พ่ายรักปักใจ

ตอนที่ 19 : ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 110
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    4 ส.ค. 62




ตอนที่ 19: ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน 2


          ตอนนี้กิจกรรมรับน้องเริ่มขึ้นแล้ว ณภัทรได้แต่มองตามเพื่อนหญิงคนใหม่ที่รู้จักกันเมื่อตอนปฐมนิเทศตาละห้อยยามที่ทั้งสองต่างถูกจับแยกให้ไปอยู่กันคนละกลุ่ม หญิงสาวพยายามอย่างยิ่งที่จะดึงสติและสายตากลับมาที่เพื่อนๆภายในกลุ่มของตนเองพร้อมๆกับฟังกิจกรรมที่ต้องทำเมื่อรุ่นพี่ปีสองเริ่มอธิบาย แทบไม่ได้สังเกตถึงชายหนุ่มหน้าตาดีที่นั่งข้างกายซึ่งแอบมองเธออยู่ตลอด หญิงสาวฟังรุ่นพี่ไปสักพักก็เริ่มคิดมากมายสะระตะ ด้วยคำสั่งที่ทำให้เธอเริ่มหวั่นใจ ใบหน้าขึ้นสีแดงสลับกับซีดขาว

          “พี่อยากให้ทุกคนจำชื่อคนในกลุ่มตัวเองให้ได้ภายในเวลาสองนาที แล้วจะสุ่มเรียกให้มาตอบ”ไม่ทันได้หายใจหายคอเสียงนกหวีดเป็นสัญญาณเริ่มจับเวลาก็ดังขึ้นจนณภัทรสะดุ้งสุดตัว ทุกคนเริ่มหันมาถามชื่อกันพลางชูป้ายชื่อของตัวเองให้เพื่อนๆดู มือสั่นเทาของหญิงสาวยกป้ายชื่อขึ้นชูไปข้างหน้าให้ทุกคนเห็นบ้างก่อนจะรู้สึกถึงแรงสะกิดเบาๆจากด้านขวา

          “เธอชื่ออะไรเหรอ”เสียงทุ้มต่ำฟังดูเป็นมิตรดังขึ้น คล้ายกับมันช่วยดึงความคิดณภัทรให้หลุดออกจากภวังค์ เรียกสายตาของหญิงสาวให้หันไปมองคนข้างกาย และพาลให้ดวงตาคู่สวยเผลอสบเข้ากับนัยน์ตาคู่คมของชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าคร้ามเข้ม ทั้งสองนิ่งไปนานคล้ายกับถูกสะกดด้วยบรรยากาศแปลกๆที่โรยตัวลงโอบล้อมรอบกายเมื่อหญิงสาวเพิ่งสังเกตว่าเขายื่นหน้าเข้ามาใกล้เธอมากแค่ไหน

          ณภัทรรู้สึกประหม่าขึ้นมาเสียเฉยๆ เธอรีบยกป้ายชื่อแทรกขึ้นมาตรงกลางระหว่างใบหน้าของทั้งสองที่ห่างกันเพียงคืบกว่า ลมหายใจสะดุดเล็กน้อยยามเมื่อเบือนสายตาหลบไปอีกทางในขณะที่สองแก้มร้อนผะผ่าว

          ใกล้เกินไปแล้ว...!

          และด้วยเหตุนี้เอง แม้ณภัทรจะไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มขำขันของอีกฝ่ายแต่ก็รับรู้ได้จากน้ำเสียงปนหัวเราะของเขาที่เอ่ยตอบกลับมา

          “เราชื่อพริกนะ”หญิงสาวได้ฟังก็พยักหน้ารัวเร็วเป็นการรับรู้ เพียงแต่ไม่ทันคิดว่าจะมีคำถามต่อมาทันทีที่เธอจงใจเบือนหน้าผละไปชูป้ายชื่อให้คนอื่นรอบๆกายเห็นชัดขึ้น

          “ภัทรอยู่สาขาอะไรเหรอ”ท่าทางเอียงคอถามของเขา แม้จะขัดกับใบหน้าหล่อหลาคมเข้มเล็กน้อย แต่ก็ดูน่ารักมีเสน่ห์อยู่ในที ชายหนุ่มดูราวกับเป็นมนุษย์ที่รวมความขัดแย้งทุกอย่างในตัวเอาไว้ด้วยกันโดยไม่ขัดตา แต่ถึงอย่างนั้น... ก็ยังมีเสน่ห์แบบคนช่างออดอ้อน

