Since; The last November [TEENTOP]

ตอนที่ 13 : Since; {Touch”Period XII} + Valentine Special

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 137
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 เม.ย. 58

{Touch”Period XII}


     BGM: My Valentine by Nichkhun feat. Taecyeon

 

ผมนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงใหญ่พลางทอดถอนหายใจออกมา คืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่ผมมีเรื่องให้คิดมากมายอยู่ในหัว ความคิดร้อยแปดล้านพันเรื่อง สับสน เวียนวน ตีกันไปหมด ทั้งๆ ที่เรื่องความรักของผมกำลังจะดีขึ้น ทุกอย่างกำลังจะลงตัวแล้วแท้ๆ แต่เรื่องของบยองฮอนกับแดเนียลในช่วงที่ผ่านมานี้ก็ทำให้ผมเป็นกังวล ชีวิตคนเรานี่มันไม่แน่นอนจริงๆ นะครับ ผมคงต้องรีบเคลียร์ตัวเองแล้วตกลงกับชางฮยอนอย่างจริงจังเสียที ผมพยายามข่มตานอนให้หลับแต่มันก็ดูจะเป็นการยากที่ผมจะหลับลงในคืนนี้

“เฮ้อ...”

.

.

.

เช้านี้ผมตื่นแต่เช้าและรีบออกไปมหาลัย ถึงแม้ว่าผมจะมีเรียนช่วงบ่ายก็เถอะ จะให้ถูกคือผมแทบไม่ได้นอนเลยมากกว่า ก็มันนอนไม่หลับนี่ครับ ผมตั้งใจไว้แล้วว่ายังไงวันนี้ผมก็ต้องไปเคลียร์กับอึนคโยให้รู้เรื่อง เพราะถ้าเธอยังคอยตามติดผม และทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของผมอยู่แบบนี้ ผมกับชางฮยอนคงไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแน่ๆ อีกอย่าง ผมก็ควรจะทำตามสัญญาที่ได้ให้ไว้กับชานฮีให้สำเร็จสักที เพราะยิ่งปล่อยให้ค้างคา ยิ่งนานไปจะยิ่งไม่ดี

 

ผมเดินแกร่วไปมาอยู่บริเวณโถงใต้ตึกคณะ โดยปกติแล้วอึนคโยมักจะมาซ้อมเต้นแต่เช้า แต่ถ้าจะให้ผมขึ้นไปหาเธอถึงห้องซ้อมก็ดูจะเสี่ยงไปหน่อย บรรยากาศรอบกายผมตอนนี้มีคู่รักหลายๆ คู่เดินจูงมือกัน บ้างก็มาพร้อมดอกกุหลาบช่อโต บ้างก็หอบหิ้วตุ๊กตาหมีตัวยักษ์มาด้วย หรือบางคนก็มีเพียงกล่องช็อคโกแลตกล่องเล็ก ถึงแม้วันนี้จะยังไม่ใช่วันวาเลนไทน์ แต่เนื่องจากวันวาเลนไทน์ตรงกลับวันเสาร์จึงทำให้คู่รักต่างพากันแสดงความรักและมอบของให้กันและกันในวันนี้ แน่นอนว่าผมเองก็เตรียมเซอร์ไพรส์และของขวัญพิเศษไว้ให้คนตัวเล็กของผมแล้วเช่นกัน

 

“โอ๊ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอกันเลย ฉันคิดถึงจัง” หญิงสาวที่ผมกำลังตามหาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสก่อนจะเดินมาคล้องแขนผมไว้เหมือนที่เคยทำ

 

“ผมกำลังตามหาคุณอยู่พอดีเลย เรามีเรื่องต้องคุยกัน” ผมบอกคนตรงหน้าไป ดีนะครับที่ผมไม่ได้ถือช่อกุหลาบมาด้วย ไม่อย่างนั้นคงได้มีการเข้าใจผิดเกิดขึ้นแน่ และความตั้งใจที่ผมจะตัดขาดกับอึนคโยก็คงเป็นไปได้ยากขึ้น

“ว่ายังไง มีอะไรจะพูดกับฉันหรอ อย่าบอกนะว่า... ความจริงฉันก็พอจะเดาได้ล่ะนะ จงฮยอนอยากให้ฉันประทับใจในวันวาเลนไทน์ใช่ไหมล่ะ” อึนคโยเอ่ยเสียงใสพร้อมมองหน้าผมด้วยแววตาเพ้อฝัน

 

“เราไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟดีกว่านะ”

“ได้สิ” ผมจูงมือเธอให้รีบเดินตามมาเพราะกลัวว่าจะมีใครมาเห็นเราสองคนอยู่ด้วยกันและเข้าใจผิด ส่วนอึนคโยก็ยังคงควงแขนผมไว้ไม่ยอมปล่อย เธอดูมีความสุขมาก ความรู้สึกลำบากใจเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของผม แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องบอกเธอว่าผมไม่ได้คิดอะไรกับเธอ ไม่อย่างนั้นผมกับชางฮยอนก็คงไม่ได้คบกันเสียที

 

หลังจากที่ผมจัดการสั่งเครื่องดื่มเสร็จเรียบร้อยและยกมาวางให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามผม เธอก็ได้แต่ส่งยิ้มหวานและนั่งจ้องผมอย่างใจจดใจจ่อ อึนคโยจะรู้สึกยังไงนะหากคำพูดที่เธอรอฟังจากปากผมนั้นออกมาไม่เหมือนที่เธอคาดหวังเอาไว้ ผมจะบอกเธอยังไง เธอถึงจะไม่รู้สึกแย่เพราะอย่างน้อยอึนคโยก็เป็นเพื่อนร่วมเอกที่ดีคนนึงของผมเลย แต่ถ้าผมไม่เฉียบขาดอึนคโยก็อาจจะเข้าใจผิดและคิดว่าผมให้ความหวังเธอ

 

“เอ่อ...คือว่า...”

“มีอะไรก็พูดมาเถอะ ฉันรอฟังอยู่นะ” อึนคโยเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริงพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ถูกส่งมาให้ผม ผมพยายามรวบรวมความคิด เรียบเรียงคำพูดที่เตรียมมา ตั้งสมาธิก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับปรับโทนเสียงของตัวเองให้ดูนุ่มนวลและจริงใจที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอย่างน้อยเธออาจจะยังยอมเป็นเพื่อนผม

 

“คือผมรู้นะว่าคุณคิดยังไงกับผม ผมขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆ ที่มีให้ผมมาตลอด แล้วผมก็อยากจะขอโทษกับสิ่งที่ผมทำลงไป และกับอะไรหลายๆ อย่างที่อาจจะทำให้คุณเข้าใจเจตนาของผมผิดไป แต่ตอนนี้ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้วและผมก็ไม่อยากให้เขาต้องคิดมาก ไม่สบายใจ หรือว่าเข้าใจผิดเรื่องของเราอีก”

 

“มะ...หมายความว่ายังไง จงฮยอนนี่ต้องการจะสื่ออะไร กำลังพูดเรื่องอะไรอยู่หรอ”

