Since; The last November [TEENTOP]

ตอนที่ 19 : Since; {Touch”Period XVIII}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 พ.ค. 58

{Touch”Period XVIII}


     BGM: Nothings gonna stop us now by MYMP


ช่วงเช้าวันนี้ผมมีซ้อมบาสครับ เนื่องจากอีกไม่นานก็จะถึงวันแข่งขันบาสประเพณีระหว่างมหาลัยแล้วครับ ถึงจะมีโค้ชมาซ้อมให้สัปดาห์ละครั้งแต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรกันมากมายหรอกครับ เล่นกันสนุกๆ เพื่อสุขภาพและมิตรภาพใหม่ๆ มากกว่า วันไหนโค้ชไม่อยู่พวกเราก็ซ้อมกันเองเป็นการเตรียมความพร้อมและทำร่างกายให้ฟิตตลอดเวลา การซ้อมบาสประเพณีในปีนี้ของผมมันพิเศษกว่าปีไหนๆ เลยครับ เพราะว่ามีร่างเล็กมานั่งให้กำลังใจผมอยู่ข้างสนาม เห็นแบบนี้ผมก็อดคิดถึงวันแรกที่เราเจอกันไม่ได้ ถ้าวันนั้นชางฮยอนไม่เอาหัวมารับลูกบาสผมไว้จนล้มไปกองกับพื้น เราก็คงไม่ได้รู้จักกัน

 

“เฮ้ย! ส่งมาๆ”

 “ไรวะ โยนไปไหนของมึงเนี่ย ไปเก็บเลย” ผมตะโกนบอกร่างสูงที่หันมาส่งยิ้มกวนๆ พร้อมอวดแก้มบุ๋มของมันให้ผม ถ้าเป็นสาวๆ พอได้เห็นรอยยิ้มนี้คงละลายกันเป็นแถว แต่สำหรับผมแล้วโคตรอยากถีบมันเลยครับ มันชื่อว่าคิมชานยง ถ้าไม่นับไอ้บังกับไอ้บยอง ผมก็สนิทกับมันเนี่ยแหละครับ ชานยงเป็นคู่หูในชมรมบาสของผมแต่ด้วยความที่เรียนกันคนละคณะ ตารางเรียนก็ไม่ตรงกันเท่าไหร่ผมกับมันก็เลยไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกันเท่าไหร่

 

“อ้าว ชางฮยอนนี่ นั่งคนเดียวไม่เหงาหรอ ให้พี่นั่งคุยเป็นเพื่อนดีไหม” ผมมองตามร่างสูงที่ผมใช้ให้มันไปเก็บลูกแล้วก็พบว่ามันกำลังไปเกาะแกะตัวเล็กของผมอยู่ บอกตรงๆ เลยครับว่าผมไม่ปลื้ม ชานยงมันเป็นคนกะล่อนออกจะเจ้าชู้ด้วยซ้ำ เห็นคนน่ารักๆ หน่อยไม่ได้ จะผู้หญิงผู้ชายมันก็หลีหมดแหละครับ ผมเลยเดินไปหยิบลูกบาสสำรองให้ถุงตาข่ายที่ข้างสนามออกมาลูกนึง แล้วเล็งไปที่หัวของคนที่ยืนหันหลังให้ผมอยู่

 

“โอ๊ย!!!” แน่นอนว่าฝีมือระดับชเวจงฮยอนแล้วไม่มีพลาดครับ ชานยงร้องโวยวายออกมาเสียงดังลั่นสนามพลางลูบหัวตัวเองป้อยๆ

 

“ให้ไปเก็บลูก ไม่ได้ให้พัก อู้นะมึง”

“โหมึง ลอบทำร้ายกูอ่ะ”

“มาซ้อมต่อได้แล้ว เผลอไม่ได้นะมึงอ่ะ”

“คร้าบ คุณกัปตันทีม หึงก็บอกเหอะ กับเพื่อนกับฝูงยังไม่เว้น”

“หึหึ ก็คนอย่างมึงไว้ใจได้ที่ไหน” ผมตบหัวมันไปอีกที ตอนที่มันวิ่งกลับมาแล้วทำหน้าทะเล้นใส่ผม การมีคิมชานยงเป็นเพื่อนก็ดีเหมือนกันนะครับ มันเป็นคนไม่ค่อยคิดอะไร ถึงจะขี้เล่นไปหน่อยแต่กับเพื่อนมันให้หมดใจ แถมยังมีเสน่ห์ล้นเหลือ ที่เจ้าตัวชอบโม้ว่าแค่สาวๆ ได้เห็นรอยยิ้มกว้างและลักยิ้มของมัน ก็พากันเข้าหาจนมันปฏิเสธแทบไม่ไหว ผมล่ะหมั่นไส้จริงๆ แต่ก็เถียงไม่ได้นะครับ เพราะลักยิ้มทำให้มันดูมีเสน่ห์จริงๆ

 

