[Super Junior] :: Problem Child :: (SJ-KangTeuk feat. All members)

ตอนที่ 62 : Problem Child 20 #Reup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    31 มี.ค. 61


Problem Child 20 #Reup



อารมณ์ดีๆยังคงล่องลอยเวียนวนอยู่ในบ้านซูเปอร์จูเนียร์ทั้งสิบสามคนไปจนเลยปีใหม่ อีทึกแสนจะโล่งอกเมื่อปี 2007 ที่มาถึงนี้เริ่มต้นด้วยถ้อยคำจิกกัดเพียงเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ ไม่มีรายการวิวาททำร้ายร่างกายจนเกือบจะเป็นเรื่องใหญ่แบบเมื่อต้นปีที่แล้วที่เอากันจนหัวร้างข้างแตก

มีใครรู้บ้างว่าคิบอมไปไหน

........................

เหล่าสมาชิกที่นอนเอกเขนกอยู่ในโลกของตัวเองไม่มีใครโงหัวขึ้นมาให้ความสนใจพี่ชายเลยซักคน เป็นเหตุให้คนหน้าสวยชักจะกรุ่นๆรับปีใหม่ขึ้นมาอีกไม่ได้ อยากจะเขกหัวมันซักคนละทีสองที หยิ่งนัก  

ถามก็ช่วยตอบหน่อย จะได้ไม่มากวนใจพวกนายนานๆไง

........................

อยากโดนเพิ่มชั่วโมงซ้อมแบบไม่ให้ตั้งตัวใช่ไหม พูดเสียงเย็น

ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้ก็เลยไม่ตอบไง จะเอาอะไรอีก

สุดท้ายน้องชายตัวขาวจั๊วะ เจ้าของฉายาไก่ที่คงจะกลัวโดนเพิ่มชั่วโมงบินจัดก็ต้องยอมเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าบูดบึ้งขัดเคือง    

ก็แค่นั้น ปล่อยให้ถามตั้งนาน

อีทึกเดินหนีสายตาขวางของหลายคนที่หันพรึ่บพลางลอบยิ้มในใจ เวลาจะทำตัวน่ารักก็น่าเอ็นดูกันได้ดีกว่าตอนทำท่ากวนประสาทก้าวร้าวตั้งเยอะ ก็แบบนี้น่ะ...มันเหมือนน้องชายจอมเกเรที่โยเยไม่เป็นเรื่องเป็นราวเท่านั้น ไม่ใช่เด็กหนุ่มกร้านโลกแววตาแข็งกร้าวอย่างที่ทุกคนพยายามแสดงออกมาเป็นเปลือกนอก

เอ...ว่าแต่...มันขาดๆ ขาดๆไป

นั่นสิ นอกจากคิมคิบอม แล้วลูกปลาน้อยฝาแฝดตัวติดกันของกระต่ายสีชมพูหายไปไหน  เมื่อกี้ไม่เห็น  

 

 

จดหมายปิดผนึกอย่างดีที่วางทอดนิ่งอยู่บนผ้าปูเตียงขาวสะอาด ชื่อที่อยู่ที่จ่าหน้ามาทำให้ดวงตาดำไหววูบ ใจหนึ่งอยากแสนอยากจะหยิบออกมาเปิดดู ซึมซับถ้อยคำแต่อีกใจหนึ่งก็หวาดกลัว ด้วยไม่รู้เนื้อความที่อยู่ภายใน

สมควรไหมที่จะเปิดออกอ่าน

หรือว่าเขาควรจะเก็บมันไว้ใต้สุดของลิ้นชัก ลืมเสียให้หมด...ให้เหมือนกับที่ทำมาตลอดตั้งแต่ตัดสินใจก้าวเท้าออกมา   

ผมควรจะเปิดไหม ทั้งๆที่มันมาช้าไปสี่ปี ผมควรหรือเปล่าครับ...แม่ เสียงทุ้มแผ่วเอ่ยกับตัวเอง แต่กลับมีใครบางคนตอบให้จนต้องสะดุ้งเฮือก

ง่ายๆ เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องถาม อยากเปิดก็เปิด ไม่อยากก็โยนทิ้งไป จะมานั่งคร่ำครวญหาอะไร เกะกะลูกตา

ทงเฮ เจ้าของชื่อยิ้มเหยียดขณะเดินเข้ามาใกล้

ทำไม เป็นฉันไม่ได้หรือยังไง

เปล่าอาการหรุบตาลงต่ำ ไม่ตอบคำแสบๆคันๆผิดจากไอ้เด็กปากหมาไม่กินคนเก่าทำให้ปลาทะเลตัวเพรียวถึงกับเลิกคิ้ว 

ไม่สบายเหรอ

หืม

ทำไมสงบปากสงบคำ

หรือทงเฮอยากให้ผมพูด

เป็นใบ้ไปนั่นแหละดีแล้ว

เมื่ออีกฝ่ายไม่ตั้งแง่ใส่ ทงเฮก็ใจกล้าพอที่จะเดินไปนั่งข้างๆ ทั้งที่เคยสาบานไว้ในใจว่าห้องนอนของผู้ชายชื่อคิมคิบอมจะเป็นสถานที่ๆเขาจะไม่เข้ามาเหยียบเด็ดขาด แถมจะเอาตุ๊กตาคำสาปมาใส่เอาไว้อีกด้วย  ท่าทางหลังงองุ้มเหมือนแบกรับอะไรไว้มากมายที่มองเห็นจากบานประตูแง้มๆไว้ทำให้เด็กหนุ่มตัดสินใจมาอยู่ ณ ที่นี้ด้วยอารมณ์ที่แตกต่างจากการอยากเยาะเย้ยเหยียบซ้ำให้จมดินแบบทุกที

