Since; The last November [TEENTOP]

ตอนที่ 16 : Since; {Touch”Period XV}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 85
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 เม.ย. 58

{Touch”Period XV}

     BGM: WhenLove Comes (Acoustic ver.) by Hongki



ช่วงนี้ใครจะว่าผมติดแฟนผมก็ไม่เถียงหรอกครับ ก็กว่าพี่ชายเขาจะยอมให้น้องชายสุดรักสุดหวงมาคบกับผมนี่เล่นเอาลุ้นกันจนตัวโก่ง ในเมื่อเขามอบความไว้วางใจให้ผมเป็นคนดูแลชางฮยอนแล้วผมก็ต้องทำหน้าที่ไม่ให้ขาดตกบกพร่องสิครับ

 

ส่งมายั่วกันแบบนี้พี่ก็หิวแย่สิครับ สิ่งที่ผมได้กลับมาหลังจากที่ส่งข้อความไปอ้อนคนตัวเล็ก คือสติ๊กเกอร์กระต่ายที่กำลังหัวเราะอย่างสะใจ

 

พิมพ์คุยกันแบบนี้ไม่ดีเลย พี่อยากได้ยินเสียงตัวเล็กจังครับ เพียงไม่นานสติ๊กเกอร์รูปลูกพีชกอดเข่าทำท่าคิดหนักก็ถูกส่งกลับมาให้ผม ถ้าให้ผมเดา ที่ชางฮยอนตอบกลับมาแบบนั้นคงเป็นเพราะอยู่กับชานฮีแน่ๆ ถึงแม้ชานฮีจะไม่ได้ห้ามผมโทรหาตัวเล็ก แล้วก็ไม่ได้ห้ามตัวเล็กคุยโทรศัพท์กับผม แต่ผมคิดว่าชางฮยอนคงจะเกรงใจพี่ชายเสียมากกว่า

 

ชานฮีฮยองไปอาบน้ำแล้วฮะ^^’ เมื่อเห็นดังนั้นผมก็รีบต่อสายหาอีกฝ่ายทันทีโดยไม่แม้แต่จะตอบกลับข้อความที่อีกคนส่งมา เราสองคนคุยกันเรื่องทั่วๆ ไปแต่ไม่รู้ทำไมแค่ได้ยินเสียงใสๆ ของอีกคนผมก็มีความสุขจนยิ้มไม่หุบเลยล่ะครับ ผมงอแงใส่ชางฮยอนว่าอยากชิมข้าวผัดกิมจิฝีมือเขาอยู่พักใหญ่ก่อนปลายสายจะตอบตกลงว่าจะทำข้าวกล่องไปให้ผมทานเป็นมื้อเที่ยงที่มหาลัย จากนั้นผมก็บ่นเรื่องไอ้บังกับไอ้บยองให้คนตัวเล็กฟัง เจ้าของเสียงใสถึงกับหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจที่ผมมาแฉเพื่อนให้ฟัง ส่วนเจ้าตัวก็ไม่น้อยหน้ามีแอบแฉพี่ชายสุดที่รักให้ผมฟังนิดๆ หน่อยๆ เหมือนกัน

 

“ตัวเล็กคร้าบ ดึกแล้วรีบไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”

ก็พี่จงฮยอนนั่นแหละชวนคุย

“ก็คนมันคิดถึงนี่นา แล้วเจอกันที่มหาลัยนะครับ อย่าลืมข้าวกล่องพี่นะ”

รู้แล้วน่า ตกลงคิดถึงผมหรือเห็นแก่ของกินกันแน่ฮะ

“ต้องคิดถึงตัวเล็กสิคร้าบ ฝันดีล่วงหน้านะครับ แล้วก็อย่าลืมฝันถึงพี่บ้างนะ”

 

ไม่เอาอ่ะ ผมยังไม่อยากฝันร้าย คิกๆๆ พี่จงฮยอนก็ฝันดีนะฮะ ชางฮยอนชิงตัดสายไปเสียก่อนผมเลยไม่ทันได้หยอดคำหวานประโยคสุดท้าย แต่แค่นี้ตัวเล็กของผมก็คงจะเขินจนแก้มใสๆ แดงก่ำแล้วล่ะครับ ปกติผมก็ไม่ได้เป็นคนพูดอะไรหวานเลี่ยนแบบนี้หรอกนะครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันผมถึงได้เปลี่ยนไป คงเพราะความรักของชางฮยอนที่ทำให้ผมกลายเป็นแบบนี้ คืนนี้ผมคงหลับฝันดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

.