“ผมไม่อยากให้คุณมาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของผมอีกเพราะผมไม่ได้คิดกับคุณแบบนั้น แต่เรายังเป็นเพื่อนกันได้นะ” ผมเห็นอึนคโยนั่งกำมือแน่นก่อนที่น้ำใสๆ จะไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวยของเธอ

 

“อย่าร้องไห้เลยนะ ผู้หญิงสวยๆ อย่างคุณไม่เหมาะกับน้ำตาหรอก แล้วอีกอย่าง เชื่อผมสิว่าคุณต้องได้เจอกับผู้ชายที่ดีกว่าผมแน่นอน” ผมลุกขึ้นไปตบบ่าเธอเบาๆ เป็นการปลอบใจก่อนจะลุกเดินออกมา เพราะถ้าหากผมอยู่ต่อแล้วเธอร้องไห้หนักกว่านี้ผมต้องใจอ่อนอีกแน่ๆ ผู้ชายอย่างผมเกลียดน้ำตาผู้หญิงที่สุดเลยครับ เพียงแค่น้ำตาก็ทำให้ความตั้งใจทั้งหมดพังทลายลงได้ อย่างที่เขาบอกนั่นแหละครับว่าผู้ชายแพ้น้ำตาผู้หญิง

.

.

.

โชคดีที่วันนี้ผมเลิกเรียนเร็วกว่าคนตัวเล็กเลยมีเวลามากพอให้ผมได้เตรียมของขวัญที่ตั้งใจเอามาเซอร์ไพรส์อีกคน ผมเองก็ไม่มั่นใจหรอกครับว่าของที่ผมเตรียมไว้มันจะถูกใจชางฮยอนรึเปล่า แต่ผมก็คิดว่าอย่างน้อยๆ สิ่งที่ผมจะให้คงพอทำให้ผมได้เห็นรอยยิ้มสวยๆ ของคนน่ารักเป็นแน่ หลังจากที่ตรวจความเรียบร้อยของของขวัญและตัวเองเสร็จแล้ว ผมก็จัดการกดพิมพ์ข้อความนัดแนะสถานที่สำหรับภารกิจอันยิ่งใหญ่ของผมในวันนี้ไปให้กับชางฮยอน ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเป็นการรวบรวมสติ และสมาธิ ยังไงวันนี้ผมก็ต้องทำให้สำเร็จ

 

ผมเดินเตร็ดเตร่อยู่ที่สะพานข้ามทะเลสาบภายในมหาลัยจนเวลาผ่านไปชั่วโมงกว่าแล้ว แต่กลับไม่มีแม้แต่ข้อความตอบกลับมา ทั้งๆ ที่โปรแกรมแชทที่ผมใช้คุยกับอีกคนนั้นขึ้นหราว่าอีกฝ่ายอ่านแล้ว ทำไมตัวเล็กถึงไม่ตอบผมนะ ทั้งๆ ที่ผมตั้งใจไว้ว่าจะพาตัวเล็กมาสูดอากาศบริสุทธิ์ ทั้งๆ ที่ตั้งใจว่าหลังจากที่ผมบอกความในใจออกไปเราจะได้ยืนดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน นี่ผมตั้งใจและพยายามจะทำทุกอย่างให้ออกมาดีและโรแมนติกสุดๆ แล้วนะครับ แต่คนสำคัญที่ผมรอเขากลับไม่มา ในเมื่อข้อความก็ไม่ตอบ โทรไปก็ไม่รับ ผมเลยตัดสินใจกลับไปแถวตึกเรียนรวมเผื่อว่าชางฮยอนจะยังอยู่แถวนั้น

 

ผมวิ่งไปวิ่งมาและกวาดตามองหาไปทั่ว ในที่สุดผมก็เจอคนน่ารักของผมเดินอยู่กับใครอีกคนที่ตัวสูงกว่าหน่อย ผมว่าผมเคยเห็นชางฮยอนอยู่กับคนนี้บ่อยรองจากแดเนียล ซึ่งหลังๆ มานี้ก็เหมือนจะอยู่ด้วยกันบ่อยขึ้นเพราะแดเนียลไม่ค่อยได้มาเรียน ถึงมาก็มักจะถูกไอ้บังลากไปไหนมาไหนอยู่เรื่อย

 

“ตัวเล็ก!!!” ผมตะโกนเรียกเพื่อหวังให้อีกคนหยุดรอผม แล้วมันก็ได้ผลเพราะทั้งสองคนหยุดเดินและหันมามองผม ผมจึงค่อยๆ เดินเข้าไปหา และรวบรวมสติตัวเองอีกครั้ง

 

“พี่จงฮยอนของนายมาโน่นแล้ว”

“ไม่ใช่ของฉันสักหน่อย นายบอกเองไม่ใช่หรือไงว่าเห็นพี่จงฮยอนอยู่กับผู้หญิงคนนั้น”

“ฉันก็แค่มาบอกตามที่เห็น แต่ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขาสองคนมันคืออะไร ลึกซึ้งแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันว่าฉันดูไม่ผิดคือพี่จงฮยอนอะไรนั่นเขาชอบนายมากนะชางฮยอน”

 

“แต่ว่า...”

“ถ้านายเอาแต่หนีแบบนี้ มันไม่อะไรดีขึ้นหรอกนะ อีกอย่างนายไม่มีทางหนีไปได้ตลอดชีวิตหรอกนะ ลองคุยกันดีๆ มีอะไรก็พูดกับพี่เขาตรงๆ ข้องใจอะไรก็ถามไปเลย บางทีคำตอบของพี่เขาอาจจะเป็นสิ่งที่นายรอฟังอยู่ก็ได้นะ” ผมเห็นคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ชางฮยอน โอบไหล่ตัวเล็กของผมและตบบ่าเบาๆ ก่อนที่ชางฮยอนจะอมยิ้ม ถึงจะเป็นเพื่อนกันก็เถอะ สนิทกันแค่ไหนแต่มาทำแบบนี้ผมว่ามันไม่ค่อยถูก

 

“ไง ทำไมอ่านข้อความพี่แล้วไม่ตอบล่ะครับ ตัวเล็ก”

“...” ผมพยายามฉีกยิ้มกว้าง และพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อนสุดชีวิตแล้วนะครับ แต่ชางฮยอนกลับเงียบแถมทำหน้านิ่งใส่ผมอีก ไอ้เพื่อนตัวดีก็ยังคงโอบไหล่ตัวเล็กของผมต่อไป

 

“พี่โทรหาก็ไม่รับ โกรธอะไรพี่รึเปล่าคร้าบ”

“เปล่า...” ตอบมาสั้นๆ ห้วนๆ แบบนี้ชัดเลยครับ โกรธชัวร์ เปล่าแปลว่าโกรธ นี่ผมไปทำอะไรไว้อีกเนี่ย ถ้าถึงหูชานฮีผมโดนเอาตายแน่ๆ ไม่รู้ล่ะยังไงวันนี้ผมก็ต้องทำภารกิจให้สำเร็จ

 

“เปล่าแล้วทำไม่ไม่รับโทรศัพท์พี่ล่ะคร้าบ พี่ไปรอตั้งนานแหนะ”

“ในห้องสมุดห้ามใช้โทรศัพท์นี่ฮะ”

