[Super Junior] :: Problem Child :: (SJ-KangTeuk feat. All members)

ตอนที่ 64 : Problem Child 22 #Reup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    8 พ.ค. 61




ว่ากันว่าคนเมาจะสร่างเมื่อล่วงเลยไปนับสามสี่ชั่วโมงไม่ใช่หรือ...?



แล้วทำไมตอนนี้ซูเปอร์จูเนียร์อีทึกถึงได้สร่างเมาแล้วล่ะ สร่างตั้งแต่วินาทีแรกที่ลืมตาตื่นเลยด้วย 



หัวหน้าวงบอยแบนด์หนุ่มค่อยหันไปมองคนที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่ข้างตัวอย่างงงๆ...ไม่สิ ตอนตื่นมาแทบช็อกตายเลยต่างหาก ใครจะไปนึก เตียงนอนสีขาวที่ปกติใช้คนเดียวมาตลอดจู่ๆจะมีหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อกล้ามสีดำมานอนด้วยเสียอย่างนั้น แถมเตียงก็ไม่ใช่จะใหญ่ จองซูตื่นมาเรียกได้ว่าแทบจะค้นพบตัวเองอยู่ใต้ร่างอีกฝ่ายด้วยซ้ำ



อีทึกยกมือขึ้นคลึงพื้นที่ว่างระหว่างหัวคิ้วทั้งสองเบาๆ



เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนช่างรางเลือน เขาจำได้เพียงว่าออกไปเที่ยวกลางคืนเพื่อหนีความเหงาและกลับมาบ้านตอนตีหนึ่งกว่า จากนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูจะเป็นภาพขาวจาง   

       


  ทำไมคังอินถึงมานอนอยู่ที่นี่นะ

        

 แล้วทำไม หัวใจของเขามันต้องเต้นแปลกๆ 


มือที่วางทาบอยู่ตรงหน้าอกข้างซ้ายของตนสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงมาจากเตียงข้างๆ เขาหันไปยังต้นเสียง



ทำไมมันยังอยู่นี่อีกล่ะ


 ฮีชอล” 


ตัวข้างๆนายน่ะ ทำไมมันยังอยู่ตรงนั้น ไม่ได้กลับห้องไปเรอะ



คนในชุดนอนสีแดงขยายความพลางพยักเพยิด อีทึกหรุบตาลงต่ำมองตาม เพิ่งสังเกต ตัวที่ว่า’ นั่นว่าอยู่ในสภาพนอนเหยียดยาวกินพื้นที่เจ้าของเตียงไปเกินครึ่ง มีผ้าห่มคลุมตัวเรียบร้อย  แสดงชัดว่าไม่ได้เผลอหลับโดยไม่ได้ตั้งตัวแต่เป็นความจงใจ แล้วจึงสะดุด 



ทำไมมันยังอยู่ตรงนั้น


เดี๋ยวๆฮีชอล ไม่ได้กลับห้อง หมายความว่ายองอุนมาห้องนี้ก่อนนอนงั้นเหรอ มาทำไม” สีหน้าคนฟังดูประหลาด

         

นี่...นายจำไม่ได้เรอะ

         

จำอะไรไม่ได้อีทึกย้อนถาม

         

จำว่านายเมาจนต้องให้ฉันแบกกลับบ้านแถมยังเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ด้วยไงล่ะ ลืมแล้วเหรอปาร์คจองซู

         

เสียงที่ตอบมาหาใช่น้ำเสียงแหลมห้าวนิดๆตามแบบฉบับคิมฮีชอลไม่ แต่กลับเป็นเสียงทุ้มเข้มที่อีทึกจดจำได้ขึ้นใจ 

        

 ยองอุน!!!



เจ้าของชื่อคลี่รอยยิ้มเย็น ยันตัวลุกขึ้นนั่งกอดอกพิงหัวเตียงหมิ่นๆ ชันเข่าขึ้นเล็กน้อย และนั่นทำให้คนที่นอนอยู่ด้านในชิดผนังรู้สึกเหมือนถูกกักไว้ ลุกจากเตียงไปไหนไม่ได้โดยสิ้นเชิง 


เขาสบนัยน์ตาคมที่ไม่มีแววง่วงงุนเลยแม้แต่น้อย



ว่าไง ทำอะไรไว้จำไม่ได้เลยอย่างนั้นเหรอ



การเน้นย้ำทีละคำช้าๆพร้อมสายตากดดันเล่นเอาคนเป็นพี่ขนลุกเกรียว เอากะมันสิ หน้าตาแบบนี้มันกัดเขาไม่ปล่อยแน่ อีทึกชักไม่แน่ใจตัวเองว่าช่วงเวลาระหว่างที่เขาลืมไปได้เผลอทำอะไรแย่ๆเอาไว้บ้าง คังอินถึงได้ดูโกรธจัดปานนี้


แต่...นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก



ฉัน

ก็พูดมาสิ

ฉะ ฉัน...ไม่...ไม่รู้...

นายไม่รู้...?

ฉันไม่รู้จริงๆ จำได้ว่าเมามากแค่นั้นเอง ฉันทำอะไรนายไปเหรอ

              “ตอบได้ดีนี่ปาร์คจองซู

         


แววตาที่เปลี่ยนกลับมาเป็นนิ่งสนิทเหมือนกำแพงน้ำแข็งทำให้อีทึกใจหายวูบ นึกอยากกลืนเอาถ้อยคำกลับลงไป มือเอื้อมจะคว้าหากร่างสูงใหญ่ก็ตวัดปลายเท้าลงกับพื้น ลุกขึ้นเดินดุ่มๆออกไปจากห้องโดยไม่มองใคร ปิดประตูเสียงดังปังจนผนังสะเทือนเป็นมรดกเหลือไว้ให้พี่ชายสองคนแทบหูชา

        


 มือเรียวตกลงข้างลำตัว อีกครั้งที่หัวใจมันเหมือนจะเต้นผิดจังหวะ...ช้าลง จนใกล้จะหยุดเพราะความหนาวเย็นเข้าเกาะกุม 



