Since; The last November [TEENTOP]

ตอนที่ 18 : Since; {Once"Period XVll}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 พ.ค. 58

{Once” Period XVII}


     BGM : 담배를 필수없는 이유 - 감성소년



หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นผมก็ไม่ได้เจอแดเนียลมาเกือบอาทิตย์แล้วครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าระหว่างเรามันเกิดอะไรขึ้น ผมไม่รู้จริงๆ ว่าผมทำอะไรผิดไปรึเปล่า ผมว่าผมก็ทำตัวเหมือนเดิมทุกครั้ง ผมปฏิบัติกับน้องเหมือนที่ผ่านมาโดยตลอด แดเนียลเองก็ดูจะมีใจให้ผมมากขึ้นแล้ว ทุกๆ อย่างกำลังไปได้สวยแล้วมันก็พังทะลายลง ตอนนี้น้องทำกับผมเหมือนเป็นคนแปลกหน้า ความจริงผมเริ่มรู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่วันจันทร์แล้วล่ะครับ มานึกดูแล้วผมก็อดนึกถึงผู้ชายอีกคนหนึ่งไม่ได้ ไม่รู้ว่าที่น้องเปลี่ยนไปและที่ความสัมพันธ์ของเรากลับมามีช่องว่างอีกครั้งเป็นเพราะว่าเขาคนนั้นรึเปล่า

.

.

.

วันนี้ผมก็มารับแดเนียลที่บ้านตามปกติ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือน้องไม่เอ่ยทักทายผมสักคำ ไม่แม้แต่จะยิ้มให้ผม แถมยังเหม่อลอยอีกต่างหาก ทั้งๆ ที่เมื่อวันเสาร์เราก็ยังมีความสุขกันดีอยู่แท้ๆ

 

“แดเนียลครับ เป็นอะไรรึเปล่า”

“ผมง่วงอ่ะครับ ถ้ายังไงถึงแล้วปลุกผมด้วยนะครับ” ใบหน้าหวานหันออกไปมองนอกหน้าต่างก่อนเปลือกตาเรียวจะปิดลงช้าๆ ถึงผมจะดูออกว่าร่างโปร่งไม่ได้ง่วงและก็ไม่ได้หลับจริงๆ อย่างที่พูด แต่การแสดงออกของน้องก็ชัดเจนพอที่จะทำให้ผมต้องปล่อยอีกคนไว้เงียบๆ ทำไมอยู่ๆ ถึงกลายเป็นแบบนี้ แดเนียลคนที่สดใสร่าเริง คนที่มักจะอยู่คุยเป็นพื่อนผมตอนขับรถได้หายไปแล้ว

 

ตลอดทางมีเพียงความเงียบปกคลุม ผมไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลยครับ ใจมันหวิวแปลกๆ ทั้งที่น้องนั่งอยู่ข้างๆ ผม ตัวเราอยู่ใกล้กันแค่นี้แต่ผมกลับรู้สึกว่าใจน้องไม่อยู่กับผมอีกต่อไปแล้ว ทันทีที่มาถึงมหาลัยผมจึงสะกิดและเรียกร่างโปร่งเบาๆ แต่ในครั้งนี้แดเนียลกลับไม่ได้มีท่าทีงัวเงียเหมือนทุกครั้ง

 

“ขอบคุณนะครับ เย็นนี้ไม่ต้องรอผมก็ได้นะครับ”

“ไม่เป็นไรหรอก พี่รับปากคุณแม่มาแล้วนี่นาว่าจะพาไปส่งที่บ้าน”

“...”

“มีอะไรในใจรึเปล่า วันนี้พี่ว่า...”

“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมไปเรียนก่อนนะ” ผมยืนดูแผ่นหลังของร่างโปร่งที่ค่อยๆ ไกลออกไปเรื่อยๆ ทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนว่าน้องจะจากผมไปจริงๆ อย่างนั้นแหละ อยากจะถามและคุยให้รู้เรื่องว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ในเมื่อแดเนียลยังยืนยันว่าไม่มีอะไรผมก็จะเชื่อตามที่น้องบอกและทำทุกอย่างตามปกติ

.

