[Super Junior] :: Problem Child :: (SJ-KangTeuk feat. All members)

ตอนที่ 75 : Problem Child 33 #reup + รายละเอียดรวมเล่ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    1 พ.ย. 61

Problem Child Chapter 33


 

 

ไม่เข้าใจ  ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ  สมองน่ะเอามาใช้กันบ้างหรือเปล่า  เคยเตือนแล้วใช่ไหมว่าให้ระวังตัว พวกนายจะไปกัดกันที่ไหน ไปฟัดกันจนตายยังไงฉันก็พยายามจะไม่ว่าไม่บ่น...ถ้าหากมันจะไม่กระทบกับงาน ไม่กระทบกับความเป็นความตายของพวกนายเอง  แต่นี่มันอะไรกัน!!!ฮะ มันอะไร!!!



การขึ้นเสียงตวาดรวมถึงขึ้น ฉัน’ กับน้องคนอื่นที่ไม่ใช่คิมฮีชอลกับคิมยองอุนแทนคำว่าพี่เฉกปกติบ่งบอกให้รู้ว่าคราวนี้คงสุดที่จะทนอีกต่อไป  ปาร์คจองซูกำลังโกรธจัด...มากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา  




หนังสือพิมพ์บันเทิงฉบับล่าสุดของวันถูกฟาดลงกับพื้นด้วยมือของผู้ที่ได้ชื่อว่าใจเย็นที่สุด เนื้อข่าวพาดหราด้านในคือภาพหนึ่งจากเหตุการณ์ที่ทุกคนรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเคยเกิดขึ้นเมื่อสองวันที่แล้ว พร้อมทั้งจบท้ายด้วยคำถามว่าสิ่งที่เคยเห็นจากวงบอยแบนด์ลูกโป่งสีน้ำเงินนั้นคืออะไรกันแน่  ความจริงหรือภาพลวงตา และสมาชิกวงนี้จะออกมาแก้ตัวว่าอย่างไรในเมื่อสิ่งที่เห็นนั้นเกินกว่าจะคิดเป็นอื่น



ฉันรักพวกนาย  รักมาก...เท่าที่พี่ชาย เท่าที่คนในครอบครัวจะมีให้กันได้ ตลอดมาฉันไม่เคยเห็นพวกนายเป็นอื่น...นอกจากน้องแท้ๆของฉัน น้องที่ฉันจะรักจะดูแลไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ถึงฉันแต่งงานฉันก็จะไม่ทิ้งพวกนายเป็นอันขาด



อีทึกสูดลมหายใจหนัก หน้าแดงก่ำ 




แต่ครั้งนี้ ฉันผิดหวังมาก  นายทำได้ยังไงยองอุน  ซีวอน ฉันถามหน่อยเถอะ  คนอื่นก็ด้วย  พวกนายทำไปได้ยังไงกัน  รู้สึกยังไงเวลาที่ทำลงไปน่ะ มันสนุกไหม มันสะใจไหม ชอบใช่ไหมที่ได้แสดงออกมาซักทีว่าเกลียดกันมากขนาดไหนน่ะ ทำไมไม่อัพคลิปลงยูทูบป่าวประกาศให้คนทั้งโลกรู้กันไปเลยเล่า  จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาตีหน้าซื่อหลอกฉัน  หลอกคนที่เขาหวังดี  ตั้งความหวังไว้กับพวกนายได้ตั้งเป็นนานสองนาน


“พี่ มันไม่ใช่อย่างนั้น...” 



กระต่ายสีชมพูยังคงพยายามจะพูดแต่พี่ชายในยามนี้ไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะรับฟัง ร่างเพรียวพูดต่อเหมือนไม่ได้ยินเสียงอ่อนนั้น 



ตอนนี้ก็สะใจพวกนายแล้วสิ  ดีใจได้แล้วนะ โปรดิวเซอร์เขาเปรยๆลงมาแล้วว่าให้ฉันไปคุยวันมะรืน...ก็คงเรื่องยุบวงนั่นแหละ



คนฟังหน้าเผือด หากอีทึกไม่มีความรู้สึกใดๆในใจอีกแล้ว 



คราวนี้พวกนายก็จะได้สมใจซักที หลังจากพยายามมานาน  หลังจากพรุ่งนี้ไปมันคงจะไม่มีซูเปอร์จูเนียร์อีกแล้ว  ไอ้ความสัมพันธ์หลอกๆกลวงๆที่พวกนายเกลียดแสนเกลียดมันก็กำลังจะหายไปแล้วด้วย  ต่อไปพวกนายจะไม่ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก  ต่างคนต่างไป ไปเริ่มชีวิตใหม่ที่พวกนายหวังกันมานานไง ไม่ดีใจเหรอ


“จองซู นายใจเย็นๆก่อน ฟังไอ้พวกนี้มันก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น” 


“ฟังไปทำไมตอนนี้” อีทึกสวนฉับ  ยิ่งพูด  ยิ่งเห็นใบหน้าของสมาชิกอารมณ์ชายหนุ่มยิ่งพุ่งสูง ทุกอย่างที่เคยเก็บเคยกดเอาไว้ทะลักทลายออกมาในคราวเดียว “แต่ก่อนฉันพูดแทบตายไอ้หน้าไหนมันฟังฉันบ้างไหม ก็เห็นมันก็ทำเหมือนฉันเป็นไอ้โง่คนหนึ่งเท่านั้นเอง”


“จองซู!!!” 




เหมือนภาพสะท้อนจากกระจกหากเป็นในทางตรงกันข้ามเมื่อคนที่เคยอ่อนโยนที่สุดในวงสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเพื่อนหน้าสวย ริมฝีปากบางยังพร่ำพูดถ้อยคำโหดร้ายต่อไป ดวงตาสีน้ำตาลแข็งกร้าวกราดมองใบหน้าที่ไม่สวยหวานก็หล่อเหลาเด่นสะดุดตาของน้องทีละคน ซองมิน  อึนฮยอก คยูฮยอนหน้าสลด ขณะที่คนอื่นก็อยู่ในอารมณ์อึ้งไม่แพ้กัน โดยเฉพาะสองคนต้นเรื่อง



มุมปากบางกระตุกรอยยิ้มเยาะหยันแบบที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ทำกับใคร...ไม่อยากรู้  อีทึกไม่อยากรู้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการคือทำให้ทุกคนเจ็บกันให้หมด เจ็บกันให้มากๆ จะได้รู้บ้างว่าตอนที่เขารู้ข่าวนี้เขาเจ็บมากขนาดไหน



ดีใจกันได้แล้วสิ ฉันก็จะไม่ต้องคอยบ่นคอยว่าให้รำคาญกันอีกแล้วไง ในเมื่อไม่ใช่พี่น้องกันแล้วนี่


“ปาร์คจองซู!!” ชายหนุ่มที่เกิดห่างกันสิบวันอุทาน ฮีชอลรู้สึกว่าอีทึกกำลังไปกันใหญ่แล้ว คนเป็นหัวหน้าไม่ได้โกรธเฉพาะเรื่องแต่เอาทุกอย่างที่เคยถูกกระทำมาผสมรวบยอดในคราวเดียว  ตอนนี้ร่างโปร่งไม่ต่างอะไรกับน้องๆในยามอาละวาดไม่รู้เหตุรู้ผลใดๆ ผิดกันที่ตอนเด็กๆอาละวาดยังมีพี่ชายคนโตคอยห้าม แต่เมื่ออีทึกอาละวาดแล้วไม่มีใครสามารถห้ามได้อีก  


