[Super Junior] :: Problem Child :: (SJ-KangTeuk feat. All members)

ตอนที่ 72 : Problem Child 30 #Reup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    22 ต.ค. 61


Chapter 30



อีทึกกับฮีชอลถึงกับสบตากันด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นใบหน้าของน้องชายลำดับที่ห้าชัดเต็มตาในเช้าวันรุ่งขึ้น เป็นเพราะเจ้าตัวใส่มาส์คปิดเอาไว้ตลอดตั้งแต่เดินลงมาจากห้องเลยไม่ทันได้สังเกตแต่พอขึ้นรถแล้วถอดออกทีนี่...ก็...ไม่ใช่ว่าน่าเกลียดน่ากลัวหรือไม่หล่ออะไรนะ  แต่ว่ามันออกจะผิดตรรกะไปหน่อย




“ไม่ใช่ว่ามันขึ้นนอนไปตั้งแต่บ่ายสองเหรอจองซู  ข้าวปลาก็ไม่กิน  แล้วไอ้หมีแพนด้าก้อนใหญ่สองก้อนนั่นมาจากไหนกันวะ” นางพญาของวงเอนตัวไปกระซิบข้างหูคนเป็นเพื่อนขณะที่สายตาก็ไม่วายวนเวียนอยู่ที่ใบหน้าคมสันด้วยความสงสัยจับจิต  



ทำไมน่ะหรือ?



ก็อย่างที่บอกไปนั่นแหละ  ซูเปอร์จูเนียร์คังอินยังคงความหล่อเหลาอยู่ครบถ้วน  หากแต่ดวงตาเรียวขุ่นมัวและรอยคล้ำใต้ตา ผนวกกับริมฝีปากหยักหนาที่ราบเรียบไร้รอยยิ้มส่งให้ชายหนุ่มเปลี่ยนจากพ่อหมีขี้เล่นยิ้มง่ายในสายตาแฟนๆไปเป็นหนุ่มแบดบอยเจ้าอารมณ์จอมโมโหร้ายขึ้นมาในทันที



อย่างกับผีซอมบี้เข้าสิง


ประโยคสุดท้ายคนพูดบอกกับตัวเองแต่เพียงในใจเท่านั้น



“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน  แต่ฉันว่าปล่อยให้น้องนอนไปเถอะ  ยังมีเวลา” อีทึกกระซิบตอบในความเบาเสียงระดับเดียวกัน  เกรงว่าหากส่งเสียงดังจะไปรบกวนเอากับคนที่กำลังนั่งกอดอกหลับตาพริ้ม ขังตัวเองอยู่ในโลกแห่งความฝันที่แถวหลังของรถได้  



ซูเปอร์จูเนียร์กำลังมุ่งหน้าไปยังสถานีโทรทัศน์ใหญ่แห่งหนึ่งของเกาหลีเพื่ออัดรายการทอล์คโชว์เทปพิเศษ ด้วยจำนวนสมาชิกที่มากเกินคนทั่วไปเขาทำให้ต้องแบ่งรถออกเป็นสามคันโดยในคันแรกนี้มีปาร์คจองซู คิมฮีชอล และคิมยองอุนเท่านั้น ในเมื่อหนึ่งในสามหลับสนิทอยู่ที่เบาะหลัง สองพี่ใหญ่จึงบรรเลงกันได้ตามสบายโดยไม่ต้องเกรงใจใคร



 “ไม่ชอบเวลามันทำหน้าตาแบบนี้เลยให้ตายเถอะ อย่างกะจะไปฆ่าใครเขา  ตัวยิ่งใหญ่ๆอยู่”


“ไม่เอาน่าฮีชอล ปล่อยให้ยองอุนนอนไปดีๆ” คนเป็นลีดเดอร์ตะครุบมือเพื่อนเอาไว้แทบไม่ทันเมื่อซินเดอเรลล่าคนงามคิดจะลองของ  เอี้ยวตัวไปด้านหลังแล้วแตะๆดึงๆหมายจะเอาหมอนรองคอของคนเป็นน้องออกมาเล่น  เรียกเสียงฮึ่มฮั่มในลำคอให้หวาดเสียวกันไปหมดทว่าเปลือกตาคู่คมก็ยังไม่ลืมขึ้น



กลั้นหายใจอยู่ชั่วขณะเอสเจผู้พี่ก็ค่อยพรั่งพรูมันออกมาด้วยความโล่งอก  เขาล่ะไม่อยากจะนึกว่าถ้ายองอุนตื่นขึ้นมาภายในรถจะวุ่นวายขนาดไหน  อีทึกคนเดียวเอาทั้งคิมยองอุนทั้งคิมฮีชอลไม่อยู่หรอกนะ  อิทธิฤทธิ์แกร่งกล้ากันซะขนาดนี้