“สัด! เอะอะๆ ตบหัวกูตลอด เกิดกูพิการขึ้นมา มึงรับผิดชอบเลยนะ” รุ่นน้องและเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ พากันหัวเราะกับท่าทางงอนๆ ของชานยง ถ้าชมรมขาดมันไปคงไร้สีสันเหมือนกันนะครับ

 

พวกผมซ้อมบาสกันไปประมาณสองถึงสามชั่วโมงจนใกล้ถึงเวลาเรียนของพวกเด็กวิศวะ พวกเราเลยตัดสินใจที่จะหยุดซ้อมกันแค่นี้ ระหว่างที่ผมเก็บลูกบาสใส่ถุงผมก็หันไปมองร่างเล็กที่นั่งอยู่บนแสตน ในมือมีหนังสือเล่มหนาพร้อมกับปากกาไฮไลท์สีสด คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างเคร่งเครียด ภาพตรงหน้าทำให้ผมอดยิ้มออกมาไม่ได้เพราะผมเองก็ไม่ค่อยได้เห็นมุมที่จริงจังแบบนี้ของชางฮยอนสักเท่าไหร่ แต่ถึงจะเครียดยังไงตัวเล็กของผมก็น่ารักในสายตาผมอยู่ดีแหละครับ

 

“ไปก่อนนะเว้ยไอ้จง”

“เออ เจอกันเว้ย”

“พี่ไปก่อนนะจ๊ะ น้องชางฮยอนนี่” ผมรีบเขวี้ยงขวดน้ำใส่หัวชานยงทันที แต่ครั้งนี้นับว่าเป็นโชคดีของมันที่ผมพลาดไป ส่วนคนตัวเล็กที่โบกมือหยอยๆ ให้มันถึงกับหันมาทำหน้ามุ่ยใส่ผม

 

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะคร้าบ ตัวเล็ก”

“พี่จงฮยอนแกล้งเพื่อนทำไมล่ะฮะ วันนี้ผมเห็นหลายทีแล้วนะ”

“ก็มันมาหลีตัวเล็กนี่ครับ”

“เปล่าสักหน่อย ชานยงฮยองเขาก็แค่มาชวนคุย ผมว่าพี่เขาก็น่ารักดีออก”

“โหย ไรอ่ะ ไม่ทันไรก็เข้าข้างคนอื่นแล้วหรอ งอนดีไหมเนี่ย”

“อยากงอนก็ตามใจนะฮะ ผมหิวข้าวแล้ว ไปหาอะไรกินก่อนล่ะ” คนตัวเล็กทำการเก็บปากกาและหนังสือลงกระเป๋า ก่อนจะรีบเดินลงจากแสตนโดยไม่สนใจผมสักนิด ใจร้ายชะมัด

 

“ตัวเล็ก! รอพี่ด้วยสิคร้าบ” ผมรีบวิ่งไปคว้าถุงตาข่ายขึ้นมาสะพายแล้วรีบวิ่งตามอีกคน บทจะโหดนี่ก็ไม่น้อยหน้าพี่ชายเลยนะครับเนี่ย ผมชักจะสงสัยแล้วสิว่าบ้านนี้เขาเลี้ยงลูกยังไงถึงได้สวย น่ารัก แต่ก็โหดได้ในคนเดียวกันแบบนี้

.

.

.

“ตัวเล็กครับ นั่งรอพี่อยู่นี่ก่อนนะ พี่เอาลูกบาสไปเก็บแล้วก็ขอเปลี่ยนชุดก่อน เดี๋ยวจะรีบกลับมานะ”

“ไม่เป็นไรหรอกฮะไม่ต้องรีบ พี่จงฮยอนไปอาบน้ำด้วยเลยนะ เหงื่อเต็มตัวไปหมดแล้ว เดี๋ยวผมจะนั่งอ่านหนังสือรออยู่ตรงนี้ไม่ลุกไปไหนแน่นอนฮะ” ผมฉีกยิ้มกว้างไปให้อีกคนแล้วผลักด้านหลังให้ร่างสูงรีบไป ก่อนที่พี่จงฮยอนจะขโมยหอมแก้มผม ดีนะที่ผมตั้งตัวทันเลยรีบดันออกพร้อมกับยังตีไปแถวหน้าอกของร่างสูง พี่จงฮยอนได้แต่ทำหน้าหงอยแต่ก็ยอมเดินเอาลูกบาสไปเก็บที่ห้องชมรมแต่โดยดี

 

เนื่องจากเป็นช่วงพักเที่ยงผู้คนเลยเดินกันขวักไขว่ไปมา ถึงแม้เสียงรอบข้างจะไม่ได้เบานักแต่ผมก็ยังนั่งอ่านหนังสือต่อไป ใกล้สอบแล้วยังไงผมก็ต้องทำให้เต็มที่ให้สมกับที่ชานฮีฮยองยอมย้ายมาเรียนที่นี่เป็นเพื่อนผม ระหว่างที่ผมอ่านหนังสืออยู่นั้นก็รู้สึกเหมือนโดนใครสักคนจ้องมองอยู่

 

