สื่อรัก..my cookies ..

ตอนที่ 18 : คู่ขนาน..??<<100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 มี.ค. 50




แว๊บ...ตุ๊บ!! เสียงร่างของสาวน้อยผมดำยาวสลวยตัวเล็กๆ ร่วงลงไปกองที่พื้นอย่างแรง เพราะไม่ได้เตรียมตัว

"อูย... จุกเลยแฮะ" เธออุทาน

"โอ้.. ท่านมาซากิ เป็นอะไรไหมคะ?" เสียงหญิงสาวในชุดสีขาวพริ้วสไวไปกับสายลมถามด้วยน้ำเสียงตกใจพร้อมกับเข้าไปพยุงตัวสาวน้อยขึ้น

"ไม่เป็นไรมาก ที่นี่ที่ไหน" เธอหันไปถามชายหนุ่มในชุดสีเขียวที่ยืนอยู่ทางด้านขวา

"เป็นมิติคู่ขนานกับมิติที่ท่านอยู่ พวกท่านอาจจะชอบเรียกที่นี่ว่าสวรรค์ในโลกของท่าน" เขาตอบเสียงเรียบ

"เราตายแล้วรึ??" ริกะถามตัวเอง

"ท่านยังไม่ตาย ท่านแค่หลับไปในโลกของท่านแต่ดวงจิตของท่านอยู่ที่นี่" เขาตอบคำถามนั้น

"พวกท่านคือเทวดาหรอ??" เธอถามต่อด้วยความสงสัย

"พวกข้าคือเทพที่พวกเจ้าเรียกแต่จริงๆแล้วมันคืออีกมิติหนึ่งที่อยู่คู่ขนานกับมิติของท่าน เพียงแต่ว่าท่านจะต้องบำเพ็ญเพียรถึงจะมาสู่มิตินี้ได้" เขาตอบก่อนจะเดินนำหน้าไป

รอบบริเวณที่นี่เป็นสีขาว มีต้นไม้สวยๆ เต็มไปหมดและมีต้นซากุระบานกำลังสวย และเมื่อมองไปข้างหน้าพบบ้านหลังหนึ่งเป็นบ้านโบราณสไตล์ญี่ปุ่นที่ดูสะอาดตาไม่ใหญ่มากนัก มีบ่อน้ำและน้ำตกเล็กๆ อยู่บริเวณหน้าบ้าน

"ตามข้ามา" เขาหันมาบอกสองสาวที่ยืนโอ้เอ้อยู่ตรงที่เดิม

เมื่อถึงบ้านหลังนั้นอาราชิชายในชุดสีเขียวเปิดประตูอย่างแผ่วเบา จริงแล้วดูเหมือนประตูมันเลื่อยเองได้มากกว่านะ

พอเดินเข้าไปพบชายแก่ผมขาวโพลนนั่งจิบน้ำชาอยู่เหมือนรู้ว่าจะมีคนมา

"ในที่สุดเจ้าก็มาจนได้ซินะ มาซากิ!!" เขาพูดเสียงดังกังวานเหมือนที่ริกะได้ยินตอนอยู่บนรถไฟ เขายังคงก้มหน้าจิบน้ำชาที่ยังอุ่นๆ อยู่โดยไม่ได้หันมามองริกะสักนิด

"ท่านนี่เอง ท่านคือต้นเสียงนั้น!!" ริกะพูดอย่างตกใจ

"นั่งลงก่อนสิ!!" เขาออกคำสั่ง ทำไมชายแก่คนนี้ดูดุจังนะ

"หมดธุระของข้ากับคาซามูกิต้องขอตัวก่อนท่านอาจารย์และท่านมาซากิ" เขาพูดพร้อมกับคับนับก่อนจะเดินออกไปอย่าสุภาพ

"เดี๋ยวก่อนซิ!! พวกเธอจะไปไหนแล้วไหนว่าจะพาเรากับบ้านไง!!" ริกะตะโกนลั่น

"ท่านอาจารย์จะเป็นคนบอกวิธีกลับบ้านเองค่ะท่านมาซากิ ไม่ต้องตกใจค่ะหมดหน้าที่ของพวกข้าแล้วค่ะต้องขอตัวก่อน" คาซามูกิหญิงสาวในชุดสีขาวกล่าวก่อนจะเดินออกไปเธอยิ้มหวานให้กับมาซากิ

"ไม่ต้องตกใจหรอก นั่งลงเถอะข้าจะให้เจ้าได้กลับไปที่ที่เจ้าจากมาอย่างแน่นอน" ชายแก่ตอบเสียงเรียบๆ

