Since; The last November [TEENTOP]

ตอนที่ 23 : Since; {Precious”Period XXII}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 157
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ส.ค. 58

{Precious”Period XXII}






เมื่อคืนผมนั่งแต่งเนื้อร้องเพลงพิเศษสำหรับคนพิเศษจนเสร็จ แล้วก็ลองนำมาเรียบเรียงปรับเปลี่ยนคำบางคำให้การออกเสียงเข้ากับทำนองเพลงมากขึ้น มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่แสงแดดแยงตานี่แหละครับ หลับไปตอนไหนผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน บนเตียงรอบตัวผมก็มีทั้งกระดาษโน๊ตเพลง สมุดฉีกที่โดนผมฉีกออกมาขยำทิ้งแผ่นแล้วแผ่นเล่ากระจัดกระจายไปหมด รวมถึงโทรศัพท์มือถือซึ่งผมเปิดใช้งานแอพลิเคชั่นเปียโนเอาไว้ตอนนี้ก็ดับแน่นิ่งไปแล้ว ทั้งๆ ที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะทำเพลงนี้ให้เสร็จแล้วค่อยนอนยาวๆ ไปให้หนำใจ สุดท้ายก็น็อคไปกลางอากาศแถมดันตื่นมาตอนยังไม่เก้าโมงด้วยซ้ำ

 

ผมล้างหน้าแปรงฟันแล้วออกไปหาอะไรกินในครัว ตั้งใจไว้ว่าแค่พอรองท้องแล้วจะกลับไปนอนต่อ ตอนที่ผมกำลังรินนมสดใส่แก้วและยกขึ้นดื่มอยู่นั้นคุณเพื่อนสุดที่รักซึ่งเป็นมนุษย์ตื่นแต่เช้าตรู่ก็แต่งตัวเต็มยศเดินผิวปากอย่างสบายอารมณ์เข้ามากดเครื่องชงกาแฟพร้อมกับโยนขนมปังลงในเครื่องปิ้ง

 

“เพิ่งตื่นหรอมึง”

“ก็อย่างที่เห็น แล้วมึงอ่ะ ฉีดน้ำหอมซะฟุ้งขนาดนี้จะออกไปไหนวะ”

 

“ไม่ต้องรู้สักเรื่องจะได้ไหมมึง กินเข้าไปเหอะ นมอ่ะ จะได้สูงๆ กูไปล่ะ” พูดไม่พูดเปล่าไอ้จงมันยังผลักหัวผมซะเกือบหงาย ไอ้เพื่อนคนนี้นี่ รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองตัวใหญ่ แรงก็เยอะ แต่ก็ไม่เคยจะควบคุมกำลังกับเพื่อนเลย ผมได้แต่ยืนมองอย่างงงๆ เห็นว่ากำลังอารมณ์ดีหรอกนะ เลยไม่อยากขัด อีกอย่างตอนนี้ผมเองก็ง่วงเกินกว่าจะชวนทะเลาะ ผมเดินกลับเข้ามาภายในห้องนอนของตัวเองจัดการปิดผ้าม่านทั้งหมด หยิบโทรศัพท์มือถือไปเสียบชาร์ตทิ้งไว้ก่อนจะกระโดดขึ้นเตียงนอนอันแสนนุ่ม

.

.

.

