Since; The last November [TEENTOP]

ตอนที่ 22 : Since; {Touch"Period XXI}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 มิ.ย. 60

{Touch”Period XXl}

 



วันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้แต่ผมกลับยังไม่มีแผนเลยครับ ว่าจะออกไปไหนหรือว่าทำอะไรดี ครั้นจะให้นอนยันบ่ายอย่างไอ้บังกับบยองก็ทำไม่ได้ นาฬิกาชีวิตผมคงดีเกินไปต่อให้อยากจะนอนต่อมากแค่ไหนมันก็ตื่นเองเป็นประจำ จะวันหยุดหรือวันที่มีเรียนผมก็ตื่นเวลาเดียวกันตลอดเลยครับ ตอนนี้ผมก็เลยได้แต่นอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียง เล่นมือถือไปพลาง แล้วจู่ๆ ก็มีสายเรียกเข้าจากคนที่ผมไม่คิดว่าจะโทรหาผมมากที่สุดครับ

 

จงฮยอนนา...นี่เราเองนะ

“รู้แล้วคร้าบ ว่าแต่มีอะไรรึเปล่า ทำไมอยู่ดีๆ ถึงโทรมาได้”

อ่า...คือว่า...มีอะไรอยากให้ช่วยหน่อยประโยคที่ได้ยินจากปลายสายยิ่งทำให้ผมงุนงงเข้าไปใหญ่

 

“ว่ามาสิ ถ้าช่วยได้ก็ช่วยอยู่แล้วล่ะน่า”

วันนี้ว่างไหมอ่ะ ถ้าเราจะขอ...ให้มาอยู่ที่บ้านเป็นเพื่อนชางฮยอนหน่อยน่ะสมาร์ทโฟนเครื่องบางแทบจะหล่นจากมือผมเลยครับ นี่หิมะจะต้องตกตอนหน้าร้อนแน่ๆ ชานฮีถึงได้มาขอร้องให้ผมไปอยู่เป็นเพื่อนชางฮยอนแถมยังให้ไปอยู่ที่บ้านอีก ทั้งๆ ที่ปกติเวลาผมไปส่งที่บ้านยังไม่เคยชวนผมเข้าบ้านสักนิด

 

“ดะ...ได้สิ ว่าแต่ชานฮีจะไปไหนหรอ”

เอ่อ...คือ...เราตกลงกับบยองฮอนไว้น่ะ ว่าเสาร์อาทิตย์นี้จะไปอยู่ด้วย...

“แหม นัดแฟนไว้แล้วไม่สนใจน้องชายเลยนะ”

ย๊า!!! ชเวจงฮยอน! หยุดแซวเดี๋ยวนี้เลยนะ แล้วก็ดูแลชางฮยอนให้ดีด้วยล่ะ

“รู้แล้วคร้าบ จะให้ออกไปตอนนี้เลยป่ะ”

เอาที่สะดวกเลย ยังเช้ามากอยู่เลยไม่ต้องรีบหรอก ไว้นายมาอยู่กับน้องแล้วเราค่อยออกไปหาบยองฮอน

โอเค งั้นเดี๋ยวขออาบน้ำแต่งตัวก่อนแล้วจะรีบออกไปเลย แค่นี้นะ บาย ผมตัดสายก่อนที่อีกฝ่ายจะโวยวายหรือบ่นอะไรไปมากกว่านี้ รีบคว้าผ้าขนหนูแล้วพุ่งตัวเข้าห้องน้ำทันที

 

หลังจากที่ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็กะว่าจะไปชงกาแฟดื่มสักแก้วพร้อมกับปิ้งขนมปังกินรองท้องแต่กลับเจอบยองฮอนที่เดินงัวเงียผมเผ้ากระเซอะกระเซิงยืนเทนมสดใส่แก้วอยู่ในครัว ดูสภาพมันแล้วไม่เห็นจะพร้อมเจอแฟนสักนิด เห็นปกติจะไปหาชานฮีหรือจะไปออกเดททีนี่คุณชายลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเซ็ตผมก่อนเป็นชั่วโมง แต่ก็ช่างมันเถอะครับ ไม่ใช่ธุระอะไรของผม มันอาจจะอยากแต่งตัวชิลๆ อยู่คอนโดก็ได้มั้ง


“เพิ่งตื่นหรอมึง”

“ก็อย่างที่เห็น แล้วมึงอ่ะ ฉีดน้ำหอมซะฟุ้งขนาดนี้จะออกไปไหนวะ”

“ไม่ต้องรู้สักเรื่องจะได้ไหมมึง กินเข้าไปเหอะ นมอ่ะ จะได้สูงๆ กูไปล่ะ” ผมจิ้มหัวไอ้บยองเล่นหนึ่งที เล่นเอามันเกือบหน้าหงาย สงสัยมันจะยังตื่นไม่เต็มตาเพราะปกติถ้าแซวเรื่องความสูงนี่ต้องโวยวายแล้วครับ ตอนผมหันไปคว้ากุญแจรถก็เห็นมันยืนเกาหัวแกร่กๆ ไม่ได้โมโหอะไร ผมก็เลยเดินผิวปากออกจากห้องมาอย่างสบายอารมณ์ สุดสัปดาห์ที่คิดว่าจะน่าเบื่อกลับสดใสขึ้นมาเพราะผมกำลังจะได้เจอตัวเล็กของผม

.

.

.