.

.

ผมมานั่งรอชางฮยอนอยู่ที่โต๊ะไม้ภายในสวนหลังตึกคณะ วันนี้นอกจากจะได้ชิมข้าวผัดกิมจิฝีมือคนตัวเล็กตามสัญญาแล้วผมเองก็เตรียมของขวัญพิเศษไว้ให้อีกคนเหมือนกัน เห็นเคยเปรยๆ ไว้ว่าอยากกิน ผมอยากเห็นเหลือเกินว่าอีกคนจะทำหน้ายังไงตอนได้เห็นสิ่งของภายในกล่องที่ผมเตรียมมาให้

 

“รอนานรึเปล่าฮะ พอดีอาจารย์ปล่อยช้า ผมขอโทษนะ”

“ตัวเล็กจะขอโทษพี่ทำไมครับ สำหรับตัวเล็กให้รอทั้งชีวิตพี่ก็รอได้” ฝ่ามือเล็กฟาดลงบนต้นแขนผมอย่างเต็มแรง ถ้าวิธีการแก้เขินจะรุนแรงแบบนี้อีกหน่อยผมต้องช้ำตายแน่ๆ เลยครับ ร่างเล็กนั่งลงข้างๆ ผมแล้วหันไปค้นกระเป๋าเป้อยู่พักใหญ่ก่อนจะหยิบห่อผ้าสีฟ้าสดใสออกมาแล้วยื่นให้ผม

 

“นี่ฮะ ข้าวกล่องฝีมือเชฟชางฮยอน” ผมค่อยๆ แกะห่อผ้าออกแล้วเปิดฝากล่องดู ก็ได้พบกับข้าวผัดกิมจิที่ถูกตกแต่งด้วยชีสแผ่นและสาหร่ายแห้งให้เป็นรูปหน้าหมี คนตัวเล็กที่ยิ้มอย่างภาคภูมิใจทำให้ผมหลุดขำออกมา

 

“พี่จงฮยอนขำอะไรฮะ”

“ขำเด็กน้อยเจ้าของข้าวกล่องนี้ไงครับ” ผมโยกหัวของคนตัวเล็กไปมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดู แต่อีกคนกลับพองแก้มแล้วหันหน้าหนีผม

 

“โอ๋ๆๆ”

“ถ้าไม่อยากกินก็เอาคืนมา เดี๋ยวผมกินเองก็ได้”

“ใครบอกว่าจะไม่กินล่ะคร้าบ หันมาคุยกันดีๆ ก่อนเร็ว” ท่าทางชางฮยอนจะงอนจริงๆ นะครับ ทำไมผมจะไม่รู้ว่าอีกคนตั้งใจทำข้าวกล่องนี้มาให้ผมขนาดไหน แต่ที่ผมขำก็เพราะผมเอ็นดูนี่ครับ ผมชอบตัวเล็กก็เพราะตัวเล็กน่ารักสดใสแบบนี้แหละครับ เวลาผมอยู่ด้วยแล้วรู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

 

“ตัวเล็กคร้าบ...วันนี้พี่ก็มีอะไรมาให้ตัวเล็กเหมือนกันนะ” ผมหยิบกล่องที่ซ่อนไว้ยื่นไปตรงหน้าร่างเล็ก ชางฮยอนหันมามองหน้าผมพร้อมแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม สงสัยจะงงเพราะวันนี้ก็เป็นวันธรรมดาๆ วันหนึ่ง ไม่ได้พิเศษอะไร แต่สำหรับผมมันคือวันเกิดอยากจะให้ครับ

 

“เปิดดูสิครับว่าชอบรึเปล่า” มือนิ่มรับกล่องไปจากผมแล้วเปิดฝาออกช้าๆ

“โห นี่มันครบเซตเลยนี่ฮะ ทั้งฮันนี่บัตเตอร์ชิพ ทั้งฮันนี่ทงทง แถมยังมีจาคาบีรสฮันนี่บัตเตอร์ด้วยอ่ะ” เสียงใสเปล่งออกมาพร้อมดวงตากลมใสที่เป็นประกายตื่นเต้นปนดีใจ

 

