[Fanfic] Got7 x You #เจ้าสาวของกัซ

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 2 ‘ว่าที่เจ้าบ่าว [2]’ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 684
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    10 ม.ค. 60


มาร์คจับกด


            หลังจากเหตุการณ์เสี่ยงต่อโรคหัวใจ หญิงสาวเลยล้มเลิกการสำรวจบ้านหลังนี้ไว้ก่อน กลัวว่าจะเจอกับบางอย่างที่มีผลกระทบต่อหัวใจค่อนข้างรุนแรงแบบเมื่อครู่ เธอจึงเดินมาด้านล่างซึ่งตอนนี้ไร้ซึ่งเงาของบุคคลอันตรายทั้งเจ็ด อย่างนี้ก็ขอพักหัวใจบ้าง
            กลิ่นหอมๆ ลอยเข้ามาเตะจมูกจนเจ้าตัวต้องเดินตามกลิ่นไปถึงในครัว แม่บ้านสองสามคนกำลังวุ่นเพื่อตระเตรียมอาหารกลางวันสำหรับเธอและว่าที่เจ้าบ่าวทั้งเจ็ดของเธอ หญิงวัยกลางคนหันมายิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร เธอยิ้มตอบเช่นกัน ก่อนจะเดินเข้าไปเพื่อพูดคุย
            “คุณป้าทำอะไรอยู่ค่ะ หอมเชียว”
            “ขอโปรดของคุณๆ ทั้งหลายแหละค่ะ ว่าแต่คุณชอบทานอะไรคะ พวกดิฉันจะได้เตรียมไว้ให้”
            “หนูทานอะไรก็ได้ค่ะ คุณป้าไม่ต้องพูดทางการกับหนูก็ได้ค่ะ หนูอายุน้อยกว่าคุณป้าตั้งเยอะ”
            ความเป็นกันเองของหญิงสาวสายรอยยิ้มให้กับคนในครัวใช่น้อย แม้ว่าเธอจะเข้ามาเป็นว่าที่นายหญิงของบ้านหลังนี้ แต่กลับไม่ดูถูกดูแคลนผู้ได้ชื่อว่าเป็นคนใช้เลยสักนิด แถมยังไม่ถือเนื้อถือตัวอีกต่างหาก เหมือนว่าสาวเจ้าจะได้คะแนนพิศวาสจากคนตรงหน้าไปเต็มๆ
            “มีอะไรให้หนูช่วยมั้ยคะ?” เธอถามหญิงวัยกลางคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม พร้อมมองไปรอบๆ ห้องครัวที่พร้อมไปด้วยอุปกรณ์รังสรรค์อาหารรสเลิศ
            “จะว่ามีก็มี แต่ป้าไม่อยากรบกวนคุณจริงๆ ค่ะ”
            “ไม่เป็นไรค่ะ หนูทำได้” เธอพยักหน้าใส่คนตรงหน้าเพื่อให้เชื่อมั่น
            “ถ้าอย่างนั้น...” หญิงวัยกลางคนเดินเลี่ยงไปใกล้ๆ พร้อมยกถาดข้าวต้มพร้อมยามาวางตรงหน้าเธอ “ช่วยเอาอาหารไปให้คุณมาร์คหน่อยได้มั้ยคะ ไม่ยอมทานอะไรแต่เช้าท่าทางจะหิวแย่”
            “คุณมาร์ค?” สาวสอดส่องเข้าไปยังถาดอาหารของคนที่เอ่ยถึงอย่างสงสัย “เขาไม่สบายเหรอคะ?”
