[Fanfic] Got7 x You #เจ้าสาวของกัซ

ตอนที่ 37 : ตอนที่ 10 ‘เดทตัดสิน’ [70%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    8 มี.ค. 60

 

 

                “มีอะไรหรือเปล่า“”
            “อ๊าย!!” เสียงทุ้มขานเรียกเมื่อเห็นหญิงสาวเดินหันรีหันขวางเหมือนกับว่ากำลังหนีอะไรอยู่ จนเธอร้องเสียงหลงเมื่อหันไปปะทะกับร่างสูงที่บังเอิญมาเห็นพอดี ก่อนจะลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่และทำตัวให้เป็นปกติที่สุด “คุณจินยอง”
            “ครับ ผมเอง” เขาขมวดคิ้วมองวงหน้าสาวที่ยังเลิกลักไม่หาย แก้มทั้งสองข้างแดงเปล่งอย่างเห็นได้ชัด จนอดคิดไม่ได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอมันคงเป็นเรื่อง...
            “มีอะไรหรือเปล่าคะ คุณจินยอง” เธอถามและพยายามทำนำเสียงให้เป็นแกติที่สุด
            “นั่นมันคำถามผมนะครับ มีอะไรหรือเปล่า ดูคุณตื่นๆ”
            “คือว่า... คือ...” เธออ้ำอึ้งไม่กล้าพูด
            เรื่องน่าอายแบบนั้นใครจะกล้าเอาไปเล่าให้คนอื่นฟัง แม้มาร์คบอกให้กลับไปที่ห้องเพราะตัวเองยังต้องการการพักผ่อน แต่กว่าจะปล่อยออกมาได้ ทั้งแก้มทั้งริมฝีปากเธอก็แทบช้ำ พอจะขัดเขาก็ดุ เลยต้องยอมจนกว่าเขาจะพอใจ แต่คนโลภอย่างเขามีหรือจะพอใจง่ายๆ ไม่รู้ว่าใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะได้ออกมาจากห้องนั่น พอออกมาก็เจอคนจับผิดเสียอีก
            “ไม่ต้องพูดก็ได้ครับ ว่าแต่... วันนี้น่าจะเป็นวันเดทของคุณกับพี่มาร์คไม่ใช่หรือ“”
            “เออ... คือ ค่ะ” เธอพยักหน้าแรงๆ หลายครั้ง เป็นอาการที่ผิดสังเกตอย่างรุนแรง
            “เดทกันไปแล้ว“” เธอส่ายหน้าเป็นคำตอบ “ตกลงยังไงกันแน่ครับ นี่ก็จะเย็นแล้ว”
            “คุณมาร์คเขาต้องการพักผ่อนค่ะ เลยให้ไปเดทวันอื่น”
            “ครับ”
            เขาตอบเหมือนไม่สงสัยอะไรพรางมองสาวเจ้าเดินเข้าห้องตนไปอย่างจับผิด แม้ในหัวมีหลายเรื่องที่อยากจะถาม แต่ถามไปหญิงสาวก็คงไม่ตอบอะไรมาก จินยองไม่ใช่คนโง่ เป็นคนฉลาดคนหนึ่งที่พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาทั้งคู่ แบบนี้อย่างกับว่าเขาและคนอื่นๆ อีกหกคนเสียเปรียบเต็มประตู
            ‘จะมาเดทเกินเวลาแบบนี้ไม่ได้นะ พี่ชาย’

