[Fanfic] Got7 x You #เจ้าสาวของกัซ

ตอนที่ 36 : ตอนที่ 10 ‘เดทตัดสิน’ [50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 324
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    7 มี.ค. 60




 

            กลายเป็นว่าคนที่ควรนอนกลับไม่หลับ ส่วนคนที่ไม่ควรนอนกลับหลับไม่รู้เรื่อง ลมหายใจแผ่วรินรดแผ่นอกแกร่งอย่างสม่ำเสมอ เปือกตาบางหลับพริ้มในอ้อมกอดอุ่น ที่เขาไม่ยอมคลายแม้จะเริ่มมีอาการเมื่อแทรกเข้าในความรู้สึก แต่ความสุขใจมันมีมากกว่า มาร์คใช้สายตาคมไล้วงหน้าสาวทั่วใบหน้า และหลายครั้งที่ฉวยโอกาสกดจูบบนแก้มนุ่ม ซึ่งเจ้าของไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดว่าตอนนี้ตัวเองกำลังถูกหาเศษหาเลยจากผู้ทรงอำนาจคนนี้อยู่
            หากถามถึงเรื่องเวลามันมันจะเดินไปอย่างรวดเร็วเสมอเมื่อมีความสุข ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาเผลอหลับไป ด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวัน เลยทำให้ทำอะไรไม่ได้อย่างที่ต้องการ แต่โชคยังดีที่ยัยผู้หญิงในอ้อมกอดเขาขี้เซาเกินใคร ขนาดเขาตื่นมาแล้วเจ้าหล่อนก็ยังหลับอุตุอยู่แบบนี้ และดูท่าจะไม่ยอมตื่นง่ายๆ
            ‘นอนจริงจังไปหรือเปล่า’
            มาร์คได้แต่ตั้งคำถามอยู่ในหัว แต่ก็ไม่กล้าจะขยับเขยื้อนร่างกายมากนัก เกรงว่าเจ้าหล่อนจะตื่น แต่พอมาคิดๆ ดูอีกที เธอต้องมาดูแลเขาไม่ใช่หรืออย่างไร แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้กลับกันแบบนี้“
            “ยัยขี้เซา ตื่นได้แล้ว”
            เสียงนุ่มกระซิบข้างหูขาว ลมหายใจร้อนลดผ่านผิวกายของเธอไปมาอย่างเล่นสนุก กลิ่นกายสาวยังคงลอยเตะจมูกสันไม่ยอมจาง หากแต่กลิ่นสาวเจ้ามันช่างปลุกอารมณ์เสียจริง แทบอยากจะกลืนกินเธอเสียตรงนี้
            “อืม~”
            คนถูกปลุกครางในลำคอเสียงแผ่ว รู้สึกตัวขึ้นมาเล็กน้อย คงลืมไปแล้วกระมังว่าตัวเองอยู่ที่ไหน และที่ที่เธออยู่มันอันตรายต่อเธออย่างไร ทำไมเธอถึงได้หลับลงเสียเนิ่นนานขนาดนี้
            “ตื่นได้แล้ว”
            คนขี้เซาแทบไม่อยากจะลืมตา วันนี้เป็นวันอากาศดี อุณหภูมิกำลังเย็นสบายบวกกับมีหมอนข้างจำเป็นให้ความอบอุ่น เธอยิ่งอยากหลับต่อ มุดซุกใบหน้าเข้าอกแกร่ง พาดลำแขนสาวเข้าลำตัวเบียดเสียเนื้อกายเข้าหากำแพงร้อน อกอิ่มที่กำลังเบียดเสียดมันยิ่งกระตุ้นให้กำแพงแกร่งร้อนเสียยิ่งกว่าร้อน อุตส่าห์สะกดความต้องการมาได้ตั้งนาน เหตุใดตบะจะมาแตกเอาตอนนี้!“
            มาร์คครางฮึ่มๆ ในลำคอขบกรามขึ้นเป็นสันเพื่อต้องการสะกดกั้นความต้องการของร่างกายให้ทุเลาลง แต่ไม่เลยสักนิด หญิงสาวแม้ไม่ทำอะไรก็ล่อตาล่อใจเขาอยู่แล้ว แต่นี่เธอเข้ามาเบียดเสียดเหมือนต้องการจะยั่วก็ไม่ปาน แล้วแบบนี้ใครจะทนไหว หากไม่ระบายความอัดอั้นออกมาเขาคงต้องปวดร้าวไปทั้งหน้าขาทั้งคืนแน่