 “ฉันมีความสุขนะ  กับวันเวลาที่ผ่านมาน่ะ  ถึงจะเป็นอย่างนั้น  แต่ฉันก็มีความสุขมาตลอดที่ได้อยู่กับน้องๆของฉัน อยู่พร้อมหน้ากันทั้งสิบสามคน แต่ต่อไปนี้...” ลำคอตีบตันเมื่อพูดประโยคถัดไป มันคงจะไม่มีอีกแล้ว





บ้านพักซูเปอร์จูเนียร์ตกอยู่ในความเงียบ ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงหายใจหลังจากที่หัวหน้าวงจบถ้อยคำนั้นออกมา  เจ็บพอกันทั้งคนพูดและคนฟัง  



นางฟ้าปีกหักสูดลมหายลึก  




เอาเถอะ ยังไงเรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว พูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์ เอาเป็นว่าฉันบอกลาพวกนายในฐานะพี่ชายตรงนี้เลยก็แล้วกันชายหนุ่มพยายามทำใจแข็ง กลั้นหยดน้ำตาเอาไว้ขณะที่เอ่ยปากอีกครั้งหนึ่ง  


ต่อไปฉันจะพยายามลืมว่าฉันเคยมีน้องชาย”    

 

 








            การจัดรายการคิสเดอะเรดิโอในตอนดึกของวันกร่อยลงอย่างเห็นได้ชัดแม้จะมีแขกพิเศษเป็นถึงซูเปอร์จูเนียร์ชินดงและคยูฮยอน สมาชิกวงไอดอลทั้งสี่หน้าตาไม่สู้ดีนักทั้งยังมีบรรยากาศอึมครึมหมองหม่นปกคลุมอยู่รางๆ  พาเอาทีมงานคิสเดอะเรดิโอรวมถึงเจ้าหน้าที่ของเคบีเอสที่รู้จักหรือเคยร่วมงานกับซูเปอร์จูเนียร์ต้องปิดปากเงียบสนิท



ไม่มีใครไม่รู้ข่าวเรื่องการระหองระแหงของวงที่ถูกเปิดเผยผ่านหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ดังแต่ก็ไม่มีใครกล้าพอที่จะถาม ส่วนหนึ่งเพราะไม่อยากจะเชื่อและอีกส่วนหนึ่งเพราะไม่อยากจะตอกย้ำความเครียดของเหล่าเด็กหนุ่มชายหนุ่มให้มากยิ่งขึ้น เพียงแค่คำถามที่รัวกันเข้ามาภายในช่วงเวลาออกอากาศทั้งจากเหล่าเอลฟ์ที่หวังความจริงเพื่อปกป้องและเหล่าแอนตี้แฟนที่หวังทำลายล้างก็หนักหน่วงพออยู่แล้ว



            น้ำเย็นจัดจากก๊อกถูกสาดเข้าใส่ใบหน้าแรงๆหลายต่อหลายครั้ง มือบางตบใบหน้าตัวเองสองสามทีก่อนจะยกปลายเสื้อยืดขึ้นมาเช็ดหน้าลวกๆ  มองผู้ชายหน้าหมองคล้ำ  นัยน์ตาแดงก่ำในกระจกอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน 



ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเมื่อพบว่าตัวเองอยู่ตามลำพังในห้องน้ำ




อีทึกไม่เคยจัดรายการด้วยความเกร็งขนาดนี้มาก่อน  จะทำอะไร จะยิ้ม  จะถาม  จะตอบ ทุกอย่างต้องวางแผนเอาไว้ก่อนทั้งหมดในเมื่อเขาไม่รู้เลยว่าจะถูกโจมตีตอนไหน อีกทั้งการต้องแสร้งทำเป็นสนุกสนานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับน้องชายทั้งสามก็ยากเหลือเกิน  ดูจากสีหน้าแววตาของอีกฝ่ายก็คงรู้สึกแบบเดียวกัน ทว่าเขาก็พยายามทำมันให้ดีที่สุดเพราะไม่รู้จริงๆว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้มานั่งอยู่ ณ ที่ตรงนี้หรือเปล่า  



            ใครเขาจะอยากได้รายการวิทยุที่ผู้จัดการรายการมีปัญหากันล่ะ  คิสเดอะเรดิโออาจจะถูกถอดออกเมื่อไหร่ก็ได้ 



            ดวงใจอันอ่อนล้าสั่นไหวด้วยความหวาดหวั่น  



นายจะแพ้ไม่ได้นะปาร์คจองซู  อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้  วินาทีนี้  




ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก ก่อร่างกำแพงแข็งแกร่งภายในใจก่อนจะเดินออกจากพื้นที่ส่วนตัวไปเผชิญหน้ากับความจริง ร่างโปร่งเพรียวพยายามฝืนจัดรายการพร้อมทั้งตอบคำถามแฟนเพลงต่อไปจนกระทั่งถึงเที่ยงคืน เวลาปิดกล้องปิดรายการช่วยต่อลมหายใจให้กับคนจัดอีกครั้งเมื่อบางคำถามนั้นไม่สามารถที่จะให้คำตอบได้จริงๆ



ตามปกติอีทึกจะออกไปยืนหน้ากระจก โบกมือให้กับแฟนๆที่มารอดูหรือแกล้งทำเป็นเดินขึ้นรถช้าๆ  แต่ในสถานการณ์ล่อแหลมแบบนี้คนอายุมากที่สุดในวงไม่มีอารมณ์ใดๆแล้วโดยสิ้นเชิง  ชายหนุ่มบอกลาพีดีและสต๊าฟอย่างสุภาพ นำน้องๆอีกสามคนเดินดุ่มๆไปขึ้นรถที่เคลื่อนตัวจากไปโดยเร็วที่สุด แม้จะเห็นว่ามีแฟนคลับบางคนใจกล้าถึงขนาดวิ่งตามรถออกมาที่ถนนใหญ่ 



            อีทึกเบือนหน้าหนี




ขอโทษ  


แต่เขาต้องการการพักผ่อน...ทั้งร่างกายและหัวใจที่เหนื่อยล้า




            “เร่งเครื่องเลยครับพี่” คนที่แคร์เอลฟ์อย่างที่สุดยืดตัวไปบอกคนขับรถก่อนจะกลับมาประจำที่อีกครั้ง ท่าทางร่าเริงของดีเจคนเก่งหายวับกลายเป็นเฉยชาว่างเปล่าเมื่อความเครียดและปัญหากลับเข้ามาเกาะกุมจิตใจ  




ร่างโปร่งเพรียวดูจะซูบไปอีกหลายกิโลยามนั่งพิงเบาะที่นั่งเอียงๆ หันหลังให้กับคนอื่น อีทึกเอาหน้าผากแนบกระจกใสด้านข้าง มองออกไปด้านนอกด้วยแววตาอ้างว้างน่าใจหาย ทิวทัศน์ภายนอกเคลื่อนผ่านแวบวาบเห็นเป็นเพียงเส้นสายรางๆตามความเร็วของรถตู้สีดำติดฟิล์มทึบ วูบไหวดุจเงามายา ยิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่ กำลังใจของปาร์คจองซูก็ยิ่งถดถอยลงเท่านั้น  




ชายหนุ่มยกนิ้วชี้ขึ้นลากไล้ไปตามแผ่นกระจกเย็นเฉียบช้าๆ



...Super Junior…



รอยยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นเงียบเชียบบนริมฝีปากบางซีด คำๆนี้ ต่อแต่นี้จะไม่มีอีกต่อไปแล้วใช่ไหม...




