[Super Junior] :: Problem Child :: (SJ-KangTeuk feat. All members)

ตอนที่ 63 : Problem Child 21 #Reup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 183
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    2 เม.ย. 61

เสียงพูดคุยเอะอะโวยวายของลูกเจี๊ยบกับลูกปลาที่เถียงกันลั่นทำให้รยออุกหนวกหูจนต้องหนีขึ้นมาหลบข้างบน ครั้นจะกลับเข้าห้องก็เหม็นหน้าเด็กบางคน ไม่อยากจะไปมีเรื่องอีก รยออุกจึงเดินเลยห้องตัวเองมาจนหยุดหน้าห้องอีกห้อง

ห้องของซูเปอร์จูเนียร์คังอิน ชินดง และอึนฮยอก

คิมยองอุนยังไม่กลับบ้านพอๆกับที่อีฮยอกแจและชินดงฮีอยู่ข้างล่าง เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้นคนที่เคยอยู่ในฐานะมังเนจึงรวบรวมความกล้า ถือวิสาสะเข้าไปหลบอยู่ในห้องของรุ่นพี่ โดยกะไว้ในใจว่าคงใช้บริการไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ถ้าหากคยู ฮยอนยังไม่ออกมาเขาก็จะกลับเข้าไปไล่ที่บ้าง    

เด็กหนุ่มจรดปลายเท้าเข้าไปอย่างกล้าๆกลัวๆ

ห้องนอนนั้นใหญ่กว่าของรยออุกนิดหน่อย รูดม่านปิดสนิทจนมืดสลัวไปทั้งห้องผนวกกับไอเย็นเฉียบทำให้ขนลุกชัน อดีตรองน้องเล็กของวงไม่กล้าถึงขนาดนั่งที่เตียง จึงเลือกเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งมุมห้องเป็นที่สิงสถิต   

นี่เป็นครั้งแรกที่เขามีโอกาสได้เข้ามาในห้องนี้ แม้ตาชั่งยุติธรรมจะถ่วงให้รู้สึกผิดเล็กน้อยที่เข้ามาโดยไม่ได้ขออนุญาตแต่ความดื้อดึงในใจก็แก้ตัวแทนว่าเป็นเพราะเขาไม่มีห้องให้อยู่หรอก และก็ไม่ได้จะเข้ามาทำอะไรไม่ดี แค่มานั่งพักหูจากเสียงรบกวนเฉยๆ โดยเฉพาะเมื่อหนึ่งในคนสร้างความรำคาญของรยออุกคือเจ้าของห้องที่ชื่ออีฮยอกแจเอง

พี่ผิดเองนะพี่ฮยอกแจที่ส่งเสียงดังหนวกหูน่ะ ผมจะมาใช้ห้องพี่หลบเสียงพี่มันก็ถูกแล้ว

นักร้องตัวเล็กกวาดมองไปทั่วจนมาหยุดที่ของใกล้ตัวที่สุด โต๊ะไม้สีเข้มซึ่งมีข้าวของวางกองไว้ไม่น้อย แต่ก็ไม่รกรุงรังจนดูน่าเกลียด

ชินดง...

ชื่อชินดงที่สลักไว้กับโต๊ะทำให้เขารู้ว่าเจ้าของเป็นใคร รยออุกไม่สนิทสนมกับพี่คนนี้นัก และไม่คิดที่จะทำความรู้จักให้มากขึ้นกว่าเดิม

อันที่จริงเขาไม่เคยสนิทสนมกับใครเลย และมั่นใจว่าคนอื่นก็คงไม่มีใครผูกมิตรกันอย่างแน่นอน ยกเว้นพี่ชายตระกูลอีทั้งสามที่ดูจะเกาะติดกันจนน่าตกใจในระยะนี้ และพี่อีทึกหัวหน้าวงซึ่งพยายามจะตีสนิทกับทุกคน

รอยยิ้มเหยียดปรากฏบนใบหน้าเล็กโหนกแก้มสูง

น่าขำ...วงที่เขามีความจริงใจและเต็มใจมักไม่ได้รับการสนับสนุน แต่กับวงที่มีแต่เปลือกฉาบลวงตาพรางความอัปลักษณ์น่ารังเกียจเอาไว้ใต้ชื่อของมิตรภาพกลับมีผู้สนับสนุนมากมาย ดูอย่างซูเปอร์จูเนียร์ อย่างทงบังชินกิเป็นตัวอย่างนี่ไง เอลฟ์และแคสสิโอเปียแทบจะครองทั้งเกาหลี  

จริงอยู่ว่ารยออุกอดภาคภูมิใจในตัวเองนิดๆไม่ได้ในความรักที่ได้รับจากแฟนๆ ทว่าลึกลงไปแล้วเขาก็ยังมีแต่ความคิดเกลียดชัง ดิ้นรนอยากเปลี่ยนวง เปลี่ยนทุกอย่าง จากตอนแรกที่เกือบจะยอมรับสภาพของตัวเองได้ว่าลูกชายโปรดิวเซอร์ใหญ่กลับต้องมาอยู่โปรเจ็กต์เล็กๆอย่างซูจู เพราะถึงยังไงเขาก็ยังเป็นที่หนึ่ง แต่ในเมื่อน้องเล็กอีกคนก้าวเข้ามามันก็ไม่ใช่อีกต่อไป   

เสียงของเขาไม่ได้โดดเด่นที่สุดในวงอีก...รยออุกพาลเกลียดไปหมดแม้กระทั่งหัวหน้าวงที่แสนดี   

ดวงตาเรียวแลสำรวจก่อนจะสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างบนโต๊ะไม้ตัวเดิมที่มีชินดงฮีเป็นผู้ครอบครอง ไดอารี่ปกสีดำสกรีนลวดลายฉูดฉาดที่เจ้าของคงจะเขียนและลืมวางทิ้งไว้ออกไปอย่างรีบร้อนโดยไม่ได้ปิด มันถึงเปิดกว้างโชว์หน้ากระดาษมีลายเส้นและเต็มไปด้วยตัวหนังสือ อีกทั้งพี่ชินดงคงจะไม่คิดว่าจะมีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาเยือนถึงห้องส่วนตัว

ความอยากรู้ทำให้ผู้บุกรุกอดเหลือบตามองไม่ได้  สายตาที่ดีผิดคนธรรมดาทั่วไปทำให้เด็กหนุ่มเห็นสิ่งที่ถูกเขียนไว้ด้วยลายมือตวัดอ่านไม่ยากนัก จากความหนาทำให้รู้ว่ามันคงถูกเก็บบันทึกความทรงจำของเจ้าของมานานหลายปี และหน้าที่กางอยู่ก็ดันเป็นหน้าแรกๆ ไม่มีวันเดือนปีเขียนไว้ แต่เขาคิดว่าพอรู้ช่วงเวลา  