            “ค่ะ” หญิงสาวไม่เอะใจอะไร เพียงแต่ยกถาดข้าวต้มเดินออกจากห้องครัวช้าๆ อย่างไม่ต้องการให้ข้าวต้มร้อนๆ ในชามหก “รบกวนด้วยนะคะ”
            เธอหันไปยิ้มให้กับมิตรใหม่และเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ห้องของมาร์คอยู่ติดกับห้องของเธอ แต่กลับไม่เคยเห็นหน้าของเขาเลยสักนิด เขาจะหน้าตาเป็นแบบไหนกันนะ? หญิงสาวได้แต่คิดวนไปวนมาจนมาหยุดอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่ โดยมีเจ้าของห้องรอคอยการมาของเธออยู่ในนั้น
            “ป้า!” สาวใช้เรียกหญิงวัยกลางคนที่ชะเง้อคอมองดูผลงานของตัวเองจนกระทั่งมีเสียงเรียกต้องหันกลับ “คุณมาร์คเขาไม่ชอบให้ใครเข้าไปยุ่งวุ่นวายในห้อง แบบนี้คุณคนนั้นเขาจะไม่แย่เอาเหรอ?”
            “ไม่หรอก นี่เป็นคำสั่งของคุณมาร์คต่างหาก” หญิงวัยกลางคนยิ้มกริ่มกับแผนการของคนแกล้งป่วย แสดงว่าผู้หญิงคนนี้มีผลต่อจิตใจของเขาไม่มากก็น้อย ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายขนาดนี้ เพียงแค่ผู้หญิงคนเดียว หน้าตาอย่างเขานั่นหรือจะหาไม่ได้
            ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
            เสียงเคาะบานประตูไม้ดังพอที่จะให้คนนอนหลับตาพริ้มลืมตาขึ้นมาเฝ้าคอยคนที่รอเข้ามา ร่างเล็กถือวิสาสะเข้าไปยังห้องนอนกว้างเพราะเจ้าหล่อนคิดว่าเจ้าของห้องตอนนี้คงจะไม่มีแรงลุกขึ้นมาเปิดประตูให้อย่างแน่นอน แต่เธอจะรู้มั้ยว่าตอนนี้ตัวเองกลายเป็นเหยื่อของคนที่นอนจมผ้าห่มอยู่บนเตียง
            “คุณมาร์คคะ” เสียงหวานร้องเรียกคนใต้ผ้าห่มอย่างแผ่วเบา เจ้าของชื่อแม้รู้ตัวว่าถูกเรียก แต่ยังคงนิ่งราวกับหลับลึก แม้ว่าจริงๆ แล้วตัวเองตื่นอยู่ก็เถอะ “ฉันเอาข้าวต้มมาให้... หลับอยู่หรือเปล่าคะ?”
            หญิงสาวไม่ได้คำตอบจากคนที่นอนอยู่ เลยเดินอ้อมไปยังอีกด้านของเตียง มีโต๊ะขนาดเล็กพอวางถาดอาหารในมือได้ และหวังว่าเขาตื่นมาจะได้ทาน แต่พอสายตาแสนซนประสบกับใบหน้าหล่อเหลาหลับพริ้มอยู่บนเตียง เขามีเสน่ห์เกินกว่าจะละสายตาได้จริงๆ!
            “เขาคือคนจริงๆ ใช่มั้ย?” เธอเผลอหลุดบอกออกมาอย่างแผ่วเบา ดวงตายังคงจับจ้องใบหน้าทรงเสน่ห์ มือเล็กเผลอยกเอื้อมมือขึ้นหมายจะสัมผัสใบหน้าเนียนนั้น แต่กลับมีบางอย่างโผล่มาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น “ว๊าย!!”
            “ก็คนน่ะสิ คิดว่าฉันเป็นผีหรือไง?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมเปลือกตาบางลืมขึ้นมาจับจ้องคนเสียมารยาทตรงหน้า มือหนาที่เข้ามาคว้าแขนเธอปล่อยออกพรางยันตัวขึ้นลุกนั่งหลังพิงหลังเตียง “เธอเป็นใคร?”
            เขาถามทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้ว คนถูกถามกะพริบตาปริบๆ มองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากละสายตา ก่อนจะส่ายหัวน้อยๆ เพื่อเรียกสติตัวเองอีกครั้ง มันช่างน่าขายหน้าจริงๆ ที่มองเขาตาค้างแบบนั้น “ฉันคือเจ้าสาว...”