ถึงจะเกลียดมันมากขนาดไหนทว่าการช่วยสัตว์ตกยากไม่ให้ต้องฆ่าตัวตายก็เป็นกุศลอันประเสริฐ  ทำไว้ไม่เสียหายอะไร

เป็นอะไร

เปล่า

คิดว่าฉันตาบอดใช่ไหม

ตาทงเฮเองผมจะไปรู้ได้ยังไง

ยังมาปากดีอีกมันน่าจะด่าเจ็บๆให้สลดอีกซักรอบ ตามันจะได้สว่างขึ้นมาบ้าง

ไม่มีอะไรหรอก ทงเฮไม่ต้องเป็นห่วง

นายใช่คนที่เคยไปหาเรื่องฉันถึงห้องแน่เหรอเนี่ย ปลอมตัวมาหรือเปล่า สายตามองอย่างระแวดระวัง คราวนี้ทงเฮชักสงสัยจริงจัง คนแบบนี้มันไม่ใช่คิบอมว่ะ มันนุ่มเกินไป 

            คิบอมหัวเราะหึ

วันนี้ทงเฮก็มาหาเรื่องผมกลับแล้วไง

เออ จะคิดอย่างนั้นก็ตามใจ” 

การที่มีคนอีกคนมานั่งทำหน้าเฉยอยู่ข้างๆทำให้คิมคิบอมหมดอารมณ์โดยอัตโนมัติที่จะแกะจดหมายออกอ่าน อยากจะไล่วันนี้เขาก็เหนื่อยเกินกว่าจะคิดเค้นหาคำที่แรงๆออกมา สุดท้ายก็นั่งนิ่งมองจดหมายในมือเป็นนานจนกระทั่งคนที่เข้ามารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวกระชากออกจากมือไปถือไว้เสียเอง

เอาคืนมานะ เสียงกร้าวทำให้คนมีซองจดหมายในมือยิ้ม

แบบนี้สิค่อยสมเป็นนายหน่อย

ทงเฮ คิบอมเรียกเสียงต่ำ

เอ้า โยนพรึบจนแทบจะคว้ารับไม่ทัน จะเอาก็เอาไป แล้วตัดสินใจเสียทีว่าจะทำยังไงกับมัน เป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอ กล้าๆหน่อย จะทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องมายึกยัก

คำอบรมคล้ายคลึงกับที่เคยเข้าคอร์สฟังจากนางพญาของวงมาจากโรงพยาบาลทำให้คิบอมชะงัก แววตาอ่อนลง หากริมฝีปากยังหุบสนิท ซึ่งนั่นก็ไม่พ้นไปจากการสังเกตของคนมารุกรานได้  พระโพธิสัตว์สัญชาติปลามองแล้วยักไหล่ เทศนาโปรดสัตว์ไปแล้ว  มันจะฟังไม่ฟังก็เรื่องของมัน  คิดได้ดังนั้นทงเฮยันตัวลุกขึ้น หันหลังหมุนตัวกลับไปทางเดิมที่เดินเข้ามา

ทงเฮเสียงเรียกอ่อนล้าจากด้านหลังทำให้เด็กหนุ่มร้องตอบทั้งๆที่ยังไม่หยุดก้าวเท้าว่า

หืม

ทงเฮจะไปไหน

อ้าว ก็กลับห้องฉันสิ”  

แล้วทงเฮไม่อยากรู้เหรอว่าในจดหมายเขียนว่าอะไร สีหน้าซูเปอร์จูเนียร์คนที่เก้าประหลาดใจจริงจัง

ทำไมฉันจะต้องอยากรู้ด้วยล่ะ ไม่ใช่เรื่องของฉันซะหน่อย นายต่างหากที่จะต้องเปิดอ่านมันไอ้นี่มันพี้ยามาหรือเปล่า ลอยๆแปลกๆ แถมยังพูดเหมือนง้อเขาเสียอย่างนั้น ยังไม่ทันจะได้งอนอะไรเลย

แต่...” 

...................

อาหารหยุดเดินเหมือนเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ารอฟังอยู่ทำให้คิบอมหลุดคำที่ไม่เคยคิดว่าจะเอ่ยออกมากับคนที่ไม่เคยคิดจะพูดด้วย และยังแปลกใจตัวเองไปอีกนานแสนนาน

แต่ผมอยากให้ทงเฮรู้

..................

