พ่ายรักปักใจ

ตอนที่ 15 : เพื่อน 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    29 ก.ค. 62



ตอนที่ 15: เพื่อน 2


          รถยุโรปคันหรูค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าจอดเทียบประตูบ้านหลังขนาดย่อมอีกครั้งก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์ มีนาหันไปยิ้มให้กับหญิงสาวข้างกายที่นั่งอยู่ตำแหน่งข้างคนขับ ทอดสายตามองณภัทรที่อยู่ในชุดเดรสสีฟ้าอ่อนคอกว้างดูน่ารักสดใสแต่กลับแฝงความเย้ายวนด้วยเนินเนื้อที่โผล่พ้นขอบเสื้อมาเล็กน้อย ใต้อกและช่วงเอวของชุดแนบกระชับรอบเรือนร่างบอบบางอย่างพอดิบพอดีขับเน้นทรวดทรงที่บ่งบอกถึงความเป็นหญิงสาวให้เด่นชัด ชายกระโปรงถูกปล่อยพลิ้วไหวยาวระต้นขาเพรียว เธอดูสวยจนไม่อาจละสายตา พอจะเป็นคู่แข่งสูสีกับคนช่วยแปลงโฉมได้เลยทีเดียว

          มีนาพยักหน้าพออกพอใจกับผลงาน ในหัวคิดคำนวณถึงปฏิกิริยาของราเชนที่อาจเป็นไปได้หลายๆอย่าง เธอซ่อนความรู้สึกปนเอ็นดูปนริษยาไว้กับตัว ในใจเริ่มกระหายอยากรู้คำตอบ ในที่สุดสองสาวต่างก็หันไปผลักประตูเปิดก้าวขาลงจากรถด้วยความคิดในหัวที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

          ทุกวินาทีที่ผ่านไป มีนาเริ่มค่อยๆกลายเป็นฝ่ายที่ต้องการความมั่นใจมากขึ้น... ความสวยของณภัทรนั้น สามารถทำให้แม้แต่ตัวเธอเองยังต้องรู้สึกหวั่นไหว แล้วตัวราเชนล่ะ จะคิดอย่างไร...? ดวงตาคู่สวยของมีนาไหววูบขณะที่ทอดสายตามองตามหลังหญิงสาวที่เดินนำหน้าอยู่ไม่กี่ก้าว

          ในที่สุด มีนาก็ตัดสินใจกับตัวเอง...

           เธอจะยอมให้สิทธิตัวเองเป็นคนตัดสินใจในเรื่องความสัมพันธ์นี้เท่านั้น ไม่ใช่ใครอื่น ...แม้แต่ราเชน

          ในขณะที่ณภัทรเองก็หวั่นใจ เพียงแต่เธอแค่หวั่นใจว่าพี่ชายเธอจะหัวเราะใส่หน้าก็เท่านั้น

          ทั้งสองก้าวเท้าเข้าบ้านอย่างเงียบๆ ถึงอย่างนั้น... ราเชนซึ่งนั่งรอทั้งสองอยู่นานแล้วก็ยังรับรู้ได้ถึงการมาของณภัทรและมีนา เขาขอตัวแยกจากห้องทำงานที่นั่งหมกตัวอยู่ทั้งวันกับจิรายุทธ เดินเอื่อยๆมาหยุดตรงโถงทางเดิน นัยน์ตาคมของเขาจับจ้องไปยังสองร่างที่หยุดยืนถอดรองเท้าอยู่ตรงหน้าประตู ความประหลาดใจปรากฏขึ้นในแววตาก่อนที่คิ้วเข้มหนาจะขมวดเข้าหากันแน่น กระแสความรู้สึกแปลกประหลาดไหลเวียนไปทั่วร่าง ชายหนุ่มปล่อยสายตาให้ค่อยๆพิจารณาความเปลี่ยนแปลงของคนๆหนึ่งอย่างช้าๆ นัยน์ตาคมดุมองปราดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