โดนเพื่อนล้อเรื่องหุ่น เลยจะไปออดิชั่นเอสเอ็ม คอยดูนะ ถ้าติดจะไปหัวเราะเยาะหน้าพวกมัน

ฉันทำได้ ทำได้ แต่ทำไมคนที่ติดคนอื่นๆถึงมองฉันแบบนั้น อ้วนแล้วมันผิดตรงไหน

ทรมาน ทำไมเต้นเท่าไหร่มันก็ไม่ผอมซักที ขณะที่เด็กฝึกหัดชื่อยองอุนมันลดได้หลายกิโลในไม่ถึงเดือน  

ข้อความไม่คาดคิดทำให้เขาเผลอหยิบมันขึ้นมาทั้งเล่ม

เกลียดสายตาพวกนั้น เกลียดจนอยากจะเดินเข้าไปชกหน้า

ชักจะทนไม่ไหวแล้วนะเว้ย แค่นี้ก็แย่พออยู่แล้วทำไมต้องมาอยู่รวมกับคนอีกตั้งสิบเอ็ดคน แกล้งกันใช่ไหม อยากให้คนอื่นยิ่งเห็นชัดใช่ไหมว่าชินดงฮีคนนี้มันอ้วนแค่ไหน ถึงต้องยัดคนมาตั้งเท่านี้

จะเดบิวต์มาทำไมในเมื่อไม่เคยมีท่อนให้ร้อง เวลาออกมาทีแฟนคลับไม่เคยสนใจ เออ ก็จะไม่สนใจพวกมันเหมือนกัน

...

เหนื่อย

...

ทุกหน้าที่พลิกผ่านแสดงถึงอารมณ์น้อยเนื้อต่ำใจที่คงกดเก็บไว้มานานของพี่ชายคนที่หกจนเขาอดรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเองยังโชคดีที่ไม่เคยถูกลืมเลือน ในเพลงมีพื้นที่สำหรับเขามากเกินกว่าหนึ่งท่อนเสมอ แต่สายใยผูกพันเบาบางนักก็ทำให้ความคิดยุติลงแค่นั้น รยออุกเปิดหน้าต่อไป   

พี่อีทึกล้ม ไม่รู้สิ ถึงจะรำคาญแต่ก็ไม่เคยคิดขนาดอยากให้สลบไปแบบนี้

ทำอะไรน่ะ!!! 

เฮือก

มือที่ถือของอยู่อ่อนจนเผลอปล่อยหนังสือลงไปกระแทกเท้าดังพลั่ก

เจ็บ

คนมีชนักติดหลังหันขวับไปทางต้นเสียง ประตูห้องเปิดอ้า แสงจากภายนอกสาดเห็นเงาคนที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูดูเป็นเงาทะมึน โครงร่างอ้วนใหญ่ทำให้เขารู้ดีว่าเป็นใคร สายตาแข็งกร้าวน่ากลัวมากเกินกว่ารยออุกจะกล้าจะก้มเก็บ เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่วราวกระซิบ 

พี่ชินดง  

ในใจเจ้าของชื่อเย็นเฉียบก่อนจะร้อนวูบวาบขึ้นมาเมื่อเห็นว่าอะไรที่อยู่แทบเท้าคนเป็นน้อง ชินดงฮีกัดริมฝีปาก ดวงตาวาวโรจน์พร้อมกับความโกรธเคืองที่ปะทุขึ้นมายิ่งกว่าลาวาแผดเผา

ทำเกินไปแล้ว กล้าดียังไง มันกล้าดียังไง

นายกล้าดียังไงคิมรยออุก!!!

สุดท้ายแล้วความคับแค้นก็ออกมาในรูปเสียงตะโกนดังราวฟ้าผ่า ชินดงเดินย่างสามขุมเข้าไปกระชากต้นแขนจนคนอายุน้อยกว่าเซแซ่ด

ฮะ แกกล้าดียังไงถึงเข้าห้องคนอื่นแถมยังเปิดของๆคนอื่นอ่านแบบนี้

ไม่มีความปราณีในการกระทำนั้น น้ำเสียงกรรโชกดังพอที่จะปลุกคนทั้งบ้านให้สนใจ พักเดียวปาร์คจองซูก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับสีหน้าตกใจ และคนอื่นๆก็ค่อยทยอยตามกันมาด้วยดวงหน้าเฉยชาไม่ยินดียินร้าย  

เรื่องแบบนี้ก็มีให้ดูอยู่ทุกวัน เพียงแต่วันนี้คู่แปลกหน่อยเท่านั้น

อะไรกันดงฮี” 

พี่ก็ดูมันสิ พูดพลางมือใหญ่ก็เขย่าร่างที่กำต้นแขนเอาไว้แน่นจนร่างนั้นแทบจะคลอนไปตามแรง ใบหน้าเล็กซีดเผือด พูดอะไรไม่ออกซักคำเดียว อีทึกมองตามแล้วขมวดคิ้ว

รยออุก เจ้าของชื่อไม่ตอบ

น้องทำไมดงฮี

ก็ถามมันสิ ถามสิว่าที่นี่ที่ไหน แล้วมันมาทำไม

......................

ถามมันสิว่าเข้ามาทำอะไรในห้องผม !!!!” ชินดงโกรธจัด ภาพสมุดในมือเด็กที่ไม่นับเป็นน้องยังจำได้ติดตา

......................  

เมื่อพอรู้เรื่องคร่าวๆแล้วสมาชิกทั้งหลายก็แยกย้ายกลับไปทำเรื่องของตัวเองเป็นปกติ ยกเว้นเจ้าของห้องอีกคนที่ยังอยู่ในบ้าน ฮยอกแจรั้งรออยู่ดูฉากต่อไปพร้อมกับเพื่อนอีกสองคน  สีหน้าคนทั้งสามไม่ได้โกรธแค้นตามพี่ชายตัวอ้วนไปด้วย  แต่ก็ไม่เข้าข้างอีกฝ่าย...ทำตัวเสมือนเป็นเพียงผู้ชมคนหนึ่ง 

ว่าไง นายเข้าไปทำอะไร รยออุก บอกพี่ได้ไหม คนกลางพยายามประนีประนอมทว่าจำเลยกลับก้มหน้านิ่ง น้องชายคนที่หกแค่นหัวเราะ ปล่อยมือออกเหมือนไม่อยากแตะต้องสิ่งสกปรก

คงไม่ต้องบอกแล้วมั้ง หลักฐานก็มีอยู่ทนโท่ เป็นยังไง แอบอ่านของๆคนอื่นน่ะสนุกมากไหม รู้สึกดีหรือเปล่า

ดงฮี ใจเย็นๆ อีทึกใช้น้ำเย็นเข้าลูบ

เปล่านะ ผม...