            เวทีที่เคยร่วมเต้นด้วยกัน หอพักที่เคยอาศัยหลับนอนด้วยกันรายการที่เคยไปออกร่วมกันน้องชายทั้งหลาย...ที่เคยนับเนื่องในครอบครัวเดียวกัน


ทั้งหมดนี้ก็จะสูญสลายไปด้วยใช่หรือไม่...





อีทึกบังคับตัวเองให้หยุดความฟุ้งซ่านลงเพียงเท่านั้นด้วยการหันตัวกลับมากระแทกกับพนักพิงโดยแรง หลับตานิ่ง ไม่นำพาต่อสายตาจากสมาชิกร่วมวงทั้งสามที่นั่งรถกลับมาด้วยกัน ตอนนี้แม้แต่ใบหน้าของน้องเขาก็ไม่อยากจะเห็น  


เหนื่อยเหลือเกิน เขาเหนื่อยเต็มทีแล้วกับการที่จะต้องหยดน้ำลงบนแผ่นหินโดยที่ไม่มีทีท่าจะกร่อนลงแม้แต่น้อยนิด




ละอองบางอย่างเริ่มก่อตัวที่หัวตาอย่างระงับไม่ได้ ไม่ถึงสิบวินาทีก็กลั่นกรองจนกลายเป็นหยาดหยดใสไหลรินออกมาทางปลายตาที่ยังปิดสนิทแน่นเรื่อยๆไม่ขาดสายโดยไร้เสียงสะอื้น...เป็นการร้องไห้ครั้งแรกหลังจากที่เกิดเรื่อง  ที่เต็มตื้นแทบจะปะทุอยู่ในอกคือความเสียใจลึกล้ำ  มากกว่านั้นคือความผิดหวัง  



จบเพียงเท่านี้แล้ว ครอบครัวที่อุตส่าห์เฝ้าประคับประคองมาได้เพียงแค่ไม่ถึงสองปี ความฝันของเขาก็ต้องแตกสลายกลางคัน



แตก...ยับเยิน   




            เขาน่าจะรู้ตัวตั้งแต่ถูกดองให้อยู่ในค่ายมากว่าหกปีแล้ว โปรดิวเซอร์ก็พูดให้กำลังใจเขาไปอย่างนั้นเอง สุดท้ายปาร์คจองซูคนนี้ก็ไม่มีใครต้องการ



เปลือกตาบางระยับกดแน่นบีบให้น้ำที่คาอยู่ตรงขอบตาไหลลงมาอีกโดยไม่สนใจจะเช็ดออก



สมควรแล้ว...อยู่ในโปรเจ็กต์ที่ไม่มีคนต้องการ แม้กระทั่งคนในโปรเจ็กต์เองยังไม่ต้องการเขาเลยจริงๆ

 





 

ขาแร็ปทั้งสองและน้องคนสุดท้องของวงมองสบตากันโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมา...หรืออันที่จริงแล้วคือไม่มีใครกล้าพูดอะไรต่างหาก ปฏิกิริยาของปาร์คจองซูในวันนี้สั่นสะเทือนพวกเขาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว  



น้ำตาที่หลั่งรินออกมาต่อหน้าต่อตาบ่งชัดว่าพี่ชายกำลังเจ็บปวด...จนเกินจะทานทน




ทุกครั้งสมาชิกซูเปอร์จูเนียร์ตระหนักดี  ถึงจะบ่นจะว่าจะอะไรก็ตาม แต่เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป  คนอายุมากที่สุดก็ยังสามารถเปิดรอยยิ้มสู้ในเช้าวันใหม่  ยังมีไฟความหวังเรืองรองที่จะประสานแก้วร้าวๆสีน้ำเงินดวงนี้ให้แนบสนิทเป็นหนึ่งเดียวอยู่เสมอ มันเป็นทั้งความเชื่อมั่น และความท้าทายอย่างประหลาด และนั่น...ก็ทำให้ทุกคนหลงลำพอง ก่อเรื่องเดือดร้อนโดยไม่ใส่ใจจริงจังนัก เพราะรู้ดีว่าถึงอย่างไรก็ยังมีพี่ชายคอยโอบอุ้มดูแล พวกเขาจะไม่มีวันเป็นอะไรถ้าหากยังอยู่ในมือของปาร์คจองซู  



ทว่าในวันนี้  ทุกอย่างได้แปรเปลี่ยนไปเมื่อคนที่เข้มแข็งและมั่นคงที่สุดตัดสินใจปล่อยมือจากทุกสิ่ง




เปลวไฟแห่งความฝันและความหวังของปาร์คจองซูซึ่งเคยลุกโชติช่วงราวไม่มีวันดับ เมื่อถึงคราวมอดไหม้ลงจริงๆได้ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกและระส่ำระสายมากเกินกว่าที่จินตนาการไว้มากนัก ทั้งที่ควรจะปลื้มปิติ  ในใจกลับห่อเหี่ยว  ทั้งที่ควรจะสะใจ แต่กลับเจ็บไม่ต่างกันเมื่อได้เห็นสายตาของความผิดหวังที่ทิ่มแทงกลับมา กระทั่งจะเอ่ยปากทะเลาะเบาะแว้งหรือกล่าวโทษกันก็ยังไม่มีแก่ใจ ที่สำคัญ  พวกเขาไม่อยากให้เรื่องติดค้างอยู่เช่นนี้  อยากจะบอกกับคนเป็นหัวหน้าว่าไม่มีใครตั้งใจจะให้เหตุการณ์ในวันนั้นเกิดขึ้นอย่างที่อีทึกคิด  มันมีอะไรมากมายกว่านั้น  มีปัจจัยที่นอกเหนือจากนั้น  ปัจจัยที่ความจริงแล้วก็มาจากตัวอีทึกเองส่วนหนึ่งด้วย



ลมหายใจแห่งความหนักหน่วงถูกระบายออกมา


เสียใจก็แต่คนเป็นพี่ไม่มีหัวใจที่เปิดกว้างและมั่นคงพอจะรับฟังมันอีกแล้ว  




            ซูเปอร์จูเนียร์ทั้งสี่คนใช้เวลาอยู่กับตัวเองอย่างเงียบๆระหว่างที่รถกำลังแล่นขึ้นทางด่วนสายหลัก มุ่งหน้าตรงกลับบ้านพักที่อวลไปด้วยไอความเงียบและเยียบเย็น  ภายนอกมืดสนิทด้วยเป็นคืนไร้จันทร์  หากก็ยังไม่เทียบเท่าความมืดมิดมืดมนภายในจิตใจของสมาชิกซูเปอร์จูเนียร์



            โดยไม่ได้นัดหมายและไม่มีใครรู้ ความรู้สึกที่พุ่งวูบขึ้นมาเป็นระลอกคืออยากให้ระยะทางทอดยาวออกไปไม่มีวันจบสิ้น  จะได้ไม่ต้องกลับไปตัดสินปัญหาที่ยังค้างคา ไม่ต้องกลับไปที่บ้าน  




            บ้าน...ที่แทบไม่หลงเหลือความเป็น บ้าน’ อยู่อีกแล้ว




            “โอ๊ะ” 




            ท่ามกลางความเงียบ คยูฮยอนหลุดเสียงร้องออกมาเมื่อรู้สึกได้ว่าตัวรถสั่นกว่าปกติ เสียงทุ้มเรียกให้หนึ่งในสามฝาแฝดที่นั่งอยู่เบาะหลังชะโงกหน้ามามองอย่างแปลกใจ 