คนรั้งตำแหน่งหัวหน้าวงมองตามอย่างไม่เข้าใจ

        


 ฉันทำผิดขนาดนั้นเลยเหรอฮีชอล บอกได้ไหมว่าฉันไปทำอะไรไว้เมื่อคืน

         


คนถูกถามสบตาสีน้ำตาลหม่นอย่างเห็นใจ ก่อนจะตอบด้วยคำตอบที่ไม่ทำให้เขาเข้าใจอะไรมากขึ้นไปกว่าเดิมว่า 

         


ไม่หรอก มันแค่งอนที่นานๆทีจะทำตัวดีแล้วดันผ่าไม่มีคนเห็นน่ะ

 

 




         ชายหนุ่มร่างโปร่งเพรียวเดินกลับเข้ามาในห้องนอนด้วยใบหน้าที่พราวหยดน้ำหากสดใสขึ้นเห็นได้ชัด อีทึกขยี้เส้นผมอ่อนนุ่มพอให้หมาดๆไม่เลอะเทอะเสื้อก่อนจะโยนผ้าขนหนูเนื้อนิ่มพาดส่งๆไว้กับพนักเก้าอี้ หันไปทางอีกคนที่ยังนอนอยู่ในชุดเดิม 



ไม่เปลี่ยนชุดเหรอฮีชอล วันนี้มีซ้อมนี่

ตอนบ่ายสอง นี่เพิ่งเก้าโมง

แล้วนายกะจะนอนอยู่อย่างนั้น

ก็งั้นสิ



แวบหนึ่งที่อีทึกนึกอิจฉาความไม่ทุกข์ร้อนใดๆของเพื่อน เพราะเป็นคนเช่นนี้ ชีวิตคิมฮีชอลถึงดำเนินไปได้ไม่หนักหน่วงหรือปวดหัวจะเป็นจะตายแบบเขา  ถอนหายใจแล้วจึงเดินไปนั่งที่เตียงตัวเองบ้าง  ไออุ่นของใครบางคนจางหายไปนานแล้ว หากภาพซ้อนในสายตายังไม่ถูกลบเลือน เขายกมือลูบไล้ผ้าปูที่นอนสีขาวเบาๆ 



ฉันควรจะไปขอโทษคังอินไหมคนฟังผงกหัวขึ้นจากเตียงเล็กน้อย ถามกลับว่า

แล้วนายคิดว่าตัวเองผิดไหมล่ะ

ก็...อีทึกพยายามคิด ผิดหรือไม่

แต่ฉันอายุยี่สิบห้าแล้วนะ ไปผับได้ กินเหล้าได้ไม่ผิดกฎหมายนี่


 นี่มันกวนเขาหรือมันซื่อจริงกันแน่เนี่ย 


ไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นเสียงฮีชอลยานคาง หมายถึงที่นายเมาแอ๋จนคังอินมันต้องอุ้มกลับบ้านแถมยังเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อให้


เขาเว้นระยะเมื่อเห็นคนอีกเตียงทำตาโตเท่าไข่ห่าน


...แต่ตื่นมาแล้วคนเมากลับจำอะไรไม่ได้เลยต่างหาก...สำหรับคนอย่างหมอนั่น มันคงจะค่อนข้างเสียเซลฟ์นะ

ยองอุนแบกฉันกลับมาเหรออีทึกถามเสียงแห้ง 

มันจิกหัวนายกลับมามั้ง



กัดไปเถอะ ปาร์คจองซูไม่มีอารมณ์จะมาร่วมรับรู้หรอกเมื่อข้อมูลจากเพื่อนยังทำการดาวน์โหลดและรันตัวเองในสมองไม่เสร็จสิ้น เขาสะบัดหัวมึนงง  ถ้าเช่นนั้นเมื่อตอนเช้า เขาก็ได้ยินคำพูดของน้องชายไม่ผิด เด็กนั่นแบกเขากลับมาแล้วยังช่วยดูแลจริงๆแม้แต่ฮีชอลยังเป็นพยานได้ หากแต่



เพื่ออะไร...?



เพื่ออะไร...ความหมกมุ่นทำให้เขาเผลอเอ่ยออกมาเป็นคำพูด ฮีชอลหูกระดิกก่อนถามซ้ำ 

นายว่าอะไรนะ

หืออีทึกเพิ่งจะรู้สึกตัวอะไร

ก็นายถามฉัน แต่ฟังไม่ถนัดว่าถามว่าไง

ไม่มีอะไรหรอก ฉันคิดเพลินๆน่ะ



บอกปัดไปแล้วจึงเลี่ยงคุยยาวไปถึงเรื่องอื่น ผลักดันทั้งความคิดของเพื่อนและของตนให้ออกห่างจากการกระทำไร้ที่มาของน้องชายตัวโต ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจ แต่สำหรับบางเรื่อง พูดกับคนอื่นมันก็พูดยากแฮะ อีกทั้งในใจเบื้องลึกของเขามันกำลังกรีดร้อง บอกว่ายังไม่อยากหาคำตอบตอนนี้ เสี้ยวหนึ่งที่หลุดรอดออกมาคือความกลัว เขากลัวคำตอบที่จะได้รับ 



คำตอบซึ่งอาจทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

 





 

มันน่าจะปล่อยทิ้งไว้ให้ตายอยู่ข้างถนนจริงๆ



สมาชิกลำดับที่ห้าของวงนักร้องชื่อดังทิ้งตัวลงนั่งที่เตียงของตนเองอย่างหงุดหงิด เหลือบมองไปข้างๆ น้องชายตัวอ้วนยังคงซุกตัวอยู่ในผ้าห่มแน่น...หลับสนิทไร้ปฏิกิริยา มิน่าเมื่อคืนมาเคาะเรียกถึงไม่เปิดจนเขาต้องระเห็จกลับไปใช้ห้องใช้เตียงพี่ชายคนโตซุกหัวนอนด้วยไม่อยากเปิดศึกกันกลางดึก เกี่ยวกับเรื่องการกินการนอน ชินดงฮีอารมณ์ร้ายขนาดไหนก็พอรู้กันอยู่ทั้งบ้าน  เด็กตัวขาวเจ้าของห้องอีกคนก็คงหลับเป็นตายไม่แพ้กัน