ถึงแม้ว่าการจราจรจะติดขัดไปบ้างแต่ผมก็มาถึงบ้านเช่าของสองพี่น้องตอนเวลาสิบโมงกว่าๆ เท่านั้น มินซูมันยังไม่ตื่นเลยมั้งครับ ผมจอดรถไว้ก่อนจะกดกริ่งหน้าบ้านด้วยความตื่นเต้น อยากรู้เหมือนกันว่าภายในบ้านหลังเล็กนี้มีความลับอะไรซ่อนอยู่นักหนาชานฮีถึงไม่ยอมให้ผมเข้าไปเสียที แต่เอาะเถอะครับเพราะยังไงวันนี้ผมก็จะได้ขลุกอยู่ที่นี่ทั้งวันทั้งคืนแล้ว

 

“โอ๊ะ! พี่จงฮยอน มาถึงเร็วจังฮะ” ผมฉีกยิ้มกว้างทันทีเพราะคนที่โผล่หน้าออกมารับผมคือชางฮยอนที่อยู่ในชุดเสื้อฮูดแขนยาวสีเทาตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นสีดำ สำหรับผมแล้วไม่ว่าจะดูยังไงก็น่ารักมากๆ เลยล่ะครับ ร่างเล็กเดินนำผมเข้ามาในตัวบ้านแล้วก็เจอกับชานฮีที่กำลังง่วนอยู่กับการห่อคิมบับโดยมีกระเป๋าเป้ใบใหญ่วางอยู่ข้างๆ ประตู

 

“จะไปแล้วหรอ ของพะรุงพะรังเหมือนกันนะ ให้ไปส่งไหม”

“ไม่ต้องหรอก เราให้จงฮยอนมาอยู่เป็นเพื่อนน้องเรานะ เราไปเองได้ ชางฮยอนก็อย่าซนล่ะรู้ไหม พี่ไปก่อนนะ”

 

“โอเคเลยฮะ ผมสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี ฮยองจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ใช้เวลากับบยองฮอนฮยองให้เต็มที่นะฮะ” ผมกับชางฮยอนเดินออกมาส่งชานฮีที่หน้าบ้านอีกครั้ง คนตัวเล็กข้างกายผมยืนโบกมือให้พี่ชายสุดที่รักจนร่างของชานฮีลับตาไป ผมยีหัวคนตัวเล็กเล่นด้วยความเอ็นดู ก็เลยโดนเจ้าตัวหันมาทำปากยื่นพองแก้มใส่ เห็นแบบนั้นผมก็อดหมั่นเขี้ยวไม่ได้เลยจัดการดึงแก้มนิ่มเล่นอีกสักที

 

“งื้อ พี่จงฮยอน ผมเจ็บนะฮะ”

“ก็อยากทำตัวน่ารักเองทำไมล่ะ ไป เข้าบ้านกันดีกว่า” ผมคว้ามือเล็กมากุมเอาไว้ ได้มาอยู่บ้านด้วยกันสองต่อสองแบบนี้ให้ความรู้สึกเหมือนคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามันเลยครับ

 

ภายในบ้านไม่ได้ใหญ่โตมากมาย การตกแต่งก็ไม่ได้หรูหราอะไรถึงแม้จะเป็นแนวโมเดิร์นแต่ทุกอย่างก็เน้นความเรียบง่ายและเป็นประโยชน์ต่อการใช้สอย ที่กลางห้องนั่งเล่นก็มีโต๊ะสี่เหลี่ยมสีขาววางอยู่พร้อมกับโซฟาตัวยาวกับบีนแบคสีเจ็บ แค่ห้องนั่งเล่นก็ตกแต่งได้เก๋มีสไตล์ขนาดนี้แล้วผมชักอยากจะเห็นห้องนอนของสองพี่น้องขึ้นมาเสียแล้ว คนตัวเล็กเดินหายเข้าห้องทางซ้ายมือไปก่อนจะกลับออกมาพร้อมกล่องพลาสติกขนาดกลางแล้ววางลงบนโต๊ะ แล้วผมก็พบว่าสิ่งของที่อยู่ข้างในนั้นเป็นแผ่นหนังมากมายหลายเรื่อง มีทั้งหนังแอคชั่น หนังตลก รวมถึงหนังผีด้วยผมเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าชางฮยอนชอบดูหนังขนาดนี้

 

“ตัวเล็กชอบดูหนังขนาดนี้ก็ไม่บอก พี่จะได้พาไปดูบ่อยๆ ไง”

“ก็ผมอยากเป็นนักเขียนบทนี่ฮะ แผ่นหนังพวกนี้ถือเป็นการลงทุนเพื่อการศึกษา ฮ่าๆๆ” ยิ่งสนิท ยิ่งได้เห็นมุมมองความคิดของชางฮยอนผมก็ยิ่งรักตัวเล็กมากขึ้น คนสองคนที่ไม่ได้มีอะไรเหมือนกันเลยแต่กลับอยู่ด้วยกันแล้วลงตัวอย่างประหลาด แบบนี้ละมั้งครับที่เขาเรียกกันว่าการเติมเต็มส่วนที่ขาด

 

“แล้วนี่พี่จงฮยอนทานอะไรมารึยังฮะ ถ้ายังผมจะได้ทำอะไรให้กิน”

“เรียบร้อยมาแล้ว เราดูหนังกันสักเรื่องสองเรื่องแล้วค่อยพักกินมื้อเที่ยงละกันเนอะ”

“ได้เลยฮะ แต่ขอผมไปทำป็อบคอร์นมากินก่อนนะฮะ” ร่างเล็กเอ่ยก่อนจะเดินเข้าไปในครัวเพื่อนำห่อป็อบคอร์นเข้าไปอบในไมโครเวฟและยืนเฝ้าดูถุงกระดาษที่พองโตขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ ยังไงชางฮยอนก็ยังเป็นชางฮยอนที่มีความสุขกับของกินอยู่วันยังค่ำสินะ

 

“ไปยืนจ้องแบบนั้นเดี๋ยวสายตาก็เสียหมดหรอก ชางฮยอนนา...”

