คัดลอกลิงก์เเล้ว

Dear Friend [2Hyun feat.Chunji]

โดย PuddingJelly

คงไม่มีใครไม่รู้จักดับเบิ้ลฮยอน และแม้เวลาจะล่วงเลยไปจนพวกเขากลายมาเป็นรุ่นพี่แล้ว ทั้งคู่ก็ยังคงตัวติดกันเช่นเคย แม้จะไม่มีผ้าที่คอยผูกข้อมือของพวกเขาเอาไว้ด้วยกันเหมือนเมื่อก่อนแล้วก็ตาม

ยอดวิวรวม

459

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


459

ความคิดเห็น


7

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  5 เม.ย. 58 / 23:55 น.
นิยาย Dear Friend [2Hyun feat.Chunji] Dear Friend [2Hyun feat.Chunji] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


D E A R F R I E N D

Dear my Friend <&> My Dear Friend


© themybutter

เนื้อเรื่อง อัปเดต 5 เม.ย. 58 / 23:55


D E A R F R I E N D



ร่างเล็กนั่งอยู่เพียงลำพังที่ม้านั่งไม้ตัวเล็กภายในสวนสาธารณะกว้าง มือเล็กกำโทรศัพท์มือถือของตนเองไว้แน่น ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองท้องฟ้าเพื่อกลั้นน้ำตาที่กำลังเอ่อล้นในดวงตากลมใส กี่ครั้งแล้วที่เขาต้องทนเจ็บกับเหตุการณ์ที่ซ้ำเดิมแบบนี้ หัวใจดวงนี้บอบช้ำเกินจะเยียวยาแต่เหตุผลเดียวที่เขายังอยู่ที่เดิม ไม่เดินหนีไปหรือถอยหลังจากมาเป็นเพียงเพราะคำว่า รัก คำเดียวจริงๆ

 

วันนี้ว่างป่าว ไปหาได้ไหม

 

ข้อความล่าสุดที่ถูกส่งมายังคงปรากฏชัดอยู่บนหน้าจอ หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะดีใจน่าดูที่จะได้เจอกับคนที่เฝ้ารอมาโดยตลอด แต่ตอนนี้เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการที่ได้เจอ ได้พูดคุยกับอีกคน มันทำให้เขามีความสุขหรือทำให้เขาเป็นทุกข์มากกว่ากัน ร่างเล็กสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างออกมาพร้อมกับพิมพ์ข้อความตอบกลับอีกฝ่าย

 

ได้สิ J

 

ร่างเล็กเดินทอดน่องไปตามทาง แม้วันนี้อากาศจะหนาวเหน็บแต่เขากลับไม่รู้สึกถึงความหนาวเลยสักนิด อาจเป็นเพราะหัวใจของเขาด้านชาไปแล้ว คงไม่มีอะไรจะเลวร้ายไปกว่าความเจ็บปวดที่คอยบีบคั้นและกัดกินหัวใจเขาอยู่ตอนนี้แล้ว ความทรงจำอันแสนหวานในวันวานไหลเวียนช้าๆ พร้อมกับเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า บางครั้งเขาก็คิดอยากจะก้าวเดินออกมาแต่ก็ทำไม่ได้ เขาควรจะเจ็บและจำได้แล้ว มันคงจะดีกว่า การที่เขาโลภอยากได้ความสุขเพียงเล็กน้อยจากคนคนนั้น ที่ไม่ว่าจะได้มาเท่าไหร่เขาก็ไม่เคยรู้จักพอเสียที เขาคงเป็นเพียงคนโง่คนนึงที่ยังทนอยู่ในสภาพแบบนี้ ในที่สุดน้ำใสๆ ที่อดกลั้นมานานก็ไหลรินลงมาจากดวงตาคู่สวยช้าๆ โชคชะตาของเขาช่างตลกสิ้นดี เมื่อวันที่เขาได้พบกับคนที่เขารัก คนบนฟ้ากลับดลบันดาลให้ใครคนนั้นได้พบเจอกับคนที่เขารักเช่นกัน หากแต่เพียงว่าคนคนนั้นกลับไม่ใช่เขา

 

.

.

D E A R F R I E N D

.

.

 

ชางฮยอนยังจำได้ดี รอยยิ้มบางแต่กลับเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นที่ถูกส่งมาให้เขา ร่างสูงที่ตรงเข้ามาทักทายด้วยความเป็นมิตร หากเขารู้ว่าโชคชะตาจะเล่นตลกกับชีวิตเขาถึงเพียงนี้ ในวันนั้นเขาคงเดินหนีและไม่เริ่มต้นทำความรู้จักกับชเวจงฮยอนอย่างแน่นอน

 

“อันยอง เราชื่อจงฮยอนนะ ชเวจงฮยอน นายว่าพวกเราจะโดนรุ่นพี่ลงโทษป่ะ เราตื่นสายอ่ะเลยมาช้า”

“อันยอง เรายูชางฮยอน ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

“ว่าแต่นายเถอะ ทำไมถึงมาสายล่ะ ตื่นสายเหมือนกันอ่ะดิ” ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะเอ่ยตอบกลับไป ร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็หันไปสนใจคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่เสียแล้ว แต่ก็คงไม่แปลกที่ใครๆ จะพากันหันไปมองตามเจ้าของใบหน้าหวานที่เข้ามารวมกลุ่มกับรุ่นพี่คนอื่นๆ

 

“โห...นี่ผู้ชายหรอวะ หน้าหวานชะมัด สวยกว่าผู้หญิงบางคนอีก”

“อ่า...”