            “ว่าที่เจ้าสาวสินะ” คนถามถามซ้ำ
            “ประมาณนั้นค่ะ”
            “ฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะเลือกใครมาเป็นเจ้าบ่าว”
            หญิงยาวยอมรับว่ารู้สึกไม่พอใจที่เขาเลือกที่จะสละสิทธิ์จากการเป็นว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ ใบหน้าสาวชักสีหน้าคว่ำอย่างเห็นได้ชัด คนเห็นที่มองอยู่เผลอกดยิ้มมุมปากเล็กๆ อย่างพอใจ ก่อนจะปรับให้อยู่โซนหน้านิ่งเหมือนเดิม
            “ช่วยไปเอาโต๊ะทานข้าวให้ฉันหน่อย ฉันหิวแล้ว” บอกพรางชี้ด้วยสายตาไปที่ปลายเตียง มีโต๊ะเล็กๆ ไว้สำหรับทานอาหารบนเตียงวางไว้อยู่ หญิงสาวลุกพรวดตรงไปยังโต๊ะตัวนั้น ก่อนจะลากมาตรงหน้าชายหนุ่ม พร้อมยกถาดอาหารตรงหัวเตียงวางให้เขา “อยู่รอเก็บด้วยล่ะ ฉันไม่ชอบให้มีจานติดเศษอาหารอยู่ในห้อง”
            เขาสั่งและเริ่มลงมือทานอย่างช้าๆ คนถูกสั่งทิ้งตัวนั่งหน้างอเป็นเด็ก กอดอกมองคนป่วยอย่างหงุดหงิด แต่อาการทั้งหลายของหล่อนอยู่ในสายตาของเขา แม้ไม่ต้องทำอะไร อย่างไรเสียเธอก็ต้องเป็นของเขาอยู่วันยันค่ำ ต่อให้เธอจะเลือกเจ้าบ่าวคนไหนเขาก็ไม่สน ในเมื่อเขาได้กำหนดเอาไว้แล้วว่าเธอต้องเป็นของเขา!!
            “ไม่พอใจอะไร?” เสียงทุ้มลอยเข้ามากระทบโสตประสาทสาวจนใบหน้างอของเธอกลับเข้าสู่ปกติ
            “เปล่าค่ะ” และเปลี่ยนเป็นนิ่งเรียบเข้าสู้คนตรงหน้า กอดอกเชิดหน้าสู้อย่างไม่ยอมแพ้
            “แน่ใจ”
            “ค่ะ”
            “แล้วทำไมทำหน้าแบบนั้น”
            “หน้าแบบไหนคะ?”
            “ยังจะถามอีก” ใบหน้าหล่อที่เคยจดจ้องอยู่กับอาหารตรงหน้าหันมากระทบสายตาสาว มองจ้องลึกเข้าไปยังดวงตาเธอจนเธอเหมือนโดนสะกด แต่หากว่าดวงตาเธอนั้นกลับเห็นบางสิ่งที่ติดอยู่มุมปาก เศษอาหารเล็กๆ ที่ติดอยู่มันทำให้ความนิ่งของเขาบั่นทอนลงไปเยอะ ราวกับเด็กน้อยที่ต้องการการดูแล แต่หารู้ไม่ว่ามันคือแผนร้ายของชายเจ้าเล่ห์ตรงหน้า
            “อาหารติดที่ริมฝีปากค่ะ”
            “เช็ดให้หน่อย”
            เขาสั่งด้วยเสียงนิ่งเรียบแต่แอบแฝงไปด้วยความเว้าวอนร้องขอ สาวเจ้ายอมลดมือลงเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชู่ตรงหัวเตียงใกล้ๆ แต่หารู้ไม่ว่าตอนนี้กำลังมีภัยร้ายเข้าเคลือบคลานเข้ามา