“อย่าเชียวนะฮีชอล  ไม่งั้นฉันจะโกรธจริงๆด้วย” กดเสียงจริงจังดักเอาไว้จนคนถูกปรามหน้าหงิก


“แหย่เล่นหน่อยเดียวเอง” 


“หน่อยเดียวของนายแต่เดี๋ยวตื่นขึ้นมาจริงๆมันจะกลายเป็นไม่หน่อยน่ะสิ  ก็รู้กันอยู่ว่ามันอาละวาดแล้วจะยุ่ง” 



ฮีชอลทำปากแบะล้อเลียน  แต่ก็ต้องยอมจำนนในเหตุผลของเพื่อนว่าการกระทำใดๆต่อคังอินในยามที่ไอ้หน้าหมีมันไม่รู้สึกตัวนั้นสนุก แต่ถ้าลองมันตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่จากความสนุกมีสิทธิ์จะกลายเป็นบรรลัยเอาได้ง่ายๆเมื่อนึกถึงนิสัยตาต่อตา ฟันต่อฟันของคนเป็นน้อง  


นี่เพราะเห็นแก่ความสงบสุขบนรถหรอกนะ



“เออ ไม่เล่นก็ได้” มันก็ไม่ควรจะเล่นตั้งแต่แรกแล้วแหละ



รางวัลจากการยอมรามือในครั้งนี้คือรอยยิ้มหวานบาดใจจากคนลักยิ้มสวย อีทึกรีบดึงประเด็นออกห่างเรื่องสมาชิกผู้น้องโดยการชักชวนว่า



“ดีแล้ว มาดูนี่กับฉันดีกว่าว่าจะเอายังไงดี” แฟ้มตารางงานถูกหยิบจากเบาะข้างตัวขึ้นมาคลี่กางบนตัก “วันนี้พอจบงานนี่พวกเรามีงานต่อกันสองคนแล้วจะทำยังไงกับเด็กๆดีล่ะ พี่ยองจุนก็ต้องไปกับเราด้วยคนนึง เหลือพี่ซึงฮวานคนเดียวจะเอาอยู่ไหมไม่รู้  หนึ่งต่อสิบเอ็ด” 


น้ำเสียงนางฟ้ามีแววกังวลนิดหน่อยเมื่อนึกว่าจะต้องปล่อยเหล่าสมาชิกที่แสนจะน่ารักและเชื่อฟังให้อยู่กันเองในขณะที่พี่ใหญ่สองคนต้องรีบออกจากสถานีไปถ่ายแบบตามตารางงานส่วนตัวต่อ


แค่คิดก็ยิ่งเห็นแววหายนะลอยมารางๆ


“คิดมากน่า มันไม่บ้าตีกันกลางสถานีหรอก” เอสเจลำดับที่สองโบกมือปัดอย่างไม่เห็นสำคัญ 



ถึงจะพูดไม่ได้เต็มปากว่ารู้จักสมาชิกหมดทุกคนหากคิมฮีชอลก็พอจะดูออกว่าอย่างน้อยถ้าเพื่อความก้าวหน้าของตนเอง ไอ้เด็กมีปัญหาพวกนั้นมันก็ถือว่า 'รักดี'อยู่บ้าง  โตๆกันแล้วไม่น่าหาเรื่องให้ล่มจมกันเองหรอก  อีกอย่างตอนนี้เขาก็เห็นดูญาติดีกันพอสมควร  ทั้งแก๊งสามแฝดที่วันดีคืนดีก็พ่วงคยูฮยอนไปนั่งกดเกมกันด้วย  ทั้งคู่หูดนตรีเยอุก  ปล่อยให้อยู่กันเองแป๊บเดียวคงไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไรมากมาย


“หรือนายคิดว่ามันจะบ้ากันขึ้นมาจริงๆ?” ไม่วายถามย้อนจนคนฟังแย้งเสียงสูง


“ก็แล้วใครว่าฉันกลัวเรื่องนั้นเล่า  ฉันไม่ได้กลัวน้องทะเลาะกันซักหน่อย  แต่ห่วงเรื่องการจัดการต่างหาก ปกติเจ้าพวกนั้นได้แต่ทำตามที่บอกตลอดคราวนี้ต้องจัดการกันเองบ้างไม่รู้จะเป็นยังไง”


“คังอินก็อยู่น่า มันจัดการได้อยู่แล้ว” คราวนี้คนรั้งตำแหน่งหัวหน้าวงทำสีหน้าประหลาด


ยองอุน? จัดการได้? 