“ไม่เป็นไรหรอกฮะ แป๊บเดียวเอง เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว พี่จงฮยอนเลือกเลยฮะ ว่าอยากดูหนังเรื่องอะไร” เสียงใสตะโกนตอบกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้ บทคนตัวเล็กจะดื้อขึ้นมาก็ไม่ยอมฟังใครเหมือนกันนะเนี่ยสงสัยว่าจะมีแค่ชานฮีคนเดียวที่ชางฮยอนยอมฟังและไม่กล้าเถียงไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม

 

“มาแล้วฮะ พี่จงฮยอนเลือกได้รึยังว่าจะดูเรื่องอะไร”

“นี่ไงเลือกมาได้สองเรื่อง พี่ให้ตัวเล็กเลือกละกันว่าอยากดูเรื่องไหนมากกว่า”

“ว้าว Love Actually กับ About time ผมชอบทั้งสองเรื่องเลยอ่ะ โดยเฉพาะเรื่องหลังนี่เรื่องโปรดของผมเลย ดูจนจะท่องได้ทุกคำพูดแล้วล่ะฮะ ฮ่าๆๆ” ร่างเล็กที่เดินอุ้มถังที่เต็มไปด้วยป็อบคอร์นเดินมาหย่อยตัวลงข้างๆ ผม ก่อนที่เสียงใสจะพูดเจื้อยแจ้วถึงหนังเรื่องโปรด แววตากลมใสนั้นเป็นประกายอย่างเห็นได้ชัด

 

“งั้นเหรอ Love Actually ก็หนังเรื่องโปรดของพี่เหมือนกัน ส่วน About time น่ะพี่ยังไม่เคยดู แต่ใครๆ ก็บอกว่าดีก็เลยเลือกมาน่ะ แต่ถ้าชางฮยอนดูบ่อยแล้วจะดูเรื่องอื่นก็ได้นะ”

 

“ไม่เป็นไรหรอกฮะถ้าพี่จงฮยอนอยากดูผมก็ไม่มีปัญหา อืม...แต่ผมก็อยากนั่งดูหนังเรื่องโปรดของพี่...ไปพร้อมๆ กับพี่จงฮยอนเหมือนกันนะ...” ถึงท้ายประโยคเสียงเล็กจะพูดเบาแค่ไหนแต่ผมก็ได้ยินอยู่ดี แฟนใครก็ไม่รู้น่ารักชะมัดเลยครับ ผมเลยโอบไหล่เพื่อให้คนตัวเล็กเขยิบมาแนบกายและโยกหัวชางฮยอนเล่นด้วยความเอ็นดู ไม่รู้ว่าอีกคนเขินหรืออย่างไรถึงได้เอาแต่ก้มหน้าก้มตาหยิบป็อบคอร์นเข้าปากอย่างต่อเนื่อง ผมจ้องมองด้านข้างของใบหน้าน่ารักอยู่แสนนานโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว เมื่อสบโอกาสก็เลยขโมยหอมแก้มนุ่มนั่นไปฟอดใหญ่

 

“พี่จงฮยอน!!!” ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจแต่สองมือก็ยังคงไม่ปล่อยจากถังป็อบคอร์นอยู่ดี

 

“ไม่เห็นต้องตกใจเลย ก็ดูมันทั้งสองเรื่องนี่แหละเนอะ” ผมขยี้ผมตัวเล็กอย่างหมั่นเขี้ยวก่อนจะลุกขึ้นไปเอาแผ่นหนังเรื่องโปรดของชางฮยอนใส่เข้าไปในเครื่องอ่านแล้วเดินไปหาสวิชไฟเพื่อปิดไฟในส่วนของห้องนั่งเล่น การที่ได้มาใช้เวลาอยู่กับชางฮยอนสองคนแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะครับ มันทำให้ผมได้ใกล้ชิดกับชางฮยอนมากขึ้นโดยที่ไม่ต้องเป็นกังวลหรือแคร์สายตาคนอื่นเหมือนเวลาที่อยู่ที่มหาวิทยาลัย

 

ร่างเล็กที่เคยส่งเสียงใสๆ พูดเรื่องโน้นเรื่องนี้กลับเงียบลงทันทีเมื่อหนังเรื่องโปรดเริ่ม มีเพียงมือเล็กที่ยังคงส่งป็อบคอร์นเข้าปากเจ้าตัวและหยิบยื่นมาให้ผมบ้างในบางครั้ง ผมตัดสินใจคว้ามือขวาของตัวเล็กมากุมไว้หลวมๆ คนข้างกายจึงละสายตาจากหน้าจอโทรทัศน์แล้วหันมาสบตากับผมเพียงครู่เดียวก่อนจะหันกลับไปสนใจหนังตรงหน้าต่อ จะว่าไปผมก็เพิ่งเคยเห็นสีหน้าจริงจังของชางฮยอนก็ตอนนี้แหละครับ คนอะไรดูหนังรักโรแมนติกคอมเมดี้แต่ทำหน้าตึงอย่างกับอ่านข่าวการเมือง ผมได้แต่ลอบอมยิ้มกับตัวเองคนเดียวแล้วหันไปสนใจหนังตรงหน้าบ้าง แค่ได้มานั่งดูหนังอยู่ที่บ้านด้วยกันแบบนี้ผมก็มีความสุขจนบอกไม่ถูกแล้วล่ะครับ

.