          “ใส่อะไรน่ะ”เสียงทุ้มเรียบนิ่งดังขึ้นแทรกความเงียบงันในบรรยากาศ มันดูเรียบนิ่งจนอีกฝ่ายไม่อาจจับอารมณ์ได้ ถึงอย่างนั้น... ณภัทรก็แทบสะดุ้งจนตัวโยนเพราะความแปลกแปร่งหู เธอเงยหน้าขึ้นมองสบฝ่ายพี่ชายได้เพียงแวบเดียวก็ต้องหลบตาวูบ ความเงียบค่อยโรยตัวลงมาอย่างช้าๆ

          “ไม่อายบ้างเหรอ...? ไปเปลี่ยน!”แววกร้าวพาดผ่านวูบในดวงตาคู่คม ไม่ต่างจากน้ำเสียงที่เริ่มแข็งขึ้นเล็กน้อย... ณภัทรยืนนิ่ง สองกรามขบกันแน่น ริมฝีปากอิ่มเต็มเม้มเข้าหากัน สองมือที่ถือถุงอยู่พะรุงพะรังยิ่งกำแน่นขึ้นมากกว่าเดิม

          เขาคิดว่าเธอน่าอายเหรอ...?

          “ไม่ได้ยินเหรอ? บอกให้ไปเปลี่ยน!”เนื้อเสียงกร้าวกระด้างทำเอาร่างบางแทบผวา ในที่สุด ณภัทรก็กลั้นใจเหลือบตาขึ้นจ้องมองราเชนนิ่ง เห็นชัดถึงภาวะอารมณ์กรุ่นโกรธไร้เหตุผลของคนตรงหน้า ไม่นานลมหายใจก็พาลสะดุดเพราะก้อนสะอื้นที่ขึ้นมาจุกในลำคอ รู้สึกสับสนและน้อยเนื้อต่ำใจเพราะปฏิกิริยาของคนตรงหน้า หญิงสาวปล่อยถุงข้าวของมากมายหลุดจากมือ วิ่งถลาผ่านร่างเขาไปในโถงทางเดินก่อนจะชนเข้ากับจิรายุทธที่เพิ่งเดินออกมาเพราะเสียงโหวกเหวกของราเชน

          ร่างบอบบางแทบจะเซล้มลงกับพื้นเพราะแรงปะทะ ดีที่ชายหนุ่มผู้มาใหม่รั้งกายเธอเอาไว้ในอ้อมแขน แรงที่เขาใช้ดึงร่างเธอเข้ามานั้นไม่เบาเลย พาลให้ใบหน้าเธอกระแทกเข้ากับแผ่นอกเสียแรงจนเขาต้องเอ่ยขอโทษขอโพย ไม่นาน เขาก็เริ่มสังเกตเธอ รู้สึกว่าหญิงสาวกำลังตัวสั่นน้อยๆ

          “น้องภัทรเจ็บมั้ยครับ” จิรายุทธถามเสียงอ่อน หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆ ผลักกายออกจากอ้อมแขนเขาก่อนจะก้าวเท้าเข้าห้องนอน ปิดประตูตามหลังเสียงดังลั่น

          “เกิดอะไรขึ้น”จิรายุทธหันมาถาม เบือนหน้าไปมองตามที่มาของบรรยากาศแปลกๆซึ่งอบอวลอยู่รอบกาย แลเห็นชายหญิงสองคนกำลังมองหน้ากันด้วยสายตาแปลกๆ มีนามีสีหน้าเรียบนิ่ง แตกต่างจากยามปกติโดยสิ้นเชิง ใบหน้ารูปหัวใจดูเฉยชาในขณะที่ดวงตาคู่สวยคล้ายกับจะเข้าใจอะไรบางอย่าง คิ้วเรียวเลิกขึ้นข้างหนึ่งราวกับมีคำถามค้างคาใจแต่ก็เหมือนกระจ่างแจ้งอยู่แล้วในคำตอบ