“พี่ถ่อไปซื้อเจ้าฮันนี่บัตเตรอ์ชิพตั้งแต่ตีสี่เลยนะ ถ้าไม่ใช่ตัวเล็กพี่ไม่ไปซื้อให้หรอกนะครับ”

“ขอบคุณนะฮะพี่จงฮยอน ขอบคุณมากๆ เลย ไว้ผมจะค่อยๆ กินวันละชิ้น คิกๆ”

“ไม่มีรางวัลให้พี่หน่อยหรอ” ผมเอ่ยถามร่างเล็กตรงหน้าด้วยสีหน้าหงอยๆ ก่อนจะใช้นิ้วชี้ที่แก้มตัวเองเป็นเชิงบอกว่ารางวัลที่อยากได้นั้นคืออะไร ชางฮยอนทำท่าลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะจุ๊บแก้มผมอย่างแผ่วเบาแล้วรีบผละออกทันที

 

“กินข้าวได้แล้วมั้งฮะ”

“จริงๆ แค่จุ๊บเมื่อกี้ก็อิ่มแล้ว”

“อ้าว...ตกลงพี่จงฮยอนจะไม่กินใช่ไหมฮะ”

“โอ๋ๆๆ พี่ล้อเล่นเฉยๆ เอง แล้วตัวเล็กจะกินอะไรครับ เดี๋ยวพี่เดินไปสั่งให้”

“เอาต๊อกป๊กกีละกันฮะ” ผมพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปที่ร้านเล็กๆ เพียงร้านเดียวที่ตั้งอยู่ในสวนแห่งนี้ ใช้เวลาเพียงไม่นานผมก็ได้ถ้วยต๊อกป๊กกีมาอยู่ในมือ ผมเดินกลับไปหาร่างเล็กที่นั่งรออยู่แล้วส่งอาหารที่เจ้าตัวสั่งให้ก่อนจะนั่งลงข้างๆ และเริ่มชิมข้าวผัดกิมจิฝีมือเชฟชางฮยอน

 

“พี่จงฮยอนฮะ อ้าม...” คนตัวเล็กจิ้มต๊อกป๊กกีชิ้นหนึ่งมาป้อนให้ผม ส่วนผมก็ตักข้าวผัดกินจิป้อนกลับไปให้

 

“พี่จงฮยอนจะป้อนผมทำไมล่ะฮะ ผมทำมาให้พี่กินนะ” ร่างเล็กพูดกับผมพร้อมส่งสายตาดุๆ มาให้ แต่สุดท้ายก็งับเอาคำที่ผมป้อนไปกินอยู่ดี การได้ใช้เวลาร่วมกับแฟนนี่มันมีความสุขชะมัดเลยครับ ทั้งๆ ที่กิจกรรมที่ทำก็ธรรมดาทั่วๆ ไป แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันกลับพิเศษขึ้นเพียงเพราะมีใครอีกคนอยู่ข้างกาย

.

.

.

หลังจากที่ผมกับพี่จงฮยอนทานมื้อเที่ยงเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็แยกย้ายกันไปเรียน โดยร่างสูงยืนยันว่าจะมาส่งผมก่อนแล้วค่อยไปเข้าเรียน เนื่องจากตอนนี้ชานฮีไม่ต้องไปซ้อมร้องเพลงแล้วผมเลยยังไม่ได้นัดกับพี่จงฮยอนว่าหลังเลิกเรียนจะเอายังไงกัน ความจริงแล้วช่วงที่ชานฮีฮยองซ้อมร้องเพลงผมได้ไปไหนมาไหนและใช้เวลาร่วมกับพี่จงฮยอนทำให้ผมมีความสุขมากๆ เลย

 

ตอนที่ผมเดินเข้าไปในห้องเรียนก็พบว่าแดเนียลนั่งฟุบโต๊ะอยู่ก่อนแล้ว ไหล่บางนั้นสั่นไหวเหมือนเจ้าตัวกำลังร้องไห้อยู่ ผมก็ไม่รู้ว่าแดเนียลมีปัญหาอะไรรึเปล่า เพราะเท่าที่ฟังจากพี่จงฮยอนแล้วเรื่องราวระหว่างมินซูฮยองกับเพื่อนผมก็ดูจะราบรื่นดี ทั้งคู่ค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์จนคืบหน้าไปมากแล้ว ช่วงหลังๆ มาแดเนียลก็ดูมีความสุขดีแถมอาการปวดหัวที่เคยรุนแรงนั้นก็ทุเลาลงมากแล้วด้วย