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ เอ่อ...ขอโทษครับ” ไอ้เด็กเวรนี่ อยู่ดีไม่ว่าดี ดันทะลึ่งมาขำแทรกตอนผมกำลังง้อตัวเล็กอยู่อีก ผมชักหงุดหงิดแล้วนะ ไม่เข้าใจว่ามันจะมายืนอยู่เป็น ก ข ค เอ บี ซี ดี ให้ได้อะไร

 

“เอ่อ...ชางฮยอนนา... คุยกับพี่เขา...ดีๆนะ...เรากลับก่อนล่ะ”

“อื้อ ขอบใจมากนะจินซอกอา...กลับบ้านดีๆ นะ ไว้คุยกัน” หลังจากที่ผมส่งสายตาดุๆ ไปให้ เจ้าหมอนี่มันก็รู้งานใช้ได้แฮะ ทำดีๆ แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจคือทำไมตอนชางฮยอนตอบผมนี่โคตรห้วนเลยครับ เสียงงี้แข็งเชียว แต่ทำไมพอคุยกับเพื่อนนี่เสียงใสเชียวแล้วไหนจะยังส่งยิ้มหวานๆ ไปให้มันอีก ชเวจงฮยอน พ่ายแพ้ต่อเด็กรุ่นน้องแล้วครับ ตัวเล็กใจร้าย

 

“พี่จงฮยอนมีอะไรก็พูดมาสิฮะ ผมจะได้รีบกลับบ้าน”

“ทำไมตัวเล็กไม่ไปตามนัดพี่ล่ะคร้าบ”

“ผมไม่ว่าง ต้องมาหาข้อมูล ต้องยืมหนังสือไปทำรายงาน”

“แล้วทำไมไม่บอกพี่ล่ะครับ พี่จะได้มาช่วย”

“จินซอกมาเป็นเพื่อนแล้ว ผมไม่อยากรบกวนเวลาพี่จงฮยอนหรอกฮะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมกลับก่อนนะ” สถานการณ์ฉุกเฉิน เมเดย์ เมเดย์ อาการหนักเข้าขั้นโคม่าแล้วครับ ผมจะทำยังไงดีเนี่ย คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าไปทำอะไรไว้

 

“ตัวเล็กโกรธอะไรพี่ครับ มีอะไรก็บอกสิ โกรธแล้วไม่พูดอะไร แล้วแบบนี้พี่จะรู้ได้ยังไงล่ะ มีอะไรก็บอกกันตรงๆ สิครับ”

 

“แล้วพี่จงฮยอนมีอะไรจะบอกผมรึเปล่าล่ะครับ” กระแทกเสียงตรงคำว่าบอกซะชัดเจนขนาดนี้แสดงว่ามีเรื่องที่รอฟังผมพูดอยู่แน่ๆ ไหนๆ ก็ถามมาซะขนาดนี้แล้ว ผมพูดออกไปตอนนี้จะดีไหมนะ

 

“มีสิครับ ก็ที่พี่นัดเราไปวันนี้ก็เพราะมีเรื่องสำคัญจะบอก...ชางฮยอนนา....รู้ใช่ไหมว่าพี่...ชอบชางฮยอนนะ”

“ถ้านี่คือสิ่งที่พี่อยากจะบอกผมก็ไม่ต้องพูดต่อแล้วฮะ เพราะผมไม่รู้ว่าจะเชื่อคำพูดของพี่ได้อีกไหม”

“ตัวเล็กหมายความว่ายังไงครับ พี่งงไปหมดแล้วนะ”

“ผมก็อยากจะเชื่อนะฮะว่าพี่ชอบผมเพราะผมเองก็รู้สึกดีๆ กับพี่เหมือนกัน แต่ผมก็ไม่อยากหลอกตัวเองแล้ว ทั้งๆ ที่เมื่อเช้าพี่เดินควงกับใครอีกคน ทั้งๆ ที่ไปนั่งสวีทกันที่ร้านกาแฟ ทำไมพี่ถึงยังกล้ามาบอกชอบผมอีก”

 

สิ่งที่ออกมาจากปากของชางฮยอนทำเอาผมอึ้ง ผมไม่คิดว่าชางฮยอนจะมาเห็นผมอยู่กับอึนคโยแล้วเข้าใจผิดไปใหญ่โตขนาดนี้ ผมไม่ได้จะแก้ตัวเพียงแต่ผมอยากจะขอโอกาสจากร่างเล็กตรงหน้าให้ผมได้อธิบายถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น แต่ผมเองก็เริ่มไม่แน่ใจว่าชางฮยอนจะยอมมอบโอกาสนั้นให้ผมหรือไม่

 

“ตัวเล็กเห็น...”

“มันไม่สำคัญหรอกฮะ ว่าผมจะเห็นเองกับตา หรือว่ามีคนอื่นมาเล่าให้ฟัง สิ่งที่พี่จงฮยอนทำลงไปต่างหากที่สำคัญกว่า ปล่อยผมไปเถอะนะฮะ ผมไม่อยากให้ความรู้สึกดีๆ ที่ผมมีต่อพี่มันลดน้อยลงไปกว่านี้อีกแล้ว”

 

“พี่จะไม่รั้งเราไว้ ถ้าหลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ แล้วตัวเล็กหมดความมั่นใจในตัวพี่ ถ้าตัวเล็กตัดสินใจที่จะไปพี่ก็จะไม่ว่าอะไร แต่ขอโอกาสให้พี่ได้อธิบายก่อนได้ไหม” ริมฝีปากบางของชางฮยอนเม้มเข้าหากันแน่นแสดงให้เห็นว่าร่างเล็กตรงหน้ากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก เมื่อชางฮยอนเอาแต่นิ่ง และก็ไม่ได้แสดงท่าทีปฏิเสธแต่อย่างใด ผมจึงเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดทั้งหมดในวันนี้ให้คนตรงหน้าผมฟัง

 

“ตอนนี้พี่ก็เคลียร์ตัวเองแล้ว ถึงเวลาที่ตัวเล็กต้องตอบคำถามพี่บ้างแล้วนะ”

“ผมขอโทษนะฮะ ขอโทษที่งี่เง่า ขอโทษที่ไม่ถามพี่จงฮยอนตรงๆ ขอโทษที่ไม่เชื่อในตัวพี่” ร่างเล็กได้แต่ก้มหน้างุดๆ ดวงตากลมใสหลุบต่ำลง ชางฮยอนจะรู้บ้างไหมนะว่าท่าทางแบบนี้ในสายตาผมมันน่ารักสุดๆ ไปเลย น่ารักจนผมแทบจะอดใจที่จะรวบคนตัวเล็กเข้ามากอดไม่ไหว

 

“ไม่เห็นต้องขอโทษพี่เลย สถานการณ์ตอนนั้นเป็นใครมาเห็นก็คงเข้าใจผิดทั้งนั้นแหละ เอาเป็นว่าเราเข้าใจกันแล้วนะ” ร่างเล็กตรงหน้าพยักหน้าหงึกๆ พร้อมกับส่งยิ้มเขินๆ มาให้ ผมก็เข้าใจนะ ว่าทำไมตัวเล็กถึงโกรธ เพราะขนาดเมื่อกี้ตอนชางฮยอนอยู่กับเพื่อนผมยังเกือบหน้ามืดพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อมัน แล้วนี่เป็นผมกับอึนคโยซึ่งตัวเล็กก็รู้ว่าผมกับเขาเคยมีซัมติงกันมาก่อน แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่ผมจะต้องรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อที่จะทำให้ผมมีสิทธิ์ในการหึงหวงคนน่ารักของผมได้เต็มรูปแบบเสียที