“นายว่าถ้าเราไปจีบพี่เขา จะจีบติดป่ะ” เมื่อคนตัวเล็กเงียบไป ร่างสูงเลยละสายตาจากรุ่นพี่หน้าสวยมามองคนข้างกายแทน แล้วก็ต้องหลุดขำออกมาเมื่อเห็นหน้าปุเลี่ยนๆ ของอีกคน หลังจากที่พวกเขาลงทะเบียนเป็นนักศึกษากันเสร็จเรียบร้อย โทษฐานที่ทั้งคู่มาสายพวกเขาจึงโดนลงโทษด้วยการผูกข้อมือติดกัน แต่ห้ามแกะผ้าออกจนกว่าจะหมดวันและจะต้องเป็นแบบนี้ไปตลอดระยะเวลา 3 วันที่มีกิจกรรมรับเพื่อนใหม่ของทางคณะ

 

.

.

D E A R F R I E N D

.

.

 

หลังจากที่จงฮยอนและชางฮยอนถูกผูกติดกัน ต้องร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกัน พวกเขาทั้งคู่ก็กลายเป็นคู่หูที่สนิทสนมกันและเป็นที่รักและเอ็นดูของรุ่นพี่ ด้วยความน่ารักไร้เดียงสาของชางฮยอนและความช่างพูด ช่างเอาอกเอาใจ ดูแลเทคแคร์คนเป็นเลิศของจงฮยอน เรียกได้ว่าตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักดับเบิ้ลฮยอน และแม้เวลาจะล่วงเลยไปจนพวกเขากลายมาเป็นรุ่นพี่แล้ว ทั้งคู่ก็ยังคงตัวติดกันเช่นเคย แม้จะไม่มีผ้าที่คอยผูกข้อมือของพวกเขาเอาไว้ด้วยกันแล้ว แต่จงฮยอนก็มักจะลากชางฮยอนไปไหนมาไหนด้วยเสมอ หรือแม้เมื่อเวลาชางฮยอนมีธุระที่ต้องทำ จงฮยอนก็มักจะคอยติดตามคนตัวเล็กไปเหมือนเป็นบอร์ดี้การ์ดส่วนตัวให้เสมอ

 

“ชางฮยอนนี่...”

“หืม...ว่าไง”

“ถ้าเกิดว่า...เรารู้สึกดีกับคนคนนึง...นายว่าเราควรจะบอกเขาป่ะ” ร่างเล็กอึ้งไปสักพัก ถึงแม้เขาจะรู้ดีว่าจงฮยอนเป็นคนตรงๆแต่เขาก็ยังไม่ชินกับการที่อีกคนโพล่งถามอะไรแบบนี้ออกมาตรงๆ เสียที

 

“รักใครชอบใครนายก็บอกเขาไปสิ”

“รักเหรอ...ไม่รู้สิ...เราไม่รู้ว่าแบบนี้มันเรียกว่ารักหรือเปล่า อืม...อยู่กับเขาแล้วเราสบายใจ มีความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มของเขา อยากได้ยินเสียงหัวเราะของเขาบ่อยๆ แบบนี้จะเรียกว่าชอบได้รึเปล่านะ”

 

“เป็นเอามานะจงฮยอนนา...นายก็ไปสารภาพกับเขาซะสิ เราเห็นนายเอาแต่แอบมอง แอบเอาของฝากคนอื่นไปให้ ไม่บอกเขาไปตรงๆ แล้วเมื่อไหร่รุ่นพี่ชานฮีเขาจะรู้ตัวล่ะว่านายแอบชอบเขาอยู่”

 

“เฮ้ย! รู้ได้ไงว่าเราแอบเอาของไปให้รุ่นพี่ชานฮี” คนน่ารักได้แต่สายหัวไปมาเบาๆ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าร่างสูงคิดอย่างไรกับรุ่นพี่หน้าหวาน เล่นมองตาค้างตั้งแต่วันแรกที่เห็นขนาดนั้น แต่ก็ไม่เห็นจะทำอะไรจริงๆ จังๆ เสียที บางทีเขาก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่าจงฮยอนคิดอย่างไรกันแน่ ถ้าชอบรุ่นพี่จริงๆ ทำไมถึงไม่สารภาพไปซะ แต่กลับปล่อยเวลาให้เลยผ่านมาเป็นปีขนาดนี้

 

“อืม...จะพูดยังไงดีล่ะ รุ่นพี่ชานฮีน่ะ สำหรับเราพี่เขาเหมือนเป็นดาวที่อยู่บนฟ้า มันคงเกินเอื้อม”

“ไม่ลองจะรู้ได้ไง แค่นี้ก็ถอดใจแล้วหรอ ชเวจงฮยอนคนใจกล้าหายไปไหนซะล่ะ”

“ไม่รู้สิ เราก็ชอบพี่เขานะเว้ย แต่แบบ...ความรู้สึกมันคนละอย่างกัน มันไม่เหมือนที่เรารู้สึกกับอีกคนนึงว่ะ” คิ้วเรียวของร่างเล็กขมวดมุ่นเขาหากัน เพราะตั้งแต่เขารู้จักกับจงฮยอนมานอกจากรุ่นพี่ชานฮีแล้วเขาก็ยังไม่เห็นร่างสูงจะไปชอบใครที่ไหน หรือว่าคนตัวโตจะไปแอบชอบใครแล้วเขาไม่รู้ ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะพวกเขาตัวติดกันแทบจะ 24 ชั่วโมงขนาดนี้

 

“ชางฮยอนนา...เราชอบชางฮยอนนะ” ร่างเล็กอ้าปากค้าง ไม่มีคำพูดใดออกมาจากปาก ความคิดมากมายในหัวตีกันไปหมด เขาคงไม่กล้าปฏิเสธว่าเขาไม่ได้รู้สึกดีๆ กับคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ แต่ด้วยคำว่าเพื่อนสนิทที่คอยย้ำเตือนเขาอยู่เสมอว่าอย่าคิดไปไกล และเขาเองก็รู้ดีว่าจงฮยอนรู้สึกอย่างไรกับรุ่นพี่ชานฮี แต่สิ่งที่จงฮยอนเปิดใจพูดกับเขาในวันนี้นั้นทำให้เขาอึ้งและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี เพราะร่างสูงเองก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าสนใจในตัวรุ่นพี่หน้าหวาน