            กลายเป็นว่ามีตติ้งวันนี้ของพี่น้องมีแค่หกคน เพราะพี่ใหญ่ที่เคยเป็นหัวหลักนอนหลับเป็นตายอยู่ในห้อง เลยถือโอกาสเปิดประเด็นเรื่องเดทของพี่ชายตนขึ้นมาเสียเลย แต่ที่ผ่านมามีแค่มาร์คเท่านั้นที่ดำเนินแผนการต่างๆ ตลอด พอมาถึงคราวที่พวกตนขาดคนพึ่งพาไป เลยจับจุดกันไม่ได้สักคน
            “ช่วงนี้พี่ใหญ่ทำงานแทบไม่ได้นอน คงไม่มีเวลาไปเดทหรอก” ยองแจกล่าว
            “ชะที่ไหนเล่า เมื่อเย็นฉันยังเห็นผู้หญิงคนนั้นเดินออกมาจากห้องพี่ใหญ่อยู่เลย ไม่รู้ว่าเกินเลยไปถึงไหนแล้ว” จินยองเสริม
            “ปกติก็เจ้าเล่ห์อยู่แล้ว พอถึงเรื่องของตัวเองมีหรือที่จะไม่คิดรอบครอบจนพวกเราไล่ไม่ทัน” แจ๊คสันกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธ
            “พี่สาวไม่ยอมตกเป็นคนพี่ใหญ่ง่ายๆ หรอก คิดมากกันจริงๆ” แบมแบมกล่าวเพื่อให้ทุกคนคลายกังวล
            “แกคิดน้อยไปมากกว่าแบมแบม ฉันเองยังคิดไม่ออกเลยคนอย่างพี่ใหญ่จะเดทแบบไหน” แจบอมกล่าวอย่างกังวลใจ
            “วันก็ไม่รู้ จะจัดการยังไงก็ไม่รู้ ตกลงพวกเรารู้อะไรกันบ้างครับ พวกพี่ๆ ไม่คิดจะทำอะไรกันเลยหรืออย่างไร“” ยูคยอมถาม
            และดูเหมือนคำถามของน้องเล็กจะค่อนข้างจี้ใจดำของแต่ละคนเหลือเกิน กังวลมันก็กังวล แต่พอโดนน้องของทุกคนตอกย้ำยิ่งรู้สึกใจเสีย ยอมรับว่าไม่รู้อะไรเลย และยังหาวิธีการรับมือไม่ได้ แต่ก็จำเป็นจะต้องมาตอกย้ำไม่ใช่หรือ
            ความเงียบก่อกำเนิดขึ้น หกพี่น้องมองหน้ากันเพื่อช่วยหาทางออกเกี่ยวกับเรื่องนี้ และผลออกมาก็ไม่มีใครได้ความคิดดีๆ เลยสักคน ต่อให้แผนดีแค่ไหน ทุ่มเทมากเท่าไหร่ก็มักจะโดนมาร์คทำลายลงภายในพริบตา สิ่งที่จะหยุดยั้งเดทนี้ได้ก็คงมีเพียงงานที่รัดตัว กับตัวของหญิงสาวก็เท่านั้น