หน้า-ไม่-อาย คำพูดนั้นสกัดทุกอย่างให้กลับลงลำคอ

นายไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบเข้ามาในห้องนี้ด้วยซ้ำ คิมรยออุก คิดว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน

ผม...แค่จะมานั่งพักเฉยๆ  

ห้องตัวเองไม่มีหรือยังไง เหตุผลงี่เง่าคิดว่าฉันจะเชื่อเรอะ เถียงไม่ออกเมื่อมองย้อนในมุมกลับกัน เหตุผลของเขาก็ฟังไม่ขึ้นจริงๆ รยออุกยิ่งก้มหน้าต่ำ หน้าร้อนผ่าวเมื่อเห็นสายตาแปลกๆจากเจ้าของฉายากระต่าย ปลา และไก่ของวง

รยออุก นายเข้าไปทำไมกัน

ผมบอกแล้วไงพี่อีทึกว่าผมจะเข้ามานั่งเฉยๆ ข้างล่างมันหนวกหูพี่ทงเฮกับพี่อึนฮยอกเล่นเกมกัน

อ้าวๆ ไหงมาโบ้ยกันงั้นล่ะคิมรยออุก เมื่อถูกพาดพิงคราวนี้อีฮยอกแจก็ชักไม่ยอมอยู่เฉย พร้อมกับแรงสนับสนุนแข็งขันจากปลาตาโต

ก็มันที่ส่วนรวม พวกฉันมีสิทธิ ใครจะทำไม

ฮยอกแจทงเฮเงียบก่อน อีทึกกล่าวกับน้องตัวเล็กแล้วจึงหันมาหาน้องตัวเล็กกว่าอีกครั้ง

แล้วทำไมต้องห้องนี้ ห้องนายล่ะรยออุก

..........................

ใครจะกล้าตอบให้เสียศักดิ์ศรีว่าไม่อยากเข้าไปเพราะมีน้องชายที่ไม่อยากเจอหน้าอยู่กัน รยออุกเลือกปิดปากเงียบทำให้สถานการณ์ของตัวเองยิ่งแย่หนักกว่าเก่า

ถ้านายไม่บอกมาตามตรงพี่ก็หาทางช่วยนายไม่ได้นะ

เหอะ ถึงบอกมามันก็ยังต้องโดนสั่งสอนอยู่ดี

ดงฮี พี่ชายคนโตอุทานตกใจ ศาลเตี้ยมาอีกคนแล้วใช่ไหมในบ้านนอกจากน้องชายหน้าหมี

มันไม่จบง่ายๆหรอกนะคิมรยออุก ชินดงฮีเค้นเสียงต่ำคุกคามอีกครั้ง

ผม... รยออุกหน้าซีดยิ่งกว่าเดิมไม่คิดเลยว่าแค่การที่เขาอยากหาที่นั่งพักสงบๆจะกลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ และถ้าเขาจะระงับความอยากรู้อยากเห็นบ้าๆ ไม่หยิบมันขึ้นมา  

เรื่องก็จะไม่เกิด   

รยออุกร้ายจริงสำหรับคนที่เกลียดชัง  แต่กับชินดงฮีที่ไม่เคยมาระรานอะไรเขา  รวมทั้งความรู้ใหม่ที่ติดมาพร้อมกับสมุดไดอารี่เล่มนั้นทำให้เขาได้แต่เงียบ

ฉันกับนายไม่เคยมีปัญหากัน แต่เรื่องนี้ฉันคงยอมไม่ได้

นอกจากความโกรธที่ความเป็นส่วนตัวถูกรุกล้ำ ชินดงยังโกรธไปถึงเนื้อหาข้อความภายในเช่นกัน มันไม่ใช่เรื่องสมควรที่จะเปิดเผยต่อสมาชิกในวงไม่ว่าจะใครก็ตาม จุดเปราะบางของเขาไม่ใช่เรื่องตลกที่จะให้ใครเอามาล้อ และเขาก็ไม่เคยต้องการความสงสารเห็นใจ ซึ่งสีหน้าแบบนั้นของน้องชายคนที่สิบเอ็ดก็ทำให้เขารู้ว่ามันได้เป็นไปแล้ว   

ชินดงซ่อนความรู้สึกอับอายไว้ภายใต้ความโกรธเคือง การต้องมาอยู่ร่วมกับคนสิบสองคนที่รูปร่างหน้าตาเป็นต่อรวมถึงยังหาความจริงใจไม่ได้ก่อให้เกิดความเครียดมากกว่าที่ใครจะคิดถึง จะทำอะไรต้องระวังตัวทุกฝีก้าว ฟาดฟันกันแทบเป็นแทบตาย เขามีเพียงสมุดเล่มนี้เท่านั้นที่เป็นเพื่อน เป็นครอบครัว เป็นสิ่งที่ให้ระบายในความทุกข์ใจ

ไดอารี่ที่เป็นของเขาแต่เพียงคนเดียว สิ่งเดียวที่ทำให้เขายังอดทนท่ามกลางความเหนื่อยล้า

ของๆแกเองไม่มีหรือไงถึงต้องมายุ่งกับคนอื่น

........................ อาการปากหนักและทิฐิทำให้หนุ่มร่างเล็กไม่มีคำขอโทษหลุดออกมาจากปาก ถึงแม้ว่าในใจจะรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ก็ตาม

รยออุก เสียงของพี่ชายคนโตดังขึ้น ขอโทษพี่เขาเสียสิ บอกว่านายไม่ได้ตั้งใจ เรื่องมันจะได้จบ”   

มันไม่เต็มใจก็อย่าให้มันพูด เพราะผมก็ไม่เต็มใจรับเหมือนกัน คนอ้วนที่สุดปรายสายตาใส่

พี่ก็ดีแต่เข้าข้างมันนั่นแหละ ลองเป็นตัวเองสิ ถ้าของๆตัวเองโดนแอบอ่านบ้างพี่จะชอบไหม ปรบมือดีใจกอดรับขวัญเลยล่ะสิ