 

            “เกิดอะไ.........โอ๊ย” ร่างโปร่งถูกแรงเหวี่ยงกระชากตัวกลับไปด้านหลัง



            ไม่มีใครทันตั้งตัวเมื่อจู่ๆรถโค้ชทั้งคันก็กระตุกจนคนนั่งหน้าคะมำแล้วจากนั้นจึงหมุนติ้วหลายตลบอย่างไร้แรงเสียดทาน เสียงแสบหูของล้อยางครูดไปกับพื้นถนนเรียกให้คนที่กำลังจมดิ่งอยู่ในความโศกเศร้าต้องกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง 


 

โลกกำลังพลิกหมุนกลับทำเอาอีทึกเผลอส่งเสียงร้อง  หลับตาแน่น มือจิกขอบเบาะเมื่อลำตัวบอบบางถูกเหวี่ยงกระเด็นกระดอนไปราวกับเข็มขัดนิรภัยที่รัดอยู่กลายเป็นอากาศธาตุ  หน้าผากนูนกระแทกเข้ากับกระจกหน้าต่างด้วยความแรงไม่น้อยก่อนจะถูกดึงวูบกลับมา  ศีรษะทุยด้านหลังกระแทกซ้ำเข้ากับพนักที่นั่ง  



ร่างโปร่งหัวใจเต้นแรงด้วยความหวาดกลัว 

 

อะไร...? เกิดอะไรขึ้น...? 




ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ตั้งสติใดๆก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนรุนแรงเหมือนเป็นลางบอกเหตุว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ตัดสินทุกอย่าง  อีทึกกลั้นหายใจ  หัวสมองว่างเปล่ากลายเป็นสีขาวเมื่อได้ยินเสียงปะทะดังสนั่นจนหูแทบชา หลังจากนั้น  เสียงร้องของเขาก็ผสานรวมเข้ากับเสียงเครื่องยนต์ระเบิดจนแยกไม่ออกอีกต่อไป




            เอี๊ยด!!  

            โครม!!! 




            ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก  ภายในเวลาไม่ถึงสามสิบวินาทีจนแม้แต่คนที่ประสบเหตุการณ์ด้วยตัวเองก็ยังไม่เข้าใจนักว่ามันเกิดอะไรขึ้น  วินาทีหนึ่ง เขายังนั่งตัวเกร็งเตรียมรับความเจ็บปวดอยู่ที่เบาะ ทว่าวินาทีถัดไปอีทึกก็พบตัวเองนอนแผ่หมดสภาพอยู่บนพื้นถนนของทางด่วนเสียแล้ว  ขยับไม่ได้ ลมหายใจรวยริน



            เจ็บ 


            เจ็บจนร้องไม่ออก   




อีทึกรู้สึกได้ถึงพื้นถนนแข็งกระด้างและเย็นเฉียบที่รองรับร่างกายอันเปราะบางอยู่ ณ ขณะนี้ หากแต่ไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหนของถนน  



ด้วยสปิริตหัวหน้าวง  ร่างโปร่งพยายามจะลืมตาขึ้นทว่าความพร่ามัวสีแดงบดบังทัศนวิสัยทั้งหมดเอาไว้ รวมถึงความแสบจากการที่เปลือกตาสัมผัสสิ่งแปลกปลอมทำให้ต้องรีบหลับตาลงอีกครั้ง  คนที่อ่อนแรงทั้งกายและใจไม่ย่อท้อ  มือบางพยายามยกขึ้น แตะเปลือกตาทั้งที่สั่นระริก รู้สึกได้ถึงของเหลวเหนียวหนึบที่เปรอะเปื้อนไปทั่วใบหน้าและร่างกาย ผสมปนเปไปกับน้ำตาอุ่นๆที่หลั่งรินออกมาไม่ขาดสาย  รสเลือดเค็มปร่าซึมผ่านริมฝีปากเข้ามาเมื่อพยายามจะอ้าปากหายใจแทนการสูดลมหายใจทางจมูกซึ่งบัดนี้ติดขัดเสียเหลือเกิน  



อีทึกพยายามจะขยับตัวอีกครั้งหากความเจ็บปวดที่แผ่นหลังก็ทำให้ได้แต่นอนตัวแข็ง เศษกระจกมากมายคงกำลังฝังลึกอยู่ในแผ่นหลังของเขา ถึงได้รู้สึกเหมือนกำลังนอนอยู่บนเตียงเหล็กแหลม  



นี่เขากำลังจะตายหรือเปล่า? 


เหล็กแหลมในนรกที่ว่าเจ็บนักหนา  จะเทียบเท่ากับสิ่งที่กำลังบาดลงบนแผ่นหลังและเนื้อตัวส่วนอื่นของเขาในตอนนี้ไหม



ชายหนุ่มครางเสียงแผ่ว  เค้นความทรงจำจากหัวสมองที่หนักอึ้งและพร่ามัว 


รถ

รถชน

อยู่บนรถขากลับจากการจัดคิสเดอะเรดิโอรอบสุดท้าย...มีอีทึก  คยูฮยอน ชินดง และฮยอกแจ  

มีเสียงดังลั่น...อุบัติเหตุ  

พวกเขาประสบอุบัติเหตุ...ร้ายแรง 




สติสัมปชัญญะที่เพิ่งคืนกลับมาเรียกให้จิตใจที่คำนึงถึงความเจ็บปวดของตัวเองแล่นโลดไปหาคนที่สำคัญที่สุดโดยอัตโนมัติ ภายในหมอกควันแห่งความทรงจำสีจาง  ใบหน้าที่เคยรู้จักตามช่วงรายทางแห่งชีวิตค่อยๆเรียงรายผ่านเข้ามาพร้อมทั้งเหตุการณ์สำคัญที่เคยเกิดขึ้นในช่วงชีวิตหนึ่งของปาร์คจองซู  



วันแรกที่เขารู้ตัวว่าอยากจะเป็นนักร้อง


วันสมัครออดิชั่นที่ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่


วันประกาศผลที่ต้องแลกกับการขาดสอบวิชาคณิตศาสตร์


วันแรกที่ได้รู้จักกับอีฮยอกแจและคิมจุนซู


วันเข้าห้องอัดเสียงครั้งแรกและเจอกับผู้จัดการทั้งสี่


วันเดบิวต์ที่ทั้งรุ่นพี่  รุ่นน้อง บิดา มารดาและพี่สาวต่างก็มาร่วมแสดงความยินดี


วันที่ได้รับรางวัลเวทีแรก 


วันที่คืนดีกับฮีชอล 


วันที่คืนดีกับซีวอน 


วันที่คืนดีกับยองอุน 




ทุกฉาก  ทุกตอนล้วนแล้วแต่มาพร้อมกับความทรงจำอันล้ำค่า ความทรงจำที่ย้ำเตือนให้ชายหนุ่มรับรู้ว่าเขาได้ใช้เวลาในชีวิตร่วมทุกข์และร่วมสุขไปพร้อมๆกับสมาชิกทั้งสิบสองคนมากมายเพียงไหน นึกๆไปแล้วอาจจะมากกว่าช่วงเวลาที่ใช้กับครอบครัวแท้ๆเสียด้วยซ้ำ



ร่างบางกระตุก  วาบไปทั้งใจเมื่อนึกขึ้นได้ฉับพลันถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้นนี้ว่าเขาไม่ได้นั่งรถกลับมาคนเดียว  ยังมีอีซึงฮวาน  ชินดง    อึนฮยอก  คยูฮยอน...แล้วยังพี่คนขับรถอีก



น้องชายทั้งสามคนของเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง?