          ไม่นาน... สีหน้าเธอก็เปลี่ยนกลับมาเป็นปรกติ... รอยยิ้มอ่อนหวานประดับบนริมฝีปากอีกครั้งยามเมื่อสองเท้าของหญิงสาวก้าวเข้ามาใกล้ฝ่ายชายที่บัดนี้แม้จะเอนกายพิงกำแพงแต่หลังไหล่กลับดูเครียดขึงพอๆกับสีหน้าแววตาดุดัน มือเรียวบางของมีนายกขึ้นสัมผัสลงบนแก้มสากของราเชนที่ปล่อยหนวดเคราให้ขึ้นเขียวครึ้มมาสามสี่วันแล้ว ดูเธอไม่กลัวเขาเลยสักนิด

          “เชนคะ น้องคุณโตแล้วนะคะ”เสียงหวานเอ่ยเบาๆ เธอเหลือบตาขึ้นมองเขา แทบจะปล่อยให้ร่างตัวเองโอนอ่อนเข้าแนบชิดอีกฝ่ายแต่ก็มิได้สัมผัส มืออีกข้างยกขึ้นปัดไรผมสั้นๆของเขาออกไปให้พ้นหน้าผากกว้าง แลเห็นคิ้วเข้มหนายังคงขมวดมุ่นจึงค่อยๆเปลี่ยนมาใช้สองมือนวดคลึงให้มันคลายออก

          ราเชนกลับมามีสีหน้าผ่อนคลายในที่สุด

          “มีนอยากให้น้องมั่นใจในตัวเองบ้าง”เธอเอ่ยช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ แววตาจับจ้องเขาแน่วแน่ ย้ำชัดถึงสิ่งที่เธอคิดในหัวเพียงครึ่งหนึ่งโดยไม่ปิดบัง “คุณไม่ควรพูดกับน้องอย่างนั้น... มันทำร้ายจิตใจเขา”

          ประโยคที่ทำให้อยู่ๆราเชนก็รู้สึกจุก มีนาซึ่งกำลังจับจ้องสีหน้าและแววตาของเขาไม่คลาดคลาหรี่ตาลงเพียงนิด เล็กน้อยเกินกว่าที่ใครจะสังเกตเห็น เธอกำลังรอ... รอคำแก้ตัวของราเชน

          คำพูดที่อาจจะช่วยให้เธอสามารถตัดสินความสัมพันธ์เบื้องต้นของทั้งราเชนและณภัทรได้ชัดเจนขึ้น

          เธอไม่อยากตัดสินคนรักของตัวเองจากการกระทำเพียงชั่ววูบ อย่างน้อย... เธอต้องฟังเขาอธิบาย ต่อให้คำพูดเหล่านั้นจะนำไปสู่การหลอกตัวเองของใครหลายๆคนก็ตามที

          “ผมแค่เป็นห่วง”ราเชนทอดถอนใจออกมาในที่สุด มีนายังคงจับจ้องเขา รอยยิ้มเข้าอกเข้าใจไม่ได้เลือนหายไปจากริมฝีปากเพียงแต่มันไม่อาจเผื่อแผ่ไปถึงดวงตาคู่หวาน กลับกัน... นัยน์ตาของมีนาดูว่างเปล่าจนน่าใจหาย เสียงใสเปรยถามเขาแผ่วเบา

          “ห่วงหรือหวงคะ”

          “ก็... ทั้งสองอย่าง”ราเชนจำใจยอมรับ เขามีสีหน้าแปลกแปร่งที่คละเคล้าไปด้วยแววหงุดหงิดสับสนไม่ต่างจากน้ำเสียง ไม่นานก็รีบอธิบายความหมายของการยอมรับเมื่อชั่วครู่

