[Fanfic] Got7 x You #เจ้าสาวของกัซ

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 1 ‘ว่าที่เจ้าบ่าว [1]’ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    3 ม.ค. 60

 



           พรืดดด~
            หญิงสาวถอดหายใจยาวพรางเอามือยกทาบอกอย่างโล่งใจ เหลียวหลังหันไปมองผู้ก่อเหตุยังคงโบกมือหยอยๆ ให้เธอด้วยรอยยิ้ม ก่อนประตูจะปิดปึงเข้าไป ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือคิดถูกที่มาอยู่ที่นี่ คนที่น่าไว้ใจตอนนี้กลายเป็นคนอันตรายต่อหัวใจไปซะแล้ว แล้วแบบนี้ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอจะเป็นใครกันแน่
            “อ๊ายยย! อุ๊บ!!”
            แรงดึงรั้งร่างเล็กเข้าไปตามแรงจนร้องเสียงหลง แต่กลับถูกมือปริศนาประกบปากบางไว้แน่น หลังเนียนปะทะเข้ากำแพงหน้า และไม่นานแขนแกร่งของคนปริศนาได้ยันกำแพงบ่นบ่ามนของร่างเล็กเพื่อกังขัง ดวงตากลมโตจ้องเข้าที่ใบหน้าดุดัน แต่หล่อเหลาแบบดิบเถื่อน สายตาคู่นั้นจับจ้องมาที่เธอด้วยค้นหา
            “อย่างส่งเสียง” เขากระซิบห้ามปราบเมื่อคนตรงหน้าที่ต้องการจะร้องก้อง สาวเจ้าพยักหน้าเล็กน้อยอย่างยอมแพ้ “ฉันไม่ได้จะทำอะไรเธอ”
            มือหนาที่เคยปิดเสียงเล็กของเธอเลื่อนออกอย่างช้าๆ แปรเปลี่ยนเป็นบีบคางมนของเธออย่างแผ่วเบา พลิกไปมาอย่างสังเกต สายตาดุยังคงจ้องใบหน้าเนียนของร่างเล็กเพื่อต้องการสำรวจและจดจำ แต่ดูเหมือนว่าวิธีที่เขาใช้มันจะรุนแรงเกินไปหน่อย หญิงสาวเลยพยายามขัดขืนและสั่นเทิ้ม
            “ฉะ... ฉันทำอะไรผิดคะ?” เธอถามด้วยเสียงสั่นเครือ
            “เปล่า” แต่เขาตอบกลับด้วยเสียงเรียบนิ่ง
            “แล้ว...”
            “ฉันแค่อยากดูหน้าเธอชัดๆ เธอที่เป็นตัวเป็นๆ ไม่ใช่แค่ในรูปถ่าย” มือหนายอมปล่อยคางมนออก แต่กลับยันกำแพงเพิ่มที่กังขังของหญิงสาวอีกข้าง ใบหน้าดุเลื่อนเข้าหาใกล้ๆ และใกล้ๆ ใช้สายตาดั่งมีเวทมนต์สะกดทุกความเคลื่อนไหวของคนตรงหน้า “ฉันแจ็คสัน ยินดีที่ได้รู้จัก”
            เธอพยักหน้ารับรู้ แต่แววตาที่เธอสื่อเหมือนจะไม่ยินดีมากนัก เขาดูน่ากลัวและดุร้าย ดูจากวิธีที่เขาแนะนำตัวสิ ทำเอาร่างเล็กสั่นเทิ้มเพราะหวั่นเกรง
            “ชะ... ช่วยออกห่างจากฉันสักนิดได้มั้ยคะ?” เธอร้องขอ และเขาก็สนอง
            เจ้าหล่อนคลายความเกร็งร่างที่ไม่รู้ตัวออกอย่างโล่งใจ มองคนตรงหน้าที่ค่อยๆ เคลื่อนกายห่าง แต่สายตาเจ้ากรรมกับเหลือบเห็นรอยแผลสดบริเวณหลังมือทั้งสี่นิ้ว มือบางเอื้อมเข้าไปจับมือหนาที่กำลังลดลงข้างตัวขึ้นมาดูอย่างกังวลใจ