ทงเฮจะฟังผมไหม” 

อีทงเฮยังจำได้ วันแรกที่ได้พบ  เขาเป็นคนไปรับคิบอมถึงสนามบินด้วยตัวเองเพราะไม่มีใครว่าง  คิมคิบอมในตอนนั้นคือเด็กหนุ่มแก้มกลมหน้าตาเศร้าสร้อยเหมือนมีเรื่องค้างคาอยู่ในจิตใจตลอดเวลา ท่าทางการสะพายเป้พาดบ่า เข็นรถเข็นเดินดุ่มๆมาตามทางเดินสนามบินโดยไม่มองหน้าใครทำให้คนที่ยังมีความหวังอยู่เต็มเปี่ยมในตอนนั้นอดเอ็นดูสงสารและคิดช่วยเหลือไม่ได้ ก่อนที่ความรู้สึกดีๆจะแปรเปลี่ยนเมื่อตัวตนก้าวร้าวออกมามีบทบาทนำหน้าเด็กชายอมทุกข์คนนั้น และความสดใสอันเป็นน้ำหล่อเลี้ยงถูกบั่นทอนไปจากจิตใจของผู้มีอายุมากกว่า

เด็กหนุ่มร่างโปร่งเพรียวลืมช่วงเวลานั้นไปเสียสนิท ลืมไปตลอดระยะเวลากว่าห้าปีและเพิ่งมานึกได้อีกครั้งเมื่อแววตาแบบเดิมในมาปรากฏอยู่ในใบหน้าที่คมคายขึ้นตามวัย...คิมคิบอมยังไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ภายในตาคู่นั้นยังคงความเศร้าและการตัดสินใจไม่ตก   

และห้าปีถัดมา ในห้องนอนของเจ้าตัว ทงเฮถึงเพิ่งได้มีโอกาสรับรู้ถึงสาเหตุของลักษณะเช่นนั้นเมื่อมันเกือบจะสายเกินไป

ผมอยู่แอลเอ แคลิฟอร์เนีย พ่อแม่หย่ากันตั้งแต่เด็ก ผมอยู่กับแม่ ส่วนเซฮีน้องสาวไปอยู่กับพ่อ แม่แต่งงานใหม่ การเท้าความสั้น กระชับ ราวกับไม่อยากเอ่ยถึงมากนัก

พ่อใหม่ เขาไม่ใช่คนไม่ดี แต่ก็เหมือนอเมริกันทั่วไป เขาเห็นว่าผมโตแล้วและเป็นผู้ชาย ไม่จำเป็นต้องเอาใจใส่ก็ได้ โชคร้ายที่แม่ก็เห็นแบบนั้น ผมโตมาคนเดียวตลอดกับความรู้สึกที่ว่าเป็นส่วนเกินของบ้าน พวกเขาไม่เคยทำอะไรให้ผมรู้สึกถึงความเป็นครอบครัว ทนมาได้ถึงเกรดสิบผมก็ออกจากบ้าน...รวบรวมเงินทั้งหมดแล้วก็ออกมาเลย ไม่บอก ไม่อะไรทั้งสิ้น คราวนี้รอยยิ้มเปลี่ยนเป็นขมขื่น น้ำเสียงสั่นสะท้าน และเขาก็ไม่เคยตาม

ผมไปอาศัยอยู่กับคนเกาหลีที่เคยรู้จัก เขามีลูกสาวคนหนึ่ง ทงเฮคงคิดไม่ถึงว่าเป็นใคร นิ่งไปไม่นานคิบอมก็ยอมเฉลยออกมาเอง  

โกอาราคือเด็กคนนั้น

อารา โกอาราเอสเอ็มเนี่ยนะ คนฟังแทบไม่อยากเชื่อ

โกอาราคือนางแบบนักแสดงสาวในสังกัดเดียวกันกับซูเปอร์จูเนียร์ แต่อยู่คนละสายงาน สาวน้อยคนนั้นเป็นที่โด่งดังในวงการละครพอสมควร

อืม เรารู้จักกันมานานแล้ว เขาเป็นคนเดียวที่ผมสนิทที่สุด และเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องของผมตอนอยู่อเมริกาก็เหมือนเด็กอเมริกันคนอื่น ผมทำงานเก็บเงินก้อนจนมากพอที่จะมาเกาหลี กะว่าจะมาหาที่ตายเอาที่นี่ ก็เลยกลับไปที่บ้านนั้นอีกครั้ง เผื่อจะไปลา แต่ผมก็เห็นว่ามันไม่จำเป็นแล้ว สายตาคมมองไกลออกไปจากบริเวณรอบตัว ไกลไปจนถึงอดีต

บ้านหลังนั้นไม่อยู่อีก เพื่อนบ้านบอกว่าสองคนนั้นติดพนัน ต้องขายบ้านขายทุกอย่างและย้ายที่อยู่ไปไกล ที่เด็ดยิ่งกว่านั้น เพื่อนบ้านบอกว่าเขายังถามถึงผมว่าแล้วลูกชายไปไหน ทงเฮรู้หรือเปล่าว่าแม่ผมตอบว่ายังไง” 

คนถูกตั้งคำถามส่ายหน้า แต่ก็พอรู้คำตอบว่าไม่ใช่ในทางดีนัก

เขาตอบว่าผมหายสาบสูญไปแล้ว ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน แล้วก็ไม่คิดจะตามอีก เพราะลำพังแค่สองคนยังเอาตัวไม่รอดเลยด้วยซ้ำ

ทงเฮเจ็บแทนคนพูดเมื่อเห็นสีหน้าแววตารวดร้าว กับคนที่เติบโตมาในครอบครัวแสนอบอุ่น มีพ่อที่รัก แม่ที่อ่อนโยน และพี่ชายที่อยู่เคียงข้างเสมออย่างเขา ให้อย่างไรก็คงไม่เข้าใจสภาพของการถูกปล่อยปละละเลยเช่นนั้น แต่ถึงอย่างไร...ทงเฮก็ยังเจ็บ   