            “ฉันควรปลุกเธออย่างไรดี หืม~”
            เสียทุ้มกระซิบซ่านอยู่ข้างใบหูหล่อน มันสั่นระริกแหบพร่าพร้อมหมายมาดสิ่งที่ต้องการเพื่อให้คนฟังรู้ เธอจะรู้ตัวหรือเปล่าเขาไม่สน แต่ตอนนี้เท่ากับว่าเขาบอกหล่อนไปแล้ว และการที่เธอไม่ตอบโต้ก็เท่ากับตกลง
            แก้มนุ่มถูกจับจองด้วยกลีบปากร้อน เริ่มจากแผ่วเบา ลากไล้ตามผิวกายสาวเพื่อกระตุ้นให้ร่างสายตื่นตัวตาม ก่อนจะเข้ามากดหนักๆ ที่ริมฝีปากสาว เนิ่นนานอย่างต้องการลิ้มรสหวานที่ขาดมานานให้ชื่นใจ กดกายสาวแทบจมลงบนเตียงนุ่ม ทาบทับทั่วร่างทุกสัดส่วน มาดหมายจับจองร่างกายนี้ให้ตราตึงอยู่กับเขาจนกว่าความกระหายในตัวหล่อนจะลดลง
            ลิ้นสากเข้าไปกวาดต้อนความวาบหวามเข้ามาเป็นของตน ดูดกลืนเจ้าหล่อนแรงขึ้น จนลิ้นเล็กที่เคยสงบนิ่งกระดกรัดรับรัญจวนใจจากร่างแกร่งอย่างไม่รู้ตัว เหมือนความฝันในความจริง ร่างสาวอย่างกับจะลอยขึ้นเสียให้ได้ เหตุใดความวาบหวานที่เขาบรรจงมอบให้ถึงมีผลต่อก้อนเนื้อด้านซ้ายเธอถึงขนาดนี้ มันบีบรัดเต้นรัวราวกับว่าจะหลุดออกจากอก วาบหวิวซาบซ่านกับทุกสัมผัสร้อนตามร่างกายอย่างไม่เคยเป็น
            “อื้ม!!”
            ตอนนี้สติที่เคยเลือนรางลุกโพลง ตากลมเปิดกว้างอย่างตกใจเมื่อสัมผัสได้ถึงการคุกคามที่รุกหน้าไปกว่าครึ่ง เนื้อตัวสาวถูกมือเข้าสอดแทรกเข้าใต้สาปเสื้อร่นขึ้นสูงจนเกือบหมด เธอพยายามดิ้นออกจากพันธนาการสุดรัญจวน แต่สัมผัสร้อนๆ ของเขากลับตราตรึงจนเธอไม่สามารถห้ามความปรารถนาของตัวเองได้
            “อย่าดิ้น” เขาบอกเสียพร่าสั่น แต่กลับทรงพลังตึงร่างสาวให้หยุดนิ่งชั่วคราว “บอกแล้วไง ว่าให้เป็นเด็กดี”
            “ไม่เอาค่ะ ปล่อย” ไม่กล้าแม้กระทั้งสบตาคม เบนหน้าหลบด้วยพวงแก้มแดงก่ำด้วยเลือดสูบฉีด เธอแรงน้อย ส่วนเขาแรงมหาศาล ไม่สามารถต้านทานอะไรเขาได้เลยสักนิด ดิ้นเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรัด ทุกสัมผัสดั่งกับมีพลังบางอย่างที่สามารถดูดเอาเรี่ยวแรงของเธอไปจนหมด
            “จะเอา”
            “คุณมาร์ค!”
            ร่างแกร่งที่ทาบทับเริ่มบดเบียดความต้องการให้สาวเจ้ารู้ กลีบปากได้รูปกระดกยิ้มกริ่มเมื่อเห็นคนใต้ร่างกระอักกระอ่วนทันทีที่สัมผัสความแข็งแกร่งของคนด้านบน เธออยากหนี แต่เขาไม่อยากปล่อย ในเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้ว ต่อให้เป็นจอมมารในสายตาเธอเขาก็ยอม
            “ฉันขอร้องนะคะ” เธอออดอ้อน สายสายตาวอนขอใส่คนคุกคาม