คำพูดตวัดทำให้อีทึกสะอึก เสี้ยววินาทีสบสายตาเจ็บปวดของน้องชายคนที่หกและก็เข้าใจ มันอาจไม่ได้มีค่ามากมายในด้านวัตถุ แต่ละเอียดอ่อนนักในใจชินดงฮี ปาร์คจองซูอยากจะให้เรื่องจบโดยละเลยความรู้สึกของฝ่ายโจทก์ไปมากพอสมควร ถ้าเป็นเขา...เขาก็คงไม่พอใจเหมือนกัน   

เอาล่ะ พี่เข้าใจนายนะดงฮี เสียงพูดอ่อนลงตามความรู้สึกทว่าอีกฝ่ายกรีดเสียงก้อง

เข้าใจงั้นเหรอ เข้าใจอะไรล่ะ มันอ่านไปแล้วพี่ได้ยินไหม พี่จะมาเข้าใจอะไร

เข้าใจว่านายไม่ชอบไง แต่มันทำอะไรไม่ได้แล้ว ขอซักครั้งนะดงฮี พี่แน่ใจว่ารยออุกจะไม่ทำอีก

ผมก็ไม่คิดจะให้มันมีโอกาสเป็นครั้งที่สองหรอก สายตาคมปรายมองหมิ่น ที่ผมกล้าทิ้งไว้เพราะรู้ว่าพี่คังอินกับอึนฮยอกมันถึงจะเป็นยังไงก็ยังมีมารยาทพอที่จะไม่ยุ่ง ไม่นึกเลยว่าจะมีคนที่กล้ากว่าเข้ามา”  

ผม...ขอโทษ

ถ้อยคำประนามหยามเหยียดทำให้รยออุกทนต่อไปไม่ไหว หลุดออกมาเสียงแผ่วเบา เขาเอาแต่ใจแต่ไม่ใช่จะไม่รู้ผิดถูกชั่วดี เด็กหนุ่มรู้ว่าคราวนี้ตนเองผิดเต็มเปา แถมสิ่งที่อยู่ในไดอารี่ก็ทำให้เขาเกิดความรู้สึกไม่อยากต่อปากต่อคำกับพี่ชายตัวอ้วนอีก

ผมขอโทษพี่ชินดง คนทำหน้าที่ตัวกลางยิ้ม

เห็นมั้ย น้องขอโทษแล้ว นายเองก็ลืมๆมันไปเถอะนะ พี่เชื่อว่ารยออุกจะรักษาความลับ และมันก็จะยังเป็นเรื่องส่วนตัวของนาย ชินดงส่ายหน้า ก้มลงหยิบไดอารี่ของตนขึ้นมาถือไว้อย่างทะนุถนอม

มันล้ำเส้นมากเกินไป ผมไม่ยกโทษให้หรอก แต่เห็นแก่พี่ที่...เป็นเดือดเป็นร้อนแทนมันนักหนา ผมไม่ทำอะไรก็ได้

ดวงตานั้นยังมาดร้ายจนอีทึกกลัวแทน

ต่อไปนายอย่ามาเข้าใกล้ฉันและห้องส่วนตัวของฉันเกินหนึ่งเมตรอีกนะคิมรยออุก ไม่งั้น...เป็นเรื่อง ผมจะออกไปข้างนอกนะ ไม่กินข้าวเย็น ในนี้อากาศมันสกปรก

พูดเสียงเย็นก่อนจะกระแทกไหล่เล็กเดินสวนออกไปที่ประตู

ดงฮี น้องขอโทษนายแล้วนะ ในฐานะพี่ ให้อภัยซักครั้งไม่ได้เลยหรือไง

เสียงของพี่อีทึกที่อ้อนวอนแทนเขาทำให้รยออุกยิ่งวางหน้าไม่ถูก อยากที่จะมุดดินหายตัวไปจากโลกเสียตั้งแต่ตอนนั้น ชายหนุ่มร่างใหญ่เหยียดรอยยิ้มและพูดด้วยประโยคที่ทำให้เขาถึงกับหน้าชา น้ำตาแทบร่วง   

กองเอาไว้ตรงนั้นแหละ

 

 

วีรกรรมของน้องชายคนที่สิบเอ็ดกลายเป็นที่รับรู้กันไปทั้งบ้าน รยออุกทนไม่ได้กับสายตาประหลาดที่ทั้งเกิดจากเขาคิดไปเองและเกิดขึ้นจริงของสมาชิกในวงจนเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง คยูฮยอนเองก็เบื่อที่จะเจอหน้าคู่อริทั้งวันทั้งคืนเลยหลบหายออกไปนอกบ้านบ้าง ฮีชอลพักผ่อน  รวมกับอีกหลายหน่อที่หายตัวไปไม่บอกกล่าว อาหารเย็นในวันนี้จึงเหลือเพียงอีทึกกับน้องอีกสามคน...จากตระกูลอี  

คนทำกับข้าวไม่อยู่ซะแล้ว รามยอนไปละกันนะซองมิน ทงเฮ ฮยอกแจ อีทึกพูดเสียงแห้ง

ปกติรยออุกจะรับหน้าที่คนทำอาหารสลับเวรกับฮันกยองและซองมิน กระต่ายน้อยมองท่าทางนั้นของพี่ชายแล้วจึงเอ่ยออกมาอย่างเสียมิได้

ผมทำให้ก็ได้พี่อีทึก แต่รอหน่อยนะ

แน่ใจว่าฉันกับฮยอกแจจะไม่ท้องเสีย  

ใครทำให้นายกินอยู่ทุกวันฮะ เนรคุณ ซองมินยื่นหน้าไปพูดใส่เพื่อนอีกคนก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไปที่ห้องครัว พักเดียวเมื่อทงเฮกับฮยอกแจยังนิ่งเฉยก็มีเสียงแหวกอากาศตามมาเป็นตัวเร่ง

จะกินก็หัดมาช่วยเหลือกันซะบ้าง ไม่งั้นก็อย่ากิน

อีทึกขยับตัวเตรียมจะลุกบ้างทว่าทงเฮพูดเรียบๆ

ไม่ต้องหรอกพี่ เราทำกันสามคนได้

สุดท้ายหัวหน้าวงก็เป็นคนเดียวที่ไม่มีงานทำ เขานั่งฟังเสียงโต้ตอบแว่วๆที่ฟังดูสนุกสนานพร้อมกับกลิ่นหอมเริ่มโชยก่อนจะยิ้มบางๆ ก็ดีแล้วนี่นา น้องดีกันได้ เข้ากันได้ก็ดีแล้ว...ถึงในกลุ่มนั้นจะไม่มีพี่ชายคนนี้อยู่ด้วยก็ไม่เห็นเป็นไร ท่าทางสนุกสนานระหว่างรับประทานของน้องชายทั้งสามทำให้อีทึกนั่งมองเงียบๆ มีความสุขแต่ก็ไม่มีอารมณ์อยากกินขนาดนั้นจนฮยอกแจเอ่ยถาม