การไม่เป็นที่รักของครอบครัว มันเจ็บยิ่งกว่าสิ่งใดๆ

ดีไหม ลาสท์เมสเซจที่เขาฝากไว้ให้ลูกชายคนเดียว ผมซมซานออกจากที่นั่นมาจนมีแมวมองของเอสเอ็มมาเจอเข้า ตอนนั้นผมไม่เหลืออะไรอีก และคิดว่ายังไงก็จะไปเกาหลีอยู่แล้วเลยลองไปออดิชั่นเล่นๆดู ติดก็ได้กลับ ไม่ติดก็จะกลับเกาหลีอยู่ดี” 

แล้วนายก็ติด

อืม อาราเลยมากับผมด้วยแต่คนละไฟลท์ ทงเฮเลยไม่เจอ เขาได้เป็นนางแบบนักแสดงแบบที่เขาอยากสมใจ แต่ผมกลับเข้ามาเป็นซูเปอร์จูเนียร์ มาอยู่ในโปรเจ็กต์โละทิ้งของค่าย

....................... คราวนี้คนฟังพูดไม่ออก

ผมเลยไม่เข้าใจไง ในเมื่อผมอยากเป็นนักแสดง ออดิชั่นมาจากการแสดง ก็ดันให้ผมมาติดนักร้อง แล้วก็ถีบส่งมาที่นี่ แล้วจะให้ผมมาทำไมคนฟังห่อปาก แอบร้องอ้อยาวในใจ...นี่เอง มันถึงได้ดูรังเกียจวงรังเกียจการร้องเพลงนัก และระริกระรี้แทบคว้าไม่ทันเมื่อมีคนติดต่อบทละครให้

นายอยากเป็นนักแสดงเพราะอะไร... ?” คราวนี้คนจากตระกูลอีจึงเริ่มตั้งคำถามด้วยดวงตาที่เป็นมิตรมากขึ้น

คิบอมนิ่งคิด

ไม่รู้สิ คงเพราะ...ก็แค่อยาก อยากเป็นเพื่อนอารา อยากเป็นนักแสดง อยากได้อยู่ในจอทีวี อยากให้คนทั้งประเทศเห็นหน้าเผื่อที่ว่าวันหนึ่ง ใครบางคนที่อยู่ห่างออกไปไกลแสนไกลจะได้มองเห็นหัวลูกชายคนนี้บ้าง

นักร้องคนทั้งประเทศก็เห็นหน้า ดังกว่าอีก

ใช่ ถ้าไม่ใช่วงนี้” 

เด็กหนุ่มไม่รู้จะตอบยังไงเพราะสำหรับเรื่องนี้ ตัวเองก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน อาการนิ่งของเขาคงจะทำให้อีกฝ่ายแปลความหมายผิดไป จึงเอ่ยว่า

ขอบคุณมากที่มานั่งฟังเรื่องไร้สาระของผมโดยไม่ด่าให้ ทงเฮจะไปนอนเล่นก็ได้ ไม่มีอะไรแล้ว” 

นายแน่ใจว่าอยู่คนเดียวได้

.......ได้.............ได้สิ............

แววตาเหงาๆ เดียวดายและสิ่งที่เพิ่งรับเข้าหูมาเป็นสิ่งที่ทงเฮโทษว่าทำให้เขาใจอ่อน ร่างเพรียวบางจึงเดินกลับไปอยู่ที่เดิมอีกครั้ง มือขาวตบบ่ากว้างให้กำลังใจ  

ฉันกำลังต้องการที่เงียบๆคิดเพลงใหม่ ห้องนายเงียบดี...ยืมใช้หน่อยละกัน

ไม่มีคำตอบรับ  หากแววตาสีดำเปล่งประกายแทนคำว่าขอบคุณได้เป็นอย่างดี  ทงเฮกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะจับจองพื้นที่ทางหัวเตียง  นั่งหลับตาเคาะนิ้วไปตามบทเพลงในจินตนาการ  ปล่อยใจให้ล่องลอยไปไกลแสนไกล

เมื่อคยูฮยอน เจ้าของห้องอีกคนเดินขึ้นมาก็พบว่าห้องของตนเองได้กลายเป็นที่สิงสถิตของคนเงียบๆสองคนไปเสียแล้ว

 

 

แม้จะมีโล่รางวัลวางเด่นเป็นสง่าอยู่กลางบ้านหากเมื่อบรรยากาศไม่ได้พาให้ซาบซึ้งเหมือนอย่างวันงาน ซูเปอร์จูเนียร์ก็เริ่มจะกลับเป็นเหมือนเคย... เพียงแต่ดีขึ้นนิดๆเป็นกลุ่มๆไป 

นอกจากโปรเจ็กต์รวมเสียงแล้ว ทางค่ายยังเกิดไอเดียใหม่ที่จะนำเสนอรูปลักษณ์ของซูเปอร์จูเนียร์ในแบบที่แตกต่าง ดังนั้น โปรเจ็กต์ Super Junior-Trot  หรือเอสเจทีจึงถือกำเนิดขึ้นโดยมีสมาชิกทั้งหมดหกคน...อีทึก ฮีชอล คังอิน ชินดง ซองมินและอึนฮยอก เป้าหมายหลักคือครองตลาดกว้างๆโดยอาศัยเสียงเพลงแนวลูกทุ่งและความตลกโปกฮาหน้ากล้องของสมาชิกเป็นตัวชูโรง