 

“ตัวเล็กครับ ไปกับพี่หน่อยนะ พี่มีอะไรจะให้ แล้วก็ยังมีอีกเรื่องที่ต้องบอกตัวเล็กด้วย” ผมยื่นมือไปตรงหน้าชางฮยอน น้องส่งยิ้มบางๆ มาให้ก่อนจะวางมือนิ่มลงบนมือผม ผมก็เลยประสานมือตัวเองกับมือเล็กแล้วจูงน้องให้เดินตามมา ถึงแม้จะไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้แต่ผมก็คิดว่าวันนี้จะต้องจบลงด้วยดีแน่ๆ

.

.

.

พอมาถึงลานจอดรถที่ตอนนี้เหลือรถอยู่เพียงไม่กี่คันเพราะนักศึกษาคนอื่นๆ คงทยอยกลับกันไปแล้ว ผมจึงเดินไปเปิดท้ายรถของผมเพื่อให้อีกคนได้นั่งรอ อากาศตอนเย็นแบบนี้มีลมพัดเบาๆ กำลังสบายคนตัวเล็กของผมนั่งห้อยขาอยู่ที่ท้ายรถก่อนจะส่งยิ้มน่ารักมาให้ผม

 

“รอพี่แป๊บนึงนะ” ผมเดินอ้อมไปที่ประตูฝั่งคนขับก่อนจะหยิบ ช่อขนมออกมา คือจริงๆ แล้วมันก็คล้ายๆ ช่อดอกไม้แหละครับเพียงแต่ว่าสิ่งที่รวมกันเป็นช่อมันไม่ใช่ดอกไม้สดเหมือนทั่วไปแต่ว่ามันเป็นสตรอเบอร์รี่สดผสมกับสตรอเบอร์รี่ดิปไวท์ช็อคโกแลตครับ ถึงมันอาจจะไม่ได้สวยมาก แต่ผมว่าชางฮยอนต้องชอบแน่ๆ เพราะรายนั้นชอบกินสตอร์เบอร์รี่มากถึงมากที่สุดเลยล่ะครับ

 

“นี่ครับ แฮปปี้วาเลนไทน์เดย์นะ ชอบป่าว”

“ว้าว นี่มัน... สตรอเบอร์รี่นี่ฮะ”

“ช่าย...ลูกที่ดิปมันอาจจะเลอะๆ เทอะๆ ไปหน่อยนะ พอดีพี่ดิปเองอ่ะ แหะๆ”

 

“ไม่เห็นเลอะเทอะเลย น่ากินออก ขอบคุณนะฮะ แฮปปี้วาเลนไทน์ฮะ พี่จงฮยอนไม่เห็นบอกเลยว่าเตรียมของขวัญไว้ให้ผมอ่ะ ดูสิฮะ ผมเลยไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้เลย” คนตัวเล็กยู่หน้าเล็กน้อยก่อนจะหยิบสตรอเบอร์รี่ลูกนึงขึ้นมา แต่ก็ยังไม่วายหันมาถามผม

 

“เออ...งั้นผมกินเลยนะฮะ” ดูสิครับว่าตัวเล็กของผมน่ารักขนาดไหน

 

“เอาสิ กินเลย ก็มันเป็นของตัวเล็กนี่ครับ” ผมตอบพลางขยี้หัวคนตัวเล็กตรงหน้าเบาๆ ชางฮยอนหยิบสตรอเบอร์รี่เข้าปากพลางเคี้ยวตุ้ยอย่างมีความสุข ก่อนจะหยิบอีกลูกมาป้อนผม เด็กน้อยข้างๆผมช่างน่าเอ็นดูเหลือเกิน ผมวางมือลงบนหัวชางฮยอนพลางโยกไปมาเบาๆ สูดหายใจลึกๆ อีกรอบเพื่อรวบรวมกำลังใจ

 

“ตัวเล็กครับ...”

“มีอะไยหยอฮะ” ชางฮยอนที่กำลังเคี้ยวสตรอเบอร์รี่อยู่เต็มปากหันมามองผมตาแป๋ว

“พี่จงฮยอนคนนี้รักชางฮยอนนะครับ คบกับพี่นะ” ผมกุมมือร่างเล็กเอาไว้หลวมๆ ส่วนเจ้าของมือที่ผมกุมไว้ก็เอาแต่ก้มหน้างุด

 

“...”

“เงียบอีกแล้วอ่ะ ไม่เอาแบบนี้สิครับ ตอบพี่หน่อยนะ”

“...” นอกจากจะก้มหน้าไม่กล้าสบตาผมแล้วตอนนี้ชางฮยอนยังดึงมือออกไปจากการเกาะกุมของผมด้วย

 

“อ่ะ ไม่ตอบก็ไม่ตอบ งั้นเอางี้ พยักหน้าก็ได้นะ ถ้าตกลงคบกับพี่ พยักหน้าหน่อยนะ” วินาทีนี้ใจผมเต้นแรงมากเลยครับ จริงๆ ผมก็พอจะเคยจีบสาวมาบ้างนะ แต่ไม่รู้ว่าทำไมพอเป็นชางฮยอนผมถึงได้ตื่นเต้นขนาดนี้ พยักหน้าสักทีเถอะครับ ผมจะขาดใจตายแล้วเนี่ย ผมไม่ได้เผื่อใจมาสำหรับการถูกปฏิเสธด้วยนะ ชเวจงฮยอนเอ้ย

 

“เยส!!!” และแล้วผมก็ได้กระโดดสุดตัวด้วยความดีใจเมื่อคนข้างกายพยักหน้าตอบรับผมเบาๆ ผมก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของร่างเล็กอย่างแผ่วเบาก่อนจะหยิบของขวัญอีกชิ้นที่เตรียมไว้ออกมา

 

“ส่งข้อมือมาสิครับ ของคู่ชิ้นแรกของเรา” มันคือสร้อยข้อมือที่ทำจากเชือกหนังโดยมีแผ่นสแตนเลสอยู่ตรงกลางแต่ที่พิเศษกว่าสร้อยข้อมือทั่วไปก็คือตัวหนังสือที่ถูกสลักลงไปว่า ‘2Hyun’ เหมือนกันทั้งสองเส้น โดยของชางฮยอนเป็นเชือกหนังสีน้ำตาลส่วนของผมเป็นเชือกหนังสีดำ

 

“เป็นแฟนพี่แล้วนะ ต่อไปนี้ถ้ามีใครมาเกาะแกะ ทำให้ตัวเล็กรำคาญหรือไม่สบายใจบอกพี่เลยนะ พี่จะได้ไปจัดการให้ ไปขึ้นรถเถอะเดี๋ยวพี่พาไปหาอะไรอร่อยๆ กิน”

 

“พี่จงฮยอนก็เว่อร์ไป...” ถึงแม้ชางฮยอนจะแอบบ่นเบาๆ เหมือนพึมพำกับตัวเองแต่ผมก็ยังได้ยินอยู่ดี เพราะตอนนี้มีแค่เราสองคนนี่ครับ ไม่ว่าเสียงของชางฮยอนจะเบาแค่ไหนก็ก้องกังวานสำหรับผมเสมอ ไม่ว่าภาพของชางฮยอนจะพล่ามัวขนาดไหนก็ยังคงชัดเจนสำหรับผมเสมอ และไม่ว่าชางฮยอนจะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายผมก็ยังคงมั่นใจว่าผมจะหาเขาเจอเพราะเขาไม่เคยออกนอกสายตาผมเลยแม้แต่วินาทีเดียว

.