มันก็ใช่แต่ว่า


“นี่นายไว้ใจกันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”


“ใครไว้ใจใคร”


“อ้าว ก็นายบอกว่ายองอุนดูแลได้” ฮีชอลยักไหล่


“ก็มันน่าจะทำได้จริงๆนี่ ตอนที่นายอยู่โรงพยาบาลก็มีมันนี่แหละที่เป็นคนจัดเรื่องตารางงานให้ ถ้าทำอันนั้นได้แล้วกะอีแค่ดูแลตัวเองไม่ถึงสองชั่วโมงทำไม่ได้ก็น่าเดินลงคลองไปนอนตายได้แล้ว ไร้ประโยชน์” 



ประโยคยาวยืดของคนปากไม่ตรงกับใจทำเอาคนฟังหลุดยิ้มหวาน  ชื่นใจไม่น้อยกับความสัมพันธ์ของสมาชิกในวงที่แม้จะพัฒนาแบบแปลกๆไปบ้างแต่ก็ยังพอเห็นความก้าวหน้า  ประโยคของคนเป็นเพื่อนนั้นถ้าหากฟังดีๆแล้วภายใต้คำค่อนขอดก็คือการยอมรับกลายๆนั่นแหละว่าคิมยองอุนเป็นที่ไว้วางใจ ทว่าคิดไปคิดมาอีทึกก็ขมวดคิ้วมุ่น



 “เดี๋ยวนะฮีชอล” มันมีอะไรตงิดๆ 


“หือ”


“ตอนฉันป่วยนายก็ป่วยด้วยไม่ใช่หรือไง แล้วนายไปรู้อะไรพวกนี้มาจากไหน แล้วทำไมฉันไม่เห็นจะรู้เลย” 


“......................” บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งขึ้นมาในพริบตาเมื่อจู่ๆนางพญาคนงามก็ชะงักกึก ทำตาขุ่นขวางเสียจนคนถามชักฝ่อ 


“อะ...อะไร  ฉันพูดอะไรผิดเหรอ” 


“ไม่ผิด  แต่ไม่ถูกหู” คำตอบสมกับเป็นเจ้าแม่จอมวีนของวง อีทึกทำหน้าเหี่ยว 


“เอาดีๆสิฮีชอลอา” เล่นพูดแบบนี้แล้วจะรู้เรื่องกันไหมเนี่ย


“เหอะ  จะใครซะอีกล่ะถ้าไม่ใช่ไอ้เด็กคิมคิบอม” พร้อมกับคำพูดช่วงแขนเรียวก็ยกขึ้นกอดอกตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์ “เสียแรงหลงเอ็นดูมัน  น่าผิดหวังจริงๆเลย”



ใช่ ทั้งๆที่เขาเคยคิดขนาดว่าจะนับมันเป็นน้องชาย แต่ไอ้เด็กโง่เง่านั่นก็เลือกที่จะปัดทุกอย่างทิ้งลงคลองไปหมด



“คอยดูนะ  ต่อไปมันจะไปตายที่ไหนฉันจะไม่ส.....” 


“คิบอมไม่ไปแล้วล่ะฮีชอล” ประโยคเรียบง่ายที่ดังขัดจังหวะทำเอาคนที่กำลังร่ายยาวบทสาปแช่งเด็กหนุ่มจากอเมริกาแทบสำลักลิ้นตัวเอง 


“หะ...อะ....อะไรนะ?” ปาร์คจองซูขยับรอยยิ้มบาง ความรู้สึกตรงข้ามกับเมื่อคืนก่อนลิบลับยามที่รู้ว่าเพื่อนโกรธคนเป็นน้องเพื่อตัวเองและเพื่อวง  หากในเมื่อเคลียร์กันแล้วจะให้คิบอมโดนโขกสับอยู่ต่อไปก็ใช่ที่


“อย่าไปโกรธน้องอีกเลย  คิบอมจะไม่กลับไปอเมริกาแล้ว  เขาจะยังอยู่กับเรา  ยังเป็นซูเปอร์จูเนียร์คิบอมอยู่” 


คนฟังนิ่งไปเนิ่นนานหลังจากประโยคนั้น  ก่อนจะหลุดออกมาเพียงคำเดียวว่า


“ทำไม?” 


“ก็........” 



เอี๊ยด!



“เหวอออ....” การเบรกกะทันหันทำเอาสองหนุ่มหน้าสวยแห่งเอสเอ็มเอนเตอร์เทนเม้นท์ตัวเอียงวูบ เอกสารต่างๆร่วงพรูจากตัก ยังไม่ทันจะได้ออกความเห็นกับการจอดรถที่โคตรจะไม่นุ่มนวลในครั้งนี้ประตูรถแวนก็เปิดพรวด  ก่อนที่เงาศีรษะกลมๆจะยื่นเข้ามาเล่นเอาตกอกตกใจกันทั้งสองฝ่าย



ฮีชอลที่นั่งติดกับประตูถึงกับสะดุ้งเฮือก เอามือทาบอก เมื่อเห็นชัดว่าหัวกลมๆที่โผล่เข้ามานั้นคือผู้จัดการใหญ่ทักยองจุนดวงตากลมโตก็เปลี่ยนเป็นสีเขียววับๆทันควัน