.

.

หลังเลิกเรียนผมมานั่งรอแดเนียลที่โถงกลางเหมือนทุกวัน เมื่อเห็นร่างโปร่งเดินมาผมพยายามเข้าไปช่วยถือหนังสือและจะหยิบกระเป๋าของน้องมาช่วยถือเหมือนทุกครั้งแต่สิ่งที่ผมได้รับจากอีกคนคือการปฏิเสธความหวังดีทั้งหมดของผมเพียงเพราะคำว่าเกรงใจ มันช่างน่าตลกสิ้นดี เพราะก่อนหน้านี้ร่างโปร่งก็ไม่เห็นจะว่าอะไรที่ผมจะช่วยถือของ แถมยังยิ้มเขินๆ มาให้ผมพร้อมเอ่ยคำขอบคุณอีกนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งการกระทำและคำพูดของน้องทำให้ผมค่อนข้างมั่นใจว่า ตอนนี้ระหว่างเรามันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

 

“แดเนียลครับ...พี่ทำอะไรให้ไม่พอใจรึเปล่า”

“ผมบอกแล้วไงครับ ว่าไม่มีอะไร”

“พี่ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ” ถึงแม้ผมจะไม่รู้ว่าผมผิดรึเปล่า แต่ถ้าขอโทษแล้วน้องจะหายโกรธ ถ้ามันจะทำให้อะไรๆ ดีขึ้นผมก็ยอม ผมได้แต่หวังว่าร่างโปร่งจะยกโทษให้ผมแล้วกลับมาคุยกันเหมือนเดิม

 

“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ ผมไม่เป็นไรจริงๆ เรารีบกลับบ้านกันเถอะ” แล้วบทสนทนาที่ผมเพียรพยายามเพื่อให้เราสองคุยได้คุยกันก็จบลงเพียงเท่านั้น ถ้าในเมื่อผมไม่ได้ทำอะไรผิดแล้วทำไมแดเนียลถึงแปลกไป

 

เมื่อรถผมมาจอดที่หน้าบ้าน เราสองคนนั่งอยู่ในรถกันสักพัก ผมมีอะไรมากมายที่อยากจะถามแต่ก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยออกไปในเมื่อผมพยายามเอ่ยถามน้องไปแล้วถึงสามครั้ง แต่คำตอบที่ได้ก็ยังคงเหมือนเดิม ถ้าผมทำผิด จะด่าจะว่าผมยังไงก็ได้ ขอแค่บอกกันมาตรงๆ ดีกว่าเงียบใส่กันแบบนี้ ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ ดูเหมือนแดเนียลเองก็มีอะไรให้คิดอยู่ไม่น้อยเพราะคิ้วเรียวขมวดมุ่น ร่างโปร่งหันมามองหน้าผมเหมือนมีอะไรจะพูด แต่สุดท้ายก็เบี่ยงหน้าหนีและไม่พูดอะไร ร่างโปร่งลงจากรถโดยไม่ได้รอให้ผมไปเปิดประตูให้เหมือนทุกที และขณะที่ผมกำลังจะเดินตามแดเนียลเข้าไปในบ้านน้องกลับยืนขวางประตูเอาไว้

 

“วันนี้คงไม่ค่อยสะดวก กลับไปก่อนเถอะนะครับ”

“แต่ว่า...”

“แล้วก็...พรุ่งนี้...ไม่ต้องมารับผมแล้วนะครับ”

“...”

“ไม่สิ ต่อจากนี้ไปไม่ต้องมารับมาส่งผมแล้วนะครับ ขอบคุณสำหรับตลอดเวลาที่ผ่านมานะครับ” หลังจากที่พูดจบร่างโปร่งก็เดินเข้าบ้านไปโดยทิ้งผมไว้กับหัวใจที่หนักอึ้ง ผมแทบจะทรุดลงไปตรงนั้น ถ้าเราเป็นแฟนกันนี่คือการบอกเลิกแบบถนอมน้ำใจอีกฝ่ายรึเปล่าครับ แต่ในเมื่อผมกับน้องไม่ได้เป็นอะไรกัน สิ่งที่น้องบอกกับผมนั้นหมายความว่าผมไม่มีสิทธ์ที่จะมาเจอน้องอีกแล้วใช่ไหม น้องคงไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากได้ยินเสียง ไม่แม้แต่จะอ่านข้อความที่ผมเป็นคนส่งอีกต่อไปแล้วใช่รึเปล่า