.

.
Valentine Special 

.

.

.

หลังจากที่พวกเราทั้งหกคนจัดการมื้อเย็นกันไปเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็ตัดสินใจยืดเวลาแห่งความสุขต่อออกไปอีกด้วยการไปโนแรบัง(ร้านคาราโอเกะ)กันครับ ซึ่งแน่นอนครับว่าผมเป็นคนเลือกสถานที่ ก็เมื่อก่อนพวกผมมาร้องเพลงที่นี่กันบ่อยๆ อีกอย่างโนแรบังที่นี่มีไอติมฟรี เติมได้ไม่อั้นซึ่งผมมั่นใจว่าจะต้องถูกใจตัวเล็กของผมแน่ๆ

 

“ชานนี่ยา ร้องเพลงให้ฟังหน่อยสิ เสียงคุณแฟนอ่ะ เพราะที่สุดในโลกเลย” ดูมันทำตัวครับ ไอ้บยองมันอ้อนแฟนได้น่าถีบสุดๆ เลยครับ ผมได้ยินเสียงหัวเราะหึหึส่งมาจากมินซู ดูท่าทางแล้วมันก็คงหมั่นไส้ไอ้บยองไม่น้อยไปกว่าผมหรอกครับ

 

“ฮอนนี่ก็เว่อร์ไป แดเนียลร้องด้วยกันนะ”

“ผมหรอ ก็ได้ครับ” แดเนียลส่งยิ้มบางๆ พร้อมตกลงรับคำชวนของชานฮี ส่วนตัวเล็กของผมน่ะหรอครับ หยิบสมุดรายชื่อเพลงมาพลิกไปพลิกมา สุดท้ายก็ปิดแล้ววางกลับไปที่เดิมก่อนจะลุกขึ้นยืน

 

“ผมไปตักไอติมก่อนนะฮะ มีใครจะกินรสอะไรบ้างไหมฮะ ผมจะได้ตักมาให้”

“ชางฮยอนนา นี่ยังกินได้อีกหรอ อ้วนเป็นหมูไม่รู้นะ”

“โถ่ ฮยองอ่ะ ไม่กินก็ไม่มีใครว่าสักหน่อย ทำไมต้องแช่งด้วย ผมเป็นน้องฮยองนะ แดเนียลล่ะ”

“ไม่เป็นไร ยังอิ่มอยู่เลยอ่ะ ขอบใจนะชางฮยอน”

“ผมกินคนเดียวก็ได้ เชอะ!” ชางฮยอนพองแก้มอย่างงอนๆ ก่อนจะออกจากห้องไป

 

“เดี๋ยวกูมานะ”

“ติดแฟนเหลือเกินนะมึงน่ะ ไอ้ขี้เห่อ” ผมได้ยินบยองฮอนแซวไล่หลังมาแต่ผมก็ไม่ได้สนใจ เมื่อผมมาถึงบริเวณล็อบบี้ก็เห็นคนตัวเล็กกำลังมองตู้ซ้ายที ตู้ขวาทีอย่างชั่งใจ ดวงตากลมใสสะท้อนประกายแห่งความสุขออกมาอย่างชัดเจน

 

“ไงครับ ตัดสินใจได้รึยังว่าจะกินรสไหน”

“ฮื่อ...มันน่ากินทุกรสเลย ผมเลือกไม่ถูกเลยฮะ”

“งั้นเลือกมาสองรสก่อน เดี๋ยวพี่ตักให้” ชางฮยอนทำหน้าครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ก่อนที่จะชี้นิ้วไปที่ไอติมสีเขียวเข้มรสโปรด

 

“เอาชาเขียวฮะ แล้วก็...พี่จงฮยอนชอบมิ้นท์ช็อคโกแลตใช่ไหมฮะ งั้นเอามิ้นท์ช็อคด้วย เราจะได้แบ่งกันกิน” คนตัวเล็กข้างกายหันมายิ้มกว้างให้ผม ชางฮยอนตักไอติมเข้าปากทันทีที่รับถ้วยไปจากผม

 

“ไหนใครว่าจะแบ่งกันกินนะ ดูสิเลอะเทอะหมดแล้ว” ผมยีหัวคนข้างกายเบาๆ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วปาดไอติมที่เปื้อนมุมปากของชางฮยอน

 

“โอ๊ะ! ขอบคุณนะฮะ อ้าม...” หลังจากที่โดนผมแซว ตัวเล็กก็เลยหันมาป้อนไอติมรสโปรดให้ผม น่ารักขนาดนี้จะไม่ให้รักได้ยังล่ะครับ

 

“ตัวเล็กรู้ไหมว่า ตัวเล็กเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ที่ดีที่สุด แล้วก็มีค่าที่สุดสำหรับพี่เลยนะ ขอบคุณนะที่ให้โอกาสพี่ได้รักและดูแลเรา” ผมค่อยๆ โน้มตัวลงไปหาชางฮยอนที่ตอนนี้หลับตาพริ้มด้วยความเขิน และตอนที่ผมกำลังจะประทับริมฝีปากลงไปบนปากบางของอีกคน เสียงสวรรค์(?)ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน

 

“ยังไม่ทันไรจะฉวยโอกาสจากน้องฉันแล้วหรอ”

“อูย เปล่าสักหน่อย ใครจะไปกล้า... แล้วนายออกมาทำอะไรอ่ะ”

“มาเข้าห้องน้ำ นายสองคนก็กลับเข้าไปได้แล้ว” ชานฮีพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินไปห้องน้ำอย่างที่บอกไว้ ส่วนชางฮยอนก็หัวเราะคิกคักชอบใจ ชอบเห็นผมโดนพี่ชายหน้าหวานเหน็บแนมนักหรือไง มันน่าน้อยใจชะมัด

 

แล้วผมก็ชางฮยอนก็ต้องชะงัก ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้องแล้วพบว่าบยองฮอนกำลังร้องเพลงอยู่ เอาจริงๆแถวบ้านผมเรียกว่าแหกปากมากกว่า แดเนียลผู้ไม่เคยเจอปรากฏการณ์โซโล่สเตจของอีบยองฮอนถึงกับขำจนตัวงอ ส่วนไอ้บังที่เคยชินเพราะประสบพบเจอกับมหันตภัยมาบ่อยครั้งจนนับไม่ถ้วนแล้ว ก็นั่งชิลพลางจิบชาข้าวอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

 