 

“แดเนียลอา...” ผมสะกิดไหล่บางเบาแล้วก็ต้องพบกับใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยน้ำตา แดเนียลโผเข้ากอดผมทันทีและปล่อยโฮออกมาหนักกว่าเดิม

 

“ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร” ผมลูบหัวและตบหลังเพื่อนรักเบาๆ ถึงจะไม่รู้ว่าสาเหตุที่ทำให้อีกคนร้องไห้คืออะไร แต่สิ่งที่ผมรู้ตอนนี้คือแดเนียลกำลังต้องการกำลังใจ เรากอดกันอยู่อย่างนั้นพักใหญ่จนเพื่อนๆ คนอื่นเริ่มทยอยเข้ามาในห้อง ร่างโปร่งจึงผละออกก่อนจะปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ

 

“ขอบใจมานะชางฮยอน แต่อย่าเอาไปบอกใครได้ไหม”

“อื้อ...เราไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้ามีอะไรก็ระบายได้นะ เราพร้อมรับฟังเสมอ” แดเนียลพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปตั้งใจเรียนต่อ ถึงแม้ลึกๆ ผมจะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนผม แต่เมื่ออีกฝ่ายยังไม่พร้อมที่จะบอกผมก็ไม่อยากไปเซ้าซี้

.

.

.

วันนี้ผมเลิกเรียนเร็วกว่าพวกฮยองเลยกะว่าจะไปนั่งรอที่คาเฟ่ใต้หอสมุด ระหว่างที่ผมกำลังเดินอยู่นั้นเสียงแจ้งเตือนว่ามีข้อความใหม่ก็ดังขึ้น และเมื่อผมเปิดเข้าไปดูก็อดยิ้มออกมาไม่ได้เพราะคนที่ควรจะตั้งใจเรียนอยู่ตอนนี้กลับส่งสติ๊กเกอร์รูปลูกพีชนอนเท้าคางอย่างเบื่อหน่ายมาให้ผมและตามมาด้วยอีกหนึ่งข้อความซึ่งทำให้ผมยิ้มกว้างขึ้นไปอีก

 

คิดถึง ผมก็เลยต้องแกล้งทำเป็นโมโหโดยการส่งสติ๊กเกอร์รูปหมาโมโหกลับไปและบอกใหอีกคนตั้งใจเรียน ผมคงมัวแต่ก้มหน้าก้มตาจิ้มโทรศัพท์เลยไม่ทันระวังและชนเข้ากับใครอีกคนอย่างจังจนโทรศัพท์หลุดจากมือ ส่วนตัวผมเองก็ล้มลงไปกองกับพื้นเช่นกันเพราะไม่ทันตั้งตัวข้อศอกผมเลยกระแทกพื้นเต็มๆ เมื่อผมเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบว่าเป็นพี่ผู้หญิงคนที่เคยตามติดพี่จงฮยอนยืนยิ้มมุมปากอยู่

 

“โอ๊ะ! ขอโทษทีนะคะ พอดีไม่ทันมอง” พูดจบเธอก็เดินจากไปอย่างเชิดๆ ดูจากสีหน้าและท่าทางของพี่สาวคนนั้นแล้วทำไมผมถึงรู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็นเพราะความตั้งใจของอีกฝ่ายเสียมากกว่า

 

“อา...” เนื่องจากรู้สึกเจ็บๆ ที่ข้อศอกผมก็เลยยกขึ้นมาดูแล้วก็พบว่ามันถลอกและเลือดออกซิบๆ ดีนะที่ชานฮีฮยองไม่อยู่ด้วยไม่งั้นต้องโวยวายยกใหญ่แน่ๆ เลย

 

“เฮ้อ...” ผมหยิบทิชชู่เปียกสำหรับฆ่าเชื้อขึ้นมาเช็ดรอบๆ แผลก่อนจะเอาผ้าเช็ดหน้ามาผูกแผลไว้ แล้วเอาแขนเสื้อเชิ้ตลง ตอนกลับไปเจอชานฮีฮยองกับพี่จงฮยอนจะได้ไม่มีใครตกใจจนเกินเหตุ ผมคิดว่าพี่ผู้หญิงคนนั้นจะเข้าใจทุกอย่าง แล้วเลิกมายุ่งกับพวกเราแล้วเสียอีก แต่ดูเหมือนว่าผมจะคิดผิด