“ทำไมโผล่มาแบบนี้!!ผมตกใจหมด ที่ลุงเบรกรถแรงๆเมื่อกี้ก็เพราะพี่ด้วยใช่ไห......” ปากบางอ้าค้างกลางคำพูดเมื่อถูกมือหยาบยกขึ้นมาขวางเป็นปางห้ามญาติตรงหน้า  ดวงหน้าเหลี่ยมเน้นสันกรามทั้งสองข้างชัดมีแววเหน็ดเหนื่อย


“อย่าเพิ่งพูดมาก เอาเป็นว่าพี่ขอโทษที จองซู ฮีชอล รีบลงไปเถอะ รถพวกนายมาถึงสายสุดเลยนะ คนอื่นรออยู่ในห้องอัดเตรียมบรีฟสคริปต์รอบสุดท้ายกันแล้ว” 



เจ้าของชื่อแรกขมวดคิ้วมุ่น เหลือบมองนาฬิกาเรือนสวยที่ข้อมือ



“แต่...มันยังเหลือเวลาอีกตั้งเยอะนี่ครับ” 


“ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่สถานีดันตารางรวน  เลื่อนเวลาแบบไม่บอก ดีนะที่พวกเราออกจากบ้านก่อนเวลาไม่งั้นคงได้ตาเหลือกกันทั้งคู่ ตอนนี้ซึงฮวานกำลังพาคยูฮยอนมาอยู่  ซีวอนถึงแล้ว” ยองจุนพูดรัวเร็ว



ปัญหาเรื่องตารางงานรวนถึงสองวันติดสร้างความเครียดให้กับคนเป็นผู้จัดการไม่น้อย ถึงแม้จะไม่ใช่ความผิดของศิลปินในสังกัดทว่าเรื่องพวกนี้ก็เป็นเรื่องภายในที่ถ้าหากหลุดออกไปถึงหูประชาชนทั่วไป  ไม่ว่าจะตัวซูเปอร์จูเนียร์เองหรือทางช่องก็มีสิทธิ์เป็นฝ่ายเสียหายได้ทั้งนั้นตามแต่ใจคนจะคิด ไม่มีใครมานั่งเสียเวลาตามหาข้อมูลที่ชัดเจนหรอกว่าความผิดพลาดเกิดจากฝ่ายไหนกันแน่



“ห่วยจัง” 



เป็นครั้งแรกที่ชายวัยกลางคนทำสีหน้าเหมือนจะเห็นด้วยกับตัวแสบอันดับต้นๆของวง ทว่าความเป็นผู้ใหญ่และความที่รู้ฤทธิ์พิษสงกันมาเป็นอย่างดีก็ทำให้ไม่สามารถให้ท้ายอย่างเปิดเผยได้ ผู้จัดการใหญ่เสเปลี่ยนเรื่องไปว่า



“เราทำอะไรไม่ได้แล้วแหละ ตอนนี้ก็ทำให้ดีที่สุด  พวกนายลงไปก่อนเลย เดี๋ยวพี่พาคังอินตามไปเอง” มือใหญ่รุนหลังร่างโปร่งบางทั้งสองร่างที่คนหนึ่งดูยังงงๆขณะที่อีกคนก็เหวี่ยงจนไม่สนใจอะไรให้ลงจากรถ  


“ไปเร็วๆเลยนะ” 


คนฟังทำหน้าจะร้องไห้ ไอ้จะให้เร็วน่ะมันได้อยู่แต่ก็ช่วยบอกทิศทางกันนิดนึงได้ไหม


“เอ่อ ไปทางไหนครับพี่ยองจุน” 


“อ้อโทษที ชั้นสาม เดินไปตามห้องเดี๋ยวก็เจอ ห้องที่มีป้ายแปะว่าซูเปอร์จูเนียร์น่ะ ไม่ก็ถามๆคนในนั้นเอาก็ได้” 



สุดท้ายแล้วอีทึกก็ยังไม่มีโอกาสได้อธิบายเรื่องของน้องชายคนที่สิบสองให้คนเป็นเพื่อนฟังดังใจคิด  



คล้อยหลังไม่นาน  ลีดเดอร์แห่งเอสเจก็ได้เห็นร่างสูงใหญ่ของคิมยองอุนเดินตามหลังมาสมทบด้วยใบหน้าที่หงิกสนิทยิ่งกว่าเดิม  ไม่ต้องบอกก็พอรู้ได้ว่าการปลุกสไตล์รีบเร่งของทักยองจุนคงจะไม่ถูกอารมณ์หมีอดนอนเสียเท่าไหร่  ดีไม่ดีดูท่าจะอยากขว้างสคริปต์ของตนเองในมือทิ้งเอาเสียด้วย