อาการพยศต่อต้านยังมีอยู่จากพวกที่ไม่ได้รับคัดเลือกแต่ก็น้อยลงไปมากเมื่ออีซูมานให้คำสัญญาหนักแน่นว่าจะมีโปรเจ็กต์ที่สามตามมาเมื่อถึงเวลาที่สมควร

นายหายดีแน่แล้วเหรอฮีชอล จะไปซ้อมน่ะ ความเป็นห่วงของหัวหน้าวงถูกยับยั้งด้วยอาการปรายตามองจิก   

แน่สิ คิมฮีชอลซะอย่าง

แต่ฉันว่าพักอีกซักวันจะไม่ดีกว่าเหรอ

นายหรือฉันที่ชื่อคิมฮีชอล คำตอบคือฉัน ฉะนั้นฉันตัดสินใจเอง

อย่าไปล้มให้ขายหน้าคนอื่นเขาแล้วกัน

เก็บปากไว้กินข้าวเถอะชเวซีวอน ไม่มีใครถามนายเลย

หันขวับมาตอกใส่น้องชายอีกคนแล้วจึงพรูลมหายใจหงุดหงิด นี่ก็อีกคน...ไม่รู้มันมันเกิดบ้าอะไรขึ้นมาหรือจองซูมันไปเสี้ยมสอน หลังจากที่เขาออกจากโรงพยาบาลก็เพียรจะมายุ่งวุ่นวายด้วยจนน่ารำคาญ บ้านช่องไม่กลับ แถมมาแต่ละทีไม่เคยได้เจริญหูเจริญตา นั่งเฉยๆไม่ได้ต้องแกว่งปากหาเรื่อง

เกิดมาเพื่อเป็นมารจริงๆ   

ไม่เกี่ยวได้ยังไง ก็ผมต้องคอยดูแล

ฉันขอแล้วหรือยัง

ผมเสนอตัวเอง พี่ก็อยู่เฉยๆไปเถอะ อุวะ...ก็ถ้าไอ้คนที่มันจะดูแลนี่ไม่ใช่ชายหนุ่มชื่อคิมฮีชอล เขาก็จะไม่ว่าเลยสักนิด

ฉันจำได้ว่าเราไม่ได้รักกันขนาดจะต้องมาดูแลสารทุกข์สุขดิบ แกเกลียดฉันไม่ใช่หรือไง จะมาทำดีอะไรเอาป่านนี้  

...ตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้ชอบพี่

งั้นก็ไสหัวไปไกลๆซะสิ เป็นคำแนะนำที่ฮีชอลเต็มใจมอบให้อย่างที่สุดทว่า

ไม่เป็นไร ถึงไม่ชอบผมก็จะพยายามไม่ก่อเรื่องเพื่อพี่อีทึก

ไอ้...  

ผมไม่ทะเลาะกับพี่หรอก

ชเวซีวอนกำลังอยู่ในโหมดอยากทำดีเอาหน้ากับหัวหน้าวง อ้อมกอดอุ่นๆและคำปลอบโยนรวมถึงการเอาใจใส่เป็นพิเศษที่ได้รับหลังจากการพูดคุยกันที่โรงพยาบาลในวันนั้นทำให้เขารู้สึกดี และยิ่งอยากทำดีเพื่อให้ได้รับมันมากขึ้นไปอีก

จะว่าเขาหลงเสน่ห์นางฟ้าแล้วก็ได้

ท่าจะบ้า

ผมเปล่านะ

ไม่บ้าก็ต้องเกือบ

แค่กำลังเริ่มเปลี่ยนนิสัยอยู่

ใช่ เขากำลังพยายามเปลี่ยนตัวเอง แต่มันก็ไม่ใช่ว่าทำกันง่ายๆ ซีวอนจึงคิดว่าคนหน้าสวยตัวบางที่ตอนนี้ก็คงจะรู้แล้วว่าเขากับพี่ชายคนโตสุดพูดอะไรกันน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการทำโดยไม่ต้องฝืนใจนัก ดีกว่าไปทำตัวหงอใส่ไอ้พวกเอสเจที่เหลือ

คุณชายชเวยังรังเกียจเกินกว่าที่จะทำลง

มันคงยากนะ เสียติดเป็นสันดานไปแล้ว

ถึงได้เริ่มทีละคนไง  

แล้วทำไมต้องมาใช้ฉันเป็นหนูทดลองด้วยวะ

คราวนี้คนสวยชักโวยวายหนัก มีอีกตั้งสิบกว่าคนให้มันไปลองทำดีด้วย จะวอนฮยอก วอนฮัน ซีเฮอะไรก็เป็นไปสิแต่ต้องไม่ใช่วอนซิน ซินเดอเรลล่าอยากจะบ้า ไอ้นี่ก็นัวเนียไม่รู้เวล่ำเวลานัก เล่นเลยเถิดไปจนถึงในรายการให้คนเค้าเอาไปพูด กระแสวอนซินกระหึ่มตามคังทึกมาติดๆแล้ว

คุณชายตระกูลชเวยกรอยยิ้มที่สมาชิกอันดับสองบอกได้ว่ามันกวนตีนสุดใจและไม่ได้อยู่ในเครือข่ายใกล้เคียงกับคำว่า ทำดีเลยสักนิด

เรื่องง่ายๆ...ก็มีพี่คนเดียวที่ป่วยอยู่น่ะสิ ไปขึ้นรถได้แล้ว

ไอ้เหี้ยซีวอนนนนนนนน!!!!!!

