คัดลอกลิงก์เเล้ว

No Breathing [ByungChan]

โดย PuddingJelly

ความรักก็เหมือนอากาศที่ร่างกายจะต้องเอาแก๊ซเสียกับแก๊ซดีมาหมุนเวียนถ่ายเทให้ร่างกายหายใจต่อไปได้ ความรักก็มีเรื่องราวทุกข์สุขร้ายดีที่สับเปลี่ยนเวียนวนให้คนสองคนได้เรียนรู้เพื่อที่จะก้าวเดินต่อไป

ยอดวิวรวม

505

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


505

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


4
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  4 ม.ค. 57 / 17:57 น.
นิยาย No Breathing [ByungChan] No Breathing [ByungChan] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




 
Talk:;

กลับมาแล้วค่า ช่วงนี้หาโมเมนท์บยองชานไม่ค่อยจะได้เลย

แต่จากการไปออกรายการอาหารด้วนกัน ออกงานเปิดตัวหนังและสัมภาษณ์ออลเคป๊อบ

ไรท์เลยพอหาอะไรเล็กน้อยๆหยิบมามโนได้ 55555

มันก็เลยออกมาเป็นฟิคกากๆเกรียนๆเรื่องนี้หวังว่าจะชอบกันนะคะ

เนื้อหาไม่ค่อยจะเกี่ยวกับชื่เรื่องเท่าไหร่แต่ก็พยายามโยงแล้วนะ

ยังไงก็ฝากติชมด้วยนะคะ เอนจอยค่า^^
:-daisy ✿

เนื้อเรื่อง อัปเดต 4 ม.ค. 57 / 17:57


No Breathing

Author : HoneyJelly

การที่เป็นคนขอเว้นระยะห่างออกมาเอง แต่กลับรู้สึกเจ็บปวดทรมานทุรนทุรายแบบนี้ ในขณะที่อีกฝ่ายดูไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย นี่มันยังไงกัน ทำไมโลกนี้ช่างไม่ยุติธรรม ร่างบางได้แต่ตัดพ้ออยู่ในใจ พลางไล้นิ้วเรียวลูบหัวเจ้าตัวน้อยในมืออย่างแผ่วเบา

"มอนจียา...ตอนนี้คงมีแต่แกที่อยู่ข้างๆฉัน เฮ้อ..." ลูกหมาตัวน้อยที่เพิ่งเข้ามาเป็นสมาขิกใหม่ของหอพักได้ไม่นานนั้นขี้อ้อนสุดๆ หลายๆคนคงคิดว่าชานฮีเป็นคนขี้เห่อ ที่ได้อะไรมาใหม่ก็จะขลุกอยู่กับมันทั้งวัน แต่เปล่าเลยเขาไม่ใช่คนขี้เห่อ คงไม่มีใครรู้ว่าที่เขาต้องขลุกอยู่กับหมาน้อยทั้งวันก็เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องคิดฟุ้งซ่าน และการเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยคงทำให้เขาถึงใครบางคนน้อยลงไปบ้าง

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก

"ชอนจีฮยอง เดี๋ยวนักข่าวจะมาทำสกูปเปิดหอของทีนท็อปอ่ะครับ ฮยองเตรียมตัวเรียบร้อยยัง"
"อ๋อ เรียบร้อยแล้วหล่ะ ขอบใจนะริคกี้"
"คร้าบบ เอ่อ...แล้วฮยองจะไม่ออกมาข้างนอกหรอครับ"
"อีกสักพักละกัน..." ใครจะว่าเขาพยายามหลบหน้าก็ช่าง เพราะมันคือความจริง ชานฮีไม่อยากเห็นเวลาที่คนคนนั้น ยิ้ม หัวเราะ หรือมีความสุขกับเมมเบอร์คนอื่น ใบหน้าหวานมุ่ยลง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันที ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด ทำไมอีกคนถึงไม่รู้สึกอะไรเลย แล้วทำไมเขาถึงกลับต้องมานั่งอมทุกข์อยู่คนเดียวแบบนี้ นี่เขาคงไม่ได้มีความสำคัญในชีวิตของอีกคนนึงเลยสินะ ถอยห่างออกมาขนาดนี้แล้วแต่ก็ยังใช้ชีวิตตามปกติทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