 ณ วินาทีที่ตระหนักรู้  หัวใจของอีทึกก็เต้นระรัวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่บอกไม่ถูก  ชายหนุ่มยังจำได้ว่าเราทะเลาะกันอยู่  ความโกรธ ความเสียใจ  ความผิดหวังยังอัดแน่นอยู่เต็มหัวใจ  ทว่าถึงจะเป็นเช่นนั้น  มันก็ไม่ได้ลบเลือนความเป็นจริงที่ว่าเขารักเด็กพวกนั้นมากเหลือเกิน  รักทั้งๆที่อยากจะเกลียด และก็เกลียดทั้งๆที่ยังรักอยู่ ความผูกพันที่มีมากว่าสองสาม หรือบางคนอาจจะมากถึงสี่และห้าปีนั้น มีหรือที่จะถูกทำลายลงได้ง่ายๆดุจดังแค่การใช้กรรไกรตัดกระดาษแผ่นบางๆให้ขาด



คนโง่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นคนโง่อยู่วันยังค่ำ


และคนที่เป็นพี่ถึงอย่างไรก็ต้องเป็นพี่อยู่วันยังค่ำ




เมื่อชีวิตกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย  ต่อให้มีเรื่องบาดหมางกันมากเพียงไหนความปลอดภัยของน้องชายก็สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดๆทั้งปวง แม้ในความเป็นจริงแล้วอีทึกจะไม่รู้เลยก็ตามว่าสำหรับน้องๆแล้วเขาจะมีความสำคัญอยู่ที่ไหนสักแห่งในห้องหัวใจบ้างหรือเปล่



            “ฮะ ฮยอก..แจ...ดงฮี...คยะ...ยู...ฮย...อ...น...”     


       

            นางฟ้าของวงพยายามเค้นลำคอร้อนผ่าวเปล่งชื่อของสมาชิกที่มาด้วยกันทีละคน  หากก็เบายิ่งกว่าเสียงกระซิบ มืออีกข้างที่วางแนบลำตัวยกขึ้นกระดิกหากก็ไม่ได้สูงเกินพื้นถนนไปมากกว่าห้าเซนติเมตร  เปลือกตาที่ถูกบังคับปิดสนิทส่งผลให้ชายหนุ่มไม่สามารถสำรวจสถานการณ์โดยรอบได้นอกจากนอนรอความช่วยเหลือในโลกที่มืดมิด



            “ยะ...อย...อยู่...ไหน...” 



ตอนนี้ถึงกลับไปแล้ววงจะต้องถูกยุบ  หรือพวกเขาจะต้องถูกต่อว่าก็ช่างมันเถิด  ไม่มีอะไรสำคัญอีกแล้ว  ขอแค่ให้น้องรอด  ขอแค่ให้น้องปลอดภัย  



“...ดง...ฮ...ฮยอ...ก...ค...ยู...”




            น้ำตาสีใสไหลรินยิ่งกว่าเก่า  ขัดใจกับอาการของตัวเอง แผงอกบางสะท้อนขึ้นลงตามแรงสะอื้นเมื่ออีทึกรู้สึกเหมือนว่ากำลังอยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้   ไม่มีเสียงตอบรับ  ไม่มีปฏิกิริยา  การร้องไห้ยิ่งทำให้ร่างกายอันอ่อนล้าเจ็บร้าวทว่าผู้เป็นพี่ใหญ่กลับไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แม้ในยามที่สติสัมปชัญญะกำลังจะเลือนรางลงอีกครั้งเนื่องจากความเจ็บปวด  สิ่งที่ฝังแน่นคือความหวาดกลัว เขากลัว...กลัวว่าจะไม่มีใครหลงเหลืออยู่อีกแล้ว 



            “อยู่...หนะ...น...” 


            ขณะที่กำลังจะถอดใจเพราะความหมดหวังนั้นเอง



“พี่อีทึกพี่อีทึกอยู่ตรงนั้น!!”   



            หูแว่ว...? 


            “พี่!!




ไม่ ไม่ใช่หูแว่ว  ในม่านหมอกอันเลือนราง อีทึกสัมผัสได้ถึงฝ่ามือใหญ่หนาที่เข้ามากอบกุมมือบางอ่อนเปลี้ยของเขา  มืออีกข้างที่คาอยู่ที่เปลือกตาก็ถูกดึงไปกุมไว้เช่น เดียวกัน ความอบอุ่นเข้าโอบล้อมจนเขารู้สึกได้ถึงสายใยชีวิตอีกครั้ง



            “พี่ทำใจดีๆไว้นะ  รถพยาบาลกำลังจะมา  พี่ต้องอดทนนะ อดทนเพื่อพวกเรา” เสียงคุ้นเคยเหลือเกินพร่ำกระซิบอยู่ข้างหูพร้อมกับสัมผัสของบางสิ่งคลุมลงมาที่ช่วงอกบรรเทาความหนาวเหน็บหวาดหวั่นในใจของนางฟ้าไร้ปีกไปทีละน้อย  อีทึกพยายามขยับปาก


            “ปล...อ...ด...ภัย...”


            “เราปลอดภัย  เราปลอดภัยดี พี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ”  



            อาจจะเป็นเพราะอาการบาดเจ็บที่ทำให้ประสาทสัมผัสของปาร์คจองซูผิดเพี้ยนไป เขาถึงได้มีความรู้สึกว่าน้ำเสียงของน้องชาย...ซึ่งไม่รู้หรอกว่าคนไหนช่างอ่อนโยนเหลือเกิน  มีอะไรบางอย่างที่ใกล้เคียงกับคำว่า รัก’ แฝงอยู่ในนั้น ริมฝีปากระบายออกเป็นรอยยิ้มบางเบา...เต็มตื้น 


เพิ่งรู้ว่าชีวิตมีค่าเพียงไหนก็วันนี้เอง



น่าเสียดายเหลือเกินหากเขาจะต้องตายไปโดยที่ยังไม่มีโอกาสได้ปรับความเข้าใจกันเลยสักครั้ง  ถ้าเขาได้ยินเสียงเพราะๆแบบนั้นจากน้องทุกคนมันจะดีสักเพียงใดนะ


คนเจ็บหนักระบายลมหายใจครั้งสุดท้ายออกมาก่อนที่จะหมดสติไปด้วยพิษบาดแผลทั้งที่ยังไม่ได้ลืมตาขึ้นมามองคนมาหาเลยสักครั้ง


            ขอบคุณ...สำหรับของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ดีที่สุดชิ้นนี้  






 

 

            ไม่ ไม่จริง



“พี่!!!ตื่นสิ พี่อีทึก อย่าหลับนะ!!! 