คนตัวโตกว่าฉุดกระชากร่างบอบบางที่ใส่เฝือกขาให้เขยกตามไปด้วยแรงที่ไม่ใช่น้อยๆ ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องกระโดดตามเจ้าของมือที่กำต้นแขนไว้แน่นไปแต่โดยดี  

คอยดูนะ ขาฉันหายเมื่อไหร่ หัวนายจะเป็นที่แรกที่จะแตกตาม คอยดู คอยดูละกัน ไอ้เด็กเวรเอ๊ย

ถึงอย่างไร ฮีชอลก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าลึกๆแล้ว...ก็ชักจะเริ่มชินกับการที่มีคนหัวฟูเป็นสิงโตมาป้วนเปี้ยนก่อกวนอยู่ใกล้ๆแล้วเหมือนกัน

 

 

นับเป็นข่าวร้ายของวงการเกาหลีแต่ไม่รู้ว่าจะเรียกข่าวดีได้หรือเปล่าสำหรับวงซูเปอร์จูเนียร์ เมื่อหลังจากกวาดรางวัลใหญ่ไปถึงสี่รางวัลในงานเอ็มเคเอ็มเอฟ รุ่นพี่ที่แสนจะไม่ชอบหน้าอย่างทงบังชินกิถูกส่งไปตีตลาดที่ประเทศญี่ปุ่นตามหลังนักร้องสาวโบอาไปติดๆ และการไปในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ออกซิงเกิ้ลชั่วคราวเหมือนปีที่ผ่านๆมา แต่เป็นการบุกอย่างเต็มรูปแบบ เปิดโอกาสให้วงรุ่นน้องอย่างพวกเขาได้มีโอกาสตีตื้นเป็นที่รู้จักในประเทศแม่

อีทึกถอนหายใจ คิดถึงจุนซูอยู่บ้าง แต่เมื่อมองทีท่าสุขกายสบายใจของน้องๆหลายคน เขาก็คิดว่าแบบนี้มันอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด   

ถึงแม้ว่าฟูลเฮ้าส์และมินิดราม่าจะถูกยกเลิกฉาย แต่เอสเจทีก็มีรายการใหม่ออกมาให้สนุกสนานแทนอย่าง KM Idol World ที่เรียกเรตติ้งไปได้พอสมควรเลยทีเดียวในช่วงต้นปี 2007 นี้ รวมถึงเคอาร์วายก็ยังมีผลงานอยู่เป็นระยะควบคู่กันไป

หัวหน้าวงซูเปอร์จูเนียร์นั่งเอามือปั่นชายแขนเสื้อสีขาว ยิ้มไปเรื่อยๆตามสคริปต์ที่ทางรายการจัดทว่าสมาชิกก็เพียรพยายามจะนอกบทกันเสียเหลือเกิน เขาถึงได้หลุดออกมาบ่อยๆ

คำพูดบางอย่างของน้องชายตัวโตทำให้อีทึกหน้าแดงวาบจนเสียการทรงตัวจากท่อทรงกลมที่นั่งอยู่ เผลอหงายหลังลงไปกระแทกเบาะนุ่มก้นจ้ำเบ้า เสียงหัวเราะดังกระจาย   

ทำอะไรน่ะคะคุณอีทึก

เขาเสหัวเราะผสมโรงไปกับพิธีกรสาวและเร่งให้ช่วงเกมวัดหัวใจตรวจจับการโกหกเป็นการกลบเกลื่อน หลังจากนั้นก็พยายามนั่งเงียบๆแต่แสดงให้เห็นว่าสนใจในตัวรายการมากขึ้นไปจนจบการถ่ายทำ

ขอบคุณนะครับ

หกเสียงประสานกันพร้อมทั้งการโค้งตัวต่ำให้กับสต๊าฟทีมงานทุกคน ณ ที่นั้น คนโตสุดเผยอรอยยิ้ม ถ้าช่วงเวลาแบบนี้มันเกิดความความจริงใจไม่ได้สร้างภาพมันจะดีแค่ไหนกันนะ

ทำอะไรอยู่ กลับได้แล้ว

เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นใกล้ๆ เจ้าของฉายาหมียืนรออยู่ใกล้ๆด้วยดวงตาที่อ่านไม่ออก ทำเอาคนอายุมากกว่ายิ้มเจื่อน  

หลังเขาหายป่วยหมีมันก็ทำตัวดีกับเขาขึ้นมาก จนคนได้รับวางตัวไม่ถูก รวมถึง...ไอ้อาการเมาๆตอนดึกวันนั้นที่คิมยองอุนไม่เคยพูดถึงมันอีกเลยจนอีทึกไม่แน่ใจว่าเขาฝันไปเองหรือเปล่า

แน่นอนว่าคนเป็นพี่ไม่กล้าถามเสียด้วย

คนอื่นล่ะ” 

ไปรอที่รถแล้ว

อืม”  

ปาร์คจองซูรวบรวมสติ เดินก้มหน้าก้มตาตามมาโดยไม่ได้มองข้างหน้า เมื่อผู้นำหยุดกะทันหัน แน่นอนว่าผู้ตามก็ถึงกับหน้ากระแทกจนดั้งชา

“โอ๊ย”