            “ฉันไม่ดีตรงไหน เลือกฉันไม่ได้หรืออย่างไร“” เขาถาม คิ้วเข้มขมวดติด ทั้งโมโห ทั้งไม่ชอบใจ ทั้งทรมาน
            “คุณมันคนนิสัยเสีย จะให้ฉันแต่งงานกับคุณได้อย่างไร ฉันคงช้ำใจตายพอดี”
            “ยอมรับว่านิสัยเสีย แต่ฉันมั่นใจว่าจะไม่ทำให้เธอช้ำใจอย่างที่เธอกลัว”
            เขาตั้งมันด้วยแววตาขึงขัง ไม่ใช่แค่จะเอ่ยปากให้เธอยอมๆ อย่างเห็นแก่ตัว แต่เขาคิดอย่างที่เขาพูดจริงๆ แม้หญิงสาวจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม เขาจะขอพิสูจน์มัน แต่หากว่าโอกาสนั้นไม่มาถึง เธอเลือกคนอื่นที่ไม่ใช่เขา มันก็ไม่มีค่า เพียงแค่ตอนนี้เท่านั้น เขาต้องการจะผูกมัดเธอด้วยร่างกาย ส่วนหัวใจค่อยว่ากันทีหลัง
            พอเห็นสายตามุ่งมั่นและหมายมาดของชายหนุ่ม หญิงสาวก็ยากจะปฏิเสธ แต่จะยอมไปเสียทุกอย่างก็ใช่เรื่อง ในเมื่อเขายอมพูดออกมาขนาดนี้ เธอเองก็จะเสี่ยง อย่างน้อยก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและ... เพื่อทดสอบอะไรบางอย่าง
            “ก็ได้ค่ะ ฉันจะเชื่อ” เธอยอมรับคำพูดของมาร์คอย่างง่ายดาย และทันทีที่พูดจบ ใบหน้าหล่อที่ห่างเพียงคืบก็พร้อมจะเข้ามาจู่โจมเธออีกครั้ง “แต่ว่า...”
            การเคลื่อนไหวหยุดกึกราวกับโดนสาบ ริมฝีปากสาวเม้มเป็นเส้นตรงด้วยความประมาท แววตากลมสั่นระริก รวบรวมความกล้าอันน้อยนิดเปิดปากบอกคนบนร่างอย่างรวดเร็ว “คุณต้องปล่อยฉันก่อน และห้ามเกินเลยมากกว่าที่ควรเป็น”
            “นี่เป็นข้อเสนอ หรือคำสั่ง”
            “คำสั่งค่ะ”
            มาร์คฉายแววตาขุ่นเคืองหรี่มองสาวเจ้าใต้ร่างอย่างไม่พอใจ เธอกล้าออกคำสั่งกับเขา และเป็นคำสั่งที่เขาไม่สามารถขัดขืนได้ แต่ความทรมานหนึบบริเวณหน้าขามันช่างรวดร้าว เธอจะไม่รู้ได้อย่างไร แต่กลับยื่นคำขาดแบบนี้ออกมา มีหรือที่มาร์คจะกล้าขัด
            “ลุกค่ะ”
            “เก่งขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้จักต่อรองเพื่อเอาตัวรอด”
            “คุณเป็นคนสอนฉันเอง”
            มาร์คยอมแพ้และผละร่างตัวเองมานั่งปลายเตียง พลางมองสาวเจ้าลุกขึ้นนั่งมองตนอย่างหวาดระแวง พร้อมจัดแจงตัวเองให้เรียบร้อยที่สุด เธอยื่นคำขาดมาเสียขนาดนี้ ยังจะกลัวอะไรอีก! คนถูกขัดความสุขได้แต่ส่ายหน้าไปมา พ่นลมหายใจเข้าออกสะกดความต้องการของร่างกายให้ลดลงบ้างก็ดี แต่ดูเอาเถอะ ยัยผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุน่ากินเสียขนาดนี้ จะสะกดกั้นได้อย่างไร
            ตอนแรกเธอไม่ได้เก่งกล้ามากพอจะต้านทานการรุกรานของมาร์คได้เลยด้วยซ้ำ แต่การกระทำที่ดูเหมือนจะคุกคามเธออยู่ตลอดเวลาทำให้เธอพัฒนาจนต้องกล้าได้กล้าเสีย ยอมเสี่ยงเพื่อให้ตัวเองรอดจากเงื้อมมือของเขา และมันก็ได้ผลดีกว่าที่คาด