 

“ตลกแล้ว เราเป็นเพื่อนกันนะ ความรู้สึกของนายที่มีต่อเรามันคือความผูกพันต่างหากล่ะ”

“เราหมายความแบบนั้นจริงๆ นะ เราอยู่กับชางฮยอนแล้วสบายใจ เราชอบมองเวลาชางฮยอนยิ้ม เราชอบฟังเสียงหัวเราะของชางฮยอนนะ มันทำให้โลกของเราสดใสมากเลย”

 

“แล้ว...รุ่นพี่ชานฮีล่ะ”

“ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ อีกอย่างมีรุ่นพี่เก่งๆ เท่ห์ๆ ตั้งหลายคนที่สนใจพี่เขาอยู่เหมือนกัน เราคงเทียบไม่ติดหรอก”

“กล้าๆ หน่อยดิ ไปจีบพี่เขาเลย นายจะได้ไม่สับสนแล้วมาล้อเล่นอะไรบ้าๆ แบบนี้อีก”

“ชางฮยอนคิดว่าเรากำลังสับสนกับความรู้สึกของตัวเองงั้นหรอ...” ร่างสูงคิดทบทวนกับตัวเอง ก็อาจจะจริงอย่างที่อีกคนบอกในเมื่อความรู้สึกของเขาที่มีต่อชางฮยอนกับรุ่นพี่ชานฮีมันคนละแบบกัน และถ้าเขาชอบรุ่นพี่ชานฮีแบบนั้นย่อมแสดงว่าความรู้สึกที่เขามีต่อเพื่อนตัวเล็กอาจจะเป็นเพียงแค่ความผูกพันอย่างที่เจ้าตัวว่าก็ได้ จงฮยอนตัดสินใจทำตามคำแนะนำของเพื่อนรักเพื่อจัดการกับความรู้สึกที่ค้างคาของตัวเอง ร่างเล็กเองก็ฉีกยิ้มกว้างส่งมาเป็นกำลังใจให้เขาเช่นกัน

 

.

.

D E A R F R I E N D

.

. 
 

เมื่อจงฮยอนตัดสินใจเดินหน้าทำความรู้จักกับรุ่นพี่หน้าหวานให้มากขึ้น ร่างเล็กกับคนตัวโตจึงเจอกันน้อยลงแต่พวกเขาก็ยังคุยกันผ่านโปรแกรมแชทตามปกติเช่นเดิมทุกวัน โดยบทสนทนาส่วนใหญ่มักจะเป็นการรายงานความคืบหน้าความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่ชานฮีและจงฮยอน ร่างสูงมักจะขอคำปรึกษาจากชางฮยอนเสมอ จนวันวาเลนไทน์เวียนมาถึง ชางฮยอนนั่นแหละที่เป็นคนช่วยคิดและวางแผนสารภาพรักให้กับจงฮยอน และเมื่อข้อความที่ถูกส่งมาจากเพื่อนรักปรากฏขึ้นมาที่หน้าจอ ใบหน้าหวานก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม แต่ชางฮยอนก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงมีน้ำใสๆ ไหลรินออกมาด้วย

 

Mission complete! ^^

 

ทันทีที่เขารู้ว่าจงฮยอนทำสำเร็จและรุ่นพี่ชานฮียอมตกลงคบกับเพื่อนรักของเขาแล้ว วินาทีนั้นเองที่ทำให้ร่างเล็กได้รู้ว่าจริงๆแล้วเขาเองก็คิดเกินเลยกับคนร่างสูงมาโดยตลอด และการที่เขาพยายามหลอกตัวเองในทุกๆ วันที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของเขาลดน้อยลงเลย บางทีเขาก็นึกโทษตัวเอง ว่าหากในวันนั้น วันที่ร่างสูงยังคงสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง หากเขายอมรับคำสารภาพของอีกคนไว้ หากเขาไม่เป็นฝ่ายผลักไสอีกคนให้ออกไป พวกเขาจะมีความสุขมากแค่ไหน ชางฮยอนคนขี้ขลาดที่ไม่กล้าแม้แต่จะทำตามหัวใจของตัวเอง และในวันนี้ วันที่ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว เขาจะเรียกร้องอะไรได้

 

ยินดีด้วยนะ เราบอกแล้วไงว่าไม่ลองไม่รู้ :P

 

ร่างเล็กก้าวเดินออกจากตึกเรียนเพียงลำพัง ทางเดินทอดยาวที่ปกติมักจะมีร่างสูงเดินเคียงข้างแล้วชวนพูดคุยเรื่องราวต่างๆมากมายคงไม่มีอีกแล้วในวันนี้ ความรำคาญที่เคยรู้สึกตอนที่อีกฝ่ายเอาแต่พูดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้หายไปแล้วเหลือแต่เพียงความว่างเปล่าที่ทำให้ใจของเขาหวิวแปลกๆ ร่างสูงจะรู้บ้างไหมนะว่ารอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเขาที่เจ้าตัวชอบนักหนาตอนนี้มันกลับถูกแทนที่ด้วยหยดน้ำตาและเสียงสะอื้นแทน เขาควรจะยินดีสิ ยินดีที่ตอนนี้เพื่อนรักของเขามีคนที่รักอยู่ตรงหน้าแล้ว เขาควรจะอวยพรให้จงฮยอนกับรุ่นพี่ชานฮีมีความสุขมากๆ แต่บางครั้งมารร้ายในจิตใจของเขาก็มักจะมาทำให้เขารู้สึกน้อยใจและอิจฉารุ่นพี่ชานฮีอยู่เสมอ

 

.