พี่ไม่กินเหรอ

พวกนายกินเถอะ พี่อิ่มแล้ว

แน่นะ กินไปนิดเดียวเอง ไม่อร่อยเหรอ ซองมินถามบ้าง อีทึกส่ายหน้า

อร่อย แต่อิ่มแล้วจริงๆ เมื่อยืนยันแบบนั้นซองมินก็ไม่เซ้าซี้อีก

นางฟ้าของวงทนนั่งอยู่ในกลุ่มที่ไม่มีเขาได้อีกพักเดียวก็ขอตัวลุกออกมาโดยอ้างว่าจะไปดูรยออุก บ้านในวันนี้แลดูเหงาๆประหลาด ไม่ใช่ว่ามันแย่ลง กลับกัน มันดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้อยความสัมพันธ์ฉันเพื่อนระหว่างอีซองมิน อีทงเฮและตอนนี้ยังมีอีฮยอกแจเข้ามาร่วมด้วยก็เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี

ทว่าเหมือนกับจิ๊กซอว์ที่แตก

ในตอนแรกเมื่อทุกตัวยังไม่ต่อ ความมากมายหลายชิ้นทำให้ช่องว่างมีไม่เยอะนัก แต่เมื่อเริ่มจับบางส่วนเข้ารูปเข้ารอยได้ ระยะห่างระหว่างกลุ่มมันกลับเพิ่มขึ้นเพราะมีพื้นที่มากขึ้นในการต่อ

ปาร์คจองซูกำลังรู้สึกเช่นนั้นกับวงของตัวเอง

บางทีเขาอาจจะเป็นโรคติดน้องชาย แต่ก่อนน้องไม่มีใครนอกจากตัวของตัวเองเขาก็ไม่คิด แต่เมื่อน้องเริ่มมีกลุ่ม  มีสังคมที่ไม่มีเขาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยมันถึงเพิ่งแสดงออกมา นิสัยแย่ๆที่เขาก็ไม่เคยรู้ว่าตัวเองจะมี  คิดแล้วก็อยากทุบหัวตัวเองนัก เขานี่ใช้ไม่ได้จริงๆ ได้คืบแล้วจะเอาศอก ไม่เคยรู้จักพอ

ก่นด่าตัวเองในใจเมื่อเดินขึ้นไปข้างบนแล้วก็ต้องยืนคว้างไม่รู้จะไปทางไหน จากประสบการณ์สอนชายหนุ่มว่าไม่ควรเข้าไปหารยออุกในตอนนี้ น้องกำลังต้องการเวลาที่จะอยู่กับตัวเองคิดอะไรเงียบๆ ห้องคนอื่น...เรื่องของรยออุกก็ทำให้อีทึกเข็ดเกินกว่าจะเข้าไป  ห้องของตัวเองฮีชอลก็กำลังพักผ่อน   

คนได้รับสมญานางฟ้าหัวเราะเบาๆเมื่อชักจะเข้าใจความรู้สึกของคิมรยออุกที่จะกลับลงไปก็ไม่ได้แต่ด้านหน้าก็ไม่มีที่จะให้เข้าไป

กลายเป็นโฮมเลสในบ้านของตัวเองไปซะแล้ว แต่คราวนี้เขาคงไม่เลือกทางเดียวกันกับน้องชายคนที่สิบสอง

 

 

เสียงดนตรีดังสนั่นจนก้องเข้าไปในอก กลิ่นควันบุหรี่และกลิ่นฉุนของน้ำหอมปะปนผสมผสานทำให้ชายชุดขาวย่นจมูก ดึงหมวกแก็ปสีเดียวกับเสื้อลงมาปิดหน้ามากขึ้น ก้มหน้าก้มตาเดินดุ่มๆเข้าไปจนหาที่ว่างได้ที่หนึ่ง มุมนั้นทำเลดีพอสมควรสำหรับคนที่เปิดเผยตัวไม่ได้อย่างเขา

ก็รู้ว่ามันไม่สมควร อย่าว่าแต่มาที่นี่เลย แม้แต่การออกมาเดินเล่นเพ่นพ่านข้างนอกก็ยังไม่ดี แต่ ณ ช่วงเวลานั้น อีทึกนึกสถานที่อื่นไม่ออกที่จะทำให้เขารู้สึกว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว     

สายตาของชินดงฮีทำให้ใจกระตุกวาบ

อีทึกเริ่มคิดเป็นครั้งแรกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาได้ทำร้ายจิตใจใครไปบ้างหรือเปล่ากับความไม่อยากมีเรื่อง คิดแต่จะประนีประนอม โดยลืมคำนึงถึงจิตใจของฝ่ายสูญเสีย สิ่งที่เพิ่งได้เรียนรู้ทำให้ชายหนุ่มเริ่มกลัวที่จะเข้าไปวุ่นวายกับน้องเหมือนเก่าเพราะไม่มั่นใจว่าคนเหล่านั้นจะต้องการ และเมื่อไม่มีเจ้าตัวยุ่งทั้งสิบสองมาให้จัดการ ที่คงเหลืออยู่เคียงข้างปาร์คจองซูในเวลานี้...ก็คือความเดียวดาย

มือขวาประคองแก้วคอกเทลสีสวยไว้ จิบเป็นระยะ ขณะที่มือซ้ายก็เท้าคาง เหม่อมองวิถีชีวิตของวัยรุ่นตรงหน้า อิสระรายล้อมคนพวกนี้แบบที่เขาไม่มีวันจะทำได้ 

จะมีใครรู้สึกถึงความเหงาแบบที่เขากำลังเป็นบ้างไหม...?