            “ถ้าคุณต้องการให้ฉันมั่นใจอย่างที่คุณพูด คุณต้องให้เกียรติฉันค่ะ!”
            กอดอกเชิดหน้า ด้วยความเหนือกว่าของหญิงสาว ก็เริ่มเหิมเกริมว่าตัวเองมีชัย รั้งใบหน้าหล่อให้หันมาตามคำประกาศก้องด้วยสีหน้าหงุดหงิด ใช่! แค่ปกติมาร์คก็แทบคลั่ง ยังมาเจอยัยผู้หญิงต่อรองครั้งแล้วครั้งอีก แต่ก็อย่างที่ว่า เขาเอ่ยคำพูดไปแล้ว มันเอากลับคืนมาไม่ได้
            กลายเป็นว่าคำพูดที่ไว้ใช้ผูกมัดหญิงสาว กลายเป็นมารัดคอตัวเองแทนเสียงอย่างนั้น
            “เอาเถอะ! ตอนนี้ฉันทำอะไรเธอไม่ได้แล้วนี่ ในเมื่อฉันพูดไปแล้ว” เขาเบือนหน้าหนี ไม่อยากให้หล่อนเห็นว่าตอนนี้อารมณ์ของเขาคุกรุ่นแค่ไหน และมันพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
            “ขอบคุณที่รักษาคำพูดค่ะ”
            “อืม”
            แล้วยอมรับอย่างว่าง่าย แต่มันง่ายเกินไปสำหรับคนอย่างมาร์ค สายตาคมที่เคยขุ่นมัวตอนนี้กลับสว่างใส รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นมุมปากอย่างน่าหวาดหวั่น เขาคิดอะไรอยู่ไม่มีใครรู้ได้ ทำเอาคนเห็นความมาดร้ายอย่างเจ้าหล่อนถึงกับถอยหลังกรูติดพนักพิงตรงหัวเตียง
            “ถะ... ถ้าอย่างนั้น ฉันกลับห้องก่อนนะคะ”
            ร่างสาวเคลื่อนกายออกจาเตียงนุ่ม พยายามขยับกายออกห่างอย่างช้าๆ เพราะมีสายตามากอำนาจของมาร์คคอยจับจ้องอยู่ทุกการเคลื่อนไหว รอยยิ้มร้ายนั้นไม่ยอมหุบลง มีแต่จะยิ่งแผ่รังสีอันตรายออกมาเรื่อยๆ คิดถูกแล้วหรือที่เลือกจะเสี่ยงกับคนคนนี้ คิดถูกแล้วหรือที่เธอกล้าต่อรองกับผู้ชายคนนี้
            “แต่เธอก็ต้องรักษาคำพูดเหมือนกัน”
            เหมือนที่กังวล เขาไม่ยอมหยุดง่ายๆ แน่ หญิงสาวกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ยังไม่ทันที่ฝ่าเท้าจะเหยียบลงพื้นห้องอย่างเต็มที่ เขาก็หาวิธีสวนเธอกลับเสียแล้ว มาร์คไม่ชอบให้ใครเอาเปรียบ ไม่ชอบความพ่ายแพ้ ยิ่งกับผู้หญิงเขาจะต้องไม่แพ้ โดยเฉพาะเธอ!
            “อะ... อะไรคะ“” ตอบรับไม่เต็มเสียง หันไปตามเสียงหล่ออย่างเชื่องเช้า ดั่งลูกแมวที่กำลังเผชิญกับราชสีห์ก็ไม่ปาน
            “ถ้าฉันให้เกียรติเธอ เธอจะต้องแต่งงานกับฉัน หรือเธอไม่อยากแต่งงานกับฉันก็ได้ แต่...” ปลายสายตาคมตวัดลงบนเตียงนุ่มที่ตนเพิ่งผละออกมายืนมองหญิงสาวด้วยความเหนือชัยกว่า แขนแกร่งกระชับอกแน่นมองเธอที่กำลังสั่นเทาด้วยความกลัว คราวนี้บ้างที่เจ้าหล่อนโดนคำพูดของตัวเองมัดตัวจนดิ้นไม่หลุด มาร์คได้ผูกเงื่อนตายเอาไว้แล้ว ต่อให้เธอดิ้นจนเชือกบาดผิวสาว ก็ไม่มีทางหลุดจากเขาเป็นอันขาด “...ถ้าไม่อยากให้ฉันให้เกียรติ รู้ใช่ไหมว่าต้องทำอย่างไร”