.

D E A R F R I E N D

.

.

 

วันเกิดของชางฮยอนปีนี้ก็คงไม่มีอะไรพิเศษ ความจริงแล้ววันเกิดมันก็เป็นแค่วันธรรมดาๆ วันนึงของเขามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จนกระทั่งปีก่อน ที่จงฮยอนมาลากเขาออกไปจากหอตั้งแต่ตอนที่เข็มนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนตรงเป๊ะ ร่างสูงลากเขาออกไปมินิมาร์ทใกล้ๆ เพียงเพื่อไปซื้อซุปสาหร่ายสำเร็จรูป โดยอ้างว่าอยากเป็นคนแรกที่ได้บอกสุขสันต์วันเกิดและอยากกินซุปสาหร่ายกับเขา และนั่นก็เป็นความทรงจำอันแสนพิเศษและเป็นวันเกิดเพียงปีที่เดียวเขาได้ฉลองอย่างจริงๆ จังๆ ถึงแม้จะเป็นอะไรเล็กๆ น้อยๆ แต่นั่นก็ทำให้ชางฮยอนมีความสุขมากเหลือเกิน ระหว่างที่ร่างเล็กกำลังนั่งเหม่อจ้องถ้วยซุปสาหร่ายสำเร็จรูปตรงหน้าอยู่ที่มินิมาร์ท โทรศัพท์มือถือก็สั่นเป็นสัญญาณบอกว่ามีสายเข้า

 

แซงอิลชุกคาฮัมนีดา แซงอิลชุกคาฮัมนีดา ซารังฮานึนชางฮยอนนี่ แซงอิลชุกคาฮัมนีดา~ สุขสันต์วันเกิดนะ ชางฮยอนนา มีความสุขมากๆ นะ ขอโทษที่วันนี้ไปกินซุปสาหร่ายกับนายไม่ได้ แต่ยังไงเราก็มั่นใจว่าเราโทรมาอวยพรนายคนแรกแน่นอน

 

“อื้อ...นายเป็นคนแรกจริงๆ นั่นแหละ ยังไงก็ขอบคุณมากนะ ที่ไม่ลืม...”

โธ่...ชางฮยอนนา เราจะลืมวันเกิดชางฮยอนได้ยังไงกัน...แค่นี้ก่อนนะ ต้องเข้าโรงละ พอดีมาดูหนังกับชานฮีน่ะ เสียงหวานของรุ่นพี่ชานฮีที่ตะโกนเรียกชื่อจงฮยอนนั้นเขาได้ยินชัดเจนเลยล่ะ ถึงร่างสูงจะไปเดทกับคนรักแต่อย่างน้อยก็ยังไม่ลืมที่จะโทรมาอวยพรวันเกิดให้เขา แค่นี้ก็ดีมากมายแล้วไม่ใช่หรือไงยูชางฮยอน ยังจะต้องการอะไรอีกเล่า

 

“อื้ม...บาย...” เมื่อน้ำร้อนๆ เริ่มรื้นที่ขอบตา ร่างเล็กเลยรีบเงยหน้าขึ้นมองฟ้าพร้อมกับยกซุปสาหร่ายตรงหน้าที่ถูกตั้งทิ้งไว้จนเย็นแล้ว ขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด

 

“จงฮยอน...นายต่างหากล่ะที่เป็นดาว...ถึงแม้จะมองเห็นทุกวัน แต่ก็คงไม่มีทางที่จะเอื้อมถึง...” ร่างเล็กลุกเดินกลับหอ มือเรียวก็ไล่ย้อนอ่านข้อความเก่าๆ ที่เขากับคนตัวโตคุยกัน ถึงแม้จะคุยกันน้อยลงแต่จงฮยอนก็ยังคงเป็นจงฮยอนคนเดิมที่คอยเล่าเรื่องนั่นนี่ให้เขาได้นั่งอ่านไปอมยิ้มไปเสมอ และคนตัวโตก็ยังคงคอยขอคำปรึกษาจากเขาเสมอ บางทีชางฮยอนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่กล้า และเก่งไปเสียทุกเรื่องแต่กลับปอดแหกและไม่มีความมั่นใจในเรื่องความรักเสียอย่างนั้น

 

.

.

D E A R F R I E N D

.

.

 

ช่วงแรกๆ ที่จงฮยอนคบกับรุ่นพี่ชานฮีก็ดูเหมือนทุกอย่างจะไปได้ดี แต่เมื่ออยู่ๆ ไปทั้งคู่ก็เริ่มระหองระแหงกัน และทุกๆ ครั้งที่ทั้งคู่มีปัญหากันร่างสูงก็มักจะมาหาชางฮยอนที่ห้องเสมอ เพียงแค่เห็นอีกคนทุกข์ใจ ความตั้งใจที่จะทำเป็นใจแข็งก็พังทลายลงทุกที ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะต้องเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็ยังยอมให้หัวใจดวงนี้ถูกทำร้ายอยู่เรื่อยไป บางครั้งก็นึกอยากจะให้เลิกๆ กันไปเสีย

 

“ทะเลาะกันอีกแล้วหรอ”

“อือ...”

“นายไปงอแงอะไรใส่พี่เขาอีกรึเปล่าล่ะ”

“โธ่...ชางฮยอนนา...เราไม่ใช่เด็กแล้วนะ แต่ชานฮีน่ะสิ ชอบทำตัวสนิทกับคนโน้น คนนี้ไปเรื่อย เวลาออกไปเที่ยวก็ปล่อยให้คนอื่นถึงเนื้อถึงตัวตลอด”

 

“อย่าลืมสิว่าพี่เขาก็เป็นผู้ชายนะ เขาดูแลตัวเองได้...”