"เฮ้อ...จะอดทนอยู่ในสภาวะแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหนกันนะ อีชานฮี"

ยังไม่ทันที่ชานฮีจะได้ก้าวขาออกจากห้อง ผู้จัดการวงก็พานักข่าวและช่างภาพเข้ามา โดยทางทีมงานบอกว่าไม่จำเป็นต้องมีเป็นทางการอะไรมากมายเนื่องจากอยากได้ภาพการใช้ชีวิตในหอพักที่เป็นธรรมชาจิ ใช้ชีวิตตามปกติธรรมดาจะได้ไม่ดูเหมือนการจัดฉากมากเกินไป หลังจากได้ยินดังนั้นก็ทำให้ร่างบางรู้สึกโล่งใจขึ้นมาก เพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องออกไปเผชิญหน้ากับอีกคน ถ่ายทำแยกๆห้องกันไปก็ดีสมาชิกในวงจะได้ไม่ต้องมาตกอยู่ในบรรยากาศที่น่าอึดอัดไปด้วย

"เรียบร้อยหมดแล้ว ขอบคุณทุกคนที่ทำงานหนักนะคะ สุดท้ายรบกวนมาถ่ายภาพรวมหน่อยนะคะ" ไม่รู้ว่าโชคชะตากลั่นแกล้งหรือเป็นความตั้งใจของสมาชิกในวงกันแน่ เจ้ามักเน่ตัวแสบสองคนก็ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ยึดซีกซ้ายของโซฟาไปเรียบร้อย ชานฮีจะหนีไปนั่งริมขวาของโซฟาก็โดนหัวหน้าวงอย่างมินซูและแดเนียลจับจองไปก่อนแล้ว เจ้าของใบหน้าหวานจึงต้องจำใจนั่งลงตรงกลางโดยพิงตัวไปกับพนักเพื่อให้มีที่เหลือมากพอสำหรับอีกคนที่เพิ่งลุกจากเตียง

"นี่ขนาดเขามาทำสกูปข่าวยังหลับเลยเนี่ยนะ"
"หืม...เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ"
"เปล่า..." เจ้าของใบหน้าหวานที่แค่พึมพัมกับตัวเองตกใจเล็กน้อยที่อีกคนหันมาถาม ทำไมถึงได้หูดีนักนะ เมื่อช่างภาพนับจังหวะให้ก็แค่ฉีกยิ้มกว้างๆงานวันนี้จะได้จบและเขาจะได้กลับเข้าห้องเสียที

สถานการณ์มึนตึงระหว่างทั้งคู่เกิดขึ้นมาระยะนึงแล้ว และมันก็ไม่ได้เป็นผลดีกับใครเลยเพราะดันอยู่ในช่วงที่ทีนท็อปต้องโปรโมทเพลงใหม่ที่ออกมาเพื่อเป็นการตอบแทนและขอบคุณแฟนคลับที่ให้การสนับสนุนพวกเขาอย่างดีจนได้รับรางวัลหลังจากที่คัมแบคเพียงแค่สัปดาห์เดียว

"ฮยองมีไรทำไมไม่พูดกันให้เข้าใจอ่ะ"
"ก็ชานฮีเขาขอห่าง จะให้ฮยองทำไง ถามเหตุผลก็ไม่ตอบ บางทีเขาอาจจะอยากได้อิสระและเวลาส่วนตัวของเขาคืนมั้ง"
"แล้วฮยองจะปล่อยให้มันอึมครึมอยู่แบบนี้อ่ะนะ เวลางานรวมพวกผมก็ทำตัวไม่ถูกนะ แคปฮยองก็เป็นห่วงบอกว่าช่วงนี้ชอนจีฮยองซึมแปลกๆ"

 