            “ขี้โกงที่สุด!”
            “เธอเป็นคนต่อรองกับฉันก่อน แล้วข้อต่อรองก็ต้องทำทั้งสองฝ่าย เธอมีเงื่อนไขของเธอ ฉันมีเงื่อนไขของฉัน แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าการต่อรอง”
            “คุณมันเจ้าเล่ห์!”
            “เธอผิดเองที่มาเจ้าเล่ห์กับฉันก่อน”
            “ฉันจะไม่แต่งงานกับคุณ!”
            “แสดงว่าอยากขึ้นเตียงกับฉัน พอดีเลย ฉันกำลังต้องการอยู่พอดี”
            หญิงสาวถอยหลังกรูขาทั้งสองแทบพันกันเมื่อร่างแกร่งเตรียมรุกหน้าเข้ามาใกล้ เขาราวกับปีศาจที่จ้องจะกัดกินเธอตลอดเวลา ส่วนเธอก็เพียงแค่กระต่ายน้อยที่กลายเป็นเหยื่อ หรือรอแค่ปีศาจตนนี้จะเห็นใจและปล่อยเธอไปก็เท่านั้น
            “ไม่ค่ะๆๆ”
            “แปลว่าอยากแต่งงานกับฉัน” เข้ายิ้มอย่างเหนือชัย
            “คุณมาร์ค! คุณจะบังคับฉันแบบนี้ไม่ได้นะคะ แล้วคนอื่น...”
            “อย่างเพิ่งพูดถึงคนอื่น ตอนนี้มีแค่เธอกับฉันเท่านั้น!” เขาคำรามเสียงต่ำเหมือนสะกดกั้นอารมณ์
            ‘คนอื่น’ สำหรับมาร์คเหมือนคำต้องห้าม เธอคงจะไม่รู้หรอกว่าเขาต้องอดทนแค่ไหนที่ต้องเห็นหญิงสาวที่หมายปองต้องไปไหนมาไหนกับคนอื่น แม้คนอื่นที่ว่าจะเป็นน้องของตนก็ตามที อย่างอื่นเขายกให้ได้ แต่เรื่องของเธอคนนี้เขาไม่ยอม!
            หญิงสาวถอยหลังจนติดกำแพงกว้าง ตามมาด้วยท่องแขนแกร่งที่เข้ามากังกันเธอไม่ให้หนีหาย ควบคุมอิสรภาพเอาไว้อย่างถาวร เมื่อร่างแกร่งเข้ามาปะทะร่างนุ่ม บดเบียดเมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะดิ้นเพื่อหลุดพ้นจากพันธนาการ
            “คุณกำลังไม่ให้เกียรติฉันนะคะ คุณมาร์ค!”
            “เธอก็เหมือนกัน การผู้ถึงคนอื่นเป็นการไม่ให้เกียรติฉัน ดังนั้นห้ามพูด”
            “เผด็จการ!”
            “ถ้าฉันเผด็จการจริง เธอคงไม่ลอยหน้าลอยตาเถียงฉันอยู่แบบนี้หรอก สาวน้อย”
            เธอเม้มปากเป็นเส้นตรงพร้อมเบนหน้าหนีเพราะไม่อยากจะเถียงด้วย ก็แน่ล่ะ เถียงไปก็ไม่ชนะ ไม่รู้ว่าเขาไปขุดคำมาต่อล้อต่อเถียงจากไหนมาใช้กับเธอนักหนา
            “ไม่เถียงแล้วรึ“” ดูเขาถามด้วยเสียงเย้ยหยันเถอะ
            “เหนื่อยค่ะ!”
            มาร์คแทบจะกั้นขำเสียไม่ได้ เธอมันแสนดื้อ แสนงอน และแสนทรงเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน ยิ่งเวลาเธอหงุดหงิด โมโห อย่างกำลูกแมวหิวข้าว ไม่ได้มีความน่ากลัวเลยสักนิด มันเลยอดไม่ได้ที่จะเข้าไปฟัดแก้มนุ่มหลายๆ ครั้งให้หายหมันเขี้ยว
            “อย่าค่ะ!” เธอร้องพร้อมปัดป้องดันใบหน้าหล่อให้ออกห่าง แต่การคุกคามมันไม่ได้หยุด เมื่อมือแกร่งรวบข้อมือสาวทั้งสองไว้เหนือหัว ยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนๆ พัดผ่านแลกเปลี่ยนกันไปมา “คุณมาร์ค”