          เสียดาย... ที่ณภัทรยังไม่อาจรับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดพวกนั้นเช่นที่พวกผู้หญิงส่วนใหญ่รับรู้ได้ เธอเพียงแต่เขินที่เขาเข้ามาใกล้เกินจำเป็นก็เท่านั้น

          ถึงอย่างนั้น ทันทีที่ได้ยินคำถามซึ่งชวนให้อยากเบือนหน้าหนี... ณภัทรกลับเลือกที่จะหันมาตอบเขาเช่นที่เธอตอบทุกๆคน ...หญิงสาวทำสัญญาณมือบอกเขาว่าเธอพูดไม่ได้ แน่นอนว่าเธอไม่อยากให้ใครๆรับรู้ในวงกว้าง ไม่อยากจะต้องตอบคำถามมากมาย เธอต้องการเวลาในการเตรียมตัวเตรียมใจที่จะเผชิญกับปัญหาอย่างช้าๆค่อยเป็นค่อยไป

          เพียงแต่เธอรู้ดี...

          มันเป็นไปไม่ได้

          หญิงสาวมองหน้าพริกที่ฉายแววเกือบๆจะแตกตื่นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่เขาจะเก็บอาการของตัวเองอย่างรวดเร็วจนณภัทรแทบมองไม่ทัน เธอเพียงแค่ยิ้มอ่อนๆให้เขา ถึงจะทุกข์ใจที่อาจต้องเผชิญกับคำถามตอกย้ำอดีตเดิมๆ แต่ก็เคยชินอยู่แล้วกับท่าทางแบบนี้

          พริกดูคล้ายกับอยากจะเอ่ยปากอะไรสักอย่างแต่ก็ทำปากอ้าๆหุบๆอยู่อย่างนั้น ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาให้อีกฝ่ายรู้สึกคลายใจ สุดท้ายก็เปลี่ยนเป็นคำถามสุภาพ

          “งั้นเราจะคุยกันยังไงดีล่ะ”พริกยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆขณะที่พยายามขบคิดหาคำตอบ- -

          และกว่าจะรู้ตัวอีกทีเสียงฝีเท้าที่ดังอยู่ด้านหลังทั้งสองก็หยุดลง ไมโครโฟนถูกยื่นลงตรงหน้าณภัทรที่นั่งล้อมวงกับเพื่อนๆบนพื้น หญิงสาวตื่นตกใจสุดขีด หลุบตาลงมองไมโครโฟนที่ถูกยัดเยียดใส่มือด้วยใบหน้าซีดเผือด

          ...!!!

          หญิงสาวนั่งนิ่งขึงอยู่นาน... นานมากทีเดียว... รู้สึกมือสั่นเทาด้วยรับรู้ดี ทุกสายตากว่าร้อยชีวิตกำลังจับจ้องมาที่เธอคนเดียว ที่เธอคนเดียวจริงๆ นิ้วเรียวคล้ายจะหมดเรียวแรงขณะย้อนคิดถึงอดีตที่ผู้คนรอบกายในสังคมช่วยกันขุดคุ้ยหาคำตอบเกี่ยวกับอดีตของเธอที่เธอไม่อยากจำ ใช่... เธอรู้ว่าพ่อกับแม่ถูกฆ่า เธอรู้แค่นั้นจริงๆโดยที่ไม่มีความทรงจำอะไรเลย แม้มันจะเป็นข่าวใหญ่ลงหนังสือพิมพ์ตั้งแต่ตอนที่เธออายุได้ราวๆสิบขวบ เพียงแต่ไม่มีใครคิดจะปล่อยให้เธอลืมลบมันอย่างที่จิตใต้สำนึกของเธอทำจนฝันร้ายมักจะตามมาหลอกหลอนอย่างสม่ำเสมอ

          “ไม่ตอบเดี๋ยวโดนทั้งกลุ่มน้าาาาา...”ประโยคที่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาของภัทรไปโดยไม่ผ่านสมองเลยสักนิด สองมือของเธอเริ่มชื้นเหงื่อ ลมหายใจถี่กระชั้น ความคิดวนเวียนไม่อาจหลุดจากภวังค์ได้

          “พี่ครับ ผมว่าเพื่อนเขาไม่ไหว ให้เขาไปพักเถอะครับ”พริกรีบตัดบทก่อนที่ใครจะพูดอะไร เขาชี้ให้เห็นถึงใบหน้าซีดเผือดของณภัทรที่เริ่มดูจะแย่ลงเรื่อยๆ แลเห็นเหงื่อผุดซึมอยู่ตรงไรผมสีเข้มของหญิงสาว