“มึง ใจเย็นนะ ไปอัดอั้นมาจากไหนวะ ดูแม่งเลือกเพลง”

“ก็ชานฮีไปเข้าห้องน้ำ กูไม่อยากร้องเพลงต่อหน้าเขานี่หว่า”

 

“เออๆ จบเพลงแล้วมึงวางไมค์เหอะ กูขอ ถือว่าเห็นแก่ตัวเล็กของกูเถอะ” ขณะที่ผมนั่งสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ชางฮยอนก็ฟาดแขนไอ้จงเบาๆ โทษฐานที่เอ่ยแซวแฟนของพี่ชายตนเอง แล้วสักพักทุกคนก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อบยองฮอนบ่นน้อยใจกับพรสวรรค์ในการร้องเพลงอันน้อยนิดของตนเอง เมื่อได้โอกาสครองไมค์จงฮยอนก็กดเลือกเพลงคู่เพื่อร้องกับชางฮยอน หลังจากที่ไอ้จงกดเริ่มเพลงได้สักพัก ชานฮีก็กลับเข้ามา สงสัยเจ้าของใบหน้าหวานจะมัวแต่สนใจไอ้บยองที่กำลังนั่งหน้างออย่างเซ็งๆ อยู่คนเดียวตรงมุมห้อง ร่างบางเลยไม่ได้ว่าอะไรที่จงฮยอนร้องเพลงคู่พร้อมส่งสายตาหวานเยิ้มไปให้ตัวเล็กของมัน แล้วแดเนียลก็หันมาบอกผม ขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์

 

ถ้าผมเดาไม่ผิดน้องคงจะออกไปโทรหาที่บ้านเพื่อบอกว่าจะกลับดึก แต่ความจริงแล้วน้องไม่จำเป็นต้องโทรหรอกครับ เพราะผมโทรไปบอกคุณแม่น้องไว้ตั้งแต่ก่อนพาไปกินข้าวแล้วว่าวันนี้จะกลับดึกแต่ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะผมจะเป็นคนขับรถไปส่งน้องถึงบ้านเอง แต่ทำไมแดเนียลถึงหายไปนานจัง ผมตามออกไปดูหน่อยดีกว่า

 

ผมเดินตามทางเดินมาเรื่อยจนมาหยุดอยู่ด้านหลังของแดเนียลที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ได้มายืนอยู่ข้างหลังน้องแบบนี้ผมก็อยากจะแบคฮัคคนตรงหน้าเหลือเกิน แต่ได้แอบฟังน้องคุยโทรศัพท์แบบนี้ก็ดีเหมือนกันเพราะแดเนียลคุยกับคุณแม่น่ารักมากเลยครับ จะว่าผมโรคจิตก็ยอม

 

“โถ่ แม่อ่ะ เป็นห่วงกันบ้างก็ได้นะครับ คำก็พี่มินซู สองคำก็พี่มินซู ตกลงใครเป็นลูกชายแม่กันแน่... แฟนเฟินอะไรกันล่ะครับ ผมกับพี่เขาไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย...ก็...พี่เขาก็น่ารักดี... คร้าบ รู้แล้วน่า... ไม่มีอะไรแล้ว งั้นแค่นี้ก่อนนะครับ” ถ้าใครมาเห็นผมตอนนี้ต้องหาว่าผมบ้าแน่ๆ เพราะผมกำลังยืนยิ้มจนหน้าบานเหมือนคนบ้า ก็มันดีใจนี่ครับ ถึงผมจะไม่รู้ว่าคุณแม่น้องคุยอะไรกับน้องบ้าง แต่การที่มีชื่อผมอยู่ในบทสนทนา แล้วแดเนียลตอบกลับไปว่าพี่เขาก็น่ารักดีแค่นี้ผมก็ตัวลอยแล้วครับ

 

“อุ่ย! มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” ขนาดตกใจยังน่ารักเลยครับ คุณแม่ครับ คุณแม่เลี้ยงน้องด้วยอะไรครับ ทำไมอันแดเนียลถึงได้น่ารักขนาดนี้

 

“มินซูฮยอง!” แดเนียลโบกมือไปมาอยู่ตรงหน้าผม สงสัยผมจะเหม่อนานไปหน่อย แหะๆ

 

“ครับ”

“ฮยองมายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ แล้ว...ฮยองออกมาทำอะไร”

“ก็...เห็นว่าหายไปนาน พี่ก็เลยออกมาตาม เมื่อกี้นี้โทรคุยกับคุณแม่หรอ”

“ครับ ฮยองไม่เห็นบอกผมเลยว่าโทรไปบอกแม่ผมไว้แล้วอ่ะ” สายตาเฉียบคมที่จ้องมองมาทางผมทำให้ผมรู้สึกเหมือนโดนคาดโทษยังไงก็ไม่รู้

 

“โถ่ แดเนียลคร้าบ พี่ก็แค่กลัวว่าคุณแม่จะเป็นห่วงก็เลยโทรไปเรียนให้ท่านทราบก่อน จะได้ไม่เป็นกังวลไงครับ เห็นไหมว่าพี่น่ะรู้ใจเราขนาดไหน แถมยังรู้ใจคุณแม่ด้วย บังมินซูคนนี้พร้อมจะดูแลเทคแคร์อันแดเนียลยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่แล้ว”

 

“ฮยองนี่ขี้โม้ชะมัด”

“ก็แฟนทั้งคนนี่นา”

“ใครแฟนฮยอง ผมไม่คุยด้วยแล้ว โมเมเก่งไม่มีใครเกิน” แดเนียลกรอกตาก่อนจะหันหลังทำเหมือนจะเดินหนีผม แต่ผมก็คว้าแขนเรียวนั้นไว้ซะก่อน ไหนๆ วันนี้ก็วันวาเลนไทน์แล้วลองเสี่ยงสักหน่อยคงไม่เป็นไร

 

“เดี๋ยวสิครับ แดเนียลอา... พี่ทำดีขนาดนี้แล้วไม่เห็นใจกันบ้างเลย พี่อยากได้ของขวัญวันวาเลนไทน์สุดพิเศษแบบไอ้จงบ้างนี่นา”

 

“แบบนี้เขาเรียกทำดีหวังผลชัดๆ ฮยองอ่ะขี้โกง ชอบเข้าทางแม่ผมอยู่เรื่อย”

“ทำดีให้ไปเท่าไหร่แต่เหมือนคนรับเขาจะไม่สนใจเลย เฮ้อ...ยอมแพ้ดีกว่าไหม”

“ก็แล้วแต่นะครับ ถ้าฮยองจะถอดใจผมก็ไม่ว่าอะไร แฮปปี้วานเลนไทน์เดย์นะครับ” น้องหันมาฉีกยิ้มกว้างให้ผมก่อนจะเดินจากไป ทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนว่าแดเนียลสะใจยังไงก็ไม่รู้ที่ได้เอาคืนผม พระเจ้าช่างใจร้าย ทำไมเบื้องบนถึงไม่เข้าข้างผมบ้าง

 

เมื่อผมเดินกลับเข้ามาในห้องก็เห็นแดเนียลนั่งอมยิ้มร้องเพลงประสานกับชานฮีอยู่ ร่างบางดูสดใสและมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด ได้แกล้งผมแล้วอารมณ์ดีเชียว ไม่เป็นไรครับ แค่แดเนียลมีความสุขผมก็โอเค โอเคจริงๆ นะ ปกติผมไม่ใช่คนยอมคนหรอกนะ แต่สำหรับอันแดเนียล บังมินซูคนนี้ยอมได้ทุกอย่าง ต่อจากเพลงหวานๆ ของชานฮีและแดเนียลก็ถึงช่วงที่บยองฮอนและจงฮยอนจับไมค์อีกครั้ง รอบนี้เป็นเพลงแดนซ์มันๆ ที่ไม่เน้นการร้องเท่าไหร่ ถ้าพูดถึงเรื่องแร็พแล้วไอ้บยองก็ไม่แพ้ใครเหมือนกันครับ

 

“แดเนียลอา...”