            เสียแผ่วเรียกขึ้นคนคุกคามเหมือนเชิญชวน ริมฝีปากอิ่มถูกประทับด้วยกลีบปากร้อนเบาๆ แล้วถอนออก อย่างที่สัญญากันไว้ เขาจะให้เกียรติเธอ ไม่รุกล้ำมากไปกว่านี้ หากมากกว่านี้เขาเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าตนเองนั้นจะควบคุมสัญชาตญาณดิบได้แค่ไหน
            “อย่าเรียกฉันด้วยเสียงแบบนั้นสิ ฉันยังอยากให้เกียรติเธออยู่นะ”
            “ทำไมถึงอยากแต่งงานกับฉันล่ะคะ ดูยังไงคุณก็ไม่ได้ชอบใจฉันเท่าไหร่”
            “เอาอะไรมาตัดสินว่าฉันไม่ชอบใจเธอ”
            “ก็...”
            อีกครั้งที่ริมฝีปากสาวถูกทาบปิดแผ่วๆ ด้วยริมฝีปากร้อน และถอนออก สาวเจ้าแทบจะมุดลงพื้นเสียให้ได้ เพราะตอนนี้รู้สึกได้เลยว่าเลือดกำลังสูบฉีดจนใบหน้าเธอร้อนผ่าวถึงใบหู มาร์คที่จู่ๆ ก็อ่อนยวบลงมา จากแข็งกร้าว ดุดัน ป่าเถื่อน เจ้าอำนาจ เดาไม่ออกเลยจริงๆ ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
            “อยู่กับฉัน อย่าพูดถึงคนอื่นเข้าใจไหม ฉันไม่ชอบ หืม~“”
            เขาถามเหมือนไม่ต้องการคำตอบ หญิงสาวพยักหน้าหงึกๆ ด้วยรับทราบ แต่กลับหลับตาปี๋เมื่อปลายจมูกได้รูปเข้ามาประทับตรงแก้มนุ่มซ้ายขวา ลากไล้ผิวแก้มเธอเหมือนต้องการจะเล่นสนุก แต่มันไม่สนุกสำหรับหญิงสาวเลยสักนิด กลับทำให้จังหวะของหัวใจเต้นรัวเร็วแทบจะระเบิด
            “คุยแค่เรื่องของเรา เรื่องของฉัน หรือเรื่องของเธอก็ได้ อย่าพูดถึงเรื่องคนอื่น ฉันหวง เข้าใจไหม“”
            ระเบิดได้เธอก็พร้อมจะระเบิดเสียตรงนี้ เขาพูดว่าหวงเธออย่างเต็มปากเต็มคำ ไม่อายเลยสักนิด ผิดกับคนได้ยินอย่างเธอ มันแทบจะไม่เชื่อเลยด้วยซ้ำว่าเขาจะมีมุมนี้เหมือนกัน
            “ขะ... เข้าใจค่ะ”
            “เข้าใจง่ายแบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย”
            “แล้วรักหรือเปล่าล่ะคะ“”
            เจ้าหล่อนถามออกไปอย่างไม่คิด อายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นไม้ปาเก้หนีไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ยังสู้จ้องตาคมไม่ยอมหาย ส่วนคนถูกถามถึงกับขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย จ้องมองวงหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์จูบของตนอย่างเอ็นดู เธอถามเพราะไม่รู้ตัวหรือว่าต้องการจะรู้จริงๆ กันแน่ แล้วตัวเขาเองล่ะ ควรจะตอบแบบไหนถึงจะดี
            “แล้วฉันจะบอกในวันที่เราแต่งงานกัน โอเคไหม“”
            เขากระซิบบอกพร้อมกดจูบลงบนแก้มนุ่มซ้ำๆ ย้ำๆ เพื่อมัดจำคำตอบของเอาไว้