ริกะนั่งลงที่พื้นอย่างว่าง่ายแม้ว่าในใจจะมีความกังวลจนแสดงออกมาที่ใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด

"ท่านคือใคร?" ริกะถาม
"ข้าเป็นอาจารย์ของเจ้า จริงซินะเจ้าคงจะลืมเรื่องในอดีตหมดแล้วแต่ไม่นานเจ้าจะจำได้ เพียงแต่เจ้าต้องฝึกฝนซักหน่อย ข้าชื่อ ทสึมูกิ" เขาตอบ

"หนูจะกลับบ้านได้อย่างไร? เมื่อกี้ท่านบอกว่าเป็นอาจารย์ของหนูหรอค่ะ" ริกะถามด้วยสีหน้าอยากรู้และเริ่มสงสัย

"ใช่ ข้าเป็นอาจารย์ที่คอยสอนวิธีการใช้คาถา เพราะเจ้าคือผู้ถูกเลือกให้เป็นธิดาแห่งสายลม ในอดีตที่แล้วของเจ้า" เขาตอบคำถามพลางเอามือล้วงเข้าไปในเสื้อหยิบหนังสือเล่มเล็กๆ เล่มหนึ่งขึ้นมามันดูเก่ามากทีเดียว

ชายแก่ยื่นหนังสือนั้นให้ริกะ
"รับไป มันเป็นของเจ้า" เขาบอกเสียงเรียบ
ริกะลังเล ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มเล็กเก่าๆ ที่ดูคุ้นตา

"ทำไมไม่เห็นมีตัวหนังสือเลยล่ะคะ" ริกะพลิกหนังสือเล่มน้อยไปมา

"เจ้าต้องเชื่อว่ามันมีอยู่ มันถึงจะมี หากเจ้ายังเคลือบแคลงสงสัย จิตไม่นิ่งเจ้าก็จะหามันไม่พบ" ชายแก่ตอบเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปจิบชาอย่างสบายอารมณ์ และยิ้มเล็กน้อยเหมือนกับว่ารู้จักเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้านี้อย่างดี

"เจ้าต้องตั้งจิตให้แน่วแน่ มีสมาธิแล้วเจ้าจะมองเห็น ข้าจะให้เจ้าไปฝึกฝนเจ้าจำเป็นที่จะต้องใช้มันแน่ เพราะบ่วงกรรมที่เจ้าก่อ" เขาบอกก่อนจะวางแก้วน้ำชาเล็กๆลง

"บ่วงกรรม หนูทำอะไรร้ายแรงหรอค่ะ หนูไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาเจอเรื่องเหล่านี้แล้วหนูเป็นใครในอดีตแล้วคิขุโนะคือใคร" เธอถามอย่างใคร่รู้

"เจ้าชื่อมาซากิ เจ้าเป็นผู้ถูกเลือกให้เป็นบุตรีของเทพแห่งสายลม หรือ ธิดาวายุ เจ้าเป้นที่ชื่นชอบของสาวๆ ในยุคนั้นมีหญิงสาวมากมายที่หลงรักเจ้ารวมถึงคิขุโนะและเธอได้เป็นธิดาแห่งอัคคี เธอเจ้าคิดเจ้าแค้น ข้าล่ะเหนื่อยใจเรื่องผู้หญิงของเจ้ามากข้าเตือนเจ้าให้ระวังนางแล้วแต่เจ้าก้พลาดท่า" เขาบอกอย่างเหนื่อยใจก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหยิบของในตู้หนั้งสือเก่าๆ แต่สะอาดตา

"เจ้าคงจำอะไรไม่ได้แต่นี่คือของของเจ้า" ชายแก่ที่เป็นอาจารย์ในอดีตของริกะได้ยื่นหยกชิ้นหนึ่งให้กับริกะ

"มาซากิ เข้าใจแระทำไมทุกๆคนถึงเรียกหนูว่ามาซากิ แล้วหยกนี่คืออะไรคะ" เธอพิจารณาหยกรูปมังกรตัวน้อยแต่ดูมีพลัง

"มันเป็นของประจำตัวเจ้านั่นหมายถึงเจ้าคือธิดาวายุเป็นเหมือนกุญแจเบิกทางเข้าสู่เมืองวายุ เดี๋ยวเจ้าก็จะเข้าใจเรื่องต่างๆ "อาจารย์กลับมานั่งที่เดิม