ถ้าวันนี้อีฮยอกแจไม่ตื่นก่อนแล้วมาเปิดประตูให้คังอินก็คงยังต้องเร่ร่อนอยู่นอกห้องนั่นแหละ หากเรื่องว่าน้องชายจะตื่นกี่โมงก็ยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญเทียบเท่ากับการที่ปาร์คจองซูลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทั้งหมด ลืมไม่หลงเหลือแม้เศษเสี้ยวความทรงจำจนเขาพูดไม่ออก


สมองปลาทอง


ค่อนว่าพี่ชายด้วยความหงุดหงิด ขณะในใจก็แอบรู้สึกโหวงๆเล็กน้อยเมื่อพบว่าทุกสิ่งที่กระทำไป หาได้มีความหมายในสายตาของอีกฝ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว 


ก็ลืมไปแล้วมันจะไปมีความหมายได้ยังไงล่ะ!!!


ฉันควรจะทำยังไงกับนายดีหือ ทำยังไงดี


เสียงนั้นเข้าใกล้คำว่าคำรามไปทุกขณะ ดวงตาคมกริบเป็นประกายขุ่นเคือง สองมือกำเข้าหากันแน่นระงับอารมณ์พลุ่งพล่านรุนแรง


หึ ทำผิดตรงไหนงั้นเหรอ ยังจะมีหน้ามาถาม 


ปล่อยเนื้อปล่อยตัว แถมยังเมาเรี่ยราดจนต้องให้อุ้มกลับบ้านไม่พอ ยังต้องเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อให้ แม้แต่น้องชายแท้ๆเขายังไม่เคยทำให้ถึงขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ แล้วเป็นยังไงล่ะ เช้ามาก็จบกัน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น คำขอบคุณหรือรอยยิ้มหวานๆซักครั้งก็ไม่มีมาให้ แถมยังมาทำหน้าซื่อตาใสบอกว่าไม่รู้เรื่องอีก 


กับคนแบบนี้ทำอะไรมันถึงจะสาสมนะ

 

 




หัวหน้าวงซูเปอร์จูเนียร์เบียดตัวเองชิดกับโซฟานุ่ม ฝืนใจช้อนสายตาขึ้นมองหน้าน้องแต่ละคนที่ยืนรายล้อมก่อนจะยิ้มจืดๆ 

         ไม่น่าเลย...อีทึกโอดครวญในใจ



อะไรมันจะพอดีจังหวะขนาดนั้น เขาเดินออกจากห้องปุ๊บ ก็เห็นน้องชายส่วนใหญ่เปิดประตูออกมาจากห้องของตัวเองกันพอดีราวกับนัดกันมา และเมื่อทุกสายตาสังเกตเห็นเขา รายการสะสางยามเช้าถึงได้มีขึ้นโดยที่โอเพ่นเวลาเลิกเอาไว้อีกต่างหาก



ไม่ตายงานนี้จะไปตายงานไหน



รู้ไหมว่าพี่ทำให้เราเหนื่อยขนาดไหน

        


 คนฟังสะดุ้ง ลดละเลิกจากความคิดสงสารตัวเองในใจหันมายิ้มเจื่อนเข้าไปอีก อีฮยอกแจผู้ซึ่งยืนกอดอกมองมาด้วยสายตานิ่งๆเปิดประเด็นขึ้นเป็นคนแรกหลังจากสร้างบรรยากาศกดดันอยู่พักใหญ่

        


 เราได้นอนกันกี่โมงพี่รู้หรือเปล่า

        


 อยู่ดีๆพี่ฮีชอลก็มาบอกว่าพี่ไม่อยู่ในห้องทั้งที่เราเห็นว่าพี่กินข้าวเสร็จก็เดินขึ้นไปข้างบนแล้วแท้ๆน่ะ มันทำให้ตกใจขนาดไหนรู้ไหม  ถ้าเราเจอพี่ล้มฟาดไปโรงพยาบาลอีกรอบจะทำยังไงกระต่ายสีชมพูฮึดฮัด ว่าเสียงสั่น

         

เอ่อ คือ...พี่...จะบอกว่าจำอะไรไม่ได้เลยก็ดูจะเป็นการยั่วยุอารมณ์กันมากเกินไป เขาจึงตัดสินใจเงียบไว้ก่อน  ในใจภาวนาให้คิมฮีชอลเดินลงมาเสียที  จะได้ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจออกไปบ้าง

        

 ถ้าหาไม่เจอขึ้นมาจะทำยังไง


ทำอะไรเป็นเด็กๆ 

        


 หน้าคนอายุมากสุดหดลงเหลือเพียงสองนิ้วหลังจากหลายเสียงหลายฝ่ายกล่าวโจมตีกันโดยไม่ให้เวลาได้แก้ตัว หากชายหนุ่มก็ไม่ปริปากบ่นสักคำเดียวเพราะรู้ดีว่าทั้งหมดเป็นความผิดตน 

        


 จากที่ฟังดูทำให้เขาพอสรุปคร่าวๆได้ว่าทุกคนรวมถึงผู้จัดการต่างพยายามตามหาตัวเขากันให้วุ่น กว่าจะได้นอนก็ตีสองตีสาม ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่จะให้ความหงุดหงิดจากการโดนต่อว่าทั้งหลายมลายไปจนหมดสิ้น 

        

 พี่ขอโทษ ขอบใจพวกนายมาก  

             

 พี่ชายคนโตว่าเสียงอ่อน


ไม่ต้องมาขอบใจ เราไม่ได้ทำอะไรให้พี่ทั้งนั้น” ฮยอกแจสวนกลับเสียงขุ่น

         

นู่น พี่คังอินนู่นที่เขาแบกพี่กลับมา ไปขอบคุณเขาซะสิ  



พอหมดเรื่อง หลายคนก็ทยอยกันแยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวเป็นปกติ หากยังมีบางคนที่รีรออยู่เพื่อต่อว่าเป็นการส่วนตัวอีกครั้ง 

        

 ถ้ามีคราวหลังอีกนะ...