“แต่ไอ้...เราหมายถึงรุ่นพี่มินซูน่ะ ชอบมาเข้าใกล้ชานฮีอยู่เรื่อย รุ่นพี่ชานยงก็อีกคนชอบตามติดชานฮีตลอดเลย”

“อย่าลืมสิว่ารุ่นพี่ชานยงกับรุ่นพี่ชานฮีเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมนะ ดูอย่างนายสิ เมื่อก่อนก็ตามติดเราจะตาย...” คนตัวเล็กหยุดพูดเสียดื้อๆ อดีตมันก็คืออดีตที่ผ่านไปแล้ว ทุกวันนี้จงฮยอนไม่ได้คอยตามเขาไปไหนมาไหนเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว บางที่เขาก็ควรจะทำใจให้ชินและลืมๆ มันไปให้ได้เสียที

 

“ชางฮยอนนี่...”

“นั่นแหละ นายก็อย่างอแงให้มันมากนัก รุ่นพี่ชานฮีเขาจะได้ไม่รำคาญแล้วหาว่านายเป็นเด็กอีกไง”

“โหย ทีกับชางฮยอน เราจะงอแง จะงี่เง่าแค่ไหนชางฮยอนไม่เห็นจะว่าไรเราเลยอ่ะ”

“มันเหมือนกันตรงไหนเล่า ก็เราเป็นเพื่อนจงฮยอน แต่พี่ชานฮีเขาเป็นแฟนนายนะ”

“ก็นั่นแหละ เราถึงบอกไงว่าเราอยู่กับชางฮยอนแล้วเราสบายใจที่สุด เราก็ยังยืนยันคำเดิมนะว่าเราชอบชางฮยอน” ร่างสูงรวบคนตัวเล็กเข้ามากอดจึงทำให้ชางฮยอนนั่งซ้อนอยู่บนตักของจงฮยอนโดยปริยาย ภายในห้องที่เงียบสนิท หัวใจของชางฮยอนนั้นเต้นแรงจนร่างเล็กมันใจว่าคนที่นั่งซ้อนเขาอยู่ด้านหลังจะต้องได้ยินมันแน่

 

“หิวรึเปล่า เดี๋ยวเราต้มรามยอนให้นะ แล้ว...คืนนี้จะค้างที่นี่ไหม”

“อือ...ยังไม่อยากกลับไปอยู่คนเดียวอ่ะ ขอบคุณนะชางฮยอนนี่” คนตัวเล็กพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ร่างสูงขโมยหอมแก้มนิ่มไปฟอดใหญ่ ชางฮยอนเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าสิ่งที่พวกเขาทำอยู่นั้นมันถูกต้องหรือเปล่า พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกันนี่ ถึงแม้การกระทำบางอย่างมันจะดูเกินเลยไปบ้าง แต่ในเมื่อสิ่งเหล่านี้ทำให้เขามีความสุขก็คงไม่ผิดใช่ใหม่ที่เขาจะตักตวงช่วงเวลาแห่งความสุขนี้เอาไว้ คนตัวเล็กผละออกจากอ้อมกอดของเพื่อนรักก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัวโดยมีร่างสูงมองตามไปพร้อมอมยิ้มอย่างอารมณ์ดี

 

ทุกครั้งที่จงฮยอนกับรุ่นพี่ชานฮีทะเลาะกันมักจะเป็นแบบนี้เสมอ ร่างสูงเลือกที่จะหลีกหนีบรรยากาศที่น่าอึดอัดและมาใช้เวลาอยู่กับเพื่อนรักตัวเล็กของเขา ชางฮยอนเองก็มักจะเผลอปล่อยใจไปกับช่วงเวลาแห่งความสุขที่เกิดจากความเปราะบางในสัมพันธ์รักของร่างสูงกับรุ่นพี่หน้าหวานเสมอ คนตัวเล็กไม่เคยปฏิเสธอ้อมกอดอบอุ่นของจงฮยอนที่นอนกอดเขาทั้งคืนจนเช้า รวมถึงกู้ดไนท์คิสและมอร์นิ่งคิสด้วย ครั้งแรกร่างเล็กเองก็ตกใจกับการกระทำของร่างสูงไม่น้อย แต่เมื่อความต้องการลึกๆภายในจิตใจของเขาก็โหยหาสัมผัสของร่างสูงไม่ได้น้อยไปกว่ากัน เขาจึงยอมปล่อยตัวไปตามความต้องการของหัวใจดูบ้าง

 

“ชานฮีส่งข้อความมาง้อเราแล้วแหละ”

“อื้อ...ถ้าเล่นตัวมากๆ เข้า ระวังให้ดีเถอะ เกิดพี่ชานฮีเขาเบื่อไม่ง้อขึ้นมาแล้วจะเสียใจ”

“เราไม่กลัวหรอก ยังไงเราก็มีชางฮยอนอีกทั้งคน เรากลับก่อนนะ ไว้เจอกัน” รอยยิ้มกว้างถูกส่งไปให้ร่างสูง คนตัวเล็กโบกมือช้าๆ แต่ทันทีที่แผ่นหลังกว้างลับสายตาไป น้ำใสๆ ก็หยดลงจากดวงตากลมคู่สวยทันที เมื่อไหร่วังวนนี้จะจบลงเสียที โชคชะตาจะเล่นตลกกับเขาไปอีกนานแค่ไหน หากต้องการให้เขามีความสุขจะให้มีความสุขตลอดไปไม่ได้หรือ ทำไมเมื่อไหร่ที่เขามีความสุขมากๆ จะต้องดึงเขาลงมาให้จมทุกข์ เจ็บปวดทรมานอีก และตอนที่เขาทรมานแสนสาหัสทำไมถึงต้องดึงเขาขึ้นไปให้มีความสุขอีก หรือคนบนฟ้าต้องการที่จะสอนบทเรียนให้เขาว่าการเห็นแก่ตัวเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ เมื่อไม่รู้จักรักตัวเอง ก็ไม่มีวันที่จะได้มีความสุขอย่างแท้จริง

 

.