 

ผมคงจะหายเงียบไปนานกว่าปกติพี่จงฮยอนจึงรัวสติ๊กเกอร์และข้อความต่างๆ มา ผมเลยเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่ตกอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาดูและรีบตอบกลับไปเพราะไม่อยากให้อีกคนต้องเป็นห่วงโดยอ้างว่าเดินไปสั่งเครื่องดื่มที่เคาท์เตอร์มาและไม่ได้หยิบโทรศัพท์ไปด้วย

 

ตอนนี้พักอยู่ เดี๋ยวพี่ออกไปหานะ เมื่อเห็นข้อความที่อีกคนตอบกลับทำให้ผมต้องเร่งฝีเท้าเดินไปให้ถึงคาเฟ่และสั่งเครื่องดื่มให้เสร็จตามที่อ้างไว้ก่อนที่พี่จงฮยอนจะไปถึง

.

.

.

วิชาที่เรียนอยู่ตอนนี้มันน่าเบื่อมากเลยครับ ผมอดทนตั้งใจเรียนไปได้ไม่นานสมาธิผมก็หลุด สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการพิมพ์แชทคุยกับตัวเล็กและทันทีที่อาจารย์ปล่อยไปพักผมก็เก็บของแล้วเดินออกจากห้องเรียนทันทีถึงจะมีเสียงไอ้บยองกับชานฮีตะโกนถามไล่หลังมาก็ตาม

 

ผมเดินมาที่คาเฟ่ใต้หอสมุดตามที่ตัวเล็กได้บอกผมไว้ ร่างเล็กที่นั่งหันหลังให้ประตูทางเข้าไม่ต้องบอกก็รู้ครับว่าแผ่นหลังนั้นเป็นของตัวเล็กของผมแน่นอน เห็นดังนั้นผมก็เลยนึกสนุกอยากจะแกล้งชางฮยอนขึ้นมา ผมค่อยๆก้าวเข้าไปหาร่างเล็กช้าๆ ก่อนจะเขย่าไหล่บางเบาๆ แต่อีกคนกลับสะดุ้งซะแรงเลยครับ

 

“โอ๊ย!” คนตัวเล็กสะดุ้งจนข้อศอกไปกระแทกกับที่เท้าแขนของเก้าอี้ที่นั่งอยู่เข้า

 

“เจ็บรึเปล่า พี่ขอโทษนะตัวเล็ก”

“อ๊ะ! ไม่เป็นไรหรอกฮะพี่จงฮยอน” คนตัวเล็กรีบชักแขนออกทันทีที่ผมเข้าไปจับแขนเอาไว้ หวังจะช่วยดูว่าเจ็บปวดตรงไหนรึเปล่า แต่แล้วผมก็สะดุดกับบางสิ่งบางอย่างที่แปลกไป โดยปกติแล้วชางฮยอนจะใส่เสื้อเชิ้ตแบบพับแขนแต่ทำไมในวันนี้ร่างเล็กถึงได้เอาแขนเสื้อลงมาแถมติดกระดุมข้อมืออีกต่างหาก

 

“ตัวเล็ก ไหนเอาแขนมาให้พี่ดูซิ” ผมทำเข้มใส่น้องไปเมื่ออีกคนพยายามเบี่ยงตัวหนี เพราะเป็นห่วงหรอกครับถึงต้องทำแบบนี้

 

“ผมบอกว่าไม่เป็นไรไงฮะ”

“ถ้าไม่เป็นไรแล้วจะหนีทำไม มาให้พี่ดูเดี๋ยวนี้เลยนะ” ผมออกแรงบีบข้อมือคนตัวเล็กแล้วจับให้นั่งลงกับที่ ผมค่อยๆ ปลดกระดุมข้อมือออก ก่อนจะถกแขนเสื้อขึ้นไปให้พ้นข้อศอก แล้วก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้จริงๆ เมื่อบริเวณข้อศอกของชางฮยอนมีผ้าพันเอาไว้

 

“แล้วนี่ไปโดนอะไรมา”

“...”