            “เป็นอะไรคะ ดูท่าทางเจ็บมาก” เธอถาม แต่เป็นคำถามที่ทำให้คนดุดันคนนี้ตะลึงงง เธอจ้องเขาเพื่อหาคำตอบ แต่เข้าจ้องเธอกลับอย่างไม่ต้องการตอบ “ไม่เป็นไรค่ะ ไม่บอกก็ไม่เป็นไร แต่ต้องทำแผลนะคะ ถ้าติดเชื้อขึ้นมาจะยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่”
            ไม่พูดเปล่าแต่เธอยังถือวิสาสะฉุดดึงฉุดลากร่างใหญ่ให้เดินตามไปที่ห้องโถง กล่องปฐมพยาบาลอยู่ด้านล่างของโต๊ะตัวเล็กกลางชุดโซฟาหรู เหมือนหยั่งรู้ว่าจะมีคนเจ็บมาให้ใช้บริการ สองคนทิ้งลงนั่งบนโซตาตัวยาว สายตาของคนตัวเล็กยังทอดมองแผลสดไม่วางตา และสายตาคนมีแผลกลับจ้องเธอกลับอย่างไม่วางตาเช่นกัน
            “อาจจะแสบหน่อยนะคะ” เธอร้องเตือนเมื่อมือเล็กเอื้อมเข้าไปหยิบขวดน้ำเกลือเปิดออกเพื่อทำความสะอาดแผล มือหนาที่วางบนตักนิ่มถูกคนตัวเล็กประครองขึ้นใช้สำลีชุ่มละเลงลายคราบเลือดอย่างเบามือ “ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายจะต้องพกแผลกลับบ้านเป็นประจำ มันไม่ใช่ของฝากที่น่าพิสมัยเลยสักนิด”
            เธอบุ้ยหน้าใส่คนมีแผลและกลับไปสนใจกับมือหนาตรงหน้าต่อ แต่มันกลับสร้างความกระชุ่มหัวใจอย่างประหลาด บอกตามตรงว่าเขาเองไม่ได้พิสมัยที่จะแต่งงานกันหล่อนมากนัก แต่ตอนนี้เขากลับเปลี่ยนความคิด เธอน่าสนใจ และเธอต้องเป็นของเขา!!
            “ผู้ชายกับแผลเป็นของคู่กัน มันไม่ใช่เรื่องแปลก”
            “ค่ะไม่แปลก แต่มันสร้างความหวั่นใจให้กับผู้หญิง” เธอตอบอย่างไม่มองหน้า สายตาดุหรี่ลงมองหญิงสาวไล้ลงตามเรือนร่างของหล่อนไปมาอย่างเสน่หา ริมฝีปากได้รูปกระตุกยิ้มขึ้นมุมปากอย่างพอใจกับประโยคที่เธอพูดสักครู่
            “แสดงว่าคุณก็หวั่นใจที่เห็นผมมีแผล... สินะ”
            ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ใบหน้าดุๆ นั้นแปลเปลี่ยนไป กลายเป็นแววตาแสนกลมากด้วยเล่ห์ ริมฝีปากร้อนกระซิบซ่านใกล้ใบหูสาวพร้อมเปล่าลมร้อนจนคนทำแผลยู่คอหลบและดีดตัวออกห่างเพื่อถอยตั่งหลัก
            “ไม่ใช่ซะหน่อย! ฉันแค่ทำไปตามหน้าที่” เธอกอดอกเชิดหน้าอย่างเสียงแข็ง
            “หน้าที่อะไร? ว่าที่เมียของฉันอย่างนั้นเหรอ?” คำพูดสุดห่ามทำเอาใบหน้าสาวแดงก่ำด้วยหลายความรู้สึก ทั้งอาย ทั้งโกรธ และขายหน้า
            “นี่คุณ!!” เธอเด้งตัวลุกขึ้นยืน สีหน้าบิดเกร็งร้อนผ่าว มือเล็กกำแน่นข้างลำตัว สร้างความสุนทรีย์ให้คนที่มองอยู่ไม่น้อย “ฉันไม่อยากคุยกับคุณแล้ว ขอตัว!!”