“มินซูฮยอง! ว่าอะไรนะครับ!” น้องตะโกนกลับมาหาผมเพราะเพลงที่ไอ้จงกับไอ้บยองร้องอยู่นั้นมันส์มากและด้วยบีทที่หนักแน่นทำให้เสียงภายในห้องดังขึ้นรวมถึงบรรยากาศที่ครึกครื้นขึ้นด้วยเช่นกัน

 

“พี่ต้องง้อยังไง ถึงจะยอมคุยกับพี่เนี่ย” ผมหันไปกระซิบที่หูน้อง แต่จริงๆ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไมผมต้องง้อน้อง ผมไม่รู้ว่าน้องโกรธผมรึเปล่า แต่ที่แน่ๆ น้องไม่พูดกับผมครับ เอาเป็นว่าจะงอนไหม ผมไม่รู้แต่ง้อไว้ก่อนเพื่ออนาคตอันสวยงาม

 

“ห๊ะ! ผมไม่ได้โกรธฮยองสักหน่อย!” ดูสิครับ ขนาดพูดยังไม่หันมามองหน้าผมเลย ทั้งๆ ที่หันมากระซิบตอบผมน่าจะง่ายกว่าตะโกนโต้เสียงบยองฮอนที่กำลังแหกปากอยู่อีกครั้ง ผมเลยลองหาวิธีใหม่ดู และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด คราวนี้น้องต้องหันมามองหน้าผมแน่ๆ

 

“ห๊ะ! อะไรนะ! ยอมเป็นแฟนพี่แล้ว!!!” ผมตะโกนเสร็จก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ น้อง แล้วมันก็ได้ผลครับเพราะแดเนียลหันขวับมาหาผมทันทีซึ่งนั่นก็ทำให้ผมได้หอมแก้มนิ่มๆ ของน้องไปหนึ่งฟอด

 

“เฮ้ย! จะสปาร์คแล้วเว้ย ฮิ้ว~” ระหว่างที่ผมกำลังดูโอ้กับไอ้จง ถึงปากผมจะแร็พแต่ตาผมก็เก็บข้อมูลอยู่นะครับ ผมคิดอยู่แล้วเชียวว่าไอ้บังมันต้องมาไม้นี้ เพราะตอนจีบสาวมันก็เคยใช้ครับ พูดเลยว่าซ้ำ ผมกับมันเป็นเพื่อนกันมานาน ไม่แปลกที่ผมจะรู้ทันมินซู

 

“เกินหน้าเกินตานะไอ้บัง แฟนก็ยังไม่ใช่ มึงชิงหอมแก้มน้องเขาซะแล้ว”

“นี่เจ้าเล่ห์แบบนี้กันทั้งแก๊งค์รึเปล่าเนี่ย”

“ป่าวนะ เราไม่เหมือนสองคนนั้นสักหน่อย ชานนี่ยา ร้องเพลงให้ฟังหน่อยสิ เราอยากฟังอ่า นะ นะ นะ” ผมออดอ้อนชานฮีอย่างเต็มที่ ก่อนจะกดเลือกเพลง You’re so beautiful ของจุนซู ที่ชานฮีใช้ในการทดสอบเข้าเอกว้อยซ์ เจ้าของใบหน้าหวานรับไมค์ไปจากผมก่อนที่เสียงหวานจะเปล่งออกมาเป็นทำนองรื่นหู

 

“แหม มึงจ้องชานฮีซะอย่างกับจะกินเขา เก็บอาการหน่อย”

“เรื่องของกู ว่าแต่กู มึงก็ไม่ยอมปล่อยมือชางฮยอนเลยนะ ทำไรเกรงใจพี่ชายเขามั่งเหอะ”

 

ผมสวนกลับจงฮยอนที่มันบังอาจมาขัดอารมณ์สุนทรีย์ของผมก่อนจะหันกลับไปสนใจเจ้าของใบหน้าหวานต่อ เมื่อมาถึงช่วงท้ายเพลง ชานฮีที่ยืนร้องเพลงอยู่หันมามองและสบตากับผมอย่างสื่อความหมายตามเนื้อเพลงท่อนที่ร้องอยู่ แม้เราจะสื่อสารกันผ่านเพลงแต่ผมก็รับรู้ได้ถึงคำว่ารักที่ร่างบางส่งมา ผมสัมผัสได้ว่าชานฮีหมายความตามนั้นจริงๆ ผมจึงยื่นมือออกไปจับไว้กับมือเรียวก่อนจะจูงมือให้ร่างบางมานั่งลงบนตักผม

 

“นอล ซารังฮันตา...” ชานฮีร้องท่อนสุดท้ายของเพลงจบก็หันมาจุ๊บปากผมทีนึงก่อนจะผละออกแล้วส่งยิ้มหวานมาให้ ผมยอมรับครับว่าตกใจนิดหน่อย ก็คนมันไม่ทันได้ตั้งตัวนี่ครับ

 

“โอ้มายก้อด”

“เหยดดด” ชางฮยอนกับจงฮยอนที่อุทานออกมาแทบจะพร้อมกัน จริงๆ ผมก็ไม่คิดว่าชานฮีจะทำอะไรแบบนั้นเหมือนกันครับ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมรู้สึกดีมาก แต่ผมทำไมผมถึงดูเขินอยู่คนเดียวล่ะครับ ผมได้แต่ซุกหน้าลงไปกับแผ่นหลังบางตรงหน้า ส่วนคนที่นั่งอยู่บนตักผมกลับหัวเราะเสียงใสอย่างอารมณ์ดี

 

“ของขวัญวันวาเลนไทน์กูเด็ดป่ะล่ะ” ผมยกยิ้มมุมปากพลางยักคิ้วยั่วโมโหคุณเพื่อนสุดที่รักทั้งสอง

“หึหึ ทำอะไร หัดเกรงใจเพื่อนบ้างก็ดีนะ”  มินซูที่นั่งเงียบมานานเอ่ยแซว

“อิจฉาไอ้บยองมันก็บอก ตัวเองต้องแอบขโมยเขากิน แต่นี่เขาเสิร์ฟให้ถึงที่ อ่อนว่ะ”

“แดเนียลก็อย่าใจแข็งนักเลย คิกคิก”