            แขนเล็กถูกกระชากด้วยแรงที่เหนือกว่าจนร่างสาวเซซัดเข้าหาอกแกร่ง โต๊ะอาหารที่เคยเป็นสิ่งกีดขวางตอนนี้ถูกผู้กระทำผลักออกห่างไปซะแล้ว มือหนาช้อนคางมนขึ้นมาให้ได้องศา ก่อนจะเข้าไปฉกชิงริมฝีปากอิ่มของคนตรงหน้าอย่างไม่ต้องขออนุญาต แรงบีบเบาๆ แต่มีอำนาจล้นเหลือ มันมากพอที่จะเปิดทางให้เขาเข้าไปสำรวจตรวจสอบความหวานหอมที่เฝ้ารอมาเนิ่นนาน
            มันอยากที่จะควบคุมอารมณ์ตัวเอง และเขาเลือกที่จะทำตามสัญชาตญาณ
            “ออกหมดแล้วใช่มั้ย?” เขาถามพร้อมยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เมื่อเห็นคนตรงหน้าใบหน้าแดงกร่ำ ตอนนี้เศษอาหารที่มุมปากไม่น่าสนใจเท่ากับริมฝีปากของหล่อน อยากเข้าไปฉกชิงอีกครั้ง แต่หล่อนก็พยศซะเหลือเกิน
            “นะ... นี่คุณ!!” แรงที่ด้อยกว่าพยายามผลักตัวเองให้เป็นอิสระ แต่มีหรือที่คนแกล้งป่วยจะยอมปล่อย โอกาสอยู่ตรงหน้าหลุกลอย หากปล่อยไปตอนนี้ก็โง่เต็มที “ปล่อยค่ะ” เธอสั่งเขาอีกครั้ง
            “ฉันเคยบอกแล้วว่าฉันไม่สนว่าเธอจะเลือกใครมาเป็นเจ้าบ่าว” สิ้นเสียงคล้ายคำประกาศิตของร่างสูง ร่างสาวผู้แสนพยศถูกแรงเหนือกว่ากดราบบนเตียงนุ่ม คนแกล้งป่วยใช้ความช่ำชองขึ้นคร่อมร่างสาวดั่งกรงเหล็กกล้าเพื่อให้คนข้างล่างไร้อิสระ! “เพราะเธอเป็นของฉันตั้งแต่แรก ไม่มีสิทธิ์เลือกคนอื่น”
            “ฉะ... อื้ม!!”
            ทุกคำที่หล่อต้องการจะโต้เถียงถูกหยุด! อีกครั้งที่กลีบปากของเขาฉกชิงปากอิ่มของเธอ รุกรานบดขยี้สาวเจ้าจนแทบลืมหายใจ ให้ตายเถอะ!! เธอมีเวทมนต์หรืออย่างไร ทำไมรสจูบเธอถึงได้ตราตรึงใจเขาถึงขนาดนี้!
            ลิ้นเล็กยังหลบหลีกหนีจากผู้รุกราน แต่ด้วยคนมากประสบการณ์เกลี่ยกล่อมไล่ดูดกลืนหล่อนแทบไม่ได้หายใจ สุดท้ายเลยเผลอปล่อยตัวและหัวใจหลงใหลไปกับจูบที่เขาปรนเปรอ แต่มันจะจบแค่จูบหรือ...? คนอย่างมาร์คไม่ได้โง่พอที่จะยอมปล่อยโอกาสดีๆ แบบนี้ให้หลุดมือ หากได้ครอบครองหล่อน แม้จะแค่ตัว แต่อีกไม่นานหัวใจเธอต้องเป็นของเขา!!
            มือหนาไล่ไล้เข้าไปยังใต้สาปเสื้อสาว โดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้เรื่อง ยังคงหลงไปกับจูบหอมหวานที่เขายังคงหมอบให้ไม่หยุด แต่ความซุกคนของคนแกล้งป่วยมันมากเหลือเกิน มือหน้ายังคงวนเวียนอยู่บริเวณหน้าท้องสาว กระดุมเธอถูกปลดออกอย่างช้าๆ หนึ่งเม็ด สองเม็ด และทุกเม็ด จนเผยให้เห็นบราเซียสีหวานเต็มตาชายหนุ่ม
            ความตื่นตัวมันมากเกินกว่าจะหยุดทุกอย่างไว้ตรงนี้จริงๆ!!
            “ปล่อยค่ะ!!” เธอพยายามผลักทั้งตัวเขาและตัวเองออก เมื่อรู้สึกถึงการรุกรานที่มากขึ้น
            “อย่าดื้อ!!”