“ก็ไม่เห็นมีใครนี่นา” ผมหันไปมองรอบๆ แต่ก็ไม่พบใคร ผู้คนส่วนมากก็แค่เดินผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเพราะโต๊ะที่ผมนั่งอยู่ตอนนี้คือโต๊ะม้านั่งบริเวณโถงกลาง ส่วนโต๊ะตัวอื่นๆ ก็มีคนนั่งอยู่ประปรายแต่ผมไม่เห็นจะเจอคนรู้จักสักคน สงสัยจะคิดมากไปเอง คิดได้ดังนั้นผมก็กลับไปจดจ่อสมาธิกับหนังสือตรงหน้าต่อ นั่งไปได้อีกสักพักความรู้สึกเดิมก็กลับมาอีกครั้ง ผมว่ามันชักจะแปลกๆ คนเรามักจะสัมผัสได้จริงๆ นะฮะ เวลาที่ถูกจ้องหรือมองนานๆ แต่เมื่อผมหันกลับไปตามทิศทางที่รู้สึกว่าถูกจ้องมองอยู่ก็กลับไปมีใคร ผู้คนก็เริ่มบางตาลงแล้วด้วย

 

“ทำไมพี่จงฮยอนไปนานจังนะ” ผมปิดหนังสือตรงหน้าก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อกดพิมพ์ข้อความส่งหาอีกคนที่หายไปสักพักใหญ่แล้ว ผมไม่ได้ตั้งใจจะเร่งแต่ว่าผมรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่

 

“ตัวเล็ก!!!

 

เพล้ง!

 

สิ้นเสียงตะโกนของร่างสูงที่วิ่งมาดึงผมไปกอดไว้ สิ่งต่อมาที่ผมได้ยินคือเสียงของแข็งบางอย่างที่หล่นลงกระทบกับพื้นเสียงดังและเมื่อผมหันไปมองข้างกายก็พบว่ามันคือกระถางต้นไม้ ว่าแต่มันมาได้ยังไงกันนะ

 

“ตัวเล็กไม่เป็นไรใช่ไหม บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า”

“มะ...ไม่ฮะ ขอบคุณมากนะฮะ” คนข้างกายกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกพร้อมลูบหัวผมไปมาอยู่อย่างนั้นราวกลับกลัวว่าผมจะหายไป

 

“ถ้าพี่มาช้ากว่านี้อีกนิดนึงจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้”

“ผมไม่เป็นไรแล้วฮะ พี่จงฮยอนปล่อยผมก่อนนะ จะหายใจไม่ออกแล้ว”

“อ่า...โทษที พี่ตกใจไปหน่อยน่ะ” หลังจากที่อีกคนคลายอ้อมกอดออก ผมก็เงยหน้าขึ้นไปมองตรงระเบียงชั้นลอยที่อยู่เหนือหัวผมแล้วก็เห็นแผ่นหลังของใครบางคนไวๆ ที่วิ่งหนีไปแล้ว ที่ระเบียงก็ไม่ได้มีกระถางต้นไม้ประดับตกแต่งไว้ จะเพียงก็เพียงแค่โปสเตอร์ละครเวทีขนาดใหญ่ที่ถูกยึดและแขวนไว้อย่างดี เป็นไปไม่ได้ที่กระถางต้นไม้จะร่วงหล่นลงมาเอง ถึงผมจะอยากหาคำตอบให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากแค่ไหน แต่ผมก็ไม่อยากให้คนที่ผมรักต้องมาพลอยไม่สบายใจไปด้วย จึงได้แต่หันไปส่งยิ้มบางๆ ให้ร่างสูงที่อยู่ข้างๆ ผมตอนนี้

 

“เราไปหาอะไรกินกันดีกว่าฮะ หิวจะแย่แล้ว”

“พี่ขอโทษนะ วันหลังพี่จะไม่ปล่อยให้ตัวเล็กต้องรอนานแบบนี้อีกแล้ว ไปกินข้าวกันดีกว่าเนอะ” มืออุ่นๆ ของพี่จงฮยอนยื่นมากุมมือผมไว้แล้วพาเราเดินไปด้วยกัน ถึงผมจะต้องเจอกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายกว่านี้ เพียงแค่มีพี่จงฮยอนคอยอยู่ข้างๆ แบบนี้ผมก็ไม่กลัวอะไรแล้ว

.

.

.

ถึงแม้ว่าผมจะอยากอยู่กับตัวเล็กแค่ไหนแต่หลังจากที่เราทานมือเที่ยงด้วยกันเสร็จอีกคนก็ไล่ให้ผมมาเข้าเรียน นั่นคือสาเหตุที่ผมมานั่งทำหน้าเซ็งๆ เป็นเพื่อนมินซูอยู่ตอนนี้ บยองฮอนถึงส่ายหน้าอย่างอ่อนใจตอนที่มันเห็นสภาพผมกับไอ้บัง ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติผมก็พอจะตั้งใจเรียนกับเขาบ้างนะครับ แต่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวัน สำหรับผมมันไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ ผมก็เลยอยากจะอยู่คอยปกป้องดูแลชางฮยอน ทำไมผมจะไม่รู้ว่ามีคนจงใจลอบทำร้ายตัวเล็กของผม ในเมื่อบนระเบียงชั้นลอยมันไม่ได้มีกระถางต้นไม้สักอัน อยู่ดีๆ กระถางคงไม่ได้หล่นมาจากสวรรค์หรอกครับ ความจริงแล้วผมควรจะบอกเรื่องนี้กับชานฮีแต่ชางฮยอนขอร้องไว้ผมก็เลยยอมตามน้ำไป

 

“เฮ้อ...”