แน่นอนว่าการเห็นดังนั้นทำเอาอารมณ์พี่ชายใหญ่พลุ่งพล่าน  อยากแสนอยากจะเดินเข้าไปปลอบคนเป็นน้องทว่าภาระหน้าที่ในฐานะหัวหน้าวงก็ส่งให้อีทึกไม่อาจสละเวลาของส่วนรวมไปทำเช่นนั้นได้  ร่างโปร่งบางวิ่งวุ่นไปทางนู้นทีทางนี้ที  คอยดูแลรวมถึงแก้ไขสคริปต์บางท่อนของน้องๆไล่ไปทีละคน จนเมื่อมาถึงคิวของคังอินชายหนุ่มก็ทำได้เพียงยกมือขึ้นแตะแก้มสากเบาๆแล้วยิ้มให้กำลังใจเท่านั้น  



“ตื่นหน่อยน่า เมื่อคืนก็นอนออกจะเยอะนะนายน่ะทำไมขี้เซาแบบนี้ แล้วดูทำหน้าเข้า” 



สัมผัสอ่อนโยนเรียกอารมณ์ดีๆจากคนที่กำลังหงุดหงิดได้ไม่น้อย  คิ้วเข้มหนาที่ขมวดชิดกันตลอดตั้งแต่ตื่นเช้ามาเริ่มคลายตัวลง



“หน้าฉันทำไม”


“ไม่ทำไม แต่เหมือนหมีอดกินน้ำผึ้ง”  


“นอนมากไปมั้ง” ผู้เป็นพี่หัวเราะเสียงใส 


“ฉันก็ว่างั้นแหละ” 


“พี่อีทึกครับ” เสียงคุ้นเคยดังมาจากด้านหลังเรียกความสนใจทั้งจากอีทึกและคังอิน  ซีวอนกำลังเดินเร็วๆตรงมาทางนี้ด้วยสีหน้าไม่มั่นใจนัก


“ผมไม่เข้าใจตรงนี้ คือจะให้ผมเล่นกับซองมินแล้วคยูฮยอนเอามือปัดออกงั้นเหรอ มันไม่ดูแปลกๆเหรอ หรือพี่ว่าไง”


“หืม ตรงไหนนะซีวอน”


“นี่ไง บรรทัดนี้ ตอนที่ทงเฮต้องพูดอะไรซักอย่างล้อซองมินน่ะ” 


นางฟ้าหน้าหวานผละมือออกจากใบหน้าคร้ามคม เอี้ยวตัวไปรับสคริปต์ปึกหนาจากมือสิงโตของวงมาดูทันควันโดยที่ฝ่ายคนถือมาก็ยื่นหน้าข้ามไหล่บอบบางเข้ามาดูด้วย  ดวงตาคู่สวยไล่ปราดไปตามบรรทัดก่อนจะหรี่ลงเมื่อเห็นถึงบทที่น่าจะเป็นปัญหาตามที่ชเวซีวอนตั้งข้อสังเกต


“อืมมมม” เขาครางในลำคอ 


“มันแปลกๆจริงๆด้วยแหละ จะดูว่าเล่นๆก็ได้แต่ถ้าคนดูคิดมากมันจะกลายเป็นไม่สุภาพไป โอเค เดี๋ยวพี่ไปคุยกับพี่ชอนอาให้ อาจจะขอเปลี่ยนจากคยูฮยอนเป็นพี่เอง อย่างน้อยก็อายุมากกว่า หรือไม่ก็ตัดส่วนนี้ไปเลยเอาไปทำอย่างอื่น” 



ร่างโปร่งอ้างอิงถึงคนเขียนบทสาว จากนั้นจึงพยักหน้าชวนว่า “นายมากับพี่เลยดีกว่า ไปหาซองมินกับคยูฮยอนแล้วไปแก้บทกัน”  



         ในระหว่างที่หันไปให้ความสนใจกับปัญหาของน้องชายคนที่สิบ  ปาร์คจองซูไม่ทันได้สังเกตเลยแม้แต่น้อยว่าการกระทำของตนเองทำให้สีหน้าของใครบางคนค่อยๆเปลี่ยนจากเรียบเฉยกลับไปเป็นบึ้งตึงอีกครั้ง แถมดูเหมือนจะทวีดีกรีมากยิ่งกว่าเก่าโดยเฉพาะในยามที่สายตาคมกริบตวัดไปมองยังใบหน้าหล่อเหลาไม่แพ้กันหากแต่คนละแบบของเจ้าของฉายาซิมบ้า


สายตาที่ราวกับจะแผดเผาคนถูกมองให้เป็นจุลขนาดนั้น  แน่นอนว่ามีหรือที่คนตกเป็นเป้าการโจมตีอย่างชเวซีวอนจะมองไม่เห็น