ไม่ใช่ว่าบยองฮอนจะไม่รู้สึกอะไร เขาถึงคิดถึงและโหยหาร่างบางที่เคยอยู่เคียงข้างกันความทรงจำและเรื่องราวดีๆมากมายที่ทั้งสองสร้างร่วมกันมานั้นวนเวียนอยู่ในหัว ยามค่ำคืนแม้ร่างกายจะเหนื่อยอ่อนมากจากตารางงานที่อัดแน่นมากแค่ไหนแต่เขาก็ไม่สามารถที่จะข่มตาให้หลับได้ อยากพูดคุย หยอกล้อ อยากบอกคำว่ารักให้อีกฝ่ายได้ฟังเหมือนที่เคยบอกทุกคืนก่อนนอน อยากกอด อยากหอม เขาโหยหาสัมผัสและไออุ่นที่มอบให้และได้รับจากอีกคน ด้วยตารางานเดี่ยวที่เข้ามาทำให้บยองฮอนยังไม่มีเวลาที่จะได้ปรับความเข้าใจกับชานฮีเลย เขาไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ความคลุมเครือในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยิ่งปล่อยให้นานวันไปก็มีแต่จะแย่ลง


"เฮ้อ...ฮยองก็พยายามทำตัวเหมือนเดิมทุกอย่าง นายก็เห็นนี่เนียล วันๆชานฮีเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง หลบหน้ากันแบบนี้ฮยองก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว"

"มันต้องมีวิธีสิ วันก่อนที่ถ่ายเอ็มวีเล่นๆกันผมเห็นนะว่าชอนจีฮยองแอบมองตอนที่ฮยองเล่นกับผมอ่ะ ผมว่าหึงชัวร์"
"งั้นหรอ แต่ชานฮีเมินฮยองตลอดเลยอ่ะ สนใจแต่เจ้ามอนจี บางทีฮยองก็ชักจะอิจฉาหมาแล้วหล่ะ"

"ผมว่าเมเนเจอร์ฮยองน่าจะช่วยได้ เดี๋ยวพวกผมจัดการให้เอง" จงฮยอนที่เดินเข้ามาร่วมวงสนทนาเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มอย่างมีเลศนัย ลองถ้าเรื่องไปถึงผู้จัดการวงแบบนี้ท่าทางแอลโจและชอนจีจะได้มีงานนอกตารางงอกขึ้นมาแน่ๆ

"ชอนจี ออกมาหน่อยวันนี้นายมีตารางงานแทรก เร็วๆหล่ะ"
"ครับฮยอง" เสียงหวานรับคำก่อนจะหันไปตรวจเชคความเรียบร้อยของตัวเองฉีกยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี คนอื่นอาจจะไม่พอใจเวลามีตารางานแทรกแต่ในช่วงเวลาแบบนี้ สำหรับชอนจีแล้วเขาดีใจมากที่จะมีอะไรมาให้เขาทำจะได้ไม่ต้องคิดมาก ใจจริงเขาอยากจะไปเปิดใจคุยกับบยองฮอนให้รู้แล้วรู้รอด เขารู้ตัวแล้วว่าการที่ไม่มีอีกคนมาคอยตามติด คอยเอาใจมันเปล่าเปลี่ยวขนาดไหน เขาขาดอีกคนไม่ได้ แต่เขาก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรเพราะเป็นคนเอ่ยปากขอเว้นระยะห่างจากอีกฝ่ายเองแล้วอยู่ดีๆจะให้ไปบอกว่าเขาขาดบยองฮอนไม่ได้มันออกจะแปลกไปหน่อย

"บะ...บยองฮอน..."
"ไปกันได้แล้วเดี๋ยวไปไม่ทันหนังฉายนะ"
"ฮยอง...นี่มันอะไรกันครับ แล้วเมมเบอร์คนอื่นหล่ะ..."
"ถ้านายลำบากใจที่จะไปออกงานกับฉันแค่สองคน ฮยองครับ ผมไม่ไปได้มั้ยครับ" บยองฮอนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
"ไม่ได้ งานนี้ทางทีมงานระบุตัวนายสองคนมา"
"งานหนังอะไรนะครับฮยอง"
"ไปขึ้นรถ เดี๋ยวรายละเอียดงานฮยองจะอธิบายให้ฟังบนรถ"