 

ผมเข้าใจผิดมาตลอดสินะครับว่าความรักและความจริงใจที่ผมมีให้จะสามารถเอาชนะใจแดเนียลได้ในสักวัน แต่ในเมื่อผลออกมาเป็นแบบนี้ผมควรจะต้องทำใจและยอมรับมันให้ได้ใช่ไหม หากผมกล่าวโทษใครอีกคนที่ร่างโปร่งบอกว่าเป็นพี่ชายข้างบ้าน ผมจะผิดไหม ผมก็แค่สงสัยว่าที่เราต้องกลายเป็นแบบนี้นั้นมันเป็นเพราะมือที่สามอย่างเขารึเปล่า คิดเท่าไหร่ผมก็คิดไม่ออก วันเสาร์ที่ผมได้ใช้เวลาอยู่กับน้องทั้งวันนั้นเรามีความสุขกันมากมันคงเป็นความฝันอันแสนหวาน แล้วหลังจากที่น้องไปทำธุระกับพี่ชายคนนั้นในวันอาทิตย์ วันนี้ก็เลยกลายเป็นโลกแห่งความจริงอันแสนโหดร้ายสำหรับผม ความจริงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

.

.

.

ทันทีที่ผมกลับเข้ามาในห้องตัวเองน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ก็ไหลออกมา เรื่องนี้ถ้าจะมีคนผิดก็คงจะเป็นผม มินซูฮยองไม่ได้ผิดอะไรเลย คำกล่าวขอโทษกับแววตารู้สึกผิดที่มองมายังผมแทบจะทำให้ความตั้งใจของผมพังทะลาย ผมอยากจะบอกความจริงทุกอย่างออกไปให้อีกคนได้รับรู้แล้วขอร้องให้เขาคอยอยู่เคียงข้างผมไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมอยากจะรั้งเขาไว้ข้างกายจนถึงวินาทีสุดท้าย แต่ถ้าผมทำแบบนั้นผมก็คงจะเป็นคนที่เห็นแก่ตัวน่าดู ผมไม่ต้องการให้คนที่ผมรักต้องมาเจ็บปวดเพราะผม

 

“มินซูฮยอง...ผมขอโทษ...ฮึก...ขอโทษที่ต้องทำแบบนี้” ผมนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนเตียง ทุกความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในใจมาตลอดทั้งวันกลายมาเป็นหยดน้ำตา ผมไม่อาจจะกลั้นมันเอาไว้ได้อีกต่อแล้ว

 

ผมยอมรับครับว่าที่ผ่านมา ตลอดเวลาที่ผมได้อยู่กับมินซูฮยองผมมีความสุขมาก พี่เขาคอยดูแลเทคแคร์ผมตลอด ทั้งช่วยถือของ นั่งกินข้าวเที่ยงเป็นเพื่อน แถมบางครั้งยังไปนั่งรอผมทำงานอีก และที่สำคัญคือพี่เขายอมเสียทั้งเวลาและค่าน้ำมันขับรถไปรับ-ไปส่งผมระหว่างบ้านกับมหาลัยด้วย ความดีและความจริงใจของมินซูฮยองที่มีให้นั้นสม่ำเสมอไม่เคยเปลี่ยนแปลง ผมสัมผัสและรับรู้มันได้ด้วยใจครับ ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโชคดีมากคนนึงที่ได้รับความรักจากคนดีๆ แบบพี่เขาแต่สุดท้ายแล้วผมก็ไม่สามารถรับความหวังดีเหล่านั้นไว้ได้ ไม่ใช่ว่าผมไม่เสียใจนะครับที่ต้องทำแบบนี้ ผมขอโทษจริงๆ หลังจากนี้ไปผมเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมไม่รู้ว่าถ้าผ่าตัดแล้วผมจะหายเป็นปกติไหม แล้วถ้าหากชิ้นนี้ที่ตัดออกไปมันเป็นเนื้อร้าย ชีวิตที่เหลือของผมก็ไม่รู้จะเป็นยังไง ผมคิดว่าให้เราหยุดความสัมพันธ์เอาไว้ตรงนี้ดีกว่า อย่างน้อยจะได้มีความทรงจำดีๆ เก็บไว้ให้นึกถึงกัน ได้จดจำในช่วงเวลาที่สวยงามที่สุด และให้อีกคนเข้าใจว่าผมเหมือนเดิมและสบายดีทุกอย่างดีกว่าที่จะให้อีกคนต้องมาเป็นกังวลและจมดิ่งไปกับความเศร้าเพราะเรื่องของผม