หลังจากที่หลับไปได้เพียงไม่นาน ผมก็ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งด้วยเสียงกริ่ง ถ้าเทียบกับมินซูแล้วผมเป็นคนหลับง่ายตื่นง่ายครับแค่เสียงอะไรนิดๆ หน่อยๆ ผมก็รู้สึกตัวแล้ว ส่วนรายนั้นปลุกให้ตายยังไงก็ไม่ตื่นครับ เพราะฉะนั้นเสียงกริ่งที่ยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่องจึงทำให้ผมต้องลุกขึ้นมาและเดินออกไปดูหน้าประตูอย่างสะลึมสะลือ แล้วภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจออินเตอร์คอมก็ทำให้ผมตื่นเต็มตาเลยล่ะครับ ผมขยี้ผมตัวเอง ยืนหมุนตัวไปมาอย่างทำอะไรไม่ถูก ก็สภาพผมตอนนี้คืออยู่ในชุดเสื้อกล้ามกับบ็อกเซอร์ น้ำก็ยังไม่ได้อาบ เรียกได้ว่าไม่พร้อมสุดๆ แล้วชานฮีดันมายืนส่งยิ้มกว้างให้อินเตอร์คอมอยู่แบบนี้ผมจะทำยังไงล่ะครับ ถึงอีกคนจะเคยมานอนค้างที่คอนโดพวกผมแต่มันไม่เหมือนกันนะครับ เพราะตอนนั้นคือผมเตรียมตัวแล้วว่าจะมีแขกมาร่วมอาศัยด้วย ผมจะบ้าตาย ผมได้แต่รีบวิ่งเข้าไปหยิบเสื้อฮู้ดสีเข้มที่พาดอยู่แถวโซฟามาสวมทับไว้แล้วเอาฮุ้ดคลุมหัวเพื่ออำพรางผมที่ไม่เป็นทรงของตัวเองพร้อมทั้งฉีดน้ำหอมอีกเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูให้ร่างบางเข้ามาภายใน

 

“ทำไมเปิดช้าจัง ปล่อยให้เรายืนรอตั้งนาน”

“เอ่อ...พอดีเรา...”

“โอ๊ะ ฮอนนี่เพิ่งตื่นหรอ ขอโทษนะ ที่ไม่ได้บอกก่อนว่าจะมาหาน่ะ”

“อ่า...ไม่เป็นไรหรอก แล้ว...ชานนี่มีอะไรรึเปล่า ถึงมาหาเราถึงที่นี่อ่ะ”

“แค่อยากมาอยู่ด้วย...ไม่ได้หรอ...” เจ้าของใบหน้าหวานก้มหน้าลงพร้อมกับพองแก้มเล็กน้อย เจ้าตัวจะรู้บ้างไหมว่าท่าทางน้อยใจแบบนั้นมันน่ารักมากๆ เลย คิดแล้วก็อยากจะแกล้งให้อีกคนน้อยใจต่ออีกสักหน่อยถ้าไม่ติดว่าอีกคนจะหนีกลับบ้านไปเสียก่อน

 

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ สำหรับชานนี่แล้ว อะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละคร้าบ” ผมรวบอีกคนเข้ามากอดเอาไว้หลวมๆ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่ชานฮีแบกมา ผมเลยปล่อยอีกคนออกจากอ้อมแขนแล้วช่วยยกของของอีกคนเข้าไปในห้องนอนผม

 

“เมื่อกี้ทำอะไรอยู่เหรอ ห้องมืดเชียว” พอเดินเข้ามาในห้องของบยองฮอนผมก็พอจะเดาได้ว่าอีกคนคงหลับอยู่แล้วถูกผมปลุกให้ตื่น คิดแล้วความรู้สึกผิดก็แล่นปราดเข้ามาในใจ ทั้งๆ ที่อีกคนควรจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในวันหยุด แต่ผมกลับเป็นคนทำให้เขาต้องตื่นขึ้นมา

 

“จริงๆ เราก็ยังตื่นดีน่ะ แหะๆ”

“ขอโทษนะ...”

“ขอโทษทำไม ไม่เห็นต้องขอโทษเลย ชานนี่มาก็ดีแล้วเรามีอะไรจะให้ด้วยนะ” อีกฝ่ายพูดก่อนจะจูงมือผมให้ไปนั่งลงที่ปลายเตียง บยองฮอนหยิบกระดาษสองสามแผ่นที่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือแล้วตรงไปยังคีย์บอร์ดที่มุมห้อง นิ้วเรียวบรรเลงทำนองเพลงช้าแสนหวานอย่างตั้งใจ ผมหลับตาลงช้าๆ และพยายามซึบซับความรู้สึกต่างๆ มากมายที่ถูกส่งผ่านบทเพลงของบยองฮอน

 

“ชานฮียา...” ท่วงทำนองแสนหวานจบลงแล้ว ผมลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าอีกคนกำลังนั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าผม มือเรียวยื่นมากุมมือผมไว้พร้อมกับดวงตาคมของอีกคนที่สบตากับผมอย่างต้องการสื่อความหมาย