            เธอกระแทกเท้าบึงๆ ตีตัวออกห่างแม้ว่าแผลที่มือของเขาจะยังไม่ถูกรักษาให้สำเร็จ หล่อนเดินอ้อมไปด้านหลังโซฟาอีกด้านเพื่อหลีกเลี่ยงการพบปะ แต่ความชำนาญการของอีกคนมีมากว่า ถลาเขาดึงแขนร่างเล็กของเธอกระแทกเข้ากับพนักพิงด้านหลังโซฟาเต็มๆ
            “โอ้ย!!”
            “ขอโทษ เธอเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” เขาถามลนลานพร้อมเดินโอมไปหาคนเจ็บ กวาดตามองร่างเล็กด้วยเป็นห่วง
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ทั้งใบหน้าและเสียงซึมลงอย่างเห็นได้ชัด
            “ปล่อยค่ะ” เธอสะบัดแขนเธอออกจากมือหนา อยากจะโกรธที่เขาพูดไม่ดี อยากจะที่เขาทำให้เธอต้องเจ็บ แต่เมื่อเห็นสีหน้าซึมของเขาแล้ว กลับโกรธไม่ลง
            “ฉันขอโทษนะ” เขาพูดเสียงอ่อยพร้อมส่งสายตาเว้าวอนมาให้เธอ
            “ฉันไม่เจ็บมากค่ะ คุณไม่ต้องกังวลขนาดนั้นก็ได้” คนตัวเล็กอยากยิ้มอยู่หรอก แต่ต้องรักษามาดไว้สักนิด “ฉันขึ้นห้องก่อนนะคะ ดึกแล้ว”
            ร่างเล็กเดินผ่านร่างสูงด้วยใบหน้านิ่งๆ แม้ใจจะห่วงแผลที่มือนั่นก็จริง แต่ก็ต้องวางมาดไว้ซะหน่อย เพราะวันนี้เธอเจอแต่คนแปละ และพฤติกรรมแปลกๆ มันมากเกินพอที่วันนี้จะปิดรับเรื่องน่าประหลาดใจได้แล้ว  แต่ดูเหมือนว่าจะมีอีกเรื่องที่ทำให้ใจดวงนี้สั่นไหวขึ้นมา
            “ฝันดีนะครับ”
            เสียงเบาๆ จากด้านหลัง แต่จะเบาเพียงใดแต่ก็ได้ยินชัดเจน ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัว คนห่ามๆ พูดน่ารักๆ แบบนี้ก็เป็น เขาดูแตกต่างจากลุกภายนอก เหมือนจะเป็นคนอบอุ่น แต่กลับแสดงออกมาอย่างแข็งกร้าวจนคนอื่นเข้าใจผิด หญิงสาวอยากรู้จักในส่วนนั้นถ้าเป็นไปได้
            ‘ถึงจะโหด ดิบ เถื่อน แต่พูดหวานทีมันซึ้งเข้าไปในหัวใจ’




รุกแบบโหดๆ แบบนี้ชอบหรือเปล่า นิ่งๆ เรียบๆ แต่ระวังตกหลุมรักโดยไม่รู้ตัวอย่าหาว่าพี่หวังไม่เตือน
ปล. อาจจะไม่สุภาพ แต่ใกล้หมดวันหยุดยาวแล้วนะ 555+

คนต่อไป>>> ใสๆ แต่มากด้วยเล่ห์ แบมแบม

ขอมาลงอีกทีวันอาทิตย์นะคะ

>>ขอไปทำงานแปบนึง<<









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

158 ความคิดเห็น

  1. #39 1818 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 02:05
    งื้อออ พี่แจ็คสันคนแบด
    #39
    0
  2. #8 molobee_kk (@mobeekk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 20:40
    หวั่นไหวกับแจ็คแล้วสิ><
    #8
    0