.

.

หลังจากหนังเรื่องที่สองจบคนในอ้อมแขนผมก็ยืดแขนออกมาพร้อมกับบิดขี้เกียจ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมัวแต่นั่งเกร็งเพราะถูกผมโอบหรือยังไงกันแน่ แต่ไม่ว่าจะทำอะไรชางฮยอนก็น่ารักทั้งนั้นแหละครับ ผมเห็นร่างเล็กมัวแต่ยืดเส้นยืดสายแถมยังหลับตาปี๋อีกเลยนึกสนุกจิ้มเอวของตัวเล็กเล่น อีกคนถึงกับสะดุ้ง

 

“ไม่เอา พี่จงฮยอนผมไม่เล่น มันจั๊กจี้นะ ฮ่าๆๆๆ หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“ไม่หยุดๆๆ มาให้พี่หอมแก้มก่อนสิ”

“ย๊า!!! คนอะไรพูดเอาแต่ได้” เสียงเล็กบ่นกระเง้ากระงอดพร้อมทำปากยื่นซึ่งเป็นท่าประจำของเจ้าตัวเวลามีคนมาแกล้งและถูกทำให้ไม่พอใจ เห็นแล้วก็อยากจะงับปากเล็กๆ นั่นเล่นสักที ผมรีบวิ่งไปดักร่างเล็กเอาไว้ก่อนจะรวบอีกคนเข้ามากอด

 

“อื้อ...ปล่อยเถอะฮะ ดูสิเสียงท้องใครก็ไม่รู้ร้องดังลั่นบ้านแล้วเนี่ย”

“ก็พี่หิว...”

“หิวใช่ไหมล่ะครับ งั้นก็ปล่อยผมสิ ผมจะได้ไปเตรียมทำมื้อเที่ยงให้ทาน”

“พี่ยังพูดไม่จบเลยว่าหิวอะไร หึหึ” ผมได้แต่หัวเราะไล่หลังร่างเล็กที่รีบตัดบทแล้วสะบัดตัวเองออกจากการเกาะกุมของผมแล้ววิ่งหนีเข้าครัวไป ผมปล่อยให้อีกคนง่วนกับการเตรียมวัตถุดิบเปิดปิดตู้เย็นจนพอหายเขินถึงจะเดินตามเข้าไปในครัวแล้วยืนมองท่าทางเงอะงะของอีกคนอยู่ห่างๆ

 

“ให้พี่ช่วยไหม”

“โธ่ พี่จงฮยอน ทำไมมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง ตกใจหมดเลยฮะ” ชางฮยอนบ่นอุบพลางรีบตะครุบมันฝรั่งที่เกือบจะกลิ้งหล่นลงจากเคาท์เตอร์

 

“พี่ก็อยู่ของพี่มาตั้งนานแล้ว ตัวเล็กนั่นแหละไม่เห็นพี่เอง”

“ผมขี้เกียจเถียงด้วยแล้ว พี่จงฮยอนไปนั่งรอเถอะฮะ เดี๋ยวเชฟชางฮยอนจะลงมือเอง” ร่างเล็กหันมาฉีกยิ้มกว้างให้ผมพร้อมกับชูมือสองข้างที่มีมันฝรั่งกับมีดอยู่ในมือขึ้นจนสุดแขน

 

“ชะ...ชางฮยอนนา...ระวังมีดหน่อยก็ดีนะ งั้น...เดี๋ยวพี่ไปรอที่ห้องนั่งเล่นนะ”

“ขอโทษทีฮะ แหะๆ” ร่างเล็กยิ้มเจื่อนก่อนจะวางมีดลงข้างๆ เขียงแล้วรีบเดินมาดันหลังให้ผมออกมาจากห้องครัว ผมขืนตัวแกล้งคนตัวเล็กอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมย้ายตัวเองมานั่งเล่นบนบีนแบครอชิมมื้อเที่ยงฝีมือเชฟชางฮยอนแต่โดยดี


เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงผมกดเปลี่ยนทีวีไปช่องแล้วช่องเล่าก็ไม่เจอสิ่งที่น่าสนใจสักนิด เสียงฉ่าและกลิ่มหอมกลุ่นที่มาจากห้องครัวทำให้ผมเริ่มอดรนทนไม่ไหว อยากจะเห็นเหลือเกินว่าพ่อครัวคนเก่งของผมจะมีสีหน้าอย่างไรตอนทำกับข้าวผมย่องเข้าไปในห้องครัวเงียบๆ โดยไม่ให้อีกคนรู้ตัว ผมแอบยืนดูชางฮยอนที่ใส่ผ้ากันเปื้อนลายน่ารักอยู่ที่มุมตู้ ร่างเล็กกำลังหย่อนเนื้อหมูชุบเกร็ดขนมปังชิ้นโตใส่ลงไปในกระทะก้นลึกที่น้ำมันกำลังเดือนจนมีไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมา ด้วยความที่น้ำมันคงร้อนจัดเมื่อนำเนื้อหมูใส่ลงไปก็เลยทำให้น้ำมันดีดกระเด็นออกมาโดนคนตัวเล็ก