 

 

คังอินร้อนใจแทบบ้าเมื่ออยู่ดีๆผู้จัดการที่ไม่เคยรู้ว่ามีเบอร์โทรศัพท์เขาอยู่ด้วยก็โทรมาถามหาตอนตีหนึ่งว่าหาหัวหน้าวงเจอไหม ความคิดแรกที่บังเกิดคืองงงวย...ก็ปาร์คจองซูกลับไปบ้านพร้อมกับทุกคน แล้วจะหายไปไหนได้

เขาหายไปตอนเย็น มือถือไม่ได้ปิดแต่โทรไปไม่รับ นายพอจะนึกออกบ้างไหมว่าไปไหน ซึงฮวานกล่าว

เรื่องของรยออุกถูกถ่ายทอดให้คังอินรู้คร่าวๆแต่ก็ยังไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องหายตัวไปตรงไหน  สักพักสายก็ถูกโอนให้อีทงเฮมาพูดแทน

ว่าไง เกิดอะไรขึ้น

พี่เขานั่งกินข้าวกับพวกผมอยู่ดีๆแล้วก็บอกว่าอิ่ม ขอตัวขึ้นไปข้างบน เราก็อือเพราะไม่มีอะไรแปลกเลยแล้วก็ไม่ได้คิดจะไปตาม อยู่ในห้อง นึกว่าพี่เขาก็อยู่ห้องเขา เที่ยงคืนกว่านั่นแหละพี่ฮีชอลถึงมาเคาะปลุกถามว่าเห็นพี่อีทึกบ้างไหม

แล้วทำไมคิมฮีชอลเพิ่งมาบอกตอนนั้น

พี่ฮีชอลไม่สบาย กินยาแล้วหลับยาว เพิ่งตื่นมารู้

แสดงว่าเขาต้องหายไปตั้งแต่เย็น แล้วทำไมพวกนายไม่เห็น

พี่ก็รู้ว่าทางจากบันไดถึงประตูหน้าบ้านไม่ต้องผ่านห้องกินข้าว เสียงทงเฮเริ่มไม่พอใจเมื่อคังอินชักจะมีกระแสจับผิด ชายหนุ่มจึงลดระดับน้ำเสียงตัวเองลง

แล้วคนอื่นอยู่กันครบไหม

ทุกคนกลับมาบ้านแล้ว ยกเว้นซีวอนอยู่บ้านตัวเองเลยไม่ได้โทรบอก แล้วก็พี่ที่อยู่ข้างนอก

บางทีจองซูอาจจะไปเที่ยวก็ได้ พูดทั้งๆที่รู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ ปาร์คจองซูแก่ที่สุดแต่อนามัยจัดที่สุดในวง รวมถึงเรื่องความควรไม่ควรก็ยับยั้งคนร่างบางไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้มาโดยตลอด

เราไม่รู้ สายถูกเปลี่ยนกลับอีกครั้ง

นายจะกลับมาไหมคังอิน

ถ้าหากเป็นคนอื่นอย่างเช่นคยูฮยอนหรือฮีชอลเขาจะไม่ห่วง ไม่สิ ไม่คิดมากและไม่สนใจอะไรเลย แต่นี่คือคนที่มั่นใจว่าไม่มีทางจะออกไปไหนได้

คังอินตอบเสียงเรียบขณะที่ภายในพลุ่งพล่าน

คงไม่ ผมหาจากข้างนอกง่ายกว่า

นายจะไปหาที่ไหน

ไม่รู้เหมือนกัน แต่จะลองดู แค่นี้นะ พูดจบก็ตัดสายฉึบ ไม่ฟังการคร่ำครวญพูดมากของผู้จัดการวงตัวเองอีก คนที่ต้องมารับรู้เรื่องวุ่นวายตอนตีหนึ่งเดาะโทรศัพท์ในมือ เค้นหัวสมองสุดกำลังว่าควรจะตามตัวหัวหน้าวงจอมยุ่งของเขาได้ที่ไหน คังอินเริ่มวาดแผนการตามหาของเขาคร่าวๆในใจโดยไม่ทันได้สำรวจตัวเองว่าทำไม...ถึงต้องเป็นเดือดเป็นร้อน

ทั้งๆที่แต่ก่อนต่อให้ร้องไห้หรือล้มลงต่อหน้าคิมยองอุนก็คงจะไม่แล

หายไปไหนของนายกันนะ จองซู

หาไม่เจอ ไปที่ไหนๆก็ไม่เจอ

คิมยองอุนตัดสินใจกลับบ้านทั้งๆที่ในจิตใจร้อนรุ่ม ไม่มีวี่แววของหัวหน้าวงที่ไหนเลย เขาพยายามโทรหาตามเบอร์ที่น่าจะเป็นไปได้ทุกทางก็ไร้ผล  ไม่มีใครเห็นปาร์คจองซู  ร่างสูงใหญ่เดินช้าๆด้วยความเหน็ดเหนื่อยไปตามถนนสายเล็ก สองข้างทางคือรั้วทรงโปร่งและถัดไปอีกไม่กี่หลังก็เป็นบ้านของพวกเขา แสงไฟจากเสาไฟฟ้าส่องให้เห็นทางเบื้องหน้าไม่ไกลนัก จุดขาวๆเล็กๆที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างหน้าทำให้ชายหนุ่มหรี่ตา รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก คังอินเร่งฝีเท้าจนเข้าไปใกล้พอที่จะเห็นรูปลักษณะของสิ่งนั้นเต็มตา

คน...คนในชุดเฟอร์กันหนาวสีขาว สีขาวที่มีคนเดียวที่จะแต่งตัวแบบนี้

หัวใจเต้นแรงด้วยความยินดีก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นโกรธ สายตาคมวาวโรจน์ เดินเกือบจะเป็นวิ่งไปที่จุดหมายด้านหน้า

 

 

ปวดท้อง...อยากจะอาเจียน  

ร่างโปร่งบางจนยากที่จะเชื่อว่าเป็นผู้ชายเดินเซไปเซมาไปจนถึงประตูรั้วที่คุ้นเคย ความมืดทึบเพราะมีไม้เลื้อยขึ้นเกี่ยวพันรอบรั้วบดบังภายในเป็นสิ่งที่แสดงชัดว่านี่คือบ้านพักของสมาชิกวงซูเปอร์จูเนียร์ อีทึกออกจากผับมาตอนตีหนึ่งกว่า เดินเบลอๆมาเรื่อยๆจนไม่แน่ใจตัวเองว่ากลับมาถูกได้ยังไง

เป็นครั้งแรกที่เขาเมาหัวราน้ำขนาดนี้ 

อาการปวดมวนในท้องไม่หายไม่ง่ายๆ อาจจะเพราะห่างหายจากเรื่องแบบนี้  ไม่สิ ไม่เคยทำแบบนี้เลย  การโดนแอลกอฮอล์มากมายหลายชนิดสาดใส่กระเพาะไปพร้อมๆกันในคืนเดียวจึงทำให้เขาทรมานเกินที่จะกล่าว อากาศหนาวเกือบติดลบพร้อมกับหิมะปุยว่อนทำให้มือขาวยิ่งซีดจนจะเขียว  ริมฝีปากสั่นสะท้าน  แต่ในข้อเสียก็ยังมีข้อดี  อีทึกลืมเรื่องราววุ่นวายใจไปได้ชั่วขณะเมื่อต้องมากังวลกับสภาพทุลักทุเลของตนเอง  เดินปัดเป๋ไปได้อีกก้าวสองก้าวก็รู้สึกได้ว่ามีแรงกระชากรุนแรงจากด้านหลัง เขาปล่อยตัวตามสภาพื  เซไปปะทะอกอีกฝ่ายง่ายดาย