          “ช่วงนี้อากาศร้อนมาก พาเขาเข้าข้างในดีกว่านะครับ”สังเกตได้ดังนั้นรุ่นพี่ก็รีบก้มหน้าลงซักถามด้วยความห่วงใย ในที่สุดก็ตัดสินใจปล่อยให้ณภัทรเข้าไปพัก ดูจากอาการที่ค่อนไปทางหนักแล้วรุ่นพี่ฝ่ายสันทนาการก็ส่งพริกให้ช่วยพยุงหญิงสาวไปห้องพยาบาลด้วย

          ทันทีที่เธอเอนร่างลงกับเตียงก็อดไม่ได้ที่จะทอดสายตามองพริกซึ่งกำลังจะหมุนกายเดินจากไป มือเล็กๆก็ดึงรั้งชายเสื้อเขาไว้เบาๆ รอจนอีกฝ่ายหันมามองด้วยสีหน้าฉงนสนเท่ห์ ริมฝีปากของเธอค่อยๆขยับเป็นรูปคำที่อีกฝ่ายเข้าใจง่ายที่สุด

          ขอบคุณนะ

 

          มีนานั่งนิ่งอยู่บนโต๊ะอาหาร ไม่ยอมเอ่ยตอบคำถามของผู้เป็นบิดาที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะฝั่งตรงข้ามด้วยแผ่นหลังเหยียดตรง มีนาปล่อยให้ความสงสัยลอยคว้างอยู่ในอากาศยามเมื่อนัยน์ตาที่เกือบจะฝ้าฟางของชายสูงวัยจับจ้องอยู่ที่ลูกสาวไม่เว้นวาง เขาเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่มีอำนาจมากในเชียงใหม่เนื่องจากธุรกิจหลายอย่างทั้งในที่มืดและที่สว่าง รวมถึงพวกพ้องที่เขาเองก็มีอยู่ไม่น้อย

          เพียงแต่พวกพ้องที่ว่า... น่าเสียดายที่ไม่อาจนับรวมลูกสาวของตัวเขาเองซึ่งเป็นครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่ได้ มีนาเป็นพวกดื้อต่อต้านในทุกๆอย่างที่ตัวเองเห็นว่าผิด เธอไม่เคยสนับสนุนคนเป็นพ่อ ตั้งแต่เรื่องส่วนตัวอย่างการเที่ยวผู้หญิง ไปจนถึงเรื่องส่วนรวมอย่างงานลับๆที่เขาทำ

          ถึงอย่างนั้น... ความที่เธอเป็นลูกสาวคนเดียวที่เขามี และด้วยความรักมากมาย ชายแก่จึงไม่อาจปล่อยปละละเลยลูกคนนี้ได้ ทุกครั้งที่หญิงสาวก้าวออกจากบ้าน จึงไม่มีครั้งไหนเลยที่เธอจะได้ไปคนเดียวโดยไม่มีองครักษ์เงาตามตัวอยู่ห่างๆ

          แน่ล่ะ... เงาพวกนี้ซ่อนตัวเก่ง แต่ใช่ว่ามีนาจะไม่เคยรับรู้ว่าพวกเขามีตัวตน และหลายครั้ง หญิงสาวเองก็ฉลาดพอที่จะจับพวกเขาได้เสียด้วยซ้ำ เพียงแต่ครั้งนี้... คนเป็นพ่อกลับได้รับรายงานแปลกๆจากพวกเขาจนต้องเก็บกลับมาถามลูกสาวคนเดียว

          “อะไรทำให้ลูกคิดว่าตัวเองรักมันถึงขนาดนั้น” มีนายิ้ม... เป็นยิ้มที่แฝงแววประหลาดทั้งดวงตาและริมฝีปาก ดูราวกับเป็นรอยยิ้มประชดประชัน ไม่ได้เหลือบตาขึ้นมองสบผู้เป็นพ่อเลยแม้แต่น้อย

          “พ่ออยากให้ลูกหาคนที่เหมาะสม... คนที่รักลูก... ทำเพื่อลูก ไม่ใช่- -”หญิงสาวตัดบทแทบจะทันที เบื่อจะฟังคนแก่พร่ำเพ้อถึงสิ่งที่แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่เข้าใจ