เซผงะ

มือใหญ่ตวัดรับร่างบางไว้ด้วยความว่องไวจนคนตัวเล็กเข้ามาปะทะอก กลิ่นกายของคนเป็นน้องที่เขาซุกอยู่ตรงซอกคอทำให้หัวหน้าวงคนเก่งชักจะไปไม่เป็น ความร้อนสูบฉีดและหัวใจเต้นแรงจนน่ากลัว

เอาอีกแล้ว...ความรู้สึกที่จะ เป็นเฉพาะยามถูกสัมผัสจากร่างกายร้อนๆร่างนี้เท่านั้น

เป็นอะไรรึเปล่า”  

มะ ไม่ ปละ ปล่อยฉันก่อนยองอุนคังอินยอมทำตามโดยไม่มีอืดอาด อีทึกรีบสูดลมหายใจเข้าไปเก็บตุนไว้จนเต็มปอด ตะลีตะลานถอยตัวออกมายืนตรง   “ขึ้นรถเถอะ อีกฝ่ายส่ายหน้า

ไม่ ฉันมีนัดต่อ นายไปสิ

กับใคร

อึนนา

อ้อ   

ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าตัวเองทำน้ำเสียงแบบใดออกไปจึงทำให้คิมยองอุนทำสีหน้าประหลาด อีทึกเม้มริมฝีปากแน่น  ไม่ชอบใจความคิดที่ว่าตนเองชักจะ หวงน้องชายคนนี้มากเกินความจำเป็น หัวใจเขากำลังเล่นตลก มันทำหน้าที่เกินบทบาทที่เขาพยายามขีดไว้หนักแน่นที่คำ...พี่ชาย

น้องนะจองซู น้อง...คิมยองอุนเป็นน้องชายนาย น้องชายเท่านั้น

            บทสวดจำเป็นถูกนำมาใช้ขับขานอีกครั้ง...ด้วยเหตุผลที่แตกต่างราวกับฟ้าและดิน

ก็ไปสิ จะกลับมากินข้าวเย็นไหม

คงไม่

อืม

.......................

สองคนข้างล่างน่ะ จะจีบกันอีกนานมั้ย คนจะรีบกลับไปพักผ่อน ชักช้าจริง เสียงแหลมวิ่งบาดเข้ามาทำลายบรรยากาศกระอักกระอ่วนออกไปในทันที คังอินหันขวับ ริมฝีปากพึมพำ

หุบปาก  

ยองอุน พูดกับฮีชอลแบบนั้นได้ยังไง อีทึกทำตาดุ ความเป็นพี่ชายเข้าสายเลือดแสดงตัวทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนท่าทีจากการถามคำตอบคำไปเป็นเด็กปากเสียคนเดิมเช่นกัน

ก็ไม่ได้นับเป็นพี่ ทำไมจะพูดไม่ได้

ยองอุน

เถียงไม่เคยชนะก็เลิกเถอะจองซู ฉันก็ไม่นับหมีควายเป็นน้องหรอก ขึ้นมาได้แล้ว ไม่งั้นฉันจะทิ้งไว้ให้ไปเดทกับไอ้เด็กเวรมันด้วยนะ

ฮีชอล!!”

อาศัยช่วงเวลาที่ใบหน้าหวานสะบัดไปทางเพื่อนสนิทซึ่งนั่งพูดอยู่ด้านในรถตู้ สมาชิกคนที่ห้าก็เดินเลี่ยงออกมาในทันที

คังอินไม่ชอบอยู่ในสถานการณ์ที่ตนเองเสียเปรียบ

เขาเดินไปเรื่อยๆตามฟุตบาท ออกห่างจากตึกอัดรายการไปทุกที หมวกถูกสวมปิดถึงใบหูและแว่นตาดำพรางไปกว่าครึ่งหน้า รังสีความเย็นเยียบแผ่ออกมาจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้และคงไม่มีใครคาดคิดว่าชายหนุ่มตัวโตท่าทางไม่น่าคบหานี้จะเป็นคนเดียวกันกับหนุ่มอารมณ์ดีอย่างซูเปอร์จูเนียร์คังอิน  

อากาศในกรุงโซลยังคงความหนาวพอสมควรทำให้คังอินต้องล้วงมือไว้ในกระเป๋ากางเกง เดินก้มหน้าเพื่อไปให้ถึงสถานีรถไฟใต้ดิน เสียงจากจอโฆษณาใหญ่บนตึกสูงเรียกให้เขาเงยหน้าขึ้นมอง...ดาราสาวสวยนามโกอึนนากำลังส่งรอยยิ้มเฉิดฉายอยู่บนนั้น ทุกท่าทางดึงดูดเปี่ยมด้วยเสน่ห์น่าจับตามอง

นัยน์ตาเข้มคมกริบยังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าของคนที่กำลังตกเป็นข่าวกับเขาและยังเป็นคนที่เขากำลังจะไปพบในอีกไม่กี่นาทีนี้ หากแต่ในใจคิมยองอุนกลับมีภาพของชายหนุ่มผมสีน้ำตาลทองรวบเป็นจุก แววตาที่ราวกับจะยิ้มได้ของใครบางคนปรากฏขึ้นมาแทน

 

 

พวกนายว่าพี่คังอินกับพี่อีทึกมีซัมติงรองอะไรกันหรือเปล่า

เสียงเล็กเอ่ยขึ้นขณะนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงของตนเอง อีกเตียงหนึ่งมีปลาทะเลนั่งชันเข่าพิงหัวเตียงและปลายเตียงคือไก่สายพันธุ์ดี ตัวขาว