            นี่ก็เข้าวันใหม่ไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ตากลมยังคงลืมโพลงไม่ยอมหลับเสียที ร่างเนื้อนิ่มยังกลิ้งคลุกคลักอยู่ภายใต้ผ้าห่มและเตียงนุ่มไปมาไม่ยอมหยุด และที่เป็นแบบนี้สาเหตุอาจจะเพราะเมื่อกลางวันเธอเล่นนอนจริงจังเสียจนส่งผลกระทบมาถึงตอนกลางคืน
            แต่ก็ไม่เท่ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนนั้น...
            “นอนได้แล้ว!”
            หญิงสาวปรับร่างกายให้นอนท่าสบายที่สุด ปิดเปลือกตาลงช้าๆ อยู่นิ่งๆ ให้ไหลเข้าสู่ห้วงนิทราไปเอง แต่ก็ไม่ได้ผล เมื่อภาพและสัมผัสร้อนจากคนบ้าอำนาจมันกำลังไหลเข้ามาสร้างผลกระทบต่อหัวใจไม่ยอมหยุด อย่างน้อยแค่ตอนนี้จะได้หรือไม่ที่จะไม่มีเรื่องของเขาอยู่ในหัว
            “โอ้ย! จะเข้ามาทำไมหนักหนา ฉันนอนไม่หลับรู้ไหม!“”
            เธอแทบคลั่งเสียให้ได้ พอนึกถึงแก้มนิ่มก็แดงปลั่งขึ้นทันที หัวใจดวงน้อยเต้นรัวราวกับเหนื่อยหอบ มันระส่ำระส่ายไม่เป็นตัวของตัวเอง ท้องไส้หวาดหวิวชาวาบไปทั้งตัว ให้ตายเถอะ! ความรู้สึกแบบนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้น เขานิสัยเสีย ดุดัน ป่าเถื่อน แต่ก็... มีมุมอ่อนโยนเหมือนกัน
            “จะบ้าเหรอ!“ ฉันต้องไม่ชอบเขาถูกไหม แล้วทำไมถึงคิดแต่เรื่องเขาล่ะ ยัยโลเลเอ้ย!”
            ทุกครั้งที่มีการเดท มันเป็นคืนที่หนักหน่วงของหญิงสาวเสมอ นอกจากจะนอนไม่หลับแล้ว หัวใจเธอมันจะทำงานหนักผิดปกติ ในหัวมีภาพต่างๆ วิ่งแล่นเข้ามา ผลปรากฏว่าในเช้าวันใหม่เธอจะกลายเป็นหมีแพนด้าใต้ตาคล้ำเพราะไม่ได้นอนทั้งคืน
            แต่คืนนี้มันต่างออกไป ความรู้สึกที่แล่นเข้าสู่หัวใจมันบีบรัดหนัก ทั้งโหยหาและต่อต้าน เริ่มสับสนกับความรู้สึกตัวเอง มาร์คเป็นคนแบบไหนกันแน่ ตลอดมาเขาแค่จะเอาชนะ หากถามถึงเรื่องความรู้สึกที่มีต่อเธอคงเป็นศูนย์ แต่เหตุการณ์เมื่อกลางวันทำให้ความคิดเธอเปลี่ยน เขาเหมือนมีใจ... หรือเธอคิดเข้าข้างตัวเอง
            “แล้วถ้าวันแต่งงานเขาบอกว่ารักเราจริงๆ ล่ะ”
            แค่คิดก็ยิ้มแก้มแทบแตก กายที่เคยนอนราบตอนนี้ลุกนั่งพิงหัวเตียงเต็มหลัง หากใครมาเห็นเธอตอนนี้คงคิดว่าเธอเป็นบ้าก็ไม่ผิด พูดเองเออเอง ยิ้มเองเขินเอง แต่จู่ๆ รอยยิ้มกว้างก็หุบลง เมื่อมีความคิดด้านลบเข้ามาปะทะ
            “แล้วถ้าเขาบอกว่า ‘ในที่สุด ฉันก็ชนะเกมนี้’ ล่ะ”
            พูดพลางเลียนเสียงทุ้มต่ำเรียบนิ่งตามฉบับมาร์ค ใบหน้าสาวเศร้าลงทันที เขาผูกมัดเธอไปเพื่ออะไร หากในวันที่ต้องเลือกคู่ครองแล้วเธอเลือกคนอื่น เขาจะเข้ามาทวงสัญญาที่มีต่อกันหรือเปล่า เท่ากับว่าหากมาร์คไม่ได้รักหญิงสาวจริง เธอจะต้องทนอยู่กับคนเย็นชา และความเมินเฉยไปตลอดชีวิตสินะ
            “ฉันอยากให้เขาพูดว่าเขารักฉันมากกว่า อย่างน้อยก็มั่นใจว่าชีวิตหลังแต่งงานฉันจะมีความสุขโดยมีเขาดูแล ไม่สิ! เท่ากับว่าฉันเลยเขาเป็นเจ้าบ่าวเหรอ“ แล้วถ้าเขาไม่ได้รักฉันแต่แค่อยากเอาชนะละ ฉันไม่ทนทุกข์ทรมานไปจนตายเลยหรืออย่างไร แล้ว... บลาๆ”
            อีกสารพัดที่เธอจะหยิบยกขึ้นมากล่าวถึง ไม่เคยเลยสักครั้งที่มาร์คจะทำให้เธอคิดว่าเขาเองก็มีความรู้สึกดีๆ ต่อเธอ มีแต่จะคอยดักคอทำปากเสียใส่ก็เท่านั้น แต่ลองดูถึงของที่อยู่ในห้อง... ลูกโป่งใบนั้น ถ้าจำไม่ผิดเธอเองที่ลืมมันไว้ที่สวนสนุกเมื่อตอนที่เดทกับแบมแบม
            “ข้างในหมีตัวนั้นเป็นเขาเหรอ“”
            ภาพวันวานหวนเข้าคำนึงอีกรอบ มาสคอตหมีตัวใหญ่ที่เดินมาแจกลูกโป่งให้เธอในวันนั้นมันก็ดูแปลกจริงๆ เหมือนตั้งใจเอาลูกโป่งมาให้เธอโดยเฉพาะ แม้ตอนนั้นจะไม่ทันฉุกคิด แต่พอลองนึกดูดีๆ เธอเองก็ไม่เคยเจอมาสคอตตัวไหนของกอดเธอแบบนี้ไม่ใช่เหรอ“
            “แล้วเขาจะทำแบบนั้นไปทำไม... คุณมาร์คเริ่มทำให้ฉันสับสนในตัวคุณมากขึ้นไปทุกทีแล้วนะคะ!!”
            มือบางตีลงบนผ้าห่มนุ่มเบาๆ และทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ในหัวยังจัดระเบียบความคิดไม่ได้ เธอยังมีแต่เรื่องที่ไม่เข้าใจเต็มไปหมด ซึ่งทั้งหมดก็เป็นเรื่องของเขาเพียงคนเดียว... มาร์ค
            มันคงเป็นเรื่องตลกในรอบหลายเดือนสำหรับคนฟังคำพร่ำบ่นของหญิงสาวอยู่คนเดียวที่ระเบียง ใจจริงอยากจะเข้าไปตั้งนานแล้ว แต่บังเอิญเจ้าหล่อนยังไม่หลับนี่สิ เลยกลายเป็นว่าได้ฟังอะไรดีๆ แทน แต่จะแสดงตัวออกไปก็ไม่ได้ เดี๋ยวเธอจะหาว่าตัวเองไม่ให้เกียรติอีก
