่แล้วทิ้งปมเล็กๆ เอาไว้ให้ขบคิด แต่คราวนี้จัดเต็มเชียวค่ะ อีบยองฮอนไม่ถูกกับกาแฟ

    มีผลต่อหัวใจ!!! ดราม่าก็จริง ดราม่า ม้ายยยยยยยยย ทำไมชอบอ่านฟิกดราม่า

    มาต่อไวๆ นะ แบบอยากเผือกใจจะขาด
    #65
    0