"แล้วที่ว่าพลาดท่า นี่หมายถึงอะไรคะ" ริกะถามต่อเธอเก็บหยกไว้ในกระเป๋าแจ็คเก็ท

"เจ้าโดนคิขุโนะใส่คาถามายาทำให้เจ้าพลาดท่าไปมีอะไรกับนางเข้าแล้วจิงโกะมาเห็นพอดีเพราะเป็นแผนของคิขุโนะจึงทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายตามมา จิงโกะคือธิดาวารีนางเป็นคนรักเจ้าในอดีตและปัจจุบันนี้นางคือซาโอริในโลกของเจ้า" อาจารย์อธิบายเรื่องราวต่างๆ เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำของเธอ

"แล้วหนูจะแก้ไขเรื่องนี้ได้อย่างไร แล้วหนูจะกลับบ้านได้อย่างไร" เธอเริ่มกังวล

"อืม.. เจ้าต้องเรียกผลึกสีแดงที่เป็นผลึกแทนกายเจ้าออกมาเสียก่อนถึงจะกลับไปยังโลกของเจ้าได้" เขาอธิบายเสียงเรียบ

"แล้วหนูจะเรียกมันออกมาได้อย่างไรค่ะ" เธอสงสัยแล้วก็พลิกดูในหนังสือที่ว่างเปล่าอีกครั้ง

"เจ้าแค่ตั้งจิตแล้วนึกถึงดวงจิตของเจ้าแล้วเรียกหามันมันก็จะปรากฎ" ชายแก่จิบน้ำชาที่ไม่มีวันหมดจากกาน้อยๆที่ตั้งอยู่ข้างกาย

"พูดเหมือนง่ายนะคะ" เธอพึมพำ

"มีสมาธิๆ คิดถึงดวงจิตๆ" ริกะพึมพำ  ทำไมมันยากอย่างนี้นะ ไม่เห็นจะเข้าใจเลย

"เจ้าต้องตั้งมั่นมากกว่านี้ เจ้าต้องเชื่อว่ามันมีอยู่จริง เข้าใจไหมมาซากิ" เสียงชายแก่ดังกังวาลเช้ามาในหัว

"ได้ยินด้วยรึค่ะ" เธอถามด้วยสีหน้าแปลกใจ

"เจ้าต้องเชื่อก่อนที่จะทำหากเจ้าทำโดยที่เจ้าไม่เชื่อว่ามันมีจริงมันก็จะไม่มีเข้าใจแล้วนะเอาล่ะข้าจะปล่อยให้เจ้าทดลองดู เมื่อเจ้าทำสำเร็จแล้วข้าจะมาสอนบทเรียนต่อไปสิ้นเสียงเขาก็หายไป

"อยากกลับบ้าน คิดถึงแม่จัง คิดถึงข้าวปั้นสาหร่าย ซาโอริจะเป็นยังไงนะ อาอิจังจะหายโกรธรึยัง ฉันคิดถึงเธอจัง ขอโทษจริงๆนะ" เธอพูดกับตัวเอง น้ำใส ใสก็เอ่อ ขึ้นมา

ไม่นะ เราต้องเข้มแข็ง แต่ว่าฉันอยากกลับบ้านแล้ว.. เธอคิดในใจ

"อยากกลับบ้านเจ้าก็พยายามให้มากกว่านี้สิ จะร่ำไรให้เสียเวลาไปทำไม!" เสียงนั้นดังขึ้นในหัวอีกแล้วริกะสะดุ้ง อาจารย์ได้ยินทุกอย่างที่เธอคิด น่ากลัวจริงๆ

แต่มันก็เป็นการยากเหลือเกินที่เธอจะรวบรวมสมาธิได้ตอนนี้ แล้วริกะจะได้กลับบ้านรึเปล่านะ


เธอพยายามครุ่นคิด และพยายามรวบรวมสมาธิอย่างหนัก แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอเริ่มถอดใจ

______________________________________________

ตู๊ด..............  ตู๊ด...................
"สวัสดีค่ะ อาอิพูดค่ะ" สาวน้อยที่นอนอยู่บนเตียง รับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงคลุมเคลือ
"นี่แม่ริกะนะลูก ริกะอยู่กับหนูรึเปล่าจ้ะ" น้ำเสียงดูวิตกกังวลจนรู้สึกได้
เธอลุกขึ้นนั่ง
"เอ๋? ไม่ได้อยู่กับหนูนี่ค่ะ เค้ากลับบ้านไปแต่เช้าแล้วนี่ค่ะ" เธอตอบด้วยความประหลาดใจ
"เขายังไม่กลับบ้านตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แม่ชักเป็นห่วงริกะจังเขาไปไหนนะ"แม่เสียงสั่น
"ใจเย็นๆ นะคะหนุพอจะรู้ว่าเขาไปไหนเดี๋ยวหนูไปตามให้ค่ะ แต่เมื่อคืนเขามาบ้านหนูค่ะ คุณป้าไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ" เธอปลอบใจคุณแม่ริกะที่กำลังกลุ้มใจ
"ขอบใจหนูอาอิมากเลยนะลูก ถ้าเจอเขาก็ให้โทรกลับมาบ้านนะลูก" แม่พูดก่อนจะวางสายไป