อะไรของมัน ทำหน้าอย่างกับว่าเขาไปฆ่าญาติฝ่ายไหนมาอย่างนั้นแหละ



เอสเจลำดับที่สิบเหลือบตามองคนอายุมากกว่าด้วยความแปลกใจระคนรำคาญเล็กน้อย หากความที่มีโอกาสทองได้ใกล้ชิดกับพี่ชายคนโปรดก็ทำให้เด็กหนุ่มเลือกปัดเรื่องไม่น่าสนใจออกจากสมอง  ร่างสูงโย่งหมุนตัวกลับ  แตะมือหนาลงกับช่วงเอวบางเบาๆจากนั้นจึงออกเดินเคียงคู่คนเป็นพี่  มุ่งหน้าตรงไปหาอีซองมินกับโจคยูฮยอนโดยไม่ได้เอ่ยทักทายคังอินแม้แต่คำเดียว  


         ไม่มีใครสังเกตกระดาษสคริปต์ที่ถูกกำไว้แน่นจนกระทั่งยับเยินคามือ

 

 





ซองมินขยับตัวอย่างอึดอัดเมื่อตลอดห้าชั่วโมงเต็มที่ต้องนั่งอัดรายการข้างกันพี่ชายตัวโตดูจะอารมณ์ไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด  รังสีน่ากลัวบางอย่างแผ่กระจายออกมาจนเด็กหนุ่มตัวสั่น เผลอเบียดกายเข้าหาสมาชิกในวงที่นั่งอยู่อีกข้างโดยไม่รู้ตัว  



กระต่ายสีชมพูเม้มริมฝีปากจนเหลือแต่เพียงแก้มกลมนิ่ม พยายามไม่สนใจสายตาล้อเลียนจากมังเนตัวแสบที่ไม่รู้ว่าทางรายการไปเกิดปิ๊งไอเดียอะไรขึ้นมาถึงได้จับให้คยูฮยอนกับซองมินมานั่งข้างกัน  



ก็ช่วยไม่ได้นี่  ซองมินกลัวพี่คังอินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  อย่าว่าแต่พี่คังอินเวอร์ชั่นสยองนี้เลย ถ้าให้เลือกเขาก็คิดว่ายอมนั่งเบียดโจคยูฮยอนให้ผื่นขึ้นเสียยังดีกว่าหายใจไม่ออกเพราะรัศมีนรกของพี่ชายคนที่ห้า  




คิดๆเด็กหนุ่มก็แอบเหลือบมองมังกรหนุ่มจากแดนไกลที่นั่งประกบคิมยองอุนอยู่อีกข้างด้วยสีหน้าไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งนั้น



เขาล่ะนับถือพี่ฮันกยองจริงๆที่ยังปั้นหน้ายิ้มและหัวเราะโต้ตอบกับพี่คังอินได้อยู่ตามสคริปต์  ถ้าเป็นเขานะคงได้มีหลุดอะไรออกมาบ้างล่ะ



“อยากใกล้ชิดกับฉันขนาดนั้นหรือไงอีซองมิน  มานั่งตักเลยมั้ยล่ะ” คิดเพลินๆคนตัวเล็กก็ต้องสะดุ้งเมื่อรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่หลังใบหู  



ซองมินหันขวับ ก่อนจะปะทะกับใบหน้าหล่อร้ายของน้องชายคนสุดท้องที่ยิ้มเจ้าเล่ห์รออยู่แล้ว



คนเป็นพี่เกือบจะแบะปากใส่แต่แล้วก็นึกได้ว่ายังอยู่ในรายการแถมยังต่อหน้าสาธารณชนอีกเกือบครึ่งร้อย กระต่ายสีชมพูจึงเปลี่ยนเป็นคลี่ยิ้มหวานโชว์ฟันคู่โต  ตอกกลับโดยที่ริมฝีปากแทบไม่ขยับว่า



“ตักแข็งๆมีแต่กระดูกของนายน่ะหรือ ให้ฟรีฉันยังไม่เอาเลย เก็บเอาไว้ใช้รับน้ำหนักก้นนายคนเดียวเถอะ” 


“ปากดีนักนะ”


“ไม่ได้ดีแต่ปากเหมือนใครบางคนก็แล้วกัน” ดวงตากลมโตที่ปรายมาทำเอาคนเป็นน้องร้อนรุ่มด้วยความขุ่นเคือง


“อย่าเผลอล่ะอีซองมิน  ฉันจะเล่นงานเผ่าของนายในเกมให้กระจุย” 


“ถ้านายอยากซื้อคอมเครื่องใหม่ก็ลองดู”



สายตาสองคู่ปะทะกันแปลบปลาบหากในสายตาคนนอกก็จะเห็นเพียงว่าสองพี่น้องกำลังเอนหน้าเข้าไปกระซิบคุยกันด้วยรอยยิ้มเท่านั้น  



“นี่  สองคนข้างหลังน่ะ  สนใจพิธีกรหน่อยสิอย่าเอาแต่เล่นกันเอง  ทนอีกนิดเดียวมันจะจบแล้ว” เสียงหวานๆของหัวหน้าวงดังปรามทั้งที่ไม่ได้หันมามองทำเอาเจ้าของฉายากระต่ายและหมาป่าผละออกจากกันทันควัน 