        

 น้ำเสียงกล่าวทิ้งท้ายลอยๆเป็นคนสุดท้ายของคิมจงอุนทำให้เขาชักซึ้งต่อไม่ออก ร่างโปร่งบอกกับตัวเองหนักแน่นว่าต่อไปนี้จะไม่ปล่อยให้อารมณ์มาอยู่เหนือความยั้งคิดอีกแล้ว

        

 พอกันที ผับบ้าๆแบบนั้น ไม่มีทางได้เงินจากปาร์คจองซูอีกเป็นครั้งที่สองแน่นอน 

         


มีเวลาสำนึกตัวใช้โทษบาปอีกเพียงชั่วขณะเสียงโทรศัพท์ดังเป็นริงโทนคุ้นหูก็แผดเสียงจ้า พาให้เจ้าของเครื่องถอนหายใจเฮือก นิ้วยาวเรียวค่อยๆคืบไปทางต้นเสียงก่อนจะหยิบขึ้นมาอย่างแหยงๆ 

         


มาอีกแล้วไง บทเทศน์บทใหม่ คงไม่จบง่ายๆหรอก 

         


หลับตาไว้อาลัยกับตนเองอีกสองวินาทีอีทึกจึงกดรับสาย ยกขึ้นแนบกับหูแล้วเอ่ยว่า

         


ครับ พี่ซึงฮวาน

 

 

         



สุดท้าย ถึงจะไม่ได้รับโทษอะไรหนักหนานอกจากอบรมปากเปล่าไปร่วมชั่วโมง อีทึกก็ต้องฝืนสังขารออกไปซ้อมเต้นตอนบ่ายสอง ชายหนุ่มเจอซิมบ้าตัวโตกระโดดเข้าใส่ตั้งแต่แรกเห็นพร้อมโวยวายมากมายเนื่องด้วยตัวเองเพิ่งมารู้วีรกรรมของพี่ชายคนโตสุดเอาเดี๋ยวนั้นจึงไม่ได้ช่วยออกตามหาตั้งแต่เมื่อคืน เสียเวลาปลอบชเวซีวอนไปพักใหญ่แล้วก็ต้องฝึกซ้อมออกสเต็ปรุนแรงดุดันเพื่อให้สอดคล้องกับคอนเซปต์ใหม่ของวงที่วางไว้คร่าวๆ  เหนื่อยสายตัวแทบขาดกลับถึงบ้านยังไม่ทันจะได้แวบนอนแม้แต่งีบเดียวก็โดนจับใส่รถส่งออกมาจัดรายการวิทยุซูเปอร์จูเนียร์ คิสเดอะเรดิโอตอนสี่ทุ่มตรงกับน้องชายเจ้าของฉายาไก่เหงือกแดงอีกจนได้ตามคำบัญชาผู้จัดการจอมโหด



นายอยากไปเมาเองก็รับผิดชอบหน้าที่ตัวเองให้ครบด้วยละกัน ทำให้ดีๆล่ะ


นั่นคือคำสั่งเสียสุดท้ายก่อนวางสายของอีซึงฮวาน


คนสวยของวงอยู่ในชุดสีสันสดใสจนแสบตาปิดบังสภาพโทรมสุดๆของตัวเองได้ดีเยี่ยม น้ำเสียงที่ใช้จัดรายการก็ยังสดชื่นสมกับที่โด๊ปน้ำผึ้งผสมมะนาวมาเต็มแก้ว หากเมื่อถึงเวลาพักเบรก มือขาวก็ไถลพรืดไปข้างหน้าจนคางเกยกับโต๊ะ นอนถอนหายใจเซ็งๆ 

        


 โชคดีที่วันนี้ขอพี่เจ้าหน้าที่ไม่เปิดกล้องได้ ไม่อย่างนั้นภาพพจน์เขาได้เสียไปจนหมดแน่ 

         


ยังมึนอยู่เหรอพี่

         


สุดท้ายหลังจากทนฟังพี่ชายนอนเอาหน้าแนบโต๊ะส่งเสียงอืออาได้อีกระยะฮยอกแจก็ทนไม่ได้ ต้องยอมเสียหน้าเปิดปากถามขึ้นมาก่อนด้วยใบหน้าสมเพชเวทนา 

        


 ก็ไม่ขนาดนั้น เพลียมากกว่า


จะไปพักก่อนไหม จัดคนเดียวได้ ไม่เป็นไร

         

อีทึกส่ายหน้าพรืด

         

ไม่เอาหรอก เดี๋ยวพี่ซึงฮวานดุเอา พี่ยังไหว

        

 แน่ใจ? แล้วอย่าล้มตึงไปอีกนะ คราวนี้จะไม่พาส่งโรงพยาบาลแต่จะเอาส่งเข้าสุสานไปเลย

       

  เป็นคำขู่ที่ทำให้คนฟังได้แต่หัวเราะแห้งๆ หากก็ยังอุ่นใจว่าน้องยังเป็นห่วงเขาบ้าง ถึงจะพูดคำว่าคำทำท่ารำคาญแบบนี้มันก็ยังดีกว่าอาการเย็นชาไม่สนใจอะไรเลยตอนก่อนที่เขาจะล้มนับเป็นร้อยเท่าพันเท่า

        

 เขาจะสร้างวิมานไปไหมถ้าจะคิดว่าน้องๆเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง...บ้าง...ไปในทางที่ดีขึ้น

       

  ไม่หรอก ขอบใจมากฮยอกแจคนถูกขอบคุณเป็นครั้งที่สองของวันชักสีหน้าทั้งที่ใบหูแดงก่ำ เสโวยวายไปว่า

        

 ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ทำอะไร ไม่ต้องขอบคุณทั้งนั้นแหละ

          

    “ขอบใจที่นายยังเห็นพี่อยู่ในบ้านไง

        