            ในที่สุดเสียงในห้องจะสงบลงแล้ว เพราะห้องติดกัน การปีนระเบียนมันเป็นเรื่องงานสำหรับชายหนุ่มที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อีกอย่าง ที่นี่บ้านของเขา จะมาว่าว่าตนเองบุกรุกก็ไม่ได้ เขามีสิทธิ์ทุกอย่างทุกตารางนิ้วในบ้าน และผู้อาศัยอย่างเธอด้วย
            ม่านสีหวานพัดสะบัดพลิ้วตามแรงลม ยามค่ำคืนอุณหภูมิก็เริ่มเย็นลง แต่เจ้าหล่อนกับเปิดหน้าต่างทิ้งไว้เหมือนจงใจเชิญชวนให้ใครเข้ามา แม้จริงๆ แล้วเธอไม่คิดอะไรมากขนาดนั้นก็ตาม แค่ไม่ชอบความเย็นของแอร์คอนดิชั่น ส่วนคนที่คิดมากก็คงมีแต่คนที่ลอบปีนระเบียงเท่านั้นเอง
            เท้าเปล่าเหยียบย่างเข้าห้องสาวอย่างระมัดระวังไม่ให้หล่อนรู้ตัว ทุกครั้งที่ปลายเท้าสัมผัสพื้นเย็น ผู้บุกรุกจะลุ้นทุกครั้งเกรงว่าตนจะทำให้เกิดเสียง แต่พอเริ่มเข้ามาใกล้ๆ เรื่อยๆ คนที่นอนหันหลังให้ก็ตะแคงข้างกลับมาพร้อมตากลมที่ลุกโพลง
            “อะ... อ๊ายยยยยย!!”
            “เงียบๆ สิ”
            “ผะ... ผี ชะ... ช่วยด้วย ชะ... อุ๊บ!!”
            สติที่ขาดกระเจิงของสาวเมื่อเห็นเงาดำคล้ายคนในยามดึก สมองก็ประมวลผลออกมาทันทีว่านี่คือสิงลี้ลับที่ใครๆ ก็ไม่อยากพบพาน แถมผีตัวนี้จะสามารถพูดได้ แถมยังกระโดดเข้ามารวบร่างเธอไว้แน่น มืออุ่นแกร่งกระกบปากอิ่มเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอได้ส่งเสียงออกมาจนคนอื่นๆ ตื่นกันทั้งบ้าน
            อุ่น... ใช่ ร่างกายของเขาอุ่น กลิ่นกายที่แสนคุ้นเคยเริ่มลอยเข้าสัมผัสการรับกลิ่นของจมูกช้าๆ อาการตื่นตระหนกเริ่มเข้าสู่ปกติพร้อมหันหน้าเข้าประทะกับร่างแกร่งที่ยังกอดเธอแน่นจากข้างหลังไม่ยอมปล่อย
            “อื้ม~” มือบางตีมือหนาเบาๆ ให้เขาเปิดปากเธอให้เป็นอิสระ และเขาก็ยอมมอบให้แต่โดยดี “เล่นอะไรแบบนี้คะ หัวใจจะวาย”
            “ก็เห็นอยู่ดี ถ้าหัวใจวายฉันจะช่วยผายปอดให้”
            ไม่พูดเปล่า ต้นเหตุยังจับร่างสาวกดราบบนเตียงนุ่ม เตรียมพร้อมผายปอดอย่างที่เขาว่าไว้ หญิงสาวหลบพลันเมื่อกลีบปากร้อนนั้นเข้ามาจู่โจมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว กลายเป็นว่าสิ่งที่หมายมาดไว้จากริมฝีปากอิ่ม เป็นแก้มนุ่มแทน
            “ฉันไม่ได้หัวใจวายเสียหน่อย ไม่เห็นจะต้องผายปอด” มือบางยังคงดันแผงออกกว้างออกห่าง แต่กลับส่งผลให้คนอย่างเอาชนะทาบทับร่างกายแกร่งเข้าทุกสัดส่วนของหญิงสาว
            “ก็แค่กลัวเธอหัวใจวาย ฉันยังไม่อยากให้มีใครตายในบ้านของฉันตอนนี้”
            “ปากเสีย”
            “เสียเหรอ“ แต่เธอก็จูบออกจะบ่อย”
            “คุณมาร์ค!”
            “ครับ”
            อยากจะบ้าตาย ไม่รู้ว่าเจ้าหล่อนจะหาคำไหนมาเถียงถึงจะชนะ เหมือนมาร์คมีหลายคนอยู่ในร่างเดียว เดี๋ยวเย็นชา เดี๋ยวเจ้าเล่ห์ บางทีก็อบอุ่น และตอนนี้เขากำลังกวนประสาท
ไม่รู้ว่าตัวเธอเองจะต้องใช้ความอดทนแค่ไหน ถึงจะไล่ตามอารมณ์เขาทัน
            “ฉันหนักค่ะ”
            “แต่ก็อุ่นดี จริงไหม“”
            “แล้วมาทำไมคะ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วรู้หรือเปล่า“”
            เธอลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ ไปหนึ่งที เจ้าหล่อนไม่อยากจะต่อปากต่อคำให้มากความ เข้าประเด็นเลยดีกว่า จู่ๆ เข้าก็โผล่เข้ามาในเวลาดึกดื่นป่านนี้ ไม่รู้ว่ามีธุระสำคัญอะไรนักหนา
            มาร์คยิ้มให้เป็นคำตอบ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่หญิงสาวต้องการ เขายอมผละออกจากร่างนิ่มแม้เสียดาย ฉุดร่างเธอให้ลุกขึ้นแล้วมาวางบนตกแกร่ง ตระกองกอดเธออย่างเกรงกลัวว่าเธอจะหนีไป คนถูกกอดมองหน้าเจ้าของอ้อมแขนตาปริบๆ ไม่เข้าใจ
ในการกระทำของเขา แต่ก็ยอมปล่อยให้เขากอดอยู่แบบนี้ กลายเป็นความสุขในบนความไม่เข้าใจของตัวเอง
            “มาพาเธอไปเดท”
            “ตอนนี้” ใบหน้าหล่อพยักน้อยๆ เป็นคำตอบให้หล่อน “แต่... มันดึกแล้วนะคะ”
            “ไปไม่ไกลหรอก... แค่ด้านบน”
            พูดพร้อมชี้นิ้วขึ้นด้านบน เธอมองเขาอย่างฉงนใจ ด้านบนมีอะไร แล้วการเดทของมาร์คจะเป็นแบบไหน เธอเองก็ยังคิดไม่ออก แถมเวลาก็ดึกเสียขนาดนี้ด้วยแล้ว เธอเองก็เริ่มอดคิดถึงความปลอดภัยของตัวเองไม่ได้ เนื่องจากประวัติติดตัวของมาร์คก็ไม่ค่อยน่าไว้ใจนัก
            “ไปเดทกันนะ”
            และเขาก็ยิ้ม... ยิ้มที่แสนอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเห็น แววตาไร้ซึ่งอันตรายอย่างที่เคยเป็น มันไม่แปลกเลยที่เธอจะหลงในรอยยิ้มนั้นอย่างง่ายดาย
            “ค่ะ”