ซองมินพยายามกลับมาให้ความสนใจในตัวรายการอีกครั้งทว่าความรู้สึกอึดอัดที่ได้รับมาจากพี่ชายข้างกายก็ยังไม่ยอมหายไปไหน  แถมตอนนี้ยังแทรกความขัดอกขัดใจจากน้องชายที่นั่งขนาบอีกข้างเข้าไปด้วย  เด็กหนุ่มอดทนยิ้มและหัวเราะต่อไปอีกเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มโปรดิวเซอร์หนุ่มถึงได้สั่งคัทเป็นการสิ้นสุดการถ่ายทำ  โดยไม่แคร์อะไรอีก  ฟักทองต้มหวานของแฟนๆถอนหายใจโล่งอกในยามที่ถดตัวเองลงจากเก้าอี้นั่งทรงสูงไร้พนักแบบเก้าอี้บาร์เพื่อโค้งตัวเก้าสิบองศากล่าวขอบคุณทีมงานพร้อมกันกับเพื่อนๆ  



เด็กหนุ่มรีรอส่งยิ้มให้กับทีมงานอีกสักพักจากนั้นจึงวิ่งตัวปลิวเข้าไปรวมกลุ่มกับอีฮยอกแจและอีทงเฮที่ยืนรออยู่ตรงข้างเวทีถ่ายทำอยู่แล้ว



“เป็นอะไรซองมิน  วิ่งหน้าตื่นมาเลย  จะเข้าห้องน้ำเรอะ” 


ทงเฮทักเมื่อเห็นสีหน้าของรูมเมทสีชมพูถนัดตา  ซองมินเบ้หน้า 



“ปวดฉี่บ้านนายสิ  ฉันอึดอัดจะตายอยู่แล้ว  ข้างหนึ่งก็พี่คังอิน  ข้างหนึ่งก็คยูฮยอน  ถ้าจัดที่นั่งแบบนี้อีกฉันได้ตายแน่ๆ  ทำไมเขาไม่ให้ฉันนั่งกับพวกนายก็ไม่รู้” ปากเล็กๆพร่ำพูดหากไม่ลืมลดเสียงลงให้อยู่เฉพาะในกลุ่ม 


อัญมณีแห่งเอเชียหัวเราะร่า 



“เออ ไม่รู้เหมือนกันแฮะ ตั้งห้าชั่วโมงก็สมควรลงแดงอยู่หรอก”


“สมควรมาก  พวกนายไม่ได้นั่งข้างพี่คังอินไม่รู้อะไร  หน้านะยิ่งกว่าหน้ากาก  อยู่ข้างๆแล้วตัวเย็นไปหมดเลย  ส่วนไอ้เด็กนรกนั่นก็ปากหมาไม่กินตามเคย” 


“ปล่อยคยูฮยอนมันไปเถอะ  ก็รู้ๆนิสัยมันอยู่  ส่วนพี่คังอินฉันก็ว่าวันนี้ดูยิ้มฝืนๆ ปกติเป็นธรรมชาติกว่านี้ตั้งเยอะ แต่ไม่รู้ไปโกรธอะไรมาแฮะเมื่อวานก็ยังเห็นดีๆอยู่” 


“เขาจะเป็นยังไงก็ช่างเขาเถอะน่า  เรากลับไปเปลี่ยนเสื้อกันเถอะ  คนอื่นไปหมดแล้ว” ทงเฮตัดบทเมื่อเห็นว่าฝาแฝดอีกสองหน่อชักจะคุยกันออกทะเลเข้าไปทุกที


“จะรีบไปไหนนะทงเฮ  อีกเดี๋ยวก็ได้” แรปเปอร์ผิวขาวโอดครวญไม่จริงจังเมื่อยังสนุกกับการสนทนาอยู่ไม่น้อย  หากคนฟังไม่เล่นด้วย 


“ไม่เดี๋ยวล่ะ  จะพูดก็กลับไปพูดที่บ้าน  มาพูดอะไรกันตรงนี้  พวกนายระวังตัวกันน้อยเกินไปแล้วนะ” ร่างโปร่งฉวยแขนขาวๆของเพื่อนคนละข้าง  ออกแรงลากให้เดินกลับไปที่ห้องพักผ่อนของศิลปิน  จากหางตาทำให้เห็นว่าไม่มีพี่ๆน้องๆคนไหนหลงเหลืออยู่อีกแล้วนอกจากพวกเขาทั้งสาม  


“โอเคๆ ไปเดี๋ยวนี้แล้วครับทงเฮฮยอง  อย่าเพิ่งดุนะครับ” 


“ใครเป็นพี่นายหา  อีฮยอกแจ”