หลังจากที่ความเงียบปกคลุมมาตลอดทางเมื่อมาถึงที่หมายผู้จัดการวงจึงสรุปรายละเอียดของงานให้ทั้งคู่ฟังอีกครั้ง
"งานนี้เป็นพรีเมียร์หนังเรื่อง No Breathing ที่นำแสดงโดยอีจงซอก ซออินกุกแล้วก็ยูรินะ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับว่ายน้ำ มีดาราดังๆมาหลายคนเลย พวกนายได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนวัยรุ่นและไอดอล เพราะฉะนั้นก็ทำให้ดีหล่ะ มีเรื่องอะไรคลางแคลงใจกันก็เก็บไว้ก่อน"
"ครับ/ครับ"
"อ้อ แต่กว่าหนังจะจบก็คงเที่ยงคืนกว่า พอดีฮยองมีธุระด่วน พวกนายกลับกันเองได้ใช่มั้ย ที่นี่ก็ไม่ได้ไกลจากหอมาก"
"ฮยองว่าอะไรนะ" เสียงหวานแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
"ตามนั้นแหละ ลงไปได้แล้ว"

จะเรียกว่าชานฮีเป็นมืออาชีพก็คงจะไม่ผิด เพราะทันทีที่อยู่ต่อหน้ากล่องและสื่อมวลชนมากมายร่างบางก็ฉีกยิ้มหวานและให้สัมภาษณ์ได้อย่างไหลลื่นเก็บซ่อนอาการหงุดหงิด ไม่พอใจเอาไว้ได้มิดผิดกับบยองฮอนที่พูดติดๆขัด สุดท้ายก็ได้แค่ฝืนยิ้มแหยๆและเป็นคนถือไมค์ให้คนข้างกายพูดต่อ หลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จก่อนที่โรงหนังจะเปิดความเงียบก็เข้าปกคลุมทั้งคู่อีกครั้ง
"เอ่อ.../เอ่อ..."
"อ่า...ชานฮีพูดก่อนเลย"
"นายพูดก่อนเถอะ"
"เอางั้นหรอ อ่า...ชานฮียา...วันนี้นายคงลำบากใจมากสินะ ฉันขอโทษนะถ้าที่ผ่านมาทำตัวน่ารำคาญ..." ยังไม่ทันที่บยองฮอนจะได้พูดต่อ พนักงานของโรงหนังก็มาเชิญให้แขกวีไอพีทั้งหมดเข้าไปด้านในเสียก่อน

เรื่องราวของหนังดำเนินเรื่องมาจนถึงช่วงที่ทำให้ผู้ชมอารมณ์ดำดิ่งไปตามตัวละครในเรื่อง ดวงตากลมโตก็มีน้ำใสคลอหน่วยก่อนจะไหลรินอย่างช้าๆ ชานฮีนั่งร้องไห้อย่างเงียบๆ ยิ่งพยายามกลั้นสะอื้นมากเท่าไหร่ไหล่บางกลับสั่นไหวมากเท่านั้น แน่นอนว่าเหตุการณ์ทั้งหมดก็ไม่อาจจะรอดพ้นไปจากสายตาของบยองฮอนและเขาตัดสินใจแล้วไม่ว่ายังไงวันนี้เขาก็จะต้องปรับความเข้าใจกับชานฮีให้ได้ เพราะบยองฮอนคงทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้ชานฮีร้องไห้โดยที่เขาทำได้เพียงนั่งมอง