.

.

.

หลังจากที่บยองฮอนและจงฮยอนพาสองพี่น้องออกไปผมก็เลยออกมานอนเล่นอยู่ที่ห้องดูหนังพลางเปิดหาอะไรดูไปเรื่อยเปื่อยถึงแม้ว่าที่หน้าจอโทรทัศน์จะมีหนังเรื่องโปรดของผมฉายอยู่แต่ผมก็ไม่ค่อยได้สนใจมันเท่าไหร่นัก ผมยังคงดำดิ่งอยู่กับสิ่งที่ค้างคาใจ คำถามว่าทำไมและเพราะอะไรยังคงไม่จางหายไปจากหัวผม จนคุณเพื่อนทั้งสองกลับเข้ามา พวกมันก็พากันมานั่งประกบผมทันที

 

“เป็นไรไปวะมึง กูเห็นอาการไม่ค่อยดีมาหลายวันละ”

“เฮ้อ...” ผมได้แต่ทอดถอนหายใจ ในเมื่อผมก็ไม่รู้ว่าจะตอบคำถามของไอ้บยองยังไงดี

 

“มีอะไรปรึกษาพวกกูได้นะ ถึงพวกกูอาจจะไม่ได้ให้คำแนะนำที่ดีเท่าไหร่ แต่บางทีการได้ระบายให้ใครสักคนฟังก็ดีกว่าการแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวนะเว้ย”

 

“กูรู้ แต่กูเองยังไม่ค่อยแน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ยังไงก็ขอบใจพวกมึงมากนะ” ผมบอกไอ้จงไปตรงๆ แต่พวกมันทั้งสองคนก็ยังไม่ลุกไปไหนครับ ผมหันไปมองหน้าพวกมันและสิ่งที่ได้กลับมาคือรอยยิ้มบางๆ ของทั้งสองคน สุดท้ายผมก็คงต้องเล่าทุกอย่างให้พวกมันฟังอยู่ดี พวกเราอยู่ด้วยกันมาขนาดนี้แล้ว ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาก็ไม่มีครั้งไหนที่เวลาเกิดเรื่องขึ้นแล้วจะปิดคนใดคนหนึ่งได้สักที

 

พอผมเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เพื่อนทั้งสองคนฟังรวมถึงข้อสันนิษฐานของตัวผมเองที่ว่า สาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ของผมกับแดเนียลเปลี่ยนแปลงไปอาจเป็นเพราะพี่ชายข้างบ้านคนนั้นก็เป็นได้ ทั้งไอ้จงและไอ้บยองก็นั่งทำท่าครุ่นคิดกันอยู่พักใหญ่ ผมนึกขอบคุณพวกมันเสมอที่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหนเพื่อนทั้งสองก็ไม่เคยทิ้งผม พวกเรามาจะช่วยกันคิดและแก้ปัญหาต่างๆ เสมอ ขนาดวันนี้ทั้งสองคนกำลังมีความสุขมากแท้ๆ พวกมันก็ยังยอมรับฟังเรื่องราวของผม แบ่งปันความทุกข์และพยายามช่วยผมหาทางออก

 