 

“เราทำตามสัญญาแล้วนะ LOVE U เพลงนี้เราให้ชานนี่”

 

“ขอบคุณนะ มันเป็นเพลงที่เพราะมากๆ เลย เราไม่เคยฟังเพลงไหนแล้วรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อนเลย จริงๆ นะ ขอบคุณมากนะฮอนนี่ ขอบคุณที่รักษาสัญญาและทำเพื่อเรา” เสียงที่พูดออกไปนั้นสั่นเล็กน้อย ผมไม่รู้จะควบคุมมันยังไง รวมถึงน้ำใสๆ ในตา ที่ตอนนี้กำลังเอ่อล้นขึ้นมา บยองฮอนทำให้ผมได้รู้ว่าการเป็นคนที่ถูกรักนั้นรู้สึกดีแค่ไหน การที่ได้เป็นคนสำคัญของใครบางคนนั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน บยองฮอนทำให้ผมรู้ว่าผมเลือกรักไม่ผิดคน

 

“ไม่หรอก มันยังขาดบางอย่างไป แล้วก็คงไม่มีใครมาเติมเต็มเพลงนี้ไปได้ดีกว่าชานนี่แล้วล่ะ ร้องเพลงนี้ให้เราได้ไหม เมื่อคืนเรานั่งแต่งเนื้อเพลงจนดึกจนดื่นเลยนะ”

 

“เพราะแบบนี้สินะ ตอนที่เรามาถึงยังไม่ตื่น ขอบคุณอีกครั้งนะ ขอบคุณที่ทำเพื่อเราขนาดนี้” ผมส่งยิ้มบางๆ ไปให้อีกคน บยองฮอนกระชับมือผมแน่นขึ้นก่อนจะหยิบกระดาษที่เขียนเนื้อเพลงเอาไว้แล้วส่งมันให้ผม ร่างโปร่งเดินกลับไปยังมุมห้องอีกครั้งเพื่อเริ่มบรรเลงทำนองเพลงของเรา ผมอ่านเนื้อเพลงและร้องคลอตามไปอย่างไม่ยากเย็นนัก เนื้อเพลงที่อีกคนเขียนไว้นั้นเข้ากับทำนองได้อย่างลงตัว ทั้งคำพูดและการออกเสียง ผมรับรู้ได้ทันทีว่าอีกคนตั้งใจแต่งและเรียบเรียงมันออกมาอย่างดี ถึงทำนองเพลงจะไม่ได้หวือวา เนื้อเพลงก็เรียบง่าย แต่ทั้งหมดนี้ก็คือความรักและความจริงใจของคนที่ชื่อว่าอีบยองฮอน

 

“ว้าว เราคิดไว้ไม่ผิดจริงๆ ว่าเสียงร้องระดับอีชานฮีนักศึกษาเอกว้อยซ์ต้องไม่ทำให้ผิดหวัง เสียงชานนี่เพราะมากๆ เลยอ่ะ เข้ากับเพลงนี้ที่สุด มันลงตัวมากเลย”

 

“ฮอนนี่ก็ชมเกินไป คนแต่งเพลงแต่งไว้ดีต่างหากเล่า เราก็แค่...ร้องเฉยๆ เอง”

“งั้นรอบนี้เอาจริงแล้วนะ มาอัดเพลงของเรากันเถอะ” บยองฮอนเดินมาครอบเฮดโฟนให้ผมก่อนจะจับไหล่ผมทั้งสองข้างให้หันหน้าไปหาไมค์สำหรับอัดเสียง ผมสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ หลับตาลงช้าๆ แล้ว จดจ่อสมาธิไปกับเสียงเพลงของอีกคน

 

그대는 사랑입니다

คุณคือความรักของผม

 

เสียงนุ่มของบยองฮอนเอ่ยขึ้นตอนต้นเพลงทำให้ผมตกใจเล็กน้อย เพราะอีกคนไม่ได้เขียนประโยคนี้ไว้ในกระดาษเนื้อเพลงที่ผมถืออยู่ ผมพยายามรวบรวมสมาธิอีกครั้งแม้หัวใจที่อกข้างซ้ายจะเต้นแรงมากจนเหมือนจะหลุดออกมาข้างนอกก็ตาม