 พูดบ้าๆ ตัวใหญ่ขนาดนี้ไม่เห็นได้ไงล่ะ เกะกะลูกกะตาอยู่ทุกวัน



หูเล็กๆนั่นแดงยิ่งกว่าเก่าเกือบจะลามมาถึงใบหน้าด้วย พาให้อีทึกนึกถึงวันเก่าๆที่เคยอยู่ด้วยกันสมัยเป็นเด็กฝึกหัด ฮยอกแจในตอนนั้นก็เป็นแบบนี้ล่ะ เขินง่ายแต่ก็ชอบปากแข็ง ทว่าไม่เคยปกปิดความแดงเถือกไปทั้งหน้าและหูของตนเองได้เลย 



น้องชายที่น่ารักของเขา



อีทึกยิ้มอ่อนๆขณะเอนตัวไปกอดร่างผอมๆของน้องคนที่แปด เริ่มต้นจากหลวมๆแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นรัดแน่น เก้าอี้มีที่วางแขนทำให้อีฮยอกแจไม่สามารถหลบเลี่ยงไปไหนได้รวมถึงสายตาพออกพอใจของพีดีที่นั่งยิ้มกริ่มมองอยู่ด้านนอกผ่านกระจกด้วยเช่นกัน



เด็กหนุ่มกระซิบเสียงเขียวใส่ใบหน้าของคนที่ยังซุกอยู่ตรงไหล่ ขยับตัวขยุกขยิกหากไม่กล้าทำรุนแรง

        


 ทำบ้าอะไร ปล่อยนะ

        

 กอดนายไงตอบเสียงอู้อี้ ในตอนนี้ถ้ามีคนอื่นมองเข้ามา คงเห็นว่าเป็นการหยอกล้อกันเล่นตามประสาพี่น้องเท่านั้น ไม่มีใครเข้าใจถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ 

         

พี่บ้าไปแล้วใช่ไหม ยังเมาอยู่ใช่ไหม ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ

         

ไม่บ้าไม่เมา พี่อยากกอดพวกนายทุกคนแบบนี้มานานแล้ว กอดแบบที่ไม่ได้อยู่ในสคริปต์ แต่ไม่มีโอกาสสักที

         

หึ ทำใจไว้เถอะว่าคงจะไม่มีอีกต่อไป ปล่อยผมนะ

       


  อีทึกพูดต่อเหมือนไม่ได้ยินว่า



พี่รักพวกนาย รักมากเลยล่ะ ขอบใจมากนะที่ยังยอมทนอยู่ซูเปอร์จูเนียร์มาจนถึงตอนนี้ ทนทั้ง...ที่...เกลียด

       


  อีฮยอกแจนิ่งเงียบกับน้ำเสียงเหมือนจะสั่นนิดๆของคนเป็นพี่ อยากจะพูดอะไรสักอย่าง ที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะปลอบ...หรือจะตัดรอนให้นางฟ้าเจ็บหนักกว่าเดิมดี สุดท้ายเจ้าตัวก็ได้แต่นั่งนิ่งๆให้พี่ชายแอบซับน้ำตาจนกระทั่งอีทึกยอมปล่อยมือในที่สุด

             


 ปล่อยได้สักที อึดอัดจะตาย

         


 ชายหนุ่มหัวเราะกับคำพูดแก้เกี้ยวนั่น แล้วจึงหันกลับมาสนใจงานของตนต่อ อีทึกขยับตัวกระปรี้กระเปร่าเมื่อผู้กำกับด้านนอกให้สัญญาณว่ากำลังจะตัดจากช่วงบทเพลงเข้าเป็นเสียงพูดของดีเจอีกครั้ง ใบหน้าหวานไม่มีอะไรเปลี่ยนไปนอกจากปลายตาข้างหนึ่งที่มีรอยแดงนิดๆ 

        

 3...2...1...เริ่ม



สวัสดีครับ มาพบกับทึกกี้ทึกกี้อีทึกกันอีกครั้งนะครับ... 

        


 เพราะปาร์คจองซูไม่ได้ถูกนับรวมในส่วนของซูเปอร์จูเนียร์คนอื่นๆที่ตีสีหน้ากันเก่งยิ่งกว่าสวมหน้ากาก ดังนั้นน้องชายลำดับที่แปดจึงงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อพบกับอาการที่เปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ อีทึกที่หัวเราะร่าหน้าตายิ้มแย้มคนนี้เป็นคนเดียวกับที่กอดเขาอยู่เมื่อครู่แน่หรือ หรือว่าเขาอาจจะคิดไปเอง...?  


หากไออุ่นจากสัมผัสเมื่อครู่ก็ยังกรุ่นติดอยู่ทั่วร่าง


เด็กหนุ่มหันมองดวงหน้าหวานด้วยความไม่เข้าใจ  มัน...เหมือนกับครั้งแรกที่เขาค้นพบว่าอีซองมินและอีทงเฮสูบบุหรี่ เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าพี่ชายคนโตสุดไม่ได้อ่อนแอ ตื้น และอ่านความคิดได้ง่ายดายเช่นที่เห็นมาตลอด 


ปาร์คจองซูมีอะไรที่ลึกซึ้งมากกว่านั้น

         

 




         ลูกโป่งสีน้ำเงินโบกสะบัด  เสียงกรี๊ดกระหึ่มราวกับจะถล่มทลายดังมารอบทิศทางเป็นการตอบรับคำพูดของพีธีกรหนุ่มก่อนจะยิ่งเพิ่มเดซิเบลยิ่งขึ้นเมื่อสามหนุ่มในชุดโทนดำเทาแซมสีแดงเล็กน้อยเดินออกมาจากเวทีตรงกลาง สปอตไลท์สาดวาบ

      


   ซูเปอร์จูเนียร์เคอาร์วายกับงานพัทยามิวสิคเฟสติวัล...