.

D E A R F R I E N D

.

. 
 

เมื่อร่างเล็กเปิดประตูเข้ามาภายในห้องก็พบกับร่างสูงที่นั่งพิงโซฟาห้องนั่งเล่นอยู่อย่างอ่อนแรง ทันทีที่เห็นภาพแบบนี้ ความตั้งใจที่จะทำเป็นใจแข็งก็พังทลายลงทุกครั้งไป เขาอยากจะลองนิ่งดูบ้างเผื่อว่าเขาจะตัดใจได้เสียที

 

“ชางฮยอนนา...ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้หนาๆ กว่านี้ ดูสิจมูกแดงหมดแล้ว ไปเดินตากหิมะทำไมหน้าเปียกไปหมดเลย” ร่างสูงจะรู้บ้างไหมว่าจริงๆ แล้วที่จมูกของเขาแดงไม่ใช่เพราะร่างกายที่หนาวแต่เป็นเพราะหัวใจที่หนาวเหน็บของชางฮยอนผ่านการร้องไห้อย่างหนักมาต่างหาก ร่างสูงจะรู้ไหมว่าหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนใบหน้าเล็กนั้นมีหยาดน้ำตาผสมปนอยู่ด้วย ไม่ใช่เพียงแต่หยดน้ำที่มาจากการละลายของเกล็ดหิมะ

 

“เราไม่เป็นไรหรอก ขอตัวก่อนนะ” ร่างเล็กเดินเข้าห้องนอนและปิดประตูทันที เขายังไม่พร้อมที่จะคุยกับร่างสูงตอนนี้ ชางฮยอนอาบน้ำ ทานยาและรีบเข้านอนทันที เขาปิดไฟทุกดวงจนภายในห้องมืดสนิททำให้สามารถมองเห็นดาวเรืองแสงที่เจ้าตัวติดไว้ตามเพดานและผนังห้องได้อย่างชัดเจน ด้านร่างสูงที่เห็นว่าคนตัวเล็กไปนานพอสมควรแล้วแต่ไม่กลับออกมาเสียทีจึงเปิดประตูเข้ามาดู

 

“ชางฮยอนนา...หลับแล้วหรอ...” เมื่อไร้เสียงตอบกลับจงฮยอนจึงค่อยๆ ทิ้งตัวลงบนเตียงและสอดตัวเองเข้ามาใต้ผ้านวมผืนหนาก่อนจะนอนซ้อนด้านหลังของร่างเล็กและสวมกอดอีกคนอย่างอ่อนโยน

 

“เราทะเลาะกับชานฮีอีกแล้วแหละ” เสียงนุ่มเอ่ยกระซิบที่ข้างหูของชางฮยอน เป็นเพื่อนกันมานานแค่ไหนทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอีกคนยังไม่หลับ เพียงแค่แกล้งทำเป็นหลับเพราะไม่อยากคุยกับเขาก็เท่านั้น

 

“คุยกับเราก่อนเถอะนะ ตอนนี้เราต้องการชางฮยอนมากนะ” คนตัวเล็กกำลังหงุดหงิด กี่ครั้งแล้วที่อีกคนเป็นแบบนี้ เขาไม่อยากอยู่ในสภาพนี้อีกแล้ว ทั้งๆ ที่ตั้งใจไว้ว่าจะทำเป็นเงียบ ทั้งๆ ที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่คุยแต่เมื่ออารมณ์น้อยใจที่ถูกเก็บเอาไว้มันมากมายจนเกินจะทนไหวจึงทำให้ร่างเล็กอดไม่ได้ที่จะระบายความในใจออกมาให้อีกฝ่ายได้รับรู้

 

“เป็นแบบนี้กี่ครั้งแล้วอ่ะ เวลานายทะเลาะกับรุ่นพี่ชานฮีทีไร นายก็มาหาเรา เราอยู่ตรงนี้ในฐานะอะไรกันแน่เหรอจงฮยอน”

“ก็...เพื่อนไง ตอนนี้เราต้องการชางฮยอนนะ”

“ใช่สิ แต่สิ่งที่นายทำอยู่ตอนนี้มันเกินว่าเพื่อนเขาจะทำกันนะจงฮยอน แล้วเวลาที่เราต้องการจงฮยอนบ้างอ่ะ นายไปอยู่ที่ไหน เคยสนใจเราบ้างไหม นายก็รู้นี่ว่าเราให้นายได้ทุกอย่างอ่ะ ขอร้องล่ะ อย่าเอาความรู้สึกเรามาล้อเล่นแบบนี้เลยนะ” ร่างสูงกระชับกอดแน่นขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสะอื้นน้อยๆ จากคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดพร้อมกับหอมแก้มนิ่มเบาๆ

 

“เราไม่อยากอยู่คนเดียว...ต้องให้เราพูดอีกกี่ครั้งว่าเวลาที่เราได้อยู่กับชางฮยอน เรามีความสุขมากนะ”

“พอเถอะ นายรู้ไหมแค่นายพูดแค่นี้เราก็ใจอ่อนแล้ว เราไม่อยากเป็นหรอกนะเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อน่ะ แล้วก็ไม่มีใครอยากเป็นตัวสำรอง ของตาย ตัวคั่นเวลา หรือว่ามือที่สามหรอกนะ...”

 

“เราก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน...เราไม่อยากเลิกกับชานฮีแต่เราก็ต้องการชางฮยอน ขอโทษนะ...”