 

꿈만 같아 지금 너와 같이 있는 내가 

เหมือนความฝันที่ตอนนี้ผมได้อยู่กับคุณ
꿈에서 깰까 두려워 깨어났으면 좋겠어
ผมกลัวว่าจะต้องตื่นจากฝัน ถ้าไม่ต้องตื่นก็คงดี

 

시간이 이대로 멈춰버렸으면 좋겠어 

ถ้าเวลาหยุดไว้เพียงแค่ตอนนี้ก็คงดี
이기적인 알아 하지만 너무 좋은 어떡해

ก็รู้ว่าเห็นแก่ตัว แต่ว่ามันดีมากเลย จะทำยังไงได้ล่ะ

 

I LOVE U...
I KNOW LOVE IS HARD
... HARD... I LOVE U...
I LOVE U
... I KNOW LOVE IS HARD... HARD...

 

사랑해

รักนะ

 

ผมเหลือบเห็นชานฮีที่หลับตาพริ้มแล้วเปร่งเสียงหวานกังวานใสออกมา แค่ได้ยินเสียงของอีกคนก็ทำให้ผมมีความสุขมากอย่างอธิบายไม่ถูกเลยล่ะครับ เนื้อเพลงทุกๆ ถ้อยคำที่ผมเขียนลงไป ผมหมายความตามนั้นจริงๆ เพราะการที่ผมได้มีชานฮีอยู่ข้างกายอย่างทุกวันนี้ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว ดีจนบางทีผมก็ไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง ผมอยากจะหยุดเวลาไว้เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมอยากให้เราได้มีความสุขแบบนี้ตลอดไป แต่ผมก็รู้ดีว่ามันคงเป็นไปไม่ได้

 


살아있는 기분 그대는 웃게 만들죠

ความรู้สึกของการมีชีวิตอยู่ คุณคือคนที่ทำให้ผมยิ้ม

사랑하니까 살아가 내가 매일매일이 너무 좋아요

เพราะความรัก ผมถึงมีชีวิตอยู่ ทุกๆ วันมันดีมากๆ เลย
PLEASE TELL ME 내가 이상한 거라고

บอกผมที ว่าผมแปลกรึเปล่านะ

너만 보면 웃게 되요 바보 같아

ที่มองแค่คุณ ก็ทำให้ผมยิ้มได้ เหมือนคนโง่

 

รอยยิ้มของชานฮีเป็นเหมือนสมบัติล้ำค่าที่ผมไม่อยากให้มันจางหายไป ตั้งแต่ผมได้รู้จักกับอีกคนก็ทำให้ผมรู้สึกว่าผมอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ผมไม่ได้ใช้ชีวิตเที่ยวเล่นไปวันๆ เหมือนแต่ก่อน ผมดีใจที่ในที่สุด ชีวิตของผมก็ได้เกิดมาเพื่อปกป้อง ดูแลใครสักคน ผมอยากทำให้คนคนนั้นมีความสุข อยากทำทุกๆ วันของเราให้ดี และที่สำคัญผมไม่อยากให้ชานฮีต้องมาเสียน้ำตาเพราะผม แค่ได้มองใบหน้าหวานๆ รอยยิ้มกว้าง และเสียงใสๆ ของอีกคนผมก็รู้สึกเหมือนว่าคนทั้งโลกจะต้องอิจฉาผม ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้อยู่กับคนที่ผมรักไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

사랑해요 사랑할게요 사랑을 해요 사랑할게요

รักนะ ผมจะรักคุณ ผมรักคุณนะแล้วผมก็จะรักคุณ
그대는 손만 잡으면 되요 잡아줄래요

คุณแค่จับมือผมไว้ให้แน่นๆ ก็พอ คุณจะจับมือผมไว้ใช่ไหม

 

I LOVE U...
I KNOW LOVE IS HARD
... HARD... I LOVE U...
I LOVE U
... I KNOW LOVE IS HARD... HARD...