        


 คยูฮยอนกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นแบนเนอร์ของตนเองปะปนอยู่ในหมู่แฟนเพลงที่แห่กันมาดูจนล้นหลามแม้จะเป็นในต่างประเทศ มือเรียวกำไมค์ที่ถืออยู่มั่นก่อนจะเริ่มต้นบทเพลงด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มอันน่าหลงใหล สายตาคมเฉียบแฝงแววร้ายแทบจะหลอมละลายคนดูให้ลงไปกองกับพื้น 

         

ซูเปอร์จูเนียร์คยูฮยอนครับ

       

  ร่างโปร่งเพรียวที่ความสูงค่อนข้างแตกต่างกันสามร่างเดินเรียงกันมาก่อนจะทิ้งตัวลงบนรถเบาะใครเบาะมัน ได้ที่ทางพร้อมก็หลับตาพริ้ม 

         

ถึงโรงแรมแล้วค่อยเรียกนะ จะนอน

        

 คิมจงอุนเป็นคนแรกที่พึมพำขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ตามด้วยถ้อยคำสนับสนุนจากสมาชิกอีกสองคน ภายในรถตู้แวนสีมืดมีเพียงผู้จัดการกับคนขับรถที่นั่งอยู่ตอนหน้าซึ่งถูกกั้นกลางด้วยกระจกกันเสียง ดังนั้นสิ่งที่เป็นในตอนนี้จึงมิใช่หนุ่มอารมณ์ดีเฉกที่แฟนคลับในประเทศไทยได้เห็น 

       


  พรุ่งนี้ทางผู้จัดเขาชวนให้ไปดูการแสดงช้างน่ะ จะไปไหม หรือจะหยุดพัก จะบอกเขาให้

         


ซองคิบอมไม่สนใจท่าทีกระด้างนั้นด้วยเห็นเป็นเรื่องปกติแต่กลับเอ่ยถามอีกเรื่องที่สำคัญกว่าแทน ตารางงานในวันพรุ่งนี้ซึ่งเขาไม่อาจเข้าไปกะเกณฑ์ควบคุมได้  สมควรหรือไม่ที่จะปล่อยเด็กสามคนนี้ไปตามลำพัง 

        


 เขาเชิญมาแล้วทำไมจะต้องไม่ไปล่ะ

        

 มังเนเป็นคนถัดมาที่เปิดปากทั้งหลับตาอยู่ ดวงหน้าหล่อร้ายไม่ปรากฏอารมณ์ใดๆจนทำให้คนอายุมากสุด ณ ที่นั้นใจหายวับ 

       

  อย่าทำเป็นเล่นนะคยูฮยอน

       

  คนฟังแอบเบ้ปากกับถ้อยคำที่ถอดแบบปาร์คจองซูมาไม่มีผิด น่าเบื่อชะมัด 

        

 ไม่ได้เล่น หมายความตามคำพูดเป๊ะๆ ผมแยกออกหรอกน่ะว่าไหนเป็นเรื่องงาน  ไม่ได้โง่

        

 งั้นก็ดีแล้ว รยออุกล่ะไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม...อ้าว...

     

    เอี้ยวตัวไปข้างหลังอีกทีซองคิบอมก็พบว่าอดีตน้องเล็กของวงขดตัวซุกกับหมอน เข้าสู่นิทราไปแล้วเรียบร้อย ดวงหน้าเล็กยามหลับอ่อนใสไร้พิษสงจนไม่น่าเชื่อว่าจะถูกส่งมาอยู่กับวงของเด็กดื้อหัวแข็งเช่นซูเปอร์จูเนียร์ได้

        

 หลับไปซะแล้ว

        

 คยูฮยอนปรายตามองไปทางคนแก่กว่าไม่ถึงปีบ้างก่อนจะยักไหล่ หาวหวอดบ้าง 

        

 แหงสิ นี่มันกี่โมงกี่ยามกันแล้ว ถึงโรงแรมแล้วปลุกนะ ผมจะนอนบ้างละ

        

 “เฮ้ย ตื่นมาคุยกันก่อน แล้วสรุปพรุ่งนี้จะเอายังไง คยูฮยอน...

        


 คนเป็นผู้จัดการได้แต่นั่งกุมขมับปวดใจเนื่องจากคนในความดูแลไม่มีทีท่าจะเชื่อฟังรับฟังอีกเลยแม้แต่น้อย ชายวัยกลางคนถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อคิดว่านี่เป็นเพียงไม่ถึงสัปดาห์และมีเพียงแค่สามคนยังทำให้เหนื่อยหนักได้ถึงเพียงนี้  แวบหนึ่งที่ความคิดมันเลื่อนเปื้อนไปถึงคนอีกคนที่อยู่ไกลกันคนละประเทศ แล้วสำหรับคนตัวบางที่ต้องรับหน้าที่ดูแลเด็กถึงสิบสองคนเพียงลำพังมาตลอดล่ะ มันจะหนักหนาสาหัสปานไหน 



ที่ผ่านมา พวกเขาละทิ้งหน้าที่เพราะความสบาย ทอดภาระไว้ให้ปาร์คจองซูมากเกินไปหรือเปล่า... 

 




 

“เอ้าๆ ลอยไปถึงสุวรรณภูมิแล้ว  เดี๋ยวอีกสองวันมันก็กลับมา  ไม่ต้องทำหน้าหมาหงอยแบบนั้นหรอก”



ฮีชอลเปรยขึ้นกลางอากาศเมื่อเห็นว่าอีกฟากหนึ่งของห้อง  เพื่อนร่วมวงกำลังนั่งตาลอย กังวลถึงสามสมาชิกที่ติดภารกิจอยู่ที่ประเทศไทยจนเข้าขั้นวิตกจริตทั้งๆที่ตัวเองก็กำลังจะขึ้นแสดงไลฟ์อยู่แล้วแท้ๆ



ให้ตายเถอะ  



นางพญาของวงอยากจะทึ้งผมออกมาให้หมดหัว รู้สึกคิดผิดเล็กๆที่บรรลุธรรมเร็วเกินไปจนต้องมานั่งรับรู้รับฟัง ใส่ใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่องในชีวิตประจำวันของหัวหน้าวงจอมไร้สาระ ทั้งๆที่หากเป็นแต่ก่อนฮีชอลก็สบายแฮ ปิดหูปิดตาสะบัดก้นเดินหนีออกนอกบ้านไปแล้ว  



ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนทำตัวเป็นแม่ไก่ได้เทียบเท่าปาร์คจองซูจริงๆ กางปีกประคบประหงมมันเสียทุกอย่าง  แล้วไอ้เด็กแสบพวกนั้นมันก็ไม่ใช่ลูกเจี๊ยบน่ารักน่าปกป้อง  ก็เห็นสูงยังกะยักษ์  ตัวโตกว่าพี่มันแทบทุกคน  ไม่รู้จะหวงจะห่วงอะไรกันนักหนา



ปรายตามองหน่ายๆทว่าคนที่ถูกนินทาดุเดือดก็ยังมีหน้าส่งสายตาจืดเจื่อนมาให้  โอดครวญว่า



“ก็...มันขาดๆไปนี่นาฮีชอล นี่ครั้งแรกเลยนะที่แยกกันอยู่คนละประเทศแบบนี้” คนฟังเลิกคิ้ว 

“เหรอ ไม่รู้สึกเลยนะเนี่ย  ฉันเห็นที่เหลืออยู่ก็ยังล้นเวทีอยู่ดี” 



พูดแค่นั้นแล้วนางพญาคนงามก็เบือนหน้ากลับมามองตรงเช่นเดิม  นั่งกอดอกพิงกำแพง กระดิกเท้าจึกๆรอเวลาขึ้นแสดงอยู่เงียบๆ ไม่สนใจเสียงแก้ตัวงี่เง่าของลีดเดอร์เจ้าปัญหาอีกต่อไป


นี่เป็นการคัมแบ็คบนเวทีอย่างเต็มตัวครั้งแรกของเขาหลังจากที่ต้องพักฟื้นไปนานหลายเดือน  


ไลฟ์โรกุกอในชื่อยูนิตย่อยซูเปอร์จูเนียร์ที


มันก็น่าตื่นเต้นอยู่หรอกนะ ถ้า...



ปัง!



“พี่อีทึกผมมาเชียร์แล้วนะ!!” 



ประตูห้องพักศิลปินเปิดออกกว้าง น้ำเสียงห้าวดังมาก่อนที่วินาทีถัดไป เจ้าของเสียงในชุดเสื้อเชิ้ตสีนวลเรียบกริบกับกางเกงยีนส์ยี่ห้อดังจะเอาหน้าหล่อๆโผล่ตามมาพร้อมกับดอกไม้ช่อใหญ่ประณีตที่ดูปราดเดียวก็พอจะคาดเดาได้ถึงราคาอันสูงลิบในอ้อมแขน



“ซีวอน  มาได้ยังไงเนี่ย” ได้ยินเสียงปาร์คจองซูอุทาน



ชเวซีวอนผู้ร่ำรวยฉีกยิ้มส่งสายตาพราวระยับแทนคำตอบแก่พี่ชายหน้าหวาน ก้าวยาวๆเข้ามาหาก่อนจะยื่นสิ่งที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งในมือให้ด้วยมาดเจ้าชายสุดเท่  ซึ่งในสายตาคนอีกคนที่ดูเหมือนจะกลายเป็นไม้ประดับห้องไปแล้วมันกลับดูลิเกสิ้นดี  


ฮีชอลหันไปทำหน้าเหม็นเบื่อใส่กำแพงห้องอีกด้านที่ไม่มีสองศรีพี่น้องกำลังนั่งโอภาปราศรัยกันอยู่  


ใช่ ชีวิตคัมแบ็คของซูเปอร์จูเนียร์ฮีชอลจะดีกว่านี้มากถ้าจะไม่มีใครบางคนมานั่งหน้าแป้นให้เกะกะขวางทางอารมณ์อยู่แบบนี้ นางพญาของวงปรายตามองคนที่ตั้งแต่มาถึงก็นั่งทำหน้าระรื่น ออดอ้อนออเซาะหัวหน้าวงอยู่อย่างหมั่นไส้ 


หึ พอเขาหายเจ็บปุ๊บก็รีบไปเอาหน้าปั๊บ มันน่าใส่ไฟจองซูซะจริงๆว่าไอ้หมอนี่น่ะ ตัวลวงโลกชัดๆ หรือจะแกล้งบอกจองซูว่ามันแกล้งฮีชอลดี  


หน้าตาส่อแววแปลกๆแบบไม่ค่อยหวังดีต่อมนุษย์โลกของคนเป็นเพื่อนทำให้คนที่กำลังเอาใจพ่อสิงโตตัวโตของวงอยู่ต้องเหลียวมามองด้วยความแปลกใจแกมเป็นห่วง อีทึกวางช่อดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ไว้ข้างตัวอย่างทะนุถนอมก่อนจะถามว่า



เป็นอะไรฮีชอล ทำหน้ายังกะไม่ได้ถ่ายท้องมาเป็นปี

เปล่า

ไม่สบายตรงไหนบอกฉันได้นะ อย่าฝืน

ก็อาจจะเป็นไปได้นะครับ ก็เขาเข้าเฝือกเดินไม่ได้มาตั้งนานนี่นา


 ฮีชอลตากระตุก แยกเขี้ยวกับคำพูดที่สอดขึ้นมาไม่ดูเวล่ำเวลาของคุณชายปากเสีย ชัดว่าตอนเรียนอนุบาลครูคงไม่ได้อบรมมันมาแน่


ยุ่ง

นายจะเอายาถ่ายพยาธิไหมไอ้ด๋อยนี่ก็ดันซื่อเชื่อไปกับเขาอีก 

ไม่ต้อง!ฉันไม่ได้เป็นอะไร หมั่นไส้ใครบางคนเฉยๆ



สายตาที่ถลึงใส่หน้าคนอายุน้อยที่สุดในที่นั้นทำให้ไม่ต้องเดากันให้เสียเวลาว่าใครบางคนที่ว่านั่นเป็นใคร ซีวอนแสยะยิ้ม 