“ตัวเล็ก บอกพี่มานะ ถ้าไม่บอกแล้วเกิดชานฮีมาเจอเข้าจะให้พี่ตอบว่ายังไง พี่รับปากชานฮีแล้วนะว่าจะคอยปกป้องดูแลตัวเล็กอ่ะ” ร่างเล็กที่เริ่มทำหน้าเบะเมื่อโดนผมเอ็ดก่อนจะยอมตอบออกมาอย่างอ้อมๆ แอ้มๆ

 

“ผม...หกล้ม...ฮะ”

“โธ่ ทีหลังก็ระวังหน่อยสิครับ ไปคอนโดพี่ดีกว่านะ เดี๋ยวพี่จะได้ทำแผลให้ ไปครับตัวเล็ก” ผมเอากระเป๋าเป้ของคนตัวเล็กมาสะพายเอาไว้เองก่อนจะโอบประคองพาอีกคนเดินไปขึ้นรถ อย่างน้อยก็ล้างแผลทำความสะอาดแผลให้เรียบร้อยก่อนตอนชานฮีมาเจอน้องชายสุดที่รักจะได้ไม่โวยวาย

.

.

.

“ตัวเล็กนั่งรอพี่ตรงนี้ก่อนนะครับ” ทันทีที่มาถึงคอนโดผมก็รีบพาคนตัวเล็กไปนั่งที่โซฟาก่อนจะเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลเบื้องต้นมาจากในครัวเพื่อเอามาทำแผลให้ชางฮยอน ผมค่อยๆ แกะผ้าที่น้องพันไว้ออกก่อนจะใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดรอบๆ แผลเพื่อฆ่าเชื้อ แล้วตามด้วยการหยดเบตาดีนลงไป ร่างเล็กสะดุ้งน้อยๆ ตอนที่ยาลงไปโดนแผล

 

“แสบเหรอครับตัวเล็ก ทนหน่อยนะ”

“นิดหน่อยฮะ” ชางฮยอนมองผมตาแป๋วพร้อมกับกัดริมฝีปากล่างเอาไว้เพื่อกลั้นความรู้สึกแสบ ผมก้มลงเป่าแผลให้ก่อนจะจุมพิตเบาๆ บริเวณใกล้ๆ แผล หลังจากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับดวงตากลมใสนั่น

 

“พี่เป่าให้แล้ว ไม่เจ็บไม่แสบแล้วเนอะ เดี๋ยวแป๊บเดียวก็หาย”

“แค่พี่จงฮยอนทำแผลให้ก็ไม่เจ็บแล้วฮะ” หลังจากที่คนตัวเล็กตอบกลับมาพร้อมสายตาที่สื่อความหมายตามที่พูด ผมจึงรีบเอาผ้าก๊อซมาวางปิดแผลแล้วดึงเทปใสกันน้ำมาติดทับอีกที

 

“เรียบร้อยแล้ว”

“ขอบคุณนะฮะ” ผมขยี้หัวน้องด้วยความเอ็นดู รอยยิ้มกว้างของชางฮยอนที่ส่งมาทำให้โลกของผมสดใสขึ้นเยอะเลยครับ แต่แล้วตอนที่ผมกำลังเดินเอากล่องปฐมพยาบาลไปเก็บก็ดูเหมือนว่าชานฮีจะโทรเข้ามาหาชางฮยอนพอดี

 

“ผมอยู่ที่คอนโดพี่จงฮยอนฮะ...ฮยองไม่ต้องมาก็ได้...แต่ว่า...ก็ได้ฮะ...โอเค...” เท่าที่ผมจับใจความได้ ผมว่าอีกสักพักชานฮีคงตามมาที่คอนโดแน่ๆ ผมเลยจัดการโทรไปขอกำลังเสริมจากไอ้บยองบ้าง เผื่อไว้ก่อนถ้าระเบิดลงผมจะได้มีเกราะกำบัง แต่ความจริงก็ไม่ใช่ความผิดผมนะครับ ผมไม่ได้เป็นคนทำให้น้องเจ็บตัวสักหน่อย ผมออกจะเป็นคนดีช่วยพาน้องมาทำแผลให้อีกต่างหาก หวังว่าชานฮีจะยอมฟังผมบ้างก่อนที่จะหมายหัวผมนะ

.

.

.