 

อีฮยอกแจแทบจะระเบิดเสียงร้องไห้โฮเมื่อเห็นพี่ชายคนโตสุดหมดสติไปต่อหน้าต่อตา...ทั้งที่มือข้างหนึ่งยังอยู่ในการเกาะกุมของเขา ร่างบางแน่นิ่งไม่ไหวติงเหมือนพร้อมที่จะจากไปได้ทุกเวลา 



“พี่  ทำยังไงดี พี่อีทึกสลบไปแล้ว” 



เด็กหนุ่มตัวขาวที่บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นเงยหน้าขึ้นมองไปยังคนที่นั่งอยู่อีกฟากของร่างกายปาร์คจองซูอย่างพยายามหาที่พึ่ง ดวงตาเรียวเล็กตื่นตระหนกไม่หลงเหลือภาพหนุ่มนักเต้นผู้ร่าเริงสดใสของวงแม้แต่นิดเดียว



ทันที่ที่รถพุ่งเข้าชนสะพานอย่างแรง แรงกระแทกทำให้ขาแร็ปทั้งสองถูกเหวี่ยงออกมานอกรถจนล้มลุกคลุกคลาน  หากราวกับปาฏิหาริย์   โชคดีเหลือเกินที่ทักษะการเต้นอันล้ำเลิศส่งให้อีฮยอกแจและชินดงฮีมีการทรงตัวดีกว่าบุคคลทั่วไปมากมาย  ผนวกกับที่นั่งซึ่งอยู่เบาะหลังทำให้หลุดออกไปจากรถก่อนเพื่อน คนทั้งสองจึงได้รับบาดเจ็บไม่มากนักนอกจากรอยถลอกและอาการเคล็ดขัดยอกเล็กน้อย ทันทีที่ตั้งตัวได้จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ สองสมาชิกซูเปอร์จูเนียร์ก็ต้องตกตะลึงเมื่อรอบกายของพวกเขาเหลือเพียงเศษซากพังยับขนาดใหญ่ที่เคยเป็นรถพร้อมกับชิ้นส่วนข้าวของกระจัดกระจายเต็มท้องถนน ไม่มีวี่แววของผู้จัดการและพี่ใหญ่น้องเล็กของวง  




อึนฮยอกและชินดงค่อยๆพยุงกันและกันไปเดินตามหาคนที่เหลือ ใจมากว่าครึ่งเมื่อเห็นคยูฮยอนอยู่กับผู้จัดการและคนขับรถที่คุกเข่าร้องไห้อย่างขวัญเสียอยู่ที่อีกฟากของรถ  ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากนอกจากร่องรอยฟกช้ำปากแตกหัวโนเหมือนกับพวกเขา  นอกจากคนขับที่ดูจะรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก คนทั้งสองมีทีท่างงงวยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน อีซึงฮวานพยายามต่อสายหาตำรวจและโรงพยาบาลทว่าสภาพโทรศัพท์มือถือก็ยับเยินเกินกว่าจะหวังผลได้  



ส่วนโทรศัพท์ของพวกเขาน่ะหรือ  ไปเป็นเศษเหล็กที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ 



“พี่ชินดง  ฮยอกแจ พี่อีทึกล่ะ” โจคยูฮยอนถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า  



แม้จะเห็นว่าน้องเล็กสุดไม่ใส่สรรพนามที่เหมาะสมนักหากชินดงและอึน ฮยอกก็เป็นห่วงกับชะตากรรมของหัวหน้าวงคนที่ถูกเอ่ยถึงเกินกว่าจะมาใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อย  คนตัวอ้วนส่ายหน้าด้วยแววตาเป็นกังวล มาถึงตอนนี้เขายอมรับได้อย่างไม่อายใคร...เขาเป็นห่วงปาร์คจองซูเหลือเกิน  นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน



“ไม่รู้  ฉันหล่นออกมากับฮยอกแจ  นายก็ไม่เห็นเหรอ” คำตอบของเด็กหนุ่มตัวสูงคือการส่ายหน้าเช่นกัน 


“ผมไม่เห็นเลย ถูกเหวี่ยงออกมาคนเดียว” 


“ไปเดินดูกัน  ต้องอยู่แถวนี้แหละ  ไม่แน่อาจจะกำลังเดินมาหาเราก็ได้  คงไม่เจ็บอะไรมากหรอก  พวกเรายังไม่มีใครเป็นอะไรมากเลย” 




อีฮยอกแจตัดสินใจให้ก่อนจะได้รับมติเอกฉันท์เห็นชอบอย่างรวดเร็วจากสมาชิก สามนักร้องดังพากันเดินกระย่องกระแย่งสำรวจสภาพโดยรอบด้วยความรู้สึกสยดสยองและขอบคุณพระเจ้าสุดชีวิต  รถคันใหญ่บุบยับไปทั้งแถบ กระจกแตกร้าวออกมาเป็นเศษบนพื้นรวมกับซากชิ้นส่วนรถ  จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากเขามีสภาพเป็นเหมือนกับรถคันนี้  



“พี่อีทึก  อยู่ไหนน่ะ ได้ยินแล้วตอบด้วย  ฮู้ววววว” ฮยอกแจเอามือป้องปากร้องตะโกนพลางสอดส่ายสายตาหาเต็มที่ ความมืดของยามค่ำคืนเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การค้นหาเป็นไปอย่างล่าช้า 



“พี่อีทึก อยู่แถวนี้ไหม” คยูฮยอนเข้าร่วมด้วย เสียงทุ้มนุ่มถูกเปล่งออกมาก้องกังวานทว่าไร้ซึ่งสัญญาณตอบรับจากพี่ชาย  เงียบ...เงียบ แล้วก็เงียบจนใบหน้าคมคายเริ่มเคร่งเครียดตามเวลาที่ผ่านไปทุกวินาที 



ไม่มีทางที่หัวหน้าวงจะหายตัวไปดื้อๆนอกเสียจากว่า...ไม่อยู่ในสภาวะที่จะโต้ตอบอะไรได้



“หายไปไหนของเขานะ” 



ชินดงฮีเร่งฝีเท้าจนจะกลายเป็นวิ่งวุ่นโดยไม่สนใจว่าตัวเองก็ได้รับบาดเจ็บ คนทั้งสามขยายขอบเขตการค้นหาจากแค่รอบๆรถออกเป็นบริเวณกว้างขึ้นเรื่อยๆ มีรถบางคันจอดลงมาดูเหตุการณ์และเห็นอีซึงฮวานเดินเข้าไปขอความช่วยเหลือด้านการติดต่อหน่วยพยาบาลแต่ก็ไม่มีซูเปอร์จูเนียร์คนไหนให้ความสนใจเมื่อคนสำคัญอีกคนยังไม่ถูกค้นพบ



ไม่เข้าใจเลยว่าปาร์คจองซูจะหายตัวไปไหนได้  


  

“เฮ้ยยย!! นั่น!!!พี่อีทึก พี่อีทึกอยู่ตรงนั้น”   




            จู่ๆอีฮยอกแจก็เบิกตากว้างก่อนจะวิ่งถลาไปที่เงาตะคุ่มซึ่งอยู่บนพื้นถนนห่างออกไปเกินสิบเมตร  พาให้ทั้งพี่ชายและน้องชายวิ่งตามไปเป็นพรวน ชินดงยังมีแก่ใจตะโกนบอกผู้จัดการว่าเจอตัวหัวหน้าวงแล้วขณะที่คยูฮยอนวิ่งลิ่วไม่สนใจใครทั้งนั้น  ในใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก



“ไหนฮยอกแจ  พี่อีทึก” 


“นั่นไง นอนอยู่นั่น  ไปเร็ว”



สมาชิกซูจูทั้งสามวิ่งมาด้วยรอยยิ้มโล่งใจ  ทว่าทันทีที่เข้ามาใกล้พอจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ชัดเต็มตา คนตัวอ้วนก็รู้สึกเหมือนคนที่ถูกช่วยชีวิตขึ้นมาจากหุบเหว...ก่อนจะถูกผลักตกลงไปอีกครั้ง  ชินดงฮีหุบยิ้มฉับ  ตัวกระตุก ถลาเข้าไปคุกเข่าดึงมือเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของพี่ชายตัวบางออกจากใบหน้าหวานแล้วกุมไว้แน่น  อีกข้าง อีฮยอกแจกำลังทำแบบเดียวกัน ส่วนโจคยูฮยอนได้แต่ยืนนิ่งแข็งทื่อเป็นหินอยู่ที่ปลายเท้าของหัวหน้าวง  ดวงตาสีนิลเบิกค้างไม่เชื่อสายตา 



“ไม่จริง” ถ้อยคำแทบไม่หลุดพ้นจากลำคอ 



ใช่แน่หรือ?