อิจฉาล่ะสิที่ไม่มีคนนั่งด้วย

ใครจะไปอยากนั่งกับแก ตามมาโดยไม่มีใครต้องการแล้วก็อย่ามาทำปากมากได้ไหม ชเวซีวอน 

ก็อย่างนี้แหละ พวกคนแก่ขี้เหงา แต่พี่ต้องการผมใช่ไหมพี่อีทึก



ประโยคหลังสิงโตหัวฟูหันไปอ้อนเอากับหัวหน้าวงซึ่งก็ใจอ่อนเอามือลูบเรือนผมสีน้ำตาลฟูฟ่องอย่างอ่อนโยน  



“อืมๆ พี่ต้องการนายนะซีวอน”



“เราปล่อยพวกไม่มีใครต้องการไว้แถวนี้เถอะนะครับ”

“อย่ามากวนโมโหฉันนะไอ้เด็กบ้า” 



อีทึกร้องเฮ้ยกับกล่องกระดาษทิชชู่ที่ลอยลิ่วข้ามห้องมาเกือบโดนหัวแทนคำตอบ ตามด้วยของจิปาถะอีกหลายอย่าง ยกมือขึ้นปัดป้องพัลวัน



เฮ้ย ฮีชอล มันโดนฉันด้วยนะเว้ย ระวังดอกไม้

นายก็ลุกออกมาจากมันสิ

ขี้เหงา ขี้อิจฉาแล้วยังอารมณ์ร้ายเป็นยายแก่ด้วยคุณชายตระกูลชเวยังคงเติมเชื้อไฟไม่หยุดยั้งซึ่งก็ได้ผลเป็นที่ยิ่งเพราะผ้าคล้องไหล่ขนนกหลากสีที่เตรียมไว้สำหรับการแสดงปลิวว่อนตามมาเป็นลำดับถัดไป

ฉันเป็นผู้ชายโว้ย ไอ้เด็กเวร

เหรอ ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย



เกลียดมัน เกลียดมันสมัยก่อนแล้วพอมันรีแอเร้นจ์ตัวเองก็ยิ่งเกลียดขึ้นอีก ใครก็ได้เอาไอ้ม้านี่ไปเก็บให้พ้นตาเขาที 



แว่วเสียงหัวหน้าวงร้องเอะอะเมื่อหนึ่งในผ้าขนนกนั้นคล้องเข้ากับลำคอจนปิดหน้าปิดตาพอดี ทว่าชเวซีวอนยังปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน วัตถุใกล้ตัวถูกเร่งระดมเสบียงมากขึ้น ยิ่งเห็นมันหลบได้ ความอยากเอาชนะก็ยิ่งเพิ่มทวี ขอปาให้ถูกหัวไอ้เด็กเวรจังๆสักทีเถอะ แล้วเขาจะยอมเก็บกวาดห้องให้เลย กล่องกระดาษบรรจุเครื่องประดับที่ว่างเปล่าแล้วถูกยกขึ้นมาเล็งเป็นชิ้นสุดท้าย ฮีชอลตั้งอกตั้งใจเล็งเป้าหมายเต็มที่ แต่ทว่า 



ปึก!!!


เสียงวัตถุกระทบของแข็งก่อนจะกลิ้งโค่โร่ลงกับพื้น



เข้าเป้าตรงเป๊ะ...แต่...ผิดคน



ความวุ่นวายสงบลงโดยอัตโนมัติ คนหน้าสวยเบิกตาโต ก้มลงมองกล่องของในมือที่ยังคงนอนนิ่งอยู่ไม่ได้จากไปไหน 



เมื่อกี้ไม่ใช่เขานะ เขายังเล็งไม่เสร็จมันก็โดนไปแล้ว ของยังอยู่ในมืออยู่เลย แล้ว...ฮีชอลค่อยๆเหล่ไปทางผู้ร่วมเหตุการณ์อีกสองคนในห้อง 



อีทึกตัวเย็นเฉียบเมื่อเห็นหน้าคนที่เขาหลับหูหลับตาขว้างกล่องเปล่า อดีตอาวุธของคิมฮีชอลไปโดนเต็มๆ ชักอยากจะมุดกลับลงไปในผ้าขนนกฟูฟ่องอีกครั้ง  ก็เขาแค่จะปาส่งๆไปให้ฮีชอลสงบลงเท่านั้นถึงได้ปาไปอีกทางที่นางพญาไม่ได้ยืนอยู่ ไม่ได้มีเจตนาจะให้โดนใครเลย 



ใครจะไปนึกว่ามันจะเข้ามาตอนนี้วะ!!!



ที่กรอบประตูด้านหลังเยื้องกับคิมฮีชอลไปทางซ้ายปรากฏร่างคุ้นเคยของสมาชิกในวงยืนตระหง่าน หนุ่มหน้าหวานชักซีดขึ้นมานิดๆเมื่อมือใหญ่ยกขึ้นแตะๆตรงหน้าผากก่อนจะเอาลง เผยให้เห็นรอยแดงเด่นชัดจากการปาระดับเทพ ดวงตาสวยสบกับดวงตาเรียวเล็ก ซึ่งหรี่ลงด้วยความโกรธ 



เบื้องหลังร่างสูงใหญ่นั้น คือสต๊าฟสาวร่างเล็กที่มองเข้ามาในห้องตาโตด้วยตกใจกับสภาพราวกับเพิ่งผ่านศึกมาหมาดๆ



เล่นอะไรกันคะเนี่ย  ซีวอนก็อยู่ด้วย  ตายแล้ว เละเทะไปหมดเลย



แม้เนื้อความจะฟังรุนแรง ทว่าแววตาของคิมซองฮีกลับสั่นระริกด้วยความขำ สามหนุ่มต้นเรื่องสบตากันอย่างชั่งใจ ก่อนที่คนอายุมากสุดและเป็นผู้กระทำจะทำใจกล้าเป็นตัวแทนในการตอบคำถามว่า




คือ...เราเล่นปาของกันนิดหน่อยน่ะครับ พี่ซองฮี

 

 

 


TBC

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #1017 I have a pen (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 00:55
    รอนะค่าา
    #1,017
    0
  2. #1016 punpun3012 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 21:15
    ฉากปาของน่ารักมากเลยค่ะ ฮืออออออ5555555555555 รอนะคะ
    #1,016
    0