 

“ย๊า!!! เจ้าน้ำมันบ้าจะกระเด็นอะไรหนักหนาเนี่ย มันร้อนนะรู้ไหม เจ็บด้วย หยุดกระเด็นได้แล้ว อย่าให้ฉันโมโหนะ” ภาพที่ผมเห็นตรงหน้าก็เลยกลายเป็นชางฮยอนที่กระโดดหลบน้ำมันไปมาแถมยังมีการโวยวายและเอ็ดต้นเหตุที่ทำให้เจ้าตัวต้องคอยกระโดดหลบอีกด้วย สุดท้ายร่างเล็กก็ถอยออกห่างจากเตาจนเกือบชนเข้ากับเคาท์เตอร์อีกฝั่ง แล้วก็ค่อยๆ เดินกลับไป ดูผลงานอย่างกล้าๆ กลัวๆ

 

“ว้าว เหลืองกรอบกำลังสวยแล้ว เอาขึ้นเลยดีกว่า” ตัวเล็กของผมชื่มผลงานตัวเองด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและภูมิใจสุดๆ ชางฮยอนค่อยๆ คีบหมูทอดชิ้นโตขึ้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมันก่อนจะเดินไปคนหม้อใบใหญ่ที่ตั้งไฟอ่อนๆ เอาไว้ ถ้าผมเดาไม่ผิด สิ่งที่อยู่ในนั้นต้องเป็นแกงกะหรี่แน่ๆ เลยครับ ร่างเล็กเดินกลับมาที่เคาท์เตอร์อีกครั้งเพื่อหั่นเห็ดที่เหลืออยู่บนเขียง ผมแอบเดินอ้อมไปด้านหลังและสวมกอดอีกคนพร้อมทั้งจุมพิตลงไปบนแก้มนุ่ม

 

“อ๊ะ!” ชางฮยอนสะดุ้งเล็กน้อยคงเพราะตกใจที่อยู่ดีๆ ผมก็เข้ามากอดและหอมแบบนี้ แต่เมื่อผมมองข้ามไหล่คนในอ้อมกอดไปก็ทำให้ได้รู้ว่าผมเป็นต้นเหตุทำให้อีกคนต้องเจ็บตัวเสียแล้ว

 

“ตัวเล็ก!!! พี่ขอโทษ ไหนมาดูซิ เจ็บมากไหม พี่ขอโทษจริงๆ นะ”

“มะ...ไม่เป็นไรหรอกฮะ” ผมรีบคว้านิ้วเรียวที่เพิ่งโดนมีดบาดสดๆ  ร้อนๆ มาดูใกล้ๆ แล้วก็ยิ่งลนลานหนักกว่าเดิมเพราะนอกจากแผลจะค่อนข้างลึกแล้วเลือดสีแดงสดยังไหลออกมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด วินาทีนั้นผมเองก็คิดอะไรไม่ออก

 

“พี่จงฮยอน อย่าฮะ” ชางฮยอนขึ้นเสียงแล้วรีบชักมือออกทันทีเมื่อเห็นว่าผมกำลังจะเอานิ้วเล็กนั้นเข้าปาก ก็ผมไม่รู้จะทำยังไงนี่ครับ เคยอ่านเจอมาว่าน้ำลายสามารถช่วยห้ามเลือดได้นี่นา

 

“แต่ตัวเล็กดูสิ เลือดไหลไม่หยุดเลยอ่ะ ยังไงก็ต้องห้ามเลือดก่อน จะได้ทำแผล”

“คือ...ยังไงมันก็ไม่หยุดไหลหรอกฮะ...”

“หมายความว่ายังไง โอ้ย จะทำยังไงดีเนี่ย”

“พี่จงฮยอนใจเย็นๆ นะฮะ แล้วช่วยอะไรผมอย่างนึงนะ”

“บอกมาสิ พูดมาเลย ตัวเล็กจะให้พี่ช่วยอะไร”

 

“พี่จงฮยอนช่วย...เฮ้อ...เข้าไปในห้องนอนผม ที่ลิ้นชักโต๊ะหัวเตียง...มันจะมี...กล่องใส่เข็มฉีดยากับอุปกรณ์อยู่ หยิบมาให้ผมทีนะฮะ” ยิ่งฟังตัวเล็กพูดผมก็ยิ่งงง โดนมีดบาดแต่ให้ผมไปหยิบเข็มฉีดยาให้เนี่ยนนะ ผมงงไปหมดแล้วครับ โมโหตัวเองก็โมโห ทำไมไม่รู้จักดูแลชางฮยอนให้ดี นอกจากจะไม่ดูแลให้ดีแล้วยังดันเป็นต้นเหตุให้อีกฝ่ายต้องเจ็บตัวอีก ปากก็บอกว่ารักแต่แค่นี้ยังปกป้องไม่ได้เลย ชเวจงฮยอนได้ชะตาขาดแน่ถ้าชานฮีรู้ว่าน้องชายสุดรักสุดหวงโดนมีดบาดเพราะผม

 

ผมรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอนและกลับออกมายื่นกล่องตามคำอธิบายให้กับชางฮยอน ผมได้แต่ยืนมองอีกคนแกะไซริงค์เพื่อดูดของเหลวบางอย่างออกจากขวดแก้วขนาดเล็กหลังจากที่เช็ดมือด้วยสำลีชุบแอลกอลฮอลแล้ว จากนั้นร่างเล็กก็นำเอาไซริงค์มาต่อเข้ากับหลอดยางที่มีปลายเป็นเข็มขนาดเล็กและเจาะปลายเข็มเข้าที่หลังมือเพื่อฉีดของเหลวในไซริ้งค์เข้าไปในเส้นเลือด ผมยืนมองทุกการกระทำด้วยความอึ้งและไม่เข้าใจ ตัวเล็กของผมเป็นอะไรทำไมถึงต้องทำอะไรแบบนี้ หลังจากที่จัดการฉีดของเหลวนั้นเสร็จชางฮยอนก็ดึงเข็มออกแล้วนำสำลีมากดทับไว้และติดพลาสเตอร์ทับอีกที

 

“พี่จงฮยอนยังอยากทำแผลให้ผมอยู่รึเปล่าฮะ ตอนนี้ทำได้แล้วนะ” ร่างเล็กยื่นมือข้างที่ถูกมีดบาดมาตรงหน้าผมพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ผมก็เลยจับมือนั้นไว้แล้วเช็ดคราบเลือดด้วยแอลกอลฮอล พยายามซับเลือดออกให้ได้มากที่สุดแล้วเอาสำลีมากดบาดแผลเอาไว้ จังหวะที่ผมกำลังจะติดพลาสเตอร์ชางฮยอนกลับส่ายหน้าแล้วหยิบผ้าก็อซมาอีกหลายแผ่นเพื่อวางทับลงไปบนสำลีก่อนจะพยักหน้าให้ผมเป็นเชิงบอกว่าติดพาสเตอร์ได้แล้ว

 

“แค่สำลีแผ่นเดียวน่าจะเอาไม่อยู่น่ะฮะ แหะๆ เอาหลายชั้นไว้ก่อนดีกว่า” พูดจบตัวเล็กก็หันมาฉีกยิ้มกว้างให้กับผมราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่ตอนนี้ผมว่าผมไม่โอเคครับ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับผมด้วย

 

“ฝากพี่จงฮยอนเอากล่องอุปกรณ์ไปเก็บที่เดิมให้ทีนะฮะ แล้วเดี๋ยวเราจะได้ทานข้าวกัน”

“ตัวเล็ก...”

“ไปเถอะฮะ ไว้ทานข้าวเสร็จก่อนแล้วผมจะอธิบายให้ฟังนะ” ผมยอมเดินเอาของไปเก็บให้ตามที่ชางฮยอนขอ พอกลับออกมาก็เห็นข้าวแกงกะหรี่หมูทอดทงคัตสึหน้าตาน่าทานวางอยู่บนโต๊ะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

“ทานให้เกลี้ยงเลยนะฮะ มื้อนี้เชฟชางฮยอนตั้งใจทำสุดฝีมือเลยนะ”

“โอเคเลย พี่จะทานให้อร่อยเลยล่ะ” บรรยากาศระหว่างกินข้าวของเราสองคนมันน่าอึดอัดแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ครับ อาจะเป็นเพราะผมเองก็ยังคาใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ส่วนชางฮยอนเองก็พยายามหันมาส่งยิ้มแหยๆ ให้ผมเป็นระยะ คนตัวเล็กช่างพูดกลับมีสีหน้าเป็นกังวลกว่าปกติ ผมไม่รู้หรอกครับว่าชางฮยอนมีอะไรอยู่ในใจ แต่อย่างน้อยผมก็แค่อยากเป็นคนที่ได้รับความไว้วางใจ เป็นคนที่ชางฮยอนรู้สึกสบายใจที่จะเล่าทุกๆ เรื่องให้ผมฟังก็เท่านั้น ผมรู้ว่าถึงแม้เรื่องบางเรื่องแต่ละคนก็อาจจะมีเหตุผลที่ไม่อยากพูดถึงหรือให้คนอื่นได้รับรู้ แต่คนรักกันก็ไม่ควรจะปิดบังกันนี่ครับ ผมไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย

 

หลังจากที่เราทั้งสองคนจัดการกับมื้อเที่ยงแสนอร่อยเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าของบ้านร่างเล็กก็ทำท่าจะยกจานไปเก็บ ผมก็เลยต้องร้องห้ามไว้

 

“ชางฮยอนนา...ไม่ต้องหรอก อุตส่าห์ทำมื้อเที่ยงให้พี่ทานแล้ว เดี๋ยวพี่ล้างจานให้เอง นั่งพักดีกว่านะ” ผมรีบยกจานทั้งสองไปในครัวและเริ่มล้างอุปกรณ์ทำครัวต่างๆ ระหว่างที่ผมก้มหน้าก้มตาล้างจานอยู่นั้น สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นว่าตอนนี้คนตัวเล็กที่ควรจะนั่งเล่นอยู่ที่โซฟากลับเดินมายืนคอตกอยู่ในครัวใกล้ๆ ผมเสียนี่

 

“เพราะแบบนี้ไงฮะ ชานฮีฮยองถึงชอบทำเหมือนผมเป็นเด็ก...” เสียงใสเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ผมไม่ได้ตอบรับอะไรแต่ก็ตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ

 

“เพราะผมเป็นแบบนี้ พี่จงฮยอนถึงต้องมาโดนดุเพราะผมเรื่อยเลย เฮ้อ...ผมไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอะไรหรอกนะฮะ ผมก็แค่ไม่อยากให้ใครๆ ที่อยู่ใกล้ผมต้องมาทำตัวเหมือนชานฮีฮยอง ผมเองก็โตแล้ว ดูแลตัวเองได้... ผมก็แค่อยากให้เชื่อผมบ้าง ปฏิบัติกับผมเหมือนคนอื่นๆ ธรรมดาทั่วไป ไม่ต้องคอยประคบประหงมจนเกินเหตุ...”