          “ภัทรเป็นน้องผม เขายังเด็ก... เพิ่งจะเข้ามหาลัย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกผู้ชายสามารถคิดไปได้ไกลแค่ไหนถ้าเห็นผู้หญิงแต่งตัวแบบนั้น”ราเชนว่าเสียงเบา สองมือกอดอกในขณะที่สองตาเบือนไปทางอื่น มิได้มองสบคู่สนทนาเลยแม้แต่น้อยจนกระทั่งประโยคถัดมา

          “น้องเขาไม่ได้ฉลาดเอาตัวรอดเก่งเหมือนคุณนะครับ” มีนานิ่งไปเพราะประโยคนั้น นัยน์ตาไหววูบพยายามค้นคว้าหาความนัยของสิ่งที่เขาพูดเหมือนวัวสันหลังหวะ สับสนชั่งใจว่าเขาจะระแคะระคายในสิ่งที่เธอทำลับหลังเขาหรือไม่ หรือแค่พูดอย่างจริงใจ เธอหยุดคิดเพียงครู่เดียวเท่านั้น และไม่ถึงเสี้ยววินาทีต่อมาเธอก็ตัดสินใจได้ หญิงสาวเลือกที่จะไม่ตอบโต้ แต่ขณะเดียวกันก็เลือกที่จะถามกลับ

          “แสดงว่าคุณคิดใช่มั้ยคะ ถึงได้รู้ว่าผู้ชายคนอื่นจะคิดยังไง”มีนาถามนิ่งๆ แม้รอยยิ้มอ่อนจางจะไม่ได้เลือนหายไปจากริมฝีปาก แต่ดวงตาที่จับจ้องตรงไปที่เขาฉายแววแปลกประหลาดในแบบที่ราเชนไม่เคยเห็นมาก่อน ดวงตาของราเชนคล้ายกับถูกตรึงนิ่งอยู่กับสายตาของมีนาที่มองตอบกลับมา นานหลายนาทีทีเดียวที่ทั้งสองนิ่งเงียบ ต่างฝ่ายต่างจ้องตากันเพื่อเค้นหาคำตอบ ราเชนไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมมีนาถึงต้องคาดคั้นเหมือนเขากับณภัทรมีอะไรที่พิเศษ

          “คงเหมือนกับที่คิดกับคุณ... เสื้อผ้าพวกนั้นอย่างกับมีป้ายชื่อติดเต็มไปหมดว่าเป็นฝีมือคุณ ตอนนี้ภัทรกลายเป็นมีนาเบอร์สองไปแล้ว”เป็นครั้งแรกๆที่ราเชนเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่กลับทำให้มีนาต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะหุบรอยยิ้มส่อแววขำขันของตัวเอง ความช่างเปรียบเปรยของเขาบวกกับเรื่องไหลลื่นเอาตัวรอดเก่งมักจะทำให้เธอต้องรู้สึกประหลาดใจอยู่เสมอ แต่อย่างน้อย... เธอก็ทันเขา

          ราเชน... สมแล้วที่สาวๆหลายคนตั้งฉายาเขาว่า ปลาไหล

          แม้แต่กับคนเจ้าเล่ห์อย่างเธอเขายังจะเอาตัวรอดได้ ขนาดเธอใช้เทคนิกตอบโต้ด้วยคำถามอย่างที่เกรียงศักดิ์ชอบทำอยู่บ่อยๆ เขาก็ยังจะอุตส่าห์ดิ้นหาคำตอบที่คิดว่าจะทำให้เธอพอใจจนได้

          ดูท่า... ผู้หญิงอย่างเธอคงจะต้องไปเตรียมตัวมาใหม่เสียแล้ว

          อยากรู้จริงๆว่าเกมส์นี้จะจบแบบไหน... มีนาคิด


____________________

เดี๋ยวจะพยายามรีบอัพต่อน้าาาาา
ยังปวดตาอยู่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #16 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 00:57
    คุณพี่ทั้งสองจะประลองเชาว์กัยย่อมได้ แต่อย่าลากน้องไปไว้กลางวง
    #16
    0