“ที่มึงพูดมาก็มีทางเป็นไปได้นะ แต่ว่าเราก็ไม่รู้ป่ะว่าผู้ชายคนนั้นกับแดเนียลรู้จักกันมานานแค่ไหนแล้ว เขาอาจจะเป็นแค่พี่ชายจริงๆ ก็ได้” บยองฮอนพยายามพูดปลอบใจผม เพื่อนตัวเล็กคนนี้มักจะเป็นคนมองโลกในแง่ดีเสมอ

 

“แต่สายตาที่เขามองน้องมันไม่ใช่แบบนั้นจริงๆ นะเว่ย”

“ถ้าอย่างนั้นมึงยิ่งควรจะรีบไปเคลียร์เลย ถ้าไอ้นั่นมันคิดเกินเลยกับน้องจริงๆ ปล่อยไว้แบบนี้มึงได้ลาขาดกับแดเนียลของมึงจริงๆ แน่” คำพูดของไอ้จงทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาว่าผมใช้ความพยายามไปมากมายแค่ไหนกว่าที่น้องจะยอมเปิดใจให้ผมจนทำให้เราสนิทกันได้มากขนาดนี้ และสิ่งที่ผมเฝ้าถามตัวเองมาตลอดว่าผมรักแดเนียลมากแค่ไหน ผมจะยอมถอดใจไปง่ายๆ และให้เรื่องทุกอย่างจบลงแบบนี้จริงๆ หรอ

 

“แล้ว...พวกมึงว่า...กูควรจะทำยังไงดี”

“พรุ่งนี้มึงไปคุยกับน้องให้รู้เรื่อง ก็แค่นั้น”

“แต่น้องบอกกูว่าไม่ต้องไปรับที่บ้านแล้ว...”

“โวะ! มึงก็แวะไปหาหลังเลิกเรียนดิวะ”

“เออๆๆ ขอบคุณพวกมึงมากนะ งั้นกูไปนอนก่อนล่ะ นอนไม่หลับมาสองสามวันติดแล้ว” ผมขอตัวกลับเข้าห้องมาก่อนและตั้งใจเอาไว้ว่าพรุ่งนี้จะต้องไปคุยกับน้องให้รู้เรื่อง เพราะยังไงผมก็จะไม่ยอมเสียแดเนียลไปให้คนอื่นอย่างเด็ดขาด

.

.

.

อาการปวดหัวของผมกลับมาอีกครั้ง มันปวดมากจนทำให้ผมตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วหลับไม่ได้อีกเลยจนถึงช่วงเช้ามืดอาการปวดถึงได้ทุเลาลง วันนี้ผมจึงไม่ได้ไปมหาลัย แม่บอกให้ผมนอนพักเยอะๆ แต่ถ้ารู้สึกอุดอู้จนเกินไปก็ให้ออกมานั่งเล่นกับเจ้ากังกัง หรือจะไปเดินสูดอากาศที่สวนหน้าบ้านบ้างก็ได้ วันนี้ทั้งวันผมก็เลยได้แต่นั่งๆ นอนๆ โดยมีเจ้าขนปุยอยู่เป็นเพื่อน

 

“ไง...” เจ้าหมาน้อยนั่งจ้องผมตาแป๋วพร้อมครางหงิงๆ อย่างออดอ้อน มันคาบลูกบอลมาและพยายามจะชวนผมไปเล่น มันทำให้ผมคิดถึงใครอีกคนที่มักจะโยนลูกบอลและไปวิ่งเล่นกับเจ้ากังกังเสมอ

 

“คิดถึงมินซูฮยองเหมือนกันเนอะ” ผมลูบหัวเจ้าตัวยุ่งเบาๆ ก่อนจะโยนลูกบอลสีแดงออกไปให้มันวิ่งไปคาบกลับมา ระหว่างที่ผมกำลังเล่นกับเจ้าหมาน้อยอยู่นั้น แม่ก็เดินออกมาพร้อมกับน้ำชาข้าวโพดแก้วใหญ่

 

“ขอบคุณครับแม่”

“ตกลงจะเล่าให้แม่ฟังได้รึยัง หืม”

“ไม่มีอะไรหรอกครับแม่”