“ช่างมันเถอะ พูดไปก็เท่านั้น เราเจ็บมามากพอแล้วแต่ก็คงทำอะไรไม่ได้หรอก ก็รักไปแล้วนี่ เราผิดเองแหละ” ร่างเล็กนึกโทษตัวเองเสมอ หากในวันนั้นเขาไม่เป็นฝ่ายผลักไสอีกคนออกไปเขาคงไม่ต้องมานั่งเจ็บปวดอย่างทุกวันนี้ แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเขาไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้

 

“ชางฮยอนไม่ผิดหรอก ยังไงเราก็ขอบคุณมากนะที่นายคอยอยู่เคียงข้างเรา ไม่ทิ้งเราไปไหน เราที่ใจนะที่ได้เป็นเพื่อนสนิทของชางฮยอน” ร่างสูงผลักอีกคนให้หันหน้าเข้ามาหาตนก่อนจะประทับจูบลงบนริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบาและแปรเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงขึ้นตามแรงอารมณ์ ลิ้นร้อนถูกส่งเข้าไปกวาดชิมความหวานจากโพรงปากเล็กและความต้องการส่วนลึกภายในจิตใจของทั้งคู่ก็นำพาทั้งสองดำดิ่งลงไปสู่บทเพลงรักอันแสนเร่าร้อนที่ไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลงง่ายๆ

 

.

.

D E A R F R I E N D

.

.

 

หลังจากที่จงฮยอนกับรุ่นพี่ปรับความเข้าใจกันได้ก็มาถึงวันครบรอบ 1 ปีที่ทั้งคู่ตกลงคบหาดูใจกัน ร่างสูงที่เอาแต่นั่งถอนหายใจเพราะไม่รู้ว่าจะทำเซอร์ไพรส์ฉลองวันครบรอบอย่างไรให้คนรักประทับใจดี เพื่อนรักตัวเล็กก็ได้แต่นั่งมองอย่างขำๆ

 

“เขียนจดหมายรวบรวมความในใจตลอดเวลาที่คบกันมาสิ เราว่ารุ่นพี่ชานฮีต้องประทับใจแน่ๆ แล้วก็ดอกไม้สวยๆ สักช่อก็น่าจะพอแล้วล่ะ” คนตัวเล็กให้คำแนะนำเพราะจากประสบการณ์แล้ว รุ่นพี่หน้าหวานก็ดูจะเป็นคนที่ชอบอะไรโรแมนติกอยู่ไม่น้อย และในเมื่อจงฮยอนไม่สามารถที่จะร้องเพลงหรือเล่นดนตรีหวานๆ ให้พี่เขาได้ การเขียนจดหมายถ่ายทอดเรื่องราวและความทรงจำดีๆ ที่ทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกันมาก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

 

“นั่นแหละปัญหา เราไม่รู้จะเขียนยังไงนี่มันเขิน...”

“ทีอย่างนี้มาเขิน กับเรายังเพ้ออะไรได้ตั้งเยอะแยะเลย”

“ก็มันไม่เหมือนกันนี่...”

“นายก็แค่เขียนเกี่ยวกับพวก เดทแรก หรือว่าอะไรที่ทำครั้งแรกด้วยกัน ความประทับใจเวลาอยู่กับพี่เขา ประมาณนั้นแหละ”

“โอเค จะลองพยายามดูนะ ขอบใจมากนะเพื่อนรัก”

“เรื่องแค่นี้เอง เล็กน้อยน่า พาเราไปเลี้ยงข้าวบ้างละกัน”

 

“เอ้อ...เย็นนี้อยู่ด้วยกันก่อนนะ อยากได้กำลังใจอ่ะ ไม่กล้าไปเจอชานฮีคนเดียว...” คนตัวเล็กพยักหน้ารับรู้ก่อนจะขอตัวไปเรียน เขามักจะใจอ่อนกับเพื่อนตัวโตคนนี้เสมอ จะว่าไปแล้วความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันก็ไม่ได้เลวร้ายนัก ชางฮยอนเพียงแค่คอยเตือนตัวเองว่าความรักนั้นไม่จำเป็นต้องครอบครองเสมอไป แค่ได้เป็นเพื่อนสนิทของจงฮยอนแบบนี้ เขาก็มีความสุขแล้ว ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้เห็นร่างสูงมีความสุข และการได้ทำให้ร่างสูงมีความสุข

 

หลังเลิกเรียนชางฮยอนเดินตามร่างสูงที่หอบดอกกุหลาบแดงช่อโตพร้อมกับจดหมายซองหนึ่งไปอย่างรักษาระยะห่าง ทั้งสองยืนรอรุ่นพี่ชานฮีอยู่ที่จุดนัดพบสักพัก ร่างบางก็มาถึง รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าหวานทันทีที่เห็นกุหลาบแดงช่อโต เมื่อมือเรียวรับช่อดอกไม้และเปิดจดหมายออกอ่าน ทันทีที่อ่านจบร่างบางก็โผเข้าหาคนตัวโต ภาพตรงหน้าทำให้ใบหน้าของชางฮยอนเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นว่าภารกิจเซอร์ไพร์วันครบรอบของเพื่อนรักผ่านไปได้ด้วยดี ชางฮยอนจึงเดินเข้าไปหาร่างสูงเพื่อขอตัวกลับบ้าน

 

“ยินดีด้วยนะครับรุ่นพี่ ขอให้รักกันไปนานๆ นะครับ เรากลับก่อนนะจงฮยอน”

“ชางฮยอนนี่ใช่ไหมเอ่ย จงงี่พูดถึงเราให้พี่ฟังบ่อยมากเลยนะ น่ารักแสนดีแบบนี้นี่เอง จงงี่ถึงได้ชมไม่ขาดปาก ยังไงก็ขอบคุณมากนะ”