หลังจากที่ผมเป็นคนกลางช่วยเจรจาสงบศึก(?) ให้ชานฮีกับไอ้จงเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมก็เป็นฝ่ายอาสาไปส่งสองพี่น้องที่บ้านแต่จงฮยอนก็ยังไม่วายขอติดรถไปด้วย สุดท้ายมันก็เลยต้องมานั่งข้างคนขับอย่างผมแล้วให้สองพี่น้องเขานั่งเบาะหลังด้วยกันไป ผมลอบมองใบหน้าหวานผ่านกระจกหลังเป็นระยะ แล้วก็มีจังหวะนึงที่ดวงตากลมสบเข้ากับผมพอดี ชานฮีส่งยิ้มบางๆ กลับมาให้ผมก่อนจะหันไปคุยกับชางฮยอนต่อ

 

เมื่อมาถึงหน้าบ้านของสองพี่น้องไอ้จงก็ขออนุญาตไปคุยและร่ำลาชางฮยอนเป็นการส่วนตัว ผมกับชานฮีก็เลยได้คุยกันสองต่อสองเช่นกัน ผมยังจำได้ดีที่ชานฮีเคยบอกกับผมไว้ว่าชางฮยอนเป็นคนพิเศษและเปราะบางกว่าคนอื่น ถึงแม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วชานฮีหมายความว่ายังไง แต่ผมก็เข้าใจนะว่าร่างบางคงมีเหตุผลบางอย่างที่จะเป็นห่วงน้องชายขนาดนี้

 

“ชานฮียา...”

“หืม ว่าไงฮอนนี่”

“ไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันนานแล้วเนอะ...เรา...ไปเดทกันไหม”

“ตอนนี้เนี่ยนะ ตลกแล้ว”

“ไม่ใช่สักหน่อย หมายถึงว่า...เรานัดกันไป...”

“เอาสิ ว่าแต่คุณไกด์จะพาผมไปเที่ยวไหนครับ”

“นัมซานทาวเวอร์เดทเป็นไง”

 

“คอล” ร่างบางตอบตกลงเสียงใสพร้อมใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มกว้าง ผมรวบร่างบางเข้ามากอดเอาไว้แน่น ผมอยากจะหยุดเวลาที่มีแค่เราสองคนเอาไว้แบบนี้ให้นานเท่านาน อยากจะเก็บรอยยิ้มหวานของคนในอ้อมกอดเอาไว้เป็นของผมคนเดียว

 

“ฮยอง เข้าข้างในกันเถอะฮะ”

“อื้อ ฮอนนี่ขับรถกลับดีๆ นะ แล้วเจอกัน

“ฝันดีนะครับ” ผมจุตพิตที่หน้าผากมนเบาๆ ผมและไอ้จงยืนโบกมือจนสองพี่น้องเดินเข้าบ้านไป

.

.

.

TALK:;
มาอัพต่อแล้วค่า อัพถี่ๆ เจอกันทุกวันศุกร์ตามสัญญา^^
มาให้ได้กักตุนความหวานและความมุ้งมิ้งกันยาวๆ ไป
เดินทางมาถึง 1 ส่วน 3 ของเรื่องแล้ว เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้นจริงๆ แล้วนะ
เตรียมตัวเตรียมใจกันไว้ให้พร้อมด้วยนะคะ
สกรีมฟิคติด #SinceNov พูดคุยติชม เมนชั่นมาเมาท์กันได้ที่ @boseoklee นะคะ
สุดท้ายฝากเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยน้าาาา ^0^

 


CRY .q

164 ความคิดเห็น

  1. #126 Fpc Man U (@fpcmanu) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 เมษายน 2558 / 23:46
    เตรียมตัวรอเนื้อเรื่องที่เข้มข้นขึ้นแล้วค่ะ จะดราม่ามั้ยน้า???
    #126
    0
  2. #125 aaofaaff (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 เมษายน 2558 / 12:21
    สวีทกันเพราะอาหารอีกแล้วหมูน้อยยยยยยยยยยยย



    ดาเนียลคะ อย่าเศร้าแบบนี้เราเศร้าตามเลย



    ทำไมบยองชาน สวีทเกิ๊น เลิกหวงน้องได้แล้วชานนี่ย๊าาาาา
    #125
    0
  3. #124 honeyjoe20 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 เมษายน 2558 / 10:28
    งื้อสงสารเดเนียลอ่ะ....แค่นี้ก้อน้ำตาไหลแล้ว
    #124
    0