"เธอหายไปไหนของเธอนะ ไม่อยากจะยุ่งจริงๆ เลย ชอบทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วง สงสัยจะไปโรงพยาบาล เห้อ.." เธอพึมพำกับตัวเองก่อนจะลุกไปอาบน้ำแต่งตัว

1 ช.ม. ต่อมา อาอิก็มาถึงโรงพยาบาลไซเค็น
เธอวิ่งขึ้นลิฟท์ไป ในใจก็อยากจะหาริกะให้พบแต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากจะพบหน้า เธอจะทำหน้ายังไงล่ะ ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นน่ะหรอ เธอทำไม่ได้หรอกนะ เธอไม่อยากจะเจอหน้า ไม่อยากจะเห็นแววตาคู่นั้น
ชั้น 12 ลิฟท์เปิดออก
"เห้อ!!!! เป็นไงเป็นกัน" เธอถอนหายใจ ก่อนจะก้าวฉับๆ ไปที่ห้อง 1204
ก๊อกๆ  ก๊อกๆ อาอิยืนรออย่างใจเต้น
ชายหนุ่มในชุดสีดำมาเปิดประตูเหมือนเคย

"สวัสดีครับคุณหนู" เขากล่าวอย่างสุภาพก่อนจะเปิดประตูให้

"ขอบคุณค่ะ" เธอกล่าวก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง

"ริกะ!!" เธอต้องตกใจเมื่อภาพที่เห็นคือมีสาวน้อยสองคนที่นอนอยู่บนเตียงมิใช่แค่ ซาโอริคนเดียวแล้วแต่กลับเป็นเพื่อนสาวที่เธอคุ้นหน้าอย่างดี

"ริกะเป็นอะไรค่ะ คุณฮิโตะ" เธอหันมาชายหนุ่มในสูทสีดำ

"คุณหนูริกะเป็นลมไปครับตั้งแต่ช่วงเช้ายังไม่รู้สึกตัวเลยครับ" เขาอธิบายก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้มุมห้อง