“พวกมึงจะถอนหายใจกันอีกนานไหมครับคุณเพื่อน กูฟังอาจารย์ไม่รู้เรื่องเพราะเสียงถอนหายใจพวกมึงสองคนเนี่ย ชีวิตมีอะไรให้เครียดนักหนาวะ”

 

“ไม่มีไรหรอกกูก็แค่เซ็งๆ แต่รายนั้นน่ะท่าจะหนัก” ผมโบ้ยไปทางมินซูที่นั่งตาลอย ซึมกระทือเหมือนคนโดนสะกดจิต แล้วสุดท้ายมันก็ฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะเหมือนกับทุกทีที่มันเคยทำเวลางีบหลับ

 

“ไม่รู้จะช่วยยังไงแล้วว่ะ มึงก็เลิกทำตัวตายซากเหมือนกันสักทีดิ”

“เออๆๆ จดต่อไปเลยมึงอ่ะ” ผมนั่งครุ่นคิดอยู่คนเดียวแต่สุดท้ายผมก็ทนไม่ไหว อย่างที่ใครๆ เขาบอกนั่นแหละครับว่าสามหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว(?) ถึงแม้ว่าไอ้บังมันจะนอยด์อยู่แต่ผมเชื่อว่าพวกมันคือเพื่อนตาย ทุกครั้งที่พวกเราคนใดคนหนึ่งมีปัญหา คนอื่นๆ ก็พร้อมจะยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือเสมอ ดีที่วันนี้ชานฮีเรียนคนละเซคกับพวกผม เลยไม่ต้องมานั่งเครียดว่าจะพูดเรื่องนี้กับพี่ชายขี้หวงของชางฮยอนยังไงดี

 

“พวกมึง...กูมีอะไรจะปรึกษาว่ะ”

“อะไรวะ หน้าเครียดเลยมึง โดนหักอกเหมือนกูหรือไง” มินซุที่ฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะเงยหน้าขึ้นมาทันทีที่ผมเริ่มเกริ่นถึงปัญหาที่ค้างคาใจผมอยู่ตอนนี้ แถมมันยังไม่วายพูดติดตลกอีก ทั้งๆ ที่อาการตัวเองก็สาหัส

 

“ก็เครียดแหละ...คือ...วันนี้...มีคนลอบทำร้ายตัวเล็กว่ะ”

“เฮ้ย! จริงจังป่ะเนี่ย”

“มึงจะเสียงดังทำไม เดี๋ยวก็โดนจารย์ด่าหรอก เรื่องแบบนี้ใครเขาล้อเล่นกันวะ” ผมรีบตะครุบปากไอ้บังไว้ทันที ตาตี่ๆ ขอมันเบิกกว้าง ราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูด

 

“แล้วตัวเล็กเป็นอะไรรึเปล่า มึงบอกชานฮีรึยัง”

“มึงหยุดเลยนะ กูขอเหอะ มึงอย่าเพิ่งบอกชานฮีได้ไหม กูอยากจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง” ผมรีบดักคอบยองฮอนเมื่อมันเอ่ยถึงแฟนของมัน ถ้าชานฮีรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้นอกจากจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น แถมจับตัวคนร้ายก็ไม่ได้แล้ว ผมยังมีสิทธิ์ถูกฆาตกรรมอย่างแน่แท้โทษฐานที่ไม่ดูแลน้องชายสุดรักสุดหวงของอีกคนให้ดี มีหวังโดนบ่นจนหูชาไม่ต้องนอนกันพอดี

 

“พูดแบบนี้แสดงว่า พอรู้อะไรมาบ้างงั้นสิ” สมกับที่เป็นอีบยองฮอนบุคคลที่ตั้งใจเรียนและฉลาดที่สุดในแก๊งค์จริงๆ ครับ

 

“อือ...กูคิดว่า...กูรู้ว่าคนที่ทิ้งกระถางต้นไม้ลงมาเป็นใครว่ะ”

“โห นี่เล่นแรงขนาดนี้เลยหรอวะ แล้วมึงคิดว่าเป็นฝีมือใครวะ” มินซูหันมาจ้องหน้าผมเขม็งราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อกี้เลยครับ ผมรักพวกมันก็ตรงนี้แหละ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนเพื่อนรักทั้งสองก็ยอมรับฟังและพร้อมแบ่งปันความทุกข์ของผมเสมอ

 

“อึนคโย...”

“มึงเห็นหรอวะ”

“เปล่า...แต่พวกมึงเข้าใจป่ะ ว่าชางฮยอนไม่มีศัตรูที่ไหน...”