“ปากก็บอกว่าไม่มีอะไร แต่ลูกดูไม่มีความสุขเลยรู้ไหม” ผมรู้ครับ ว่าแม่คือคนที่รักและคอยเป็นห่วงผมมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเกิดอะไรแม่ก็จะคอยดูแลและอยู่เคียงข้างผมเสมอ

 

“ผมแค่ไม่อยากให้พี่เขาเสียใจ ถ้าเกิดว่าผมเป็นอะไรไป...ผมไม่อยากเป็นตัวถ่วงในชีวิตใคร...ที่ผ่านมาพี่เขาก็ทำอะไรให้ผมมากมาย ผมไม่อยากตอบแทนความหวังดีเหล่านั้นด้วยการทำให้พี่เขาต้องมาจมอยู่กับความเศร้าและเป็นกังวลเพราะผม”

 

“ก็เลยผลักเขาออกไปตอนนี้งั้นสิ คิดดีแล้วหรอลูกว่าต้องการให้มันเป็นแบบนี้”

“ผม...ผมไม่รู้ครับแม่...ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้ว...”

 

“แล้วลูกรักพี่เขาไหม” ผมนิ่งไปพักใหญ่ ความรู้สึกที่ผมมีต่อมินซูฮยองตอนนี้มันจะเรียกว่ารักได้รึเปล่านะ ตอนแรกผมก็ตั้งใจไว้แล้วนี่นาว่าจะตกลงคบกับมินซูฮยองถ้าผลไม่ได้ออกมาเป็นแบบนี้เสียก่อน ผมไม่ได้ชอบพี่เขาเพราะหน้าตาหรือว่าฐานะครับ แต่ผมสัมผัสได้ถึงความรัก ความจริงใจและความห่วงใยที่เขามีให้ผมมาโดยตลอด ไม่เคยมีใครทำให้ผมรู้สึกดีๆ ด้วยแบบนี้มาก่อน ผมอยากให้มินซูฮยองคอยอยู่ข้างๆ ผมคอยปลอบโยนและให้กำลังใจ ผมอยากให้เราสองคนได้ใช้เวลาร่วมกัน อยากทำให้พี่เขามีความสุขเพราะสำหรับผมแล้วเวลามินซูฮยองยิ้มพี่เขาดูดีมากเลยล่ะครับ ดูดีจนผมไม่อยากจะเป็นคนทำลายรอยยิ้มนั้น

 

“ผมรักมินซูฮยองครับแม่”

 

“แดเนียลอา...ลูกไม่คิดหรอว่าถ้าพี่เขารู้เรื่องเขาจะอยากดูแล มาคอยอยู่เป็นเพื่อน คนรักกันเขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายเป็นตัวถ่วงในชีวิตหรอกนะลูก ขึ้นชื่อว่าเป็นความรักแล้วมันก็ย่อมมีทั้งสุขและทุกข์แต่เมื่อคนสองคนรักกันมากพอ เขาทั้งสองก็จะช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ และผ่านมันไปด้วยกัน ไม่มีใครอยากให้คนที่ตัวเองรักต้องเดินไปบนทางที่มืดมิดเพียงลำพังหรอกนะลูก บางครั้งความรักมันก็ไม่ต้องมีเงื่อนไข และสิ่งต่างๆ ที่ทำให้ ก็เพราะเขาเต็มใจ ไม่ได้คิดจะหวังผลตอบแทนหรอกนะ เหมือนความรักที่แม่มีให้ลูกไง ลองคิดให้ดี แล้วก็หาโอกาสไปคุยกับพี่เขานะลูก”

 

เมื่อผมได้ฟังคำสอนของแม่ก็ทำให้ผมคิดอะไรได้มากขึ้น ผมอาจจะคิดน้อยเกินไปโดยไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายเลย ผมตัดสินใจเอาเองคนเดียวว่าทางเลือกนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดโดยไม่ได้คิดถึงจิตใจของมินซูฮยองเลยว่าอีกคนจะรู้สึกแย่แค่ไหนที่อยู่ๆ ผมก็ทำตัวเหินห่างและเว้นระยะออกมาแบบนี้

 

ติ๊งต่อง...ติ๊งต่อง...