อาอิเดินเข้าไปที่เตียงที่ริกะนอนอยู่

"ยัยบ้า มาเป็นอะไรไปอีกล่ะ แล้วฉันจะบอกกับแม่เธอยังไง ชอบทำให้คนอื่นเป็นห่วงอยู่เรื่อย" อาอิบ่นก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือเย็นๆ ของริกะ
"ทำไมมันเย็นอย่างนี้นะ" เอทำสีหน้าตกใจก่อนจะบีบมือริกะแน่น
"ตื่นได้แล้วยัยบ้า นอนสบายเชียวนะ" เธอพูดกับสาวน้อยที่นอนแน่นิ่ง มันแปลกเหลือเกินที่ทำไมริกะถึงนอนหลับสนิทขนาดนี้เธอเป็นอะไรกันนะ
อาอิหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายและโทรหาแม่ริกะ
ตู๊ด...  ตู๊ด...
"สวัสดีค่ะ บ้านซาโตมิค่ะ " เสียงผู้หญิงรับที่ดูคุ้นหู
"คุณแม่ค่ะหนูเจอริกะแล้วนะคะ แต่เธอหลับอยู่ถ้าริกะตื่นแล้วหนูจะให้โทรหาคุณแม่นะคะ" อาอิบอกคุณแม่พยายามทำน้ำเสียงให้ปกติที่สุด
"ขอบใจมากนะลูก แย่จริงๆเด็กคนนี้ชอบทำให้แม่เป็นห่วงเรื่อย ขอบใจหนูอาอิมากนะจ้ะ รบกวนแย่เลย" คุณแม่พูดด้งยน้ำเสียงโล่งใจ
"ไม่เป็นไรค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ" อาอิกล่าวมือเธอยังคงจับมือริกะแน่นเหมือนอยากให้ริกะรับรู้ด้วย
"จ้า ขอบใจมากจ้ะ" คุณแม่วางสายไป
ซาโอริเริ่มรู้สึกตัว
"อุ้ย ขอโทษจ้ะ ทำให้เธอตื่น" อาอิปล่อยมือริกะ
"เอ่อ เธอคืออาอิซินะ ฉันจำได้แล้ว" สาวน้อยผมทองเอ่ย
"จ้ะ ยินดีที่รู้จักจ้ะ เป็นอย่างไรบ้างจ้ะ" อาอิถาม
"ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ขอโทษทีนะที่ไม่ได้แจ้งให้ทราบว่าริกะเป็นลม เราไม่รู้จะติดต่อพวกเธอยังไง" ซาโอริอธิบาย
"อ่อ ไม่เป็นไรจ้ะ พอดีว่าอม่ริกะเขาโทรมาหาฉันน่ะ เพราะริกะยังไม่ได้กลับบ้านเลย" อาอิพุดตะกุกตะกัก เพราะเธอกลัวว่าซาโอริจะถามว่าเมื่อคืนริกะอยู่ไหน
"แล้วคุณแม่ริกะทราบยังค่ะว่าอยู่ที่นี่" ซาโอริถามด้วยความกังวล
"ฉันโทรไปบอกแล้วจ้ะ" อาอิบอก เธอรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
"งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะ" อาอิหาทางออกให้กับตัวเอง เธอควรจะกลับแม้ว่าจะเป็นห่วงริกะก็ตาม
"ทำไมล่ะ ทำไมรีบกลับอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนซิ ฉันอยู่คนเดียวเบื่อจะแย่" ซาโอริพยายามรั้งอาอิไว้เป็นเพื่อน
"มีฮิโตะทั้งคนใครว่าอยู่คนเดียว" อาอิหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่มุมห้อง
"เขาพูดเป็นซะที่ไหนวันๆเอาแต่นั่งอยู่ตรงนั้นแหละ อิอิ"เธอแอบแซวฮิโตะที่ตอนนี้กำลังเงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่เขาอ่านอยู่แล้วหันมามองหน้าสาวน้อยที่นั่งหัวเราะทำหน้าทะเล้นอยู่บนเตียงแต่กลับไม่พูดอะไรสักคำ
"เหอๆ ก็ได้ฉันกินข้าวเป็นเพื่อนแต่กินเสร็จแล้วฉันกลับนะ" อาอิยอมโดยดีเธอก็พอเข้าใจว่าอยู่หลายคนแต่ความรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวก็คงจะเบื่อไม่น้อย
____________________________________________
"โอ้ย!!~ ทำไมมันยากเย็นอย่างนี้นะ" เสียงสาวน้อยผมดำยาวขยี้หัวแรงๆก่อนจะทิ้งตัวลงบนพื้นห้องอย่างหัวเสีย
"ก็เจ้ามัวแต่คิดถึงเรื่องอื่นไม่ตั้งใจน่ะสิ" เสียงชายแก่พูดขึ้น
ริกะลุกขึ้นนั่งจึงเห็นชายแก่มาปรากฎตัวอยู่ตรงหน้า กำลังจิบชาเหมือนเคย คนอะไรดื่มแต่ชาไม่กินข้าวรึไงนะ ริกะคิดในใจ
"ทำไมรึ เจ้าอยากกินข้าวรึไง?" เขาตอบสวนกลับทันที เรื่องอะไรที่เธอคิดในใจเขาได้ยินหมดหรือนี่ ต้องระวังความคิดด้วยหรอจะบ้าตาย
"เปล่าค่ะ แค่สงสัยว่าทำไมท่านดื่มแต่ชา" เธอตอบอย่างอายๆ 
"ฮ่า ฮา จะให้ข้ากินน้ำหวานเหมือนพวกเจ้ารึไงมาซากิ อยู่ที่นี่เราไม่ดื่มกินเหมือนโลกเจ้าหรอก" เขากล่าวอย่างอารมณ์ดี
"แต่ท่านก็พูดถึงคุ๊กกกี้นี่" เธอย้อยถาม
"ใช่ เรากินคุ๊กกี้ ชา ขนมปังแล้วก็อาหารบางอย่างเช่นข้าว แต่ถ้าไม่ทานอะไรก็อยู่ได้โดยไม่หิว" ชายแก่กล่าวเสียงเรียบ
"แปลกจริงกินก็ได้ไม่กินก็ได้"  เธอพึมพำ
"เอาล่ะถึงเวลาที่เจ้าต้องกลับแล้วมาซากิ แต่เจ้าต้องจำไว้ว่าจงรวบรวมสมาธิให้เป็นหนึ่งเดียวและต้องเชื่อในสิ่งที่ทำเข้าใจไหม"เมื่อสิ้นเสียง ทุกอย่างดูมืดมิด
"อาจารย์ อาจารย์ค่ะ!" ริกะตะโกนลั่น
 


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

146 ความคิดเห็น