 

사랑해

รักนะ

 

ผมกดบันทึกเพลงของเราลงในโฟลเดอร์ LOVE U ความจริงแล้วเสียงของชานฮีเพราะมากจนแทบไม่ต้องปรับแต่งอะไรอีกเลย แต่ผมอยากจะฟังมันอีกครั้งเพื่อดูว่าทำนองเพลงมีจุดบกพร่องตรงไหน หรือว่ามีอะไรที่พอจะเพิ่มเติมเข้าไปได้บ้าง ผมอาจจะเพิ่มเสียงเครื่องสายคลาสสิคเข้าไปอีกนิดเพื่อให้เพลงนี้ออกมาสมบูรณ์มากขึ้น

 

“สุดยอดไปเลย ขอบคุณที่ทำงานอย่างหนักนะครับคุณอีชานฮี” ผมแหย่อีกคนเล่นขำๆ แต่กลับทำให้อีกฝ่ายเขินจนใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อ

 

“อะไรกันเล่า ฮอนนี่อ่ะ มาแซวกันแบบนี้ เราเลยทำตัวไม่ถูกเลย เอ้อ...ว่าแต่หิวไหมอ่ะ เราไปทำอะไรให้กินเอาไหม ตื่นมายังไม่ได้กินอะไรเลยนี่นา มัวแต่อัดเพลงกันจนเพลินไปตั้งหลายชั่วโมง”

 

“ในตู้เย็นไม่มีของสดหรอก สั่งมากินดีกว่า”

“เอางั้นหรอ งั้น...กินจาจังมยอนกันไหม”

“อื้ม...เอาสิ เราก็ไม่ได้กินนานแล้วเหมือนกัน ขอจัมปงกับทังซูยุกด้วยนะ”

 

“โอเคเลย ฮอนนี่ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวเราจัดการทางนี้เอง” ร่างบางเอ่ยบอกอย่างกระตือรือร้น ผมมองอีกคนที่ดูตื่นเต้นกับการสั่งอาหารแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ผมชอบที่ชานฮีเป็นคนสดใสร่าเริงแบบนี้ ชานฮีคว้าโทรศัพท์มือถือของตัวเองแล้วเดินออกจากห้องนอนผมไป แล้วผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าควรจะสั่งอาหารมาเผื่อไอ้บังด้วย แต่ยังไม่ทันที่ผมจะเปิดประตูออกไปบอกชานฮี โทรศัพท์มือถือของผมก็มีข้อความเข้าเสียก่อน

 

กูไปสังสรรค์กับพวกรุ่นพี่นะ คืนนี้อาจจะไม่กลับ โทษทีลืมบอกก่อนออกมา

 

แล้วสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอก็ทำให้ผมรู้ว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสั่งอาหารมาเผื่อมินซูแล้ว เพราะมันไม่อยู่แถมไม่รู้ด้วยว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ เท่ากับว่าผมจะได้ใช้เวลาตลอดทั้งวันอยู่กับชานฮีสองต่อสอง แค่คิดก็มีความสุขจนแทบอยากจะออกไปตะโกนบนดาดฟ้าแล้วครับ ผมฮัมเพลงอย่างสบายใจก่อนจะไปอาบน้ำและจัดการสภาพตัวเองให้ดูเป็นผู้เป็นคนกับคนอื่นเขาเสียที

.

.

.

เราสองคนนั่งทานมื้อเที่ยงที่ห้องนั่งเล่นไปโดยเปิดรายการเพลงดูไปด้วย แต่ดูเหมือนว่าร่างบางจะมีความสุขกับจาจังมยอนตรงหน้ามากจนไม่สนใจสิ่งรอบกายเลยแม้แต่น้อย ภาพชานฮีที่กำลังคีบเส้นบะหมี่เข้าปากและดูดเส้นอย่างต่อเนื่องทำให้ซอสดำนั้นเปื้อนตามมุมปาก เลอะเทอะเหมือนเด็กเล็กไม่มีผิด บยองฮอนได้แต่ส่ายหน้าไปมาเบาๆ ก่อนจะเขยิบตัวเข้าไปใกล้ๆ อีกคน

 