 

“...” ผมไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ ครับ ผมรับรู้ได้ถึงความจริงใจของตัวเล็กรวมถึงเจตนาที่ไม่ได้ตั้งใจจะปกปิดความจริงบางอย่างจากผม แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าชางฮยอนเป็นอะไรกันแน่

 

“พะ...พี่จงฮยอน...โกรธผมรึเปล่าฮะ” เสียงใสเริ่มสั่นคลอเมื่อผมหันไปมองก็พบว่าใบหน้าน่ารักตอนนี้เริ่มเบะเสียแล้วแถมดวงตากลมใสยังมีน้ำตาคลอหน่วยพร้อมที่จะหยดลงมาได้ทุกเมื่อ ถ้าผมโกรธอยู่แค่ภาพตรงหน้าก็คงทำให้ผมใจอ่อนแล้วล่ะครับ แล้วนับประสาอะไรกับตอนนี้ที่ผมไม่ได้มีความโกรธเลยสักนิด ผมรีบคว่ำจาน ล้างมือแล้วเดินเข้าไปจับไหล่ทั้งสองข้างของร่างเล็กเอาไว้

 

“ตัวเล็กฟังพี่นะครับ พี่ไม่ได้โกรธอะไรตัวเล็กเลย อย่าร้องไห้เลยนะ”

“...” ชางฮยอนก้มพยักหน้าจนคางชิดอกแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรแถมยังไม่ยอมเงยหน้ามาสบตากับผมด้วย

 

“ตัวเล็กจะบอกพี่ได้ไหม ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเล็กกันแน่ครับ พี่จะได้ดูแล ปกป้องตัวตัวเล็กได้ไงครับ” ผมยีผมอีกคนเล่นเบาๆ ก่อนจะเชยคางมนให้เงยหน้าขึ้นมาสบตาผมว่าผมหมายความอย่างที่พูดจริงๆ

 

“สัญญากับผมนะว่าถ้ารู้แล้วพี่จงฮยอนจะไม่เปลี่ยนไป...จะปฏิบัติกับผมเหมือนเดิม ให้ตายเถอะ ผมไม่อยากจะบอกเลยจริงๆ นะ”

 

“ครับ...พี่สัญญา” ผมยกนิ้วก้อยขึ้นมาให้อีกคนเกี่ยว ดวงตากลมจ้องผมอยู่สักพักก่อนจะคลี่ยิ้มและเกี่ยวก้อยเพื่อบันทึกคำสัญญาของเรา

 

“ผม...ผมเป็น...ฮีโมฟีเลียฮะ”

“โรคเลือดไหลไม่หยุดอ่ะนะ” ผมพอจะเข้าใจแล้วล่ะครับ ว่าทำไมชานฮีถึงชอบทำตัวโอเว่อร์เวลามีใครมายุ่งกับชางฮยอน คงเพราะชางฮยอนเป็นโรคนี้ คิดย้อนกลับไปก็ไม่แปลกอะไรเลยที่วันนั้นผมทำตัวเล็กหกล้มจนได้แผลถลอกมีเลือดซิบๆ ชานฮีถึงได้โวยวายและโมโหขนาดนั้น ถ้าผมรู้ก่อนแบบนี้ผมคงจะรีบกระโดดไปคว้าลูกบาสไว้ก่อนแล้วล่ะ

 

“อือฮึ แต่ผลตรวจเลือดผมดีขึ้นมากแล้วจริงๆ นะฮะ คุณหมอถึงให้อุปกรณ์มาไว้ฉีดยาเองที่บ้าน ไม่ต้องไปฉีดที่โรงพยาบาลทุกอาทิตย์เหมือนแต่ก่อนแล้ว พี่จงฮยอนสัญญากับผมแล้ว ห้ามทำตัวปกป้องผมเกินเหตุนะฮะ”

 

“โอเคๆ เข้าใจแล้วครับ แต่ทีหลังมีอะไรต้องบอกกันก่อนนะ พี่จะได้ไม่ตกใจ นี่แหนะๆ โทษฐานทำพี่ตกใจ”


“คิกๆๆ รู้แล้วฮะ ไม่เอา พี่จงฮยอนผมบ้าจี้” ชางฮยอนหัวเราะคิกคักเมื่อโดนผมไล่จี้เอว ร่างเล็กดิ้นไปดิ้นมาแต่ก็หนีผมไม่พ้นหรอกครับ ผมรวบร่างเล็กมากอดไว้แน่นไม่ยอมให้ไปไหน


“กินมื้อเที่ยงตอนบ่ายเกือบจะเย็นขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องกินมื้อเย็นแล้วมั้ง”