ตุ๊กตาตัวเยินที่ชุ่มไปด้วยสีแดงตรงหน้า...คือหัวหน้าวงซูเปอร์จูเนียร์ที่แสนจะเข้มแข็งคนนั้นแน่หรือ?



            “พี่ทำใจดีๆไว้นะ” ถ้อยคำปลอบโยนมากมายพรั่งพรูออกมาจากขาแร็ปทั้งสอง มือที่กุมมือหัวหน้าวงเอาไว้สั่นระริกพร้อมกับน้ำตามากมายไหลทะลักด้วยความหวาดกลัว



            เป็นไปไม่ได้  มันไม่น่าเกิดขึ้นได้ 



สภาพของซูเปอร์จูเนียร์อีทึกรุนแรงกว่าที่จินตนาการเอาไว้มาก จนเขาอดคิดไม่ได้ว่าพี่ชายอาจจะเป็นคนรับบาดแผลและความเจ็บปวดทั้งหมดทั้งมวลเอาไว้เพียงคนเดียวน้องชายทั้งสามจึงแทบจะไม่เป็นอะไรเลย ร่างโปร่งบางถูกย้อมไปด้วยเลือดโดยเฉพาะบริเวณใบหน้า  มีเศษกระจกปักอยู่เหนือเปลือกตาบางหากชินดงก็ไม่กล้าเอามันออกมาด้วยเกรงความผิดพลาด  ใบหน้าสวยหวานถูกบาดเป็นริ้วๆ  หน้าผากแตก รวมถึงตามแขนขาที่มีเศษกระจกอยู่เช่นเดียวกัน คนเป็นพี่คงกระเด็นลงมาทับเศษกระจกรถเต็มแรงจนมันบาดลึกไปทั้งตัวเช่นนี้...เหมือนกับตุ๊กตาตัวสวยที่กำลังจะหมดสภาพ  




สภาพเปรอะเปื้อนฝุ่นและรอยถลอกของชินดง อึนฮยอกและคยูฮยอนกลายเป็นสิ่งไร้ความหมายเมื่อได้เห็นอาการบาดเจ็บของปาร์คจองซู  ชายหนุ่มที่เคยเป็นต้นตอของปัญหา  ที่เคยเอ่ยปากว่าเกลียดพี่ชายน้ำตาร่วงพรู  สะอื้นไห้เมื่อจับได้ว่าริมฝีปากบางกำลังพยายามเอ่ยออกเป็นคำบางอย่าง



คำถามถึงสมาชิกว่าปลอดภัยหรือไม่  ทั้งๆที่ตัวเองคือคนที่เจ็บหนักที่สุดแท้ๆ   



“พี่  ไม่เป็นไร เราปลอดภัยดี  พี่ทำใจดีๆไว้นะ” คนฟังละล่ำละลัก  ถอดเสื้อแจ็กเก็ตของตนเองออกคลุมร่างโปร่งเพรียวเมื่อเห็นว่าปากของพี่ชายเริ่มเปลี่ยนสีและสั่นระริกจากลมหนาวยามค่ำคืน



เป็นการ ปลุกให้ตื่น’ ที่โหดร้ายทารุณ แต่ก็ได้ผลอย่างที่สุด มันเหมือนเอามีดกรีดลงมาที่ใจ เอาค้อนทุบที่ศีรษะแรงๆ เอาน้ำเย็นสาดที่หน้าจนต้องลืมตาตื่นทั้งที่พยายามปิดหูปิดตามาเนิ่นนาน  



            พวกเขาทำไปได้อย่างไร  ใจร้ายกับคนๆนี้ไปได้อย่างไรกัน ทั้งที่คนๆนี้ได้มอบทุกสิ่งทุกอย่างแก่พวกเขา  



            แม้กระทั่งชีวิต  คนเป็นพี่ก็คงมอบให้แก่น้องได้โดยไม่ลังเล  



            “ไม่เป็นไรฮยอกแจ  พี่อีทึกต้องไม่เป็นอะไร  รถพยาบาลมาแล้วเขาต้องปลอดภัย  เขาต้องอยู่กับเราไปตลอดนานๆ” 




ชินดงพยายามหยุดอาการสะอื้นหันไปเอ่ยปลอบคนอายุน้อยกว่า รวมถึงปลอบตัวเองหนักแน่นเมื่อน้องชายตัวขาวหันมาถามน้ำตานองหน้าที่เห็นอีทึกหมดสติไปต่อหน้า  จากหางตาเห็นโจคยูฮยอนค่อยๆเดินมาทรุดตัวนั่งข้างๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่เขาเคยมองว่าทั้งกวนประสาททั้งเย่อหยิ่งเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาเช่นกัน นัยน์ตาสีดำสั่นไหวเคว้งคว้างเหมือนเด็กขาดที่พึ่งจนใจคนตัวอ้วนอ่อนยวบลงด้วยความสงสาร  



            ถึงอย่างไรคยูฮยอนมันก็เป็นแค่เด็กอายุสิบแปดเท่านั้น  ยังเรียนไม่จบไฮสกูลเลยด้วยซ้ำ  






เป็นครั้งแรกที่ชินดงฮีรู้สึกว่าตัวเองต้องเป็นพี่  ต้องทำหน้าที่พี่ชายให้กับเด็กอีกสองคนที่กำลังจะหลงทางเพราะพี่ใหญ่หายไป เป็นครั้งแรก...ที่เขารู้สึกยอมรับว่าเด็กหนุ่มสองคนตรงหน้าเป็นน้องด้วยความเต็มใจ   



            ไม่ต้องเสียเวลาคิด ชินดงละมือข้างหนึ่งจากมือของพี่ชายไปบีบมือคนเป็นน้องไว้แน่น  โดยไม่ได้พูดอะไร  มังเนของวงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่จะบีบมือตอบกลับมาพร้อมทั้งหยิบยื่นมืออีกข้างข้ามลำตัวพี่ชายไปยังฮยอกแจที่นั่งอยู่อีกฝั่ง  เจ้าของฉายาไก่เม้มริมฝีปากยื่นมือมาตอบรับความสัมพันธ์  คนทั้งสามมองสบตากันนิ่ง สัมผัสได้ถึงกำแพงบางอย่างที่ค่อยๆสลายไปอย่างช้าๆภายในใจหลังจากเห็นภาพสะเทือนใจตรงหน้าเต็มสองตา



            ไม่มีคู่อริ  ไม่มีคู่อาฆาต ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งอันไร้ประโยชน์ ซูเปอร์จูเนียร์จะต้องแตกสลายถ้าหากไม่มีปาร์คจองซู และปาร์คจองซูก็คงแตกสลาย...ถ้าหากตอนนี้พวกเขายังไม่ช่วยเหลือกันและกัน     