          “แล้วอะไรทำให้พ่อรักผู้หญิงมากมายพวกนั้นล่ะคะ รักจนประเคนให้พวกมันแทบทุกอย่าง”คำพูดที่ทำให้ผู้สูงวัยกว่าต้องสะอึก เขามีสีหน้าราวกับโดนต่อยเข้าที่ท้อง รู้สึกจุกไปหมดเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำของลูกสาว แต่มีนาไม่คิดจะหยุดแค่นั้น

          “แม้แต่ตัวพ่อเองยังไม่รู้เลยว่ารักคืออะไร พ่อจะมาชี้บอกลูกว่าลูกรักใครไม่รักใครได้ยังไง”เธอสาดคำพูดตอกย้ำทำร้ายจิตใจใส่ผู้เป็นพ่อไม่ยอมหยุด ในความทรงจำของเธอ เธอรู้ดีว่าแม่ต้องตายเพราะใคร หญิงสาวไม่เคยปล่อยวางความเคียดแค้นที่ตนมีเพราะแม่ที่เธอรัก แม่ที่เลี้ยงเธอมาคนเดียวตั้งแต่เล็กเพราะพ่อนั้นยุ่งเกินกว่าจะมีเวลาใส่ใจ สัปดาห์หนึ่งถึงจะได้เจอหน้าพ่อสักครั้ง

          ตอนเด็กๆ เธอเคยเรียกร้องอยากอยู่กับเขาให้มากขึ้น ก่อนจะได้พบว่า... แม่ที่แสนประเสริฐของเธอ ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวที่พ่อมี

          แม้แม่ของเธอจะเป็นเมียแต่ง แต่กลับไม่ใช่เมียรักอีกต่อไปเมื่อมีของที่สดกว่าและใหม่กว่าเข้ามา นั่นคือความจริงที่น่าปวดใจ

          และคล้ายกับผู้เป็นพ่อจะรู้ถึงปมปัญหาในจิตใจของลูกสาวดี ตั้งแต่ที่ภรรยาของเขาจากไป เขาก็ไม่เคยงัดข้อกับลูกสาวคนนี้อีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... เมื่อเธอเป็นฝ่ายถูก แม้เขาจะไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรมเดิมๆของตัวเอง แต่เขาก็มักจะพะเน้าพะนอเอาใจเธอจนเธอเคยตัวด้วยหวังว่าอย่างน้อยความขัดแย้งในบ้านหลังนี้จะลดลงบ้าง

          ความเงียบโรยตัวลงช้าๆขณะที่ทั้งสองฝ่ายต่างจ้องหน้ากัน คนหนึ่งสีหน้าเอาเรื่อง ส่วนอีกคนมีแววตาที่แฝงไปด้วยความเศร้าใจ

          “มีนอิ่มแล้ว... ขอตัวนะคะ”



_____________________


ตอนนี้กำลังลังเลว่าจะเขียนภาคของมีนาแยกออกมาอีกเรื่อง
หรือจะเขียนรวมในนี้ดี เพราะจริงๆแล้วนางเป็นตัวละครที่ซับซ้อนมากๆ
มีเบื้องหลังเรื่องราวเยอะที่น่าสนใจ และเหตุผลอีกมากที่ทำให้ตัวนางเป็นแบบนี้

****ยังไงก็ขอความเห็นจากเพื่อนๆด้วยน้าาา****


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #21 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 18:47
    สำหรับเราควรแยกค่ะ เพราะส่วนตัวเราอ่านเพราะคำโปรยซึ่งมันเจาะจงไปที่นางเอก โฟกัสควรมีแค่นางเอก คนอื่นเป็นแค่ตัวประกอบผิวเผิน
    #21
    2
    • #21-1 psycho_psychic (@psycho_psychic) (จากตอนที่ 19)
      4 สิงหาคม 2562 / 19:07
      ขอบคุณนะคะ เราก็แอบคิดอย่างนั้นเหมือนกัน อยากจะโฟกัสที่ตัวละครหลัก
      อนาคตคงต้องคานน้ำหนักตัวละครให้ดีหน่อย
      #21-1
    • #21-2 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 19)
      4 สิงหาคม 2562 / 21:32
      ไม่ใช่ ผญ คนอื่นไม่ควรมีบท ควรมีตามสมควรเรื่องแต่ไม่ต้องเจาะลึกขนาดนั้น เช่น มีนาคือแฟนพระเอก ก็แค่แฟนพระเอกพอ
      #21-2