นายหายไปไหนมา ปาร์คจองซู

น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบจนถ้าหากเป็นจองซูภาคปกติคงขาสั่นตัวสั่นไปแล้ว แต่เมื่อเป็นปาร์คจองซูคนนี้ นัยน์ตาสีน้ำตาลปรือมองคนที่ถือวิสาสะจับตัวเขาไว้แน่น ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลา เรือนร่างสูงใหญ่รวมถึงสัมผัสรุนแรงทว่ามั่นคง

คุ้นๆ...เอ...คุ้นๆ

นายเป็นใคร

นี่ไปเมามาใช่ไหม กลิ่นเหล้าหึ่งแทนคำตอบได้เป็นอย่างดีทำให้คนถามต้องกัดฟันกรอด แทบจะพองตัวออกคร่อมหัวคนตรงหน้า

ฉันรู้จักนายแน่ๆเลย เสียงแบบนี้  

ปาร์คจองซู

ร่างเล็กถูกเขย่าจนหัวสั่นคลอน แต่ฤทธิ์แอลกอฮอล์ในสายเลือดก็ยังสูงเกินกว่าสติสัมปชัญญะ อีทึกยิ้มหวานทั้งที่รู้สึกว่าของในท้องกำลังจะขย้อนออกมา

อืม ฉันชื่อจองซู

อย่ามาเล่นแบบนี้นะ เสียงนั้นคุกคามยิ่งขึ้นไปอีก บ่งบอกถึงสัญญาณอันตราย

นายเป็นใครเหรอ

นาย...ความอดทนฉันมีไม่มาก

เรารู้จักกันใช่ไหม นายเสื้อเย็น แต่ตัว...อุ่น...จัง นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่คนหน้าหวานมีโอกาสได้พูดเมื่อถัดจากนั้น  เรือนร่างเพรียวก็ล้มวูบลงไปกับแขนแกร่งที่ยื่นออกกันไว้ไม่ให้ล้มหัวฟาดพื้นได้ทันเวลาพอดี

ปาร์ค-จอง-ซู

ข่มตานับหนึ่งถึงสิบในใจ ก่อนจะเค้นเสียงออกมาอย่างสุดจะทน ดวงตานักร้องหนุ่มยามนี้ยิ่งกว่าสัตว์ร้าย แทบจะเผาผลาญหัวหน้าวงให้แหลกเป็นจุล  

ใช้สมองส่วนไหนคิดนะถึงได้ไปปล่อยตัวจนเละเทะขนาดนี้ ถ้าไปหนาวตายกลางทางจะทำยังไง  ถ้าคนจับได้ขึ้นมาจะทำยังไง ถ้าคนมันคิดไม่ดีล่ะ ตัวแค่นี้ หน้าตาแบบนี้รู้บ้างหรือเปล่าว่ามันล่อลวงคนเขาได้ขนาดไหน คังอินไม่อยากจะนึกต่อถ้าหากว่ามันเป็นความจริงขึ้นมา จิตใจแข็งแกร่งกระด้างกระตุกวาบเพียงแค่คิดว่าจะมีมืออื่นมาแตะต้องร่างโปร่งเพรียวนี่นอกจากเขา

แตะต้องในทางไม่ดี

ฉันจะเก็บนายไว้ไม่ให้ออกจากบ้านไปไหนอีกเลยนอกจากบริษัทและที่ทำงาน คอยดูละกัน

ร่างใหญ่กระซิบที่ริมหูบอบบาง แฝงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของมากขึ้นไปทุกที ออกแรงนิดเดียวคนที่สลบไสลไม่ได้สติไปก็ขึ้นไปพาดตัวงอพับอยู่บนไหล่กว้างข้างหนึ่ง ไม่ใช่ว่าเบาเหมือนผู้หญิง แต่ปาร์คจองซูก็เบาเกินกว่าจะเป็นผู้ชาย ร่างกายเปราะบางนั้นยิ่งดูเล็กเมื่ออยู่ในชุดสีขาวทั้งตัว

คนเป็นน้องแต่กลับต้องมาดูแลพี่ออกเดินอีกครั้ง ย่ำหนักๆเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงจุดหมาย ชายหนุ่มหยุดยืน ใช้มือข้างที่ว่างอยู่กดกริ่งซึ่งจะไม่ดังนอกบ้านให้เป็นที่หนวกหูผู้คนแต่จะดังเฉพาะในตัวบ้านซึ่งเป็นห้องเก็บเสียง สักพัก เด็กหนุ่มคนหนึ่งในชุดนอนก็วิ่งกระหืดกระหอบออกมาที่รั้ว ดวงตาของอีฮยอกแจเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่บนไหล่พี่ชาย   

พี่อีทึก? ทำไมเป็นแบบนี้

คังอินไม่ตอบแต่ออกคำสั่งเสียงเย็นแทน

เปิดประตูที  

 

 

ในอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น เขารู้สึกได้ว่ามีสัมผัสอุ่นสาก ชื้นนิดๆลากไล้ผ่านไปตามลำตัวจนทั่ว ขับไล่ความเหนียวเหนอะหนะไม่สบายออกไป อีทึกครางเบาๆอย่างพึงใจ เอาหน้าแนบซุกหมอนนุ่มให้มากยิ่งขึ้น ปากพึมพำเรียกหาคนคุ้นเคย

แม่เหรอครับ มือขาวไขว่คว้าเอาคนที่อยู่ใกล้ที่สุด ไม่นำพาแม้ว่า แม่จะมีท่าทางไม่เต็มใจ

แม่นอนกับผมนะ ผมจะอ้วก กินเหล้าไปเยอะมากเลย มารดาผู้มีเรือนร่างหนา ใบหน้าดุทำหน้าเข้มขณะที่คนที่นอนอยู่เตียงข้างๆส่งรอยยิ้มเยาะมาให้

น้องๆทั้งหลายหลังจากทราบว่าพี่ชายกลับมาแล้ว ก็พยักหน้าพาเหรดกันกลับห้องตัวเองปิดประตูลงกลอนเรียบร้อยถือตนว่าหมดเรื่อง  เหลือคิมฮีชอลที่อยู่ห้องเดียวกัน คนสวยก็อ้างเหตุจากอาการบาดเจ็บว่าไม่มีปัญญาจะดูแลคนที่อายุไล่กัน สุดท้าย จะปล่อยทิ้งจมกองกลิ่นเหล้าตายอยู่ข้างล่างก็ดูใจร้ายเกินไป คิมยองอุนจึงต้องแบกร่างในชุดขาวขึ้นมาส่งถึงเตียงนอน แถมด้วยการเช็ดเนื้อเช็ดตัวเสร็จสรรพเนื่องจากฮีชอลปฏิเสธเด็ดขาดที่จะทำ   

แม่...