“นั่นสิฮะ อิ่มมากเลย ถ้าดูหนังต่อต้องหลับแน่ๆ เลย”

“งั้นหาอย่างอื่นทำกัน”

“ทำอะไรดีล่ะฮะ บ้านก็มีอยู่แค่นี้เอง”

“กินเยอะแล้วก็ต้องออกกำลังกายสิ ไปออกกำลังกายกันดีกว่านะ” ผมกระซิบที่ข้างหูก่อนจะช้อนร่างเล็กขึ้นมาและอุ้มออกจากครัวไปยังอีกห้องหนึ่ง

 

“พี่จงฮยอน!!! ทะลึ่ง! ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ”

“เด็กนิสัยไม่ดีต้องโดนลงโทษ”

“ไม่เอา! ปล่อย!!! ผมบอกให้ปล่อยไง ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ” ร่างเล็กดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนผมแต่ยังไงก็หนีไม่พ้นหรอกครับ ผมตัวใหญ่กว่าแข็งแรงกว่าตั้งเยอะ เกิดมาเป็นคนน่ารักน่าแกล้งก็ต้องเจอแบบนี้แหละ ไม่น่าเชื่อว่าแค่วันเดียวจะทำให้ชีวิตผมมีความสุขได้มากขนาดนี้

.

.

.

ชีวิตนักศึกษาด้านดนตรีอย่างผมความฝันสูงสุดไม่ใช่การที่ได้แต่งเพลงแล้วเป็นที่นิยมโด่งดังไปทั่วโลกหรอกครับ เพราะผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะมีกำลังเดินไปได้ไกลถึงจุดนั้นไหม สำหรับผมตอนนี้แค่ได้แต่งเพลงให้ใครสักคน คนที่ผมรักอย่างหมดหัวใจ แค่คนคนนั้นชอบเพลงที่ผมแต่งและรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของผม แค่นี้ผมก็มีความสุขมากพอแล้ว จะว่าไปนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เพลงที่ผมแต่งไม่ได้มีแต่ทำนอง มันเป็นเพลงแรกที่ผมแต่งเนื้อร้องและยิ่งไปกว่านั้นเจ้าของเสียงหวานๆ ในเพลงก็คือเจ้าของหัวใจของผมคนที่ผมมอบเพลงรักเพลงนี้ให้



TALK:;

ความรักของคู่เล็กเปิดเผยแล้วค่า หลังจากนี้ไปก็ไม่หน่วงแล้ว

ช่วงนี้ไรท์ปั่นงานอาจจะไม่ค่อยได้มาอัพ แต่ยังไงก็อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนนะคะ

สกรีมฟิคในทวิต #SinceNov หรือเม้นเป็นกำลังใจให้ในนี้เลยก็ได้ค่า

แอบสปอยนิดนึงว่าตอนต่อไปบยองชานหวานเว่อเลยแหละ >_<




CRY .q

164 ความคิดเห็น

  1. #155 angelstyle (@angelstyle001) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 01:39
    จงฮยอนกับตัวเล็ก มุ้งมิ้งน่ารักกกก ในที่สุดก็รู้แล้วววว่าทำไมชานฮีถึงหวงชางฮยอนขนาดนี้ พี่จงฮยอนดูแลตัวเล็กดีๆนะ *** รอตอนต่อไปนะคะ ฟิคสนุก เนื้อเรื่องน่าติดตามสุดๆเลยค่ะ ***
    #155
    0
  2. #153 Piggie (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 00:07
    รอพาร์ทบยองชานนะคะ >__< เย้ย!!! เม้นท์คู่ตัวเล็กนิดนึงมั้ยป้า 5555

    ในที่สุดเรื่องก็กระจ่างซะทีเนอะว่าตัวเล็กเป็นอะไร ทำไมพี่ชายคนสวยถึงได้หวงนักหวงหนา

    พี่จงฮยอนต้องดูแลน้องดีๆนะคะ ทำน้องเลือดออกไม่ได้เลยนะ อุ๊ย... เลือดจะมาจากไหนล่ะ >__<

    พอเหอะป้า เริ่มออกอ่าวไทยละ 555555555555

    รอตอนหน้าด้วยใจจดจ่อค่ะไรท์เตอร์ บยองชานหวานเว่อจงมาในเร็ววันด้วยเถิ้ดดดดดดดด
    #153
    0
  3. #152 MYJ♡ (@juciesss) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 12:52
    โอ้ยยยย หวานมากกกก อยากโดนมีดบาดบ้างอะ ถ้าจะบอกไรท์เตอร์ว่าอยากอ่านเอนซี จะขอมากไปมั้ยยย 555555 รอตอนหน้านะคะ ^^
    #152
    0
  4. #151 aaofaaff (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 02:52
    อ่านแล้วก็เขินสิบแปดตลบ

    บรรยากาศฟิคช่างอบอุ่นเหลือเกิน

    ยังมีหวานกว่านี้อีกหรอคะ

    บยองชานนี่มดทั้งรังไปรุมเลยมั๊ยน้า



    ไรท์สู้ๆนะ รออ่านต่อเรื่อยๆ
    #151
    0
  5. #150 Fpc Man U (@fpcmanu) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 01:46
    สรุปจี้อยากจะปกป้องน้อง ไม่ได้ห่วงน้องเว่อนี่เอง^^ แค่อินโทรตอนหน้าเล็กๆก็หวานแล้วค่ะ รอบยองชานนะค่ะ><
    #150
    0