 

กำลังปั่นน้าาา~... 50%


ไรท์มาลงให้แล้วน้าาา พาร์ทนี้มีความละมุน มาร์คเป็นแบบนี้เหรอ“ 555
ขอบคุณที่ติดตามนะคะ อีกไม่กี่พาร์ทก็จะจบแล้ว รู้สึกดีใจได้ทุบไหดองไปอีกหนึ่ง

ปล. แล้วมาติดตามเจ้าสาวของมาร์คสำหรับเมนมาร์คนะคะ จากผู้ล่าเป็นผู้ถูกล่าบ้างจะเป็นอย่างไร


 











>><<

 

 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

158 ความคิดเห็น

  1. #124 Reisha Rene (@noohamham) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 09:19
    อร๊ายยนยยยยย
    #124
    0
  2. #123 aommie_bandita (@aommie_bandita) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 23:11
    งุ่ยยย ทำไมเขิน -/-
    #123
    0
  3. #122 kiki got7 (@Thirdkiki) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 22:45
    สุดยอดมากก
    #122
    0
  4. #121 molobee_kk (@mobeekk) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 22:29
    เขินหนักมาก
    #121
    0
  5. #120 ntn.9846 (@nuntanoot) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 20:44
    คิดจะปราบ มาร์ค ก็ โดน มาร์ค เจ้าเล่ห์กลับ
    #120
    0
  6. #119 ntn.9846 (@nuntanoot) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 20:43
    คิดจะปราบ มาร์ค ก็ โดน มาร์ค เจ้าเล่ห์กลับ
    #119
    0
  7. #118 0617598788 (@0617598788) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 18:56
    อีกแค่ไม่กี่ตอนจะจบแล้วยังไม่อยากให้จบเลย ไรท์แต่งต่ออีกเยอะๆน่าาคะ
    #118
    0