บยองฮอนค่อยๆยื่นมือเรียวออกไปกุมมือของร่างบาง ความอบอุ่นที่ได้รับจากคนข้างกายทำให้ชานฮีสะดุ้งน้อยๆและพยายามที่จะชักมือออกจากการเกาะกุม แน่นอนว่าบยองฮอนจะไม่ยอมปล่อยมือบางนั้นอีกแล้ว เขาใช้มืออีกข้างประคองใบหน้าหวานของชานฮีไว้ก่อนจะเกลี่ยน้ำตาออกอย่างแผ่วเบา สายตาทั้งสองคู่สบประสานกันเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดถึงและโหยหา ความหมายลึกซึ้งที่ถูกสื่อออกไปผ่านสายตาทำให้ชานฮีต้องหลบสายตาและหลับตาลงช้าๆ ริมฝีปากบางของบยองฮอนค่อยๆประทับลงที่เรียวปากงามอย่างแผ่วเบา เป็นจุมพิตที่นุ่มนวลและอบอุ่น บยองฮอนบดเบียดริมฝีปากแนบแน่นขึ้น ลิ้นเรียวถูกส่งเข้าไปควานหาความหวานจนถ้วนทั่ว สัมผัสที่แผ่วเบาเริ่มหนักหน่วงและร้อนแรงขึ้น จุมพิตที่เนิ่นนานทำให้ชานฮีเริ่มขาดอากาศหายใจมือบางจึงออกแรงผลักไปที่อกของคนข้างกาย บยองฮอนจึงต้องผละออกอย่างเสียไม่ได้ รอยยิ้มมุมปากที่แสนเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นทำให้ชานฮีต้องส่งสายตาขวางๆไปให้ตามด้วยมือบางที่ฟาดลงบนท่อนแขนแกร่ง
"ไม่ต้องมายิ้มเลย ดูหนังต่อไปเลยไป"
"หึหึ"

หลังจากที่หนังฉายจบทั้งคู่นั่งรอจนทุกคนทยอยกันออกไปหมดแล้วจึงค่อยลุกตามออกไปและพากันมาหยุดที่ด้านหน้าของโรงหนัง
"ชานฮียา.../บยองฮอนนา..."
"คราวนี้ชานฮีพูดก่อนเลย"
"อ่า...เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย" บนองฮอนไม่ได้ตอบคำถามนั้นเพียงแต่เลิกคิ้วกลับมาเป็นเชิงถาม
"ฉันรู้ตัวแล้วว่า...ว่าฉัน..."
"ว่าอะไรหรอ หื้มมม"
"ย๊า!!! อย่าแซวดิเดี๋ยวก็ไม่บอกซะเลยนี่"
"อ่ะ โอเคๆ ฮ่าๆๆๆ"

"ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันไม่มีความสุขเลย ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปตั้งแต่นายเข้ามาเป็นส่วนนึงของชีวิต ขอโทษนะที่เคยพูดอะไรแย่ๆออกไป ตอนนั้นฉันก็แค่คิดว่ามันน่าเบื่อที่เราจะอยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ตื่นมาก็เจอ นายคนแรก กินข้าวด้วยกันไปทำงาน ไปไหนต่อไหนด้วยกันตลอดแล้วยังนอนห้องเดียวกัน ก่อนนอนก็ยังจะเจอนายเป็นคนสุดท้ายอีก ขอโทษที่เคยหงุดหงิดใส่ตอนที่นายเข้ามาวุ่นวาย แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วนะว่าเวลาที่ไม่มีนายคอยตามติดหรือมายุ่งวุ่นวายชีวิตฉันมันว่างเปล่ามากเหมือนหายใจทิ้งไปวันๆ"

"ชานฮีไม่ต้องขอโทษหรอกเพราะบางครั้งฉันก็คงจะวุ่นวายมากไปจริงๆเอาเป็นว่าฉันจะพยายามปรับนะ"
"นายไม่ต้องปรับอะไรทั้งนั้นแหละ แค่มีฮอนนี่อยู่ข้างๆถึงไม่มีอากาศให้หายใจฉันก็มีความสุขนะ ดีกว่าหายใจทิ้งไปวันๆเหมือนช่วงที่ผ่านมา ตกลงเรากลับไปเป็นเหมือนเดิมนะ"
"เหมือนเดิมตอนไหนอ่ะ เป็นแค่เพื่อนร่วมวงกันอ่ะนะ" ทำไมบยองฮอนจะไม่รู้ว่าชานฮีหมายถึงอะไรแต่ก็ขอแกล้งหน่อยเถอะ ชานฮีของเขาตอนถูกแกล้งน่ารักน้อยซะที่ไหน