 

“อ่า...ยินดีครับ จงฮยอนก็พูดถึงรุ่นพี่ชานฮีให้ผมฟังอยู่บ่อยๆ เหมือนกันครับ”

“ย๊า~ นี่นายแบบไปแฉอะไรฉันให้เพื่อนฟังรึเปล่าเนี่ย”

“โธ่ ชานนี่ยา~ เปล่าสักหน่อย นายรีบกลับเถอะ เดี๋ยวจะมืด”

“อื้อ”

“กลับดีๆ นะ ชางฮยอนนี่ ไว้เจอกันนะ”

“ครับรุ่นพี่” ร่างเล็กเดินจากมา ในเมื่อวันนี้คนที่เขารักมีความสุข เขาก็ควรจะมีความสุขและร่วมยินดีด้วย ในวันที่จงฮยอนมีคนที่จงฮยอนรักอยู่ตรงหน้าแล้ว ขอเพียงแค่จงฮยอนไม่ลืมคนที่รักเขาที่อยู่เบื้อหลังเขาอย่างชางฮยอน แค่นี้คนตัวเล็กก็พอใจแล้ว ร่างเล็กเดินมาได้ไม่ไกลนัก โทรศัพท์มือถือเครื่องบางในกระเป๋ากางเกงก็สั่นเป็นสัญญาณว่ามีข้อความเข้า

 

เดี๋ยวคืนนี้ไปหานะ

 

คนตัวเล็กคลี่ยิ้มบางๆ พร้อมกับส่ายหัวไปมาเล็กน้อย ก็เป็นเสียอย่างนี้ ในเมื่อไม่ว่าจะทำยังไงเขาก็คงตัดใจจากจงฮยอนไม่ได้แล้ว ก็อยู่มันไปแบบนี้แหละ นิ้วเรียวกดพิมพ์ข้อความก่อนจะกดส่งกลับไปหาเพื่อนรักของเขา

 

อืม...มาสิ J

 

.

.

T H E  E N D




TALK:;

ระหว่างที่กำลังปั่นฟิคยาวเรื่อง #SinceNov อยู่ด้วยความตัน

เลยทำให้ได้ SF เรื่องนี้ออกมาแทนค่า

ไม่รู้ว่าแนวนี้จะถูกใจรีดกันมั้ย ยังไงติชมได้นะคะ

จบแบบนี้ไรท์ว่ามันลงตัวในแบบของมันแล้ว^^

พูดคุยติชมฝากติด #ฟิคเพื่อนรักรักเพื่อน ให้ด้วยนะคะ
 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ PuddingJelly จากทั้งหมด 33 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. #7 KAW
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:35
    แอบชอบเพื่อนรักมันก็เป็นแบบนี้ล่ะค่ะลูก สุดท้ายจะเป็นยังไงความสัมพันธ์ของเพื่อนรักมันตัดไม่ขาดหรอก ชางฮยอนนี่น่ารัก><
    #7
    0
  2. #6 Teerawalee
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:34
    เกลียดจงฮยอนจริงๆเลยอ่า สงสารริคกี้อ่า เพราะรักเค้ามากใช่ไหมถึงยอมได้ขนาดนี้
    #6
    0
  3. วันที่ 29 มกราคม 2558 / 18:54
    คืออ่านจบแล้วสงสารริคกี้จับใจอ่ะ รักจงงี่มากเลยยอมให้ความสัมพันธ์เป็นแบบนี้

    ส่วนจงงี่ก็ตัดใจไม่ลงคนนี้ก็แฟน คนนี้ก็เพื่อนรัก แต่ถ้าชานฮีรู้ขึ้นมามันจะเป็นยังไงล่ะ

    แค่คิดก็ดราม่าสงสารริคกี้มากเลย

    อ่านแล้วลื่นไหลกับสตอรี่แบบนี้มากเลยค่ะชอบ รอเรื่องหลักด้วยนะค่ะไรเตอร์ ><
    #5
    0
  4. #4 Fpc Man U (@fpcmanu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 23:00
    โอ้ยคือเจ็บคือจุกอ่า ริคดีมากจริงๆ ชางแอบเห็นแก่ตัวอ่ะ -*-
    #4
    0
  5. #3 ^^*
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 19:23
    TT^TT สงสารชางฮยอนจังเลย แงๆๆๆ

    จงฮยอนทำแบบนี้ได้ยังไง :(



    ขอบคุณไรท์นะคะที่เขียนมาให้ได้อ่านกัน

    ปล. เขียนเรื่องยาวต่อเร็วๆ น้า รออ่านอยู่ค้า
    #3
    0
  6. #2 PearlGalz
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 13:09
    T^T แอบสงสารลูกชายจัง ทำแบบนี้ไม่ใช่เพื่อนสนิทแล้วนะลูก



    เคืองจงฮยอน ทำแบบนี้ได้ไง =[]=" คือ ถ้าชานฮีรู้จะเป็นยังไงเนี่ย



    ง่าาาา ขอเอาลูกชายไปกอดปลอบก่อนนะคะ
    #2
    0
  7. วันที่ 27 มกราคม 2558 / 04:01
    นอนไม่หลับ แอบมาอ่านก่อน><

    ฮื่อๆ สงสารชางฮยอนนี่คนดี~ 
    ความรู้สึกแบบนี้โคตรทรมานเลย
    แต่ก็ต้องยอมอะแหละ เพราะว่ารักไง รักไง

    จงฮยอนนนนน รักแบบเพื่อนไม่เหมือนแฟนหรอกนะ

    TwT ขอไปตามบยองฮอนมาดึงชานนี่ออกจากจงฮยอนก่อนนะ
    #1
    0