            เสียงดุอย่างแผ่วเบามาพร้อมกับการรุกรานใหม่ ริมฝีปากร้อนทาบทับลงซอกคอหอมกรุ่น จนผู้ถูกรุกรานแทบระเบิดกับรอยจูบอันร้อนแรงนี้ มือเล็กพยายามดันร่างสูงออกห่าง แต่กับถูกรวบไว้เหนือศีรษะของตน ริมฝีปากร้อนยังคงเลื่อนลงต่ำมาเรื่อยๆ จนถึงเนินเนื้อสาว เขาพรมจูบอย่างไม่คิดชีวิต มันช่างตรึงตราตรึงใจเขาแทบคลั่ง
            “ฉันต้องดื้อ คุณจะมาเอาเปรียบฉันแบบนี้ไม่ได้” เธอร้องห้ามพร้อมสะบัดตัวแรงๆ เพื่อหมายจะให้หลุดจากการควบคุมจากคนคุกคาม เมื่อมืออีกข้างของเขาหมายจะเข้าไปปลดตะขอบราเชียด้านหลังเพื่อให้เห็นอะไรมากกว่านี้ หากไม่หยุดตอนนี้ มันจะไม่สามารถหยุดได้แน่!!
            “แล้วฉันทำคนเดียวหรือไง!?” เขาปรามอย่างหัวเสียเพราะโดนขัดใจ แต่ใบหน้าที่ดุดันของเขา มันกลับทำให้เธอดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมาด้วยความน้อยใจกับสิ่งที่เขากำลังกระทำ
            “พวกคุณเป็นบ้าอะไรกัน ทำไมทำกับฉันอย่างกับว่าฉันเป็นตุ๊กตาระบายอารมณ์!!”
            เธอตะโกนความอัดอั้นใส่คนตรงหน้า พร้อมน้ำใสๆ ไหลลงตามหางตาทั้งสองข้าง คนที่เห็นถึงกับหยุดกึกทุกสิ่งอย่าง ที่ใบหน้าเนียนแดงก่ำตอนนี้มันทั้งอายและโมโห พวกเขาคิดว่าเธอเป็นเหมือนของเล่น ของระบายอารมณ์หรือยังไง? ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บ โดยเฉพาะเขากับสิ่งที่ทำอยู่ มันชัดเจนว่าแค่อยากเอาชนะ ไม่ได้คิดแม้แต่จะรักหรือถูกตราต้องใจเธอเลยสักนิด
            ‘นายมันใจร้าย... ใจร้ายมาก!!’
            “ฉันมาที่นี่เพื่อตามหาเจ้าบ่าวของตัวเอง ไม่ได้มาเป็นตุ๊กตาระบายอารมณ์ของใครแบบที่คุณทำอยู่ตอนนี้!!”
            แรงที่เคยกดทาบทับร่างสายอมผ่อนปรนจนเธอดีดตัวออกห่างจากคนอันตรายได้สำเร็จ พยายามรวบสาปเสื้อที่แยกออกเข้าหากันอย่างทุลักทุเล ดวงตากลมยังจ้องคนแกล้งป่วยอย่างไม่ลดละ แต่กลับกลายเป็นสายตาอันดุดันจนคนถูกจ้องใจหายวูบ ในใจก็คิดว่าตนทำเกินไปหรือเปล่า ยิ่งเห็นน้ำตาหล่อน ทำไมเขาต้องรู้สึกผิดมากมายขนาดนี้
            ‘ควรขอโทษเธอดีมั้ย?’
            “คิดว่าฉันสนเหรอ?” เขาตอบเสียงเรียบ แม้ใจจะรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำ แต่ความทะนงตัวมันมากกว่า
            “นี่คุณ!!”