 

“ทำอะไรอยู่ ฮึ คนเก่งของฮยอง ได้ข่าวว่าปวดหัว”

“ตอนนี้ดีขึ้นแล้วครับ แต่ไม่ได้ไปมหาลัยก็เลยนั่งๆ นอนๆ ทั้งวันเลย เบื่ออ่ะฮยอง”

“ดูแลสุขภาพหน่อย กินอาหารให้ครบทุกมื้อแล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอด้วย ถ้าร่างกายแข็งแรงหลังผ่าตัดจะได้ฟื้นตัวเร็วๆ ไง” ร่างสูงพูดจบก็ขยี้หัวผมจนยุ่งไปหมดก่อนจะเดินเข้าบ้านไป ช่วงนี้จูฮยอนฮยองก็แวะมาที่บ้านบ่อยเหลือเกิน บ้างก็อ้างว่ามาเยี่ยมแม่ผม บ้างก็อ้างว่ามาดูอาการผม แต่มาทีไรก็เห็นคุยแต่เรื่องจิปาถะเสียมากกว่า

.

.

.

ผมรีบบึ่งรถมาอันยางทันทีที่เรียนเสร็จ ผมมาจอดรถบริเวณสวนสาธารณะที่ผมกับแดเนียลเคยพาเจ้ากังกังมาเดินเล่นเพราะไม่อยากให้อีกคนรู้ตัวว่าผมมาหา ผมค่อยๆ เดินไปยังบ้านของน้อง ใจนึงก็อยากจะรีบๆ เคลียร์เราจะได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมสักที แต่อีกใจก็แอบหวั่นว่าหากร่างโปร่งตอบกลับมาว่าจะเลือกอีกคนแทนที่จะเป็นผม ผมคงทำใจไม่ได้แต่ถึงยังไงผมก็ค่อนข้างเชื่อ ว่าแดเนียลจะเลือกผม

 

เมื่อมาถึงหน้าบ้านตระกูลอัน ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ทำให้ขาทั้งสองข้างของผมหยุดชะงัก ผมรู้สึกชาไปทั้งตัวเมื่อสิ่งที่ผมเห็นคือร่างสูงของพี่ชายข้างบ้านยืนคุยกับแดเนียลอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาคนนั้นลูบหัวน้องเหมือนที่ผมเคยทำ ส่วนร่างโปร่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ดูมีความสุขดี ไม่ได้มีท่าทีเฉยชาหรือว่าเศร้าหมองเหมือนตอนที่อยู่กับผมเลยสักนิด ผมไม่เข้าใจว่าแล้วที่ผ่านมาเรื่องของเรามันคืออะไร ทำไมร่างโปร่งถึงไปมีความสุขกับคนอื่นได้อย่างรวดเร็วโดยทิ้งผมไว้เบื้องหลังให้ต้องทนกับความเจ็บปวดอยู่คนเดียว จะใจร้ายเกินไปแล้วนะ อันแดเนียล แต่ถ้ามาคิดๆ ดูให้ดีแล้วผมจะต่อว่าน้องก็คงจะไม่ได้ ในเมื่อเขาสองคนรู้จักกันมากก่อนที่ผมจะเจอกับแดเนียลด้วยซ้ำ คนมาทีหลังอย่างผมจะมีสิทธิ์อะไร เพราะที่ผ่านมาน้องก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะตอบรับน้ำใจผมสักครั้ง ต่อให้ผมเพียรพยายามจะขอคบเท่าไหร่ก็ตาม ร่างโปร่งก็มักจะบ่ายเบี่ยงเสมอ ผมเดินกลับไปที่รถด้วยจิตใจอันล่องลอย บางทีผมอาจจะต้องยอมให้เรื่องของเราจบลงแบบนี้จริงๆ ใช่ไหม

.

.

.

ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมช่วงนี้ไอ้บังมันถึงได้ยอมแพ้ง่ายนัก อุตส่าห์ถ่อไปหาเขาถึงที่ สุดท้ายแค่เห็นภาพบาดตาบาดใจนิดหน่อยก็คิดเองเออเองแล้วถอยทัพหนีกลับมาซะงั้น เห็นตอนแรกที่เริ่มจีบน้องเขานี่ก็หน้าด้านเหลือเกิน เขาไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไปแต่ไหงตอนนี้กลายเป็นบังมินซูคนใจเสาะไปซะแล้ว

 

“มึงว่าไอ้บังมันจะรอดไหมวะ”

“ไม่รู้หว่ะ ท่าทางจะอาการหนัก แต่กูว่ามันมีอะไรแปลกๆ”

“ยังไงวะ”

“มึงไม่คิดหรอว่าทั้งๆ ที่แดเนียลก็ดูจะเคลิ้มตามไอ้บังแล้ว แต่ทำไมจู่ๆ ก็ตีตัวออกห่างแบบนี้”

“เออ...ก็จริงของมึง เดี๋ยวกูไปสืบจากตัวเล็กให้” ผมหันไปฉีกยิ้มกว้างให้บยองฮอน ส่วนมันก็ทำหน้าเอือมใส่ผม ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย เพียงแค่นึกถึงใบหน้ากลมใสของอีกคนผมก็มีความสุขขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อีกเดี๋ยวก็จะได้เจอกันแล้ว คิดถึงจะแย่ รอพี่ก่อนนะครับตัวเล็ก

.

.

.
To be Continue


TALK:;
มาต่อแล้วค่า มีใครรออ่านอยู่บ้างมั้ยคะ กริบ...
คู่แนปก็ลุ้นกันต่อไป ว่าจะลงเอยกันยังไง ไรท์ขอพูดถึงเพลงประกอบนิดนึง
คือเลือกเพลงนี้มาเพราะเนื้อหาเพลงมันเกี่ยวกับผู้ชายคนนึงที่เลิกบุหรี่เพื่อคนรักค่ะ
สุดท้ายแล้วก็ต้องเลิกกัน แต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังคงคิดถึงอีกคนอยู่
เพราะอีกคนคือเหตุผลที่ทำให้เขาเลิกสูบบุหรี่ได้ค่ะ มันก็แอบตรงกับมินซูของเราเนอะ
พูดคุยติชม สกรีมฟิค #SinceNov นะคะ เม้นสักนิดเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยน้าาา^^

 


CRY .q

164 ความคิดเห็น

  1. #135 Teerawalee (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 08:09
    สงสารทั้งพี่มินซูและนีแอล ต่างฝ่ายก็ต่างรักกันอ่ะ แต่ทำไมถึงเป็นแบบนี้ นีแอลอย่าทำแบบนี้เลย อย่าทำร้ายตัวเองและพี่มินซูอีกเลย

    รักเค้าก็บอกเค้าเถอะ ให้เค้าเข้ามาดูแลและอยู่เคียงข้างเถอะนะ พี่มินซูอย่าเพิ่งถอดใจง่ายๆนะ.

    เป็นพาร์ทที่หน่วงและลุ้นไปด้วยว่าความสัมพันธ์ของพี่มินซูกับนีแอลจะเป็นยังไงต่อ ฮืออออออออ สงสารทั้งคู่เลย😭😭😭



    #135
    0
  2. #134 aaofaaff (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 11:49
    แค่เพลงประกอบขึ้นก็หน่วงแล้ว

    พออ่านแล้วยิ่งอยากจะลากนีเอลมาาคุยกับมินซูฮยองซะจริง

    เฮ้อออออออออออออออออออ



    เพื่อนพ้องช่วยนางที นางไม่สู้เลย จะพระเอกแสนดีไปไหน
    #134
    0
  3. #133 Fpc Man U (@fpcmanu) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 00:14
    เค้าๆๆๆรออ่านอยู่ตลอดค่ะ~ สู้ๆนะค่ะไรท์ นีลเป็นคนดีอ่ะแต่เฮียก็เสียใจมากเหมือนกัน สงสารทั้งคู่ แต่ฮยองข้างบ้านนีลนี่ใคร???
    #133
    0
  4. #132 honeyjoe20 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 22:36
    ทำไมหน่วงแบบนี้สงสารพี่มินซูดะดาเนียลอ่ะ...พีมินซูอย่าเพิ่งถอยนะเอามจช่วย
    #132
    0