“ไม่มีหลักฐาน มึงจะไปกล่าวหาคนอื่นลอยๆ แบบนี้ไม่ได้หรอกนะเว่ย”

“แล้วมึงจะให้กูทำยังไง”

“ที่ไอ้บยองพูดมันก็ถูกนะ เอางี้ไหม ไปสะกดรอยตามอึนคโย จะได้รู้กันไปเลย ถ้าเขาทำจริงเราก็ต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา” วิธีที่มินซูเสนอมาก็น่าสนใจ เพราะถ้าเป็นฝีมือของเธอจริงๆ ผมคงต้องจัดการขั้นเด็ดขาดถึงแม้ผมจะอยากรักษาความเป็นเพื่อนเอาไว้แค่ไหน แต่ถ้ามาทำร้ายคนที่ผมรักแบบนี้ผมคงยอมไม่ได้

 

“งั้นตกลงตามนี้นะ เดี๋ยวพวกกูจะช่วยมึงเอง” บยองฮอนตบบ่าผมเบาๆ ผมรู้สึกซึ้งใจจริงๆ นอกจากพวกมันจะให้คำแนะนำ ช่วยหาวิธีแก้ไขปัญหาให้ผมแล้ว เพื่อนทั้งสองคนยังเสนอตัวมาช่วยผมทำตามแผนเพื่อจับคนร้ายในครั้งนี้ด้วย

 

พวกผมตกลงกันว่าจะให้ผมไปนั่งรอตัวเล็กที่โถงกลางตามปกติ ส่วนมินซูกับบยองฮอนจะคอยตามดูอึนคโยให้และหากมีความเคลื่อนไหวอะไรพวกมันก็จะส่งข้อความรายงานให้ผมรู้เป็นระยะๆ หลังเลิกเรียกไอ้บยองมันก็โทรหาชานฮีทันทีพร้อมกับอ้างว่าพวกผมมีธุระที่จะต้องไปทำด้วยกันก่อน โดยให้ชานฮีไปนั่งรอที่ร้านกาแฟเจ้าประจำของพวกเราแล้วจะรีบตามไปสมทบ ส่วนชานฮีก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะถึงยังไงอีกคนก็ต้องรอผู้เป็นน้องชายเพื่อกลับบ้านพร้อมกันอยู่แล้ว

.

.

.

ผมมานั่งสแตนบายอยู่ที่โต๊ะไม้หน้าบันไดกลางของโถง ทำทีท่าเป็นนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ทั้งๆ ที่แค่นั่งถูหน้าจอไปมา เพียงไม่นานก็มีข้อความแจ้งเตือนปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของผม

 

พบเป้าหมายแล้ว ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป หลังจากนั้นไม่นานก็มีข้อความใหม่จากบยองฮอนเพิ่มมาอีก

 

เป้าหมายอยู่กับเหยื่อย ย้ำ! เป้าหมายอยู่กับเหยื่อ!!!’ ผมแทบอยากจะวิ่งไปหาพวกมันสองคนตอนนี้เลยครับ ผมพูดผิดที่ไหนล่ะครับ อึนคโยอยู่กับตัวเล็กของผมจริงๆ นี่เธอคิดจะทำอะไรอีก ผมไม่กล้าคิดเลยครับ ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลย ตอนที่ผมไปอธิบายเรื่องผมกับชางฮยอนให้เธอฟังผมคิดว่าเธอจะเข้าใจและเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ซะอีก ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอึนคโยถึงต้องทำแบบนี้

 

แล้วอึนคโยทำอะไรตัวเล็กรึเปล่า กูเป็นห่วงตัวเล็กว่ะ

ไม่ต้องห่วง พวกกูตามอยู่ แต่กูก็ไม่เข้าใจว่ะ เขาจะแอบเดินตามตัวเล็กของมึงเฉยๆ ทำไมวะ หลังจากที่ผมอ่านข้อความของมินซูผมก็ยิ่งเป็นกังวลเข้าไปใหญ่ ไม่มีทางที่อึนคโยจะแอบสะกดรอยตามชางฮยอนเฉยๆ แน่ ผมว่าเธอกำลังวางแผนจะทำบางอย่างอยู่ ในเมื่อตอนกลางวันเธอลอบทำร้ายตัวเล็กไม่สำเร็จ เธอคงจะต้องหาโอกาสเหมาะๆ เพื่อที่จะได้ลงมืออีกครั้ง ชางฮยอนกำลังตกอยู่ในอันตราย

 

เป้าหมายกับเหยื่อกำลังตรงไปที่จุดนัดพบ เตรียมพร้อมรับมือด้วย ถึงแม้สถานการณ์ตอนนี้จะค่อนข้างตึงเครียดแต่ผมก็อดขำกับบทบาทสายลับปลอมๆ ของไอ้บยองไม่ได้ มันจะจริงจังไปไหน ถึงกับต้องมีรหัสลับไว้ใช้แทนชื่ออึนคโยกับตัวเล็กของผม แต่ไหนๆ มันก็จัดเต็มมาขนาดนี้แล้วเล่นกับมันสักหน่อยก็แล้วกันครับ