            “ไปบอกทุกคนซะว่าเธอจะแต่งงานกับฉัน” ร่างสูงยันตัวลุกขึ้นตามหญิงสาวไป แต่กลับได้รับการถอยห่างจากสาวเจ้าแทน จนต้องใช้กำลังรวมรับเอวนางเข้าหาอกแกร่งอีกครั้ง แม้ว่าตัวเธอจะดิ้นยังไง แต่ความหวั่นเกรงว่าเสื้อเธอจะหลุดเผยให้เห็นสิ่งสงวนสู่สายตาของเขาก็มากพอจนต้องยืนนิ่ง
            เม็ดกระดุมถูกติดเข้าที่อีกครั้งด้วยผู้ที่ปลดมันออก สายตาเข้มจ้องมองใบหน้าเนียนที่เบนไปทางอื่น สงสัยคราวนี้เขาตรงปล่อยโอกาสให้หลุดมือไปเสียแล้ว “เรื่องงี่เง่าแบบนี้จะได้จบซะที”
            “ค่ะ” แต่คำตอบของเธอมันทำให้เขาดีใจจนแทบจะควบคุมรอมยิ้มตัวเองไม่อยู่ แต่ทุกสิ่งอย่างกับตกวูบลงไปเมื่อได้ยินคำประกาศิตของเธอ “ฉันจะบอกทุกคนว่าฉันจะไม่แต่งงานกับคนอย่างคุณเด็ดขาด!!”
            “อยากจะลองดีใช่มั้ย?” เสียขุ่นรอดไรฟันอย่างเกลี้ยวกราด ดวงตาวาวโรจน์ของคนตัวสูงจ้องสายตาดุๆ ของคนตรงหน้าที่จ้องเขาอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน
            “หากฉันต้องใช้ชีวิตกับคนป่าเถื่อนไร้หัวใจแบบคุณ ฉันยอมให้ตัวเองขึ้นคานแล้วตายไปจะดีกว่า” สาวเจ้าผละตัวออกห่างจากคนตรงหน้า และเดินตรงหรี่ไปยังประตูทางออกทันที ถ้าขืนอยู่นานกว่านี้เธอคงต้องเสียเปรียบไปมากกว่านี้แน่ “ขอตัวนะคะ”
            บานประตูใหญ่ถูกปิดปึง เหลือไว้เพียงสายตามากด้วยแผนร้ายมองประตูห้องของตัวเอง มุมปากได้รูปกดรอยยิ้มลึกอย่างมีชัย เพราะตั้งแต่นี้ต่อไป เขาจะอยู่ในสายตาเธอตลอดเวลา ไม่ว่าเขาจะทำอะไร ไปไหน หรือแม้แต่พูดอะไรเธอจะจำทุกรายละเอียดของเขา ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม เพียงตอนนี้ต้องรอ... รอจนกว่าเธอจะมีเขาเต็มหัวใจอย่างไม่รู้ตัว
            “แล้วเธอจะกลืนน้ำลายตัวเองแทบไม่ทัน คุณว่าที่เมีย”




อย่าริอาจมาดื้อกับพี่ บอกอะไรต้องทำตาม ไม่อย่างนั้นจะโดนจับกดไม่รู้ตัว... งั้นไรท์ยอมดื้อค่ะ!!
คนต่อไป >>> คนจอมซึน ยูคยอม มาดนิ่ง เย่อยิ่ง แต่รักจริงนะขอบอก

ปล. เดี๋ยวอีกสักสองวันจะมาลงตอนต่อไป ช่วงนี้งานท่วมหัวทำตัวเหมือนว่างจังเลย เหอะๆๆ T^T








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

158 ความคิดเห็น

  1. #44 nunae (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 21:27
    มาร์คคึ เมนมาร์คเหมือนกันไรท์ ฟินนนนนนนน
    #44
    1
  2. #22 molobee_kk (@mobeekk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 23:14
    มาร์ค>< อ้ากกกกกก แรงมาก><
    #22
    0
  3. #19 XYCYMN (@XYCYMN) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 18:15
    พี่ม้าคสายแบดบ่หนิ5555555555555
    #19
    0
  4. #18 ntn.9846 (@nuntanoot) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 17:39
    โหยยย เลือกไม่ถูกเลย ได้คุยครบหกคน ขาดอีกหนึ่ง คยอมมี่จ๋า มาอ้อน พี่หน่อยสิ~
    #18
    0