กำลังปั่นน้าาา~... 70%


มีความปีนมาหารัก
ของกระซิบบอกเบาๆ อีกสองพาร์ทจบค่ะ งื่อออออออ


 











>><<
T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

158 ความคิดเห็น

  1. #130 molobee_kk (@mobeekk) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 23:21
    มาร์คๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มีอะไรอ่ะ>< ต่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #130
    0
  2. #129 somruethsi123kk (@somruethsi123kk) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 21:50
    ไปเดทกันทำไมบนนั้น ฟินนนต่อค่ะ
    #129
    0
  3. #128 เมนพี่มัคคึ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 21:07
    ถ้านางเอกไม่เอา หนูเป็นเจ้าสาวของพี่มาร์คก้ได้นะ >///<
    #128
    0
  4. #127 kiki got7 (@Thirdkiki) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 19:53
    อร้ายยยย ฟินมากก มาร์คเป็นพระเอกเเน่ๆเลย มาร์คสู้ๆ #ทีมมัคคึ
    #127
    0
  5. #126 ntn.9846 (@nuntanoot) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 19:32
    คือ สุดท้าย ยังไง ก็ ต้องเป็น มาร์ค ใช่มั้ย ใช่สิ๊ เป็นพี่ใหญ่ นี่ เห๊อะ ฮ่าๆๆๆ โมโห แทน คนที่เหลือ
    #126
    0
  6. #125 FT35098 (@FT35098) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 19:01
    มาร์คคคคคคคค พระเอกกกกก>\\<
    #125
    0