“ก็ทงเฮฮยองไงครับ” 



เด็กหนุ่มทั้งสามเดินคุยกันเสียงดังมาจนถึงประตูห้องพักที่มีชื่อวงของตัวเองอยู่  ซองมินเป็นคนผลักประตูเปิดเข้าไปทั้งที่ยังมีรอยยิ้มติดอยู่ที่ปากตามด้วยทงเฮแล้วก็ฮยอกแจซึ่งอยู่ในอารมณ์เดียวกัน  แต่แล้วบรรยากาศมาคุที่แผ่กระจายไปทั่วห้องก็ทำให้รอยยิ้มสดใสนั้นเจือจางลง  



ทุกสายตาหันมาจับจ้องยังสามผู้มาใหม่เป็นตาเดียว  ทว่าเพียงไม่นานก็เบือนกลับไปยังคนสองคนตรงกลางห้อง  อากัปกิริยาเหล่านั้นเรียกให้สัญชาตญาณบางอย่างเต้นระริก ความรู้สึกของเขาบอกว่าเหตุการณ์วิวาทแบบเก่าๆที่ไม่ได้เห็นมาสักพักแล้วกำลังจะกลับมาอีกครั้ง  และครั้งนี้จะไม่เหมือนครั้งก่อนๆ



อดีตเพื่อนสนิทของคิมจุนซูเอาหลังดันประตูปิดโดยเร็วขณะที่ดวงตาเรียวเล็กตามแบบฉบับเกาหลีแท้มองกราด ทอประกายระแวดระวังระคนตื่นกลัว 



นี่พวกเขาพลาดอะไรสำคัญไปหรือเปล่า?






TBC





--------------------------------------


รบกวนทุกคนอ่านนิดนึงนะคะ คือวันก่อนมีคนมาถามไซคีในทวิตเกี่ยวกับเรื่องรวมเล่มของเรื่องนี้ ก็แอบตกใจนิดนึงเพราะมันหลายปีมากแล้ว ไม่คิดว่ายังมีคนรออยู่จริงๆ ฮือออ เราขอโทษ 


แต่นั่นแหละ เราเลยอยากมาถามในนี้อีกทีค่ะว่ามีใครที่ยังสนใจรวมเล่มอยู่บ้างมั้ยคะ ถ้ามีถึงซักสิบคนเราจะได้ลองดูแล้วรวมให้ คือรอบที่แล้วที่รวมเล่มมันล่มเพราะเราแต่งตอนพิเศษไม่จบ รอบนี้เราเลยจะตัดตอนพิเศษบางตอนออกไป ละเอาเท่าที่เหลืออยู่ สำหรับคนที่อยากได้เล่มจริงๆ คือเราก็อยากทำเล่มแหละ แต่ถ้าจำนวนคนน้อยมันก็ตีพิมพ์ยาก ถ้ายังไงบอกเรากันหน่อยนะคะว่าถ้าหากมีใครยังสนใจอยู่ เม้นในนี้หรือจะไปบอกในทวิตก็ได้ค่ะ 



Psyche :) 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #1030 ✖ B2UTYzZ :D ✖ (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 21:52
    สนใจจ้า อยากซื้อๆ
    #1,030
    1
    • #1030-1 Psychel(จากตอนที่ 72)
      20 พฤศจิกายน 2561 / 22:06
      สามารถสั่งจองที่ลิ้งนี้ได้เลยค่า https://goo.gl/forms/XwTAVLboB25dzkKk2
      #1030-1
  2. #1027 อาหมวยพิงก์ (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 19:54
    สนใจค่ะ ><
    #1,027
    1
    • #1027-1 Psychel(จากตอนที่ 72)
      28 ตุลาคม 2561 / 18:31
      โอ๊ะ ขอบคุณมากค่าา ดีใจจจ
      สรุปว่ายอดตอนถึงคิดว่าถึงที่จะรวมแล้วนะคะ อันนี้คือรายละเอียดน้า https://goo.gl/forms/XwTAVLboB25dzkKk2
      #1027-1
  3. #1026 ~SAkuRa` (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 21:59
    เรายังรออยู่นะคะ ถ้าจะรวมเล่ม ^^
    #1,026
    3
    • #1026-2 ~SAkuRa`(จากตอนที่ 72)
      24 ตุลาคม 2561 / 23:22
      โอเคค่า เขินจังจำยูสเราได้ด้วย 5555 ถ้าถึงยอดพิมพ์ก็โอเคเลยค่ะ เราจะดีใจมากๆถ้าเรื่องนี้ได้พิมพ์^^
      #1026-2
    • #1026-3 Psychel(จากตอนที่ 72)
      28 ตุลาคม 2561 / 18:30
      สรุปว่ายอดถึงนะคะ ^^ อันนี้คือรายละเอียดน้า https://goo.gl/forms/XwTAVLboB25dzkKk2
      #1026-3