 

รับทราบ! พร้อมแสตนบาย หลังจากที่ผมพิมพ์ข้อความส่งกลับไปให้เพื่อนรักตัวเล็ก ผมก็หันไปนั่งจ้องบันไดกลางตรงหน้าทันที ผมไม่รู้ว่าอึนคโยคิดจะทำอะไร แต่ที่ผมรู้คือชางฮยอนกำลังเดินอยู่บนทางเดินชั้นลอย ตรงมาที่บันไดกลางเพื่อที่จะมาหาผมตรงนี้ซึ่งเป็นที่ที่เรานัดกันไว้

 

เวลาผ่านไปเพียงไม่นานเจ้าของใบหน้าน่ารักก็กำลังเดินยิ้มร่าพร้อมโบกมือลงบันไดตรงมาหาผม แล้วผมก็เห็นเธอ หญิงสาวหุ่นดีที่เดินตามหลังอีกคนมาติดๆ จากมุมของเธอ อึนคโยคงจะไม่ทันเห็นผม แต่ผมกลับมองเห็นเธออย่างชัดเจน ผมใช้ความคิดอย่างหนักว่าเธอจะทำอะไรกันแน่ และทันใดนั้นเธอก็ออกแรงผลักชางฮยอนจากด้านหลังจนทำให้ร่างเล็กที่กำลังก้าวขาเพื่อลงบันไดอยู่นั้นเสียหลัก ผมรีบวิ่งเข้าไปหาและรวบตัวอีกคนมาไว้ในอ้อมกอดจึงทำให้เราทั้งคู่เซและล้มลงไปด้วยกัน โชคดีที่ชางฮยอนล้มทับมาบนตัวผมเลยไม่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนอึนคโยนั้นดูจะตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นว่าผมเป็นคนที่เข้าไปรับชางฮยอนไว้

 

“จงฮยอน!!!

“จับไว้ที!” ผมรีบตะโกนบอกเพื่อนรักทั้งสองเมื่อเห็นอึนคโยตั้งท่าจะวิ่งหนี ระหว่างทางที่เธอสะกดรอยตามตัวเล็กมาเธอคงไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองก็ถูกสะกดรอยตามเช่นกัน

 

“ตัวเล็ก เดี๋ยวพี่มานะครับ ฝากชางฮยอนด้วยนะ” ผมหันไปบอกร่างเล็กที่ตอนนี้มีสีหน้ามึนงง และอยู่ในสภาวะตื่นตระหนกว่าให้อยู่กับเพื่อนรักทั้งสองของผมก่อนจะหันไปคว้าข้อมือของหญิงสาวที่ถูกมินซูและบยองฮอนยืนขนาบข้างอยู่

.

.

.

“ผมนึกว่าเราคุยกันเข้าใจแล้วซะอีก เรื่องเมื่อกลางวันก็ฝีมือคุณด้วยงั้นสินะ”

“จงฮยอนนา...ฉัน...”

“สิ่งที่คุณทำมันไม่ได้ทำให้ผมรักชางฮยอนน้อยลงแล้วหันมามองคุณหรอกนะ”

“เป็นเพราะมัน! ถ้ามันไม่เข้ามาเรื่องของเราก็คงไม่เป็นแบบนี้”

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับชางฮยอนสักนิด! ถึงไม่มีเขาผมก็ไม่รักคุณอยู่ดี”

 

“ไม่จริง!!! ความสัมพันธ์ของเราสองคนมันเกินกว่าเพื่อนแล้ว จงฮยอนก็รู้นี่ จะมาทิ้งฉันไปแบบนี้ได้ยังไง! ฉันไม่ยอม!!! ฉันไม่เคยมีใครนอกจากจงฮยอนเลยนะ ฉันขอโทษ...ฮือ...อย่าทิ้งฉันไปได้ไหม” หญิงสาวที่อยู่ในอารมณ์โมโหและขึ้นเสียงใส่ร่างสูงในตอนแรก บัดนี้กลับทรุดลงไปนั่งคุกเข่าและร้องไห้ฟูมฟายอย่างไม่อายใคร สองมือไขว่คว้าและจับกุมมือของผู้ชายตรงหน้าคนที่เธอได้มอบทั้งร่างกายและหัวใจให้เขาไปกำลังวิงวอนขอร้องให้เขาอยู่กับเธอ

 

“ผมหยิบยื่นความเป็นเพื่อนให้คุณแล้วแต่คุณกลับปฏิเสธมันและวางแผนลอบทำร้ายคนที่ผมรักถ้าผมมาช่วยไม่ทัน ป่านนี้ชางฮยอนอาจจะถูกหามส่งโรงพยาบาลไปแล้วก็ได้ คุณคิดว่าผมจะให้อภัยคุณอย่างนั้นหรอ”

 

“...”