"ทำไมพูดงี้อ่ะ ฮะ...ฮึก...ฮือออ"
"เฮ้ย!! ฉันล้อเล่น ไม่เอาไม่ร้องนะคนดี เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมนะ บยองฮอนคนนี้จะอยู้ข้างๆชานฮีเหมือนเดิมจะอยู่เป็นคนที่ชานฮีรักแล้วก็รักชานฮีเหมือนเดิมเลย โอเคมั้ย รักนะครับ ไม่ร้องแล้วนะ"
"อื้อ" ชานฮีใช้มือบางปาดน้ำตาอย่างลวกๆก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ
"ไอกู ดูสิขี้แยอีกแล้วนะ ชานฮีขี้แย~ ชานฮีขี้แย~"
"ย๊า!!! ฉันเปล่าซะหน่อย หยุดล้อเดี๋ยวนี้เลยนะ"
"แล้วเมื้อกี้ใครไม่รู้ร้องไห้ในโรงหนังด้วย"
"อีบยองฮอน!!! จะหยุดไม่หยุด" เปลี่ยนเป็นโหมดโหดได้แบบนี้แสดงว่าอีชานฮีคนเดิมกลับมาแล้วบยองฮอนคงต้องไปขอบคุณเมมเบอร์และเมเนเจอร์ฮยองที่ช่วยจัดการรับคิวงานนอกตารางให้เขาทั้งสองได้ปรับความเข้าใจกัน

"โอเคครับ หยุดล้อแล้ว เออนี่ชานนี่เคยได้ยินทฤษฎีการหายใจใต้น้ำนานๆโดยไม่ต้องใช้ถังออกซิเจนป่ะ"
"หืม ไม่อ่ะ แล้วทำไมอยู่ๆถามเรื่องนี้"
"อ้าว ก็ออกจะเข้ากับหนังที่ดู เขาบอกว่าคนเราสามารถหายใจใต้น้ำได้นานกว่าใช้ถังออกซิเจนอีกนะ"
"จริงอ่ะ แล้วต้องทำไง ไม่น่าจะเป็นไปได้"
"ก็....คนสองคนจูบแลกอากาศกันไง ฮ่าๆๆ จะจริงไม่จริงไม่รู้ แต่พรุ่งนี้เราไปว่ายน้ำกันเหอะ"
"บ้า! พรุ่งนี้มีงาน เรารีบกลับกันเหอะนี่ก็ดึกมากแล้ว"
"ไว้ว่างๆไปว่ายน้ำกันนะ นะชานนี่ยา~ จะได้พิสูจน์ทฤษฎีด้วยไง"

“บ้า!!!” ชานฮีเขินจนใบหน้าหวานเริ่มแดง และก็เป็นปรกติของร่างบางที่เมื่อเขินแล้วคนข้างกายมักจะโดนทำร้ายร่างกายเสมอ
 

“ชานนี่อ่ะ ตีฉันอีกแล้วนะ ยังไม่ตอบเลยว่าถ้าว่างตกลงจะไปว่ายน้ำด้วยกันมั้ย ไปเถอะนะ”
"รู้แล้วน่า" คนสองคนจะอยู่ด้วยกันได้ไม่ใช่ดูว่าดีพอหรือไม่หากแต่ดูว่าพอดีกัน เข้ากันได้หรือไม่ต่างหาก เพียงความรักอย่างเดียวก็อาจจะไม่พอ ต้องมีความเข้าใจควบคู่ไปด้วย ระยะห่างระว่างกันก็ควรจะเว้นช่องว่างเล็กๆไว้ให้แต่ละคนได้พอมีพื้นที่และเวลาส่วนตัว อย่างน้อยๆก็จะได้เห็นคุณค่าและมีช่วงเวลาให้ได้คิดถึงกันและกันยามที่ต้องห่างจากกันบ้าง ความรักก็เหมือนอากาศที่ร่างกายจะต้องเอาแก๊ซเสียกับแก๊ซดีมาหมุนเวียนถ่ายเทให้ร่างกายหายใจต่อไปได้ ความรักก็มีเรื่องราวทุกข์สุขร้ายดีที่สับเปลี่ยนเวียนวนเข้ามาให้คนสองคนได้เรียนรู้และฟันฝ่าเพื่อที่จะก้าวเดินต่อไปนั่นเอง