“ใช่ๆ แค่นี้ จากหมาป่าก็กลายเป็นลูกหมาแล้วคร้าบ ฮ่าๆๆๆ” เมื่อไอ้จงเป็นคนเปิดประเด็น แล้วชานฮีชงต่อขนาดนี้ ผมก็รีบตบสิครับ จะรออะไรอยู่ จังหวะไหนเบี่ยงประเด็นได้ ผมต้องลุยก่อนล่ะครับ ก่อนที่คนสวยของผมจะโดนแซวหนักไปกว่านี้ แต่ดูเหมือนว่าน้องแดเนียลของไอ้มินซูจะตั้งรับไม่ทัน นั่งก้มหน้าจนกางจะชิดอกอยู่แล้ว ผมกะจะแกล้งมินซูต่อสักพัก แต่พนักงานเข้ามาแจ้งว่าหมดเวลาแล้วเสียก่อน

 

“เออ งั้นกูไปส่งน้องก่อนนะ ไปครับแดเนียล”

“ขับรถดีๆ ล่ะมึง”

“บ๊ายบาย เจอกันพรุ่งนี้นะ”

“งั้นเราก็กลับกันเถอะ ชางฮยอน” ทันทีที่ชานฮีหันไปบอกน้องชายสุดที่รัก ไอ้จงมันก็มากระตุกแขนผมพร้อมส่งสายตาเว้าวอนมาให้ผม ถึงจงฮยอนไม่ทำผมก็คิดไว้อยู่แล้ว ดึกขนาดนี้เรื่องอะไรผมจะยอมให้ชานฮีหนีกลับบ้านล่ะครับ

 

“ชานนี่ยา นี่ก็ดึกมากแล้ว ไปค้างที่คอนโดเถอะนะ”

“ใช่ๆๆ ไอ้บยองพูดถูก ตัวเล็กคร้าบ ไปค้างกับพี่เถอะนะ” ชานฮีถึงกับหันขวับไปมองไอ้จงพร้อมกับรังสีอำมหิตที่ถูกส่งผ่านจากตาคู่สวย

 

“เอ่อ...คือ...มึง...ช่วยกูด้วย”

“ไอ้จงมันก็แค่เป็นห่วงน่ะ ไปคอนโดพวกเราเถอะนะ ชานฮีนอนกับชางฮยอนที่ห้องไอ้จงแล้วเดี๋ยวให้มันนอนโซฟาเหมือนเดิมก็ได้” คิ้วเรียวขมวดมุ่น ดวงตาคู่สวยหันมาสบกับผมก่อนที่ร่างบางจะตัดสินใจทำตามคำแนะนำของผม

 

“แฟนใครเนี่ย น่ารักที่สุดเลย ขอบคุณนะครับ”

“เพราะวันนี้เป็นวันพิเศษหรอกนะ”

“รักนะครับ มายวาเลนไทน์”

“รักเหมือนกันครับ” ผมรวบร่างบางที่ส่งยิ้มหวานให้ผมเข้ามาในอ้อมกอด ถ้าไม่ติดว่าจงฮยอนแกล้งกระแอมแทรกขึ้นมาเสียก่อน รวมถึงชางฮยอนที่ยื่นจ้องเราสองคนตาแป๋ว ผมก็คงจะยืนกอดชานฮีอยู่อย่างนั้น วาเลนไทน์กับคนที่ผมกล้าใช้คำว่าแฟนอย่างเต็มปากเต็มคำ วาเลนไทน์แรกกับชานฮีคนที่ผมรัก วาเลนไทน์ครั้งแรกของเราสองคน ขอให้มีวาเลนไทน์ครั้งที่สอง สาม สี่ ห้า และครั้งต่อๆ ไปของผมและชานฮีไปอีกนานเลยนะครับ

 .

.

.
To be continue

 

Talk:;
มาอัพแล้วค่า ครบ 100% แล้วน้าาา
มาพร้อม Valentine Special ครบ 3 คู่ตามสัญญา
จิกหมอนสมการรอคอยหรือไม่ ติชมกันได้เลยนะคะ
สกรีมฟิคติด #SinceNov ให้ด้วยนะคะ 
คอมเม้นเป็นกำลังใจจะขอบพระคุณมากค่า ^0^

 

CRY .q

164 ความคิดเห็น

  1. #116 rainbow sky (@rainbowrung1407) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 14:17
    หวานกันไปทุกคู่ หวานในแบบต่าง ๆ ดันไป แต่บย งชานหวานเกินนนนน แหมมมมีนัางตักแถมจุ๊บกันอีก ชานฮีนี่หวงริคกี้นะ แต่ทำไมไม่หวงตัวเองกับบยอง คิคิคิ
    #116
    0
  2. #108 Piggie (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 04:33
    ชานฮีจุ๊บบยอง ชานฮีจุ๊บบยอง ชานฮีจุ๊บบยอง ชานฮีจุ๊บบยอง ชานฮีจุ๊บบยอง >_____<

    มันเด็ดสุดก็ตรงนี้แหละ 555 คนสวยของเราเด็ดเสมอ คู่นี้พอเป็นแฟนกันได้เนี่ย ความหวานทะลุปรอทเลยน้า

    เอาใจช่วยพี่มินซูนะคะ ตอนนี้น้องใจอ่อนไปเยอะแล้ว ทำดีเข้าเยอะๆ เดี๋ยวก็ได้เปลี่ยนสถานะเนอะ

    *เดินตัวลอยออกจากบอร์ดพร้อมภาพชานฮีจุ๊บบยอง* ^o^
    #108
    0
  3. #107 @Honeyjoe20 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 04:15
    งื้อใจสั่นอ่ะ..ตื่นเต้นนี่แค่คู่ชางฮยอนกะจงฮยอนเองนะ...

    ฟินจิกหมอนยิ้มแก้มแตก..ไปกับความน่ารักทั้งสามคู่

    หลงรักมินซูเลยอ่ะ..น่ารักเจ้าเล่ห์
    #107
    0
  4. #106 Teerawalee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2558 / 07:55
    อ๊่ายยยย. เขินมากๆเลยค่าไรท์ อ่านไปยิ้มไป จิกหมอนไป สามคู่มามุ้งมิ้งพร้อมๆกันแบบนี้ น่ารักมากๆๆ

    ตอนนี้เป็นพาร์ทหวานๆ ยิ้มตลอดที่อ่านเลยค่า คู่บยองชานตือหวานล้ำอีกสองคู่ไปแล้ว อีกสองคู่อย่าไปยอมนะคะ

    ตอนหน้าต้องเอาคืน ชอบฉากที่ชานฮีร้องเพลงให้บยองฟังแล้วก็จุ๊ฟมากเลยค่ะ แทบระเบิดตัวเองและกรี๊ดออกมา>\<

    #106
    0
  5. #105 aaofaaff (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 13:43
    โอ้มายก๊อด ช็อตนี้คือที่สุด
    #105
    0
  6. #104 Fpc Man U (@fpcmanu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 12:37
    ขอบคุณนะค่ะ เขิลจี้จังมีร้องเพลงล่ะจุ๊บบยองด้วย ><~
    #104
    0
  7. #102 Fpc Man U (@fpcmanu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:42
    รอจิกหมอนอยู่นะค่ะ ><~
    #102
    0