“สิ่งที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกสงสารคุณขึ้นมาหรอกนะ คุณมันน่าสมเพช! ตอนนี้แม้แต่ความเป็นเพื่อนผมก็คงให้คุณไม่ได้!” ร่างสูงสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของผู้หญิงคนนั้น ภาพที่ผมเห็นตรงหน้าทำให้ผมรู้สึกผิดลึกๆ อยู่ในใจ บางทีถ้าผมไม่ก้าวเข้ามาก็อาจจะไม่มีเรื่องแบบนี้ก็ได้ แต่ทุกคำพูดของพี่จงฮยอนกับน้ำเสียงที่หนักแน่นว่าอีกคนรักผมมากแค่ไหนก็ทำให้ผมรู้สึกตื้นตัน ผมเพิ่งเคยร่างสูงโมโหจนฟิวส์ขาดขนาดนี้ อารมณ์ตอนโกรธของพี่จงฮยอนน่ากลัวมากๆ เลย ผมกลัวว่าหากปล่อยให้ทั้งสองคุยกันตามลำพังร่างสูงอาจจะพลั้งเผลอทำร้ายอีกคน ผมเลยตามมาดู

 

“พี่จงฮยอน...” ผมแตะไหล่ร่างสูงเพื่อเตือนสติให้อีกคนใจเย็นลง แววตาคมไหววูบลงเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองหญิงสาวที่ยังคงนั่งอยู่กับพื้น

 

“ให้เรื่องทุกอย่างจบลงตรงนี้เถอะนะฮะ ในเมื่อผมก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรเพราะฉะนั้นผมจะไม่เอาผิดใครทั้งนั้น เรากลับกันเถอะฮะ”

 

“ตัวเล็ก! นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะ ถ้าพี่ไม่อยู่จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”

“พอเถอะฮะ แค่นี้พี่เขาก็รู้สึกแย่มากพอแล้ว พี่สาวก็หยุดร้องไห้เถอะนะฮะ ถ้าผมเคยทำอะไรให้พี่ไม่พอใจผมก็ขอโทษอีกครั้งนะฮะ”

 

“เห็นแก่ชางฮยอนหรอกนะ หวังว่าคงจะไม่มีครั้งต่อไปอีกแล้วนะ ไม่งั้นผมไม่ปล่อยคุณไว้แน่!

“พี่จงฮยอน พอแล้ว เราไปกันไปเถอะฮะ” ผมหันไปเอ่ยกับหญิงสาวก่อนจะพยายามลากให้ร่างสูงเดินตามผมกลับไปหามินซูฮยองและบยองฮอนฮยองที่ยืนดูสถานการณ์อยู่ไม่ห่างออกไปเท่าไหร่นัก

 

“โมโหหน้ามืดเลยนะมึง ขนาดพวกกูยืนอยู่นี่ยังสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง”

“ไอ้เตี้ย! ก็รู้ว่ากูโมโหอยู่ยังจะกวนนะ”

“พี่จงฮยอน! อยู่ดีๆ จะไปเตะบยองฮอนฮยองทำไมล่ะฮะ” ผมเอ็ดร่างสูงที่ถึงแม้เพื่อนทั้งสองจะไม่ได้จริงจังอะไรกับการกระทำของพี่จงฮยอนแต่ผมว่ามันก็ไม่ถูก พี่สองคนนั้นเขาอุตส่าห์มาช่วย

 

“หมดเรื่องแล้วก็รีบไปเหอะ ป่านนี้แฟนมึงรอแย่แล้ว”

“เออจริงด้วย” ผมเห็นพี่จงฮยอนหลุดขำออกมาตอนที่บยองฮอนฮยองทำหน้าตาตื่นเมื่อมินซูฮยองเตือนว่าพี่ชายของผมนั่งรอพวกเราอยู่ที่คาเฟ่

 

“เดี๋ยวฮะ ผมขอให้เรื่องทุกอย่างจบลงที่นี่ ตอนนี้ได้ไหม ห้ามใครเอาเรื่องนี้ไปบอกชานฮีฮยองเด็ดขาดเลยนะฮะ” เมื่อทุกคนพยักหน้าผมก็หายห่าง ดูท่าทางแล้วคงจะไม่มีใครอยากโดนพี่ชายผมโวยวายใส่หรือถูกบ่นจนหูชา พวกเราจึงพากันเดินไปที่ร้านกาแฟเจ้าประจำ

.

.

.

เคยคิดไหมครับ ว่าในเมื่อโชคชะตาลิขิตให้เราได้มาพบเจอ ได้รู้จัก ได้ใช้ชีวิตและแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกันแล้ว ทำไมถึงกลับให้เราได้ใช้มีช่วงเวลาเหล่านั้นเพียงน้อยนิด หรือบางครั้งโชคชะตาก็มักเล่นตลกส่งเรื่องบางเรื่องที่ดูโหดร้ายที่เราไม่อยากให้เกิดหรืออยากให้ผ่านพ้นไปเร็วๆ มาให้เราต้องเผชิญ ในในทางกลับกันโชคชะตาก็ได้สอนให้เรารู้จักคอยดูแลเอาใจใส่ และใช้ทุกวินาทีให้มีค่า จนบางครั้งเราก็อาจลืมไปว่าสิ่งที่เราเผชิญคือของขวัญอันล้ำค่าแทนที่จะเป็นความเจ็บปวดอันโหดร้าย