-END-

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ PuddingJelly จากทั้งหมด 33 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. #8 angel
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 / 01:37
    น่ารักแอบร้องไห้ตามชานฮียา..ชอบๆๆๆรักอ่ะ
    #8
    0
  2. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:05
    ชอบอ่ะ น่ารักมากกกกกก
    #7
    0
  3. #6 Aun Funny's (@07112538) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:44
    ชอบอ่า
    #6
    0
  4. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2556 / 21:10
    ชอบมากเลยค่ะ สู้ๆนะคะไรท์ ^^ 
    #5
    0
  5. วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 19:29
    ฟินเวออออร์ ตอนอยู่ในโรงหนังอ่ะ ><
    ชอบสรุปตอนสุดท้ายอ่ะ คำคมๆ5555
    #4
    0
  6. วันที่ 30 ตุลาคม 2556 / 02:42
    โมเม้นจาก No breathing 
    แต่เนื้อหาเนี่ยเหมือน Love Fool นะคะ
    เป็นคนบอกว่าอยากออกห่างแท้ๆ แต่พอลองเป็นอย่างนั่นแล้วก็รู้ว่าตัวเองน่ะถ้าไม่ใช่เขาก็เป็นไปไม่ได้หรอกเหอะ ^O^ 
    คนขี้แงกับคนเจ้าเล่ห์นี่ยังไงกันวิธีการนี่นะ ไม่ต้องปาดน้ำตงน้ำตากันเลยที่เดียว แต่ใช้วิธีแบบเข้าตัวเองมาก ><
    ชอบสรุปตอนสุดท้ายมากเลยค่ะ อากาศ
    บ้างทีถ้าใกล้กันเกินไปก็อาจมีอึดอัด น่ารำคาญ น่าเบื่อ
    บ้างถ้าเว้นที่ออกมาสักหน่อยในระยะทางที่พอดี
    ก็อาจมองเห็นกันและกันชัดขึ้น แล้วใช้ลมหายใจระหว่างกันนั้นเพื่อมีวีวิตต่อไปพร้อมๆ กัน  
    #3
    0
  7. #2 ThingByung
    วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 21:25
    ฟิกน่ารักมากเลยค่ะ อ่านละฟิน โอ้ยตายอะไรมันจะเรียลขนาดนี้

    แหม่ เข้ากับบรรยากาศมาคุๆ ช่วงนี้จริงๆ ด้วยค่ะ ฮ่า

    พอบรรยากาศมาคุ มันก็ต้องปรับความเข้าใจกันสินะคะ

    จี้ก็น้าา งุ้งงิ้ง ง้องแง้งมากเลย ทำแบบนี้บยองเอาใจไม่ถูกนะจ๊ะ

    ว้ายยย หรือนี่เองที่จะเป็นเรื่องที่บยองบอกว่ามีบางด้านที่เหมือนผู้หญิง

    เข้าใจความรู้สึกของผู้ชายแบบจี้ กิกิ มโนอีกละ

    ในโรงหนังมันก็ต้องแบบนี้ๆ เลยค่ะ เชียร์ จี้บอกจี้ร้องไห้ โถ่ๆ

    ไม่เป็นไรนะจ๊ะ เดี๋ยวบยองเช็ดน้ำตาให้ บยองฮอนี่ฮอนี่นี่ก็จริงๆเลย จูบเค้าละแบบ..ไม่ปล่อย

    อิแม่ยกก็กัดผ้ากัดหมอนไปซิคะ ฟินต่อเนื่อง ละนี่จะชวนไปว่ายน้ำอีก นอกจากว่ายน้ำเนี่ย...จะมีอะไรต่อมั้ยน๊า

    มีฟิกต่อไปวายน้ำกับด้วยมั้ยคะ หุหุ

    อ๊า...ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านนะค่ะ อ่านง่าย สบายๆ ฟินและฟินเท่าน้านนนนน
    #2
    0
  8. วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 18:21
    บยองเอาทฤษฎีการหายใจมาอ้างงงงงง โถวววว อยากจะคิสก็บอกไปตรง ๆ สิคะ



    ชอบมากค่ะไรเตอร์ ชอนจีก็เกรียนบยองเกรียน เกรียนคู่ ^ ^
    #1
    0