“ชานฮียา...ค่อยๆ กินก็ได้ ดูสิเลอะเทอะหมดแล้วเนี่ย” ชานฮีลดตะเกียบลงก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมามองหน้าผม ดวงหน้ากลมจ้องมองมาอย่างสงสัย สีหน้าและแววตาของคนตรงหน้าทำให้ผมรู้สึกหมั่นเขี้ยวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ผมใช้นิ้วของตัวเองปาดซอสดำที่ติดอยู่ตามมุมปากของอีกคนออกก่อนจะเอามันเข้าปาก ทำเอาดวงตากลมของชานฮีเบิกกว้างขึ้นกว่าเก่า

 

“ย๊า! อีชานฮี อย่าน่ารักไปกว่านี้จะได้ไหม” ผมใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างประกบแก้มนุ่มนั้นไว้แล้วบีบเข้าจนอีกคนปากยืนออกมาหน้าตาเหมือนปลาน้อยในการ์ตูนก็ไม่ปาน

 

“อื้อ...อะอองออนนี่ อ่อยอ้ายแอ้ว”

“ฮ่าๆๆ น่ารักชะมัด”

“นิสัยไม่ดี ขี้แกล้งแล้วยังจะมาขำอีก” ร่างบางบ่นก่อนจะก้มลงไปสนใจบะหมี่ดำตรงหน้าต่อ

 

“อ่ะนี่ ลองชิมดู ทังซูยุกเจ้านี้อร่อยมากเลยนะ ปกติเราไม่แบ่งให้ใครง่ายๆ หรอกนะ อ้าม...” ผมคีบหมูทอดที่ชุ่มไปด้วยซอสเปรี้ยวหวานยื่นไปตรงหน้าชานฮี และจ่ออยู่อย่างนั้นจนอีกคนยอมอ้าปากและงับมันเข้าไป

 

“อื้ม...อร่อยอ่ะ อร่อยกว่าเจ้าอื่นจริงๆ ด้วย เป็นคนเอามาป้อนเราเองนะ โดนแย่งกินหมดไม่รู้ด้วยนะ” ชานฮีแลบลิ้นให้ผมหนึ่งทีก่อนจะคีบหมูทอดเข้าปากอีกหลายชิ้น แค่เห็นอีกคนมีความสุข ผมก็มีความสุขไปด้วยแล้วครับ เมื่อร่างบางหันไปสนใจอาหารตรงหน้าต่อผมเลยก้มลงจัดการบะหมี่ต้มยำทะเลของตัวเองบ้าง

 

“เออนี่...อย่าลืมส่งไฟล์เพลงให้เราด้วยนะ เราอยากเอาไว้ฟังอ่ะ”

“อย่าใจร้อนสิ เดี๋ยวของมิกซ์อีกหน่อยแล้วจะส่งให้นะ”

“ไม่เห็นต้องปรับแล้วเลย เราเอาแบบไฟล์ดิบเลยก็ได้ นะๆ ฮอนนี่นะ”

“เสร็จวันนี้เนี่ยแหละ กินข้าวเสร็จ ขอเวลาอีกแป๊บนึงแล้วจะส่งให้เลย โอเคนะ”

 

“ก็ได้ๆ” ชานฮีรับคำก่อนจะมาขโมยคีบหนวดปลาหมึกไปจากชามของผมแล้วหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ ว่าแต่ผมขี้แกล้ง ผมว่าเจ้าตัวก็ไม่ได้ขี้แกล้งน้อยไปกว่าผมหรอกครับ ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่า แต่ตั้งแต่อีกคนมาเป็นแฟนผม ผมว่าชานฮีก็ดูมีน้ำมีนวลขึ้น แถมดูจะมีความสุขกับของกินไปเสียทุกอย่าง จนทำให้แก้มของอีกคนเยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็เอาเถอะครับเต็มไม้เต็มมือขึ้นแบบนี้ยิ่งกอดอุ่นครับ

.

.

.