 

แผ่นหลังที่แสนคุ้นตา ใครคนนั้นกำลังยืนคุยกับเจ้าหน้าที่อยู่ที่หน้าเคาเตอร์แผนกโรคหัวใจ ถึงจะคล้ายคลึงกันมากแค่ไหนแต่ก็คงไม่ใช่ เพราะคนที่เพิ่งวางสายจากผมเป็นคนบอกเองว่าตอนนี้เจ้าตัวนอนฟังเพลงอยู่ที่ห้อง

 

“ฮยองเหม่ออะไรฮะ จะถึงเวลานัดแล้ว”

“กินน้ำขวดนี้ให้หมดแล้วก็ไปกันเถอะ”

“อิ่มจะแย่แล้วอ่ะ”

“ดื่มๆ ไปเถอะชางฮยอนนา ถ้าเลือดข้นไป ตรวจไม่ได้ไม่รู้ด้วยนะ” ผมหันไปยิ้มพร้อมกลับโยกหัวน้องชายที่เริ่มจะงอแงด้วยความเอ็นดู ก่อนจะพาไปส่งให้กับคุณป้าพยาบาลที่ยืนถือแฟ้มประวัติของชางฮยอนรออยู่ก่อนแล้ว
.

.

.
To be Continue 


TALK:;
มาอัพต่อให้แล้วค่า ขอโทษที่ช้าไปวันนึง
จะบอกว่าที่แต่งตุนไว้ตอนนี้เป็นตอนสุท้ายแล้ว
หลังจากนี้ตอนต่อไปอาจจะมาช้าหน่อย ไม่ได้มาอัพให้ทุกสัปดาห์แล้วนะคะ
แล้วแต่ว่าจะปั่นได้มากน้อยแค่ไหน บังไงก็อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนนะคะ
พูดคุยติชม สกรีม #SinceNov ได้เลยนะคะ เม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยน้า



CRY .q

164 ความคิดเห็น

  1. #140 Teerawalee (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 07:47
    แอบตลกชานยงหลีได้ทั้งผชและผญจงฮยอนก็แอบหวงกับเพื่อนกับฝูงก็ไม่เว้น

    อึนคโยนางแอบโหดอ่ะ กระถางต้นไม้เอย ผลักตกบันไดเอย ถ้าพลาดมาชางฮยอนตายได้เลยนะยะหล่อน

    โชคดีที่หนุ่มๆจับได้นะเนี่ย เพราะรักจงฮยอนมากสินะถึงได้ทำอะไรบ้าๆแบบนี้

    ทำไมรู้สึกจะมีดราม่่าบยองชานในตอนหน้า ฮืออออออออออออ

    ไรท์คะอย่าใจร้ายคู่บยองชานเกินไปนะคะ แค่คู่พี่มินซูก็เศร้ามากพอแล้วอ่ะ😢😢😢
    #140
    0
  2. #139 Teerawalee (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 07:45
    แอบตลกชานยงหลีได้ทั้งผชและผญจงฮยอนก็แอบหวงกับเพื่อนกับฝูงก็ไม่เว้น

    อึนคโยนางแอบโหดอ่ะ กระถางต้นไม้เอย ผลักตกบันไดเอย ถ้าพลาดมาชางฮยอนตายได้เลยนะยะหล่อน

    โชคดีที่หนุ่มๆจับได้นะเนี่ย เพราะรักจงฮยอนมากสินะถึงได้ทำอะไรบ้าๆแบบนี้

    ทำไมรู้สึกจะมีดราม่่าบยองชานในตอนหน้า ฮืออออออออออออ

    ไรท์คะอย่าใจร้ายคู่บยองชานเกินไปนะคะ แค่คู่พี่มินซูก็เศร้ามากพอแล้วอ่ะ😢😢😢
    #139
    0
  3. #138 angeljoe20 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 21:52
    สงสารพี่มินซูจับใจ
    #138
    0
  4. #137 Fpc Man U (@fpcmanu) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 20:38
    นึกว่าอึนคโยจะยอมจบแล้วซะอีกมาทำร้ายชางฮยอนซะได้ -*- ชิ คู่บยองชานอย่าดราม่าเลยน้า~รู้สึกมีแวว
    #137
    0
  5. #136 Piggie (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 08:51
    เอ้า อะไรกันเนี่ย อ่านไปอ่านมา ตอนนี้มีแววดราม่าอีกคู่แล้วเหรอค้า ฮือออออ

    จัดการคนทำร้ายตัวเล็กไปได้ นึกว่าจะหมดเรื่องแล้วเชียว ละนี่ตัวเล็กเป็นอะไรอีก แงๆๆ อย่าป่วยไปอึกคนน้า

    เหลือบยองชานอีกคู่ ไรท์อย่าทำร้ายคู่นี้เลยนะค้า ขอหวานๆสวีทๆยาวๆไปน้า >____<
    #136
    0