            “มาเถอะ  ภาวนาให้พี่อีทึกด้วยกัน” 



            ชายหนุ่มว่าเสียงเบา ดวงตาที่ไม่โตแต่ก็ไม่เล็กจับจ้องที่ใบหน้าหวานด้วยความรักและเป็นห่วง ขณะที่ละมือออกจากมือของสมาชิกสุดท้องไปปาดน้ำตาปนคราบเลือดออกจากใบหน้าของผู้เป็นพี่ใหญ่อย่างอ่อนโยน



            อีทึกคงจะเจ็บปวดมาก...ทั้งกายและใจ  เพราะแม้ในยามที่ไร้สติ  หยาดน้ำใสก็ยังคงไหลริน  



“ขอให้น้ำตาหยดนี้เป็นหยดสุดท้าย เพราะผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้พี่ต้องเสียใจอีก  ไม่อีกแล้วจริงๆ” 




            คยูฮยอนกัดริมฝีปากกลั้นเสียงสะอื้นเมื่อได้ยินถ้อยกระซิบแผ่วเบาของพี่ชายตัวอ้วน ผิดกับพี่ชายคนที่แปดที่ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย น้ำตาร้อนๆไหลเต็มหน้าของไอดอลทั้งสามจนเลอะเทอะเมื่อไม่มีใครมือว่างพอที่จะยกมือปาดหากเกาะกุมกันไว้แน่น รวมไปถึงมือหนึ่งของเจ้าของฉายาไก่ที่กุมมือหัวหน้าวงเอาไว้ถ่ายทอดกำลังใจไปให้

  

เด็กหนุ่มพึมพำตามหลังคนเป็นพี่  ไร้ซึ่งทิฐิใดๆอีกต่อไป  


 

            “ผมด้วย ผมขอโทษ”


            “ผมด้วย  พี่ต้องตื่นมาฟังคำขอโทษของเรานะ  พี่ต้องอยู่ดูวงของเราเริ่มต้นใหม่” อีฮยอกแจตบท้าย




            คนทั้งสามนั่งจุกตัวอยู่รอบๆร่างของพี่ชายคนโตไม่ยอมไปไหน คยูฮยอนพึมพำสวดภาวนาตามศาสนาคริสต์ขณะที่ชินดงและฮยอกแจก็วอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของตน อีทึกยังคงไม่ได้สติแต่ลมหายใจแผ่วที่ยังคงมีออกมายามอังมือที่ปลายจมูกก็ช่วยบรรเทาความหวาดหวั่นไปได้บ้าง สักพักอีซึงฮวานจึงตามมาสมทบ  ผู้จัดการหนุ่มผงะค้างกับสภาพนักร้องในสังกัดคนสุดท้าย นั่นเป็นครั้งแรกที่สมาชิกซูเปอร์จูเนียร์ได้เห็นคนใจแข็งร้องไห้ 


 

“พี่ตามหมอแล้ว  เดี๋ยวรถพยาบาลก็มา  อดทนกันอีกนิดนะ  ฝากดูแลจองซูด้วย  เดี๋ยวพี่มา” คนที่หล่อเหลาพอๆกับนักร้องสั่งการก่อนจะรีบกระวีกระวาดไปเร่งความคืบหน้าของรถพยาบาล   



พักใหญ่ กว่าที่เสียงไซเรนจะดังจากที่ไกลๆแล้วค่อยๆก้องกังวานใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับรถนักข่าวจากหลายสำนักที่ตรงมาทำข่าวการประสบอุบัติเหตุของศิลปินไอดอลชื่อดังแห่งยุค



            ทุกอย่างกลายเป็นภาพพร่ามัว คยูฮยอนไม่ใส่ใจแม้จะเห็นว่ามีแสงแฟลชวูบวาบอยู่รอบกาย เด็กหนุ่มใช้หลังตัวเองเป็นกำแพงป้องกันการถ่ายรูป เอนตัวเข้าหาพี่ชายคนโตอย่างปกป้องไม่ให้ใครเข้ามาใกล้  ตอนนี้ในสมองรับรู้อยู่อย่างเดียวว่าไซเรนคือรถพยาบาล



พี่อีทึกกำลังจะถึงมือหมอ  พี่อีทึกกำลังจะรอดตาย  



            “หมอมาแล้ว”   



เมนโวคอลของวงพูดขึ้นอย่างโล่งอก ดีใจจนเผลอเงยหน้าขึ้นส่งรอยยิ้มนัยน์ตาระยับให้กับพี่ชายทั้งสอง แต่แล้วก็ต้องแปลกใจยิ่งกว่าเมื่อได้รับสิ่งเดียวกันตอบแทนกลับมา



“ใช่  หมอมาแล้ว พี่อีทึกรอดแล้ว” น้ำเสียงของไก่ตัวขาวใสกระจ่าง



คนตัวสูงนิ่งไปกับสิ่งที่ได้เห็น  เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าเวลาอีฮยอกแจยิ้มแล้วจะเห็นเหงือกสีชมพูน่าตลก ไม่เคยสังเกตมาก่อนว่าเวลาชินดงฮียิ้มแล้วจะทำให้ใบหน้ากลมๆนั้นดูหล่อเหลาขึ้นอีกเป็นกอง...น่าเสียดายในอีกหลายๆอย่างเกี่ยวกับพี่ชายในวงที่เขาไม่เคยรู้  แต่กำลังจะเรียนรู้



ขอเพียงได้รับโอกาสอีกครั้ง  




สมาชิกซูเปอร์จูเนียร์ทั้งสามยังคงรีรอไม่ยอมไปกับรถพยาบาลคันอื่นจนกว่าจะเห็นว่าพี่ชายคนโตถูกลำเลียงขึ้นรถไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดแล้วโดยเรียบร้อย  เมื่อท้ายรถพยาบาลคันที่อีทึกนอนอยู่ปิดลง  ชินดงฮี อีฮยอกแจ และโจคยูฮยอนจึงยอมที่จะให้คนอื่นมาจัดการกับตัวเองบ้าง คนทั้งสามถูกส่งขึ้นรถพยาบาลคันเดียวกันตามหลังรถคันของอีทึกไป  ด้วยความที่บาดเจ็บน้อยที่สุด  เด็กหนุ่มตัวสูงยอมทำตัวเป็นไม้เท้าให้พี่ชายคนที่แปดเกาะพยุงขณะที่พยายามจะก้าวขึ้นรถ ด้านบนมีชินดงฮีคอยรอรับอยู่อย่างไม่อิดออด 



 

น้ำจิตน้ำใจที่แต่ละคนได้รับจากกันและกันบังเกิดเป็นรอยยิ้มเจือจางแม้จะไร้ซึ่งคำพูด มีเพียงคนที่ผ่านช่วงเวลาของความเป็นความตายมาด้วยกันจึงจะเข้าใจ




กว่าจะตระหนักได้ถึงมิตรภาพ


กว่าจะรับรู้ได้ถึงสายใยแห่งความผูกพัน


ก็เกือบจะสายไปเสียแล้ว  





-------------------------------------------------


เราเปิดจองรวมเล่มเรื่อง Problem Child อยู่นะคะ เผื่อมีใครอยากเก็บเป็นที่ระลึก ^^ 

รายละเอียดดูตามลิ้งค์นี้ได้เลยค่ะ https://goo.gl/forms/XwTAVLboB25dzkKk2






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #1031 little-ship (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 19:08
    ฮือออออออออ ร้าก
    #1,031
    0