ผมกลับเข้าห้องมาเพื่อปรับแต่งและเรียบเรียงเพลงเป็นครั้งสุดท้าย แล้วผลงานชิ้นเอก เพลงของผมกับชานฮีก็เสร็จสมบูรณ์พอดีกับจังหวะที่มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นที่ห้องผม แล้วร่างบางก็เดินเข้ามาพร้อมกับแก้วน้ำในมือสองแก้ว ที่ผมดูจากสีของของเหลวที่อยู่ภายในแล้วน่าจะเป็นน้ำผลไม้ปั่นกับโยเกิร์ตแน่ๆ เจ้าตัวยื่นแก้วหนึ่งมาให้ผมก่อนจะยกอีกแก้วขึ้นจิบ

 

“ทำสตรอเบอร์รี่โยเกิร์ตสมูทตี้มาให้อ่ะ ค้นตู้เย็นแล้วเห็นมีสตรอเบอร์รี่อยู่พอดี”

“ขอบคุณนะ”

“นี่ แล้วทีหลังซื้อโยเกิร์ตมาก็รีบกินสิ ไม่ใช่ปล่อยทิ้งไว้จนใกล้จะหมดอายุแบบนี้”

“ง่ะ...รู้แล้วคร้าบ” จะว่าไป การได้ชานฮีมาเป็นแฟนนี่ก็ดีเหมือนกันนะครับ บางทีผมก็รู้สึกเหมือนมีแม่มาคอยอยู่ดูแลผมเลยล่ะ แน่นอนว่าเมื่อเครื่องดื่มธรรมดาๆ แต่มาจากฝีมือคนพิเศษมันก็ต้องรสชาติดีเป็นพิเศษเช่นกัน ผมยกสมูทตี้ขึ้นมาดื่ม อีกมือก็กดส่งไฟล์เพลงส่งไปให้ชานฮี

 

“โอ๊ะ! มาแล้ว ขอบคุณนะฮอนนี่ ไว้จะเอาไปตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าเลย”

“เอาสิๆ แล้วเวลาคนอื่นได้ยินก็บอกเขาไปเลยนะ ว่าเพลงนี้แฟนแต่งให้ จะได้ไม่ต้องมีใครมายุ่งกับชานฮีอีก”

“ทำไม หึงหรือไง ทุกวันนี้ก็อยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลาอยู่แล้ว จะเอาเวลาที่ไหนไปให้คนอื่นมายุ่งเล่า”

 

“ไม่รู้แหละ ยังไงก็ต้องกันเอาไว้ก่อน” ความจริงแล้วผมก็ไม่ใช่คนขี้หึงอะไรหรอกครับ เวลามีเรื่องอะไรก็ออกจะนิ่งๆ ด้วยซ้ำไป แต่บางทีการแสดงออกให้อีกคนได้รู้ว่าผมก็หวงของผมนะ มันก็อาจจะทำให้อีกคนรู้สึกดี เพราะโดยส่วนตัวแล้วผมชอบนะ เวลาที่มีรุ่นน้องผู้หญิงเดินเข้ามาทัก หรือมาขอถ่ายรูปกับผมแล้วถ้าชานฮีอยู่ด้วย อีกคนก็จะแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจ ถึงแม้จะไม่ได้พูดมันออกมาตรงๆ ก็เถอะ การที่ชานฮีหึงผมมันทำให้ได้รู้ว่าอีกคนให้ความสำคัญและสนใจผมมากแค่ไหนนี่ครับ แต่เวลาชานฮีหึงเนี่ย ขี้ประชดเป็นที่สุดเลยครับ แต่ผมก็ไม่เถียงนะ ปล่อยให้ประชดไปเดี๋ยวพอเหนื่อยก็กลับมาเป็นลูกแมวขี้อ้อนเหมือนเดิมเองแหละครับ

 

“ฮอนนี่ยา...คิดอะไรอยู่หรอ เห็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว”

“ก็...คิดว่า...แฟนเราขี้หึงขนาดไหนน่ะสิ”

“อะไร ไม่มีอ่ะ ไม่เคย อย่ามามั่ว” ร่างบางที่ยืนอยู่ข้างๆ ผมทำท่าจะเดินหนีไป แต่ผมก็รวบตัวอีกคนเข้ามากอดเสียก่อน

 

“จริงดิ ถ้าโกหกขอให้...”