หะ ว่าอะไรนะ

ฉันถามว่า พวกนายคิดว่าพี่คังอินกับพี่อีทึกมีอะไรกันหรือเปล่า ซองมินที่เมื่ออยู่ด้วยไปนานๆก็พบว่าเป็นคนพูดเก่งพูดมากจนน่าตกใจเอ่ยซ้ำ แขกรับเชิญของห้องพยักหน้าหงึกหงัก  

ก็เป็นไปได้ ดูจากวันนี้

วันนี้อะไร

ซองมินเล่าเรื่องที่ตัวเองกับสมาชิกลำดับที่แปดได้พบมาตอนเช้าให้คนที่อยู่โยงอยู่บ้านอย่างทงเฮฟังก่อนจะตบท้ายด้วยคำถามขอความคิดเห็น

หรือนายคิดว่าไงล่ะ

อืม ทงเฮคราง ไม่รู้สิ ถ้าเป็นอย่างนายว่ามันก็ยังไงๆอยู่แต่...เอาจริงๆ สองคนนั้นไม่เห็นดูว่าจะสนิทกันมากกว่าคนอื่นตรงไหนเลย ที่เห็นพี่คังอินยอมยิ้มยอมพูดด้วยก็แค่ตามสคริปต์รายการกับตามบทบาทคังทึกเท่านั้น หลังฉากทีนี่ยืนห่างกันเป็นวา

แถมพี่คังอินยังปากจัดที่สุดด้วย จัดแบบไม่นางร้ายแต่พูดน้อยต่อยหนัก น่ากลัว ฮยอกแจเสริม

อีกสองคนพยักหน้าหงึกหงัก  

นั่นสินะ ฉันเอง ยังกลัวพี่คังอินที่สุดเลย ซองมินนึกถึงความรู้สึกเหมือนเส้นเลือดจะจับเป็นน้ำแข็งยามที่ฝ่ามือใหญ่กำอยู่รอบคอแล้วก็ต้องตัวสั่นก่อนจะเอียงคอ คิ้วขมวดอีกครั้ง

            “แต่ว่า...ฉันก็ยังรู้สึกว่ามันแปลกไปอยู่ดี เขาดู...เรียกว่าอะไรล่ะ ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมากขึ้นน่ะ แล้วที่สำคัญ พี่อีทึกชอบหน้าแดงแปลกๆตอนพี่คังอินอยู่ใกล้ 

ช่างเขาเถอะ ทงเฮสรุปง่ายๆตามประสาคนที่ไม่ค่อยสนใจอะไรนอกจากเรื่องของตัวเองและเพื่อนสนิท

ไม่เกี่ยวกับเรา ดูๆไปเดี๋ยวก็รู้เอง

ใช่ อย่าไปสนเลยซองมิน มาดูนี่ดีกว่า

ซูเปอร์จูเนียร์อึนฮยอกกระเด้งตัวขึ้นจากเตียงนอน เดินเร็วๆไปที่โต๊ะเขียนหนังสือของทงเฮ หยิบแผ่นสี่หลี่ยมสามสี่แผ่นขึ้นมาชูให้ดูด้วยดวงตาสดใส 

นี่...สตาร์คราฟท์อันใหม่ล่าสุด กับแผ่นเกมเก่าแต่เวอร์ชั่นอัพเดต เพิ่งได้มาสดๆร้อนๆ นายสนใจจะไปเล่นกับฉันรึเปล่า ซองมินหัวเราะขำท่าทางกระหยิ่มของเพื่อนคนใหม่พลางส่ายหน้า

อยู่กับฮยอกแจทงเฮไม่เคยพ้นเรื่องพวกนี้เลยจริงๆ

อย่าเลย ฉันเล่นทีไรแพ้นายทุกที ทงเฮนั่นแหละ ไปเล่นสิ พอฟัดพอเหวี่ยง

หึ อย่างท่านทงเฮคนนี้ ที่หนึ่งตลอดกาล

อีทงเฮ รู้หรือเปล่าว่าพูดอยู่กับใคร เซียนสามสมัยซ้อนเชียวนะ

ฉันชอบล้มล้างแชมป์

สายตาสองคู่สบประสานอย่างไม่มีใครยอมใครก่อนที่ร่างผอมเพรียวครือกันของขาเต้นแห่งซูจูทั้งสองจะลุกขึ้น  

งั้นก็ไปพิสูจน์กันเลย จุดมุ่งหมายคือทีวีจอใหญ่ข้างล่าง

ทงเฮเผยรอยยิ้มซุกซนแบบที่ปรากฏเฉพาะกับครอบครัวเท่านั้น หันไปบอกซองมินที่ยังนอนกลิ้งไปมาด้วยน้ำเสียงสบายๆ

เดี๋ยวฉันขึ้นมานะซองมิน จะไปทำให้ไก่บางตัวมันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร

อีทงเฮ!!!!”

ตามสบายเลยพวกนาย ฉันจะนอนรอฟังผล

ฉันชนะแน่

นายต่างหากต้องตาย

ไปแล้วก็หัดปิดประตูด้วยสิวะ อีทงเฮ อีฮยอกแจ!!!!

 

 

TBC

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #1015 punpun3012 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 01:53
    ไรท์ โคตรคิดถึงเลยTT
    #1,015
    0
  2. #1014 I have a pen (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 14:08
    น่ายักกก 😁😁😁
    #1,014
    0