ตัวปัญหายังคงงอแงไม่เลิกจนเขาชักหงุดหงิด มือใหญ่จัดการรวบข้อมือที่เล็กกว่าเอาไว้ด้วยกันขณะพยายามดึงเอาเสื้อที่มีคราบเหล้าหกเละเทะอยู่เล็กน้อยออกจากตัวคนไม่ได้สติ

อยู่นิ่งๆเฉยๆจะได้ไหมนะ

ฮีชอลมองสภาพดูไม่จืดของสองสมาชิกตรงหน้าแล้วจึงพูดเจือหัวเราะ

ว่าไงคุณหม่ามี้ จะกอดปลอบหรือจะเขกหัวมันดีล่ะ กินเหล้าจนอยากจะอ้วกเนี่ย

ทั้งคังอินและเขาต่างรู้ดีว่าความเป็นอริระหว่างกันลดลง  แต่ก็ยังไม่หมดไปเสียทีเดียว จะออกมาในรูปถ้อยคำกัดเล็กน้อยให้พอแสบๆคันๆเสียมากกว่า

ถือเป็นรสชาติของชีวิต

อืม จองซูมันก็หุ่นดีใช่เล่นนะ ออกจากโรงพยาบาลแล้วค่อยดูมีเนื้อขึ้นหน่อย

หึ

ตอนนี้ปาร์คจองซูเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาวแทบจะกลืนไปกับผิวกายกระจ่าง แขนขาป่ายปะไปมาจนเห็นไปถึงไหนๆ และไอ้ท่านอนที่ไม่คิดจะเก็บอาการสักนิดเดียวก็ทำให้คังอินเริ่มเกิดความรู้สึกแปลกๆ

หรืออยากมากกว่ากอด

หุบปากไปเถอะ

เหมือนลูกดอกที่พุ่งปักตรงเข้าเป้า คนเป็นน้องขบกรามแน่น ปัดเอาความคิดซึ่งไม่ต่างไปจากที่คิมฮีชอลพูดนักออกจากใจในทันที

ความคิดแสนอันตรายที่ควบคุมไม่ได้

นี่ล่ะน้า

คิมฮีชอล นายจะหยุดไม่หยุด

นัยน์ตาที่เปล่งประกายวาบของรุ่นหน้าหน้าโฉดทำให้คนเริ่มต้นชักไม่กล้าเล่นมากเพราะสำเหนียกได้ว่าตัวประกันยังอยู่ในมือมัน  ดีไม่ดีคิมยองอุนจะเปลี่ยนจากผู้ช่วยเหลือมาเอาหมอนกดหน้าเพื่อนเขาตายแทนแล้วฮีชอลก็จะไม่มีรูมเมทให้โขกสับได้อีก

อะไร ล้อเล่นนิดหน่อยคิดเป็นจริงเป็นจังไปได้

............................

ไม่มีคำตอบนอกจากเสียงสูดลมหายใจลึก และมือที่ยังทำหน้าที่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้อีกคนต่อไปเท่านั้น หากความรุนแรงในการกระทำที่เพิ่มขึ้นทุกทีก็เล่นเอาคนปากดีชักหวาดๆ

นาย เบาๆหน่อยก็ได้ จองซูมันไม่ใช่ตุ๊กตายัดนุ่นนะ จับเอาๆ

ตอนฉันแบกมาก็ไม่เห็นเขาจะว่าอะไรนี่  ปวกเปียกเหมือนตุ๊กตายัดนุ่นไม่มีผิด

ไอ้...

ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่โยนภาระให้มันจัดการทั้งที่ความจริงเขาก็ขยับตัวได้ไม่ลำบากอีกต่อไปแล้ว ไอ้บ้านั่นแรงควายขนาดนี้เพื่อนร่วมรุ่นเขาจะบุบสลายไปเท่าไหร่แล้วนะ กระดูกยิ่งเล็กๆบางๆอยู่ด้วย  

นอนเงียบๆไปเถอะ ไม่งั้นก็ลุกขึ้นมาทำเอง อย่าพูดมาก

ไม่ใช่แค่แรงควายอย่างเดียว แต่มันน่ะเป็นควายด้วย ไอ้เวรเอ๊ย คิดว่าเขายอมอ่อนให้แล้วจะพูดอะไรก็ได้งั้นเรอะ ยังไงลำดับความอาวุโสมันก็ไม่ได้เปลี่ยนไปนะโว้ย  มันเป็นคนเกาหลีจริงหรือเปล่าเนี่ย

อยากจะด่าแต่ก็เกรงว่าเดี๋ยวเรื่องราวจะไปกันใหญ่โตเพราะเชื่อว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมนั่งให้เขากรีดวาจาใส่เฉยๆแน่ นี่ก็ตีสามกว่าเข้าไปแล้ว ใช้ความคิดอยู่พักใหญ่ฮีชอลก็ยักไหล่อย่างตัดใจ

ช่างเถอะ เจ็บนิดหน่อย โดนมากกว่านี้ตั้งเยอะยังทนได้ แค่นี้นางฟ้าอย่างหมอนั่นทนได้แหละ เขาจะได้ไม่ต้องใช้พลังงานไปกับเรื่องไร้สาระด้วย

            เอาเหอะ นายจะทำอะไรก็เรื่องของนาย ฉันจะนอนแล้ว ออกไปแล้วปิดไฟด้วยล่ะคิมยองอุน

.........................

หนุ่มร่างบางเม้มริมฝีปากกับอาการเฉยชาเหมือนคำพูดของเขาเป็นเพียงกล่องดนตรีประดับห้อง ข่มใจไม่ตอบโต้แล้วจึงล้มตัวลงนอนหันหน้าเข้าฝาผนัง ซึ่งหมายถึงหันหลังให้กับสองบุคคลที่ยังตกค้างอยู่ในห้องโดยสิ้นเชิง

             

 

 TBC

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น