“ขอให้อะไรเล่า ปล่อยเลย จะเอาแก้วไปล้าง” เจ้าของใบหน้าหวานดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนผม สะบัดตัวไปจนผมเซเสียหลักหงายหลังลงบนเตียง ทำให้ผมที่กอดอีกคนอยู่ล้มทับตามลงไปด้วย ตอนนี้ใบหน้าของเราห่างกันไม่ถึงคืบ ผมได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงของชานฮีได้อย่างชัดเจน

 

“กินเลอะเทอะอีกแล้วนะ” ผมค่อยๆ ประกบริมฝีปากลงกับปากบางและใช้ลิ้นเลียคราบสมูทตี้ที่เปื้อนอยู่จนหมด ก่อนจะขบเม้มปากเล็กเล่นอย่างหยอกเย้า ผมพยายามจะสอดลิ้นเข้าไปชิมความหวานแต่อีกคนกลับไม่ยอมเปิดทางให้และออกแรงฟาดที่หน้าอกผม เมื่อเห็นว่าใบหน้าหวานตอนนี้แดงเป็นลูกตำลึงไปเสียแล้วผมเลยจำใจผละออกจากอีกคน

 

“แกล้งกันอีกแล้วนะ”

“ไม่ได้แกล้งสักหน่อย เราตั้งใจ” ผมฉีกยิ้มให้คนที่อยู่ด้านล่างก่อนจะลุกขึ้นยืน ชานฮีเองก็รีบลุกขึ้นจากเตียงทันทีแล้วรีบเดินมาคว้าแก้วทั้งสองก่อนจะเดินหนีออกจากห้องไป

.

.

.

เคยรู้สึกอยากเจ็บแทนใครสักคนไหมครับ ถ้าเป็นไปได้ ตอนนี้ผมอยากให้เป็นผมที่ต้องมาเจอเรื่องราวที่หนักหนาเกินกว่าจะรับไหวแบบนี้ แต่ในเมื่อคนเราฝืนโชคชะตาไม่ได้ ตอนนี้ผมก็คงทำได้เพียงอยู่ตรงนี้ คอยเป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างคนที่ผมรัก พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมก็จะยังอยู่ที่เดิม เราจะก้าวผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ไปด้วยกัน ไม่ว่ายังไงบังมินซูคนนี้ก็จะไม่ทิ้งอันแดเนียลไปแน่นอน

.

.

.

To be Continue



TALK:;

มาต่อแล้วค่า หวานจุใจตามที่สปอยไว้มั้ยเอ่ย

แนะนำว่าต้องเปิดเพลงคลอฟังไปด้วยนะคะ แล้วจะได้อารมณ์สุดๆ >_<

ส่วนตอนต่อไปของคู่แนปก็มีหลากหลายอารมณ์เลยทีเดียว

ยังไงก็ฝากติดตามต่อด้วยนะคะ ตอนนี้ก็ครึ่งเรื่อง(?)แล้วค่ะ 5555+

เม้นเป็นกำลังใจหรือจะสกรีมฟิค #SinceNov ในทวิตก็ได้ค่า




CRY .q
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

164 ความคิดเห็น

  1. #160 Narmtoey13 (@Narmtoey13) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 01:38
    ไรท์คะ รอติดตามน้า
    #160
    0
  2. #158 ครอสเวย์ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 22:10
    ไรท์ครับ มาต่อเร็วๆครับ วอแวนานแล้วครับ อิอิ
    #158
    0
  3. #157 Teerawalee (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 07:27
    งื้อหวานมากๆเลยค่า อ่านไปอมยิ้มตบอกเลย บยองฮอนน่ารักมากเลย อ่อนโยนมากด้วย ชานฮีก็น่ารัก

    แต่เพลงเลิฟยูนี่เราอินจริงๆนะคะรู้สึกว่ามันเหมาะกับเสียงชานฮีจริงๆ ฟินค่ะฟินมาก>_<
    #157
    0
  4. #156 Fpc Man U (@fpcmanu) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 19:41
    หวานมากกกกกกกค่ะบยองชาน สมการรอคอยจริงๆ กุ๊กกิ๊กกันตลอดเวเลย 😳
    #156
    0